﻿_id	พื้นที่	ชื่อสามัญภาษาไทย	ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ	ชื่อท้องถิ่น	ชื่อวิทยาศาสตร์	นิเวศวิทยาที่พบ	ลักษณะพฤกษศาสตร์	การใช้ประโยชน์	กลุ่มพืช
1	ปางมะโอ	ตองกง, ก๋ง, เค้ยหลา, เลาแล้ง, หญ้ากาบไผ่ใหญ่, หญ้าไม้กวาด, หญ้ายูง	Bamboo grass, Tiger grass	ก๋ง	Thysanolaena latifolia (Roxb. ex Hornem.) Honda	พบในทุกภาคของประเทศที่มีพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 45 เมตร ขึ้นไป ขึ้นทั่วไปบริเวณเนินเขา พื้นที่ลาดเขา ริมธารน้ำ และริมถนน	ก๋งเป็นพืชกลุ่มหญ้าอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรงและแข็งมาก สูง 3-4 เมตร ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหอก กว้าง 4.7-9.1 ซม. ยาว 41.0-76.7 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ มีกาบใบเรียบหุ้มลำต้น หูใบเป็นแผ่นเยื่อบางๆ สีน้ำตาลอ่อน ช่อดอกแยกแขนงขนาดใหญ่ออกที่ปลายยอด มีขนนุ่มละเอียดปกคลุม ช่อดอกย่อยขนาดเล็ก มีดอกย่อย 2 ดอก ดอกล่างลดรูปเป็นเยื่อบาง ดอกเป็นหมัน ดอกบนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ เมล็ดมีขนาดเล็ก	เป็นพืชใช้สอย นำช่อดอกที่แก่จัดมาตีแยกเมล็ดออก เพื่อนำมามัดทำไม้กวาด จำหน่ายเป็นรายได้เสริม ราคาอันละ 15 บาท	พืชใช้สอยอื่นๆ
2	ปางมะโอ	กระชายดำ	black ginger	กระชายดำ	Kaempferia parviflora Wall. ex Baker	พบในเขตป่าและภูเขา ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 500 เมตร ขึ้นไป ชอบอากาศหนาวเย็นร่มรำไร ลงหัวได้ดีในดินร่วนปนทราย	กระชายดำ เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นเป็นหัวใต้ดิน หัวมีลักษณะเป็นข้อสั้น ไม่ยาวเหมือนกระชายธรรมดา เนื้อในเหง้าเป็นสีม่วงหม่นหรือสีดำ ใบเดี่ยวเรียงสลับ ขนาดใหญ่และมีสีเขียวเข้มกว่ากระชายทั่วไป กว้าง 7-15 ซม. ยาว 30-35 ซม. มีกลิ่นหอม กาบใบมีสีแดงจาง และหนาอวบ แทงออกจากหัวใต้ดิน ดอกออกจากยอด ช่อละหนึ่งดอก มีใบประดับช่อดอก ดอกมีสีชมพูอ่อน ริมปากดอกสีขาว เส้าเกสรสีม่วง เกสรสีเหลือง กลีบประดับเชื่อมติดกันมีลักษณะเป็นรูปท่อ มีขน เกสรตัวผู้จะเหมือนกับกลีบดอก อับเรณูอยู่ใกล้ปลายท่อ เกสรตัวเมียมีขนาดยาวเล็ก ยอดเป็นรูปปากแตรเกลี้ยงไม่มีขน	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เหง้าดิบเคี้ยวแล้วดื่มน้ำตามหรือตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนกินแก้ปวด แก้ไข้ บำรุงกำลัง แก้ถ่ายเป็นมูกเลือด และแก้ลงแดงต่างๆ	พืชสมุนไพร
3	ปางมะโอ	กฤษณา	Eagle wood, Agarwood	กฤษณา	Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte	พบขึ้นกระจายทั่วไปในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ที่เป็นสันดอนน้ำไม่ขัง สามารถขึ้นได้สูงถึง 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชอบที่ชุ่มชื้น ดินร่วน ปนทราย ระบายน้ำดี บริเวณใกล้แม่น้ำหรือลำธาร	กฤษณาเป็นไม้ยืนต้น สูง 20-30 เมตร ลำต้นตรง เรือนยอดเป็นรูปกรวย เปลือกเรียบสีเทา เนื้อไม้อ่อนสีขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้างประมาณ 6 ซม. ยาว 12 ซม. ผิวเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ ที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาวแกมเขียว ผลเมื่อขยายใหญ่ขึ้นค่อนข้างกลมและมีขนประปราย ผิวขรุขระเล็กน้อย ผลมีขนาดกว้าง 2-2.5 ซม. และยาว 2.5-3.5 ซม. ที่โคนผลมีกลีบเลี้ยงติดทน และมีขนาดขยายใหญ่ขึ้น เมล็ดกว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1 ซม.	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ส่วนของเนื้อไม้ทำยาหลายประเภท เช่น ยาแก้กินผิด(อาหารเป็นพิษ) ยาหอม มีสรรพคุณบำรุงเลือด บำรุงเส้นประสาท และขับปัสสาวะ หรือฝนน้ำทาแก้งูสวัด ผลใช้ทำยาขับลมได้	พืชสมุนไพร
4	ปางมะโอ	กล้วยตีบคำ		กล้วยตีบคำ	Musa sp. (ABB group)	พบปลูกทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย แต่เจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศร้อนชื้น และมีสภาพอากาศคงที่ ชอบดินร่วนซุย มีน้ำและอากาศถ่ายเทได้ดี	กล้วยตีบเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสูง 3-4 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 15 ซม. กาบด้านนอกเขียวมีประสีน้ำตาล ต้นอ่อนสีชมพู ก้านใบสีชมพู ใบอ่อนด้านล่างสีชมพู ร่องใบเปิด ปลีรูปร่างค่อนข้างป้อมสั้น ด้านนอกสีแดงอมม่วงด้านในสีแดง เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมีประมาณ 10 ผล ผลงอเล็กน้อยปลายผลมีจุกใหญ่ ผลมีเหลี่ยม 5 เหลี่ยม เมื่อสุกมีสีเหลืองเหมือนทองคำ กลิ่นหอม รสชาติหวานอร่อย แต่ไม่นิยมปลูกกันเนื่องจากการตกเครือช้ามากกว่า 1 ปี	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย กินผลสุกเป็นผลไม้ ใช้เหง้าผ่าเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 3x3 นิ้ว ย่างไฟให้ร้อนห่อด้วยผ้าประคบบริเวณที่ปวดจะหายเป็นปลิดทิ้ง โดยเฉพาะอาการปวดศีรษะข้างเดียว ใช้ต้นเผาไฟแล้วบีบเอาน้ำผสมน้ำนึ่งข้าวนำมาประคบแก้ปวดแขนปวดขา ใช้ใบเข้าตำรับยา อยู่ไฟ ออกไฟ และใช้ปิดฝาหม้อต้มยาแก้ผิดเดือน	พืชอาหาร
5	ปางมะโอ	กล้วยส้ม		กล้วยส้ม (ไม่มีรูป)	Musa (ABB group)	พบทั่วไปทุกภาค พบมากที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก เจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศร้อนชื้น และมีสภาพอากาศคงที่ ชอบดินร่วนซุย มีน้ำและอากาศถ่ายเทได้ดี	กล้วยส้มเป็นพืชล้มลุก ลำต้นสูง 2.5 - 3.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 ซม. กาบด้านนอกเขียวมีประดำเล็กน้อย ด้านในสีเขียว ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปขอบขนาน ก้านใบสีเขียว ร่องใบเปิด ปลีรูปร่างป้อมขนาดเล็ก ปลายมน ด้านนอกสีแดงอมม่วงด้านในสีแดงตลอดกาบปลี ก้านเครือสีเขียวมีขน เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมี 16 - 18 ผล ผลมีเหลี่ยมคล้ายกล้วยหักมุก เปลือกหนาสีเขียวเข้ม ก้านผลยาว ปลายผลมีจุกใหญ่ เมื่อสุกมีสีเหลืองทอง เนื้อผลมีสีเหลืองอมส้ม รสหวานอมเปรี้ยว	เป็นพืชอาหาร กินผลสุกเป็นผลไม้ และนึ่งกินเป็นอาหารว่าง หัวปลีใช้ลวกกินกับน้ำพริก และใช้ปรุงอาหารประเภทต้มหรือแกง ลำต้นอ่อนส่วนในใช้ทำแกงหยวก และใช้ใบห่อสิ่งของหรืออาหารประเภทปิ้งย่าง จะช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม	พืชอาหาร
6	ปางมะโอ	กล้วยน้ำว้า	Banana, Cultivated banana	กล้วยอ่อง	Musa × paradisiaca L.	พบปลูกทั่วไปทุกภาคของประเทศ เจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศร้อนชื้น และมีสภาพอากาศคงที่ ชอบดินร่วนซุย มีน้ำและอากาศถ่ายเทได้ดี	กล้วยอ่องเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสูง 2-4.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 15 ซม. กาบต้นด้านนอกสีเขียวอ่อน มีประดำบ้าง ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ เส้นกลางใบสีเขียว ก้านช่อดอกไม่มีขน ปลีรูปไข่ค่อนข้างป้อม ปลายป้าน ด้านนอกสีแดงอมม่วงมีนวลหนา ด้านในมีสีแดงเข้ม เครือหนึ่งมีประมาณ 7-10 หวี หวีหนึ่ง มี 10-16 ผล ก้านผลยาว เปลือกหนา สุกมีสีเหลืองเนื้อสีขาว รสหวาน ไส้กลางมีสีเหลือง	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ผลสุกกินเป็นผลไม้ ช่วยให้ถ่ายง่าย ให้หมูหรือวัวกินเร่งน้ำนมและบำรุงกำลัง ใช้หัวปลีสดหรือลวกกินกับน้ำพริก และใช้ปรุงอาหารประเภทต้มหรือแกง กินประจำช่วยให้หายจากโรคเกี่ยวกับระบบเลือดโดยเฉพาะเลือดจางหรือดีซ่าน ลำต้นใช้ส่วนในที่อ่อนทำแกงหยวก ใช้ผลดิบเข้าตำรับยาขางบ่วง ใบใช้ห่อของหรืออาหารจำพวกปิ้งย่าง ทำให้อาหารมีกลิ่นหอม แก้มะโหก แก้ท้องผูก	พืชอาหาร
7	ปางมะโอ	ค้อ	Mountain Serdang Palm	ก้อ	Livistona speciosa Kurz	ชอบขึ้นบนภูเขา และบริเวณป่าดิบเขาทุกภาคของประเทศ	ก้อเป็นไม้ปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้นขนาดประมาณ 30 ซม. ต้นสูงได้ถึง 25 เมตร มีกาบใบหุ้มลำต้นซ้อนสับหว่างกันถี่เป็นชั้นๆ มองเห็นได้ชัดเจน ใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกเรียงสลับ เป็นกระจุกที่ปลายยอด รูปพัด ขอบใบจักเว้าลึกไม่ถึงครึ่งแผ่นใบ ใบเป็นจีบเวียนรอบสวยงาม ใบอ่อนสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกช่อขนาดใหญ่ ออกตามซอกกาบใบ ยาว 1.50 เมตร ผลกลุ่ม ออกตามซอกกาบใบ เป็นพวงขนาดใหญ่ ผลย่อยรูปทรงกลม ผลสดสีเขียว เมื่อแก่สีเขียวคล้ำอมม่วง เนื้อผลสีส้ม เมล็ดเดี่ยว ทรงกลม สีเหลือง	เป็นพืชอาหารและพืชใช้สอย ใช้ผลสุกลวกกินเล่น คลุกกับข้าวเหนียวและเกลือทำข้าวบ่าย (ข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนเก็บไว้กินเป็นของว่าง เป็นที่นิยมของเด็กๆ) หรือใช้หมกกับเกลือทิ้งไว้ให้เข้าเนื้อนำมาทำข้าวบ่ายกิน ของเหลวส่วนที่แยกชั้นจากการหมักเกลือใช้ทำน้ำมันปรุงอาหารได้ และใบใช้มุงหลังคาห้างตามไร่นา	พืชอาหาร
8	ปางมะโอ	หนามมะเค็ด		ก้องแกบ	Canthium parvifolium Roxb.	พบขึ้นในป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าผสมผลัดใบ ทั่วทุกภาค	ก้องแกบเป็นไม้ยืนต้น เปลือกต้นและกิ่งสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่กลับ ปลายใบมน โคนใบแหลม หรือ สอบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา สีเขียวสด มีหนามแหลมเป็นคู่ๆ ตามข้อ ดอกช่อกระจะ ออกที่ซอกใบและปลายยอด ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกสีขาว เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลอ่อนมีหัวจุกสีเขียว จะหลุดร่วงเมื่อโตขึ้น ผลเป็นผลสด รูปทรงกลม ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีเหลือง เนื้อผลนิ่ม เมล็ดขนาดเล็ก สีดำ	เป็นพืชอาหาร ผลสุกกินเล่นเป็นผลไม้ หรือกินแทนข้าวเมื่ออยู่ในป่า แต่ต้องปอกเปลือกก่อนเนื่องจากมีรสขม	พืชอาหาร
9	ปางมะโอ	เถามวกเหล็ก, รางแดง		ก้องแกบเครือ	Ventilago denticulata Willd.	พบได้ตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งทั่วไป ชอบสภาพแสงแดดส่องถึงรำไร อากาศค่อนข้างชื้น	ก้องแกบเครือเป็นไม้เถา แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นสีน้ำตาล ใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับหรือรูปหอก ขนาดใบกว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 22-2.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบมีขนนุ่มปกคลุม เนื้อใบสาก หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ มีหนาม 1 คู่ ออกตามซอกใบ ผลเดี่ยว รูปทรงกลม สีเขียว ออกตามซอกใบ	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบและต้นลนไฟหรือตากแห้งต้มน้ำดื่มหรือชงดื่มแทนชา เป็นยาแก้อาการแน่นท้อง แน่นหน้าอก ช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้โรคกระเพาะ และเชื่อว่าสามารถแก้โรคได้ชนิด ใช้ลำต้นหั่นเป็นแว่นตากแห้งเข้าตำรับยาแก้ปวดหลังปวดเอว ปวดเมื่อยตามร่างกาย รักษาริดสีดวงทวาร(มะโหก) และถ่ายเป็นเลือด	พืชสมุนไพร
10	ปางมะโอ	กะทกรก, เสาวรส	Passion fruit	กะทกรก	Passiflora foetida L.	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ตามที่รกร้างต่างๆ บริเวณป่าที่ราบ ชอบเลื้อยพันกิ่งต้นไม้อื่น ๆ	กะทกรกเป็นไม้เถาเนื้ออ่อน มีมือเกาะ ยาว 1.5-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ขอบใบเว้าเป็น 3 พู มีขนทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ กลีบดอกด้านในสีขาว ด้านนอกสีเขียวอ่อน มีรยางค์เป็นริ้วสีม่วง ปลายสีขาว กลีบเลี้ยงสีเขียว เป็นฝอย 3 กลีบ ผลสด รูปเกือบกลม มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองแกมส้ม เมล็ดจำนวนมากสีดำ มีเยื่อเมือกหุ้ม	ชาวบ้านใช้ยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริก และเด็กๆ ในหมู่บ้านชอบกินเนื้อผลที่สุกเป็นผลไม้ ให้รสชาติหวานอร่อย	พืชอาหาร
11	ปางมะโอ	แมงลัก	American basil, hoary basil	กอมก้อ	Ocimum americanum L.	พบกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ชอบที่ราบโล่งแจ้ง ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน	"กอมก้อเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตรง โคนต้นแข็ง สูงประมาณ 40-65 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีขาวและสีม่วง ใบสีเขียวอ่อน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปไข่ ปลายใบแหลมหรือเรียวยาว โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมีขนนุ่มปกคลุม ออกดอกเป็นช่อฉัตรที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว เมล็ดรูปรีขนาดเล็กสีดำ เมื่อละลายน้ำจะพองตัว เป็นพืชที่มีขนนุ่มปกคลุมทั้งต้น และมีกลิ่นหอมฉุน 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กอมก้อส้มสีแหล้ ลำต้นสีม่วง และกอมก้อแคสีขาว ลำต้นสีขาว รสชาติเฝื่อนและมีกลิ่นฉุนกว่า มีกลิ่นเฉพาะที่แตกต่างกัน ชาวบ้านนิยมรับประทานทั้ง 2 ชนิด"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบเป็นเครื่องเทศ นิยมใช้กอมก้อส้มใส่ในแกงส้ม ใช้กอมก้อแคใส่แกงแค แกงหน่อไม้ และใช้กอมก้อส้มต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ปวดท้อง แก้ธาตุพิการ และช่วยขับเสมหะ	พืชอาหาร
12	ปางมะโอ	กะเพรา, กะเพราขน	Holy basil, Sacred basil, Thai basil	กะเพรา	Ocimum tenuiflorum L.	พบกระจายทั่วไป ชอบแดดจัด ดินร่วน ไม่ชอบน้ำขังและไม่ต้องการน้ำมาก การเด็ดดอกทิ้งช่วยรักษาต้นกะเพราให้มีอายุยาวนานขึ้น	"กะเพราเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและใบมีขนและมีกลิ่นหอม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักห่าง ผิวใบเรียบ ช่อดอกตั้งขึ้นเป็นชั้นๆ รูปฉัตร ดอกย่อยสีชมพูแกมม่วง กลีบเลี้ยงรูประฆัง ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมีกลีบเดียวกลม ส่วนล่างมี 4 แฉก กลีบดอกด้านบนมี 4 กลีบ ด้านล่างมี 1 กลีบ ปลายกลีบม้วนพับลง ผลแห้ง เมล็ดสีดำอยู่ภายในหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กระเพราสีแหล้ (สีม่วงแดง) และกระเพราสีขาว (สีเขียว)"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบและยอดสดเป็นเครื่องเทศ ใส่ในอาหารประเภทผัดหรือแกงต่างๆ และใช้ต้มน้ำดื่มแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้องในเด็ก และแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนเหตุจากธาตุไม่ปกติได้	พืชอาหาร
13	ปางมะโอ	อินทนิลน้ำ	Queen's flower, Jarul, Pride of India, Pyinma, Queen's crape myrtle	อินทนิลน้ำ	Lagerstroemia speciosa (L.) Pers.	พบบริเวณที่ราบลุ่มและที่ชื้นริมฝั่งแม่น้ำ ลำธารทั่วไป บริเวณ ในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดงดิบทั่วไป แต่พบมากในป่าดงดิบภาคใต้ ชอบความชื้นปานกลางถึงสูง มีแสงแดดเต็มวัน	เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีหรือรูปวงรีแกม ขอบขนาน กว้าง 6-12 ซม. ยาว 12-24 ซม. ช่อดอกจะออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดใหญ่ กลีบดอกสีชมพู สีม่วงแกมชมพู หรือสีม่วง กลีบเลี้ยงมีขนสีน้ำตาล มีสัน 10-14 สัน ส่วนบนของดอกตูมมีตุ่มกลมเล็กอยู่ตรงกลาง กลีบเลี้ยง 6 กลีบ กลีบดอก 6 กลีบ ผลแห้งแตก รูปกลมรี ผิวเรียบและเเข็ง ไม่มีขน เมื่อแก่เเตกเป็น 6 ส่วน เมล็ดมีปีกบาง	เป็นพืชสมุนไพร นำใบอ่อนมาลวกน้ำร้อนแล้วหั่น ตากในที่ร่มหรือคั่วไฟอ่อนๆ จนใบกรอบ ใช้ชงน้ำดื่มแทนชา รักษาโรคเบาหวาน	พืชสมุนไพร
14	ปางมะโอ	ก้างปลาแดง, ว่านธรณีสาร	Bushweed, Cool pot, Indian snow berry, Thermacole plant, White honey shrub	ก้างปลา	Phyllanthus pulcher Wall. ex Müll.Arg.	เป็นพรรณไม้ที่พบส่วนใหญ่ในบริเวณวัดและบ้าน ใช้ใบประพรมน้ำมนต์ธรณีสาร เป็นการมงคล เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนหรือดินปนทราย ระบายน้ำดี ชอบแสงแดดปานกลาง	"ก้างปลาเป็นไม้พุ่ม กึ่งไม้ต้นขนาดเล็ก ลำต้นตรง สูงไม่เกิน 1.5 เมตร กิ่ง ก้านอ่อนมีสีแดง ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่กลับ กว้าง 0.8-1.5 ซม. ยาว 1.5-2.5 ซม. ปลายใบมน โคนใบแหลม ขอบใบเรียบสีน้ำตาล ผิวใบเรียบ ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้ออกเป็นกระจุกใกล้โคนกิ่ง ดอกตัวเมียมักออกที่ปลายกิ่งสีเขียวอ่อน ผลแห้งแตกได้ ค่อนข้างกลม 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ก้างปลาต้น และก้างปลาเครือ"	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากและต้น ต้มน้ำดื่มร่วมกับ เหง้าปูเลย เป็นยาแก้นิ่ว แก้โรคตานขโมย แก้โรคโลหิตจาง และใช้ยอดกินสดหรือต้มน้ำดื่ม เป็นยาแก้ไข้ และแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย	พืชสมุนไพร
15	ปางมะโอ	ปีบ	Cork tree, Indian cork tree	กาสะลอง	Millingtonia hortensis L.f.	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีความชื้นปานกลางถึงสูง ได้รับแสงแดดเต็มวัน	กาสะลองเป็นไม้ยืนต้นสูง 15-25 เมตร ใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้นเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปไข่แกมใบหอกกว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 3-5 ซม. ช่อดอกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว เป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลิ่นหอม ผลเป็นฝักแบน	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก รากต้มน้ำดื่ม เป็นยาแก้โรคเกาต์ บรรเทาอาการปวดเข่า ดอกแช่น้ำเย็นดื่ม เป็นยาแก้อาการหัวใจเต้นแรง และหั่นตากแห้งผสมใบยาสูบใช้มวนบุหรี่สูบช่วยเพิ่มกลิ่นหอม	พืชอาหาร
16	ปางมะโอ	กำลังช้างสาร, เครือง้วนเห็น, ศาลาน่อง, เถาจักรลาช, ไส้ตันใหญ่, หิรัญญิการ์	Easter Lily Vine	กำลังช้างสาร	Beaumontia murtonii Craib	พบตามชายป่าดิบและไหล่เขาทั่วประเทศ พบมากที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ชอบดินร่วนปนทราย อากาศชื้นปานกลาง ที่มีแสงแดดส่องถึงปานกลาง	กำลังช้างสารเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-50 ซม. ลำต้นเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก ขนาดใบกว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-5 ซม. ใบรูปไข่ ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวยาว โคนใบมน ผิวใบสาก หลังใบสีอ่อน ทั้งต้นมีขนสากปกคลุม ช่อดอกออกที่ยอดและซอกใบ มีขนปกคลุมหนาแน่น ดอกสีชมพูหรือชมพูอมม่วง โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 กลีบ ปลายกลีบบนเป็นหยักเล็ก 3 หยัก ช่วงที่บานจะตลบไปด้านหลัง กลีบล่างรูปคล้ายลำเรือ ลักษณะดอกคล้ายนกกำลังบิน	เป็นยาสมุนไพร ต้นสดหรือแห้ง ต้มน้ำหรือดองเหล้าดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเลือดภาวะโลหิตจาง ร่างกายไม่มีแรง ใช้ผสมสมุนไพรดองเหล้าอื่นๆ และเข้าตำรับยาแก้โรคเก๊า	พืชสมุนไพร
17	ปางมะโอ	กำลังเสือโคร่ง	Himalayan birch	กำลังเสือโคร่ง	Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don	เป็นไม้เขตอบอุ่น พบทั่วไปตามป่าดิบเขาในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 300-1,800 เมตร เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินแทบทุกชนิด ทนแล้งได้ดี ชอบความชื้นน้อย	กำลังเสือโคร่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 20-35 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเทามีกลิ่นหอมคล้ายการบูร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ รูปหอก หรือรูปไข่แกมหอก ขนาดใบกว้าง 1.5-6.5 ซม. ยาว 6.5-13.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนและแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยสองชั้นหรือสามชั้น ผิวใบเรียบ ช่อดอกเชิงลด ออกเป็นพวงโน้มลงตามซอกใบ 2-5 ช่อ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ ผลแบนเล็กมีปีกบางโปร่งแสง 2 ข้าง	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เปลือกต้นตากแห้งผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้มะโหก	พืชสมุนไพร
18	ปางมะโอ	ด้าง, ต้าง, เทียนขโมย, เครือหนอนตาย, หัวใจทศกัณฐ์	Sweetheart hoya	กีบม้าลม	Hoya kerrii Craib	พบได้ทั่วไปในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งของประเทศไทย ที่ต่ำจนถึงสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร ชอบขึ้นอิงอาศัยบนไม้ยืนต้นที่ค่อนข้างร่ม	กีบม้าลมเป็นไม้เถา ลำต้นกลมสีขาวปนเทา เปลือกอวบน้ำ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาและอวบน้ำ ช่อดอกแบบซี่ร่มออกตามซอกใบ มี 10-20 ดอกต่อช่อ ดอกมีขนาดประมาณ 0.8 ซม. กลีบดอกสีชมพูอมเขียว มีขนเป็นกำมะหยี่ เมื่อบานกลีบดอกจะพลิกกลับไปด้านหลัง มีมงกุฎสีชมพูถึงสีม่วงเข้ม	เป็นพืชสมุนไพร ชาวบ้านใช้ใบตากแห้งแช่น้ำให้หญิงมีครรภ์อาบ เชื่อว่าช่วยให้คลอดลูกง่าย ใช้เผาแล้วตำใส่แผลอักเสบเรื้อรังในวัวควายช่วยให้หายเร็ว และใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง ยาแก้โรคโลหิตจางหรือลมหายใจฝืดตัน	พืชสมุนไพร
19	ปางมะโอ	ก้างปลาเครือ		เกล็ดปลาน้อย	Phyllanthus reticulatus Poir.	พบได้ทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี มีแสงแดดปานกลาง	เกล็ดปลาน้อยเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม ยอดอ่อนสีน้ำตาล ใบเดี่ยว รูปไข่และรี ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 3-4 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบและมันเล็กน้อย หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ ก้านใบสั้น 0.1-0.2 ซม. โคนก้านใบมีหูใบ 3 อัน ดอกเดี่ยวสีเหลืองอ่อนขนาดเล็ก ออกตามซอกใบ ผลเดี่ยวสด ทรงกลม สีแดง เมื่อสุกสีม่วงเข้ม	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนใส่แกงคั่ว แกงแค ผลสุกกินเล่นเป็นผลไม้ ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย	พืชอาหาร
20	ปางมะโอ	ข่อย	Siamese rough bush, Tooth brush tree	เก๊าข่อย	Streblus asper Lour.	พบทั่วไปบริเวณพื้นราบในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ชอบดินร่วนปนทราย	เก้าข่อยเป็นไม้ยืนต้น มีน้ำยางขาว สูง 5-15 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน รูปวงรี หรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ผิวใบสาก ช่อดอกออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่คนละต้น ช่อดอกตัวผู้เป็นช่อกลม ช่อดอกตัวเมียออกเป็นกระจุกมี 2-4 ดอกย่อย กลีบดอกสีเหลือง ผลสด รูปไข่ เมื่อสุกมีสีเหลือง	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ใบ ก้านใบ ลำต้น และเปลือกต้น แช่น้ำเกลืออมแก้ปวดฟัน บรรเทาอาการเหงือกบวม ดับกลิ่นปาก ใช้รากและลำต้นเข้าตำรับยาแก้โรคกระเพาะ แก้โรคนิ่ว ใช้ยางพันปลายไม้แหย่เข้าหูเพื่อจับเห็บให้ติดออกมา	พืชอาหาร
21	ปางมะโอ	ตะคร้ำ	Chinyok, Takhram, Garuga	เก๊าค้ำ	Garuga pinnata Roxb.	พบทั่วไปในป่าดิบแล้ง ที่ค่อนข้างราบใกล้ลำห้วย และในป่าเบญจพรรณชื้น ที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 50-800 เมตร	เก๊าค้ำเป็นไม้ผลัดใบขนาดกลางสูง 10-20 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลปนเทา แตกเป็นสะเก็ดละเอียด ตามกิ่งมีขนอ่อนนุ่ม ใบประกอบขนนก ออกที่ส่วนปลายของกิ่ง ใบย่อยรูปรี ปลายใบแหลม ช่อดอกออกตามส่วนยอดของต้น ดอกย่อย รูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีเหลือง ผลกลม เนื้อนิ่ม เมล็ดสีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่จัดเป็นสีดำ	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้เปลือกต้นขูดใส่ลาบ จะช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น และป้องกันอาการท้องร่วง ใช้เปลือกต้นเข้าตำรับยาแก้ปวดท้อง แก้ไข้ และแก้ท้องเสีย และใช้ใบและก้านผสมในฮ่อมหรือครามสำหรับทำสีย้อมผ้า ช่วยให้สีที่ได้สม่ำเสมอเป็นเนื้อเดียวกัน	พืชอาหาร
22	ปางมะโอ	แค, แคบ้าน	Agasta, Sesban, Vegetable humming bird, Corl Wood Tree	แค	Sesbania grandiflora (L.) Pers.	พบขึ้นเป็นกลุ่มในป่าละเมาะทั่วไป สามารถปลูกได้ทุกที่ ชอบทั้งดินเหนียวและดินปนทราย	"แคเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูง 3-5 เมตร โตเร็วมีกิ่งก้านสาขามาก เปลือกเป็นสีน้ำตาล มีรอยขรุขระหนา เปลือกในมีสีชมพูรสฝาด ใบประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับ ก้านใบสีเหลือง ใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ ช่อดอกออกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาวหรือสีแดงคล้ายดอกถั่ว กลีบเลี้ยงเป็นรูประฆังหรือถ้วย ผลเป็นฝักแบนยาว เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก มีเมล็ดเรียงตรงกลางแถวเดียว 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ แคดอกสีขาว และแคดอกสีออน(สีแดง)"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนและดอกลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดฟัน ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาลมคุมธาตุ บำรุงโลหิต ขับเสมหะ แก้ปวดฟัน แก้เหงือกบวม แก้ท้องเสีย ดอกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้หวัด	พืชอาหาร
23	ปางมะโอ	ขี้อ้าย, หานกราย, กำจาย, กำจำ, คำเจ้า, ปู่เจ้าหามก๋าย, พระเจ้าหอมก๋าย, พระเจ้าหามก๋าย, สลิง, หามก๋าย, ตานแดง, ประดู่ขาว, มะขามกราย, หนามกราย, หามกราย, สังคำ		ปู่เจ้า	Terminalia nigrovenulosa Pierre	พบในป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าคืนสภาพทั่วไป ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด	เก๊าปู่เจ้าเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงถึง 30 เมตร ลำต้นตรง เปลือกต้นสีน้ำตาลคล้ำ แตกเป็นร่องตามยาว เปลือกในสีแดงอมเหลืองส้ม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือไข่กลับ ขอบขนาน ใบอ่อนมีขนนุ่มสีน้ำตาล ปกคลุมทั้งสองด้าน ช่อดอกแบบเชิงลด ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก สีขาวอมเหลือง ผลแห้งรูปรี มีปีก 4 ปีก เป็นครีบบางๆ ตามความยาวของผล	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้เปลือกต้นอมแก้ปวดฟัน แก้เหงือกบวม แก้รำมะนาด และใช้ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีดำ สีแดง สีน้ำตาล และสีเหลืองสด(เมื่อผสมสารส้ม)	พืชสมุนไพร
24	ปางมะโอ	พลับพลึงดอกขาว	Cape lily, Crinum lily, Giant Lily	บัวฮาขาว	Crinum asiaticum  L.	พบปลูกประดับทั่วไป ขึ้นได้ดีในดินทั่วไป ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้น ไม่ต้องการการบำรุงมาก เป็นพืชที่ทนทาน สามารถทนน้ำขังหรือบริเวณที่แห้งแล้งในบางช่วงได้	บัวฮาขาวเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 1 เมตร มีหัวใต้ดิน ส่วนเหนือดินประกอบด้วยกาบใบสีขาวหุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง กว้าง 7-15 ซม. ยาวประมาณ 1 เมตร หนาอวบน้ำ ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ แทงออกมาจากกลุ่มใบตอนปลาย มีดอกย่อยเป็นกระจุก 12-40 ดอก กลีบสีขาวและสีขาวแกมชมพู ผลเป็นผลสด	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ใบย่างไฟแล้วนำมาประคบแก้ฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก ดูดพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ถอนพิษไข้ บำรุงหัวใจ และชูกำลัง และใช้ต้นเป็นยาแก้ไข้ วิงเวียนศีรษะ ใช้กาบใบอ่อนทำดอกไม้ประดับตกแต่งในงานพิธีต่างๆ	พืชสมุนไพร
25	ปางมะโอ	ส้มชื่น, ประยงค์เกลื่อน		เก๊าช้างสาร	Glycosmis parva Craib	พบในป่าดงดิบและป่าโปร่งทั่วไปทุกภาคของประเทศ	เก๊าส้มชื่นเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูง 3-6 เมตร เปลือกต้นสีเทาตกกระเป็นดวงขาว ใบประกอบ ออกเรียงสลับ รูปหอกและขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 9-15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบมีคลื่นเล็กน้อย ผิวใบเรียบ สีเขียวเข้ม ดอกเป็นช่อกระจะขนาดใหญ่ ช่อเล็กออกเป็นกระจุก ดอกย่อยจำนวน 3-4 ดอก กลีบดอกสีขาว ผลกลุ่มรูปทรงกลม เป็นผลสด โตเท่าผลมะแว้งต้น เมื่อสุกมีสีชมพู มีเมล็ดกลมสีดำ 1 เมล็ด เมล็ดกลมสีดำ	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ใบสดแช่น้ำล้างหน้าเด็กช่วยให้สดชื่น ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ปวดเมื่อยเจ็บเอว ใช้ต้นและใบเข้าตำรับยารักษาโรคเก๊า และชาวบ้านเชื่อว่านำต้นไปปักเหนือน้ำที่ไหลเข้านาจะทำให้ข้าวสดชื่นขึ้นมา	พืชสมุนไพร
26	ปางมะโอ	เขียงผ่าช้าง	lance-leaved blumea	เกี๋ยงพายาว	Blumea lanceolaria (Roxb.) Druce	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ บริเวณหุบเขาหรือริมลำธาร ที่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,500 เมตร ชอบที่ชื้นใต้ร่มเงา	เกี๋ยงพาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและเส้นกลางใบสีม่วงเข้มถึงดำ มีขนละเอียดตามยอดอ่อนและช่อดอก ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปหอกกลับ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอกแยกแขนงออกตามยอดหรือปลายกิ่ง สีขาวอมเหลือง ผลสีน้ำตาลอ่อน ทรงกระบอกโค้งเล็กน้อย มีขนละเอียด เมล็ดมีขนช่วยในการกระจายพันธุ์	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบสดกินแกล้มกับลาบให้กลิ่นหอม และช่วยแก้ปวดศีรษะ ใช้ใบตัดหัวท้ายแช่น้ำร่วมกับข้าวสาร 7 เมล็ด ดื่มเป็นยาแก้วิงเวียนศีรษะ	พืชอาหาร
27	ปางมะโอ	สันพร้าหอม, หญ้าเสือมอบ, เกี๋ยงพาใย, ผักเพี้ยฟาน	Fortune Bogorchid, Fortune’s Eupatorium	เกี๋ยงพาลาบ	Eupatorium fortunei Turcz.	พบขึ้นตามหุบเขาหรือริมลำธาร ชอบดินร่วนและชุ่มชื้น มีแสงแดดส่องปานกลาง ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่พบปลูกมากในภาคเหนือและภาคอีสาน	เกี๊ยงพาลาบ หรือผักเกี๊ยงพาเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ลำต้นเป็นเปลาะเลื้อยแผ่ไปตามดิน ก้านใบและกิ่งก้านสีแดงเข้ม เป็นเหลี่ยมร่อง กิ่งแยกออกจากโคนต้น ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปขอบขนานหรือหอก ขนาดของใบกว้างประมาณ 2 ซม. ยาว 7-11 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย ผิวใบเกลี้ยง ใบมีกลิ่นหอม ดอกช่อกระจุกออกปลายยอด ก้านช่อดอกจะมีขนปกคลุมหนาแน่น ดอกย่อยขนาดเล็กมีสีแดงหรือสีขาว ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ผลแห้ง รูปขอบขนานแคบ สีดำ มี 5 สัน	เป็นพืชอาหาร ชาวบ้านใช้ใบอ่อนรับประทานเป็นผักแกลบลาบ	พืชอาหาร
28	ปางมะโอ	เกาลัด เกาลัดไทย	China chestnut	เกาลัดเมือง	Sterculia monosperma Vent.	เป็นไม้เขตร้อน มีผู้นำเข้ามาปลูกจากประเทศจีน ประเทศไทยพบในภาคเหนือและภาคกลาง แต่พบมากในจังหวัดน่าน	เกาลัดเมืองเป็นไม้ต้น สูง 4-30 เมตร เปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กตามยาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ มักกระจุกที่ปลายกิ่ง รูปรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง 5-15 ซม. ยาว 10-30 ซม.โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบหนา มัน และเรียบหรือย่นเล็กน้อย ก้านใบยาว 2-10 ซม. ช่อดอกแยกแขนง ออกแขนงจำนวนมาก ตามปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 35 ซม. ดอกย่อยเล็ก สีชมพูอมเขียว กลีบเลี้ยงโคนติดกัน ปลายผายออกเป็นรูปกรวย แยกเป็น 5 แฉก แต่ละแฉกโค้งงุ้มและติดกันบริเวณปลายกลีบ ไม่มีกลีบดอก ผลแห้งแล้วแตก รูปกระสวย เปลือกผลหนา เมื่อแก่จะปริแยกออกจากกัน เมล็ดเกลี้ยง สีน้ำตาลแกมแดง เนื้อในสีขาว กินได้	ชาวบ้านนำเมล็ดมาต้มกินเนื้อในเป็นอาหารว่าง	พืชอาหาร
29	ปางมะโอ	สบู่ดำ	Physic nut, Barbados nut	เก๊าหุ่ง	Jatropha curcas L.	พบขึ้นได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ชอบอากาศแห้ง กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี	เก๊าหุ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม สูง 1.5-3 เมตร ลำต้นเกลี้ยงอ้วน ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางใส หักใบออกมียางออกเป็นฟอง ใบเดี่ยวเรียงสลับ ลักษณะหนาโตมีหยักเว้า 3 หรือ 5 แฉก รูปไข่กว้าง โคนใบมนเว้า หลังใบและท้องใบเรียบ ดอกเล็กออกเป็นช่อแบนใหญ่ตามซอกใบ ดอกย่อยสีเขียวแกมเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกัน ตรงโคนกลีบดอกด้านในมีขนยาวสีขาว มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ลูกเป็นพวง ลูกหนึ่งมีสามพู เปลือกลูกและเมล็ดมีสีดำ เนื้อในขาวบีบน้ำมันออก	เป็นพืชสมุนไพร ชาวบ้านใช้น้ำยางทาสมานแผลสดต่างๆ เช่น แผลมีดบาด แผลปากเปื่อย	พืชสมุนไพร
30	ปางมะโอ	จินเจี๊ยะเหมาเยี่ย จักรนารายณ์ แปะตำปึง ผักพันปี		โกดเกาหลี	Gynura divaricata (L.) DC.	ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ทั้งกลางแจ้งและที่มีร่มเงา ชอบดินร่วนชื้น ชอบน้ำ และแสงแดดพอประมาณ	แป๊ะตำปึงเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเลื้อยทอดตามพื้นดิน อวบน้ำทั้งต้น และมียางใส สูง 0.5-0.8 เมตร กิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหอก ขอบใบจักห่าง ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลมหรือสอบแคบ ผิวใบหนามัน เนื้อใบขรุขระ ดอกช่อแยกแขนง ช่อยาว ชูตั้งขึ้น ออกตามซอกใบและปลายยอด ช่อย่อยกระจุกแน่น ใบประดับสีเขียวรูปทรงกระบอกหุ้ม กลีบดอกย่อยขนาดเล็ก สีเหลือง ก้านชูเกสรเพศเมียยาว แยกเป็น 2 แฉก มีลักษณะเป็นฝอยชูทั่วช่อดอกกระจุก ผลแห้ง เมล็ดล่อน	ชาวบ้านนำใบสดมากินกับน้ำพริก และใช้ใบสดหรือแห้งและต้นสด ต้มน้ำดื่มหรือดองเหล้าเป็นยาบำรุงกำลัง	พืชอาหาร
31	ปางมะโอ	ว่านมหาเมฆ	pink and blue ginger	ขมิ้นม่วง	Curcuma aeruginosa Roxb.	พบได้ตามทุ่งหญ้าและป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี	ขมิ้นม่วงเป็นพืชตระกูลเดียวกับขิง-ข่า เหง้าอยู่ใต้ดิน ใบรูปหอก เส้นกลางใบสีแดง ใบจะโผล่ขึ้นมาในช่วงฤดูฝนหลังจากที่ดอกเริ่มเหี่ยวเฉา และใบจะเริ่มเหี่ยวเฉาช่วงต้นฤดูหนาว ช่อดอกออกจากใจกลางต้น ถ้าต้นอายุมากเหง้าจะมีขนาดใหญ่ช่อดอกก็จะใหญ่ตามไปด้วย ดอกมีใบประดับรูปกรวยเรียงซ้อนกัน ปลายช่อดอกมีสีชมพูถึงแดงเข้ม โคนช่อดอกมีสีเขียวอ่อนถึงเขียว อีกทั้งยังมีดอกเป็นหลอดรูปกรวยขนาดเล็กสีเหลืองบริเวณใบประดับโคนช่อดอก เนื้อในหัวเป็นสีม่วงแก่แกมสีฟ้า ถ้าทิ้งไว้หลายปี จะกลายจากสีม่วงเป็นสีเหลือง	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เหง้าหั่นเป็นแว่นสดหรือตากแห้งต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคกระเพาะ แก้ท้องร่วง แก้หืดหอบหายใจไม่ปกติ แก้ไข้ แก้อาเจียน หรือหั่นดองเหล้าดื่มเป็นยารักษาอาการจุกเสียดแน่นท้อง และรักษาอาการท้องร่วงได้ดี ให้สตรีหลังคลอดบุตรดื่มเป็นยารัดมดลูก รักษาอาการปวดและอักเสบมดลูก และเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง ขับลม บำรุงร่างกาย	พืชสมุนไพร
32	ปางมะโอ	พะยอม	Shorea, White meranti	ขะยอม	Shorea roxburghii G.Don	พบทั่วทุกภาคของประเทศ ในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 60–1000 เมตร	ขะยอมเป็นไม้ต้นสูง 15-30 เมตร เปลือกสีเทาเข้มแตกเป็นร่อง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานกว้าง 3.5-6.5 ซม. ยาว 8-15 ซม. ปลายใบมนหรือเป็นติ่งสั้นๆ โคนใบมน ขอบใบเป็นคลื่นผิวเรียบมัน ช่อดอกสีขาวนวลถึงเหลืองอ่อนออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีกลิ่นหอมแรง ผลรูปรีกว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 2 ซม. กลีบเลี้ยงเจริญไปเป็นปีกยาว 3 ปีกสั้น 2 ปีกคล้ายผลยาง	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ดอกอ่อนปรุงอาหารประเภทต้ม และตำใส่ยำใส่งาหรือปลาแห้ง ดอกบานเด็ดแช่น้ำดื่มเป็นยาบำรุงหัวใจ ไม้ใช้สร้างบ้าน	พืชอาหาร
33	ปางมะโอ	ข่า	Galangal, Greater Galangal, Chinese Ginger	ข่า	Alpinia galanga (L.) Willd.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง	ข่าเป็นไม้ล้มลุกสูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อปล้องชัดเจน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก วงรี หรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ช่อดอกออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุด มีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้เหง้าแก่หั่นเป็นแว่นปรุงอาหารประเภทต้มยำ ต้มส้ม ใช้ตำผสมกับพริกแกงทำน้ำพริกข่า ใช้หน่ออ่อนลวกเป็นผักกินกับน้ำพริก ใช้เหง้าแก่ขนาดเท่าหัวแม่มือทุบต้มน้ำดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดท้อง ใช้ฝนผสมเหล้าขาว น้ำส้มสายชู หรือตำแช่แอลกอฮอล์ ทารักษากากเกลื้อนตามผิวหนัง หรือหั่นเป็นแว่นตากแห้งต้มน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง จุกเสียดแน่นท้อง ขับลมในกระเพาะ	พืชอาหาร
34	ปางมะโอ	ข่าคม	shell ginger	ข่าคม	Alpinia zerumbet (Pers.) B.L.Burtt & R.M.Sm.	พบในป่าดิบชื้นบริเวณริมลำธาร หรือที่ชื้นแฉะ ทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบอากาศค่อนข้างร้อน มีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ข่าคมเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ต้นเกิดจากกาบใบอัดกันแน่น สูง 1.5-2 เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ กว้าง 4-8 ซม. ยาว 10-50 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบเป็นติ่งแหลมสั้น ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ช่อดอกสีขาวทรงกระบอก ออกตั้งตรงที่ปลายยอดคล้ายดอกกล้วยไม้ ช่อดอกยาว 20-30 ซม. ดอกย่อยสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้น ๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ผลอ่อนสีเขียวมีขนนุ่มปกคลุม เมื่อแก่ให้สีแดงหรือส้ม มีเมล็ดอยู่ภายใน	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ช่อดอกอ่อนใส่แกงหน่อไม้ หรือนำไปเผา ลวก หรือต้ม กินกับน้ำพริกหรือลาบ ใช้เหง้าฝานเข้าตำรับยาแก้เจ็บท้อง แน่นท้อง จุกเสียด	พืชอาหาร
35	ปางมะโอ	ระงับพิษ จ้าสีเสียด ผักหวานด่าง ปริก		ขางจ้ำไพร	Breynia glauca Craib	พบในป่าเต็งรัง บริเวณที่อากาศร้อนชื้นและโล่งแจ้ง ทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน	ขางจ้ำไพรเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมัน หลังใบสีอ่อน มีหูใบ 2 ข้างติดอยู่โคนก้านใบ คล้ายต้นผักหวานแต่ใบเล็กกว่า ดอกเล็กเป็นช่อ ผลโตขนาดเมล็ดพริกไทย ผลแก่จัดมีสีดำ	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ลำต้นต้มน้ำหรือฝนดื่มเป็นยาแก้ไข้ บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ใช้รากหรือลำต้นต้มน้ำดื่มรักษาโรคนิ่ว	พืชสมุนไพร
36	ปางมะโอ	หำฟาน		ขามคัวะ	Pterospermum semisagittatum Buch.-Ham. ex Roxb.	พบในป่าเบญจพรรณภาคเหนือ ตะวันออก และภาคใต้ ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 100-300 เมตร	ขามคัวะเป็นไม้ต้นมีพุ่มอยู่ปลายยอด ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ใบรูปไข่และรูปรี ขนาดใบกว้าง 5-6 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบจักฟันเลื่อย ผิวใบเรียบ หลังใบสีอ่อน กิ่ง ก้านใบ และผิวใบมีขนนุ่มสีน้ำตาลปกคลุม	เป็นพืชสมุนไพร เปลือกต้นใช้เคี้ยวกินกับหมากมีรสฝาด รักษาโรคทางปาก แผลในปาก แก้อาการเจ็บเหงือก และช่วยบำรุงรักษาเหงือก	พืชสมุนไพร
37	ปางมะโอ	มะขามป้อม	Emblic myrabolan, Malacca tree	มะขามป้อม	Phyllanthus emblica L.	พบประปรายในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงทั่วไป มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี	ขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเดี่ยว ออกตามกิ่งและซอกใบจำนวนมาก เป็นผลสด รูปทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อหนา มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ดกลม สีเขียวเข้ม	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลแก่กินเป็นผลไม้ เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยลดไข้ แก้ลม บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ	พืชอาหาร
38	ปางมะโอ	ข้าวหลามดง		ข้าวหลามดง	Goniothalamus laoticus (Finet & Gagnep.) Bân	พบขึ้นกระจายอยู่ในป่าดิบแล้งหรือป่าดิบเขาทุกภาคของประเทศ ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 100-1,200 เมตร ชอบที่ร่ม มีแสงแดดรำไร แต่การเจริญเติบโตค่อนข้างช้า	ข้าวหลามดงเป็นไม้พุ่มใบดกหนา เปลือกสีน้ำตาลเข้ม ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ กว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาเรียบมัน หลังใบมีสีอ่อน ยอดอ่อนมีขนกำมะหยี่สีน้ำตาลเข้มปกคลุม	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ต้นเข้ายาแก้ขาง 108 แก้ร้อนใน แก้โรคดีซาน แก้โรคตานขโมย ตากแห้งเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง บำรุงกำลังหลังฟื้นไข้ แก้ปวดเมื่อย และใช้เปลือกย้อมผ้าฝ้าย ให้สีแดง	พืชสมุนไพร
39	ปางมะโอ	ขิง	Ginger	ขิง	Zingiber officinale Roscoe	พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง	ขิงเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะ ลำต้นเทียมแทงขึ้นเป็นกอ มีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับถี่ รูปหอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 12-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ช่อดอกรูปกระบองโบราณ แทงขึ้นจากเหง้า ดอกย่อยสีขาว ทุกๆ ดอกมีกาบสีเขียวปนแดงรูปโค้งห่อรองรับ กลีบดอกและกลีบเลี้ยง มีอย่างละ 3 กลีบ หลุดร่วงเร็ว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ปลายกลีบแผ่กว้าง เกสรผู้มี 6 อัน ผลรูปทรงกลม และแข็ง	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบสดกินกับยำหน่อไม้หรือแกงหน่อไม้ เหง้าสดขนาดเท่าหัวแม่มือทุบให้แตกต้มน้ำดื่มแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง อาการคลื่นไส้ อาเจียน เหตุจากธาตุไม่ปกติ และเข้าตำรับยาแก้ไอ ขับเสมหะ โรคโลหิตจาง อาการหายใจขัด โรคเก๊า โรคมะเร็ง และ ลดความดัน	พืชอาหาร
40	ปางมะโอ	ขิงดา ขิงแมงดา		ขิงดา	Zingiber kerrii Craib	พบในเขตป่าของชุมชน ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำดี และอากาศค่อนข้างชื้น	ขิงแมงดาเป็นพืชล้มลุกขนาดใหญ่ ตระกูลขิง-ข่า สูง 1.5-2 เมตร มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นแข็งออกมาจากไต้ดิน มีสีเขียว มีกาบใบ ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 25-30 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเป็นคลื่น โคนใบมน ผิวเรียบมัน มีสีเขียวเข้ม หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ มีหูใบลักษณะเป็นเยื่อบางๆ 2 ข้าง	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใบอ่อนรับประทานเป็นผักเคียงกับแกงหน่อไม้ ใช้เหง้าต้มน้ำดื่มช่วยขับลมในลำไส้ แก้ท้องเสีย แก้ธาตุพิการ	พืชอาหาร
41	ปางมะโอ	ขมิ้น	Turmeric	ขี้มิ้น	Curcuma longa L.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ อากาศค่อนข้างร้อนและมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ขี้มิ้นเป็นพืชล้มลุก สูง 30-90 ซม.เหง้าใต้ดินรูปไข่ มีแขนง รูปทรงกระบอก เนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า รูปใบหอก กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ช่อดอกแทงจากเหง้า แทรกระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อน บานครั้งละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พู	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้เหง้าตำผสมน้ำพริกแกงต่างๆ หรือใส่ต้มส้มปลา ต้มส้มไก่ ดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติ ใช้ฝนทาแก้ผื่นคัน บดใส่น้ำทาแก้โรคผิวหนังเรื้อรัง แผลพุพองน้ำเหลืองเสีย หรือตากแห้งบดเป็นผงโรยแผล ใช้ต้มน้ำให้งวดเหลือ 1 ใน 3 ดื่มแก้ท้องเดิน หรือบดผสมกล้วยอ่องและน้ำผึ้งทำยาลูกกลอนกินแก้โรคกระเพาะ เข้าตำรับยาแก้ปวดกระดูก เอ็นตึง และย้อมผ้าฝ้าย ให้สีส้มอมเหลือง	พืชอาหาร
42	ปางมะโอ	ขมิ้นอ้อย	Zedoary, White turmeric	ขมิ้นขึ้น	Curcuma zedoaria (Christm.) Roscoe	ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบอากาศค่อนข้างร้อน มีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน ดินร่วนซุย และไม่มีน้ำท่วมขัง	ขี้มิ้นขึ้นมีลักษณะโดยทั่วไปคล้ายขี้มิ้นมากแต่ต้นสูงกว่า ขนาดเหง้าและใบใหญ่กว่า เหง้ามักโผล่ขึ้นมาเหนือดินเล็กน้อย มีเนื้อในสีเหลือง กลีบดอกสีนวล ใบประดับ ที่อยู่ส่วนล่างของช่อมีสีเขียวปลายแกมชมพูที่อยู่ส่วนบนรูปใบหอกสีแดงเข้ม	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้เหง้าเป็นเครื่องเทศ ตำใส่แกงต่างๆ ร่วมกับตะไคร้ หั่นเป็นแว่นใช้สดหรือตากแห้งต้มน้ำดื่ม แก้โรคกระเพาะ แก้ท้องร่วง แก้หืดหอบหายใจไม่ปกติ แก้ไข้ แก้อาเจียน เข้าตำรับยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย แก้โรคมะเร็ง และลดความดัน	พืชอาหาร
43	ปางมะโอ	ขี้เหล็ก	Cassod tree, Thai copper pod, Siamese cassia	ขี้เหล็กใบใหญ่	Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & Barneby	พบในป่าเบญจพรรณชื้นทั่วทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ทนแล้ง และต้องการน้ำปานกลาง	ขี้เหล็กเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร เปลือกต้นแก่สีเทาถึงดำ ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 1.5 ซม. ยาว 4 ซม. ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแกมเขียว ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบและผิวใบเรียบ มีหูใบ 2 อัน ช่อดอก ออกปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง มี 5 กลีบ ก้านเกสรเพศผู้ 10 อัน ขนาดไม่เท่ากัน ผลเป็นฝัก แบนยาวและหนา ผิวมีขนละเอียด เมล็ดสีน้ำตาลมีจำนวนมาก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนทำแกง ใช้รากต้มน้ำดื่ม ช่วยขับปัสสาวะ ใช้ใบต้มน้ำดื่มใช้ถอนพิษ และแก้ท้องผูก	พืชอาหาร
44	ปางมะโอ	แสมสาร ขี้เหล็กสาร		ขี้เหล็กป่า	Senna garrettiana (Craib) H.S.Irwin & Barneby	พบในป่าเต็งรังทั่วทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุย ชอบแสงแดดจัด	ขี้เหล็กป่าเป็นไม้ยืนต้น เปลือกสีดำ สูงได้ถึง 10 เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ ใบย่อยรูปใบหอก หรือรูปไข่กว้าง ขนาดกว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-9 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ โคนใบมน ผิวใบมัน หลังใบสีอ่อน มีหูใบ 2 ข้างที่โคนก้านใบ กิ่งเป็นเหลี่ยม ช่อดอกสีเหลืองขนาดใหญ่ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักแบน เป็นมัน มักจะบิดเบี้ยว	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มแก้โรคริดสีดวงทวาร ขับเสมหะ ยอดต้มน้ำดื่มแก้โรคเบาหวาน ดอกต้มน้ำดื่มแก้โรคนอนไม่หลับ	พืชสมุนไพร
45	ปางมะโอ	เข็มขาว เข็มพระราม	Siamese white ixora	เข็มขาว	Ixora lucida R.Br. ex Hook.f.	เป็นพรรณไม้ที่ชอบขึ้นตามธรรมชาติในป่าราบ หรือป่าเบญจพรรณ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินร่วนชุ่มชื้น มีแสงแดดจัด ทนแล้ง	เข็มขาวเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลางเป็นพุ่มแน่น แตกกิ่งใกล้ผิวดินจำนวนมาก ลำต้นสูงประมาณ 1-3 เมตร เปลือกสีดำ มีหูใบ 2 ข้าง น้ำยางใส ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีขอบขนาน ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบค่อนข้างหนา ช่อดอกซี่ร่มขนาดใหญ่แน่นทึบ ก้านดอกยาวกว่าดอกเข็มอื่น ๆ ดอกย่อยรูปหลอดปลายแยกเป็น 4-5 กลีบ ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผลเป็นรูปรี เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8 เซนติเมตร มีเนื้อนุ่ม ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่สีดำ	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาช่วยเจริญอาหาร และแก้โรคตาต่างๆ	พืชสมุนไพร
46	ปางมะโอ	คราม	Indigo, true indigo	คราม	Indigofera tinctoria L.	พรรณไม้นี้มีอยู่ในป่าโปร่งทางภาคอีสานและภาคเหนือ ขึ้นได้ดีในดินที่ระบายน้ำดี ในที่ดอนซึ่งแสงแดดส่องถึง มีร่มเงาบ้างหรือเปิดโล่ง	ครามเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีใบน้อย เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยรูปรี ปลายใบมีติ่งยาวแหลมแข็ง โคนใบมน ขอบใบเรียบ ช่อดอกกระจะออกตามซอก ดอกย่อยคล้ายดอกถั่วสีชมพู ผลเป็นฝักแบนสีน้ำตาล	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ทั้งต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้บวมพอง และเป็นยาระบาย ใช้กิ่งย้อมผ้าฝ้าย ให้สีคราม	พืชสมุนไพร
47	ปางมะโอ	กำลังควายถึก เถาวัลย์ยั้ง ก้ามกุ้ง		เครือเดา	Smilax perfoliata Lour.	พบทั่วไปในป่าธรรมชาติทุกภาคของประเทศ ชอบแสงแดดรำไร ดินร่วน มีความชื้นสูงถึงปานกลาง	"เครือเดาเป็นไม้เถาเลื้อยพันไม้อื่น หรือเลื้อยตามพื้นดิน เถาสีเขียวอมม่วง ตามเถามีหนามแหลมและมือเกาะ ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปไข่กลม ปลายมน โคนใบมนหรือเว้ารูปหัวใจ เนื้อใบหนา ผิวเกลี้ยง มีเส้นใบ 5-6 เส้น ช่อดอกกระจะ มีช่อย่อยแบบช่อซี่ร่ม ดอกย่อยสีเหลืองอ่อน มีหัวลงใต้ดิน เปลือกหัวสีดำ 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ เครือเดาหลวง มีใบขนาดใหญ่ และเครือเดาน้อย มีใบขนาดเล็ก ใช้ประโยชน์ทั้ง 2 ชนิด เหมือนกัน แต่นิยมกินเครือเดาหลวงกินเป็นผัก และนิยมใช้เครือเดาน้อยปรุงยา"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนรับประทานสดกับน้ำพริก หัวใต้ดินมีรสหวานเล็กน้อย ใช้ต้มทำเป็นยาห่ม(ยาอยู่ไฟ) สำหรับสตรีหลังคลอดบุตร ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น หั่นตากแห้งดองเหล้าหรือต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเลือด แก้เลือดจาง ดับพิษในกระดูกและเส้นเอ็น และใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปัสสาวะขัด	พืชอาหาร
48	ปางมะโอ	ตดหมูตดหมา ตำยานตัวผู้ พังโหม	Fever vine	เครือตดหมา	Paederia linearis Hook.f.	พบทั่วไปในที่รกร้าง ในป่าธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าผสมผลัดใบและป่าเต็งรัง ขึ้นได้ในดินทุกชนิด และทนแล้ง	เครือตดหมาเป็นไม้เถาขนาดเล็ก มีกลิ่นเหม็นเขียวเฉพาะ และมียางขาวทั้งต้น ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอก ปลายแหลมหรือเรียวยาว โคนเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ผิวเรียบมัน เถาและใบมีขนละเอียดปกคลุม ช่อดอกออกเป็นกระจะตามซอกใบ ดอกย่อยสีชมพู	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนกินเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก แกล้มลาบ และตำมะม่วง เป็นยาขับน้ำนม แก้อาการอักเสบที่คอ ปาก และเป็นยาระบายอ่อนๆ ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ตาฟาง ตาแฉะ ตามัว ยอดและเถาใช้ผสมในตำรับยาแก้บ่อง ยาขับลมในลำไส้ ยาบำรุงธาตุ แก้ตาฟาง ตาแฉะ ยาแก้สรรพพิษ แก้ท้องอืด แก้เจ็บท้อง แน่นท้อง จุกเสียด แก้นิ่ว ยาแก้ห้าต้น	พืชอาหาร
49	ปางมะโอ	โมกเครือ	Burkill	เครือไส้ตัน	Amphineurion marginatum (Roxb.) D.J.Middleton	พบบริเวณป่าเบญจพรรณทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ทนแล้ง	เครือไส้ตัน ผักไส้ตัน หรือหญ้าไส้ตันเป็นไม้เถาเลื้อย สูง 4-10 เมตร ลำต้นสีน้ำตาลเข้ม ผิวลำต้นและกิ่งตะปุ่มตะป่ำและมีช่องอากาศ มียางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน ขนาดกว้าง 4.0–5.2 ซม. และ ยาว 8.2–12.1 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวหนามัน ก้านใบและยอดสีแดง ช่อดอกแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกย่อยสีขาวเชื่อมกันเป็นรูปกรวย ผลเป็นฝัก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริกหรือลาบ ใช้เคี้ยวกินสดหรือตัดหัวท้ายแช่น้ำร่วมกับยอดมะก้วยแก๋วดื่มเป็นยาแก้ท้องเสีย ใช้เครือเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ถ่ายเป็นเลือด	พืชอาหาร
50	ปางมะโอ	งาขี้ม้อน	Perilla, Chinese basil, Purple mint, Shiso, Zi-su-zi, Beefsteak plant	งาม้อน	Perilla frutescens (L.) Britton	พบปลูกมากในจังหวัดน่าน และแถบภาคเหนือของประเทศไทย ขึ้นได้ดีในดินร่วนอุดมสมบูรณ์ทั่วไป	งาม้อนเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ต้นสูงไม่เกิน 1.5-1.8 เมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กว้าง กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อย ผิวใบมีขนนุ่มสีขาวทั้ง 2 ด้าน ดอกออกเป็นช่อใหญ่ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอด แยกเป็นสองปาก ผลแห้งไม่แตก ให้เมล็ดคล้ายเมล็ดข้าวฟ่างเล็กๆ ที่นกกิน ขนาดเล็กกว่าเมล็ดงาดำ กรอบ และมีกลิ่นหอม	เป็นพืชอาหาร ใช้เมล็ดตำผสมเกลือและน้ำอ้อย นำมาคลุกหรือยัดไส้ข้าวเหนียวกินเป็นของว่าง เรียกข้าวหนึบ ข้าวบ่าย หรือข้าวแดกงา	พืชอาหาร
51	ปางมะโอ	แคฝอย แคสี แคทราย		แคฝอย	Stereospermum cylindricum Pierre ex Dop	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ชอบขึ้นตามริมลำธาร	แคฝอยเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นตรงแตกกิ่งต่ำ เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปรี ปลายเรียวแหลม โคนสอบและเบี้ยว ขอบใบหยักตื้นๆ ผิวเรียบ ช่อดอกสั้น ออกตามปลายกิ่ง ประมาณ 3-7 ดอก ดอกย่อยขนาดใหญ่สีขาวรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ขอบกลีบย่นเป็นริ้ว ผลเป็นฝักชนิดเปลือกแข็ง 2 ชั้น รูปขอบขนาน บิดไปมา เมล็ดแบนมีเยื่อบางๆ ติดหัวท้ายคล้ายปีก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร นำดอกมาต้ม ลวก หรือนึ่งกินกับน้ำพริก ใช้เนื้อไม้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้บวม แก้พยาธิ แก้ท้องร่วง แก้ริดสีดวง แก้ตกเลือด ฝนกับหินฝนยาใส่น้ำสะอาดดื่มเป็นยาอยู่ไฟ แก้เจ็บหัว เมาหัว และเข้าตำรับยาบำรุงและเร่งน้ำนม	พืชอาหาร
52	ปางมะโอ	งิ้วป่า	Bombax, Ngiu	งิ้วป่า	Bombax anceps Pierre	เป็นพรรณไม้ผลัดใบขึ้นสูงเหนือไม้อื่น พบทั่วไป แต่ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณที่มีหินปูน ชอบแสงแดดจัด เจริญเติบโตได้ดีในดินไม่อุ้มน้ำ	งิ้วป่าเป็นไม้ต้น ผลัดใบ สูง 20-35 เมตร เปลือกสีเทา มีหนามแหลมคมตามลำต้นและกิ่งก้าน ใบประกอบแบบนิ้ว 5-7 ใบ ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีแกมไข่กลับ ขนาดใบกว้าง 4-6 ซม. ยาว 11-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาวแกมเขียว เกสรตัวผู้เชื่อมติดกัน แยกเป็น 5 มัด ผลแห้งแตก รูปขอบขนาน ขอบเป็นเหลี่ยม มี 5 พู แตกตรงกลางพู เมล็ดจำนวนมาก มีปุยสีขาวหุ้ม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคบิด แก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ร้อนใน รักษาแผลอักเสบ	พืชสมุนไพร
53	ปางมะโอ	งิ้วแดง, งิ้วบ้าน	Kapok tree, Cotton tree, Red cotton tree, Shaving brush, Silk cotton tree	งิ้วใหญ่	Bombax ceiba L.	ขึ้นกระจายตามป่าทุ่งและป่าเบญจพรรณทั่วไป แต่พบมากในภาคเหนือและภาคอีสาน ชอบขึ้นตามดินทรายริมแม่น้ำ	งิ้วใหญ่เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ผลัดใบก่อนออกดอก ลำต้นตลอดจนกิ่งก้านมีหนามแหลมคม ให้ใบประกอบรูปนิ้วมือ 5 ใบย่อย ดอกใหญ่ออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง กลีบรองดอกแข็งรูปถ้วย กลีบดอกโตนิ่ม สีแดงหรือสีแสดแดง ผลกลมยาวเหมือนลูกนุ่น ภายในมีปุยนุ่นสีขาว	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ก้านเกสรเพศผู้จากดอกใส่น้ำขนมจีนน้ำเงี้ยวเพื่อเพิ่มรสชาติ ใช้เปลือกตากแห้งต้มน้ำรวมกับข้าวเปลือกข้าวจ้าว ดื่มแทนน้ำชาแก้โรคไต และเข้าตำรับยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย	พืชอาหาร
54	ปางมะโอ	สะค้าน		จะค่าน	Piper interruptum Opiz	พบทั่วไปในป่าดงดิบชื้น พบมากในภาคเหนือ ชอบร่มรำไรใต้ไม้ใหญ่	จะค่านเป็นไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยพันต้นไม้อื่น ลำต้นเป็นข้อ ทุกข้อมีรากหุ้มโดยรอบ ตามเถาเป็นเฟือง เบียดกันเป็นรัศมีแถวยาว ใบเหมือนใบพลู ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ผิวเรียบมัน หลังใบสีอ่อน ช่อดอกออกตามซอกใบ เป็นสายยาว ดอกย่อยสีเขียว ผลกลุ่มออกตามซอกใบ ผลย่อยรูปทรงกลมสีเขียว	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้เถาหั่นใส่แกงแค แกงคั่วไก่ แกงคั่วจิ้น(เนื้อหมู) แกงเมืองต่างๆ ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้จุกเสียด ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ และตากแห้งผสมในตำรับยาจู้ ยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย บำรุงธาตุ	พืชอาหาร
55	ปางมะโอ	ตะไคร้	Lapine, Lemon grass	จ๊ะไค้	Cymbopogon citratus (DC.) Stapf	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุย ชอบน้ำ ชอบแดด น้ำไม่ขัง	จ๊ะไคเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็นกอ เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ข้อและปล้องสั้นมากกาบใบสีขาวนวลหรือขาวปนม่วง ยาวและหนาหุ้มข้อและปล้องไว้แน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 1-2 ซม. ยาว 70-100 ซม. แผ่นใบและขอบใบสากและคม ออกดอกยาก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ต้นตำผสมกับพริกแกงหรือตัดเป็นท่อนใส่ต้มและแกง ช่วยดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติ ใช้ต้มน้ำดื่มช่วยขับลม หรือใช้อาบลดไข้ ทั้งต้นและรากสับละเอียดตากแห้ง ชงน้ำร้อนดื่มแทนชา ช่วยขับปัสสาวะ แก้ปวดเอว ใช้เข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน แก้ไข้ อ่อนเพลีย แก้ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ	พืชอาหาร
56	ปางมะโอ	น้อยโหน่ง	Custard apple, Sugar apple, Bullock’s heart	นมวัว	Annona reticulata L.	เจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ชอบอากาศแล้ง ไม่ชอบที่ชื้นและน้ำขัง พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	จันท้า หรือนมวัวเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 6-7 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานหรือขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 4-6 ซม. ยาว 12-15 ซม. ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว ค่อนข้างหนา ผลเป็นผลกลุ่มเชื่อมรวมกันเป็นผลเดียว รูปร่างค่อนข้างกลมหรือคล้ายรูปหัวใจ เมื่อสุกมีสีแดงคล้ำ	เป็นพืชอาหาร ใช้ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
57	ปางมะโอ	จำปา	Champak, Orange chempaka, Sonchampa	จำปา	Magnolia champaca (L.) Baill. ex Pierre	พบทั่วไปทั่วทุกภาคของประเทศ ส่วนใหญ่ปลูกเป็นไม้หอมและประดับบ้าน ชอบแดดและที่ดอน มีน้ำถ่ายเทตลอด	จำปาเป็นไม้ต้น สูง 10–30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มโปร่ง ลำต้นตรง เปลือกต้นสีขาวปนเทา ค่อนข้างเรียบ ยอดอ่อนมีหูใบหุ้ม ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ใบรูปรีแกมขอบขนานถึงรูปหอก กว้าง 4–10 ซม. ยาว 5–20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนมนหรือสอบ ดอกเดี่ยวสีเหลืองส้ม ออกตามซอกใบ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกรวมกัน 12–15 กลีบ กลีบรูปหอกกลับ เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก รังไข่รวมกันเป็นแท่ง ผลกลุ่มรูปรีหรือรูปไข่ เปลือกแข็ง เปลือกผลมีจุดสีขาวขรุขระโดยรอบ ผลแก่สีน้ำตาล แตกด้านข้าง เมล็ดมีสีแดงค่อนข้างกลม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากต้มน้ำดื่มบำรุงโลหิตสตรีอยู่เรือนไฟให้ตก ระงับการอักเสบ ถอนพิษผิดสำแดง ใช้ดอกเป็นยาแก้ไข้ ตาบวม บำรุงประสาท บำรุงธาตุ บำรุงโลหิต	พืชสมุนไพร
58	ปางมะโอ	จ้ำ		จ้ำ	Ardisia attenuata Wall. ex A.DC.	ชอบขึ้นบริเวณใกล้ลำธารที่มีดินปูนหินปูนทราย มีความชื้น พบได้ในป่าดิบเขาทั่วไป	จ้ำเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ หรือยืนต้นขนาดเล็ก สูงถึง 10 เมตร ยอดอ่อนสีแดง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหอกและรูปรี กว้าง 2-6 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน เนื้อหนาและกรอบ หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ลักษณะอวบน้ำ ดอกย่อยสีขาว กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ผลกลุ่ม ผลย่อยเป็นผลสด รูปเกือบกลม เนื้อผลนิ่ม ก้านชูผลมีลักษณะอวบน้ำ	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ยอดอ่อนมีรสฝาด ใช้กินเคียงกับส้มตำ ตำไข่มดแดง เป็นยาแก้ท้องเสีย แก้จุกเสียด แน่นท้อง โรคกระเพาะ และสมานแผลได้ดี	พืชอาหาร
59	ปางมะโอ	เหมือดจี้ พลองเหมือด		จี้	Memecylon scutellatum (Lour.) Hook. & Arn.	พบในป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย ค่อนข้างแห้งแล้ง ชอบแสงแดดจัด	จี้เป็นไม้พุ่มต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูงถึง 9 เมตร เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลดำ แตกขรุขระเป็นร่องยาวตามต้น ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบเรียบ ปลายแหลม ขอบใบขนาน สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบ กลีบดอกสีม่วง ผลเป็นผลเดี่ยว กลมแป้น ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีม่วง หนึ่งผลมี 1 เมล็ด	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ยอดอ่อนมีรสฝาด ใช้กินสดกับน้ำพริก ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้เจ็บคอ แก้ไอ เป็นยาดับพิษไข้ แก้พิษ แก้ปวด แก้บิดท้องร่วง เข้าตำรับยาแก้โรคกระเพาะ แก้โรคนิ่ว ใช้ลำต้นทำไม้กวาด	พืชอาหาร
60	ปางมะโอ	เร่วป่า	Mak kouk	จี๋กุ๊ก	Amomum dealbatum Roxb.	พบมากในป่าดิบชื้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นได้ดีในที่มีความชื้นสูง ริมลำธาร ชอบดินร่วนซุย ไม่มีน้ำท่วมขัง	จี๋กุ๊กเป็นพืชล้มลุก ลำต้นแข็ง สูง 1-2 เมตร มีเหง้าใต้ดิน อายุหลายปี หัวสีขาวอมเหลือง รสเผ็ดขื่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 8-15 ซม. ยาว 40-50 ซม. แผ่นใบเรียบเป็นมันวาว มีกาบใบห่อม้วนกันเป็นลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อที่โคนลำต้น มีกลีบเลี้ยงซ้อนกันอัดแน่น สีเขียวปนน้ำตาล กลีบดอกย่อยสีขาวเป็นหลอด พองเป็นกระเปาะ และปากเปิด ส่วนปากกลีบดอกที่เปิดมีแถบสีเหลือง 1 แถบ ตรงกลาง ผลกลมเกลี้ยง ขนาดเล็ก เมื่อแก่ผลจะแห้งและแข็ง	เป็นพืชอาหาร ใช้ช่อดอกหรือหน่ออ่อนต้มเป็นผักจิ้มน้ำพริก กินกับส้มตำ หรือใส่รวมกับผักอื่นในแกงแค ใช้เหง้าเข้าตำรับยาแก้หอบหืดสำหรับเด็กเล็ก แก้เจ็บท้อง แน่นท้อง จุกเสียด	พืชอาหาร
61	ปางมะโอ	บอระเพ็ด เจตมูลยาน เถาหัวด้วน	Heart-leaved moonseed	จุ่งจาลิง	Tinospora crispa (L.) Hook. f. & Thomson	พบขึ้นกระจายทั่วไปทุกภาคของประเทศ ชอบขึ้นในที่ร่มรำไร ชื้นแฉะ อากาศเย็น	จุ่งจาลิงเป็นไม้เถาเลื้อยพัน ตามเปลือกลำต้นมีปุ่มปมกระจายทั่วไปเป็นจำนวนมาก ยางมีรสขมจัด ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ป้อม โคนใบรูปหัวใจ ปลายเรียวแหลม ขอบเรียบ ดอกออกเป็นช่อมีขนาดเล็กมาก สีเหลืองอมเขียว ผลรูปไข่สีเหลืองหรือสีส้ม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เถาตำคั้นน้ำหรือต้มน้ำเคี่ยวให้เหลือ 1 ใน 3 ดื่มแก้ไข้ ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ รักษาโรคภูมิแพ้ ทุบแช่น้ำผสมน้ำผึ้งดื่มแก้หวัด ให้ไก่และสุนัขกินแก้อาการเหงา หรือบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งทำยาลูกกลอนกินรักษาอาการเบื่ออาหาร และใช้เข้าตำรับยารักษาอาการปวดกระดูก แก้พิษยาฆ่าแมลง แก้ผื่นคัน	พืชสมุนไพร
62	ปางมะโอ	สลีเถาชาลี	Chinese tinospora	จุ่งจาลิงตัวผู้	Tinospora sinensis (Lour.) Merr.	พบขึ้นกระจายทั่วไป ชอบขึ้นในที่ร่มรำไร ชื้นแฉะ อากาศเย็น	จุ่งจาลิงตัวแม่เป็นไม้เถาเลื้อยพัน เปลือกลำต้นมีปุ่มปมเล็กๆ กระจายทั่วไปเป็นจำนวนมาก ทุกส่วนมีรสขมโดยเฉพาะเถาแก่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ โคนรูปหัวใจ ปลายเรียวแหลม ขอบเรียบ หลังและท้องใบ มีขนสั้นๆ ลักษณะอ่อนนุ่มปกคลุม ดอกเป็นช่อกระจะ ออกตามเถาและที่ซอกใบ ดอกย่อยมีขนาดเล็กมาก ไม่มีกลีบดอก เกสรเพศผู้ 5 อัน ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผลย่อยเป็นผลสด รูปร่างค่อนข้างกลม เมื่อสุกมีสีเหลือง	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เหมือนจุ่งจาลิง แต่มีรสขมน้อยกว่า	พืชสมุนไพร
63	ปางมะโอ	โด่ไม่รู้ล้ม	Prickly leaved elephant's foot	ช้างย่ำแป้	Elephantopus scaber L.	พบตามขอบป่าชายทุ่ง ปะปนกับหญ้าอื่นๆ และขึ้นบนภูเขาสูง ที่มีอากาศเย็น ความชื้นสูง	"ช้างย่ำแป้เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง รูปขอบขนานหรือรูปใบหอกกลับ ส่วนใหญ่แผ่ราบไปกับผิวดิน ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอกแทงออกจากกลางต้น ก้านช่อแตกแขนงได้ ดอกย่อยขนาดเล็ก เป็นกระจุก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ช้างย่ำแป้ตัวผู้ ตามลำต้นและใบไม่มีขน และช้างย้ำแป้ตัวเมียหรือไฟเดือนห้า ตามลำต้นและใบมีขน ใช้ประโยชน์ทั้ง 2 ชนิด เหมือนกัน แต่ช้างย้ำแป้ตัวเมียพบในพื้นที่น้อยกว่า"	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ทั้งต้นตากแห้งต้มน้ำหรือดองเหล้า ดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ และรักษาโรคนิ่ว นอกจากนี้ยังหั่นต้นผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้มะโหก	พืชสมุนไพร
64	ปางมะโอ	อีรอก บุกอีรอกเขา		ดอกก้าน	Amorphophallus brevispathus Gagnep.	พบได้ทั่วไป ชอบขึ้นตามริมแม่น้ำ ที่โล่ง ทุ่งหญ้า พื้นที่ที่มีความชื้นสม่ำเสมอ และฝนตกชุก	ดอกก้านเป็นไม้ล้มลุกข้ามปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยว ก้านใบยาว ลักษณะกลมอวบน้ำ ไม่มีแกน ยาว 50-120 ซม. มีลายสีเขียว เทา น้ำตาล และดำเป็นจุดพื้นจุดด่าง มีก้านใบย่อยแตกออกจากปลายก้านใบ 2-3 ก้าน และมีใบประกอบ 10-120 ใบ ออกเป็นคู่ รูปคล้ายหอก กว้าง 10-50 ซม. ยาว 15-25 ซม. ขอบใบเรียบ ผิวเป็นคลื่น หูใบติดกับก้านใบย่อย มีก้านดอกยาวออกจากเหง้า ดอกอยู่ตรงปลายก้าน รูปดอกคล้ายดอกหน้าวัว ผลกลุ่ม รูปทรงกระบอกตั้งขึ้น มีผลย่อย รูปรี จำนวนมาก	เป็นพืชอาหาร ใช้ก้านดอกอ่อนลอกเปลือกลวกกินกับน้ำพริก ใช้ปรุงอาหารประเภทนึ่งต่างๆ แกงหน่อไม้ และแกงเห็ด	พืชอาหาร
65	ปางมะโอ	กระเจียวเหลี่ยม		ดอกอ้ากีบ	Curcuma rhomba Mood & K.Larsen	พบในเขตป่าดิบชื้น ชอบร่มรำไร เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี	ดอกอากีบหรือดอกจ่อนเป็นพืชล้มลุก ไม่มีลำต้นบนดิน มีเหง้าใต้ดิน อวบน้ำตรงกลางพองกว้างกว่าส่วนหัวและท้าย ใบเดี่ยวเรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 4.5-10 ซม. ยาว15-30 ซม.ตรงกลางด้านในของก้านใบ มีร่องลึก ช่อดอกออกแทรกอยู่ระหว่างกาบใบที่โคนต้น กลีบดอกย่อยสีขาวเป็นหลอด พองเป็นกระเปาะ และปากเปิด ส่วนปากกลีบดอกที่เปิดมีแถบสีเหลือง 1 แถบ ตรงกลาง	เป็นพืชอาหาร ใช้ดอกประกอบอาหาร เช่น แกงใส่หน่อ และใช้ลวกกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
66	ปางมะโอ	เนระพูสีไทย ว่านค้างคาว ค้างคาวดำ	Bat flower, Bat head lily, Devil flower, Back tacca	ดีงูหว้า	Tacca chantrieri André	พบได้ทั่วไปทุกภูมิภาคของประเทศ ในป่าดงดิบชื้น สูงจากระดับน้ำทะเล 500-1,500 เมตร ที่ได้รับความชื้นตลอดปี และมักเจอเป็นดงในเขตที่มีร่มเงาจากไม้ใหญ่ ใกล้แหล่งนํ้า	ดีงูหว้าเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยว เรียงสลับ เวียนออกเป็นรัศมี รูปขอบขนานและใบหอก ก้านใบแผ่เป็นกาบ ดอกช่อซี่ร่มชูขึ้นจากกลางกอ มีดอกย่อย 4-6 ดอก กลีบดอก 2 กลีบ สีม่วงแกมเขียวถึงสีม่วงดำ รูปไข่กลับ ใบประดับ 2 คู่ สีเขียวถึงสีม่วงดำ เรียงตั้งฉากกัน มีชั้นมงกุฎลักษณะคล้ายเส้นด้ายสีม่วงดำยื่นห้อยลงมา หน้าตาดอกเหมือนกับค้างคาวกำลังกระพือปีก ผลสดรูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม มีสันเป็นคลื่นตามยาว เมล็ดรูปไต	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ลำต้นเข้าตำรับยาแก้บ่อง	พืชสมุนไพร
67	ปางมะโอ	ดีปลี	Long pepper	ดีปลี	Piper retrofractum Vahl	พบกระจายอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่พบในป่าดิบชื้น ในพื้นที่ลุ่มต่ำและแฉะ เจริญเติบโตได้ดีในที่ความชื้นสูง ชอบดินร่วนและอุดมสมบูรณ์	ดีปลีเป็นไม้เถา รากฝอยออกบริเวณข้อเพื่อใช้ยึดเกาะ ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 7-10 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือแหลม ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อยสีเขียวเข้มเป็นมัน ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยอัดกันแน่น แยกเพศ ผลเป็นผลสด มีสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลแก่ตากแห้งบดทำพริกปรุงลาบ และหมักปลาหมักเนื้อ ผสมกับสมุนไพรอื่นเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง ขับลม	พืชอาหาร
68	ปางมะโอ	ดีหมี		ดีหมี	Acalypha spiciflora Burm.f.	พบได้ในป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้ง ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของประเทศไทย ชอบอากาศค่อนข้างชื้น มีแสงแดดส่องรำไร	ดีหมีเป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ ใบดกหนา เปลือกสีเทาดำ เกลี้ยง ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปรีและขอบขนาน ขอบใบหยักตื้น ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ผิวใบหนา เรียบ และมัน สีเขียวเข้ม หลังใบสีอ่อน ก้านใบยาว 3-7 ซม. ดอกแยกเพศในต้นเดียว ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อยาวที่ซอกใบหรือใกล้ยอด ดอกเพศเมียออกเดี่ยวๆ ตามซอกใบ ผลค่อนข้างกลม เมล็ดกลม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ลมพิษในกระดูก ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มแก้ตับพิการ รักษามะเร็งโรคผิวหนัง และใช้ส่วนทั้งห้า(ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล) ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ตัวร้อน ปวดศีรษะ ดับพิษไข้ ขับเหงื่อ	พืชสมุนไพร
69	ปางมะโอ	ประดู่	Bermese ebony, Burma padouk, Nara	ดู่	Pterocarpus macrocarpus Kurz	พบตามไหล่เขาและที่ราบ ในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบแล้งทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ เป็นไม้เบิกนำการฟื้นฟูป่าที่ดีชนิดหนึ่ง ชอบดินร่วนปนทรายและระบายน้ำดี พื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง เปิดโล่ง	ดู่เป็นไม้ยืนต้น สูง 15-25 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-9 ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว กลีบดอกสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม ผลเป็นฝัก มีปีกแบนๆ หุ้ม	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้โรคบิด ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดฟัน ใช้ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีน้ำตาลเข้ม ใช้แก่นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีแดงค้ำ ใช้เนื้อไม้ทำเสาบ้านให้สีแดงอมเหลืองลวดลายสวยงาม และมีความแข้งแรงทนทาน	พืชสมุนไพร
70	ปางมะโอ	ชุมเห็ดเทศ	Ringworm bush, Seven golden candle stick, Candle bush, Candelabra bush	ต้นขี้ขาก	Senna alata  (L.) Roxb.	พบทั่วไป บนที่ราบหรือบนภูเขาสูงถึง 1,500 เมตร ชอบอยู่ริมน้ำ ความชื้นปานกลาง ได้รับแสงแดดเต็มวัน	ต้นขี้ขากเป็นไม้พุ่มสูง 1-3 เมตร แตกกิ่งออกด้านข้างในแนวขนานกับพื้น ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน รูปวงรีแกมขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ กว้าง 3-7 ซม. ยาว 6-15 ซม. หูใบเป็นรูปสามเหลี่ยม ช่อดอกออกที่ซอกใบตอนปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองทอง ใบประดับสีน้ำตาลแกมเหลือง หุ้มดอกย่อยเห็นชัดเจน ผลเป็นฝักมีครีบ 4 ครีบ เมล็ดแบน รูปสามเหลี่ยม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบสดหรือแห้งประมาณ 12 ใบ ต้มน้ำดื่มครั้งละ 1 แก้ว หรือใช้ดอกสดประมาณ 3 ช่อ ลวกกิน เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก ถ่ายพยาธิลำไส้ชนิดพยาธิตัวตืด ใช้ใบสดขยี่ถูนานๆ บริเวณผิวหนังรักษากลากเกลื้อน และใช้ทั้งต้นเข้าตำรับยาลดความอ้วน	พืชสมุนไพร
71	ปางมะโอ	ตะขาบหิน ว่านตะขาบ ตะขาบบิน	tapeworm plant, ribbonbush	ตะขาบหิน	Homalocladium platycladum (F.Muell.) L.H.Bailey	พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ ชอบความชื้นปานกลาง ได้รับแสงแดดเต็มวัน	ตะขาบหินเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูง 1-2 เมตร ลำต้นแบน แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ ร่วงง่าย รูปใบหอกแกมเส้นตรง กว้าง 0.5-1.5 ซม. ยาว 2-5 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่บริเวณข้อ แยกเพศอยู่คนละต้น กลีบรวมสีขาวแกมเขียว ผลสด รูปค่อนข้างกลม เมื่อสุกสีแดง	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ร้อนใน ดับพิษต่าง แก้ไอ แก้เจ็บคอเจ็บอก ระงับปวด แก้โรคผิวหนัง ผื่นคันน้ำเหลืองเสีย และงูสวัด ใช้ใบทุบละเอียดทาแผลแมลงกัดต่อย	พืชสมุนไพร
72	ปางมะโอ	ตับเต่าต้น ตับเต่าหลวง มะไฟผี มะโกป่า เรื้อนกวาง ลิ้นกวาง		ตับเต่าต้น	Diospyros ehretioides Wall. ex G.Don	พบในป่าเต็งรัง หรือป่าเบญจพรรณแล้งทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 100-450 เมตร	ตับเต่าเป็นต้นไม้ขนาดกลาง เปลือกสีน้ำตาลปนเทา ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานหรือมน โคนใบกลม ขอบใบเรียบ เนื้อใบเกลี้ยงและหนา ดอกแยกเพศ อยู่คนละต้น ดอกเพศผู้เป็นดอกช่อขนาดเล็ก ออกตามกิ่งเหนือง่ามใบ ช่อละ 3 ดอก โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอก 4 กลีบ เกสรเพศผู้มี 20-30 อัน ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้นๆ ช่อละ 3-5 ดอก ลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ แต่ใหญ่กว่า ผลรูปป้อมกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 ซม. มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ผลแก่แห้ง สีดำ	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ต้นเข้ายาแก้ขาง 108 แก้ร้อนใน	พืชสมุนไพร
73	ปางมะโอ	ต้างหลวง, ต้างป่า	Snowflake aralia, Snowflake tree, Snow flake tree	ต้าง	Trevesia palmata (Roxb. ex Lindl.) Vis.	พบทั่วไปบริเวณหุบเขาที่ชุ่มชื้น ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ มีความชื้น ระบายน้ำดี	ต้างเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-6 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ หนาแน่นอยู่ที่ปลายยอด รูปโล่ ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นพู 5-9 พู กว้างและยาว 20-30 ซม. แผ่นใบสีเขียวแกมน้ำตาล ผิวใบมีขนละเอียดสีน้ำตาล ช่อดอกออกที่ลำต้นใกล้ปลายยอด กลีบดอกสีเหลือง ผลสด รูปกรวยคว่ำ	เป็นพืชอาหาร ใช้ดอกอ่อนต้ม ลวก กินกับน้ำพริก หรือใส่แกงแลน แกงแค แกงไก่ แกงส้ม แกงลูกอ๊อด และแกงเขียด	พืชอาหาร
74	ปางมะโอ	ลูกชิด ตาว	Sugar palm, Sweet palm	ต๋าว	Arenga pinnata (Wrumb) Merr.	ชอบขึ้นบริเวณเชิงเขา โดยเฉพาะริมลำธาร บริเวณดินร่วน ชอบอากาศชุ่มชื้น พบมากในภาคเหนือ	ต๋าวเป็นไม้ยืนต้นอายุยืน เป็นพืชขนาดใหญ่ตระกูลปาล์ม ใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบมนและแหลม โคนใบรูปเงี่ยงใบหอก ขอบใบเรียบ ผิวใบหนา หลังใบสีอ่อน ช่อดอกเชิงลดขนาดใหญ่ออกตามซอกใบห้อยยาวลงได้มากกว่า 2 เมตร ผลกลุ่มรูปไข่สีเขียว ผลแก่สีเหลืองและดำ เมล็ดสีขาวขุ่น ลักษณะนิ่มและอ่อน แต่ละผลมี 2-3 เมล็ด ต้นต๋าวให้ผลช่วงอายุ 15-20 ปี ส่วนใหญ่ให้ผลครั้งเดียว มากที่สุดไม่เกิน 4 ครั้ง	เป็นพืชอาหาร ชาวบ้านใช้ยอดอ่อนปรุงอาหารประเภทแกง ใช้เนื้อในผลต้มน้ำตาลรับประทานเป็นของหวาน	พืชอาหาร
75	ปางมะโอ	ตาลเหลือง ช้างน้าว	yellow Mai flower	ตาลเหลือง	Ochna integerrima (Lour.) Merr.	พบในป่าดิบแล้งทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย มีความชื้นปานกลาง แสงแดดส่องทั้งวัน ขึ้นได้ในดินทุกชนิด	ตาลเหลืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นร่อง ผิวเปลือกเป็นขุย ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปหอกและขอบขนาน ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด ใบกว้าง 3-7 ซม. ยาว 8-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักซี่ฟัน ผิวใบเรียบมัน สีเขียวอ่อน	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ลำต้นผ่าหรือหั่นเป็นแว่นตากแห้ง ต้มน้ำดื่ม บำรุงเลือด บำรุงกำลัง หรือผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย	พืชสมุนไพร
76	ปางมะโอ	"กระทายเหิน มหาหงส์ 
 หางหงส์"	white garland-lily, white ginger lily	ตาเหิน	Hedychium coronarium J.Koenig	พบขึ้นมากในภาคเหนือ ตามชายป่าใกล้ลำธาร ชอบที่ชื้นแฉะ ริมน้ำ มีแสงแดดส่องถึงทั้งวัน คนนิยมปลูกไว้ในบ้านเพราะดอกให้กลิ่นหอม	ตาเหินเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน สูง 1-1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานหรือใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 16-25 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผลแห้ง แตกได้ รูปทรงกลม มี 3 พู	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้หน่ออ่อนกินดิบหรือลวกกินกับน้ำพริก ใช้เหง้าหั่นเป็นแว่นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการลมชัก หรือทุบแล้วใช้น้ำทาตุ่มแก้ลมพิษ	พืชอาหาร
77	ปางมะโอ	ติ้วขน		ติ้วยาง	Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer subsp. pruniflorum (Kurz) Gogelein	พบตามธรรมชาติในป่าเบญจพรรณทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง อากาศร้อน	ติ้วแดงเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-15 เมตร มีน้ำยางเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีแกมไข่กลับ หรือรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-4.5 ซม. ยาว 3-13 ซม. ผิวใบมีขนละเอียดทั้งสองด้าน ช่อดอก ออกเป็นกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลใบ กลีบดอกสีชมพูอ่อน ผลแห้ง แตกได้ รูปไข่แกมกระสวย	เป็นพืชสมุนไพร ใช้น้ำยางเป็นยาสมานแผล ทาแผลมีดบาด ช่วยห้ามเลือดได้ ใช้ใบต้มน้ำนำมาอมแก้เหงือกบวม เป็นแผลในปาก ใช้รากผสมในตำรับยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัด	พืชสมุนไพร
78	ปางมะโอ	ติ้วขาว		ติ้วส้ม (ไม่มีรูป)	Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer	พบทั่วไปในป่าโปร่งและป่าเบญจพรรณ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตอนบน ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 200-1,000 เมตร เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ทนแล้งได้ปานกลาง	ติ้วเหลืองเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-15 เมตร มีน้ำยางเหลือง เปลือกต้นมีสะเก็ดบางๆ สีน้ำตาล ต้นและกิ่งมีหนามแหลมกระจาย ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปวงรีแกมไข่กลับ หรือรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-4.5 ซม. ยาว 3-13 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบมีขนละเอียดทั้งสองด้าน มองเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกเป็นกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลใบ กลีบดอกสีชมพูอ่อน 5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีแดง 5 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลแห้ง แตกได้ รูปไข่แกมกระสวย เมื่อแก่จัดแตกเป็น 3 แฉก เมล็ดสีน้ำตาล	เป็นพืชอาหาร ใช้ใบอ่อนกินแกล้มกับลาบ กับน้ำพริก หรือใส่แกงบอน	พืชอาหาร
79	ปางมะโอ	บอน กระดาดขาว กะเอาะขาว โหรา ออกดิบ อ้อดิบ		ตูน	Colocasia gigantea (Blume) Hook.f.	พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ ชอบดินร่วนอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง พบมากบริเวณริมลำธาร	ตูนเป็นไม้ล้มลุกหลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นสีขาว ก้านใบแทงออกจากเหง้า ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่และยาว สีเขียว มีไขเคลือบสีขาวนวล เนื้อของก้านใบฉ่ำน้ำ และมีรูอากาศแทรกอยู่ ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ กว้าง 40-43 ซม. ยาว 28-48 ซม. ปลายใบมนและแหลม โคนใบปิด ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบมัน สีเขียวอ่อน ช่อดอก ออกเป็นแท่งเดี่ยว ดอกย่อยแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีขาวนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง คล้ายดอกหน้าวัว ผลสด สีเขียว	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ก้านใบสดกินกับน้ำพริก ลาบ และส้มตำ และปรุงอาหารประเภทแกงส้ม แกงแค ใช้หัวเข้าตำรับยาแก้หอบหืดสำหรับเด็กเล็ก	พืชอาหาร
80	ปางมะโอ	เติม ประดู่ส้ม ประดู่น้ำ	Java cedar	เติม	Bischofia javanica Blume	พบทั่วไป ในป่าดิบใกล้ลำธาร ป่าเบญจพรรณที่ชื้น ความสูงจากระดับน้ำทะเล 100-1,000 เมตร ชอบขึ้นในที่มีความชื้นสูง	"เติมเป็นไม้ยืนต้นใหญ่ สูงถึง 30 เมตร กิ่งคดงอ เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง มีเกล็ดเป็นแผ่น ร่วงง่าย มีน้ำยางแดง ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 5-10 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนและแหลม ขอบใบหยักมน ยอดอ่อนและใบแก่สีแดง ช่อดอกแยกแขนง ออกซอกใบและปลายกิ่ง สีเขียวอมเหลือง ดอกแยกเพศ ออกแยกต้น ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ไม่มีกลีบดอก เกสรเพศผู้ 5 อัน ดอกเพศเมียมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ โค้งเข้ากลางดอก ผลกลุ่ม ออกเป็นช่อใหญ่ เป็นผลสดมีเนื้อ เมื่อสุกสีเหลืองอมน้ำตาล 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ เติมส้ม มียอดอ่อนสีขาว และเติมฝาด มียอดอ่อนสีแดง ใช้ประโยชน์ทั้ง 2 ชนิด แต่นิยมเติมส้มมากกว่า"	เป็นพืชอาหาร นำยอดอ่อนมาหมักกับเกลือและน้ำ ใช้เคี้ยวกินเป็นของว่างแทนเมี่ยงจากใบชา และกินผลเป็นผลไม้	พืชอาหาร
81	ปางมะโอ	กระทุ่ม กระทุ่มบก ตะกู แคแสด ตะโกส้ม ตะโกใหญ่	Bur-flower tree	โต้ม (ไม่มีรูป)	Anthocephalus chinensis (Lam.) A.Rich ex Walp.	พบขึ้นตามป่าที่ถางแล้วปล่อยทิ้งร้าง ข้างทางที่ผ่านป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง เจริญได้ดีในดินลึก ชุ่มชื้นสูง ขึ้นได้ที่ระดับความสูงถึง 1,000 เมตร	โต้มเป็นไม้ยืนต้น สูง 16-27 เมตร กิ่งตั้งฉากกับลำต้น ลำต้นตรง ลิดกิ่งเองตามธรรมชาติ เปลือกสีเทาปนน้ำตาลและเรียบ ใบเดี่ยวเรียงตัวตรงข้ามเป็นคู่ กว้าง 5-12 ซม. ยาว 10-24 ซม. ปลายใบมนหรือมีติ่งแหลม โคนป้าน เนื้อใบค่อนข้างหนา หลังใบสาก ช่อดอกกระจุกแน่น ออกปลายกิ่ง สีขาวปนเหลืองหรือสีส้ม กลิ่นหอมอ่อน ผลเดี่ยวเรียงแน่นเป็นก้อนกลมบนช่อดอก ผลแก่สีเหลืองเข้ม มีเมล็ดขนาดเล็กมาก	เป็นพืชใช้สอย นิยมใช้เนื้อไม้ตกแต่งภายในบ้าน เช่น ฝ้าเพดาน เนื่องจากเป็นไม้โตเร็ว ใช้ประโยชน์ได้เมื่ออายุประมาณ 10 ปี	พืชใช้สอยอื่นๆ
82	ปางมะโอ	ถั่วพู	Asparagus pea, Goa bean, Manila pea, Princess bean, Winged bean	ถั่วปู	Psophocarpus tetragonolobus (L.) DC.	พบทั่วไป ขึ้นได้ดีในเขตร้อนที่ชุ่มชื้น ต้องการน้ำมาก	ถั่วปูเป็นเป็นไม้ล้มลุกเลื้อยพัน อายุหลายปี มีรากสะสมอาหารลักษณะเป็นหัวใต้ดิน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3 ใบ รูปไข่แกมรูปกระสวยหรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 4-10 ซม. ยาว 8-18 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ผลเป็นฝักแบน มีครีบ 4 ครีบตามยาว เมล็ดสีขาว สีน้ำตาลแกมเหลืองหรือดำ	เป็นพืชอาหาร ใช้ฝักลวก นึ่ง หรือกินสดกับน้ำพริก หรือลาบ ใช้ปรุงอาหารประเภทแกงแค ใช้เมล็ดแก่ใส่แกงหน่อไม้ หรือทำถั่วเน่า	พืชอาหาร
83	ปางมะโอ	ทองพันชั่ง หญ้ามัไก่	Common rhinacanthus, White crane flower	ทองพันชั่ง	Rhinacanthus nasutus (L.) Kurz	พบทั่วไป ขึ้นได้ในดินทั่วไป แต่ชอบดินที่มีความชุ่มชื้น	ทองพันชั่งเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร กิ่งอ่อนเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่ หรือรูปวงรี กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ช่อดอก ออกที่ซอกใบกลีบดอกสีขาว โคนกลีบติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากล่างมีจุดประสีม่วงแดง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาถอนพิษงู แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย และขับปัสสาวะ ใช้ใบต้มน้ำดื่มแก้ไอ แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้โรคผิวหนัง ผดผื่น	พืชสมุนไพร
84	ปางมะโอ	บอน เผือก	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro	บอน	Colocasia esculenta (L.) Schott	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
 ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา และบอนดำ"	เป็นพืชอาหาร ใช้ใบอ่อน ก้านใบอ่อน ต้มเคี่ยวให้เปื่อยแล้วนำไปแกง ชาวบ้านเชื่อว่าขณะแกงหากส่งเสียงดังจะทำให้กินแล้วคัน	พืชอาหาร
85	ปางมะโอ	รางจืด กำลังช้างเผือก ขอบชะนาง เครือเขาเขียว ยาเขียว	Laurel clockvine, Blue trumpet vine	น้ำแน่	Thunbergia laurifolia Lindl.	เป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก ชอบดินร่วนปนทราย และพบอยู่ตามชายป่าดิบทั่วไปในประเทศ	น้ำแน่เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ขอบใบเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา อวบน้ำเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็น รูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปดอกเข็ม โคนเชื่อมกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ใบประดับสีเขียวประสีน้ำตาลแดง ผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ดอกปรุงอาหารประเภทแกงส้ม ใช้ใบต้มน้ำร่วมกับใบเตยดื่มรักษาอาการอาหารเป็นพิษ และพิษเบื่อเมาต่างๆ ใช้เถาหรือใบต้มน้ำดื่มช่วยขับสารพิษในร่างกาย แก้ลมพิษ แก้ปวดท้อง ใช้เถาตากแห้งเข้าตำรับยาแก้ผื่นคัน ยาใส่แผล ยาแก้พิษยาฆ่าแมลง และตำรับยาอยู่เดือน แก้ผิดเดือน ยาห่ม(ยาอยู่ไฟสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร)	พืชอาหาร
86	ปางมะโอ	สับปะรด	Pineapple	บักคานัด	Ananas comosus (L.) Merr.	ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนอุณหภูมิที่เหมาะสมราว 24-29 องศาเซลเซียส	บักคานัดเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นแก่ค่อนข้างแข็ง และออกหน่อใหม่ด้านข้าง ใบเรียงสลับถี่รอบต้น ก้านใบกางโอบลำต้น รูปขอบขนาน เรียวคล้ายดาบโค้ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 50-150 ซม. ขอบใบมีหนามขนาดเล็ก เนื้อใบแข็ง ผิวใบด้านหลังสีขาวนวล ช่อดอก ออกปลายยอด ก้านช่อดอกยาว มีใบประดับอยู่ส่วนบนและล่างของช่อดอก ผลขนาดใหญ่รูปไข่หรือทรงกระบอก กว้าง 8–20 ซม. ไม่มีเมล็ดสมบูรณ์	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ ใช้รากต้มน้ำรวมกับข้าวจ้าวเปลือกดื่มแก้โรคดีซ่าน โรคไต และใช้เข้าตำรับยาแก้นิ่ว	พืชอาหาร
87	ปางมะโอ	บุกคางคก	Stanley’s water-tub, Elephant yam, elephant foot yam	บุกเบีย	Amorphophallus paeoniifolius (Dennst.) Nicolson	พบทั่วไป บนพื้นที่โล่งในป่าเบญจพรรณและป่าละเมาะโปร่ง สูงถึง 900 เมตร จากระดับน้ำทะเล	บุกเบียเป็นไม้ล้มลุก งอกงามดีในฤดูฝนและโทรมในต้นฤดูหนาว มีหัวใต้ดินสีน้ำตาล งอกใหม่ได้ทุกปี ใบเดี่ยว แผ่ออกคล้ายร่มหยักเว้าเป็นแฉก ก้านใบกลมอวบน้ำ ยาว 150-180 ซม. ลายสีเขียวและแดง ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ แทงจากหัวใต้ดิน ลักษณะเป็นแท่งสีแดงแกมน้ำตาล ก้านช่อสั้นมีใบประดับรูปกรวยหุ้มช่อดอกขอบหยักเป็นคลื่นและบานออก ผลเป็นผลสดเนื้อนุ่ม สีแดง	เป็นพืชอาหาร หัวใต้ดินไม่มีพิษที่ทำให้คัน ใช้ทำเป็นอาหาร เช่น ยำบุก และบุกนึ่ง ก้านใบอ่อนใช้ทำแกงส้ม แกงแคเขียด	พืชอาหาร
88	ปางมะโอ	นางแย้มป่า ปิ้งเห็บ ต่างไก่แดง ขี้ขม	hill glory bower	ปิ้งแดง	Clerodendrum infortunatum L.	พบได้ทั่วไป บนพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก บริเวณที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน	ปิ้งเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย กิ่งและต้นเปราะ เป็นสันสี่เหลี่ยม สีดำอมน้ำตาล ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-35 ซม. ยาว 4-38 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวเข้ม ช่อดอกแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านช่อดอกสีแดง กลีบดอกย่อยสีขาว กลางดอกสีชมพู กลีบดอก 5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีแดง เกสรเพศผู้สีขาวขนาดยาว 5 อัน	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ดอกอ่อนเผาไฟใส่แกงหน่อไม้กินให้รสมัน ใช้ใบไม่แก่มากวางซ้อนจำนวน 3, 5 หรือ 7 ใบ นำไปห่อขี้เถ้าร้อนๆ คล้ายห่อหมก ประคบบรรเทาอาการปวดหัว โดยเฉพาะการปวดหัวข้างเดียว และใช้เข้าตำรับยาแก้ปวดศีรษะข้างเดียว	พืชอาหาร
89	ปางมะโอ	เจตมูลเพลิงขาว	Ceylon leadwort, White leadwoort, Leadwort	ปิดปิวขาว	Plumbago zeylanica L.	พบตามป่าดงดิบและป่าโปร่งทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบขึ้นบนดินปนทรายที่ชื้น	ปิดปิวขาวเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งก้านเลื้อยทอดและแผ่ออกกว้าง สูง 0.8-1.5 เมตร ยอดอ่อนสีแดง ลำต้นกลมเรียบ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่แกมวงรีหรือกลม ขนาดใบกว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ช่อดอกกระจะ ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยแคบหรือทรงแจกัน กลีบเลี้ยงมีต่อมเมื่อจับจะรู้สึกเหนียว ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร รักษาโรคผิวหนัง บำรุงธาตุ แก้ปวดท้อง	พืชสมุนไพร
90	ปางมะโอ	เจตมูลเพลิงแดง	Rose-colored leadwort, Holly-leaved	ปิดปิวแดง	Plumbago indica L.	พบในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณทั่วไป ชอบขึ้นบนดินปนทรายที่ชื้น	ปิดปิวแดงเป็นไม้พุ่ม สูง 0.8-1.5 เมตร ยอดอ่อนสีแดง ลำต้นกลมเรียบ มีสีแดงบริเวณข้อ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่แกมวงรีกว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ช่อดอกกระจะ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดง เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยแคบหรือทรงแจกัน กลีบเลี้ยงมีต่อมเมื่อจับจะรู้สึกเหนียว ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากบดเป็นส่วนผสมในแป้งข้าวหมากทำเหล้า ดื่มเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร แก้ปวดท้อง ขับลม แก้ริดสีดวงทวาร ใช้ใบเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง ขับลม แต่หากถูกผิวหนังนานจะทำให้เกิดอาการบวมได้	พืชสมุนไพร
91	ปางมะโอ	กระโดน กะนอน ขุย	Tummy-wood	ปุย	Careya arborea Roxb.	พบขึ้นประปรายในป่าเบญจพรรณชื้น ป่าแดง และป่าทุ่ง ทุกภาคของประเทศ ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 87 เมตรขึ้นไป	ปุยเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 10-30 เมตร ลำต้นเตี้ยและมีกิ่งก้านมาก เรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่นทึบ เปลือกต้นสีเทาหนาและแตกล่อนเป็นแผ่น เมื่อผลัดใบ ใบใหม่จะผลิออกมาพร้อมดอก ใบเดี่ยวรูปไข่กลับ เรียงสลับ ตามปลายกิ่ง กว้าง 12-15 ซม. ยาว 25-30 ซม. ขอบหยักเป็นคลื่น ปลายมน โคนแหลม ใบหนาผิวเรียบมัน ยอดสีแดง ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ 2-3 ดอก กลีบดอกและกลีบเลี้ยงอย่างละ 4 กลีบ กลีบดอกสีขาวหรือขาวนวลร่วงง่าย เชื่อมกันเป็นรูประฆัง เกสรตัวผู้ยาวและเป็นเส้นฝอยสีแดงจำนวนมาก ผลโตกลมขนาดประมาณ 5 ซม. มีเมล็ดจำนวนมาก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร กินยอดสดกับน้ำพริก ช่วยบำรุงกำลังสำหรับสตรีคลอดบุตรใหม่ ผลกินเป็นยาช่วยย่อยอาหาร	พืชอาหาร
92	ปางมะโอ	ไพล	Cussumuna ginger	ปูเลย	Zingiber montanum (J.Koenig) Link ex A.Dietr.	พบขึ้นกระจายทั่วไป ในที่ดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ปูเลยเป็นไม้ล้มลุก สูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก ขนาดใบกว้าง 3.5-5.5 ซม. และยาว 18-35 ซม. ช่อดอก แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้ง รูปทรงกลม	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ดอกสดเป็นผักกินกับน้ำพริก เป็นยากระจายเลือดที่เป็นลิ่ม แก้ช้ำใน ทำลายเลือดเสีย ขับประจำเดือน ใช้ต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ธาตุพิการ อุจจาระไม่เป็นปกติ ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ครั่นเนื้อครั่นตัว แก้ปวดเมื่อย ใช้เหง้าสดตำคั้นน้ำทาบริเวณที่เคล็ดขัดยอก แก้ปวดเมื่อย ฟกช้ำ ตำละเอียดผสมเกลือนำมาห่อผ้าอังไอน้ำให้ร้อนประคบแก้ปวดเมื่อย ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้จุกเสียดแน่นท้อง ขับลมในกระเพาะอาหาร ขับประจำเดือน มักใช้ใส่ผสมในยาลูกประคบ ยาต้มประเภทอาบและอบ และใช้เข้าตำรับยาหลายขนาน	พืชอาหาร
93	ปางมะโอ	ไพลดำ	Bangle Hantu	ปูเลยดำ	Zingiber ottensii Valeton	พบขึ้นเองในป่าทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำดี	ปูเลยดำเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดินเนื้อในเป็นสีม่วง ลำต้นเหนือดินสูงได้ถึง 1.5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 6-8 ซม. ยาว 26-30 ซม. ช่อดอก ออกที่โคนต้นแทงช่อขึ้นมาจากเหง้าใต้ดิน ก้านช่อดอกยาว 14 ซม. ช่อดอกยาวประมาณ 9 ซม. ใบประดับเมื่อยังอ่อนมีสีแดงปนเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดงเข้ม กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้หน่ออ่อนกินสดกับแกงหน่อไม้ ใช้เหง้าต้มน้ำดื่มเป็นยาขับลม บำรุงน้ำนมสตรีที่คลอดบุตรใหม่ แก้ปวดบวมตามเท้า ขา มือ และผสมน้ำส้มป่อยเช็ดแก้ปวดต่างๆ	พืชอาหาร
94	ปางมะโอ	ตะแบกนา	Thai crape myrtle, kedah bungor	เป๋ยเบาะ	Lagerstroemia floribunda Jack var. floribunda	พบได้ตามป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 20-300 เมตร ชอบดินร่วนซุย มีความชื้นปานกลางถึงสูง ต้องการแสงแดดจัด	"เป๋ยเป็นไม้ต้น สูงประมาณ 15–20 เมตร เปลือกมันเรียบ สีขาวอมเทา ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม กว้าง 8.5–17.5 ซม. ยาว 4.2–7.7 ซม. รูปใบหอกปลายแหลม โคนใบมน ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเกลี้ยง เนื้อใบหนาคล้ายหนัง ดอกเป็นช่อกระจะ ออกปลายกิ่ง ดอกย่อยสีม่วง กลีบเลี้ยง 6 กลีบ โคนเชื่อมกันรูปถ้วย มีสันนูน กลีบดอก 6 กลีบ แยกกัน เนื้อกลีบบางยับย่น โคนกลีบเรียวเป็นก้าน เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลแก่แตกเป็น 6 ซีก มีกลีบเลี้ยงติดอยู่
 ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ เป๋ยเบาะ ลำต้นส่วนล่างมีหนาม เป๋ยสะแอน ลำต้นส่วนล่างไม่มีหนาม และเป๋ยลอกคราบ เมื่อแก่เปลือกลำต้นจะแตกเป็นสะเก็ด ร่วงหล่น ใบและดอกมีลักษณะคล้ายกันทั้ง 3 ชนิด"	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้เปลือกต้นเป๋ยเบาะเข้าตำรับยาแก้ท้องเสีย ใช้ไม้ทำสิ่งปลูกสร้างที่รับน้ำหนัก เช่น เสา กระดานพื้น และเครื่องมือการเกษตร เนื่องจากเนื้อไม้ละเอียดแข็งแต่ใจกลางมักเป็นโพรง	พืชสมุนไพร
95	ปางมะโอ	ส่องฟ้าดง โปร่งฟ้า		เปรี้ยวป้องฟ้า	Clausena harmandiana (Pierre) Guillaumin	พบในป่าเบญจพรรณทั่วไป ชอบแสงแดดปานกลาง ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด	เปรี้ยวป้องฟ้าเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 20-50 ซม. ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3-7 ใบ รูปไข่แกมวงรีแกมขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. เนื้อใบมีจุดน้ำมันกระจาย ดอกเป็นช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ผลสด รูปทรงกลม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดหลังปวดเอว	พืชสมุนไพร
96	ปางมะโอ	ตองแตก	Red physic nut	เปล้าตองแตก	Baliospermum solanifolium (Burm.) Suresh	พบได้ในป่าเบญจพรรณทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย พื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	เปล้าตองแตกเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร ยอดอ่อนมีขน ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบที่บริเวณยอดรูปใบหอกหรือรูปวงรี กว้าง 3-4 ซม. ยาว 6-7 ซม. ใบที่บริเวณโคนต้นมีขอบหยักเว้า 3-5 แฉก รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 7-8 ซม. ยาว 15-18 ซม. ช่อดอก แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันหรือบนช่อเดียวกัน ออกที่ซอกใบ ดอกตัวผู้มีจำนวนมากอยู่ตอนบนของช่อ ไม่มีกลีบดอก กลีบเลี้ยงสีเหลืองแกมเขียว 4-5 กลีบ ดอกตัวเมียออกที่โคนช่อ ไม่มีกลีบดอก ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู	เป็นพืชสมุนไพร ใช้น้ำยางจากยอดอ่อนใส่รักษาแผลทั้งสดและเรื้อรัง แผลโรคปากนกกระจอก(หายภายใน 2 วัน) ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคกระเพาะ	พืชสมุนไพร
97	ปางมะโอ	เปล้าน้อย	Thai croton	เปล้าน้อย	Croton sublyratus Kurz	พบขึ้นกระจายทั่วไปในป่า ชอบอากาศร้อนชื้น แสงแดดส่องถึงทั้งวัน	เปล้าน้อยเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นสูง 1-4 เมตร ผลัดใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปใบหอกกลับ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 10-15 ซม. ดอกเป็นช่อ ออกที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก แยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน กลีบดอกสีนวล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ยางทาสมานแผลสด แผลแมลงป่องต่อย ใช้เนื้อไม้ตากแห้งต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงในสตรีหลังคลอดบุตร ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยารักษาโรคกระเพาะ ใช้กิ่งผสมในตำรับยากินยาห่ม(ยาอยู่ไฟสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร) ยาอยู่เดือน แก้ผิดเดือน ยาบำรุงและเร่งน้ำนม	พืชสมุนไพร
98	ปางมะโอ	เปล้าใหญ่ เปาะ		เปล้าหลวง	Croton persimilis Müll.Arg.	พบในป่าเต็งรัง และป่าผลัดใบ ทั่วไป	เปล้าหลวงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 8 เมตร ใบอ่อนมีสีน้ำตาล ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน รูปวงรีแกมขอบขนาน รูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 5-10 ซม. ยาว 9-30 ซม. ดอกเป็นช่อ ออกที่ปลายกิ่ง แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันหรือแยกต้น กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู รูปทรงกลม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบและเนื้อไม้ต้มน้ำให้สตรีหลังคลอดบุตรที่อยู่ไฟดื่ม และอาบ ใช้เนื้อไม้เข้าตำรับยาบำรุงน้ำนม	พืชสมุนไพร
99	ปางมะโอ	โป่งมดง่าม	Stemona	โป่งมดง่าม (ไม่มีรูป)	Stemona burkillii Prain	เป็นพืชป่าพบบริเวณชายป่าชายเขาทั่วไป สภาพร่มรำไร ที่ระดับความสูงไม่มากนัก และในสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรียวัตถุ	โป่งสามสิบเป็นไม้เถาล้มลุก สูง 0.4-0.5 เมตร ขณะต้นเล็กจะตั้งตรง เมื่อสูงมาก จะพาดพันต้นไม้อื่น มีหัวใต้ดินเป็นกระจุก ลักษณะเป็นแท่งกลมยาว ใบรูปหัวใจ ปลายเรียวแหลม เส้นใบตามยาวประมาณ 10-12 เส้น ผิวใบเป็นคลื่น ขอบใบเรียบ กิ่งที่กำลังจะออกดอกจะเลื้อยพัน ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกด้านนอกสีเขียว ด้านในสีแดง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชใช้สอย รากสดบดละเอียดผสมขุยมะพร้าวตากแห้ง ใช้ใส่รังมดเพื่อฆ่า	พืชใช้สอยอื่นๆ
100	ปางมะโอ	กระถิน	Horse tamarind, Leucaena	ผักก้านถิน	Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit	พบขึ้นทั่วไป เจริญได้ในดินทุกสภาพ ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ แสงแดดจัด	ผักกะสินเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ถึงไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 10 เมตร ไม่ค่อยแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อย 5-20 คู่ เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 0.1-0.15 ซม. ยาว 0.6-2.1 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ขอบมีขน ท้องใบมีสีนวล ช่อดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่นออกตามซอกใบ 1-3 ช่อ เป็นฝอยนุ่มมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ผลเป็นฝักออกเป็นช่อ ฝักแบนยาว 10-15 ซม. เห็นเมล็ดเป็นจุดๆ ในฝักตลอดฝัก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนและฝักอ่อนเป็นผักสดกินกับน้ำพริก ลาบ ส้มตำ หรือแกงบอน ใช้เมล็ดแก่สดกินเป็นยาขับพยาธิ เด็กนิยมแกะกินเล่น ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ท้องร่วง แก้อาเจียน แก้บิด สมานแผล ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงร่างกาย ใช้ฝักต้มน้ำดื่มเป็นยาถ่ายพยาธิ	พืชอาหาร
101	ปางมะโอ			ผักกาดเพี้ย (ไม่มีรูป)	สกุล Lactuca	ขึ้นได้ทั่วไป ทั้งกลางแจ้งและที่มีร่มเงา ชอบดินร่วนชื้น ชอบน้ำ และแสงแดดพอประมาณ	ผักกาดเพี้ยเป็นพืชล้มลุกอายุยืน สูงได้ถึง 2 เมตร ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับและเวียนกันถี่ ใบดกหนา และอวบน้ำ รูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ใบสีเขียวหม่น ก้านใบสั้น ลำต้นเปราะ ดอกช่อกระจะ ออกที่ปลายยอด ช่อดอกย่อยสีเหลืองนวล แบบช่อกระจุกแน่น มีวงใบประดับหุ้ม กลีบเลี้ยงมีลักษณะเป็นขน ผลแห้งเมล็ดล่อน ปลายมีปีก	เป็นพืชอาหาร ใช้ใบอ่อนกินกับน้ำพริก ต้มส้มปลา แกงบอน หรือลาบ	พืชอาหาร
102	ปางมะโอ	คันทรง ผักหวานทะเล	latherleaf, Asian nakedwoo, Asian snakewood	ผักก้านถุง (ไม่มีรูป)	Colubrina asiatica (L.) Brongn.	ขึ้นทั่วไปในป่าดงดิบ ป่าละเมาะตามที่รกร้าง และข้างถนน	ผักก้านต๋งเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 2-3 เมตร กิ่งก้านเล็กกลมสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ขนาดใบกว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 3-4 ซม. ปลายและฐานใบแหลม ขอบใบหยักซี่ฟัน เส้นใบมี 3 คู่ ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มกว่าด้านล่าง ช่อดอกออกตามซอกใบและกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก รูปจาน 8-14 ดอก สีเหลืองแกมเขียว ก้านดอกสั้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ผลเดี่ยวรูปกลมแป้นสีเขียวเข้ม มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ เรียงห้อยลงเป็นแถวตามกิ่ง	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก ใส่แกงขนุน แกงปลาย่าง แกงปลาแห้ง แกงแค	พืชอาหาร
103	ปางมะโอ	ผักกูด	Paco	ผักกูดขาว	Diplazium esculentum (Retz.) Sw.	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป ตามบริเวณลำธาร ที่ชื้นแฉะ	ผักกูดเขียวเป็นพืชจำพวกเฟิร์นที่อาศัยอยู่ตามพื้นดิน ลักษณะเป็นกอรากแตกฝอยเป็นกระจุกใหญ่ ก้านใบแตกจากเหง้าใต้ดิน ยาวประมาณ 1 เมตร ใบเป็นแผงแบบขนนก แตกเป็นคู่ขนานตั้งแต่กลางก้านใบไปจนตลอดปลายใบเล็กหงิกงอ ยอดอ่อนและปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอย	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก ทำแกงส้ม ผัด หรือยำ ใช้หัวฝนใส่รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก	พืชอาหาร
104	ปางมะโอ	เฟิร์นตีนมังกร หญ้ายายเภา		ผักกูดก้อง	Lygodium flexuosum (L.) Sw.	ชอบแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด พบในป่าทั่วไป	ผักกูดง้องเป็นไม้เถามีเหง้าสั้นอยู่ในดิน มีขนสีน้ำตาลปกคลุม มีใบประกอบ 5 ชั้น ก้านใบชั้นแรกยาวได้มากกว่า 50 ซม. โคนก้านสีน้ำตาลมีขนปกคลุม แกนกลางใบหรือก้านใบชั้นที่ 2 มีครีบสันตลอดความยาว มีขนปกคลุม แกนย่อยชั้นแรกหรือก้านใบชั้นที่ 3 ยาว 5 มม. มีขนปกคลุมและขนชี้ลง ก้านใบชั้นที่ 4 เป็นใบประกอบแบบขนนก 1-2 ชั้น รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม ปลายแหลม กว้าง 7-12 ซม. ยาว 10-25 ซม. ก้านใบชั้นที่ 5 เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 แฉก หรือใบเดี่ยว โคนของแฉกเว้าแบบหัวใจ ขนาดใบกว้าง 2.5 ซม. ยาว 15 ซม. ปลายแหลม ขอบใบจักซี่ฟัน เป็นครีบสันมีขนประปราย ที่โคนใบและก้านไม่มีข้อต่อที่จุดเชื่อม แผ่นใบบางและเรียบ อับสปอร์เกิดที่ส่วนติ่งยื่นออกจากขอบใบย่อยชั้นสุดท้าย	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริก ปรุงอาหาร เช่น แกงหน่อไม้ ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาถอนพิษ แก้เบื่ออาหาร แก้เบื่อเมา อาหารเป็นพิษ และเข้าตำรับยาแก้ปัสสาวะขัด ใช้ใบตำพอกแผลแก้อักเสบจากงู ตะขาบ แมงป่อง แมลงมีพิษกัดต่อย และเข้าตำรับยารักษาแผลสด ยาคัดเลือด ใช้ลำต้นและใบเข้าตำรับยาแก้ปวดเมื่อยในผู้สูงอายุ ใช้ราก ลำต้น และเหง้าต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้เจ็บคอ รักษาอาการเสียงแหบ แก้ปวดหลัง ขับปัสสาวะ รักษาโรคทางเดินปัสสาวะ แก้นิ่วในไต แก้เลือดตกใน	พืชอาหาร
105	ปางมะโอ			ผักขี้อ้น	สกุล Mentha	พบตามที่ชุ่มชื้นตามคลองหนองน้ำ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย	ผักขี้อ้นเป็นพืชล้มลุก มีใบเขียวเข้มและดกหนา ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยว รูปไข่ ออกเรียงตรงข้าม ตั้งฉากกันเป็นคู่ๆ กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 2-3.5 ซม. ขอบใบจักซี่ฟัน ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวขรุขระ เนื้อใบสากเล็กน้อย เส้นใบสีเขียวอ่อน เห็นชัดเจน	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบกินสดกับตำมะเขือ ผสมกับใบก่อมก้อใส่แกงแค หรือแกงเนื้อ ใช้ผสมเป็นยาดมในเครื่องหอมต่างๆ และตำประคบศีรษะเด็กแก้ไข้หวัด	พืชอาหาร
106	ปางมะโอ	ผักคาวทอง พลูแก พลูคาว	Fish mint, Chameleon plant, Fish wort	ผักคาวตอง	Houttuynia cordata Thunb.	เจริญได้ดีในที่ลุ่มที่มีความชื้นสูง ขึ้นเองตามธรรมชาติ พบทั่วไปบริเวณริมห้วย ลำธาร และที่ชื้นแฉะริมน้ำหรือตามโคนต้นไม้ใหญ่	ผักคาวตองเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 15-30 ซม. ทั้งต้นมีกลิ่นคาว ลำต้นเลื้อยทอดตามผิวดิน แตกรากตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. ก้านใบยาว ส่วนโคนแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ช่อดอก ออกตรงปลายยอด มีใบประดับสีขาว 4 ใบที่โคนช่อ ดอกย่อยขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอกและก้านดอก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินสดกับลาบ ตำมะเขือยาว ใช้ทั้งต้นหั่นแช่น้ำเชื่อมหรือน้ำกะทิดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้แพ้อากาศ แก้กามโรค แก้โรคผิวหนัง	พืชอาหาร
107	ปางมะโอ	เถาย่านาง ย่านาง	Bamboo grass	ผักจะนาง	Tiliacora triandra Diels	ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ทุกฤดูกาล พบได้ทั่วไป โดยขึ้นเองตามธรรมชาติ	ผักจะนางเป็นไม้เถา ใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม ออกเรียงสลับ รูปไข่แกมใบหอก กว้าง 2-4 ซม. ยาว 5-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบหนามัน ช่อดอก ออกตามเถาและที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ผลเป็นผลกลุ่ม ผลย่อย รูปวงรี	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบใส่แกงหน่อไม้ หรือโขลกคั้นน้ำทำน้ำแกงหน่อไม้ ช่วยเพิ่มรสชาติ ทำให้หน่อไม้รสจืดไม่ขม เป็นยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้บดคั้นน้ำผสมในตำรับยาแก้พิษ ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นประจำทุกวันแก้โรคเก๊า ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้	พืชอาหาร
108	ปางมะโอ	ผักตำลึง	Gentleman’s toes, Ivy gourd, Little gourd, Scarlet-fruited gourd	ผักแคบ	Coccinia grandis (L.) Voigt	พบได้ตั้งแต่ป่าชายหาด ที่รกร้าง ข้างถนน และชายป่าต่างๆ ทั่วประเทศ	ผักแคบเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีมือเกาะเป็นเส้นยาวออกตรงข้ามใบ รูปค่อนข้างกลม หักเป็นห้ามุมหรือเว้าลึกเป็นแฉก 3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาว 5-8 ซม. โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่คนละต้น กลีบดอกสีขาว รูประฆัง ผลเป็นผลสด รูปทรงกระบอก ผลสุกสีแดง เนื้อเละ มีเมล็ดมาก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนลวกกินกับน้ำพริก ใส่แกงแค และนิยมใส่ในแกงส้ม เชื่อว่าส่วนที่เป็นมือเกาะช่วยระบายท้อง	พืชอาหาร
109	ปางมะโอ	ช้าพลู ชะพลู	Wild betal, lolot pepper	ผักปูนก	Piper sarmentosum Roxb.	พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง	ผักแคเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่น ใบสีเขียวเข้มเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด ต้นและใบมีกลิ่นเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดเล็กน้อย	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินสดกับส้มตำ ตำมะม่วง ใส่แกงแค แกงขนุน เพิ่มกลิ่นหอม ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับเสมหะ และขับลมในลำไส้	พืชอาหาร
110	ปางมะโอ	กะเพราญวน ยี่หร่า โหระพาช้าง	Shrubby basil, Tree basil	ผักจั่นจ้อ	Ocimum gratissimum L.	ขึ้นเองตามธรรมชาติบริเวณริมทางที่รกร้าง ทั่วไป เจริญเติบโตได้ในดินเกือบทุกชนิด ชอบดินโปร่งร่วนซุย	ผักจั่นจ้อเป็นไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร มีลักษณะทั่วไปคล้ายโหระพา ต่างกันที่กลิ่น ขนาดใบใหญ่กว่าคือ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ก้านใบยาวกว่า ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่ ขอบใบหยักห่าง โคนใบแหลม ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบหยาบสาก กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ใบประดับปากบนสีเขียวแกมม่วง	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินสดกับลาบ ใช้เป็นเครื่องเทศปรุงแกงไก่ แกงคั่ว แกงเทียม แกงเผ็ด ผัดเผ็ดต่างๆ ช่วยขับลม	พืชอาหาร
111	ปางมะโอ	สามร้อยราก, รากสามสิบ, สาวร้อยผัว, ผักชีช้าง	Satavari	ผักชีช้าง	Asparagus racemosus Willd.	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณหรือบริเวณป่าดิบแล้ง	ผักชีช้างเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นและใบอวบน้ำ ลำต้นมีขนสีขาว และต้นอ่อนออกเป็นหน่อ แทงทะลุจากโคนต้น บริเวณข้อมีกิ่งแตกแขนงรอบข้อและกิ่งนี้เปลี่ยนเป็นสีเขียวลักษณะแบน ทำหน้าที่แทนใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ดอกเป็นช่อกระจะ ออกที่ซอกกิ่ง ดอกย่อยสีขาว แยกเป็น 2 วง วงนอก 3 กลีบ วงใน 3 กลีบ รังไข่ทรงกลม 3 พู ผลสด สีแดงหรือแดงอมม่วง	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดสดกินกับน้ำพริก แกงบอน หรือลาบ ใช้ทุบทาจมูกเป็นยาแก้คัดจมูก หรือพอกศีรษะเป็นยาแก้หวัด	พืชอาหาร
112	ปางมะโอ	ผักเชียงดา, ผักจินดา		เซ็งดา	Gymnema inodorum (Lour.) Decne.	เจริญเติบโตได้ดีในดินที่อุดมสมบูรณ์ บริเวณที่ร่มรำไร ชอบดินชื้น ที่ระบายน้ำดี	ผักเซ็งเป็นไม้เถา เปลือกสีเขียว ทุกส่วนของต้นมียางขาวเหมือนน้ำนม ใบเดี่ยว รูปกลมรี ออกเรียงตรงข้าม ท้องใบเขียวแก่กว่าหลังใบ ช่อดอกออกเป็นกระจุกแน่น สีขาวอมเขียว ดอกย่อยขนาดเล็ก ผลเป็นฝักคู่	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดและใบอ่อนลวก นึ่งกินกับน้ำพริก ปรุงอาหารเช่น แกงขนุน แกงใส่ปลาย่าง แกงใส่ปลาแห้ง ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคเบาหวาน	พืชอาหาร
113	ปางมะโอ	ต้อยตั่ง		ผักดีด	Solanum spirale Roxb.	พบมากในจังหวัดน่าน เชียงใหม่ และตาก ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักดีดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นแข็งตั้งตรง มีข้อห่าง สูงประมาณ 1–3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือวงรีแกมรูปไข่กลับ ใบกว้าง 5–8 ซม. ยาว 9–15 ซม. ช่อดอกกระจะ ออกเหนือซอกใบ ก้านดอกยาว กลีบดอกสีขาว ผลรูปทรงกลม ผิวเรียบสีเขียวออกเป็นช่อคล้ายมะเขือพวง เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนลวกกินกับลาบปลา ใส่รวมกับผักอื่นในแกงหัวปลี แกงขนุน ใช้แช่น้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้จุกเสียดแน่นท้อง ใช้ใบย่างไฟให้อ่อนนุ่มเคี้ยวให้ละเอียดกลืนกลั้วด้วยน้ำอุ่นเป็นยาแก้ไข้ แก้จุกเสียดแน่นท้อง ใช้เข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน ยาแก้ไข้ ใช้ใบและต้นเข้าตำรับยาแก้นิ่ว แก้ไข้ แก้อาหารเป็นพิษ ท้องร่วง ใช้ลำต้นเข้าตำรับยาแก้ห้าต้น	พืชอาหาร
114	ปางมะโอ	ผักปลัง ผักปลังใหญ่	Ceylon spinach , Malabar nightshade, East indian spinach	ผักปั๋ง	Basella alba L.	พบขึ้นทั่วไปตามพื้นที่ที่มีฝนชุก ในประเทศไทย มีมากในภาคเหนือ ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักปั๋งเป็นไม้เลื้อยล้มลุกทุกส่วนของต้นอวบน้ำ แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นสีม่วงแดงหรือสีเขียว หากสีเขียวเรียก ผักปั๋งขาว สีม่วงแดง เรียก ผักปั๋งแหล้ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ป้อม กว้าง 3-8 ซม.ยาว 5-10 ซม. ปลายใบแหลม เนื้อใบหนานุ่ม เมื่อขยี้มีเมือกเหนียว ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ผักปั๋งขาวดอกสีขาว ผักปั๋งแหล้ดอกจะสีขาวอมชมพู ไม่มีก้านดอกย่อย ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ เมื่อแก่สีม่วงอมดำ ภายในผลมีน้ำสีม่วงหรือดำ	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนลวกกินกับน้ำพริก และปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม แกงหน่อไม้ และใช้ผักปั๋งแหล้ต้มให้ผู้หญิงหลังคลอดที่อยู่ไฟกินเป็นยาบำรุงร่างกาย	พืชอาหาร
115	ปางมะโอ	ช้าเรือด ผักปู่ย่า หนามปู่ย่า		ผักหนามปู่ย่า	Caesalpinia mimosoides Lam.	พบได้ตามป่าละเมาะ ป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ และบริเวณชายป่า ทั่วไป	ผักปู่ย่าเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรงหรือทอดเลื้อย มีขนและหนามทั่วทั้งต้น หูใบร่วงง่าย ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 25-40 ซม. ช่อใบย่อย 10-30 คู่ ใบย่อย 10-20 คู่ รูปขอบขนาน กว้างประมาณ 4 มม. ยาวประมาณ 10 มม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝัก รูปร่างคล้ายกระเพาะโป่งพอง	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนและดอกอ่อนกินสดกับน้ำพริก ลาบ ใส่แกงหน่อไม้ ทำยำ	พืชอาหาร
116	ปางมะโอ	ผักแปม		ผักแปม	Eleutherococcus trifoliatus (L.) S.Y.Hu	พบมากในภาคเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	ผักแปมเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล กิ่งก้านสีเขียว มีหนามกระจายอยู่ทุกส่วนของลำต้น ใบประกอบแบบนิ้วมือมี 5 ใบย่อย ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีและรูปไข่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ปลายและโคนใบแหลม มีกลิ่นเฉพาะ ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม สีเขียวอมเหลือง ผลรูปทรงกลม	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนกินสดกับลาบ และใส่แกง ช่วยบรรเทาอาการไอ	พืชอาหาร
117	ปางมะโอ	ผักคราด ผักคราดหัวแหวน	Para cress, Toothache plant, Spot flower	ผักเผ็ด	Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen	พบทั่วไปตามดินที่ชื้นแฉะ ชอบขึ้นบริเวณกลางแจ้ง ทั่วไป	"ผักเผ็ดเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-40 ซม. ลำต้นค่อนข้างกลม อวบน้ำ อาจมีสีม่วงแดง ต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปกรวยคว่ำสีเหลืองอ่อน ผลเป็นผลแห้ง รูปไข่
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักเผ็ดใหญ่ ดอกขาว และผักเผ็ดน้อย ดอกสีเหลือง มีรสชาติเผ็ดกว่า และนิยมกินมากกว่า"	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนและดอกอ่อนลวกกินกับน้ำพริก และใส่แกงแค	พืชอาหาร
118	ปางมะโอ	พญาปล้องทอง พญายอ เสลดพังพอนตัวเมีย	Temple tree, Pagoda tree, Frangipani	ผักมันไก่	Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau	พบทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย ที่มีแสงแดดรำไร	ผักพญายอเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยสูง 1-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก ขนาดใบกว้าง 1-3 ซม. ยาว 4-12 ซม. สีเขียวเข้ม ช่อดอก ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดงส้ม โคนกลีบสีเขียวติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 2 ปาก ไม่ค่อยออกดอก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนใส่แกงแค ใช้ใบสดคั้นน้ำทารักษางูสวัด ขยี่หรือตำทาหรือพอกแก้พิษงู แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ตำผสมเหล้าทารักษาโรคผิวหนังจำพวกเริมและงูสวัด ใบตากแห้งตำผสมแมงป่องปิ้งใช้กากพอกแก้พิษงู ไฟลามทุ่ง พิษแมลงสัตว์กัดต่อย และโรคผิวหนัง ใช้เข้าตำรับยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย ใช้ลำต้นฝนทาแผลสดช่วยให้แผลหายเร็ว และเข้าตำรับยาใส่แผล ใช้รากและเปลือกต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้พิษต่างๆ ใช้รากฝนกับเหล้าทาแก้พิษงู	พืชอาหาร
119	ปางมะโอ	จันทร์โฉม หอมจันทร์ ผักแพว	Vietnamese mint, Vietnamese cilantro, hot mint, laksa leaf	ผักไผ่	Polygonum odoratum Lour.	พบในป่าทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณริมลำธาร ที่มีความชื้นสูง	ผักไผ่เป็นพืชล้มลุก สูง 30-35 ซม. ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มีรากงอกออกตามข้อที่สัมผัสดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ หูใบเชื่อมติดกันเป็นหลอดหุ้มลำต้นเหนือข้อ มีกลิ่นเฉพาะ ช่อดอกกระจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีชมพูม่วง ผลขนาดเล็ก เมล็ดจำนวนมาก	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินสดกับลาบ หรือใส่อาหารต่างๆ เช่น ลาบ ยำไก่ เพื่อปรุงรสและเพิ่มกลิ่นหอม	พืชอาหาร
120	ปางมะโอ	กระทุงหมาบ้า, คันชุนสุนัขบ้า, เครือเขาคลอน, ง่วนหมู, เครือเถาหมู		ผักง้วนหมู	Dregea volubilis (L.f.) Benth. ex Hook.f.	พบได้ทั่วไป พบมากในภาคเหนือ ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักม้วนเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง มียางขาว เถาอ่อนสีเขียว เถาแก่สีน้ำตาล ผิวกิ่งตะปุ่มตะป่ำและมีช่องอากาศ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามตั้งฉากกับคู่ใบข้อถัดไป รูปไข่หรือเกือบกลม ปลายแหลม โคนเว้าหรือป้าน ช่อดอกออกกระจุก ตามซอกใบหรือระหว่างก้านใบ ฝักออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน โคนป่องแล้วค่อยๆ เรียวไปหาปลาย มีครีบตามยาว เมล็ดสีน้ำตาลอมเหลือง รูปไข่หรือรีกว้าง ขอบบางเป็นครีบ มีพู่ขนสีขาวเป็นมันอย่างเส้นไหม	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดและช่อดอกนึ่งกินกับน้ำพริก ส้มตำ หรือตำมะม่วง ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ฝีภายใน ช่วยขับปัสสาวะ	พืชอาหาร
121	ปางมะโอ	บัวบก	Asiatic pennywort, Tiger herbal, Gotu kola	ผักหนอก	Centella asiatica (L.) Urb.	ชอบขึ้นบริเวณดินที่มีความชุ่มชื้นสูงมาก และชอบร่มเงา พบขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ	ผักหนอกเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี เลื้อยแผ่ไปตามพื้นดิน แตกรากฝอยตามข้อ ไหลที่แผ่ไปจะงอกใบจากข้อชูขึ้น 3-5 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-5 ซม. ขอบใบหยักก้านใบยาว ช่อดอกออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก 2-3 ดอก กลีบดอกสีม่วง ผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน และเถาอ่อน กินสดกับน้ำพริก ลาบ ลวกจิ้ม หรือตำมะม่วง ใช้ใบลวกกินกับน้ำพริก ใส่แกง คั้นเอาน้ำผสมน้ำเชื่อมดื่ม หรือต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ช้ำใน ใช้ทั้งต้นตากแห้งเข้าตำรับยาบำรุงธาตุ	พืชอาหาร
122	ปางมะโอ	ผักหนาม	Livid flower, Unicorn plant	ผักหนาม	Lasia spinosa (L.) Thwaites	พบขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ บริเวณริมน้ำ หรือชายน้ำ ชอบดินชื้นแฉะ	ผักหนามเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยและชูยอดขึ้น มีหนาม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปลูกศร หรือขอบใบหยักเว้าลึก แผ่นใบด้านปลายใบ ขนาด กว้าง 35 และยาว 45 ซม. แผ่นใบด้านโคนใบขนาด กว้าง 10 และยาว 25 ซม. มีหนามบริเวณเส้นใบด้านล่าง ก้านใบยาวได้ถึง 1 เมตร มีหนาม ช่อดอก แทงจากกาบใบ ก้านดอกยาวได้ถึง 75 ซม. มีหนาม ใบประดับสีน้ำตาลแกมเขียวถึงสีม่วง ยาวได้ถึง 55 ซม. บิดเป็นเกลียวเล็กน้อย กลีบดอกสีชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแกมเขียว ผลสด หนาและเหนียว	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดและต้นลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริกหรือตำมะม่วง ใช้ปรุงอาหารประเภทแกงและผัด ใช้รากตากแห้งบดละเอียดผสมน้ำผึ้งกินเช้าและเย็นเป็นยาบำรุงกำลัง	พืชอาหาร
123	ปางมะโอ	ชะอม	Thorny tree	ผักหละ (ไม่มีรูป)	Acacia pennata subsp. insuavis (Lace) I.C.Nielsen	พบกระจายทั่วไป ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น ทนน้ำขังได้	ผักหละเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง หรือไม้เถายืนต้น ลำต้นสีขาวมีหนามแหลมคม ใบประกอบขนาดเล็กเป็นฝอย มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถินหรือใบส้มป่อย ใบมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นลูกสะตอ ใบเรียงสลับ ใบย่อยออกตรงข้ามกัน ใบย่อยรูปรีมี 13-28 คู่ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอกออกตามซอกใบ สีขาวหรือขาวนวล ขนาดเล็ก เห็นชัดเฉพาะเกสรตัวผู้ที่เป็นฝอยๆ	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนทำแกงแค แกงปลาย่าง หรือแกงมดส้ม เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติ	พืชอาหาร
124	ปางมะโอ	ผักหวานบ้าน	Sweet leaf, Sweet leaf bush	ผักหวานบ้าน	Sauropus androgynus (L.) Merr.	ในธรรมชาติพบขึ้นตามป่าผลัดใบทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	ผักหวานบ้านเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 0.7-2 เมตร เปลือกต้นขรุขระ สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียวเข้ม ผิวเรียบ ใบเดี่ยว รูปไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ท้องใบสีเข้มกว่าหลังใบ คล้ายใบมะยม ดอกสีแดง ออกติดตามก้านใบ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก อย่างละ 3 กลีบ มีเมล็ดกลมแป้นขอบเป็นพู 3 พูสีเขียวฝ้า จานรองสีแดงเข้ม	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนและผลอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก ปรุงอาหารจำพวกผัด หรือแกงปลาย่างใส่ผักหละ	พืชอาหาร
125	ปางมะโอ	ผักหวาน		ผักหวานป่า	Melientha suavis Pierre	พบทั่วทุกภาคตามป่าผลัดใบดิบแล้ง ชอบดินปนทรายชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่มีน้ำขัง มีแสงแดดส่องครึ่งวัน	ผักหวานป่าเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ยืนต้นขนาดย่อม สูง 6-10 เมตร ผิวต้นขาวนวล ใบอ่อนสีเขียวอมเหลือง ใบแก่สีเขียวเข้ม เป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ใบกว้างประมาณ 5 ซม. ยาวประมาณ 12 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนามัน เนื้อใบกรอบและเปราะ ก้านใบสั้น ช่อดอกแยกแขนงออกตามกิ่งและลำต้น ดอกย่อยสีเขียวขนาดเล็ก เป็นตุ่มอัดแน่นเป็นกระจุก ผลเดี่ยวติดกันเป็นพวง รูปกลมรี เมื่อแก่สีเหลืองอมส้ม	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนและผลอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก ใช้แกงใส่ปลาย่าง หรือแกงไข่มดแดง	พืชอาหาร
126	ปางมะโอ	ผักรด	Redstake climber	ผักฮาก	Erythropalum scandens Blume	พบทั่วไปในป่า ชอบเลื้อยขึ้นตามต้นไม้ ตามพื้นดิน ที่มีแสงแดดรำไร	"ผักฮากเป็นไม้เถาเลื้อย แตกยอดตามข้อปล้อง มีมือเกาะเป็นเส้นยาวออกจากซอกใบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ มีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกเดี่ยวออกตามข้อ สีขาวอมเหลือง ผลเดี่ยวรูปรี ผิวเกลี้ยงเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีส้มอมแดง ผลแก่แตกได้ เมล็ดรูปรี เปลือกหุ้มเมล็ดสีดำ เมล็ดสีขาว
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักฮากยอดแดง และผักฮากยอดเขียว"	เป็นพืชอาหาร ใช้ใบอ่อนและยอดอ่อนผัดหรือลวกกินกับน้ำพริก ใช้ปรุงอาหารประเภทแกง	พืชอาหาร
127	ปางมะโอ	ผักเลียบ		ผักเฮือด	Ficus lacor Buch.-Ham.	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักเฮียกเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ ขนาดเดียวกับไทรและมะเดื่อ สูง 8-15 เมตร เปลือกต้นบางและเรียบ ผลัดใบพร้อมกันทั้งต้น จะแตกใบอ่อนขึ้นมาใหม่ ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่และรูปรี กว้าง 6-7 ซม. ยาว 7-18 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาและมัน ยอดอ่อนม้วนเป็นแท่ง รูปทรงกระบอก ปลายเรียวแหลม ใบอ่อนสีแดง มีขนละเอียดคล้ายไหม ดอกช่อเล็กๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ผลกลม สีเขียวอ่อนออกขาว ผลสุกสีเหลือง	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดและใบอ่อนทำแกงส้ม หรือยำ ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มแก้ปวดท้อง ท้องเสีย ช่วยสมานแผล	พืชอาหาร
128	ปางมะโอ	คนทิสอ คุนดีสอ ดอกสมุทร สีเสื้อน้อย ทิสอ	Tree leaved chaste tree, Indian wild pepper, Indian privet	ผีเสื้อน้อย	Vitex trifolia L.	นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ พบทั่วไป ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น มีแสงแดดส่องถึงรำไร	ผีเสื้อน้อยเป็นไม้พุ่ม สูง 3-4 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงตรงข้าม ใบย่อย 3 ใบ รูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 4-6 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอก สีม่วง ปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากบนมี 2 กลีบ ปากล่างมี 3 กลีบ ผลเป็นผลสด รูปกลม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ ขับลม ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้พยาธิ ใช้ลำต้นต้มน้ำดื่มช่วยขับลม แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ใช้ดอกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้หืดหอบไอ แก้ริดสีดวง แก้พยาธิ	พืชสมุนไพร
129	ปางมะโอ	ข้าวหลาม	Tinwa Bamboo	ไผ่ข้าวหลาม (ไม่มีรูป)	Cephalostachyum pergracile Munro	เจริญได้ดีในสภาพป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นทั่วไป	ไผ่ข้าวหลามเป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นตรง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-8 ซม. เนื้อลำบางหนาไม่ถึง 5 มม. ปล้องยาว 20-45 ซม. ลำต้นสีเขียวปนเทา กาบสีหมากสุก กาบหุ้มลำหลุดร่วงง่าย มีการแตกกิ่งขนาดเท่าๆ กันรอบข้อ ใบรูปลิ่มกว้าง 3-6 ซม. ยาว 15-30 ซม. ขอบใบสากคม ครีบใบเห็นได้ชัดมาก ขอบมีขนสีจางๆ กระจังใบแคบมาก กาบหุ้มใบไม่มีขน ขอบกาบหุ้มใบมีขนสีขาว โคนใบกลม ช่อดอกออกเป็นกลุ่ม ก้านดอกสั้น มีกลีบหุ้มดอกขนาดใหญ่ กลีบดอกมี 3 กลีบ หน่อมีขนาดใหญ่	เป็นพืชอาหาร และพืชใช้สอย ใช้หน่ออ่อนปรุงอาหารประเภทต้ม แกง คั่ว ผัด ยำ ใช้ลำต้นที่เพิ่งเจริญเติบโตเต็มที่เป็นที่นึ่งข้าวเหนียว ใช้ลำต้นแก่ทำโครงหลังคา สานเป็นฝาหรือเพดานบ้าน สานเป็นเสื่อแทนพรมปูบ้าน และหมวก	พืชอาหาร
130	ปางมะโอ	ซาง ไผ่นวล ไผ่ตาดำดอย	male bamboo, Calcutta bamboo	ไผ่ซาง (ไม่มีรูป)	Dendrocalamus strictus (Roxb.) Nees	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณหรือป่าผลัดใบ ชอบพื้นที่ร้อนชื้น แสงแดดจัด	ไผ่ซางเป็นไม้ไผ่ผลัดใบ สูง 6-18 เมตร ข้อจะพองเล็กน้อย ปล้องยาวประมาณ 15-500 ซม. ลำปล้องมีเนื้อหนาและแข็ง ลำต้นโคนมีปล้องหนาตัน ใบเดี่ยวรูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปมุมป้าน ใบกว้าง 1.0-2.5 ซม. ยาว 12-30 ซม. ท้องใบมีขนอ่อนแน่น ขอบใบสากคม ครีบใบไม่ค่อยเห็น กระจังใบโค้งเข้า ปลายรูปมนหรือกลมมีหยัก กาบใบข้างนอกไม่มีขน กาบหุ้มลำต้นในปล้องต่ำๆ จะสั้น ครีบกาบเล็ก กระจังกาบแคบหยัก ใบยอดกาบตรงรูปสามเหลี่ยมแคบ	เป็นพืชอาหาร และพืชใช้สอย ใช้หน่ออ่อนปรุงอาหารประเภท ต้ม แกง คั่ว ผัด ยำ ใช้ลำต้นทำหลังคา มุงหลังคา ทำเสาพยุงหรือค้ำต้นไม้ ทำร่ม ทำเก้าอี้ ทำกระบอกใส่น้ำหรือของเหลวต่างๆ และสานเป็นเสื่อแทนพรมปูบ้าน	พืชอาหาร
131	ปางมะโอ	ไผ่ไร่		ไผ่ไร่ (ไม่มีรูป)	Gigantochloa albociliata (Munro) Kurz	พบขึ้นในป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณผสม	ไผ่ไร่เป็นไผ่ใบเขียวตลอดปีถ้าอยู่ในป่าดงดิบ และทิ้งใบเมื่ออยู่ป่าเบญจพรรณ ลำต้นแน่นเป็นกอ ลำสีเขียวแกมเทาและโค้ง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-3.0 ซม. ข้อนูนเห็นได้ชัด ปล้องยาวได้ 15-40 ซม. มีขนสั้นทั้งปล้อง ลำหนา 0.5-1.0 ซม. กิ่งเรียวยาว ใบรูปแถบ ขนาดกว้าง 2.0-2.5 ซม. ยาว 15-20 ซม. ท้องใบไม่มีขน หลังใบสากและคาย กระจังใบค่อนข้าวยาว มีขนยาว กาบหุ้มใบเรียบ มีขนแข็ง ปลายตัด กาบหุ้มลำเมื่ออ่อนมีขนสีน้ำตาลคลุมแน่น แก่จะร่วงหลุดไป ปลายกาบเรียบ ขอบล่างจะโค้งงอเข้า ครีบกลีบเล็กและโค้ง กระจังกาบยาว ขอบหยักปลายตัด ใบยอดกาบยาว รูปหอก ปลายเรียวแหลม โคนกว้างกลม และอาจมีปีกออกด้วย หน่อมีขนาดเล็ก	เป็นพืชอาหาร และพืชใช้สอย ใช้หน่ออ่อนปรุงอาหารประเภทต้ม แกง คั่ว ผัด ยำ ใช้ลำต้นทำเครื่องจักสาน เครื่องมือทำการเกษตร ใช้สร้างบ้าน	พืชอาหาร
132	ปางมะโอ	ไผ่สีสุก	Spiny Bamboo, Thorny Bamboo, Thorny Branch Bamboo	ไผ่สีสุก	Bambusa blumeana Schult.f.	พบขึ้นเองตามป่าราบ และบนเขาสูงๆ ทั่วไป ชอบดินเหนียวปนทรายหรือดินร่วน ตามริมแม่น้ำที่มีความชื้นไม่ขาดน้ำ	ไผ่สีสุกเป็นไม้ไผ่ประเภทมีหนาม ลำต้นสูง 10-18 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 8-12 ซม. แข็ง ผิวเรียบเป็นมัน ข้อไม่พองออกมา กิ่งมากแตกตั้งฉากกับลำต้น หนามโค้งออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3 อัน อันกลางยาวกว่า ลำมีรูเล็กเนื้อหนา ใบมีจำนวน 5-6 ใบ ที่ปลายกิ่ง ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่มกว้าง หรือตัดตรง แผ่นใบกว้าง 0.8-2 ซม. ยาว 10-20 ซม. ใต้ใบมีสีเขียวอมเหลือง เส้นลายใบมี 5-9 คู่ ก้านใบสั้น ขอบใบสาก ครีบใบเล็กมีขน ดอกออกเป็นช่อ ส่วนมากไผ่อายุราว 30 ปี จึงจะมีดอกสักหนึ่งหน หน่อมีขนาดใหญ่ มีกาบสีเหลืองห่อหุ้ม ขนที่หน่อเป็นสีน้ำตาล	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้หน่อปรุงอาหารประเภทต้ม แกง คั่ว ผัด ยำ ใช้เปลือกกาบหุ้มลำต้นเผาบดละเอียดห่อผ้าขาวบางชงน้ำร้อนดื่มเป็นยาแก้ไข้ ขับเสมหะ แก้หอบหืด ใช้ลำต้นทำเครื่องจักสาน	พืชอาหาร
133	ปางมะโอ	ฝาง	Sappan tree, Sappanwood	ฝาง	Caesalpinia sappan L.	พบกระจายตามป่าผลัดใบ และป่าหินปูนทั่วไป เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่เจริญได้ดีในดินที่ร่วนซุย	ฝางเป็นไม้พุ่ม สูง 5-8 เมตร มีหนามทั่วไป ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ใบกว้าง 0.6-0.8 ซม. ยาว 1.5-1.8 ซม. โคนใบเบี้ยว ช่อดอกกระจะ ออกที่ซอกใบตอนปลายกิ่งหรือที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักแบน เมื่อแก่สีน้ำตาล เมล็ดรูปรี สีน้ำตาล	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ส่วนทั้ง 5(ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล) จากต้นที่มีอายุเกิน 3 ปี ต้มน้ำดื่มแทนชาเป็นยาแก้ปวดหลังปวดเอว บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง ขับปัสสาวะ ใช้แก่นไม้ตากแห้งต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงเลือด และเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้มะโหก แก้นิ่ว ยาแก้ห้าต้น และใช้ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีชมพูแดง	พืชสมุนไพร
134	ปางมะโอ	ไผ่รวก		ไม้ฮวก (ไม่มีรูป)	Thyrsostachys siamensis Gamble	ชอบขึ้นในที่แล้ง หรือที่สูงบนภูเขา ชอบอากาศร้อน น้ำไม่ขัง ดินระบายน้ำดี	ไผ่ฮวกเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี เป็นไม้พุ่มแตกกอ ลำต้นตั้งตรง กลม เป็นทรงกระบอกกลวง ขนาด 2-5 ซม. ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมเทา ไม่มีหนาม มีเนื้อแข็ง เห็นข้อและปล้องชัดเจน แต่ละปล้องยาว 15-30 ซม. มีเหง้าใต้ดินสั้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ 2 แถว รูปหอก กว้าง 0.6-1.2 ซม. ยาว 8-14 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบคม ผิวใบด้านบนเรียบ สีเขียวอ่อน ใบแก่สีเหลืองอ่อน มีเส้นลายใบ ข้างละ3-5 เส้น มีกาบหุ้มลำต้นบางแนบชิดลำต้น ไม่หลุดร่วง ยอดกาบบางเรียวสอบไปหาปลาย ไม่มีติ่ง กาบตอนปลายตรงที่ต่อกับใบจะมีลิ้นใบ	เป็นพืชอาหาร และพืชใช้สอย ใช้หน่ออ่อนปรุงอาหารประเภท ต้ม แกง คั่ว ผัด ยำ ใช้ลำต้นทำรั้วบ้าน คันเบ็ด เครื่องจักสาน เครื่องมือการเกษตร	พืชอาหาร
135	ปางมะโอ	ฝ้าย	Cotton plant	ฝ้าย	Gossypium herbaceum L.	พบปลูกกระจายทั่วไปในประเทศไทย แหล่งที่ปลูกมาก ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย เลย นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี นครปฐม และกาญจนบุรี ปรับตัวเข้ากับอากาศได้ดีมาก ทนความหนาวเย็นได้ แต่อุณหภูมิที่เหมาะสมต้องไม่ต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส	"ฝ้ายเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 0.6-1.5 เมตร แตกกิ่งเวียนรอบต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปฝ่ามือ มี 5-7 แฉก ก้านใบยาว ใบ ก้านใบและลำต้นมีขนสั้นปกคลุม มีหูใบที่โคนก้านใบ 2 อัน ดอกออกที่ข้อเหนือโคนใบ มีกลีบเลี้ยงเป็นแฉกๆ และลึก รูปร่างสามเหลี่ยม มี 3 กลีบ กลีบดอกสีขาวนวลถึงสีเหลือง มี 5 กลีบ เรียงซ้อนกัน โคนกลีบสีม่วง เกสรเพศผู้จำนวนมาก มัดรวมกันเป็น 1 มัด ผลฝ้าย เรียกสมอฝ้าย เป็นผลแห้ง แตกได้ ภายในมีปุยฝ้ายสีขาว หยาบ และปุยติดเมล็ดแน่น 
 ในชุมชนมีฝ้าย 2 ชนิด คือ ฝ้ายแกนแพ มีลักษณะปุยฝ้ายทั้ง 3 แกน ไม่แตกหรือแยกออกจากกัน และฝ้ายขี้หนู ที่มีลักษณะเนื้อในเมล็ดคล้ายเม็ดขี้หนู"	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้นิ่ว เข้าตำรับยาแก้ปัสสาวะขัด ใช้ปุยสีขาวในผลทำเป็นเส้นด้ายสำหรับทอผ้า ผูกข้อมือในพิธีต่างๆ หรือทำเป็นเชือกผูกของ	พืชสมุนไพร
136	ปางมะโอ	ค้อนหมาขาว		พร้าวพันลำ	Dracaena angustifolia (Medik.) Roxb.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม ชอบที่ชื้น ร่ม ชุ่มน้ำ	พร้าวพันลำเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 2–3 เมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นต้นเดียวหรือแตกกอได้เล็กน้อย ต้นอ่อนสีเขียว ลำต้นแก่สีเทา ใบเดี่ยว เรียงสลับถี่ ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ช่อดอกแยกแขนง ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก ก้านช่อดอกยาว กลีบดอกยาว รูปรี บานโค้งลง สีขาวหรือเหลืองอ่อน เกสรเพศผู้ยาว ผลรูปทรงกลมสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองหรือสีส้ม	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนเป็นผักใส่ในแกงแค แกงหน่อไม้ ใช้รากสดเคี้ยวกินเป็นยาแก้ไอ	พืชอาหาร
137	ปางมะโอ	พลู	Betel pepper, Betel vine	พลู	Piper betle L.	พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ในดินที่มีการระบายน้ำดี ชอบอากาศอบอุ่นและชื้น	พลูเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง รากฝอยออกบริเวณข้อใช้ยึดเกาะ ข้อโป่งนูน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 8-12 ซม.ยาว 12-16 ซม. มีกลิ่นเฉพาะและมีรสเผ็ด ช่อดอก ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็กอัดแน่นเป็นรูปทรงกระบอก แยกเพศ สีขาว ผลเป็นผลสด กลมเล็กเบียดอยู่ บนแกน พลูมีหลายพันธุ์ เช่น พลูเหลือง และพลูทองหลาง	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ใบสดขยี้หรือบดทาแก้ผดผื่นคัน หรือเคี้ยวกินกับหมาก ช่วยรักษาฟัน และใช้ในพิธีกรรมบูชาพระแม่ธรณีขอให้ช่วยดูแลข้าวในนา (หมาก 1 คำ พลู 1 ใบ ข้าวเหนียว 1 คำ)	พืชสมุนไพร
138	ปางมะโอ	แพงพวยฝรั่ง	Periwinkle madagascar, Periwinkle, Vinca, Old maid, Rose periwinkle, West indian periwinkle	พังพวยขาว	Catharanthus roseus (L.) G.Don	พบทั่วไป ชอบแดดจัด สภาพกลางแจ้ง และชอบน้ำปานกลาง	พังพวยขาวเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ต้นสูงไม่เกิน 90 ซม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 4-5 ซม. ปลายใบมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ท้องใบสีเขียวเข้มเป็นมัน หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ ช่อดอกกระจุก ช่อละ 1-3 ดอก สีชมพูเข้ม ชมพูอ่อน และสีขาว กลางดอกสีชมพูเข้มหรือสีแดง กลีบดอกรูปไข่กลับ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก ปลายกลีบมีติ่งแหลม ผลแห้งแตกแนวเดียว ทรงกระบอก ขนาดประมาณ 3.75 ซม. จำนวนหลายเมล็ด	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากและก้านสดต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวด ยาบำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
139	ปางมะโอ	เพชรสังฆาต	Edible–stemed vine, Orange trumpet, Flame flower	เพชรสังฆาต	Cissus quadrangularis L.	พบขึ้นตามชายป่าหรือที่ชื้นทั่วไป ที่ระดับความสูงไม่เกิน 600 เมตร เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินร่วนซุย มีอินทรียวัตถุ และไม่มีน้ำขัง	เพชรสังฆาตเป็นไม้เลื้อยลำต้นรูปสี่เหสี่ยมเป็นครีบ ผิวเรียบ มีรอยคอดที่ข้อ ใบเดี่ยว ข้อละ 1 ใบ ตรงข้ามใบมีมือเกาะ รูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ กว้าง 3-8 ซม. ยาว 4-10 ซม. ขอบใบหยักมน เนื้อใบหนา ช่อดอกออกตรงข้ามใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกด้านนอกสีเขียวแกมเหลือง โคนกลีบมีแถบสีแดง กลีบในสีขาวแกมเขียว ผลเป็นผลสด รูปกลม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เถาสดคั้นน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคลักปิดลักเปิด แก้ประจำเดือนไม่ปกติ แก้ริดสีดวงทวาร ตากแห้งฝนใส่บาดแผลช่วยให้หายเร็ว และใช้เข้าตำรับยาแก้ริดสีดวงทวาร(มะโหก) แก้ท้องผูก และรักษาอาการปวดกระดูก	พืชอาหาร
140	ปางมะโอ	ฟ้าทะลายโจร	Kariyat, The creatn, Green chiretta	ฟ้าทะลายโจร	Andrographis paniculata (Burm.f.) Nees	พบมีปลูกทั่วไป ชอบอากาศร้อนชื้น สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาลแต่ฤดูที่เหมาะสมคือ ช่วงต้นฤดูฝน ชอบดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี เจริญเติบโตได้ทั้งในสภาพที่ร่มและกลางแจ้ง	ฟ้าทะลายโจรเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-60 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมแตกกิ่งออกเป็นพุ่มเล็ก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 2-3 ซม. ยาว 4-8 ซม. สีเขียวเข้ม เป็นมัน ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกติดกัน ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบมีเส้นสีแดงเข้มพาดตามยาว ปากล่างมี 2 กลีบ ผลเป็นฝัก สีเขียวอมน้ำตาล ปลายแหลม เมื่อผลแก่จะแตกเป็นสองซีก ดีดเมล็ดออกมา	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบสดผสมในเพี้ย(น้ำขมของวัวหรือควาย) ใส่ลาบเพื่อเพิ่มความขม ใช้เคี้ยวกินสดหรือต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้เจ็บคอ ดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็นแก้ไข้ ใช้ทั้งต้นตากแห้งหั่นเป็นชิ้นพอประมาณ ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องเดิน แก้อักเสบ	พืชอาหาร
141	ปางมะโอ	มะกล่ำต้น มะกล่ำตาช้าง	Red sandalwood tree, Coralwood tree, Sandalwood tree, Bead tree	มะล่ำ	Adenanthera pavonina L.	พบในป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบทั่วไป ชอบดินร่วนซุย โดยเฉพาะที่เป็นเขาหินปูน ระบายน้ำดี แสงแดดจัด	มะกล่ำเป็นไม้ยืนต้นสูง 5-20 เมตร ยอดอ่อนมีขนนุ่มเป็นมัน เปลือกต้นเรียบหรือแตกสะเก็ด สีน้ำตาลปนเทา ใบประกอบแบบขนนกสองชั้นเรียงสลับ ใบย่อย รูปวงรี รูปไข่หรือรูปขอบขนาน กว้าง 1-3.5 ซม. ยาว 2-5.5 ซม. ปลายและโคนใบมน ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอกหรือคล้ายหางกระรอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลเป็นฝักแบน บิดงอ กว้าง 1-2 ซม. ยาว 12–20 ซม. เมื่อแก่แตก เมล็ดสีแดง รูปโล่	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนลวกหรือกินสดกับน้ำพริก ลาบ แกงบอน หรือใส่แกงปลาย่าง ใช้เปลือกต้นฝนใส่สมานแผลหรือใส่ตุ่มคัน	พืชอาหาร
142	ปางมะโอ	ฝรั่ง	Guava	มะก้วยกา	Psidium guajava L.	พบปลูกทั่วไป เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี	มะก้วยแก๋วเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ ใช้ยอด 3 ยอดเด็ดหัวท้ายแช่น้ำทิ้งไว้ 5 นาที หรือแช่น้ำร่วมกับยอดเครือไส้ตันด้วย ดื่มเป็นยาแก้ท้องเสีย ชาวบ้านเชื่อว่าตอนเด็ดยอดมาจากต้นต้องกลั้นหายใจด้วย ใช้ใบต้มน้ำให้เด็กดื่มแก้อาการท้องเสีย และใช้ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีน้ำตาล	พืชอาหาร
143	ปางมะโอ	มะละกอ	Papaya, Pawpaw, Tree melon	มะก้วยเต้ด	Carica papaya L.	เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่ต้องการน้ำค่อนข้างมาก เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย พบทั่วไป	มะก้วยเต้ดเป็นไม้ยืนต้นสูง 3-6 เมตร ไม่มีแก่นต้นอวบน้ำ มียางขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รอบต้นบริเวณยอดรูปฝ่ามือเว้าเป็นแฉกลึก 7 แฉก ขนาดใหญ่ ดอกมี 3 ประเภท คือ ดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และดอกสมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้ออกเป็นช่อ ดอกตัวเมียและดอกสมบูรณ์เพศเป็น ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก สีนวล ผลเป็นผลสด รูปยาวรี ทรงกระบอก หรือกลม เมล็ดสีดำ	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลดิบทำส้มตำ ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ เป็นยาระบาย ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้นิ่ว เข้าตำรับยารักษาโรคกระเพาะ	พืชอาหาร
144	ปางมะโอ	มะกอก	Hog plum	มะกอก	Spondias pinnata (L. f.) Kurz	พบในป่าทั่วไป ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ชอบแสงแดดจัด	มะกอกเป็นไม้ต้น ผลัดใบสูง 15-25 เมตร เปลือกต้นสีเทา ค่อนข้างเรียบ กิ่งก้านมีช่องอากาศ กระจัดกระจาย ใบประกอบ แบบขนนก ปลายใบคี่ เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนานหรือรูปรี กว้าง 3-4 ซม. ยาว 7-12 ซม. ช่อดอกแยกแขนงออกที่ปลายกิ่ง และซอกใบ ดอกขนาดเล็กสีขาวครีม มีจำนวนมาก ผลสดรูปไข่ มีเนื้อฉ่ำน้ำ สีเหลืองอมเขียว	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยแก้กระหายน้ำ หรือใช้ตำน้ำพริก ใช้ใบทุบใส่สมานแผล ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ช่วยให้เจริญอาหาร ใช้เปลือกต้นเข้าตำรับยาแก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้อ่อนเพลีย ปวดท้อง	พืชอาหาร
145	ปางมะโอ	มะกรูด	kaffir lime, Leech lime, Makrut lime, Mauritius papeda	มะกรูด	Citrus hystrix DC.	พบทั่วไป ปลูกได้ดีในดินทุกชนิด	มะกิ้วเป็นไม้ยืนต้น สูง 2-8 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ลำต้นแก่สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียว ใบเดี่ยวรูปค่อนข้างกลม กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 3-8 ซม. ใบและดอกคล้ายมะนาว ก้านใบมีครีบขนาดใหญ่เท่าตัวใบ มีลักษณะคล้ายใบไม้ 2 ใบต่อกัน ส่วนล่างที่ติดต่อกับก้านใบคือหูใบ ใบมีสีเขียวแก่ ผิวใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน มีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป มีกลิ่นฉุน ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้น ผลชาวบ้านเรียก “มะกรูด” มีรูปร่างค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ ผิวมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่ว ผลอ่อนสีเขียวเมื่อแก่สีเหลือง ภายในมีเมล็ดที่มีเยื่อเมือกหุ้ม	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ใบใส่ต้มส้มปลา และแกงต่างๆ ต้มน้ำดื่มเป็นยาขับลมในกระเพาะ ใช้ต้มสูดไอน้ำเป็นยาแก้หวัดคัดจมูก ใช้ผลต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร คั้นน้ำสระผมช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรง สะอาด และนุ่มลื่น	พืชอาหาร
146	ปางมะโอ	ตะขบป่า	Flacourtia, Batoko plum, Govenor's plum, Madagascar plum	มะเกว๋น (ไม่มีรูป)	Flacourtia indica (Burm.f.) Merr.	พบในป่าโปร่งทั่วไป ชอบพื้นที่กลางแจ้ง ทนแล้งและน้ำท่วมขังได้ดี	มะเกว๋นเป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง สูง 7-10 เมตร ลำต้นมีเปลือกสีน้ำตาล กิ่งก้านอ่อนห้อยลู่ลง ใบเดี่ยวออกสลับ ใบมีรูปร่างหลายแบบ ทั้งรูปขอบขนานรี รูปไข่ หรือไข่กลับ ช่อดอกแบบกระจะที่ปลายยอด มีดอกย่อย 4-6 ดอก ดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกันอยู่คนละต้น เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก ดอกเพศเมียมีกลีบเลี้ยงคล้ายดอกเพศผู้ ผลรูปกลมรี เนื้อเละ เมล็ดจำนวนมาก ผลสุกมีสีดำหรือแดง	เป็นพืชอาหาร ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
147	ปางมะโอ	มะขม		มะขม	Pittosporopsis kerrii Craib	พบในป่าดิบชื้น ทางภาคเหนือ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 100 เมตรขึ้นไป	มะขมเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นผลัดใบ สูง 8 เมตร เปลือกเรียบสีน้ำตาล มีช่องอากาศกระจายทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 4-7 ซม. ยาว 10-21 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ยอดอ่อนสีแดง ช่อดอกกระจุกกลม ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ ผลสด รูปทรงกลม เมล็ดเดียว แข็ง มีสีขาว	เป็นพืชอาหาร ใช้ผลสดหรือต้มกินเล่น ใช้ยอดอ่อนกินกับน้ำพริก ลาบ และแกงบอน	พืชอาหาร
148	ปางมะโอ	มะขาม	Tamarind, Indian date	มะขาม	Tamarindus indica L.	ขึ้นได้กับดินทุกชนิด เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนและดินเหนียว ทนแล้งได้ดี พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป	มะขามเป็นไม้ยืนต้น สูง 15-25 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นขรุขระและหนา สีน้ำตาลอ่อน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 5-8 มม. ยาว 1-1.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองมีลายสีม่วงแดง ผลเป็นฝัก รูปร่างยาวหรือโค้ง ฝักอ่อนเปลือกสีเขียวอมเทา เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบหักง่าย สีน้ำตาล มีเนื้อหุ้มเมล็ด สีน้ำตาล ฉ่ำน้ำ	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบอ่อนใส่แกงส้ม ใช้ผลดิบและสุกกินเป็นผลไม้ ใช้ใบอ่อนต้มน้ำใส่เกลือเล็กน้อยดื่มและกินใบเป็นยาขับปัสสาวะ ยาระบาย ใช้ผลสุกทำน้ำมะขามเปียกใส่ส้มตำ เข้าตำรับยาแก้มะโหก	พืชอาหาร
149	ปางมะโอ			มะขี้ฮอก	สกุล Tectona	พบได้ในป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ และป่าละเมาะ ทั่วไปทุกภูมิภาคของประเทศ ชอบอากาศร้อนชื้น	มะขี้ฮอกเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือยืนต้นขนาดย่อม สูงถึง 4 เมตร กิ่งก้านมีขนสั้นบริเวณปลายกิ่ง ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว 3-8 ซม. ท้องใบมีขนบางๆ โคนใบแหลม ปลายแหลม ดอกช่อแยกแขนง ออกปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง มี 5 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากเข้ายาขางหลวง ลำต้นและใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้สรรพพิษ	พืชอาหาร
150	ปางมะโอ	มะเขือขื่น	Cockroach berry, Soda-appla nightshade, yellow-fruit nightshade, yellow-berried nightshade, Thai green eggplant, Thai striped eggplant	มะเขือขื่น	Solanum virginianum L.	พบปลูกทั่วไป ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี และทนแล้งได้ดี	มะเขือแจ้เป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 0.14-1 เมตร ต้น ใบ กิ่งก้าน มีหนามแหลมสีม่วงดำ มีขนสั้นปกคลุมทั้งต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีหนามแหลมคมตั้งฉากตามเส้นกลางใบรูปไข่ กว้าง 4-12 ซม. ยาว 4.5-18 ซม. โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเว้าเข้าเป็นพูตื้นๆ ก้านใบยาว 1-10 ซม. ดอกช่อกระจุกสั้น ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 4-6 ดอก กลีบดอกสีม่วง เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยสั้น ผลกลมโตขนาดผลหมากดิบ ภายในมีวุ้นสีเขียวข้น รสขื่น	เป็นพืชอาหาร ใช้ผลสดกินกับน้ำพริก ลาบ หรือแกงบอน ทำยำมะเขือ ใช้ผลแก่หั่นใส่ซ่า	พืชอาหาร
151	ปางมะโอ	กำจัดต้น พริกหอม ลูกระมาศ หมากมาศ	Indian ivy-rue	มะแขว่น	Zanthoxylum rhetsa DC.	พบในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในที่ชื้น	มะแข่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร มีหนามแหลมตามลำต้นและกิ่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเหลือง ใบดกหนาเขียวสด ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่หรือคู่ เรียงสลับ ก้านใบสีแดง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ปลายแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ขอบเรียบหรือหยักห่างๆ ช่อดอกออกแยกแขนง ออกที่ยอดหรือตามง่ามใบ สีนวลหรือขาวอมเขียว รูปรีหรือรูปไข่ ผลเป็นผลกลุ่มออกเป็นช่อ ผลค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ สีเขียว มีกลิ่นหอม ผลแก่เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดง แก่จัดสีดำ แตกอ้าเห็นเมล็ดในสีดำเล็กๆ	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลอ่อนกินกับลาบและใส่แกง ใช้เมล็ดแก่สดและแห้งเป็นเครื่องเทศใส่ลาบหรือแกง ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมรสชาติ คนเหนือเชื่อว่าจะช่วยฆ่าพยาธิได้ ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ลมขึ้นเบื้องสูง บำรุงธาตุไฟ แก้ลมวิงเวียนศีรษะ ขับระดูไม่ปรกติ	พืชอาหาร
152	ปางมะโอ	มะค่าโมง มะค่าใหญ่ มะค่าหลวง มะค่าหัวดำ บิง เบง ปิ้น	Afzelia, Doussie, Black rosewood Pod	มะค่าหัวคำ	Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib	พบในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบแล้งใกล้แหล่งน้ำ ทุกภาคยกเว้นภาคใต้ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 100-600 เมตร ขึ้นได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วน	มะค่าเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 30 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3-5 คู่ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 4-5 ซม. ยาว 5-9 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีเขียว 4 กลีบ กลีบดอกสีชมพู 1 กลีบ ผลเป็นฝักแบน เปลือกแข็งและหนา สีน้ำตาล เมล็ดแข็งสีน้ำตาล มีเยื่อสีส้ม	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ฝักอ่อนนึ่งสุกกินเมล็ดกับน้ำพริก ใช้ยอดอ่อนต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ท้องเสีย ใช้เมล็ดที่แก่จัดตัดจอมออก(ส่วนจุกเมล็ดที่มีสีเหลือง) เผาไฟให้ร้อนประคบบริเวณที่ถูกพิษแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นยาดูดพิษ ในอดีตใช้เปลือกผลทำรองเท้าแตะใส่	พืชอาหาร
153	ปางมะโอ	สลอด	Croton oil plant, Purging croton	มะคาง	Croton tiglium L.	ขึ้นในป่าเต็งรัง และป่าผลัดใบ ทั่วไป ชอบสภาพกลางแจ้ง ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุยและมีความชื้นน้อย ไม่ชอบดินแฉะ	มะค่างเป็นไม้พุ่ม สูง 2-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ค่อนข้างใหญ่ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 7-12 ซม. สีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง และร่วง ขอบใบหยัก โคนใบกว้าง ปลายใบแหลม ดอกออกเป็นช่อ ดอกย่อยขนาดเล็ก ดอกตัวผู้อยู่ด้านบน ดอกตัวเมียอยู่ด้านล่างในช่อดอกเดียวกัน ผลกลมยาวสีเขียวมี 3 พู สุกแก่จัดมีสีเหลืองนวล จะแตกออกเป็น 3 ซีก ภายในมีเมล็ด 3 เมล็ด เมล็ดรูปไข่ ด้านนอกโค้ง ด้านในเป็นสามเหลี่ยม สีน้ำตาล	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้เนื้อไม้ต้มน้ำจิบแต่น้อยช่วยขับเหงื่อ ใช้เมล็ดกินเป็นยาถ่ายอย่างแรง(เป็นยาอันตราย)	พืชอาหาร
154	ปางมะโอ	ตะคร้อ	Ceylon oak	มะเคาะ	Schleichera oleosa (Lour.) Merr.	มีเขตกระจายพันธุ์ในป่าผลัดใบ ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไทย	มะเคาะเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 10-25 เมตร ส่วนมากต้นคดงอและเป็นปุ่มปม เปลือกสีน้ำตาลอมเทา แตกเป็นสะเก็ดหนา ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ออกเรียงสลับ รูปรี รูปขอบขนาน หรือรูปขอบขนานแกมไข่กลับ ขอบใบเป็นคลื่น ช่อดอกแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง สีเหลืองอมเขียว ผล ทรงกลมหรือรูปไข่ ปลายแหลม แข็ง เมื่อสุกสีเหลือง เนื้อผลนิ่ม เมล็ดโต รูปกลมรี สีน้ำตาล	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบอ่อนกินสดกับน้ำพริกหรือลาบ ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ ใช้แก่นต้นต้มน้ำดื่มแก้ปวดหลัง ใช้เปลือกต้นผลต้มน้ำดื่มเป็นยาสมานแผล ห้ามเลือด ขูดใส่ตำมดแดง เป็นยาแก้ท้องร่วง ใช้ใบขยี้พอกศีรษะและหลังเท้าเป็นยาแก้ปวด ใช้เปลือกลำต้นเข้าตำรับยาแก้ท้องเสีย ใช้รากเข้าตำรับยาแก้ท้องร่วง ใช้ต้นเข้าตำรับยาแก้ปวดท้อง	พืชอาหาร
155	ปางมะโอ	มะแว้งต้น	Plate brush egg plant	มะแคว้งขม	Solanum indicum L.	พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้เองตามธรรมชาติในบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง	มะแคว้งขมเป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้าน สูงประมาณ 1 เมตร มีขนสีเทาปกคลุมทั้งต้น โคนต้นมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงสลับ เป็นกระจุกปลายกิ่ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3-10 ซม. ขอบใบเว้าตื้น โคนใบกว้าง ปลายใบแหลม มีหนามแหลมตามเส้นกลางใบ ผิวใบหนา ดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงโคนกลีบติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก และคงอยู่เมื่อเป็นผล กลีบดอกสีม่วง โคนติดกัน แผ่เป็นจาน แยกเป็น 5 แฉก ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผิวขาวเทามีกระสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีส้มไม่มีลาย มีเมล็ดจำนวนมาก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลสดกินเป็นผักกับลาบปลา หรือยำเทา(สาหร่ายน้ำจืด) ใช้เคี้ยวกลืนทั้งน้ำและเนื้อพร้อมน้ำอุ่นเป็นยาแก้เจ็บคอ ตำพอแหลกคั้นน้ำผสมเกลือจิบบ่อยๆ เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดหลังปวดเอว	พืชอาหาร
156	ปางมะโอ	มะเขือพวง	Pea eggplant, Turkey berry, prickly nightshade	มะแคว้ง	Solanum torvum Sw.	พบได้ทั่วไป ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,600 เมตร เติบโตได้ในที่กลางแจ้งหรือที่ร่ม ชอบความร้อนชื้นสูง แต่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ	มะแคว้งเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นมีหนามสั้นทั่วไป แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 5-20 ซม. ยาว 7-25 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน มีขนนุ่มปกคลุมทั้ง 2 ด้าน ช่อดอก ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก ติดคงทน กลีบดอก สีขาว 5 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นรูปดาว ผลกลุ่มออกเป็นช่อ ผลย่อยรูปทรงกลม ภายในมีเมล็ดกลมแบนจำนวนมาก	เป็นพืชอาหาร ใช้ผลกึ่งแก่กึ่งอ่อนลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก และใส่แกงต่างๆ	พืชอาหาร
157	ปางมะโอ	ชมพู่น้ำ		หมากแต้ว้า	Syzygium siamense (Craib) Chantaran. & J.Parn.	ขึ้นกระจายบริเวณริมห้วย ในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นทั่วไป ชอบดินค่อนข้างชื้น แสงแดดรำไร	มะดะหรือหมากแต้ว้าเป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงกลางสูง 5-10 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานแคบ กว้าง 2.7–8 ซม. ยาว 9–27 ซม. โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ ก้านใบยาว ช่อดอกกระจะออกที่ปลายกิ่งหรือยอด มีช่อละ 3 ดอก สีแดงแกมม่วง ร่วงง่าย ผลรูปทรงกลม ยาวประมาณ 2 ซม. เนื้อผลสีขาว มีกลิ่นหอม	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก ใช้ผลแก่กินเป็นผลไม้ ใช้เมล็ดกินแก้เบาหวาน แก้ท้องเสีย ใช้ใบแก่ตำพอกรักษาแผลฝีดาษ ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ใช้ทั้งห้า(ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล) ต้มน้ำดื่มบำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย แก้ไข้	พืชอาหาร
158	ปางมะโอ	มะเดื่อปล้อง		มะเดื่อป่อง	Ficus hispida L.f.	เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ตามป่าโปร่ง ป่าดิบเขา พื้นราบ หรือตามที่ว่างเปล่าทั่วไป ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	มะเดื่อป้องเป็นไม้ต้น สูงประมาณ 5 เมตร ต้นและกิ่งเป็นปล้อง มีขนสากทั่วไป และมีน้ำยางสีขาวซึมเมื่อมีแผล ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม เป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปขอบขนาน กว้าง 10 ซม. ยาวประมาณ 25 ซม. โคนใบมนหรือเบี้ยว ปลายใบเป็นติ่งและเรียวแหลม ผิวใบมีขนสาก ขอบใบเป็นคลื่น ก้านใบยาว 3-5 ซม. ดอก ออกเป็นช่อยาว 50 ซม. ตามโคนต้นและกิ่ง ผลรูปทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. ผลแก่สีเหลือง	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบอ่อนกินกับลาบ ใช้ผลอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ มีรสเปรี้ยวอมหวาน ใช้ผลเข้าตำรับยาขางบ่วง ยาแก้ท้องร่วง	พืชอาหาร
159	ปางมะโอ	เดือย	Job’s tear, Adlay	หม่าเดือยหิน	Coix lacryma-jobi L	พบปลูกได้ทั่วไป แต่มีมากในภาคเหนือ พบในไร่และสวน ปลูกได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนชื้น ได้รับแสงแดดเต็มวัน	มะเดือยหินเป็นไม้ล้มลุกตระกูลข้าว อายุปีเดียว ลำต้นเป็นปล้องและกลวง แตกกิ่งเล็กน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาสาก ก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น มีหูใบสั้น สีเขียว ช่อดอกเชิงลดรวม มีกาบหุ้ม ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างดอกกัน ผลกลุ่ม ผลย่อยรูปทรงกลมสีเขียว เมื่อแก่มีสีดำ เปลือกภายนอกแข็ง	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากต้มน้ำดื่ม และเข้าตำรับยาแก้มะโหก แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะขัด ใช้เมล็ดเข้าตำรับยาแก้นิ่ว	พืชสมุนไพร
160	ปางมะโอ	เดื่อหว้า	Roxburgh fig	มะเดื่อหว้า	Ficus auriculata Lour.	เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ในป่าโปร่ง ป่าดิบเขา พื้นราบ หรือตามที่ว่างเปล่าทั่วไป ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	มะเดื่อหว้าเป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อน เปลือกสีเทาปนน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ เป็นกระจุกปลายยอด รูปไข่กว้างหรือหัวใจ กว้าง 14-15 ซม. ยาว 18-23 ซม. ขอบใบเรียบ ปลายและโคนใบมน เส้นใบชัด ผิวใบสากเล็กน้อย หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ มีขนนุ่มปกคลุม ก้านใบยาว 13-15 ซม. ยอดและก้านใบมีขนนุ่มสีน้ำตาลปกคลุม ลำต้นเห็นแผลของก้านใบที่ร่วงชัดเจน ดอกออกเป็นช่อยาว ตามลำต้นและกิ่ง ผลขนาดใหญ่ รูปกลมแบน สีเขียว มีกลีบเลี้ยงสีน้ำตาลติดอยู่ ที่ผิวมีจุดสีเขียวอ่อนกระจายทั่วทั้งผล	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนกินกับน้ำพริก ใช้ผลดิบกินกับน้ำพริก ทำแกง มีรสฝาด(คล้ายแกงขนุน) ช่วยแก้ท้องร่วง ผลสุกแก่กินเป็นผลไม้ มีรสเปรี้ยวอมหวาน	พืชอาหาร
161	ปางมะโอ	กระท้อน	Sentul, Santol, Red sentol, Yellow sentol	มะต้อง (ไม่มีรูป)	Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr.	พบในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น กระจายอยู่ทั่วไป ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-700 เมตร ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ	มะต้องเป็นไม้ต้น สูง 15-30 เมตร แตกกิ่งต่ำ ปลายกิ่งลู่ลง เปลือกต้นผิวเรียบและแตกล่อนเป็นสะเก็ดใหญ่ สีน้ำตาลอ่อนอมชมพู ใบประกอบ เรียงสลับ มี 3 ใบย่อย รูปไข่หรือกลมรี กว้าง 5-11 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ใบอ่อนมีขนสีเหลือง ใบเมื่อแก่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็นสีแดงอิฐ ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยสีเขียวอมเหลือง จำนวนมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ แยกกันเป็นอิสระ เกสรเพศผู้ 10 อัน ผลขนาดใหญ่ กลมแป้นฉ่ำน้ำ เปลือกมีขนนุ่ม เนื้อหนา มียางสีขาวเล็กน้อย ผลสุกสีเหลืองนวล	เป็นพืชอาหารและพืชใช้สอย กินผลสุกเป็นผลไม้ ใช้เปลือกต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีแสด ใช้ใบย้อมผ้าฝ้าย ให้สีโอรสเขียว ใช้เนื้อไม้สร้างบ้าน	พืชอาหาร
162	ปางมะโอ	เล็บเหยี่ยว		มะตันขอ	Ziziphus oenopolia (L.) Mill.	พบในป่าทั่วไป ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี	มะตันขอเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เถาและกิ่งมีหนามแหลมงอทั่วทั้งต้น เปลือกเถาสีดำเทา เปลือกในสีแดง ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปทรงกลมรีเล็กน้อย ขนาดใบกว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 3-4 ซม. ขอบใบเรียบ ท้องใบมีขนนุ่มสั้น หลังใบสีเขียวเข้ม คล้ายใบพุทรา ดอกออกเป็นช่อกระจุกเล็กๆ ตามซอกใบ ดอกย่อยสีเขียวอ่อน กลีบใบแผ่ออกรูปจาน ผลเดี่ยว รูปทรงกลม ผลดิบจะมีสีเขียว ผลสุกสีดำ เนื้อผลน้อยแต่นิ่ม มี 1 เมล็ด	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ มีรสหวานอมเปรี้ยว ใช้ลำต้นปอกเปลือกเคี้ยวกินเป็นยาแก้ไข้ แก้นิ่ว ช่วยกินข้าวรำ(ช่วยเจริญอาหาร) ใช้ตากแห้งผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย ยาบำรุงกำลังหลังฟื้นไข้ ยาแก้นิ่ว	พืชอาหาร
163	ปางมะโอ	ยอบ้าน	Indian mulberry, Great morinda, Beach mulberry, Tahitian noni	มะตาเสือ	Morinda citrifolia L.	ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินชุ่มชื้น พบได้ทั่วไป นิยมปลูกบริเวณบ้านและสวนทั่วไป	มะตาเสือ มะสะตอ หรือมะขี้ไก่เป็นไม้ยืนต้น สูง 2-6 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน รูปวงรี โคนใบและปลายใบแหลม ผิวใบสีเขียวเป็นมันทั้งสองด้าน ขอบใบเรียบ หูใบอยู่ระหว่างโคนก้านใบ ช่อดอกออกที่ซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็นรูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดเล็ก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบดอกสีขาว มี 5 แฉก ผลเป็นผลสด เชื่อมติดกันเป็นผลรวม ทรงกระบอก เนื้อผลฉ่ำน้ำ เมื่อแก่จัดเป็นสีขาวมีกลิ่นเหม็น ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลเข้มจำนวนมาก	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ยอดอ่อนทำห่อนึ่ง(ห่อหมก) ต้มกินกับน้ำพริก ใช้ผลตากแห้งต้มน้ำดื่มแก้โรคความดันสูง ช่วยขับลม บำรุงเลือด ใช้ดองน้ำผึ้ง 7 วัน ดื่มขับสารพิษในร่างกาย ใช้ใบต้มน้ำดื่มบำรุงร่างกาย แก้ปวดท้อง ท้องร่วง ใช้ใส่ผมเป็นยาฆ่าเหา ใช้เปลือกและใบแก่ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีน้ำตาลอ่อน	พืชอาหาร
164	ปางมะโอ	ตูมกาขาว	snake wood	มะตึ่ง	Strychnos nux-blanda A.W. Hill	พบในบริเวณที่ลุ่มต่ำ ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณหรือป่าเต็งรัง ทางภาคเหนือและภาคตะวันออก ของประเทศไทย	มะตึ่งเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ สูงได้ถึง 25 ม. ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่กว้าง กว้าง 6-10 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ผิวเรียบมัน เนื้อใบหนา สีเขียวเข้ม เส้นใบทางยาวคมชัด 5 เส้น ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก เชื่อมกันเป็นหลอด ปลายบานเป็นแฉก สีเหลืองแกมเขียว ผลเดี่ยวขนาดใหญ่ กลมคล้ายมะขวิด ผิวเกลี้ยง ผลสุกสีเหลือง เนื้อผลฉ่ำน้ำ สีเหลือง เมล็ดแบนคล้ายกระดุม	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร กินเนื้อผลสุกเป็นผลไม้ ใช้ต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง	พืชอาหาร
165	ปางมะโอ	กระทงลาย	black oil plant, intellect tree	หมากแตก	Celastrus paniculatus Willd.	ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณ ป่าโปร่ง พบทั่วไป แต่พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นได้ในดินทุกชนิด แสงแดดเต็มวัน	มะแตกเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยเนื้อแข็ง เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามาก กิ่งก้านลู่ลง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 6-8 ซม. ขอบใบจักมนตื้นและถี่ ปลายใบเรียวแหลม โคนมน ผิวใบเรียบ ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีเขียว ผลแห้ง แตกได้ รูปทรงกลม หรือรูปไข่ เมื่อแก่สีเหลือง มีลักษณะหยักเป็น 3 พู แต่ละพูมี 2 เมล็ด เมล็ดมีเยื่อสีน้ำตาลแดง	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ยอดอ่อนแกงใส่ไข่มดแดง ใช้รากตากแห้งต้มน้ำผสมข้าวเปลือกจ้าว 9 เม็ด ดื่มแก้ปวดท้อง แก้บิด แก้ไข บำรุงน้ำนมสตรีคลอดบุตรใหม่เวลาอยู่ไฟ ในอดีตใช้เมล็ดแก่บีบทำน้ำมันจุดตะเกียง	พืชอาหาร
166	ปางมะโอ	ขี้กาดง กะดอม		ผักมะไฮ่	Gymnopetalum chinense (Lour.) Merr.	พบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนาและทุ่งหญ้าทั่วไป	มะนอยเป็นไม้เถาลำต้นเป็นร่อง มีมือเกาะ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไต สามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หรือเป็นแฉก กว้าง 3-10 ซม. ยาว 4-10 ซม. โคนเว้ารูปหัวใจ ผิวใบสาก ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยงเป็นหลอดยาว ปลายแยก 5 แฉก มีขนเป็นมันเลื่อม กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว โคนติดกันเล็กน้อย เกสรเพศผู้ 3 อัน ดอกเพศเมียออกเดี่ยว กลีบเลี้ยง และกลีบดอกเหมือนดอกเพศผู้ ผลสีแดงอมส้ม รูปไข่แกมรูปขอบขนาน ผิวสาก มีสัน 10 สัน เนื้อสีเขียว เมล็ดรูปรี มีจำนวนมาก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนและผลอ่อนต้ม ลวก หรือนึ่ง กินกับน้ำพริก หรือใส่แกงแค ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ตาแดง เจ็บตา	พืชอาหาร
167	ปางมะโอ	มะนาว	Common lime, Lime	มะนาว	Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle	พบปลูกทั่วไป ขึ้นได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	มะนาวเป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวสดแข็งและหนา เนื้อใบมีจุดน้ำมันกระจาย ก้านใบมีครีบเล็กๆ ดอกเดี่ยวหรือช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง มี 4 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก กลิ่นหอม ร่วงง่าย ผลเป็นผลสด กลมเกลี้ยงและผิวมัน เนื้อผลฉ่ำน้ำ มะนาวที่ชาวบ้านใช้มีผลรูปร่าง 2 แบบ คือ ผลรูปทรงกลม เรียกว่า มะนาว ส่วนผลรูปรีหรือรูปไข่ เรียก มะนาวเมือง	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้น้ำคั้นจากผลแก่ ใส่ปรุงรสเปรี้ยวในอาหารต่างๆ ผสมน้ำผึ้งครึ่งช้อนโต๊ะ เกลือ และน้ำอุ่น กินเป็นยาแก้ไอ ใช้เข้าตำหรับยาแก้ไอ ขับเสมหะ แก้พิษ ใช้ใบมะนาวเมืองเข้าตำรับยาแก้โรคเบาหวาน ยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย ใช้รากเข้าตำรับยาแก้นิ่ว	พืชอาหาร
168	ปางมะโอ	บวบหอม	Smooth loofa, sponge gourd, Egyptian cucumber, Vietnamese luffa	มะนอยอ้ม	Luffa cylindrica (L.) M.Roem.	พบกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบขึ้นตามที่รกร้าง ริมรำธาร และตามบึงทั่วไป แต่ในภาคเหนือผลส่วนใหญ่มีลักษณะค่อนข้างกลมป้อม	มะบวบเป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นเป็นเหลี่ยม ตามข้อมีมือเกาะ 3 เส้น ต้นอ่อนและยอดอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่จะหลุดไป ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปใบกลมมีหยักเว้า 3-7 หยัก ปลายใบแหลมสั้น ท้องใบสีเขียวอ่อน เห็นรอยใบเส้นใบนูนชัดเจน ดอกเป็นดอกเดี่ยว สีเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ ขอบมีรอยย่นเป็นคลื่น ผลอ่อนลายสีเขียวแก่มีนวลขาวเคลือบ ผลแก่สีเขียวออกเหลืองหรือเขียวอมเทา เนื้อในมีเส้นใยเหนียวเป็นร่างแห เมล็ดแบนรี	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอด ดอก และผลที่ไม่อ่อนหรือแก่เกินไปทำอาหารจำพวกผัด ต้ม แกง หรือลวกกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
169	ปางมะโอ	ชะมวง		หมากป้อง	Garcinia cowa Roxb. ex DC.	กระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้นที่ลุ่มต่ำทั่วไป พบมากในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ความสูงจากระดับทะเล 800 เมตรขึ้นไป	มะป้องเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม เปลือกสีน้ำตาลเข้มแตกเป็นร่องตามยาว ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน เนื้อใบหนาและเหนียว ผิวเป็นมัน รูปรีหรือใบรูปหอก ปลายใบเป็นติ่งแหลมหรือเว้าตื้น โคนใบเรียวแหลมหรือรูปลิ่ม ดอกแยกเพศ อยู่คนละต้น ดอกสีเหลืองกลีบแข็ง ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ดอกเพศผู้ออกกระจุกตามกิ่ง กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก ผลสด ทรงกลม ผิวเรียบ มีร่องเป็นพูบางรอบผล ผลอ่อนสีเหลืองเมื่อสุกสีส้ม ผลสุกจะแตกออกเป็นเสี้ยว	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนกินสดกับน้ำพริกหรือลาบ ใส่แกงให้รสเปรี้ยว ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ เป็นยาระบาย กัดฟอกเสมหะ แก้ธาตุพิการ แก้ไอ ฟอกโลหิต ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ถอนพิษไข้ แก้บิด	พืชอาหาร
170	ปางมะโอ	สะบ้า	St. Thomas’s bean, African dream herb, snuff box sea bean	สะบ้า (ไม่มีรูป)	Entada rheedii Spreng.	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณ	มะบ้าเป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ เถาแบนบิดไปมา คล้ายเถากระไดลิง ช่อดอกยาว รูปทรงกระบอก ออกที่ตามซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวเหลือง ผลเป็นฝักแบน ขอบหนา กว้างราว 2 นิ้ว ผลสดสีเขียวสด ผลแก่สีแดงเข้มออกน้ำตาล เนื้อในสีขาวนวลแข็งมาก มองเห็นช่องเมล็ดชัดเจน เมล็ดขนาดใหญ่ รูปกลมแบนหรือเกือบคล้ายรูปถั่ว สีน้ำตาล	เป็นพืชอาหาร ใช้เมล็ดแก่เผาไฟแช่น้ำ 1 คืน หั่นเป็นชิ้นบางๆ แช่น้ำซาวข้าว 3 วัน คั้นน้ำหลายครั้ง จนมีรสจืด นำไปทำห่อนึ่งกิน (ห่อหมก)	พืชอาหาร
171	ปางมะโอ	มะตูม	Beal fruit tree, Bengal quince, Bilak	มะปีน	Aegle marmelos (L.) Corrêa	เกิดในป่าดงทั่วไป โดยเฉพาะป่าเบญจพรรณ เจริญงอกงามได้ในดินทั่วไป	มะปินเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปวงรี หรือรูปไข่แกมใบหอก กว้าง 2-7 ซม. ยาว 4-13 ซม. ขอบใบหยักมน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ผิวใบเรียบ ช่อดอกออกที่ซอกใบ และที่ปลายกิ่ง กลีบดอกด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านในสีนวล ใบและดอกมีกลิ่นหอม ผลเป็นผลสดขนาดใหญ่ รูปทรงกลม เปลือกผลแข็ง เนื้อในมีสีเหลืองและนิ่ม มีน้ำเมือกสีเหลืองปนน้ำตาล	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับแกงหน่อไม้และลาบ ใช้ผลแก่หั่นตากแห้งต้มน้ำดื่ม ใช้เข้าตำรับยาต้มแก้ปวดเมื่อย ใช้ลำต้นเข้าตำรับยาแก้มะโหก ในอดีตใช้ยางจากผลแก่แทนกาวติดสิ่งของ เช่น ตุง บุหรี่	พืชอาหาร
172	ปางมะโอ	มะอึก	Bolo maka	มะปู่ (ไม่มีรูป)	Solanum stramoniifolium Jacq.	พบในป่าผลัดใบ ป่าละเมาะที่รกร้าง ตามสวนและข้างทาง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยในที่กลางแจ้ง ชอบน้ำปานกลาง ทนต่อแมลงโรค และทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี	มะปู่เป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูง 1-2 เมตร ทุกส่วนมีขนละเอียดสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กว้างหรือรูปโล่ ขอบใบหยักเว้าเป็นพู ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกว้างหรือตัด ขนาดใบกว้าง 15-25 ซม. ยาว 20-30 ซม. ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกย่อยกลีบดอกสีขาว มี 5 กลีบ บานแผ่ออกเป็นรูปจาน ผลสด รูปทรงกลม เมื่อสุกสีเหลืองแกมน้ำตาล เมล็ดจำนวนมาก	เป็นพืชอาหาร ใช้ผลดิบใส่น้ำพริกกะปิ ส้มตำ เพื่อเพิ่มรสเปรี้ยว	พืชอาหาร
173	ปางมะโอ	ฟัก ฟักเขียว	Wax gourd, White gourd, Chinese water melon, Chinese preserving melon	ฟักหม่น	Benincasa hispida (Thunb.) Cogn.	ขึ้นเองตามธรรมชาติในปาดิบแลง กระจายทั่วไป เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย	"มะฟักเป็นไม้เลื้อย ลำต้นแตกแขนง เลื้อยตามพื้นดิน มีมือเกาะ 2-3 แขนง ทั้งต้นมีขนหยาบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปฝ่ามือ ขอบหยัก 5-11 แฉก ปลายแฉกแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศบนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง รูปไข่กลับ เกสรตัวผู้ 3 อัน ดอกเพศเมีย เหมือนดอกเพศผู้ แต่ก้านสั้นกว่า ผลอ่อนมีขน ผลแก่ผิวด้านนอกมีนวลขาว ผิวแข็ง เนื้อผลสีขาวปนเขียวอ่อน เนื้อตรงกลางพรุน มีเมล็ดรูปไข่แบนอยู่มาก
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มะฟักเล็ก มีผลขนาดใหญ่ และมะฟักหม่น มีผลขนาดเล็ก สีขาว มีกลิ่นหอมกว่า"	เป็นพืชอาหาร ใช้ผลแก่ปรุงอาหารประเภทแกง ต้มจืด และทำขนมข้าวเกรียบ	พืชอาหาร
174	ปางมะโอ	ถั่วแปบ	Hyacinth bean, Lablab bean, Dolichos bean, Bonavista bean	มะแปบ	Lablab purpureus (L.) Sweet	สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศที่แห้งแล้ง	"มะแปบเป็นไม้เลื้อยพันแบบเถาวัลย์ เป็นไม้ปีเดียว ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ ขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 5 ซม. ยาว 7-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกว้างหรือเบี้ยว ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาเรียบ ช่อดอกกระจะ ยาว 10-15 ซม. ดอกสีขาว ชมพู หรือม่วงอ่อน คล้ายดอกถั่ว ผลเป็นฝักแบนยาวโค้ง คล้ายรูปเคียวเกี่ยวข้าว เมล็ดรูปกลมรี สีเขียว เรียงเป็นแถวเดียวในฝัก 
 ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ มะแปปปล้องขาว มะแปปแหล้ มะแปปมัน และมะแปปบะอ้า(ฝักยาวกว่าชนิดอื่น) ใช้ประโยชน์เหมือนกันทั้ง 4 ชนิด"	เป็นพืชอาหาร ใช้ฝักลวกหรือต้มกินกับน้ำพริก ลาบ ปรุงอาหารประเภทผัด แกง หรือยำ เป็นต้น ใช้ใบย้อมผ้าฝ้าย จะให้สีเขียว	พืชอาหาร
175	ปางมะโอ	มะเฟือง	Carambola, Star fruit	มะเฟือง	Averrhoa carambola L.	พบได้ทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนและดินทุกสภาพ ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง	มะเฟืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 3-5 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างขรุขระมีตุ่มเล็กๆ ทั่วไป ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน แกมใบหอก กว้าง 2-3.5 ซม. ยาว 3-9 ซม. ช่อดอกแยกแขนง ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีชมพูแกมม่วง ผลเป็นผลสด อวบน้ำ ยาว 7-14 ซม. มีสันโดยรอบ 5 สัน ผลดิบ สีเขียว ผลสุกสีเหลือง มีรสเปรี้ยวอมหวาน	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบอ่อนกินสดกับน้ำพริก ใช้ผลกินเป็นผลไม้ ช่วยขับปัสสาวะ ใช้ใบอ่อนมะเฟืองชนิดผลเปรี้ยวต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้โรคไต แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะขัด และมีความเชื่อว่าคนเป็นโรคนิ่วหากเดินลอดใต้ต้นจะหายป่วย และใช้ลำต้นเข้าตำรับยาแก้นิ่ว รักษาโรคกระเพาะ	พืชอาหาร
176	ปางมะโอ	มะไฟ	Burmese grape	มะไฟป่า	Baccaurea ramiflora  Lour.	พบมากในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มะไฟเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนเทา แตกเป็นร่องตื้น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอกแกมรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นติ่งแหลม ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง ท้องใบสีอ่อนกว่าหลังใบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองหรือชมพูอมเหลือง กลิ่นหอมเล็กน้อย ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาวห้อยลง ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลอวบน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองหรือชมพูอมแดง เมล็ดค่อนข้างแบน มีเยื่อสีชมพูห่อหุ้ม หนึ่งผลมี 1–3 เมล็ด	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ฝีภายในร่างกาย แก้พิษตานซาง ดับพิษร้อนต่างๆ ฝนทาแก้พิษฝีพุพอง แก้ฝีตานซาง	พืชอาหาร
177	ปางมะโอ	กระบก	Barking deer's mango, Kayu	มะมื่น	Irvingia malayana Oliv. ex A. W. Benn.	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณแล้ง และป่าดิบ ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง	มะมื่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 10–30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทรงสูง ถึงค่อนข้างกลม เปลือกสีเทาแกมน้ำตาลถึงน้ำตาลแดง ค่อนข้างเรียบ ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบรูปรีหรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 3–7 ซม. ยาว 5–10 ซม. ปลายใบแหลมเป็นติ่ง โคนใบแหลมหรือมนกลม ใบหนา ผิวใบเกลี้ยง หูใบเรียวแหลมโค้งรูปดาบม้วนหุ้มยอดอ่อน ยาว 1.5–3 ซม. ดอกเล็กสีขาวนวล ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่งยาว ผลรูปกลมหรือรูปไข่คล้ายผลมะม่วงขนาดเล็ก กว้าง 2–3 ซม. ยาว 3.5–5 ซม. ผลสุกสีเหลืองมี 1 เมล็ด	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้เมล็ดคั่วสุกแกะกินเนื้อใน ใช้เปลือกหุ้มเมล็ดกินสดเป็นยาถ่ายพยาธิ	พืชอาหาร
178	ปางมะโอ	มะไฟจีน	Wampee	มะไฟจีน	Clausena lansium (Lour.) Skeels	มีปลูกในจังหวัดน่านเป็นส่วนใหญ่ ชอบแสง ทนแสงแดดได้ดี ชอบดินร่วนระบายน้ำดี	มะไฟจีนเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 12 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาน้อย ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3-15 คู่ ปลายใบคู่แรกใหญ่ และคู่สุดท้ายจะเล็กที่สุด ใบย่อยรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนมนหรือแหลม ผิวใบหนามัน สีเขียวแก่ ช่อดอก ยาวถึง 50 ซม. กลีบดอกย่อยแคบ รูปไข่ ผลกลุ่มออกเป็นช่อคล้ายลำไย ผลย่อยทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 ซม. สีน้ำตาลปนเหลือง ผลมี 5 กลีบ แต่มีเมล็ดเพียง 1-2 เมล็ด มีเยื่อบางหุ้มเมล็ด เนื้อผลฉ่ำน้ำ มีรสเปรี้ยวอมหวาน เมื่อสุกมีกลิ่นแรง	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลสุกแก่กินเป็นผลไม้ แก้โรคกระเพาะ แก้ท้องอืด เร่งน้ำย่อย ช่วยเจริญอาหาร ใช้ใบต้มน้ำสระผมรักษารังแค	พืชอาหาร
179	ปางมะโอ	คำแสด	Lipstick tree, Anatto tree	หมากคำแสด	Bixa orellana L.	พบได้ทั่วไป แต่พบมากทางภาคเหนือ ชอบขึ้นในดินร่วนซุยที่ชุ่มชื้น	มะยุ้มหรือหมากคำเงาะเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 8 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ กว้าง 8-12 ซม. ยาว 11-18 ซม. ปลายแหลม ฐานเว้าเข้าเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวแกมชมพู มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลแห้ง รูปไข่ สีแดง หรือน้ำตาลเขียว มีขนคล้ายเงาะ แตกเป็น 2 ฝา เมล็ดรูปสามเหลี่ยม มีร่องที่หลัง ปกคลุมด้วยเยื่อสีแดง	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้รากและเปลือกต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ขับปัสสาวะ ใช้ใบต้มน้ำดื่มแก้โรคดีซ่าน ใช้ดอกต้มน้ำดื่มบำรุงโลหิต ใช้ผลและเมล็ดย้อมผ้าฝ้าย ให้สีส้มอมชมพู	พืชสมุนไพร
180	ปางมะโอ	หมีเหม็น	Soft bollygum	มะเย้ย	Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Rob.	พบในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วไป	มะเย้ยเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 5-15 เมตร เปลือกสีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม เป็นคู่ ตั้งฉากกัน ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด รูปไข่กลับ กว้าง 9 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบเรียบ ผิวใบหนา สีเขียวเข้ม ช่อดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบรวมหรือมี 1-3 กลีบ ดอกย่อยเล็ก สีเขียวปนเหลือง เกสรเพศผู้จำนวนมาก มีกลิ่นหอม ผลสด ออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ รูปทรงกลม ผลสุกสีม่วงเข้ม มีกลิ่นเหม็น	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบต้มน้ำสระผมรักษาเหา รักษารังแค หรือทุบใส่น้ำซาวข้าวผสมใบแหน่ง(ว่านสาวหลง) สระผม	พืชสมุนไพร
181	ปางมะโอ	เพกา, ลิ้นฟ้า	Broken bone, Damocles tree, Indian trumpet flower	มะลิดไม้	Oroxylum indicum (L.) Kurz	เป็นพืชที่ขึ้นได้ง่ายตามธรรมชาติ ในที่โล่งชายป่าดิบและไร่ร้างทั่วไป เจริญเติบโตในดินเกือบทุกชนิด แต่ชอบดินโปร่งร่วนซุย	มะลิดไม้เป็นไม้ยืนต้น สูง 3-12 เมตร แตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝักขนาดใหญ่ รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในมีเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ยอดอ่อนกินสดกับแกงหน่อไม้ ยำหน่อไม้ หรือลาบปลา ใช้ฝักไม่อ่อนไม่แก่เกินไปเผาแล้วลอกเปลือกออกกินกับน้ำพริก ลาบ แกงหน่อไม้ หรือทำซ่า ใช้เมล็ดต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยระบาย ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงธาตุ แก้ท้องร่วง ใช้เปลือกต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียวอมเหลือง	พืชอาหาร
182	ปางมะโอ	ขนุน	Jack fruit tree	มะหนุน	Artocarpus heterophyllus Lam.	ปลูกได้ทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และแสงแดดจัด	"มะหนุนเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาผิวด้านล่างสากมือ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า ""ส่า"" ออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศเมียจะออกตามกิ่งใหญ่และตามลำต้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นหนามแหลม ผลเป็นผลรวมขนาดใหญ่ ส่วนของเนื้อที่รับประทานเจริญมาจากกลีบดอก ส่วนซังคือกลีบเลี้ยง"	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ผลอ่อนปรุงอาหารจำพวกตำ แกง หรือยำ ผลสุกกินเป็นผลไม้ ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคผิวหนัง โรคมะเร็ง แก้ท้องเสีย บำรุงเลือด ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้แผลอักเสบ แก้ปวดหู ใช้เมล็ดต้มกินเป็นยาบำรุงน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร ใช้ผลอ่อนหั่นเป็นชิ้นจิ้มเกลือกินกับน้ำอุ่นเป็นยาแก้ท้องเสีย ใช้แก่นและเปลือกต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเหลืองกระดังงา	พืชอาหาร
183	ปางมะโอ	เดื่อปล้องหิน	Drooping fig	มะหน๊อด	Ficus semicordata Buch.-Ham. ex Sm.	พบทั่วไปในที่โล่งแจ้งทั่วไป ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 50-1000 เมตร	"มะหน๊อดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 3-10 เมตร เปลือกนอกแตกเป็นแผ่น หรือหลุดเป็นสะเก็ด สีน้ำตาลเทา เปลือกในสีชมพู มีน้ำยางสีขาวข้นและเหนียว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 5-9 ซม. ยาว 15-28 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเบี้ยวคล้ายรูปหัวใจ ขอบจักซี่ฟันละเอียด ผิวใบมีขนหยาบทั้งสองด้าน กิ่งต้นอ่อนกลวง ช่อดอกห้อยลงตามลำต้นและกิ่ง ค่อนข้างกลม ผลกลุ่ม เมื่ออ่อนสีเขียว มีจุดสีชมพูกระจายทั่วผิว ผลสุกสีแดงปนชมพู เนื้อในสีขาวอมเหลือง
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มะหน๊อดตัวผู้(ผลออกตามกิ่ง มักมีแมลงและมดอยู่ในผลจึงไม่นิยมกิน) และมะหน๊อดตัวเมีย(ผลออกกิ่งเหนือราก)"	พบทั่วไปในที่โล่งแจ้งทั่วไป ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 50-1000 เมตร	พืชอาหาร
184	ปางมะโอ	สลอดเถา		มะหลอด	Elaeagnus latifolia L.	พบตามชายป่าที่ชื้น ป่าเบญจพรรณ และชอบขึ้นอยู่ตามเนินเขาทั่วไปในที่โล่ง ที่ระดับ 200-1,600 เมตร	"มะหลอดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งมีเกล็ดสีเทาหรือสีเงินละเอียดทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมหอก กว้าง 3.5-4.5 ซม. ยาว 6-12 ซม. โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ ท้องใบสีเขียวอมน้ำเงิน เกลี้ยง หลังใบมีเกล็ดเล็กสีเงิน ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ผลรูปรี ยาว 1-2 ซม. สีแดงหรือแดงปนส้ม
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลขนาดเล็ก มีรสหวาน และผลขนาดใหญ่ มีรสออกเปรี้ยว"	เป็นพืชอาหาร ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ หรือทำยำ เป็นยาระบาย	พืชอาหาร
185	ปางมะโอ	มะหวด		มะหวดเหล้า	Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh.	มีการกระจายพันธุ์ในป่าเกือบทุกชนิดทั่วไป ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ชอบแสงแดดจัด	มะหวดเหล้าเป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร กิ่งก้านมีขนละเอียด ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-6 ซม. ยาว 8-12 ซม. ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ช่อดอกกระจะ ออกที่ปลายกิ่ง เป็นช่อยาวตั้งขึ้น รูปทรงกระบอก ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว ผลสด รูปไข่ เมื่อสุกสีม่วงดำ เมล็ดรูปรี สีน้ำตาล มีเมือกลื่น	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ ใช้รากฝนกับเหล้าขาวพอกรักษาฝี ตำพอกศีรษะเป็นยาแก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ ใช้เมล็ดต้มน้ำให้เด็กกินเป็นยาแก้ไข้ซาง	พืชอาหาร
186	ปางมะโอ	มะระขี้นก	Balsam pear, Bitter cucumber, Leprosy gourd	มะห่อย	Momordica charantia  L.	พบในป่าบริเวณลุ่มน้ำ และป่าละเมาะ ทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ	มะห่อยเป็นไม้เถา มีมือเกาะ ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปฝ่ามือ กว้างและยาวประมาณ 4-7 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึก 5-7 แฉก ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกสีเหลือง รูประฆัง ผลสด รูปกระสวย ผิวขรุขระ มีรสขม เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมแดงและผลจะแตกอ้าออก เมล็ดเป็นรูปกลมแบน	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดและผลอ่อนลวกกินเป็นผักกับน้ำพริก หรือใส่แกงแค แก้โรคเบาหวาน	พืชอาหาร
187	ปางมะโอ	สบู่แดง	Bellyache bush, Black physicnut, Cotton-leaf physicnut	มะหุ่งแดง	Jatropha gossypiifolia L.	พบได้ทั่วไป ชอบอากาศแห้ง กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี	มะหุ่งแดงเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านจากโคนต้น ทุกส่วนของต้นมียางขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปฝ่ามือ ขอบใบเว้าลึก 3-5 แฉก ใบอ่อนสีแดงอมม่วง เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเขียวอมแดง ก้านสีแดง ช่อดอกเชิงลดหลั่นออกปลายกิ่ง ดอกย่อยสีแดงเข้ม ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่บนช่อเดียวกัน แต่ละช่อมีดอกตัวเมีย 1 ดอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ผลกลม มี 3 พู เมื่อแก่แตกได้ มี 3 เมล็ด	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบต้มน้ำอาบบรรเทาอาการปวดเมื่อย ใช้ก้านใบลนไฟ เอาเข้าไปในหูแล้วเป่าจะช่วยรักษาอาการหูอื้อ	พืชสมุนไพร
188	ปางมะโอ	มันเทศ	Sweet potato	มันแกว	Ipomoea batatas (L.) Lam.	พบทั่วไปบริเวณที่รกร้างในป่าละเมาะ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	"มันแกวเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินสีม่วงแดง ส้ม นวลหรือขาว รูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดิน ตั้งตรง หรือเลื้อยพัน ยาว 1-5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก ที่ข้อมีราก ใบเดี่ยว เรียงรูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 4-11 ซม. ยาว 4-14 ซม. ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ก้านใบยาว 4-20 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกแข็งยาว 3-18 ซม. เป็นสัน เกลี้ยงหรือมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรูปกรวย สีม่วงอ่อน ผลแห้ง รูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงมีขนาดเล็ก
 ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ มันแกวขาว มันแกวแดง และมันแกวม่อนไข่"	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนปรุงอาหาร เช่น ใส่แกงส้มปลา ใช้หัวใต้ดินนึ่งกินหรือทำขนมหวาน	พืชอาหาร
189	ปางมะโอ			มะแฮะเลือด	สกุล Flemingia	พบในป่าเบญจพรรณทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีแสงแดดตลอดวัน	มะแฮะเลือดเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูง 1-3.5 เมตร ทั้งต้นมีขนปกคลุม ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนานแกมใบหอก ผิวใบทั้งสองด้านมีขน กว้าง 1-3.5 ซม. ยาว 1.5-10 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ผิวสาก ก้านใบใหญ่และแบน ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว กลีบดอกสีน้ำตาลแดง ผลเป็นฝักแบนยาวเป็นห้อง ลักษณะโป่งพอง สีน้ำตาล	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ต้นและใบต้มน้ำดื่มช่วยขับลม ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ไข้ แก้ไอ ขับลม แก้ผอมเหลือง ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ ใช้ใบขยี้ละเอียดพอกฝีช่วยทำให้แตกเร็ว ต้มน้ำดื่มบำรุงกำลัง แก้นิ่ว หรือต้มน้ำผสมกับปูเลยดื่มบำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
190	ปางมะโอ	มันสำปะหลัง สำโรง	Cassava, Manioc, Tapioca	มันต้าง	Manihot esculenta Crantz	พบทั่วไป ชอบดินปนทรายร่วนซุย ระบายน้ำดี	"มันต้างเป็นพืชล้มลุก มีหัวสะสมอาหารใต้ดิน ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ รูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ก้านใบยาว 8-15 ซม. มีหูใบ 2 ข้าง ลำต้นมียางใส ช่อดอกกระจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลกลุ่มทรงกลม ลักษณะมีปีกบางเป็นซีก เมล็ดสีน้ำตาล
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มันต้างขาว และมันต้างแดง"	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก ใช้หัวใต้ดินนึ่งหรือเชื่อมกิน	พืชอาหาร
191	ปางมะโอ	ม้ากระทืบโรง		ม้ากระทืบโรง	Ficus sarmentosa Buch.-Ham. ex Sm.	ชอบเกาะเลื้อยตามไม้ขนาดใหญ่ในป่าดิบแล้งและดิบเขา	ม้ากระทืบโรงเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย เลื้อยเกาะตามพรรณไม้อื่น มีน้ำยางขาว สูงได้ถึง 25 เมตร กิ่งอ่อน ก้านใบ ผิวใบด้านล่าง และฐานรองดอกอ่อนมีขน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก รูปขอบขนานแกมใบหอก รูปไข่หรือรูปขอบขนานแกมวงรี กว้าง 7-9 ซม. ยาว 12-18 ซม. ช่อดอกทรงกลมคล้ายผล ออกเดี่ยวๆ ที่ซอกใบ แยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน ฐานรองดอกรูปทรงกลม ผลสด รูปทรงกลม ภายในสีแดง	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เถาต้มน้ำหรือดองเหล้าดื่มบำรุงกำลัง บำรุงเลือด หรือตากแห้งผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย	พืชสมุนไพร
192	ปางมะโอ	เม่าสร้อย		เม่า	Antidesma acidum Retz.	พบกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในป่าผลัดใบและป่าดิบทั่วไป เป็นไม้ระดับกลาง ชอบแสงแดดปานกลาง	เม่าเป็นไม้พุ่มลำต้นตั้งตรง หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 2-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน มีขนทั้งสองด้าน ปลายและโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ กว้าง 2-5 ซม. ยาว 5-10 ซม. ช่อดอกแยกแขนงเชิงลด ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง แยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาว รูปทรงกระบอก ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลฉ่ำน้ำ ผลดิบสีเขียว ผลสุกเปลี่ยนเป็นสีแดงและดำเมื่อแก่จัด	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนและผลอ่อนกินเป็นผักสดกับอาหารรสจัดต่างๆ หรือใส่แกงเห็ด เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อม กินผลสุกเป็นผลไม้ ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน และใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ฝีภายในร่างกาย หรือฝนทาแก้พิษฝีพุพอง ฝีตานซาง และดับพิษร้อนต่างๆ	พืชอาหาร
193	ปางมะโอ	มะเม่าสาย		เม่าสาย	Antidesma sootepense Craib	พบในป่าผลัดใบและป่าดิบทั่วไป เป็นไม้ระดับกลาง ชอบแสงแดดปานกลาง	เม่าสายเป็นไม้พุ่ม สูง 6 เมตร ใบเดี่ยว รูปขอบขนานหรือรูปหอก กว้าง 3-12 ซม. ยาว 1-3.5 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนใบแหลม เส้นใบข้างโค้ง 7-8 คู่ ก้านใบยาว 0.2-0.4 ซม. กิ่งก้านมีสีน้ำตาลแดง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ช่อดอกตัวผู้เรียวยาว ออกที่ปลายกิ่ง ยาวถึง 10 ซม. มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ เกสรเพศผู้ มี 4 อัน ไม่มีกลีบดอก ช่อดอกตัวเมียไม่แตกแขนง ยาว 7 ซม. หมอนรองดอกเป็นรูปถ้วย ไม่มีกลีบดอก ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาว รูปทรงกระบอก ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลฉ่ำน้ำ ผลดิบสีเขียว ผลสุกเปลี่ยนเป็นสีแดงและดำเมื่อแก่จัด	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนปรุงอาหาร เช่น ต้มปลา และแกงเห็ดถอบ แกงเห็ดดิน หรือแกงเห็ดน้ำหมาก ให้รสเปรี้ยว ผลสุกกินเป็นผลไม้ เปรี้ยวอมหวาน	พืชอาหาร
194	ปางมะโอ	คูน	Golden shower, Indian laburnum, Pudding-pine tree	ลมแล้ง	Cassia fistula L.	พบในป่าผลัดใบทั่วไป ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนปนทราย	ลมแล้งเป็นไม้ยืนต้น สูง 5-15เมตร ใบประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 7-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนมน ขอบเรียบ ผิวใบเรียบ ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ห้อยเป็นโคมระย้า กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักกลม สีน้ำตาลเข้มหรือดำ เปลือกแข็ง ผิวเรียบ ภายในมีผนังกั้นเป็นห้อง แต่ละห้องมีเมล็ด 1 เมล็ด หุ้มด้วยเนื้อสีดำเหนียว	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากและแก่นต้มน้ำดื่มเป็นยาระบาย ขับพยาธิ ใช้เปลือกและเนื้อไม้บดทาแก้ผดผื่นคัน ใช้ใบและฝักต้มน้ำดื่มเป็นยาระบาย ใช้ดอกต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ใช้ฝักต้มน้ำดื่มบรรเทาอาการแน่นหน้าอก แก้ขัดข้อ ใช้ต้นเข้าตำรับยาแก้บ่อง ยาขับลมในลำไส้ ยาบำรุงธาตุ แก้ตาฟาง ตาแฉะ แก้สรรพพิษ แก้ท้องอืด	พืชสมุนไพร
195	ปางมะโอ	ไม้ก่อ		ไม้ก่อ	สกุล Castanopsis	ธรรมชาติขึ้นในป่าดิบเขาทั่วไป เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเทศ	ไม้ก่อเป็นไม้ยืนต้น เปลือกสีน้ำตาล แตกเป็นร่องตามยาว เปลือกในไม่มีสันยาวกดเนื้อไม้ เนื้อไม้สีขาวอมเหลืองอ่อน ใบรูปไข่กลับ หรือหอกกลับ ขอบจักฟันเลื่อย ช่อผลยาวไม่น้อยกว่า 15 ซม. กาบหุ้มผลรูปถ้วย หุ้มถึง ½ ของตัวผล ไม่แตกเมื่อแก่จัด ผิวกาบหุ้มเป็นเกร็ดบาง ปลายแหลม ซ้อนเหลื่อมกัน แต่ละกาบหุ้มผลรูปไข่ป้อมผลเดียว	เป็นพืชใช้สอย ใช้ไม้ทำฟืน หรือเผาทำถ่าน สำหรับใช้หุงต้มอาหาร	พืชใช้สอยอื่นๆ
196	ปางมะโอ	ค้อนก้องเครือ สะแอะ	Ceylon Caper	ลานผีป้าย	Capparis zeylanica L.	เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง เจริญได้ดีในดินที่ร่วนซุย และมีความชื้นปานกลาง	ลานผีป่ายเป็นไม้พุ่มเลื้อย แตกกิ่งก้านสาขามาก กิ่งอ่อนมีขนสีแดงอมน้ำตาลหรือสีเขียวปกคลุม ลำต้นสูง 2-5 เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปมนรี กว้าง 2.5-7.5 ซม. ยาว 5-17.5 ซม. ปลายใบแหลม โคนมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ เนื้อใบหนา ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ก่อนที่ใบจะผลิ ดอกย่อยสีขาว กลีบดอกบาง กลีบคู่ด้านในมีจุดสีชมพูหรือสีแดงตรงกลางโคนกลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลโตรูปทรงกลมหรือมนรี มีเปลือกแข็งและหนา ผลสุกสีแดงส้มหรือม่วง ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมาก	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้โรคกระเพาะอักเสบ แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ใช้ใบทาแก้คัน หรือตำพอกฝี ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาระงับประสาท ช่วยขับน้ำดี บำรุงธาตุ ใช้กิ่งหั่นเป็นแผ่นผสมในตำรับยาแก้นิ่ว ใช้ใบร่วมกับใบหนาดปัดรังควานในพิธีไล่ผี	พืชอาหาร
197	ปางมะโอ	เล็บครุฑ	Polyscias, Ming aralia	เล็บครุฑ (ไม่มีรูป)	Polyscias fruticosa (L.) Harms	พบปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดงปานกลาง	เล็บครุฑเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นส่วนยอดสีเขียวอมน้ำตาลเกือบดำ มีกระสีน้ำตาลอ่อนตามกิ่งมีรูอากาศเห็นได้ชัด ลำต้นแตกแขนงได้ดี ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยขอบเว้าลึก ขอบใบจักฟันเลื่อยปลายแหลม ก้านใบส่วนที่ติดกับลำต้นเป็นกาบ ใบเมื่อขยี้ดมจะให้กลิ่นน้ำมันหอมระเหย ช่อดอกแยกแขนง มีแกนกลางช่อยาว 60 ซม. ขนาดเล็ก ช่อดอกย่อยออกเป็นช่อซี่ร่ม กลีบดอก 5 กลีบ เกสรตัวผู้ 5 อัน ผลรูปเกือบกลม มีเนื้อผล	เป็นพืชอาหาร ชาวบ้านใช้ใบและยอดอ่อนกินสดกับลาบ	พืชอาหาร
198	ปางมะโอ	แสยก	Redbird cactus	ว่านจะเข็บ	Euphorbia tithymaloides L.	เป็นพืชเขตร้อน พบปลูกทั่วไป ปลูกได้ในดินทุกสภาพ ทนแล้ง เจริญเติบโตได้ทั้งในที่แดดจัดและร่มรำไร	ว่านจะเข็บเป็นไม้พุ่ม ลำต้นแข็งข้อสั้น ค่อนข้างอวบน้ำ มีน้ำยางสีขาวมาก ใบเดี่ยว สีเขียวสดหรือเข้ม เรียงสลับถี่ ปลายใบเรียวแหลม โคนมน ขอบเรียบ ผิวใบเรียบ เนื้อใบอวบน้ำ ก้านใบสั้น ลำต้นมีแผลเป็นที่เกิดจากใบร่วงชัดเจน ช่อดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบและปลายยอด ดอกย่อยสีชมพู กลีบดอกหุ้มปิด ลักษณะคล้ายหอยสังข์ ภายในดอกมีน้ำหวานมาก ผลสด สีเขียว รูปหัวใจแบน	เป็นพืชสมุนไพร ใช้น้ำยางทาแผลร้อนในในช่องปาก แผลมีดบาด ช่วยให้แผลหายเร็ว	พืชสมุนไพร
199	ปางมะโอ	มะละกอฝรั่ง ฝิ่นต้น	Coral bush, Coral plant	ว่านนพเก้า	Jatropha multifida L.	พบได้ทั่วไป ชอบอากาศแห้ง กลางแจ้ง เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี	ว่านนพเก้าเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งคล้ายต้นมะละกอ แต่เล็กและแข็งกว่า สูง 2-4 เมตร มีน้ำยางใสทั้งต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปไข่กว้างแกมรูปโล่ กว้าง 15-20 ซม. ยาว 18-25 ซม. แยกเป็นแฉก คล้ายใบมะละกอ แต่แฉกใบฝอยกว่า ช่อดอกแยกแขนง แบบเชิงหลั่น ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง ดอกย่อยแยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน กลีบดอกสีแดง ผลแห้ง รูปไข่กลับกว้าง มี 3 พู แตกได้ เมื่อสุกมีสีเหลือง	เป็นพืชสมุนไพร ใช้น้ำยางใส่แผลปากเปื่อย แผลมีดบาด ช่วยสมานแผล หรือใส่ฟัน บรรเทาอาการปวด	พืชสมุนไพร
200	ปางมะโอ	ว่านมหากาฬ	Chinese Gynura	ว่านมหากาฬ	Gynura pseudochina (L.) DC. var. hispida Thwaites	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นใต้ร่มไม้ใหญ่ มีแสงแดดรำไร	ว่านมหากาฬเป็นไม้ล้มลุก มีรากขนาดใหญ่ลำต้นอวบน้ำเลื้อยทอดยาวไปตามพื้นดิน ชูยอดตั้ง ปลายยอดมีขนนุ่มสั้นปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับเวียนรอบต้นรูปใบหอกกลับ กว้าง 2.5-8 ซม. ยาว 6-30 ซม. ขอบใบหยักห่างๆ หลังใบสีม่วงเข้ม มีขน เส้นใบสีเขียว ท้องใบสีเขียวแกมเทา ช่อดอกกระจุกแน่น ออกที่ปลายยอด กลีบดอกสีเหลืองทอง ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบสดตำผสมเหล้าขาวพอกฝี ถอนพิษแก้ปวดแสบปวดร้อน ใช้หัวสดกินดับพิษร้อน พิษอักเสบ และแก้ไข้	พืชสมุนไพร
201	ปางมะโอ	ว่านเปราะหอม	Sand ginger, Aromatic ginger	หอมเปราะ	Kaempferia galanga L.	พบทั่วไปในป่าดิบชื้น ชอบดินร่วน ระบายน้ำมี มีความชื้น	"ว่านหอมเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า แผ่ราบไปบนดิน ท้องใบมีขน เนื้อค่อนข้างหนา ช่อดอก ออกตรงกลางระหว่างใบ สีขาวแต้มม่วง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ว่านหอมตัวผู้ ใบเรียวยาว และว่านหอมใบมน ใบค่อนข้างกลม ชาวบ้านนิยมทั้ง 2 ชนิด"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบกินเป็นผักกับน้ำพริกและลาบ ใช้เหง้ากินสดขับลมในลำไส้ ตำพอกศีรษะเด็กแก้หวัดคัดจมูก ต้มน้ำดื่มเป็นยาขับโลหิตที่เน่าของสตรี รักษาเลือดที่เจือด้วยลมพิษ ใช้ใบและเหง้าคั้นน้ำนำมาป้ายคอเป็นยาแก้เจ็บคอ ใช้ดอกในพิธีกรรมรักษาเด็กที่มีอาการนอนสะดุ้งผวาตาเหลือก	พืชอาหาร
202	ปางมะโอ	ว่านหางจระเข้	Aloe, Aloin, Star cactus, Jafferabad, Barbados	ว่านไฟ	Aloe vera (L.) Burm.f.	พบปลูกกระจายอยู่ทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี และทนต่อภาวะน้ำขัง	ว่านหางจระเข้เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 0.5-1 เมตร ข้อและปล้องสั้น ใบเดี่ยว เรียงรอบต้น กว้าง 5-12 ซม. ยาว 0.3-0.8 เมตร อวบน้ำมาก สีเขียวอ่อนหรือเขียวเข้ม ภายใน มีวุ้นใสใต้ผิวสีเขียวมีน้ำยางสีเหลือง ใบอ่อนมีประสีขาว ช่อดอกออกจากกลางต้น ดอกย่อย เป็นหลอดห้อยลง สีส้ม บานจากล่างขึ้นบน ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ส่วนวุ้นใสทาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน สมานแผล และผสมน้ำมะกรูดใช้นวดผมช่วยให้ผมนิ่มขึ้น	พืชสมุนไพร
203	ปางมะโอ	จามจุรี	East indian walnut, Rain tree	ฉำฉา	Albizia saman (Jacq.) Merr.	พบกระจายทั่วไป ตามธรรมชาติชอบขึ้นริมฝั่งแม่น้ำ และทนน้ำท่วมขังได้ดี	ส้มฉาเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 15-30 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดแผ่กว้างคล้ายรูปร่ม เปลือกสีน้ำตาลดำ แตกล่อนง่าย กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ใบเป็นใบประกอบรูปขนนกสองชั้น ออกสลับ มีใบย่อย 2-10 คู่ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปขนมเปียกปูนเบี้ยว กว้าง 1-4 ซม. ยาว 1.5–6 ซม. ปลายใบมน โคนเบี้ยว ช่อดอกออกเป็นพู่ โคนสีขาว ปลายสีชมพูเป็นฝอย ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลเป็นฝักรูปขอบขนานหรือโค้งเล็กน้อย เมื่อแก่เป็นสีดำ มีเนื้อนิ่ม ฝักจะไม่แตก แต่จะหักเป็นท่อน ๆ	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ร้อนใน ปากเป็นแผล ปวดฟัน เหงือกบวม และแก้ริดสีดวงทวารหนัก	พืชสมุนไพร
204	ปางมะโอ	ส้มป่อย	Soap pod, Shikakai	ส้มป่อย	Acacia concinna (Willd.) DC.	ขึ้นได้ทั่วไป พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	"ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามตามลำต้น กิ่ง ก้านและใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 7-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ช่อดอก ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกลม กลีบดอกเป็นหลอด สีนวล ผลเป็นฝัก สีน้ำตาลดำ ผิวย่นขรุขระ ขอบเป็นคลื่น
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ส้มป่อยธรรมดา และส้มป่อยหลวง ชุมชนใช้ประโยชน์จากส้มป่อยธรรมดามากกว่า เนื่องจากส้มป่อยหลวงพบไม่มาก"	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก หรือปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม ต้มยำ ใช้ใบต้มน้ำดื่มแก้บิด แก้โรคตาต่างๆ ใช้ฝักต้มน้ำดื่มหรือบดกินเป็นยาถ่าย ขับเสมหะ แก้ไอ แก้โรคผิวหนัง บำรุงเส้นผม แช่น้ำนำมาสระผมแก้รังแค หรือพอกแผลแก้โรคผิวหนัง และใช้ในพิธีไล่ผี พิธีมงคลต่างๆ	พืชอาหาร
205	ปางมะโอ	สะเดาบ้าน	Neem tree, Siamses neem tree	สะเลียม	Azadirachta indica A.Juss.	พบในป่าเบญจพรรณและป่าแดงทั่วไป ปะปนกับไม้ใหญ่ เติบโตได้ในที่ค่อนข้างแห้งแล้งและเป็นพันธุ์ไม้เบิกนำได้ดี	สะเลียมเป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร ทุกส่วนมีรสขม ยอดอ่อนที่แตกใหม่มีสีน้ำตาลแดง เปลือกต้นสีเทาแตกเป็นร่อง ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อยรูปใบหอก กว้าง 3-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ฐานใบไม่เท่ากัน ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งขณะกำลังแตกใบอ่อน กลีบดอกสีขาว ผลเป็นผลสด รูปรี มี 1 เมล็ด	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ยอดอ่อนและช่อดอกอ่อนกินเป็นผักสดหรือลวกกินกับน้ำพริก ลาบ แกงหน่อไม้ หรือแกงบอน ใช้รากผสมในตำรับยารักษาโรคกระเพาะ ใช้ผลต้มน้ำนำไปพ่นต้นไม้เพื่อปราบศัตรูพืช ใช้ใบแก่ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียว	พืชอาหาร
206	ปางมะโอ	สะเลียมหอม ไคร้หอม		สะเลียมไค้	Sauropus thorelii Beille	พบในประเทศไทยและประเทศลาว ในประเทศไทยพบเฉพาะภาคเหนือ มีมากที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเทศลาวพบในพื้นที่เขตชายแดนที่ติดกับภาคเหนือของประเทศไทย	สะเลียมไค้มันหรือไค้มันเป็นไม้พุ่ม สูง 1.5 เมตร เปลือกสีน้ำตาล ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยรูปหอก กว้าง 2.7-8 ซม. ยาว 6.5-26 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบแหลม ขอบและผิวเรียบ หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ ช่อดอกออกเป็นกระจุก จำนวนมาก ตามกิ่ง ต้น และซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่ต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ ไม่มีกลีบดอก มีกลีบเลี้ยง 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ สีชมพูเข้ม เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเป็นท่อ ดอกเพศเมีย ไม่มีกลีบดอก มีกลีบเลี้ยง 2 ชั้น เหมือนกัน แต่สีเขียวอ่อน ผลรูปครึ่งวงกลมคว่ำลง ลักษณะแข็ง มีสันโดยรอบ ผิวขรุขระ	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบและยอดอ่อนกินสดกับลาบปลาและน้ำพริก ใช้ใบเข้าตำรับยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย	พืชอาหาร
207	ปางมะโอ	กรดน้ำ	Licorice weed, Scoparia-weed	ขี้เปี้ยลูกฟ้อน	Scoparia dulcis L.	พบได้ทั่วไปเป็นกลุ่มบริเวณชายฝั่ง ชายน้ำ ริมบึงที่ชื้น	สะเลียมดินเป็นไม้ล้มลุก มีใบเดี่ยวออกรอบข้อ 3 ใบ รูปหอก กว้าง 0.4-0.5 ซม. ยาว 1.2-1.4 ซม. ปลายใบแหลม โคนสอบ ขอบจักซี่ฟันลึกและห่าง ลำต้นเป็นเหลี่ยม ช่อดอกขนาดเล็กออกตามซอกใบเป็นกระจุก ดอกย่อยสีขาว มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ มีผลเดี่ยวทรงกลมสีเขียวตามซอกใบ ผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่	เป็นพืชสมุนไพร นำยอดอ่อนมาอมแล้วกลืนทีละนิด แก้เจ็บคอภายใน 2 วัน ใช้ทั้งต้นเข้าตำรับยาแก้ปวดตามข้อ รักษาโรคเก๊า แก้ปวดกระดูก	พืชสมุนไพร
208	ปางมะโอ	สัก	Teak	สัก	Tectona grandis L.f.	พบขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ และบางส่วนของภาคกลาง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 700 เมตร ชอบขึ้นตามพื้นที่ที่เป็นภูเขา หรือตามพื้นราบที่มีดินระบายน้ำดี น้ำไม่ท่วมขัง โดยเฉพาะดินพวกหินปูน มักขึ้นเป็นกลุ่ม หรือขึ้นปะปนกับไม้อื่นในป่า	สักเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 50 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปวงรีกว้าง กว้าง 6-50 ซม. ยาว 11-95 ซม. ช่อดอกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบบริเวณปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้น ผลสด ค่อนข้างกลม มีขน ละเอียดหนาแน่น หุ้มมิดด้วยกลีบเลี้ยงที่ขยายตัว	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ใบต้มน้ำดื่มช่วยลดน้ำตาลในเลือด ใช้ดอกต้มน้ำดื่มช่วยขับปัสสาวะ ใช้เปลือกปรุงยาฝาดสมาน ใช้เนื้อไม้และใบต้มน้ำอาบแก้โรคอีสุกอีไส ปรุงยาแก้โรคเบาหวาน แก้ปัสสาวะพิการ ขับลมในลำไส้ แก้ไตพิการ ใช้เนื้อไม้ต้มน้ำดื่มรักษาโรคผิวหนัง ขับพยาธิ ใช้รากเข้าตำรับยาแก้โรคกระเพาะ แก้โรคนิ่ว ใช้ลำต้นทำเครื่องเรือน ก่อสร้างบ้านเรือน ใช้ใบย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียว ใช้ลำต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีแดงอมชมพู	พืชสมุนไพร
209	ปางมะโอ	โกสน	Variegated laurel, Garden croton, Fire croton	สันคำ	Codiaeum variegatum (L.) Rumph. ex A.Juss.	กระจายพันธุ์อยู่ในประเทศเขตร้อนทั่วไป พบปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเรือน ปลูกเลี้ยงง่าย ชอบดินโปร่งร่วนซุย อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่มีน้ำขังแฉะ มีอินทรียวัตถุปานกลาง	"สานเงินสานคำเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง ทรงพุ่มรูปไข่ ใบดกแน่นทึบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปไข่หรือรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนสอบ ขอบเรียบหรือหยักเว้า บางพันธุ์เว้าลึกถึงเส้นกลางใบ ลักษณะและขนาดของใบแปรไปตามพันธุ์ แผ่นใบมีสีต่างๆ เช่น ขาว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ม่วงดำ ก้านใบยาว 0.5-5 ซม.สีขาว ช่อดอกกระจะ ตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ช่อดอกเพศผู้โค้งลง ก้านยาว มีดอก 30-60 ดอก กลีบดอก 5-6 กลีบ ช่อดอกเพศเมียตั้งตรง ก้านช่อยาว มีดอก 10-20 ดอก ไม่มีกลีบดอก ผลแห้งกลม เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดสีน้ำตาล
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ สานเงิน ใบมีขนาดใหญ่ และสานคำ ใบมีขนาดเล็ก"	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ยอดอ่อนกินสดกับส้มตำ หรือลวกกินกับน้ำพริก ใส่แกงโฮะ ช่วยแก้ท้องเสีย ใช้ใบแก่ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียวอมเหลือง	พืชอาหาร
210	ปางมะโอ	เสลดพังพอน เสลดพังพอนตัวผู้	Philippine violet, Hop headed barleria	เสลดพังพอน	Barleria lupulina Lindl.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	เสลดพังพอนเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1 เมตร มีหนามแหลมยาวข้อละ 2 คู่ กิ่งก้านสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอกยาวหรือรูปขอบขนานกว้าง 1.8-2.5 ซม. ยาว 6-12 ซม. ผิวใบเรียบมันสีเขียวเข้ม เส้นกลางใบสีแดง ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 8 ซม. ใบประดับค่อนข้างกลม สีน้ำตาลแดงขนาดใหญ่กลีบดอกสีเหลืองส้ม โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากบนมีกลีบขนาดใหญ่ 4 กลีบ กลีบล่างเล็กกว่ามี 1 กลีบ ผลเป็นฝัก รูปไข่	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบสดขยี่หรือตำละเอียดทาหรือพอกแผลแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย(ไม่รวมงูกัด) หรือตำแทรกพิมเสนเล็กน้อยหรือผสมเหล้าทารักษาโรคผิวหนังจำพวกเริมและงูสวัด ใช้รากฝนกับเหล้าพอกแก้พิษงู แก้ไฟลามทุ่ง แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย โรคผิวหนัง และเข้าตำรับยาแก้โรคภูมิแพ้	พืชอาหาร
211	ปางมะโอ	กาหลง ส้มเสี้ยว	Snowy orchid tree, Orchid tree	เสี้ยวดอกขาว	Bauhinia acuminata L.	พบทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	"เสี้ยวดอกขาวเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปกลม ลักษณะเหมือนใบแฝด กว้าง 9-18 ซม. ยาว 8-16 ซม. ปลายใบเว้าหยักลึก 3.5-5 ซม. โคนเว้าโค้งรูปหัวใจ ก้านยาว 2.5-5 ซม. ดอกออกเป็นช่อมีประมาณ 3-10 ดอก กลีบดอกแยก สีขาว เกสรตัวผู้ 10 อัน เกสรตัวเมียมี 1 รังไข่ ผลเป็นฝักแบน สีเขียว เมื่อแก่มีสีน้ำตาล 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ เสี้ยวหวาน และเสี้ยวส้ม"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ดอกและฝักอ่อนเสี้ยวหวานลวกกินกับน้ำพริก หรือใส่ในแกงส้ม ใช้ใบเสี้ยวส้มหมักเกลืออมแทนเมี่ยง ใช้ดอกของทั้ง 2 ชนิด ต้มน้ำดื่มแก้ปวดศีรษะ ลดความดันโลหิตสูง แก้เลือดออกตามไรฟัน ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ไอ	พืชอาหาร
212	ปางมะโอ	ชงโค เสี้ยวหวาน	Butterfly tree, Orchid tree, Purple bauhinia	เสี้ยวดอกแดง	Bauhinia purpurea L.	พบในป่าเบญจพรรณ ตามถนนสองข้างทางทั่วไป ปลูกเลี้ยงง่าย เติบโตได้ในดินทั่วไป ที่มีความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน	เสี้ยวส้มดอกม่วงเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นผลัดใบขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แยกเป็น 2 แฉกลึก คล้ายใบติดกันหรือใบแฝด กว้าง 8-16 ซม. ยาว 10-14 ซม. ผิวใบด้านล่างมีเส้นใบนูน ช่อดอกออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง จำนวนดอกย่อย 6-10 ดอก สีชมพูอมม่วงหรือสีม่วงสดคล้ายกล้วยไม้ มีกลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 3 อัน ขนาดไม่เท่ากัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดวัน ผลเป็นฝักแบน รูปขอบขนาน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่จะแห้งและแตก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนใส่แกงหน่อไม้ ใช้ใบตำละเอียดพอกรักษาฝี ต้มน้ำดื่มแก้ไอ ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มแก้บิด แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย ใช้ดอกต้มน้ำดื่มแก้ไข้ เป็นยาระบาย ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาขับลม	พืชอาหาร
213	ปางมะโอ	แสลงพันเถา		แสนลมก้าน	Bauhinia pulla Craib	พบขึ้นในเขตชุมชน ชอบที่ร่มรำไร เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี	แสนลมก๊านเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามาก ยอดสีแดงหรือชมพู ต้นมีมือเกาะ ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่ ปลายเรียวแหลมแยกเป็น 2 แฉก ขนาดใบกว้าง 5-6 ซม. ยาว 4-5 ซม. โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมัน หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ ก้านใบยาว 4-5 ซม.	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบตากแห้งผสมในตำหรับยาแก้นิ่ว แก้หน้ามืดตาลาย	พืชสมุนไพร
214	ปางมะโอ	หญ้าขัดหลวง	Eastern fan-petals	หญ้าขัดหลวง	Sida subcordata Span.	พบได้ทั่วไป ตามพื้นที่รกร้าง ข้างถนน และชายป่า ชอบพื้นที่ชุ่มชื้น ทนต่อน้ำขัง	หญ้าขัดใบมนเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก เปลือกต้นบางคล้ายปอ ลำต้นและก้านขนาดเล็ก สีแดงหรือม่วง มีขนนุ่มปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับ ขอบใบจักฟันเลื่อย ปลายมน โคนมนหรือเว้า ผิวใบเรียบ ช่อดอก ออกเป็นกระจุก ตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็กสีเหลือง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีริ้วประดับ ขณะดอกตูมชั้นกลีบเลี้ยงหุ้มดอกไว้จนมิด กลีบดอก 5 กลีบ เชื่อมติดกัน เกสรเพศผู้จำนวนมาก เชื่อมติดกันเป็นหลอด ผลแห้งและแตก	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้อาเจียน แก้ไข้ แก้พิษโลหิต ขับเสมหะ แก้ไข้ตัวร้อน ดับพิษร้อนภายใน แก้กามตายด้าน บำรุงกำหนัด ใช้รากตากแห้งต้มน้ำร่วมกับข้าวเจ้าเปลือกดื่มทุกเช้าเย็น แก้ปวดหลังปวดเอว และเข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน แก้อ่อนเพลีย	พืชสมุนไพร
215	ปางมะโอ	หญ้าขัดใบยาว	Wireweed	หญ้าขัด	Sida acuta Burm.f.	พบขึ้นได้ทั่วไป ตามพื้นที่รกร้าง ข้างถนน และชายป่า ชอบพื้นที่ชุ่มชื้น ทนต่อน้ำขัง	หญ้าขัดใบยาวเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก ถึงรูปแถบ กว้าง 0.5-2.5 ซม. ยาว 1.5-7.5 ซม. โคนและปลายใบแหลม ขอบจักฟันเลื่อย หูใบรูปแถบ ดอกเดี่ยวหรืออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก ที่ซอกใบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก รูปไข่กลับเบี้ยว ปลายเว้าตื้น สีเหลืองอ่อน เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเป็นมัดเดียว ผลแห้งแตกได้ เมล็ดรูปไข่แกมสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ทั้งต้นต้มหรือแช่น้ำดื่มแก้เบื่อ แก้ไข้ ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ปัสสาวะขัด ตากแห้งต้มน้ำร่วมกับข้าวเจ้าเปลือกดื่มทุกเช้าเย็น แก้ปวดหลังปวดเอว และเข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน แก้อ่อนเพลีย แก้ปวดเอว ใช้ลำต้นและกิ่งก้านมัดรวมกันทำไม้กวาด	พืชสมุนไพร
216	ปางมะโอ	พันงูน้อย	Ox knee	ควยงูน้อย	Achyranthes bidentata Blume	เป็นพรรณไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ตามพื้นที่ลุ่ม ชื้นแฉะ พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ	"หญ้าควยงูเป็นไม้ล้มลุก สูง 60-100 ซม. ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปขอบขนาน รูปวงรีหรือรูปไข่ กว้าง 1.5-5 ซม. ยาว 2-8 ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเขียว ผลแห้ง ไม่แตก รูปขอบขนานยาว 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หญ้าควยงูน้อย และหญ้าควยงูใหญ่ มีขนาดลำต้นแตกต่างกัน ชาวบ้านนิยมใช้ปรุงยาทั้ง 2 ชนิด"	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ทั้งต้นล้างสะอาดตากแห้งต้มน้ำร่วมกับข้าวเปลือกข้าวเจ้าดื่มเป็นยาบำรุงน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร หรือใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาแก้ปัสสาวะขัด	พืชสมุนไพร
217	ปางมะโอ			หญ้าคอตุงตัวผู้	สกุล Flemingia	พบขึ้นทั่วไปในป่าทุกภาคของประเทศไทย ชอบขึ้นตามที่รกร้าง หรือริมทาง	หญ้าคอตุงตัวผู้เป็นไม้ล้มลุก สูง 1-1.5 เมตร ต้นกลม มีลักษณะหยักเป็นฟันปลา ทั้งต้นมีขนสั้นปกคลุม ใบประกอบ ออกเรียงสลับ มี 3 ใบย่อย ใบตรงกลางขนาดใหญ่ที่สุด รูปไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ อีก 2 ใบด้านข้าง ประกบคล้ายปีก ขนาดเล็กเท่ากัน รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ดอกช่อกระจะ รูปทรงกระบอก ออกที่ปลายยอด มีใบประดับสีเขียวหุ้มเป็นชั้นๆ ดอกรูปดอกถั่ว ผลเป็นฝักแบนยาว ส่วนหัวมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ส่วนท้ายมีรยางค์ 1 เส้น ลักษณะโค้งงอ ขอบผลเว้าตื้นหนึ่งหรือสองด้าน	เป็นพืชสมุนไพร ชาวบ้านใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้พิษเบื่อพยาธิ แก้โรคตานซาง แก้อาการผอมเหลือง แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยบำรุงประสาท	พืชสมุนไพร
218	ปางมะโอ	ข้าวเม่านก	Trefle gros	หญ้าคอตุงตัวเมีย	Tadehagi triquetrum (L.) H.Ohashi	พบในป่าทั่วไป ชอบขึ้นบริเวณที่รกร้าง หรือริมทาง	หญ้าคอตุงตัวเมียหรือหญ้าหนอนตายเป็นไม้ล้มลุก สูง 15-50 ซม. กิ่งก้านเป็นสันสามเหลี่ยม แตกกิ่งก้านสาขามาก ยอดและกิ่งอ่อนมีสีแดงมัน มีหูใบสีเงินหรือเทาสองข้าง เมื่อแก่สีชา ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 2-4 ซม. ยาว 8-10 ซม. หลังใบมีขน ท้องใบผิวเรียบ ก้านใบแผ่เป็นปีก ช่อดอกกระจะ รูปทรงกระบอก ออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกรูปดอกถั่ว สีม่วง ผลเป็นฝักแบนยาว ส่วนหัวมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ส่วนท้ายมีรยางค์ 1 เส้น ลักษณะโค้งงอ ขอบผลเว้าตื้นหนึ่งหรือสองด้าน	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ใบต้มน้ำดื่มแก้พิษเบื่อพยาธิ แก้โรคตานซาง แก้อาการผอมเหลือง แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยบำรุงประสาท ใช้ใบสดหั่นผสมยาเส้นและปูนขาวมวนบุหรี่สูบ ใช้ตำพอกแผลวัวควาย รักษาแผลมีหนอง ใช้ปิดปากไหหมักปลา เพื่อป้องกันแมลงวันมาวางไข่	พืชสมุนไพร
219	ปางมะโอ	หญ้าถอดบ้อง, หญ้าถอดปล้อง	Horsetail, Scouring rushes	หญ้าถอดบ้อง	Hippochaete debilis (Roxb. ex Vaucher) Ching	พบขึ้นเองตามผืนป่าดงดิบที่มีความชุ่มชื้นตลอดปี ในทุกภาคของประเทศไทยที่สูงจากระดับน้ำทะเล 500 เมตรขึ้นไป ส่วนใหญ่ขึ้นใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ใกล้แหล่งนํ้า	หญ้าถอดบ้องเป็นพืชที่มีท่อลำเลียงน้ำชั้นต่ำ ไม่มีเมล็ด ลำต้นตั้งตรง ขนาดเล็ก สีเขียว สูง 30-100 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-5 มม. มีข้อปล้องเห็นชัดเจน ผิวเป็นร่อง 8-25 ร่อง ภายในกลวง ผิวสาก แตกกิ่งก้านตามข้อ ใบเป็นเยื่อบางๆ เรียงรอบข้อสีเขียวหรือน้ำตาล หลุดร่วงง่าย ช่อดอกขนาดเล็ก ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยสีเหลือง	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ต้นต้มน้ำผสมเหง้าปูเลยดื่มแก้ปวดน่องปวดขา ปวดกระดูกปวดข้อ ขับระดูขาว บำรุงไต และเข้าตำรับยาแก้นิ่ว	พืชสมุนไพร
220	ปางมะโอ	หญ้าปักกิ่ง หญ้าเทวดา	Hassk grass	หญ้าปักกิ่ง	Murdannia loriformis (Hassk.) R.S.Rao & Kammathy	พบทั่วไป ชอบพื้นที่ชุ่มชื้น ดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีแสงแดดส่องปานกลาง	หญ้าปักกิ่งเป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 10 ซม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบที่โคนต้นกว้างประมาณ 1.5 ซม. ยาว 10 ซม. ใบส่วนบนสั้นกว่าใบที่โคนต้น ช่อดอก ออกที่ปลายยอด รวมกันเป็นกระจุกแน่น ใบประดับย่อยค่อนข้างกลมซ้อนกัน สีเขียวอ่อน บางใส กลีบดอกสีฟ้าหรือม่วงอ่อน ร่วงง่าย ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ใบกินสดกับลาบ เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย ใช้ตำหรือปั่นกินสดเชื่อว่าช่วยรักษาโรคมะเร็ง อัมพฤกษ์อัมพาต	พืชอาหาร
221	ปางมะโอ	ไมยราบ	Sensitive plant, sleepy plant, touch-me-not	หญ้าปันยอด	Mimosa pudica L.	พบกระจายทั่วไป ในที่โล่งเตียนทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	หญ้าปันยอบเป็นไม้ล้มลุกกึ่งเลื้อย ทอดแผ่ไปตามพื้นดิน ลำต้นมีขนละเอียดและหนามโค้งงอ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ไวต่อการสัมผัส ยาว 10-13 ซม. ประกอบด้วย 4 ใบย่อย เรียงตัวแบบนิ้วมือ ยาว 4.5-8 ซม. ใบย่อย 17-22 คู่ รูปใบหอก กว้าง 2.5-3 มม. ยาว 10-14 มม. ผิวใบด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีม่วงอ่อน ช่อดอก รูปทรงกลม ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพู ผลเป็นฝักแบน เป็นข้อๆ อยู่รวมกันเป็นช่อ เมื่อสุกสีดำ	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้โรคไต แก้บิด ขับปัสสาวะ ใช้ทั้งต้นตากแห้งทำเป็นมัดต้มน้ำดื่มแทนชาช่วยขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ หรือผสมอ้อยดำเพื่อเพิ่มรสชาติให้ดื่มง่าย ใช้เข้าตำรับยาแก้ปัสสาวะขัด แก้ปวดกระดูก ปวดตามข้อ ใช้รากเข้าตำรับยารักษาโรคกระเพาะ	พืชสมุนไพร
222	ปางมะโอ	หญ้าตีนกา	Fowe foot grass, Goose grass, Wire grass, Yard grass	หญ้าปากควาย	Eleusine indica (L.) Gaertn.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นในที่โล่งชื้นแฉะทั่วไปและริมทาง	หญ้าผากควายเป็นพืชล้มลุกวงศ์หญ้า แตกเป็นกอ ลำต้นส่วนล่างทอดเอน ชูส่วนยอด สูง 50-64 ซม. แตกรากและต้นใหม่ตามข้อ กาบใบจะบีบตัวเป็นสันทำให้ลำต้นแบน ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน กว้าง 0.4-0.7 ซม. ยาว 10-22 ซม. ขอบใบเรียบ เห็นเส้นกลางใบเด่นชัด ช่อดอกเป็นก้านเดี่ยว ยาว 35-45 ซม. ปลายก้านช่อดอกแตกเป็นแขนง คล้ายตีนกา ดอกย่อยสีเขียว ยอดเกสรเพศเมียสีม่วงเข้ม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ทั้งต้นเข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน แก้อ่อนเพลีย แก้อาเจียน แก้ไข้ แก้ท้องร่วง แก้อาหารเป็นพิษ	พืชสมุนไพร
223	ปางมะโอ	สาบเสือ	Bitter bush, Siam weed	หญ้าเมืองวาย	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	หญ้าเมืองวายเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ใบขยี้ละเอียดหรือบดพอกรักษาแผลสดและแผลเรื้อรัง ช่วยห้ามเลือด ใช้เข้าตำรับยารักษาแผลสด คัดเลือด และใช้ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียว	พืชสมุนไพร
224	ปางมะโอ	หญ้าหนวดแมว	Cat's whisker, Java tea	หญ้าหนวดแมว	Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.	พบขึ้นได้ทั่วไป ชอบดินร่วนชื้นเกือบแฉะ ต้องการน้ำมาก ชอบแดดร่มรำไร ปลูกกลางแจ้งได้	หญ้าหนวดแมวเป็นไม้พุ่มสูง 0.5-1 เมตร กิ่งและก้านสี่เหลี่ยมสีม่วงแดง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-7 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง มี 2 พันธุ์ คือ พันธุ์ดอกสีขาวและพันธุ์ดอกสีม่วงน้ำเงิน เกสรตัวผู้ยื่นพ้นกลีบดอกออกมายาวมาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก รูปรี ขนาดเล็ก	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบอ่อนและยอดอ่อนต้มน้ำดื่มช่วยขับปัสสาวะ ใช้ทั้งต้นเข้าตำรับยาแก้นิ่ว แก้โรคเบาหวาน	พืชสมุนไพร
225	ปางมะโอ	ผักกาดน้ำ หมอน้อย	Greater plantain, Waybread, Common plantago ,broad-leaved plantain	หญ้าเอ็นยืด	Plantago major L.	พบมากบริเวณที่รกร้างบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ ชอบขึ้นในผืนป่าที่ได้รับความชื้นตลอดวัน และพื้นที่ใกล้แหล่งนํ้า ชอบแสงแดด	หญ้าเอ็นยืดเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-50 ซม. ลำต้นสั้นติดผิวดิน ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุก รูปไข่กลับ กว้าง 12-16 ซม. ยาว 20-30 ซม. ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ ช่อดอก แทงออกจากกลางต้น ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวแกมน้ำตาล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ทั้งต้นเคี้ยวสด ตากแห้งต้มน้ำดื่ม หรือเข้าตำรับยา สรรพคุณแก้ปวดกระดูก แก้เอ็นตึง แก้กระดูกเคลื่อน กระดูกเดาะ ช่วยให้กระดูกเชื่อมติดเร็วขึ้น	พืชสมุนไพร
226	ปางมะโอ	หญ้าใต้ใบ	Chamber bitter, Gripeweed	หน่วยใต้ใบ	Phyllanthus urinaria L.	พบขึ้นทั่วไป ตามที่รกร้าง ริมทาง ชอบดินทรายระบายน้ำดี และร่มรำไร	หน่วยใต้ใบเป็นพืชล้มลุก ทุกส่วนมีรสขม ใบเดี่ยว เรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปขอบขนาน กว้าง 3-5 มม. ยาว 6-14 มม. ปลายใบแหลม โคนมนหรือเบี้ยว ขอบเรียบสีม่วงแกมน้ำตาล ผิวใบเรียบ ดอกออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน เพศเมียเป็นดอกเดี่ยว เพศผู้ออกเป็นกระจุก สีนวล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม ผิวขรุขระขนาดใหญ่กว่าลูกใต้ใบ มีลักษณะเป็นพูตามผลบ้าง	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ไข้ เข้าตำรับยาแก้ปวดกระดูก ปวดตามข้อ แก้โรคเบาหวาน	พืชสมุนไพร
227	ปางมะโอ			หนาดจืด	สกุล Blumea	ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะในป่าทั่วไป ชอบดินเหนียวปนทราย ระบายน้ำดี แสงแดดพอควร	หนาดจืดเป็นไม้พุ่ม สูง 1-4 เมตร ไม่แตกกิ่งก้านมาก เปลือกต้นสีเทาปนเดา มีขนนุ่มปกคลุมทั้งต้น ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับถี่ รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 2-10 ซม. ยาว 8-25 ซม. ขอบใบจักซี่ฟันห่าง ปลายใบแหลม โคนสอบแหลม ผิวหนา เนื้อใบขรุขระเล็กน้อย เส้นกลางใบสีเหลืองอ่อน ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ช่อดอกแยกแขนง ช่อดอกย่อยแบบกระจะ ออกที่ปลายยอด รูปพีระมิด กลีบดอกย่อยสีเหลือง ผลแห้ง ไม่แตก โค้งงอเล็กน้อยเป็นเส้น 5-10 เส้น มีขนสีขาว	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ลำต้นต้มน้ำดื่มและทำยาห่มช่วงอยู่เดือนสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร หรือผสมในตำรับยากินยาห่ม ยาอยู่เดือน ยาแก้ผิดเดือน	พืชสมุนไพร
228	ปางมะโอ	หนวดปลาหมึกแคระ	Umberlla tree	หนุมานประสานกาย	Schefflera arboricola (Hayata) Merr.	พบปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ขึ้นได้ในดินทุกประเภท ที่มีความชุ่มชื้น ระบายน้ำดี	หนุมานประสานกายเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านจำนวนมาก ทรงพุ่มกลม ใบประกอบรูปฝ่ามือเรียงสลับ มีใบย่อยแตกออกจากก้านใบที่จุดเดียวกัน 7-11 ใบ ใบย่อยรูปไข่กลับกว้าง 4-6 ซม. ยาว 4.5-11 ซม. ปลายใบมน โคนสอบ ขอบใบเรียบ ผิวเกลี้ยงเป็นมัน ท้องใบสีเขียวเข้ม ก้านใบย่อยสีเขียวอ่อน ช่อดอกซี่ร่มเชิงประกอบ ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีชมพู มีขนาดเล็ก ผลสด มีเมล็ดเดียว แข็ง สีดำ	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนกินสดกับแกงหน่อไม้ เป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้ใบสดตำพอกแผลห้ามเลือด สมานแผล ใช้ตำผสมเหล้าขาวคั้นน้ำดื่มแก้อาการช้ำใน ตกเลือด หรืออาเจียนเป็นโลหิต ใช้ผสมในตำรับยาแก้หืด แก้ภูมิแพ้	พืชอาหาร
229	ปางมะโอ	ลาย กอม		หมากคอม	Microcos paniculata L.	พบกระจายพันธุ์อยู่ในป่าเบญจพรรณ ป่าแดง และป่าดิบแล้ง ทั่วไป ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 100 เมตรขึ้นไป เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท	"หมากกอมเป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงกลาง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 4-8 ซม. ยาว 8-17 ซม.ปลายเรียวแหลม ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย เส้นแขนงใบข้างละ 4-8 เส้น เห็นได้ชัด ช่อดอกออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ยาว 3-15 ซม. ดอกอ่อนกลมหรือป้อม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ขนาดกลีบดอกจะสั้นกว่ากลีบเลี้ยง 1 เท่าตัวและร่วงง่าย เกสรเพศผู้มีจำนวนมากและล้อมรอบรังไข่ ผลกลมหรือรูปไข่กลับ กว้างประมาณ 1 ซม. ยาว 1.5 ซม. เมื่อแก่สีเหลือง
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หมากกอมหวาน และหมากกอมขม(มีพิษ)"	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ทั้ง 5 ส่วน(ราก ต้น ใบ ดอก ผล) ของหมากกอมหวาน ต้มน้ำดื่มแก้ไข้จับสั่น ตัวร้อน ดับพิษ บำรุงน้ำดี บำรุงเลือด ใช้เปลือกของหมากกอมขมวางฆ่าแมลงวัน	พืชสมุนไพร
230	ปางมะโอ	หวายขม	Rattan	หวาย	Calamus viminalis Willd.	พบกระจายอยู่ทั่วไป มี 6 สกุล ประมาณ 50 ชนิด เป็นไม้ระดับกลางของป่า ชอบที่ดอนและพื้นที่กลางแจ้งที่ได้รับแสงแดดเต็มวัน ดินร่วนซุย ไม่ทนต่อบริเวณน้ำท่วมขัง	"หวายเป็นพืชสกุลปาล์ม ลำต้นเป็นเถาเลื้อย มีขนาดปานกลาง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5-1 นิ้ว ลำต้นและกาบใบมีหนาม ใบประกอบคล้ายใบมะพร้าว ใบย่อย 75-90 ใบ เรียงตัวเป็นกระจุกตรงกันข้าม กระจุกละ 5-8 ใบ ช่อดอกออกที่ลำต้นส่วนที่มีกาบใบหุ้ม จะทยอยสร้างไม่พร้อมกัน หลังออกดอกส่วนยอดจะเจริญเป็นลำต้นต่อไป ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผิวผลย่อยเป็นเกล็ดซ้อนทับกัน เมื่อแก่สีขาว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.8-1 ซม.
 พันธุ์หวายที่พบในชุมชนจำแนกได้ 2 ประเภท คือ หวายฝาด และหวายขม หวายฝาดมี 2 ชนิด ได้แก่ หวายหนามล้อม และหวายบุ่น ส่วนหวายขม มี 3 ชนิด ได้แก่ หวายหางหนู(หวายติ้วดีด) หวายเขียว หวายหม่น(หวายน้ำผึ้ง หวายหยวก)"	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ผลสุกกินเล่นเป็นผลไม้ ใช้หางหวาย(ลำต้นอ่อนหรือหน่อหวาย) นำมาเผาแกะเนื้อในตำน้ำพริก ปรุงอาหารประเภทผัด แกง ใช้รากหวายขมเข้าตำรับยาแก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนเพลีย และแก้ปัสสาวะขัด แก้ไข้ บำรุงร่างกายที่อ่อนเพลีย แก้ร้อนในกระหายน้ำ ใช้เส้นหวาย(ลำต้นแก่) สานทำฝักมีด พร้า ตะกร้า และชะลอมใส่ของ	พืชอาหาร
231	ปางมะโอ	สะระแหน่	Kitchen mint, Menthe kitchen mint	หอมด่วน	Mentha × villosa Huds.	พบได้ทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินร่วงซุย	"หอมด่วนเป็นไม้ล้มลุก เลื้อยแผ่ไปตามดิน ลำต้นสี่เหลี่ยม สีเขียวแกมม่วงน้ำตาล แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีค่อนข้างกว้าง กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 2-3 ซม. ผิวใบย่น ขอบใบหยักฟันเลื่อย มีกลิ่นเฉพาะ ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หอมด่วนใหญ่ ก้านสีม่วง และหอมด่วนน้อย ก้านสีเขียว ใบมน"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนกินสดกับลาบหมู หรือซุปมะเขือ(ตำมะเขือกับหวาย ปรุงรสคล้ายตำน้ำพริกหวาย ) ใช้ทั้งต้นตำผสมกับหญ้าตีนต่อใส่ศีรษะเด็กแก้ปวดหัวตัวร้อน	พืชอาหาร
232	ปางมะโอ	เนียมหูเสือ, หูเสือ	Oreille, Oregano, Indian borage, Country borage, Mexican Mint, Indian Borage, Soap Mint	หอมด่วนหลวง	Plectranthus amboinicus (Lour.) Spreng.	พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย พบในภาคเหนือเป็นส่วนมาก ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง	หอมด่วนหลวงเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ใบหนาแข็ง เรียงตรงข้าม ตั้งฉากเป็นคู่ๆ ปลายใบแหลม โคนใบมน มีหยักมนเล็กๆ ที่ขอบใบ เส้นใบเห็นชัดเจน ผิวใบอวบน้ำ ต้นอวบอ้วนสีแดง มีขนขาวทั้งกิ่งก้านใบ ใบมีกลิ่นหอมฉุน ต้นเมื่อยาวมากจะล้มราบกับพื้น	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนกินสดกับลาบหมู หรือซุปมะเขือ(ตำมะเขือกับหวาย ปรุงรสคล้ายตำน้ำพริกหวาย ) ใช้ทั้งต้นตำใส่ศีรษะเด็กเล็กช่วยลดไข้	พืชอาหาร
233	ปางมะโอ	สาคู	Arrow root, West indian arrow-root	พระฤาษี	Maranta arundinacea L.	ในธรรมชาติขึ้นใต้ร่มไม้ใหญ่ในป่าเต็งรัง หรือป่ากึ่งป่าเต็งรัง ตามชายบึงหรือลำธาร ทุกภาคของประเทศไทย เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท แต่ขึ้นได้ดีในดินร่วน ดินร่วนทราย มีความอุดมสมบูรณ์สูง	หัวพระฤาษีเป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน มีกาบใบอ่อนซ้อนกัน เป็นลำต้นเทียมขึ้นมาเหนือดิน ความสูงทรงพุ่มประมาณ 50-80 ซม. เหง้าหน่ออ่อนใต้ดิน มีรูปยาวรีปลายยอดแหลมสีขาวมีข้อปล้อง ใบเดี่ยวรูปรี กว้าง 10-20 ซม. ยาว 20-25 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบขนานม้วนเข้าหากันเล็กน้อย แผ่นใบเรียบสีเขียว รวงช่อดอกยืดยาวเหนือทรงพุ่ม ดอกสีขาวทรงระฆัง มันสาคู มี 2 ชนิดคือมันสาคูธรรมดา และมันสาคูใบลาย	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้เหง้าต้มกินเป็นอาหารว่าง และเป็นยาแก้ท้องร่วง แก้เสียดท้อง	พืชอาหาร
234	ปางมะโอ	ข้าวเย็นเหนือ		หัวยาข้าวเย็น	Smilax corbularia Kunth	พบขึ้นในป่าดิบชื้น หรือป่าดิบเขา ทั่วไป มีมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบดินร่วนชุ่มชื้น มีอินทรียวัตถุ ระบายน้ำดี	"หัวยาข้าวเย็นเป็นไม้เถา เลื้อยพันต้นไม้อื่น แตกกิ่งก้านสาขาจากโคนต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 3.5-6.5 ซม. โคนใบมน ปลายแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ท้องใบสีเขียวสด หลังใบสีเขียวอ่อนปนขาว ช่อดอกกระจุกแน่นออกตามซอกใบ ดอกย่อยรูปทรงกลม สีเหลืองอ่อน ผลกลุ่มออกเป็นกระจุก ผลย่อยเป็นผลสด รูปทรงกลม
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หัวยาข้าวเย็นยอดขาว และหัวยาข้าวเย็นยอดแดง"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก ใช้หัวใต้ดินต้มน้ำให้เด็กอาบเป็นยาแก้อาการตุ่มแดง มีผื่นคัน และถ่ายเหลว หั่นตากแห้งผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้นิ่ว แก้ปวดหลังปวดเอว รักษาริดสีดวงทวาร แก้ปวดเมื่อยในผู้สูงอายุ	พืชอาหาร
235	ปางมะโอ	เหงือกปลาหมอดอกม่วง เหงือกปลาหมอทะเล	Sea holly, Holly mangrove	เหงือกปลาหมอ	Acanthus ilicifolius L.	พบปลูกทั่วไป ชอบขึ้นตามชายน้ำ ริมฝั่งคลองบริเวณปากแม่น้ำ ชอบดินร่วนอุ่มน้ำดี	เหงือกปลาหมอเป็นไม้พุ่ม สูง 0.5-1.0 เมตร ลำต้นกลมเรียบ แข็ง สีเขียวแกมเทา มีหนามตามข้อๆ ละ 4 หนาม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง 3-7 ซม. ยาว 6-20 ซม. ขอบใบเว้าหยักซี่ฟันห่าง ปลายซี่เป็นหนามแหลม ผิวใบเรียบเป็นมัน เนื้อใบเหนียวแข็ง ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง มีกลีบดอกสีม่วงอมฟ้า มีแถบสีเหลืองอ่อนกลางกลีบ ผลเป็นฝัก รูปไข่หรือทรงกระบอก	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ต้นและเมล็ดขยี่ทารักษาฝี แก้โรคน้ำเหลืองเสีย ใช้เมล็ดต้มน้ำดื่มเป็นยาขับพยาธิ ใช้ใบคั่นน้ำทาศีรษะช่วยบำรุงรากผม ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้พิษฝีดาษ ฝีภายใน แก้พิษไข้ แก้โรคผิวหนัง รักษาแผลเรื้อรัง และเข้าตำรับยาแก้นิ่ว แก้หน้ามืดตาลาย	พืชสมุนไพร
236	ปางมะโอ	บุกคนโท		บุก	Amorphophallus muelleri Blume	พบขึ้นบนพื้นที่โล่งในป่าเบญจพรรณและป่าละเมาะโปร่ง ในภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงใต้ สูงถึง 900 เมตร จากระดับน้ำทะเล	หัวอีหยอเป็นไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน รูปทรงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 20 ซม. ใบเดี่ยวแผ่ออกคล้ายร่มหยักเว้าเป็นแฉก ก้านใบกลมอวบน้ำ ยาว 150-180 ซม. ลายสีเขียวและแดง มีหัวย่อยเกิดบนใบ ดอกเป็นช่อ แทงจากหัวใต้ดิน ลักษณะเป็นแท่งสีแดงแกมน้ำตาล ก้านช่อสั้นมีใบประดับรูปกรวยหุ้มช่อดอกขอบหยักเป็นคลื่นและบานออก ผลเป็นผลสดเนื้อนุ่ม	เป็นพืชอาหาร หัวใต้ดินมีพิษทำให้คัน ต้องนำมาผ่านกรรมวิธีกำจัดพิษ แล้วใช้ทำเป็นอาหาร เช่น ยำบุก	พืชอาหาร
237	ปางมะโอ	อ้อยแดง	Sugar cane	อ้อยดำ	Saccharum officinarum L.	พบปลูกในสวน และบริเวณบ้านเรือน ทั่วไป ชอบดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง น้ำไม่ท่วมและมีการระบายน้ำดี ชอบแสงมาก	อ้อยดำเป็นไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร ลำต้นสีม่วงแดง มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 0.5-1 เมตร ช่อดอก ออกที่ปลายยอด สีขาว ผลเป็นผลแห้ง ขนาดเล็กอ้อยมีหลายพันธุ์ แตกต่างกันที่ความสูงความยาวของข้อและสีของลำต้น	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ลำต้นปลอกเปลือกกินเล่น แก้ไข้ แก้เจ็บคอ นำไปเจาะรูหยอดด้วยเกลือเม็ดหรือผ่าทาด้วยเกลือแล้วนำไปบ่มไฟ(เผาไฟ) แช่น้ำดื่มแก้ไอทุกชนิดโดยเฉพาะแก้ไอจากหวัดเรื้อรัง หรือใช้ปล้องผ่าเป็นซีกต้มรวมในยาต้มอื่นๆ ช่วยให้มีรสหวานดื่มง่ายขึ้น ใช้เข้าตำรับยาแก้มะโหก แก้นิ่ว ยาแก้ห้าต้น และใช้รากเข้าตำรับยาแก้ไข้ บำรุงร่างกายที่อ่อนเพลีย แก้ร้อนในกระหายน้ำ	พืชอาหาร
238	ปางมะโอ	สมอพิเภก	Beleric myrobalan, Bastard myrobalan	แหน	Terminalia belirica Wall.	พบกระจายทั่วไป ในป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคกลาง พื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-400 เมตร ภาคใต้พบบริเวณที่ราบในป่าดงดิบ	แหนหรือหม่านะเป็นไม้ยืนต้น สูง 20-35 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอมเทาแตกเป็นร่องเล็กๆ กิ่งอ่อนมีขน ใบเดี่ยวกลมโต รูปไข่กลับแกมวงรี กว้าง 5-10 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายมน โคนสอบ ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก มีดอกสมบูรณ์เพศ และดอกตัวผู้อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบสีเหลือง ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม มีสัน 5 สัน ผิวมันมีขนสั้นสีน้ำตาล	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ผลอ่อนต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ใช้ผลแก่ต้มน้ำดื่มทำให้ชุ่มคอ แก้โรคตา แก้ธาตุกำเริบ บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ริดสีดวง ใช้ใบอ่อนอมแก้เจ็บปาก เหงือกบวม เป็นแผลในปาก ใช้เปลือกและใบแก่ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเหลือง	พืชสมุนไพร
239	ปางมะโอ	เอื้องหมายนา	Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag	เอื้องหมายนา	Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht	พบทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ	เอื้องหมายนาเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ลำต้นต้มน้ำดื่มเชื่อว่าต้านโรคมะเร็ง ใช้เหง้าต้มน้ำให้สัตว์เลี้ยงดื่มช่วยกระตุ้นกำหนัด	พืชสมุนไพร
240	ปางมะโอ	ลูกนม สตาร์แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลป่า	Star apple, Golden Leaf Tree	แอปเปิ้ลเมือง	Chrysophyllum cainito L.	พบได้ทั่วไป แต่พบปลูกในภาคเหนือมากกว่าภาคอื่นๆ	"แอปเปิ้ลเมืองเป็นไม้ยืนต้น สูง 4-5 เมตร กิ่งอ่อนสีส้ม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 3-5.5 ซม. ยาว 4.5-10 ซม. ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนา เรียบ และมัน มีคลื่นเล็กน้อย ท้องใบสีเขียว หลังใบและใบอ่อนมีขนกำมะหยี่สีทองแดงหรือสนิมปกคลุม เส้นใบจาง ช่อดอกออกเป็นกระจุก ตามซอกใบ ดอกย่อยสีเหลือง ก้านดอกสีน้ำตาล กลีบเลี้ยง รูปสามเหลี่ยม มี 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ ผลเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปทรงกลม ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเขียวหรือสีม่วง เนื้อผลฉ่ำน้ำ หัวและท้ายเมล็ดเรียวแหลม ตรงกลางป่อง ผิวมันค่อนข้างแข็ง สีน้ำตาลหรือสีดำ
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลสีม่วง และผลสีเขียว(รสชาติหอมหวานกว่า)"	เป็นพืชอาหารและพืชใช้สอย ใช้ผลกินเป็นผลไม้ ใช้ใบย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียว และสีดำ	พืชอาหาร
241	ปางมะโอ	คราม	Nees, Assam Indigo	ฮ่อม	Strobilanthes cusia (Nees) Kuntze	เจริญเติบโตได้ดีในป่าชื้น พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบขึ้นบริเวณชื้นใกล้ลำธาร หรือแหล่งน้ำที่มีอากาศเย็น ต้องการร่มเงามาก ไม่ชอบแสงแดดจัด	ฮ่อมเป็นไม้ล้มลุก มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูง 0.5-1 เมตร ลำต้นและเหง้ากลมเป็นรูปทรงกระบอก บริเวณข้อโป่งพอง แตกกิ่งตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน รูปวงรี ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบหยักฟันเลื่อยละเอียด เนื้อใบสีเขียวเข้มมัน ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกรูปทรงคล้ายระฆัง กลีบดอกสีม่วงเชื่อมกันเป็นหลอดโค้งงอเล็กน้อย ผลแห้งแตกได้ เมล็ดแบน สีน้ำตาล	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย ใช้ทั้งใบ ต้น ราก ต้มน้ำรวมกันอาบ หรือเข้าตำรับยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย แก้ปวดศีรษะข้างเดียว แก้ไข้มาลาเลีย ช่วยลดไข้ และใช้ทั้งต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีคราม	พืชสมุนไพร
242	ปางมะโอ	ฮ่อสะพายควาย		ฮ้อสะพายควาย	Sphenodesme pentandra Jack	พบบริเวณป่าดิบริมน้ำในประเทศไทย อินเดีย พม่า และมาเลเซีย	"ฮ้อสะพายควายเป็นไม้เถา พาดพันต้นไม้ใหญ่ ใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน รูปหอกปลายเรียวเล็กน้อยและแหลม โคนแหลม เส้นใบย่อยออกตรงข้ามกันห่างๆ ปลายวกเข้า เหมือนรูปปอดซ้อนกัน ผิวและขอบใบเรียบ ค่อนข้างหนา เกิดตามป่าดงดิบเขาสูง อากาศเย็น
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ฮ้อสะพายควายแดง เถามีขนาดใหญ่ ใบไม่มีขน มักมี 3 ใบย่อย และฮ้อสะพายควายขาว เถามีขนาดเล็กกว่า ใบมีขน มักมี 7 ใบย่อย"	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เถาหั่นเป็นแว่นตากแห้งดองเหล้าหรือต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้เลือดลมเดินสะดวก กระตุ้นบำรุงความกำหนัด และใช้ผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ถ่ายเป็นเลือด แก้ปวดเมื่อยร่างกาย แก้มะโหก	พืชสมุนไพร
243	ปางมะโอ	สันโสก สมัดใหญ่	Pink Lime-Berry	เฮี่ยนหม่อน	Clausena excavata Burm.f.	พบได้ในป่าดิบ และบริเวณป่าผลัดใบที่มีการรบกวนน้อย ทุกภาคของประเทศไทย ขึ้นได้ในดินทุกชนิด	เฮี่ยนหม่อนเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นขนาดเล็ก สูงถึง 5 เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย 7-15 คู่ รูปไข่หรือรูปหอก ขนาดใบกว้าง1.8-74 ซม. ยาว 2.5-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเบี้ยว ดอกช่อแยกแขนง รูปพีระมิด ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ช่อยาว 10-30 ซม. กลีบดอก 4 กลีบ เกสรเพศผู้ 8 อัน ผลเป็นผลสด รูปไข่ สีขาวหรือชมพูอ่อน ผลอ่อนมีขนเล็กน้อย ผลแก่ผิวเกลี้ยง มีต่อมเป็นจุด และฉ่ำน้ำ เมล็ด 1-2 เมล็ด	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2477	พืชอาหาร
244	ปางมะโอ	ผักปลาบ	Benghal dayflower, Tropical spiderwort	ผักกาบปี๋ (ไม่มีรูป)	Commelina benghalensis L.	พบตามที่ชุ่มชื้นตามคลองหนองน้ำหรือในนา ทั่วทุกภาคของประเทศไทย	ผักกาบปี๋เป็นพืชล้มลุก ลำต้นอวบน้ำทอดเลื้อยไปตามพื้นดินปลายยอดชูตั้งขึ้น สูง 65-85 ซม. ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี ขนาดใบกว้าง 1.0- 3.5 ซม. และยาว 1.7 – 8.0 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ขอบใบมีขนครุย ใบประดับสีเขียวหุ้มช่อดอก หลังใบประดับมีขนละเอียดปกคลุมหนาแน่น ช่อดอกกระจุกออกตามปลายกิ่งหรือซอกใบ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ สีเขียวอ่อนใส กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ผลแห้งแตก มีเมล็ดรูปร่างค่อนข้างยาวภายใน 1-5 เมล็ด	เป็นพืชอาหาร ชาวบ้านใช้ยอดและใบนึ่งกินกับน้ำพริก หรือใส่แกงส้ม	พืชอาหาร
245	ปางมะโอ	กำลังเสือโคร่ง (อีสาน)		เถานางแดง	Ziziphus attopensis Pierre	พบตามป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชอบอากาศค่อนข้างชื้น แสงแดดส่องถึงรำไร ดินระบายน้ำดี	เถานางแดงเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นร่องเล็กๆ สีแดง ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ก้านใบเป็นร่องเหลี่ยม ใบย่อยรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนและแหลม ผิวใบมันและมีคลื่นเล็กน้อย	เป็นพืชสมุนไพร ชาวบ้านใช้ลำต้นหั่นเป็นแว่นตากแห้งเข้าตำรับยาแก้ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อยตามร่างกาย รักษามะโหก(ริดสีดวงทวาร)	พืชสมุนไพร
246	ปางมะโอ	กระเจี๊ยบ	Roselle	ผักเก็งเค็ง (ไม่มีรูป)	Hibiscus sabdariffa L.	พบปลูกทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย ชอบพื้นที่แดดจัดและความชุ่มชื้นพอเหมาะ	ผักเก็งเค็งเป็นไม้พุ่ม สูง 50-180 ซม. มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 ซม. ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพูหรือเหลืองบริเวณกลางดอกสีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ชาวบ้านใช้ยอดสดกินกับอาหารต่างๆ เช่น ตำมะแคว้ง ตำมะเขือ ช่วยเพิ่มรสเปรี่ยว ใช้กลีบรองดอกแตกแห้งต้มน้ำดื่มเป็นยาขับลมในกระเพาะ แก้เจ็บท้อง ขับปัสสาวะ ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ขับน้ำเมือกในลำไส้	พืชอาหาร
247	ปางมะโอ	พลับพลึงดอกแดง	Giant Lily	บัวฮาดำ (ไม่มีรูป)	Crinum × amabile Donn ex Ker Gawl.	พบปลูกประดับทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย ขึ้นได้ในดินทั่วไป ชอบพื้นที่ชื้น สามารถทนน้ำขังหรือบริเวณที่แห้งแล้งในบางช่วงได้ เป็นพืชที่ทนทาน ไม่ต้องการการบำรุงมาก	บัวฮาดำเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 1 เมตร มีหัวใต้ดิน ส่วนเหนือดินประกอบ ด้วยกาบใบสีขาวหุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง กว้าง7-15 ซม. ยาว ประมาณ 1 เมตร ผิวใบหนาและอวบน้ำ ดอกช่อขนาดใหญ่ แทงออกมาจากกลุ่มใบตอนปลาย มีดอกย่อยเป็นกระจุก 12-40 ดอก พลับพลึงดอกแดงกลีบสีขาวแกมชมพู ผลเป็นผลสด	ชาวบ้านใช้ใบบัวฮาดำเป็นยาดูดพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ถอนพิษไข้ บำรุงหัวใจ และชูกำลัง และใช้ต้นเป็นยาแก้ไข้ วิงเวียนศีรษะ	พืชสมุนไพร
248	ปางมะโอ	กระดูกไก่ดำ	Willow-leaved justicia	แข้งไก่ดำ	Justicia gendarussa Burm.f.	ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ความชื้นปานกลางถึงต่ำ แดดเต็มวันถึงรำไร	แข้งไก่ดำเป็นเป็นไม้พุ่ม ต้นสูงประมาณ 1 เมตร เรือนยอดไม่แน่นอน มักแตกเป็นกอ กิ่งก้านสาขามาก มักโค้งลงสู่พื้นดิน กิ่ง ก้าน และเส้นใบ มีสีน้ำตาลดำ ปล้องมีลักษณะคล้ายกระดูกต่อกันเป็นชั้นขึ้นไป ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปรีและรูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ สีเขียวเข้ม ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นหลอด ปลายดอกแยกออกเป็น 5 แฉก	ชาวบ้านใช้ใบตำพอกแผลแมลงกัดต่อย จะช่วยดูดพิษ	พืชสมุนไพร
249	ปางมะโอ	ผักแส้ว เถาวัลย์ดำ		ผักแซ่ว (ไม่มีรูป)	Marsdenia glabra Costantin	พบในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ เจริญเติบโตได้ดีในดินที่อุดมสมบูรณ์ บริเวณที่ร่มรำไร ชอบดินชื้น ที่ระบายน้ำดี	ผักแซ่วเป็นไม้เถา เถากลมขนาดเล็ก สีเขียวและบาง ชอบเลื้อยงอไปมา ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปหอกปนรูปไข่ กว้าง 2.3-4.5 ซม. ยาว 4-12 ซม. ก้านใบสั้น 0.05-2 ซม. ท้องใบสีเขียวเข้มกว่าหลังใบ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนใบสอบแหลม ดอกมีรูปร่างคล้ายกระดิ่ง กลีบดอกสีขาว ผลมีขนาดเล็กกว้าง 6 มม. ยาว 5 ซม. เมล็ดมีขนาดเล็ก	ชาวบ้านใช้ยอดและใบอ่อนปรุงอาหารประเภทแกง จะให้รสขมเล็กน้อย	พืชอาหาร
250	ปางมะโอ	พริกไทย	Pepper, Black Pepper	พริกน้อย (ไม่มีรูป)	Piper nigrum L.	พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีปลูกมากที่จังหวัดจันทบุรี ขึ้นได้ในดินทั่วๆ ไปที่มีการระบายน้ำได้ดี ชอบอากาศที่อบอุ่นและชื้น	พริกน้อยเป็นไม้เถาเนื้อแข็งรากฝอยออกบริเวณข้อเพื่อใช้ยึดเกาะ ข้อโป่งนูน ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปไข่ กว้าง 5-8 ซม. ยาว 8-11 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยสมบูรณ์เพศ สีขาวแกมเขียว ผลเป็นผลสด กลม จัดเรียงตัวแน่นอยู่บนแกน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกมีสีแดง พริกไทยขาวก็คือพริกไทยดำนี้เอง ผิดกันก็ตรงที่เวลาเก็บผลสุกแล้วนำมาแช่น้ำลอกเยื่อชั้นนอกออก แล้วตากแห้ง ทำให้มีน้ำมันหอมระเหย และกลิ่นหอมน้ำยกว่าอย่างดำ	เป็นพืชอาหาร ชาวบ้านใช้ผลอ่อนผัดกับเนื้อช่วยเพิ่มรสเผ็ด ใช้ผลแก่ตากแห้งตำรวมทำน้ำพริกแกง หรือป่นโรยหน้าอาหารเพื่อปรุงรส	พืชอาหาร
251	ปางมะโอ	อบเชยเถา เครือเขาลวก ตำยานตัวผู้		อบเชยเถา (ไม่มีรูป)	Zygostelma benthami Baill.	พบขึ้นในป่าเบญจพรรณ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย	อบเชยเถาเป็นเถาเลื้อยพัน เถาสีน้ำตาล มีขนสั้นเล็กน้อย และมียางขาว ใบเดี่ยว เรียงตรงกันข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง 1.5-1.7 ซม. ยาว 5.8-10.8 ซม. ก้านใบยาว 0.2-0.3 ซม. เส้นกลางใบและเส้นแขนงสีขาว ดอกช่อกระจุก ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 3-4 ดอก ดอกบานกางแผ่ออกคล้ายดอกมะเขือ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 พู สีชมพูอ่อนหรือชมพูอมส้ม เกสรเพศผู้ 5 อัน ผลมี 2 ผลย่อย แตกแนวเดียวที่ปลายหรือที่โคน เมล็ดมีกระจุกขนเส้นไหมยาว	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ชาวบ้านใช้ผลกินเป็นผัก ทั้งต้นเป็นอาหารสัตว์ ใช้ทั้งต้นต้มน้ำอาบหรือทำยาห่ม(อบไอน้ำ) เป็นยาแก้โรคผิวหนังผื่นคัน ใช้รากเป็นส่วนผสมในยาหอม ยาบำรุงหัวใจ ยาแก้ลมวิงเวียนหน้ามืดตาลาย ยาขับลมในลำไส้ และยาแก้ปวดมวนท้อง	พืชอาหาร
252	ปางมะโอ	กลอย	Asiatic bitter yam	กล๋อย	Dioscorea hispida Dennst. var hispida	พบมากบริเวณป่ารกร้าง ไหล่เขา ชายป่า และที่โล่งทั่วไป ชอบดินร่วนซุย	"กล๋อยเป็นไม้เถาเลื้อยพัน ลำต้นมีหนาม หัวใต้ดินขนาดใหญ่ ใบประกอบมี 3 ใบย่อย เรียงสลับ ใบหนาผิวสาก มีเส้นใบ 3 เส้น เห็นชัดเจน ช่อดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ออกที่ซอกใบ ห้อยลง ดอกตัวผู้ยาวได้ถึง 40 ซม. ออกเป็นช่อซ้อน 2-3 ชั้น ดอกตัวเมียเป็นช่อเดี่ยว กลีบรวมสีเหลือง ผลแห้ง มีปีก 3 ปีก
 กล๋อยในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กล๋อยธรรมดา นิยมกินหัว และกล๋อยนก นิยมกินยอด และนำหัวมาย่างกินบ้าง แต่ไม่ค่อยนิยมกิน"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริก หรือแกงใส่ปลาย่าง ใช้หัวทำให้หมดพิษนึ่งคลุกน้ำตาลกินเป็นของว่าง หรือตำรวมกับน้ำพริกและมะเขือ ใส่เกลือตัดพิษกินเป็นกับข้าว	พืชอาหาร
253	ปางมะโอ	เต่าร้างแดง	Fish tail palm, Wart fish tail palm, Burmese fish tail palm, Clustered fish tail plam, Tufted fish tail palm	เต่าร้าง	Caryota mitis Lour.	พบทุกภาคของประเทศ เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี	เต่าร้างเป็นไม้ยืนต้น ตระกูลปาล์มแตกกอ มีใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปสามเหลี่ยมหยักเว้า ปลายแหลมคล้ายหางปลา โคนใบรูปลิ่ม ผิวใบสีเขียวเป็นมัน กาบใบยาว โคนกาบใบมีขนสีน้ำตาลแดงปนเทาหรือสีดำ ช่อดอกเชิงลดสีขาวอมเหลือง ออกตามซอกใบห้อยลงมา ผลเป็นกลุ่มทรงกลม เมื่อสุกสีแดงคล้ำ แต่ละผลมี 1 เมล็ด	เป็นพืชอาหารและพืชใช้สอย ใช้ยอดและลำต้นอ่อน ปรุงอาหารประเภทแกง ในอดีตใช้ขุยที่กาบต้นผสมดินไฟตากแห้งเก็บไว้จุดไฟแทนไม้ขีด โดยวางบนหินไฟสีเขียวหรือสีดำแล้วใช้หินอีกก้อนตีให้ติดไฟ	พืชอาหาร
254	ปางมะโอ	กุ่มน้ำ	Three leaved caper, Varuna	กุ่ม	Crateva religiosa G.Forst.	พบขึ้นได้ทั่วไปในประเทศไทย มีมากบริเวณภาคกลางและภาคใต้ ชอบขึ้นตามที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือลำห้วยในป่า	กุ่มเป็น ไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 20 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ ใบย่อย 3 ใบ รูปวงรีหรือรูปไข่ กว้าง 2.5-7 ซม. ยาว 5.5-16 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแหลมและเบี้ยว ผิวใบเรียบมัน ดอกช่อกระจะ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกเมื่อแรกบานสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เกสรเพศผู้สีม่วงขนาดยาว จำนวนมาก ผลสด รูปร่างค่อนข้างกลม เมื่อสุกสีเทา ผิวจะเป็นสะเก็ดหยาบๆ มีเมล็ดมาก เมล็ดคล้ายรูปหัวใจเบี้ยว	ชาวบ้านใช้ส่วนทั้ง 5 (ราก ต้น ใบ ดอก ผล) ผสมกันเป็นยาแก้อักเสบ แก้สะอึก บรรเทาลมขึ้นเบื้องสูง และช่วยขับเหงื่อ และใช้ใบเป็นยาช่วยเจริญอาหาร	พืชสมุนไพร
255	ปางมะโอ	ดับยาง	Canary Nightshade, Velvet Nightshade	พาแป้ง	Solanum erianthum D. Don	พบขึ้นในป่าที่รกร้างทั่วไป	พาแป้งเป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อน แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเขียว กิ่งและก้านใบผิวสาก ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรี ขอบขนาน และไข่กลับ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 6-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบมีขนนุ่มปกคลุม ช่อดอกออกตามซอกใบและปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาว กลีบเลี้ยง 6 กลีบ กลีบดอก 6 กลีบ เกสรเพศผู้ 6 อัน ก้านดอกมีขนนุ่มปกคลุม	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบสดพอกแผลน้ำร้อนลวก รักษาแผลในจมูก แก้ปวดศีรษะ ทำให้แท้งลูก ใช้เปลือกทารักษาโรคผิวหนัง ใช้ยอดสดเข้าตำรับยาแก้ท้องอืด และใช้ลำต้นเข้าตำรับยาแก้บ่อง ยาขับลมในลำไส้ ยาบำรุงธาตุ แก้ตาฟาง ตาแฉะ ยาแก้สรรพพิษ แก้ท้องอืด ยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย ยาแก้ห้าต้น	พืชสมุนไพร
256	ปางมะโอ	หางไก่ป่า หงอนไก่	Stinging-Hair Cnestis	หงอนไก่ป่า (ไม่มีรูป)	Cnestis palala (Lour.) Merr.	พบขึ้นในป่าของชุมชน ชอบร่มรำไร ดินร่วน อุดมสมบูรณ์	หงอนไก่ป่าเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เลื้อยพันต้นไม้ใหญ่ เปลือกต้นสีเทาปนเขียว กิ่ง ใบ และก้านใบมีขนนุ่ม สีน้ำตาลปกคลุม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ รูปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ยอดอ่อนสีแดง ใบประกอบมักออกเรียงสลับถี่ มีลักษณะเป็นกระจุกเป็นระยะๆ ตามเถา	เป็นพืชใช้สอย ใช้ลำต้นบดตากแห้งนำมาผัดน้ำมันคลุกข้าวเบื่อสัตว์	พืชใช้สอยอื่นๆ
257	ปางมะโอ	ผักขมหัด	Slender amaranth	ผักโขม (ไม่มีรูป)	Amaranthus viridis L.	พบขึ้นได้เองตามธรรมชาติ เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิดและโตเร็ว ทนทานต่อโรคและแมลง เมล็ดมีขนาดเล็กสีดำเป็นมัน เก็บไว้ได้นานนับสิบปียังสามารถงอกได้	"ผักโขมเป็นพืชล้มลุก ต้นสูง 15-50 ซม. ลำต้นกลมสีม่วงหรือแดงปนเขียว แตกเป็นร่องยาว ใบรูปไข่ เรียงสลับ แตกยอดระหว่างก้านใบกับลำต้น ใบกว้าง 1.2-4 ซม. ยาว 2.5-7.5 ซม. ก้านใบยาว 2.5-6 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ยาว 10-20 ซม. ดอกย่อยขนาดเล็ก สีม่วงปนเขียวไม่มีก้าน ติดเป็นกระจุกรอบแกนกลาง เมล็ดเล็กสีนํ้าตาลเกือบดำ เป็นมัน ในหนึ่งดอก มีเมล็ดเดียว
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักหมป๊าว และผักหมหนาม"	เป็นพืชอาหาร ใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน หรือต้นอ่อน ลวกกินกับน้ำพริก ใช้ปรุงอาหารประเภทผัด ต้ม หรือแกง ผักหมหนามนิยมใช้ต้นอ่อนคั่วน้ำมันกินกับข้าว และใช้ใบแก่นึ่งกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
258	ปางมะโอ	นุ่น	White silk cotton tree, Silk cotton tree, Kapook tree, Kapok	งิ้วนุ่น (ไม่มีรูป)	Ceiba pentandra (L.) Gaertn.	พบได้ทั่วไป เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดดจัด	งิ้วนุ่นเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-30 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงสลับ ใบย่อย 5-9 ใบ รูปขอบขนานแกมใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบแหลม ขอบเรียบ แผ่นใบบาง ผิวใบเกลี้ยง กว้าง 1.5-4.5 ซม. ยาว 5-16 ซม. ดอกช่อกระจะ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง เกสรเพศผู้ 5 อัน ผลแห้งแตก รูปขอบขนาน เปลือกแข็ง แตกเป็น 5 พู เมล็ดจำนวนมาก มีเส้นใยสีขาวคล้ายเส้นไหมยาวหุ้ม	เป็นพืชอาหารและใช้สอย ใช้เมล็ดอ่อนตำส้มตำแทนมะก้วยเต้ด ใช้ปุยสีขาวในผลมายัดหมอน ยัดสะลี(ที่นอน) ใช้เปลือกต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีแดง	พืชอาหาร
259	ปางมะโอ			หญ้าขี้เมา	สกุล Artemisia	พบขึ้นในเขตป่าของชุมชน ชอบดินร่วนปนทราย อากาศชื้นปานกลาง ที่มีแสงแดดรำไร	หญ้าขี้เมาเป็นไม้ล้มลุกสูงถึง 1.5 เมตร โคนต้นมีราก ใบเดี่ยว เรียงสลับถี่ รูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบหยักเว้า ลึกเป็นพู คล้ายใบประกอบ ดอกช่อแยกแขนง ช่อย่อยเป็นกระจุกกลม ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง มีชั้นใบประดับ กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลแห้ง ไม่แตก เมล็ดรูปขอบขนานหรือรูปไข่ ผิวเกลี้ยง	เป็นพืชสมุนไพร ชาวบ้านใช้ใบขยี้ดมเป็นยาแก้หน้ามืดตาลาย แก้เมาหัว(เวียนศีรษะ)	พืชสมุนไพร
260	ปางมะโอ	ผักโขมสวน	Joseph’s coat, Tampara, Chinese spinach	ผักโหมป๊าว (ไม่มีรูป)	Amaranthus tricolor L.	พบทั่วไปในประเทศไทย ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ แต่ไม่ทนน้ำขัง	ผักโหมป๊าวเป็น ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง ส่วนยอดมีขนสั้นปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปรีถึงรูปไข่ กว้าง 6-10 ซม. ยาว 15-20 ซม. ปลายใบมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบส่วนปลายยอดมีหลายสีแล้วแต่พันธุ์ เช่น สีแดงสด ม่วงแดง หรือเหลืองทอง ช่อดอกเชิงลดออกที่ปลายกิ่ง สีเขียวอ่อนหรือสีแดง ผลแห้งแก่ไม่แตก มีเมล็ดสีดำจำนวนมาก	เป็นพืชอาหาร ชาวบ้านใช้ใบอ่อนปรุงอาหารประเภทผัด แกง และยำ	พืชอาหาร
261	ปางมะโอ	ปื้งขาว เข็มป่า	East Indian glory bower	ปิ้งขาว	Clerodendrum glandulosum Lindl.	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ในพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน	ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-38 ซม. ยาว 4-40 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวอ่อน ดอกช่อกระจุกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยบานไม่พร้อมกัน รูปร่างคล้ายดอกมะลิ สีขาว กลับดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ยาว 5 อัน	ชาวบ้านนำดอกอ่อนปิ้งขาวไปใส่ในแกงหน่อไม้ และใช้ใบไม่แก่มากของปิ้งขาวและปิ้งแดงวางซ้อนกัน 3 ใบหรือ 7 ใบ นำไปห่อขี้เถ้าร้อนๆ ลักษณะคล้ายห่อหมก แล้วประคบบริเวณศีรษะที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ หรือนำไปเข้าตำรับยาแก้ปวดศีรษะข้าวเดียว โดยตำรวมกับใบฮ่อมและใบเครือเขาน้ำ แล้วประคบศีรษะ	พืชอาหาร
262	ปางมะโอ	ปิ้งตาไก่ ปิ้งแดงดง	Glory bower	ปิ้งแดง (ไม่มีรูป)	Clerodendrum japonicum (Thunb.) Sweet	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย บนพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน	ปิ้งแดงเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย กิ่งและต้นเปราะ เป็นสันสี่เหลี่ยม สีดำอมน้ำตาล ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-35 ซม. ยาว 4-38 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวเข้ม ดอกช่อแยกแขนงขนาดใหญ่ ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านช่อดอกย่อยสีแดง กลีบดอกสีแดง 5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีแดง เกสรเพศผู้สีชมพูปนขาวขนาดยาว 5 อัน	ชาวบ้านใช้ใบไม่แก่มากของปิ้งแดงวางซ้อนกับใบปิ้งขาวจำนวน 3 ใบ หรือ 7 ใบ นำไปห่อขี้เถ้าร้อนๆ คล้ายห่อหมก ประคบบริเวณศีรษะที่ปวด จะบรรเทาอาการปวด หรือตำเข้าตำรับยาแก้ปวดศีรษะข้าวเดียว ซึ่งประกอบด้วย ใบฮ่อม และใบเครือเขาน้ำ ประคบศีรษะ	พืชอาหาร
263	ปางมะโอ	แคหางค่าง, แคหัวหมู		แคบิด	Markhamia stipulata (Wall.) Seem.	พบขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขาของประเทศไทย ชอบขึ้นตามริมลำธาร	แคบิด แคป่า หรือแคร้าวเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นตรงมักแตกกิ่งต่ำ เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบและเบี้ยว ขอบใบหยักตื้นๆ ผิวใบเรียบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามปลายกิ่ง ประมาณ 3-7 ดอก ดอกย่อยขนาดใหญ่สีขาวรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ขอบกลีบจะย่นเป็นริ้ว ผลเป็นฝักชนิดเปลือกแข็ง 2 ชั้น รูปขอบขนาน บิดไปมา เมล็ดแบนมีเยื่อบางๆ ติดหัวท้ายคล้ายปีก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ชาวบ้านนำดอกมาต้มรับประทานกับน้ำพริก ใช้เนื้อไม้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้บวม แก้พยาธิ แก้ท้องร่วง แก้ริดสีดวงงอก แก้ตกเลือด และเข้าตำรับยาอยู่ไฟออกไฟ	พืชอาหาร
264	ปางมะโอ	คอแลน ลิ้นจี่ป่า		มะก้าย (ไม่มีรูป)	Nephelium hypoleucum Kurz	พบขึ้นเองทุกภาคของประเทศไทย ในป่าดิบแล้ง เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท	มะก้ายเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร เปลือกต้นสีเทาแตกสะเก็ด ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3–5 คู่ ใบรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ดอกออกเป็นช่อ แบบแยกแขนง ตามปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาว ผลรูปไข่กลับ ออกเป็นพวงใหญ่ ผิวคล้ายลิ้นจี่ ผลสุกสีแดงเข้ม มีเนื้อผลสีขาวติดกับเมล็ด หนึ่งผล มี 1 เมล็ด ผลมีรสเปรี้ยว	เป็นพืชอาหาร ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ ช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน มีรสเปรี้ยว	พืชอาหาร
265	ป่ากล้วย	จิงจูฉ่าย โกศจุฬาลัมพา	Duck foot vegetable, White mugwort	(บ้าน)กอเตอออ	Artemisia lactiflora Wall. ex DC.		"ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 0.5 – 1 ฟุต ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีขอบเป็นแฉกๆ 5 แฉกสีเขียว แผ่นใบ หยักเว้าเป็นพู มีรูปร่างหลากหลาย เนื้อใบหนา ดอกออกเป็นช่อแตกแขนง ที่ปลายยอด มีช่อกระจุกย่อยสีขาว
 จ านวนมาก ผลมีขนาดเล็กมาก รากหรือเหง้าใหญ่จะกระจายเป็นวงกว้าง แตกกิ่งก้านหนาแน่นเป็นกอคล้ายๆ มีกลิ่นหอม รสชาติขมเล็กน้อย"		พืชอาหาร
266	ป่ากล้วย	เก็กฮวยป่า		กอเตอออจั๊ว	Dendranthema boreale (Makino) Ling				พืชอาหาร
267	ป่ากล้วย			ก้อทู					พืชอาหาร
268	ป่ากล้วย	มันเทศ	Sweet potato	กอเลี่ยะ	Ipomoea batatas (L.) Lam.	พบทั่วไปบริเวณที่รกร้างในป่าละเมาะ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	"มันเทศเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินสีม่วงแดง ส้ม นวลหรือขาว รูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดิน ตั้งตรง หรือเลื้อยพัน ยาว 1-5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก ที่ข้อมีราก ใบเดี่ยว เรียงรูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 4-11 ซม. ยาว 4-14 ซม. ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ก้านใบยาว 4-20 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกแข็งยาว 3-18 ซม. เป็นสัน เกลี้ยงหรือมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรูปกรวย สีม่วงอ่อน ผลแห้ง รูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงมีขนาดเล็ก
 ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ มันแกวขาว มันแกวแดง และมันแกวม่อนไข่"		พืชอาหาร
269	ป่ากล้วย			กะจี้ฉ่า					พืชอาหาร
270	ป่ากล้วย	คาวตอง คาวทอง พลูแก พลูคาว	Fish mint, Chameleon plant, Fish wort	กะโตร	Houttuynia cordata Thunb.	เจริญได้ดีในที่ลุ่มที่มีความชื้นสูง ขึ้นเองตามธรรมชาติ พบทั่วไปบริเวณริมห้วย ลำธาร และที่ชื้นแฉะริมน้ำหรือตามโคนต้นไม้ใหญ่	พลูทองเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 15-30 ซม. ทั้งต้นมีกลิ่นคาว ลำต้นเลื้อยทอดตามผิวดิน แตกรากตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. ก้านใบยาว ส่วนโคนแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ช่อดอก ออกตรงปลายยอด มีใบประดับสีขาว 4 ใบที่โคนช่อ ดอกย่อยขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอกและก้านดอก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้		พืชอาหาร
271	ป่ากล้วย			ก๊ะโลยอ					พืชอาหาร
272	ป่ากล้วย			กั๊วไบลโต๊ะ					พืชอาหาร
273	ป่ากล้วย	คว่ำตายหงายเป็น		กั๋วล่อช้า	Bryophyllum pinnatum (Lam.) Oken	กระจายอยู่ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากประเทศไทย ก็ยังพบในเวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง อวบน้ำ ใบเดี่ยวหรือใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 5 ใบ รูปขอบขนาน แกมรูปไข่ หรือรีกว้าง ขอบใบหยักโค้งมน ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ลักษณะเป็นทรงกระบอก ห้อยลง กลีบดอกด้านล่างสีเขียว ด้านบนสีแดง ผลออกเป็นพวง มีเมล็ดขนาดเล็ก จำนวนมาก		พืชอาหาร
274	ป่ากล้วย			กั๋วล่อช้า (ใหญ่)					พืชอาหาร
275	ป่ากล้วย			ก้า					พืชอาหาร
276	ป่ากล้วย	ขิง	Ginger	เขีย	Zingiber officinale Roscoe	พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง	ขิงเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะ ลำต้นเทียมแทงขึ้นเป็นกอ มีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับถี่ รูปหอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 12-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ช่อดอกรูปกระบองโบราณ แทงขึ้นจากเหง้า ดอกย่อยสีขาว ทุกๆ ดอกมีกาบสีเขียวปนแดงรูปโค้งห่อรองรับ กลีบดอกและกลีบเลี้ยง มีอย่างละ 3 กลีบ หลุดร่วงเร็ว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ปลายกลีบแผ่กว้าง เกสรผู้มี 6 อัน ผลรูปทรงกลม และแข็ง		พืชอาหาร
277	ป่ากล้วย			เขี่ยด้า					พืชอาหาร
278	ป่ากล้วย			โค๊ะแป					พืชอาหาร
279	ป่ากล้วย	ป่านรามี	Chinese grass, China grass, Chinese grass cloth plant, chinese silkplant, ramie, rhea	จร้า	Boehmeria nivea (L.) Gaudich.		ลำต้นเรียวเล็ก ในสภาพปลูกที่เหมาะสมอาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางที่โคนต้นประมาณ 8-16 มิลลิเมตร และมีความสูงประมาณ 2-2.5 เมตร เมื่อมีอายุ 45-60 วัน ใบจะออกสลับบนต้น ลักษณะกลมใหญ่ ขอบใบหยัก มีก้านยาว ผิวใบด้านบนมีสีเขียว และมักลักษณะออกสีขาวด้านใต้ใบ มีดอกขนาดเล็ก มีขาวอมเขียวเล็กน้อย ดอกออกเป็นกลุ่ม จัดเป็นพืชผสมข้าม พืชจะผลิตเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีสีน้ำตาลเข้ม มีลักษณะกลม และขนาดเล็กมาก		พืชอาหาร
280	ป่ากล้วย			จอเก้					พืชอาหาร
281	ป่ากล้วย			จอยู่จั๊วะ					พืชอาหาร
282	ป่ากล้วย	ว่านท้องใบม่วง ว่านมหากาฬ		จอยู่เลียะ	Gynura bicolor (Roxb. ex Willd.) DC.		ต้น ไม้ล้มลุก อวบน้ำ สุง 20-40 ซม. ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับ หรือรูปใบหอกกลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 5-10 ซม. ขอบใบหยัก มีขนทั้งสองด้าน แผ่นใบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีม่วงแดง ดอกช่อกระจุกแน่น ออกเดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่ม ดอกย่อยสีเหลืองสด ผล แห้ง ไม่แตก มีหลายสัน		พืชอาหาร
283	ป่ากล้วย			จาเด้อ/สาหยู่					พืชอาหาร
284	ป่ากล้วย			จาเลี่ย					พืชอาหาร
285	ป่ากล้วย	ฝรั่ง	Guava	จีจัวท่อ	Psidium guajava L.	พบปลูกทั่วไป เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี	ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก		พืชอาหาร
286	ป่ากล้วย	ละหุ่งแดง		จีตงไก้เลี่ย	Jatropha gossypifolia L.				พืชอาหาร
287	ป่ากล้วย			เจ้น้งกู้					พืชอาหาร
288	ป่ากล้วย			เจ้อทูจั๊ว					พืชอาหาร
289	ป่ากล้วย			เจ๊อะตูเลียะ					พืชอาหาร
290	ป่ากล้วย			เจ๊ะโค๊ะ					พืชอาหาร
291	ป่ากล้วย			ชะช้ง					พืชอาหาร
292	ป่ากล้วย			ชั่วกัวชาย/ซาม้งก้า					พืชอาหาร
293	ป่ากล้วย			ชั่วโกว่ก๋า					พืชอาหาร
294	ป่ากล้วย			ชั่วชาย					พืชอาหาร
295	ป่ากล้วย	กรดน้ำ	Licorice weed, Scoparia-weed	ชั่วเด่อ	Scoparia dulcis L.	พบได้ทั่วไปเป็นกลุ่มบริเวณชายฝั่ง ชายน้ำ ริมบึงที่ชื้น	กรดน้ำเป็นไม้ล้มลุก มีใบเดี่ยวออกรอบข้อ 3 ใบ รูปหอก กว้าง 0.4-0.5 ซม. ยาว 1.2-1.4 ซม. ปลายใบแหลม โคนสอบ ขอบจักซี่ฟันลึกและห่าง ลำต้นเป็นเหลี่ยม ช่อดอกขนาดเล็กออกตามซอกใบเป็นกระจุก ดอกย่อยสีขาว มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ มีผลเดี่ยวทรงกลมสีเขียวตามซอกใบ ผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่		พืชอาหาร
296	ป่ากล้วย	ยุงกวาด ยุงปัด หญ้าขัด หญ้าขัดใบยาว	Broom weed	ชั่วเด่อล่อ	Sida acuta Burm.f.	ชอบขึ้นในป่าฟื้นสภาพและที่โล่งแจ้ง	หญ้าขัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านมีความเหนียวและแข็ง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอก โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย มีหูใบรูปแถบ ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ สีเหลือง ผลแห้งแตกได้ เมล็ดรูปไข่หรือรูปสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม		พืชอาหาร
297	ป่ากล้วย	เสมาดอกชมพู		ชั่วปล้าล้า	Opuntia elatior Mill.		ไม้พุ่มอวบน้ำ สูง 2-4 เมตร ลำต้นโคน กลมส่วนปลาย เป็นแผ่นแบน รูปไข่กลับ ยาว 8-20 ซม. กว้าง 8-12 ซม. สีเทาหรือสีเขียงเข้ม ใบ 3-4 ซม. หนาม เป็นกระจุก 2-8 อัน ยาว 2-5 ซม. หรืออาจจะยาวได้ถึง 8 ซม. กลีบรวมสีส้มหรือสีชมพู เส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 ซม. ผล รูปไข่กลับ เมื่อสุกสีส้มหรือสีแดง		พืชอาหาร
298	ป่ากล้วย			ชั่วม่อคอมัว					พืชอาหาร
299	ป่ากล้วย			ชั่วม่อโตร่					พืชอาหาร
300	ป่ากล้วย			ชั่วเลียะ					พืชอาหาร
301	ป่ากล้วย	ผักเป็ดแดง	Calico plant	ชั่วเลียะ (แบบต้น)	Alternanthera bettzickiana (Regel) G.Nicholson	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้และเม็กซิโก ต่อมาได้รับความนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายกระจายไปทั่วโลก	ไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 10-20 เซนติเมตร หรือสูงกว่า แตกกิ่งก้านหนาแน่น ลำต้นเป็นร่องตามยาว ลำต้นหักง่ายคล้ายกับลำต้นที่อวบน้ำเล็กน้อย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ลักษณะของใบเป็นรูปข้าวหลามตัดถึงรูปใบหอกกลับ รูปไข่ หรือรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบป้านหรือสอบ ส่วนขอบใบมักห่อม้วนขึ้นด้านบนหรือเป็นคลื่น ๆ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 0.5-1.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1-5 เซนติเมตร แผ่นใบมีหลายสี เช่น สีแดง สีแดงปนเขียว สีม่วงอมชมพู สีเหลือง สีเขียวมีด่างขาว เส้นใบเป็นสีน้ำตาลหรือสีแดงคล้ำ ก้านใบยาวประมาณ 1-3 เซนติเมตร มีขนละเอียด ออกดอกเป็นช่อกระจุกแน่นรูปทรงกลมหรือรูปขอบขนาน โดยจะออกบริเวณซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบรวมมี 5 กลีบ เป็นสีขาว ผลแห้งไม่แตก เมล็ดเป็นสีน้ำตาลมีลักษณะคล้ายรูปโล่		พืชอาหาร
302	ป่ากล้วย	สาบแร้งสาบกา		เชงจัวทัว	Pogostemon auricularius (L.) Hassk.		ไม้ล้มลุกจากอุทยานแห่งชาติภูลังกา ใบเรียงตรงข้าม ดอกออกเป็นช่อมีดอกอัดแน่น		พืชอาหาร
303	ป่ากล้วย			แชก๊า					พืชอาหาร
304	ป่ากล้วย			ซะฉี่ฉ่า					พืชอาหาร
305	ป่ากล้วย	โสมคน	Fame flower, Ceylon spanic	ซะฉี่ป้า	Talinum paniculatum (Jacq.) Gaertn.	พบขึ้นในป่าเต็งรัง ถิ่นกำเนิดทางอเมริกาเหนือ ปัจจุบันพบกระจายทั่วโลก	ไม้ล้มลุก ขนาดเล็ก มีอายุหลายปี สูงได้ถึง 1 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เมื่อรากโตเต็มที่จะมีรูปร่างเหมือนโสมจีน ต้นเป็นเหลี่ยม ลำต้นฉ่ำน้ำ ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปไข่กลับ กว้าง 2.5-3.5 เซนติเมตร ยาว 6-13 เซนติเมตร ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ เนื้อใบหนา ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ก้านช่อดอกยาว กลีบเลี้ยง 2 กลีบ สีชมพู กลีบดอก 5 กลีบ เกสรตัวผู้มี 10 อัน ผลสีแดง กลมรี มีขนาดประมาณ 3 มิลลิเมตร เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเทา เมล็ดจำนวนมากอยู่ภายใน สีดำ		พืชอาหาร
306	ป่ากล้วย			ซะฉี่มะ					พืชอาหาร
307	ป่ากล้วย			ซะฉี่สัว					พืชอาหาร
308	ป่ากล้วย	บัวบก ผักหนอก	Asiatic pennywort, Tiger herbal, Gotu kola	ซิเตอเนง	Centella asiatica (L.) Urb.	ชอบขึ้นบริเวณดินที่มีความชุ่มชื้นสูงมาก และชอบร่มเงา พบขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ	ผักหนอกเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี เลื้อยแผ่ไปตามพื้นดิน แตกรากฝอยตามข้อ ไหลที่แผ่ไปจะงอกใบจากข้อชูขึ้น 3-5 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-5 ซม. ขอบใบหยักก้านใบยาว ช่อดอกออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก 2-3 ดอก กลีบดอกสีม่วง ผลแห้ง แตกได้		พืชอาหาร
309	ป่ากล้วย			ซีต้อ					พืชอาหาร
310	ป่ากล้วย	บัวดิน		ตร้อยอ					พืชอาหาร
311	ป่ากล้วย			ตี๊เม (เล็ก)					พืชอาหาร
312	ป่ากล้วย			ตี๊ล่อ (ใหญ่)					พืชอาหาร
313	ป่ากล้วย	พลับพลึงดอกขาว	Cape lily, Crinum lily, Giant Lily	ตื่อส่าง	Crinum asiaticum  L.	พบปลูกประดับทั่วไป ขึ้นได้ดีในดินทั่วไป ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้น ไม่ต้องการการบำรุงมาก เป็นพืชที่ทนทาน สามารถทนน้ำขังหรือบริเวณที่แห้งแล้งในบางช่วงได้	พลับพลึงดอกขาวเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 1 เมตร มีหัวใต้ดิน ส่วนเหนือดินประกอบด้วยกาบใบสีขาวหุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง กว้าง 7-15 ซม. ยาวประมาณ 1 เมตร หนาอวบน้ำ ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ แทงออกมาจากกลุ่มใบตอนปลาย มีดอกย่อยเป็นกระจุก 12-40 ดอก กลีบสีขาวและสีขาวแกมชมพู ผลเป็นผลสด		พืชอาหาร
314	ป่ากล้วย	พลับพลึงดอกแดง	Poison bulb, Giant crinum lily, Grand crinum lily, Spider lily	ตือส่างเลียะ	Crinum × amabile Donn ex Ker Gawl.	ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ	ไม้ล้มลุกขึ้นเป็นกอ มีหัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นกลม กว้าง 15 ซ.ม. ยาว 30 ซ.ม. ใบ ออกรอบๆ ต้น ลักษณะแคบยาวเรียว ใบอวบน้ำ ขอบใบเป็นคลื่น ปลายใบแหลม ยาว 1 ม.กว้าง 10-15 ซ.ม. ดอก ออกเป็นช่อ ตรงปลายและเป็นกระจุก มีประมาณ 12-40 ดอก เมื่อยังตูมจะมี กาบสีเขียวอ่อนๆ หุ้มอยู่ กลีบดอกมีสีขาว และมีกลิ่นหอม ผล เป็นสีเขียวอ่อน และผลค่อนข้างกลม		พืชอาหาร
315	ป่ากล้วย	ตะไคร้	Lapine, Lemon grass	โต้ตู้	Cymbopogon citratus (DC.) Stapf	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุย ชอบน้ำ ชอบแดด น้ำไม่ขัง	ตะไคร้เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็นกอ เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ข้อและปล้องสั้นมากกาบใบสีขาวนวลหรือขาวปนม่วง ยาวและหนาหุ้มข้อและปล้องไว้แน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 1-2 ซม. ยาว 70-100 ซม. แผ่นใบและขอบใบสากและคม ออกดอกยาก		พืชอาหาร
316	ป่ากล้วย			ทร้าจัว					พืชอาหาร
317	ป่ากล้วย			ท่องฮั๊ว					พืชอาหาร
318	ป่ากล้วย			เนงเดเต้					พืชอาหาร
319	ป่ากล้วย			เนียเกอ					พืชอาหาร
320	ป่ากล้วย	ว่านหัวฬา ดีงูหว้า ดีปลาช่อน นิลพูสี เนระพูสีไทย ค้างคาวดำ	Bat flower, Black Bat Flower, Devil Flower	บร้องคือเย่ง	Tacca chantrieri André	ขึ้นในธรรมชาติ ตามป่าดิบแล้งหรือป่าดิบชื้น	ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีเหง้าใต้ดิน รากมีปุ่มปมจำนวนมาก ใบเดี่ยวเจริญจากเหง้า รูปไข่กลับ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว ดอกมีก้านชูสูงขึ้นจากกลางกอ สีม่วงดำคล้ายหัวค้างคาว มีใบประดับ 4 ใบ ใบประดับของดอกย่อยเรียงยาวเป็นเส้น 10-25 เส้น ผลเป็นแคปซูลยาว มีสัน 6 สัน ผิวสีม่วงดำคล้ายหนังค้างคาว เมล็ดสามเหลี่ยมสีม่วง		พืชอาหาร
321	ป่ากล้วย			บร้องเจจั๊วะ					พืชอาหาร
322	ป่ากล้วย	สาคู สาคูไทย สาคูขาว ว่านสาคู สาคูวิลาส สังคู มันสาคู มันอาโรรุต	Arrowroot, West Indian arrowroot	บร้องเจทู	Maranta arundinacea L.	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ อเมริกากลาง ตะวันตกของเอกวาดอร์ ตอนกลางของทุ่งหญ้าของกิอานา และแถบทะเลคาริบเบียน ปัจจุบันพบแพร่กระจายทั่วในแถบประเทศเขตร้อนชื้น ส่วนประเทศไทยพบในทุกภาค แต่พบปริมาณน้อยล	ลำต้นใต้ดินสาคูไทย เรียกว่า หัว หรือ เหง้า มีลักษณะคล้ายหัวลูกศร ขนาดหัวกว้างประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-40 เซนติเมตร หัวหรือเหง้าหลักจะติดกับโคนต้น และแตกหัวย่อยแทงลึกลงดิน โคนหัวแตกรากแขนงจำนวนมาก หัวย่อยอาจมีหัวเดียวหรือหลายหัว มีลักษณะทรงกระบอก เรียวยาว มีลักษณะแบ่งเป็นข้อๆ และมีตาชัดเจน และมีเกล็ดสีขาวหรือสีน้ำตาลหุ้ม เนื้อหัวด้านในมีสีขาว มีเส้นใยตามแนวยาวของหัว ลำต้นสาคูไทยเหนือดินเป็นส่วนที่แทงขึ้นมาจากเหง้า ประกอบด้วยแกนลำต้น และกาบใบ คล้ายกับพืชในกลุ่มว่านทั่วไป ส่วนด้านในเป็นแกนกลางที่ถูกหุ้มด้วยกาบใบ ส่วนด้านนอกเป็นกาบใบตั้งตรง มีลักษณะเกือบทรงกลม ยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร ถัดมาเป็นก้านใบ มีขนาดสั้น จากนั้น เป็นแผ่นใบ มีรูปหอก กว้างประมาณ 5-10 เซนติเมตร ยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร โคนใบใหญ่ ปลายใบแหลม แผ่นใบ และขอบใบเรียบ มองเห็นเส้นกลางใบสีเขียวชัดเจน ใบด้านล่างสุดมีขนาดใหญ่กว่าใบด้านบน แผ่นใบแบ่งออกเป็นสองข้างไม่เท่ากัน ใบอ่อนมีสีเขียวสด ใบแก่มีสีเขียวเข้ม และค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อถึงหน้าแล้ง ดอกสาคูไทย แทงขึ้นกลางลำต้น มีดอกออกเป็นช่อแขนง ตั้งแต่ 2 ช่อ ขึ้นไป ช่อแขนงมีใบประดับรองรับ ปลายกิ่งแยกออกเป็นก้านดอก 1 คู่ และหันหน้าเข้าหากัน ก้านช่อดอกแต่ละคู่มีขนาดเล็ก ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร มีก้านดอกย่อย ยาวประมาณ 5-15 มิลลิเมตร บนช่อดอกประกอบด้วยดอกย่อยสีขาว ขนาดเล็ก ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร แต่ละดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ประกอบด้วยกลีบเลี้ยงบางๆ 3 กลีบ กลีบเลี้ยงมีรูปหอก สีเขียว แยกออกจากกัน และมีขนาดไม่เท่ากัน ยาวประมาณ 12-16 มิลลิเมตร ถัดมาเป็นวงกลีบดอกที่เป็นรูปหลอดสั้นๆ สีขาว มีลักษณะเป็น 3 พู ถัดมาติดกับกลีบดอกจะเป็นเกสรตัวผู้ แบ่งเป็นชั้นๆ จำนวน 2 ชั้น ชั้นนอกเป็นเกสรที่เป็นหมัน ส่วนตรงกลางเป็นเกสรตัวเมีย มียอดเกสรแยกเป็น 3 พู และรังไข่ 1 อัน ซึ่งอยู่ด้านล่างตรงกลาง ทังนี้ ต้นสามารถออกดอกได้หลังปลูกแล้ว 5-6 เดือน สาคูไทยถึงแม้จะออกดอก แต่ติดผล และเมล็ดยาก เพราะธรรมชาติของสาคูไทยจะแพร่กระจาย และเติบโตด้วยการแตกหน่อใหม่แทน แต่หากติดผลจะมีผลลักษณะกลม เปลือกผลแข็ง มีสีน้ำตาลอมแดง ขนาดผลประมาณ 7 มิลลิเมตร ส่วนเมล็ดมีขนาดเล็ก มีผิวหยาบ แบ่งออกเป็น 3 พู		พืชอาหาร
323	ป่ากล้วย	พุทธรักษา พุทธรักษากินหัว สาคูมอญ	Australian arrowroot, Edible Canna, Indian shot	บร้องเจเลียะ	Canna indica L.	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน เป็นไม้ประดับทั่วไปในเขตร้อน	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 ม. เหง้าใต้ดินแตกแขนง ใบเรียงเวียน รูปไข่แกมรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก สีเขียวหรืออมม่วง ยาว 30-60 ซม. ก้านใบสั้น กาบใบสีเขียวหรือม่วง ช่อดอกแบบช่อกระจะออกที่ยอด ช่อย่อยแบบช่อวงแถวเดี่ยว มี 1-2 ดอก ใบประดับรูปไข่ยาว 6-9 มม. ดอกสมมาตรด้านข้าง กลีบนอก 3 กลีบ รูปใบหอก ยาวประมาณ 1.5 ซม. ติดทน กลีบใน 3 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นหลอดสีเหลืองอมส้ม แนบติดเกสรเพศผู้และเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน หลอดกลีบยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 ซม. สีแดงหรือเหลืองอมส้ม แผ่นเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันมี 2-3 แผ่น สีแดง โคนสีเหลืองอมส้ม รูปใบหอกกลับ ยาว 4-5.5 ซม. มีหนึ่งแผ่นปลายเว้า กลีบปากสีแดงหรือมีจุดเหลือง รูปใบหอก ยาวประมาณ 4.5 ซม. ขอบม้วนงอ ปลายเว้าตื้น เกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน ก้านชูอับเรณูรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 ซม. อับเรณูมีช่องเดียว ยาวประมาณ 9 มม. รังไข่ใต้วงกลีบ มี 3 ช่อง มีปุ่มกระจาย พลาเซนตารอบแกนร่วม ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 6 ซม. โคนเชื่อมติดเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน ผลแห้งแตกเป็น 3 ส่วน รูปไข่กว้าง ยาว 1.2-2 ซม. มีปุ่มหนาแน่น เมล็ดกลม มีหลายเมล็ด		พืชอาหาร
324	ป่ากล้วย	ว่านเปราะหอม	Sand ginger, Aromatic ginger	ปัวต้อจั๊ว	Kaempferia galanga L.	พบทั่วไปในป่าดิบชื้น ชอบดินร่วน ระบายน้ำมี มีความชื้น	"ว่านหอมเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า แผ่ราบไปบนดิน ท้องใบมีขน เนื้อค่อนข้างหนา ช่อดอก ออกตรงกลางระหว่างใบ สีขาวแต้มม่วง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ว่านหอมตัวผู้ ใบเรียวยาว และว่านหอมใบมน ใบค่อนข้างกลม ชาวบ้านนิยมทั้ง 2 ชนิด"		พืชอาหาร
325	ป่ากล้วย			ป้ากั๊วตู้ช้า					พืชอาหาร
326	ป่ากล้วย			ป้าจอตี๋					พืชอาหาร
327	ป่ากล้วย	พิมเสนป่า เห่าเชียง	Korean Mint	ป่าเด๊	Agastache rugosa (Fisch. & C.A.Mey.) Kuntze	Grassy places in mountains, especially by streams, and in valleys all over Japan. Sunny, more or less stony meadows from the lowlands to elevations of 1,500 metres	Agastache rugosa is an erect, herbaceous perennial plant forming a clump of branched stems 50 - 150cm tall from a slowly-spreading rhizomatous rootstock266]. The stems become more or less wody at their base		พืชอาหาร
328	ป่ากล้วย	พวงไข่มุก ระป่า อุน อุนฝรั่ง	American elder	ป้ามอหา	Sambucus canadensis L.	มีถิ่นกำเนิดทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เป็นไม้ประดับทั่วไปในเขตร้อน	ไม้พุ่ม สูง 2-6 ม. ใบประกอบ 2 ชั้น ปลายคี่ เรียงตรงข้าม ยาวได้ถึง 25 ซม. ใบประกอบย่อยมีได้ถึง 8 คู่ ใบช่วงโคนส่วนมากมี 3 ใบย่อย ช่วงปลายมักมีใบเดียว ใบย่อยรูปขอบขนาน รูปใบหอก หรือรูปใบหอกกลับ ยาว 4-9 ซม. ใบกลางขนาดใหญ่กว่าใบข้างในใบประกอบย่อยที่มี 3 ใบ ขอบจักฟันเลื่อย แผ่นใบด้านล่างมีขนสั้นนุ่ม ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่นแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง แผ่กว้างได้กว่า 30 ซม. ก้านช่อยาวได้กว่า 10 ซม. ก้านดอกยาวได้ถึง 5 มม. กลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ ยาวประมาณ 1 มม. เชื่อมติดกันที่โคน ดอกสีขาว มี 4-5 กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน กลีบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 5 มม. ปลายมน เกสรเพศผู้ส่วนมากมี 5 อัน อับเรณูหันออก รังไข่กึ่งใต้วงกลีบ ส่วนมากมี 5 ช่อง ไร้ก้านเกสรเพศเมีย ยอดเกสรจัก 5 พู ผลคล้ายผลสดมี 4-6 เมล็ด		พืชอาหาร
329	ป่ากล้วย	เจตมูลเพลิงขาว ปิดปิวขาว	Ceylon leadwort, Doctorbush, Wild leadwort	ป้าโหว่	Plumbago zeylanica L.	กระจายพันธุ์กว้างในเขตร้อน ในไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ พบตามป่าดิบแล้ง	ไม้พุ่มเตี้ยหรือไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 1-3 เมตร กิ่งก้านมักทอดยาว ใบรูปไข่ ยาว 3-13 ซม. ปลายใบแหลมยาว ตอนปลายเป็นติ่ง โคนในรูปลิ่มหรือมน ใบบาง ช่อดอกแบบช่อกระจะเชิงลด ดอกจำนวนมาก แกนกลางและก้านช่อดอกมีต่อมไร้ก้าน (เจตมูลเพลิงแดงไม่มี) ช่อดอกยาวได้ประมาณ 15 ซม. ก้านช่อยาว 1.5-2 ซม. ใบประดับรูปไข่ ยาว 0.4-0.8 ซม. ใบประดับย่อยรูปแถบ ยาวประมาณ 0.2 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ยาวประมาณ 1 ซม. มีต่อมหนาแน่น กลีบดอกสีขาวหรือสีฟ้าอ่อน หลอดกลีบดอกยาวประมาณ 2 ซม. กลีบดอกรูปไข่กลับหรือรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ยาวประมาณ 0.7 ซม. ปลายแหลมหรือเป็นติ่ง อับเรณูสีน้ำเงิน ยาวประมาณ 0.2 ซม. รังไข่รูปรี เป็น 5 เหลี่ยม ก้านเกสรเพศเมียเกลี้ยง ผลแบบแคปซูล		พืชอาหาร
330	ป่ากล้วย	ห้อมช้าง		ป้าโฮ่ซี่	Phlogacanthus curviflorus (Wall.) Nees	พบกระจายเป็นกลุ่มบริเวณริมลำธาร ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 500-750 เมตร	ไม้พุ่ม สูง 1-2 ม. ลำต้นกลวง ใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปรีแกมไข่กว้าง กว้าง 12 ซม. ยาว 30 ซม. ก้านใบ ยาว 5-6 ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ตั้งขึ้น สีส้มแดงหรือแดงอิฐ กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน สีเขียว มีขนนุ่ม กลีบดอกเป็นหลอดโค้ง ยาว 5-6 ซม. ด้านนอกมีขนแน่น ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบโค้งออกด้านนอก เกสรเพศผู้ 2 อัน ผลแห้งแก่แล้วแตก รูปรียาว มีสันสี่เหลี่ยม กว้าง 0.4-0.6 ซม. ยาว 3.2-3.5 ซม. เมล็ด 12-14 เมล็ด		พืชอาหาร
331	ป่ากล้วย	ไพล	Cussumuna ginger	ปูเลยด้า	Zingiber montanum (J.Koenig) Link ex A.Dietr.	พบขึ้นกระจายทั่วไป ในที่ดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ไพลเป็นไม้ล้มลุก สูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก ขนาดใบกว้าง 3.5-5.5 ซม. และยาว 18-35 ซม. ช่อดอก แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้ง รูปทรงกลม		พืชอาหาร
332	ป่ากล้วย	ไพลดำ	Bangle Hantu	ปูเลยดู๊	Zingiber ottensii Valeton	พบขึ้นเองในป่าทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำดี	ไพลดำเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดินเนื้อในเป็นสีม่วง ลำต้นเหนือดินสูงได้ถึง 1.5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 6-8 ซม. ยาว 26-30 ซม. ช่อดอก ออกที่โคนต้นแทงช่อขึ้นมาจากเหง้าใต้ดิน ก้านช่อดอกยาว 14 ซม. ช่อดอกยาวประมาณ 9 ซม. ใบประดับเมื่อยังอ่อนมีสีแดงปนเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดงเข้ม กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลแห้ง แตกได้		พืชอาหาร
333	ป่ากล้วย	ว่านน้ำเล็ก		เป้อไก้	Acorus gramineus Soland.				พืชอาหาร
334	ป่ากล้วย	สะระแหน่	Kitchen mint, Menthe kitchen mint	โป่ฮู้	Mentha × villosa Huds.	พบได้ทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินร่วงซุย	"ไม้ล้มลุก เลื้อยแผ่ไปตามดิน ลำต้นสี่เหลี่ยม สีเขียวแกมม่วงน้ำตาล แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีค่อนข้างกว้าง กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 2-3 ซม. ผิวใบย่น ขอบใบหยักฟันเลื่อย มีกลิ่นเฉพาะ ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หอมด่วนใหญ่ ก้านสีม่วง และหอมด่วนน้อย ก้านสีเขียว ใบมน"		พืชอาหาร
335	ป่ากล้วย	มิ้นต์		โป่ฮู้แป๊ง	Mentha sp. MENTHA PIPERITAL				พืชอาหาร
336	ป่ากล้วย	ผักปลัง	Ceylon spinach , Malabar nightshade, East indian spinach	มะชาเลียะ	Basella alba L.	พบขึ้นทั่วไปตามพื้นที่ที่มีฝนชุก ในประเทศไทย มีมากในภาคเหนือ ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักปลังเป็นไม้เลื้อยล้มลุกทุกส่วนของต้นอวบน้ำ แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นสีม่วงแดงหรือสีเขียว หากสีเขียวเรียก ผักปั๋งขาว สีม่วงแดง เรียก ผักปั๋งแหล้ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ป้อม กว้าง 3-8 ซม.ยาว 5-10 ซม. ปลายใบแหลม เนื้อใบหนานุ่ม เมื่อขยี้มีเมือกเหนียว ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ผักปั๋งขาวดอกสีขาว ผักปั๋งแหล้ดอกจะสีขาวอมชมพู ไม่มีก้านดอกย่อย ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ เมื่อแก่สีม่วงอมดำ ภายในผลมีน้ำสีม่วงหรือดำ		พืชอาหาร
337	ป่ากล้วย	ว่านหอมแดง ว่านไก่แดง ว่านข้าว ว่านหมาก ว่านเพลาะ		ยีแกร้ง	Eleutherine bulbosa (Mill.) Urb.	เกิดตามป่าดิบราบต่ำ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือนและใช้เป็นยา	ต้น ไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดินคล้ายหัวหม รูปรียาว ใบเกล็ดที่หุ้มหัวใต้ดินสีม่วงแดง ใบ เดี่ยว ออกเป้นกระจุก 3-4 ใบ รูปดาบ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 20-40 ซม. เส้นใบขนานจีบตามยาวคล้ายพัด ดอก ช่อ แทงจากลำต้นใต้ดิน กลีบดอกสีขาว ผล แห้ง แตกได้		พืชอาหาร
338	ป่ากล้วย	ผักแพวแดง		โย่วเครี่ยเลียะ	Iresine herbstii Hook.		ต้น ไม้ล้มลุก สูง 50 ซม. ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปโล่แกมรูปไข่ รูปวงรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ปลายเว้า สีแดง และมีแถบขวางสีชมพู ดอก ช่อ ออกที่ปลายก่ิง สีขาวแกมเหลือง มีท้งดอกสมบูรณ์และแยกเพศ ผล แห้ง ไม่แตก		พืชอาหาร
339	ป่ากล้วย	หญ้าเอ็นยืด ผักกาดน้ำ หมอน้อย	Greater plantain, Waybread, Common plantago ,broad-leaved plantain	โย่วจือบัว	Plantago major L.	พบมากบริเวณที่รกร้างบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ ชอบขึ้นในผืนป่าที่ได้รับความชื้นตลอดวัน และพื้นที่ใกล้แหล่งนํ้า ชอบแสงแดด	หญ้าเอ็นยืดเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-50 ซม. ลำต้นสั้นติดผิวดิน ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุก รูปไข่กลับ กว้าง 12-16 ซม. ยาว 20-30 ซม. ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ ช่อดอก แทงออกจากกลางต้น ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวแกมน้ำตาล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้		พืชอาหาร
340	ป่ากล้วย	ก้ามปูหลุด ปีกแมลงสาบ	Inch plant, Wandering jew	โย้วเตรอจั๊วะ	Tradescantia zebrina Bosse	เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก ในปัจจุบันแพร่กระจายพันธุ์ปลูกไปทั่ว รวมทั้งประเทศไทยด้วย	ไม้ล้มลุก แตกแขนงมาก ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดินและชูยอดขึ้นสูงประมาณ 10-30 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะอวบเป็นสีเขียวหรือเขียวประม่วงจนถึงม่วงลายเขียว มีข้อและปล้องชัด ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ หรือรูปรีขอบขนาน ปลายใบแหลมเรียว โคนใบมนเบี้ยว ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-8 เซนติเมตร หลังใบเป็นสีเขียวอ่อนสลับสีเทาควันบุหรี่ลายทาง ส่วนท้องใบเป็นสีม่วงอมแดง ไม่มีก้านใบ กาบใบสั้นเป็นปลอกหุ้มรอบข้อสูงประมาณ 1 เซนติเมตร ที่กาบใบมีลายเส้นสีม่วงเป็นแนวตามความยาวและมีขนขึ้นเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อสั้น ๆ โดยจะออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด มีใบประดับใหญ่ 2 ใบ ซึ่งจะมีขนาดไม่เท่ากันประกบหุ้มช่อดอกอ่อนเอาไว้ ดอกมีสีขาวอมชมพูเล็กน้อย กลีบรองดอกเป็นสีขาว บาง โคนเชื่อมติดกันเป็นท่อ ยาวประมาณ 7-10 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นกลีบรูปไข่ 3 กลีบ มีขนาดกว้างประมาณ 4-5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 6-8 มิลลิเมตร กลีบด้านบนเป็นสีม่วง ด้านล่างเป็นสีขาว กลางดอกมีเกสรเพศผู้ 6 อัน ก้านชูอับเรณูเป็นสีขาว มีขนยาวสีม่วง อับเรณูสีนวล รังไข่เล็ก ส่วนก้านเกสรเพศเมียเรียว ยอดเกสรเพศเมียมี 3 แฉก ดอกจะทยอยบานโผล่เหนือใบประดับ เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ก้านดอกสั้นมาก ผลมีลักษณะเป็นรูปยาวรี ขนาดเล็ก ผลเมื่อแก่จะแตกอ้าออกไปตามความยาวของผลระหว่างช่อง ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 2-3 เมล็ด		พืชอาหาร
341	ป่ากล้วย	ก้ามปูหลุด ปีกแมลงสาบ	Inch plant, Wandering jew	โย่วเตรอจ้าย	Tradescantia zebrina Bosse	เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก ในปัจจุบันแพร่กระจายพันธุ์ปลูกไปทั่ว รวมทั้งประเทศไทยด้วย	ไม้ล้มลุก แตกแขนงมาก ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดินและชูยอดขึ้นสูงประมาณ 10-30 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะอวบเป็นสีเขียวหรือเขียวประม่วงจนถึงม่วงลายเขียว มีข้อและปล้องชัด ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ หรือรูปรีขอบขนาน ปลายใบแหลมเรียว โคนใบมนเบี้ยว ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-8 เซนติเมตร หลังใบเป็นสีเขียวอ่อนสลับสีเทาควันบุหรี่ลายทาง ส่วนท้องใบเป็นสีม่วงอมแดง ไม่มีก้านใบ กาบใบสั้นเป็นปลอกหุ้มรอบข้อสูงประมาณ 1 เซนติเมตร ที่กาบใบมีลายเส้นสีม่วงเป็นแนวตามความยาวและมีขนขึ้นเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อสั้น ๆ โดยจะออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด มีใบประดับใหญ่ 2 ใบ ซึ่งจะมีขนาดไม่เท่ากันประกบหุ้มช่อดอกอ่อนเอาไว้ ดอกมีสีขาวอมชมพูเล็กน้อย กลีบรองดอกเป็นสีขาว บาง โคนเชื่อมติดกันเป็นท่อ ยาวประมาณ 7-10 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นกลีบรูปไข่ 3 กลีบ มีขนาดกว้างประมาณ 4-5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 6-8 มิลลิเมตร กลีบด้านบนเป็นสีม่วง ด้านล่างเป็นสีขาว กลางดอกมีเกสรเพศผู้ 6 อัน ก้านชูอับเรณูเป็นสีขาว มีขนยาวสีม่วง อับเรณูสีนวล รังไข่เล็ก ส่วนก้านเกสรเพศเมียเรียว ยอดเกสรเพศเมียมี 3 แฉก ดอกจะทยอยบานโผล่เหนือใบประดับ เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ก้านดอกสั้นมาก ผลมีลักษณะเป็นรูปยาวรี ขนาดเล็ก ผลเมื่อแก่จะแตกอ้าออกไปตามความยาวของผลระหว่างช่อง ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 2-3 เมล็ด		พืชอาหาร
342	ป่ากล้วย	หญ้าไผ่น้ำ		โย่วเตรอฉ่า	Tradescantia fluminensis Vell.	พบขึ้นทั่วไปตามที่ชื้นแฉะ ริมลำธาร หรือตามคันนา	เป็นไม้ล้มลุกกึ่งเลื้อย ลำต้นเป็นข้อปล้อง อวบน้ำ ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรี ปลายแหลม โคนใบเป็นกาบหุ้มลำต้นบริเวณข้อ สีเขียวสด เมื่อขยี้จะมีน้ำลื่นคล้ายเมือก		พืชอาหาร
343	ป่ากล้วย			โย่วปา					พืชอาหาร
344	ป่ากล้วย	ยาสูบ	Tobacco	ลัวเย่งจั๊ว	Nicotiana tabacum L.	พืชพื้นเมืองของทวีป อเมริกาใต้	ไม้ล้มลุก สูง 0.6-2 เมตร ตามลำต้นและยอดมีขนอ่อนปกคลุม ทุกส่วนของต้นมีต่อมน้ำยางเหนียว ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 10-20 เซนติเมตร ยาว 30-60 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบเรียวสอบ ท้องใบและหลังใบมีขนปกคลุม ขอบใบเรียบและเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอก เป็นดอกช่อออกที่ปลายยอด มีกลีบดอก สีชมพูปนขาว 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายกลีบแหลม มีขนขาวปกคลุม กลีบเลี้ยงสีเขียว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกแหลม ผล เป็นผลแห้ง รูปขอบขนาน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่สีน้ำตาล แตกออกได้ ด้านในมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมาก		พืชอาหาร
345	ป่ากล้วย			สัวตาเจ					พืชอาหาร
346	ป่ากล้วย	ผกากรอง มะแฮะนก กล้วยฤาษี สลัก หนาด ปิ้ง(แดง) ฮ่อม ดับยาง		หนาเนง					พืชอาหาร
347	ป่ากล้วย	ไพล	Cussumuna ginger	หยิงก่า	Zingiber montanum (J.Koenig) Link ex A.Dietr.	พบขึ้นกระจายทั่วไป ในที่ดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ปูเลยเป็นไม้ล้มลุก สูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก ขนาดใบกว้าง 3.5-5.5 ซม. และยาว 18-35 ซม. ช่อดอก แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้ง รูปทรงกลม		พืชอาหาร
348	ป่ากล้วย	ขมิ้นอ้อย	Zedoary, Luya-Luyaha	หว่าม่อปล้า	Curcuma zedoaria (Christm.) Roscoe	พืชปลูกทั่วไปแทบทุกภาคของประเทศไทย ต่างประเทศพบปลูกในจีน พม่า อินเดีย คาบสมุทรมาเลเซีย และอินโดนีเซีย	เหง้าสั้น ภายในสีนํ้าตาลอ่อน ส่วนเหนือดินสูง 80 - 120 ซม. ใบรูปหอก สีเขียวมีแถบสีแดงขนาบตามแนวยาวสองข้างของเส้นกลางใบ ช่อดอกออกจากเหง้า ใบประดับสีเขียว ส่วนยอดสีชมพูอมแดง กลีบดอกสีแดง เกสรเพศผู้ที่เป็นหมันสีเหลือง กลีบสีเหลือง อับเรณูมีเดือย ปลายแหลม ชี้ลง		พืชอาหาร
349	ป่ากล้วย	ไอริส ว่านแม่ยับ หางช้าง	Plateau Iris	โหล่ดู	Iris collettii Hook.f.	พบที่อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ เวียดนาม และภาคเหนือของไทยที่แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ขึ้นตามป่าสนเขา ความสูง 500-1800 เมตร	ไม้ล้มลุก มีเหง้าและรากสะสมอาหาร สูง 12-15 ซม. ใบเดี่ยว เรียงแบบสองทาง รูปดาบแคบหรือรูปแถบ กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 15-30 ซม. สีเขียวเทา ช่อดอกแบบช่อกระจะ ดอกสีน้ำเงินอมม่วง กลีบเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ กลีบชั้นนอกมีสันสีเหลืองที่โคนกลีบ ออกดอกเดือน พ.ค.-มิ.ย.		พืชอาหาร
350	ป่ากล้วย		Butterfly flower	อั๊วล่วนจั่ว	Iris japonica Thunb.	พบในพื้นที่ชื้น ใต้ร่มเงา และดินร่วน	พืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน สูง 20- 30 ซม. ดอกคล้ายกล้วยไม้สีขาวหรือสีน้ำเงิน(ฟ้า) ขนาดใหญ่ได้ถึง 5 ซม. กลางดอกสีม่วงเข้มและสีส้มด้านใน		พืชอาหาร
351	ป่ากล้วย	บอน เผือก	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro	ไม่รู้ชื่อ	Colocasia esculenta (L.) Schott	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
 ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา และบอนดำ"		พืชอาหาร
352	ป่ากล้วย			(ป่า)กั้นจี่				แก้อาการคันจากหนอนบุ้ง นำใบมาทุบแล้วประคบ	พืชสมุนไพร
353	ป่ากล้วย	ตองกาย		ไค้ซ่า	Molineria capitulata (Lour.) Herb.	พบที่บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย จีนตอนใต้ ไต้หวัน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และป่าดิบชื้น ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 1 ม. มีเหง้า ไหลเรียวยาว ส่วนมากมี 4-7 ใบ แผ่นรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 40-90 ซม. ใบพับจีบ ก้านใบยาว 30-80 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น ออกตามซอกใบ ก้านช่อยาว 10-30 ซม. มีขนยาวสีน้ำตาลหนาแน่น ช่อรูปรีกว้าง กว้างยาว 2.5-5 ซม. ใบประดับรูปใบหอกแกมรูปไข่ ยาว 1.5-2.5 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ก้านดอกสั้น ดอกสีเหลือง กลีบรวมมี 6 กลีบ เรียง 2 วง รูปไข่แคบ ยาวประมาณ 8 มม. ปลายกลีบมน กลีบวงนอกมีขนด้านนอก กลีบวงในมีขนที่โคนหรือบนเส้นกลางกลีบ เกสรเพศผู้ 6 อัน ติดที่โคนกลีบรวม ยาว 5-6 มม. ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 1 มม. อับเรณูรูปแถบ ยาวประมาณ 5 มม. รังไข่มีขน ก้านเกสรเพศเมียยาวกว่าเกสรเพศผู้เล็กน้อย ยอดเกสรเป็นตุ่ม ผลสด สีขาว เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-5 มม. มีหลายเมล็ด ขนาดเล็ก สีดำ มีริ้ว	"1.สมานแผลที่เป็นฝีใช้หัวต้นทุบให้ละเอียดนำมาไว้ประคบบริเวณที่เป็นฝี
 2.ช่วยบำรุงร่างกายผู้ที่ตัวเหลืองไม่สมบูรณ์ โดยนำรากไปต้มไก่"	พืชสมุนไพร
354	ป่ากล้วย			จกตกตงเลี่ย				ใช้รากนำมาต้มน้ำดื่ม	พืชสมุนไพร
355	ป่ากล้วย	หูปลาช่อน ผักบั้ง ผักแดง หางปลาช่อน ผักกาดนกเขา	Cupid's shaving brush, Emilia, Sow thistle	จอเก๊กกู	Emilia sonchifolia (L.) DC. ex DC.	มักขึ้นตามที่ชื้น ทุ่งหญ้าโล่ง หรือขึ้นปะปนกับวัชพืชทั่วไป พบได้ในเขตร้อนของทวีปเอเชีย และจัดเป็นวัชพืชที่มีการกระจายพันธุ์ได้รวดเร็ว	ไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า มีลำต้นตั้งตรง มีมีสีเขียวแกมม่วง ลำต้นมีความสูงได้ประมาณ 10-50 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านที่โคนต้น ลำต้นปกคลุมไปด้วยขนนุ่มทั่วไป ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบมีลักษณะห่อหุ้มลำต้นอยู่ ปลายใบแหลมเรียว โคนใบกว้างเป็นรูปไข่ ส่วนขอบใบโค้งหยักเล็กน้อยหรือหยักเว้า มีขนาดยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร หลังใบเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบเป็นสีม่วงแดง ใบที่โคนต้นจะมีขนาดใหญ่กว่าใบที่อยู่บนยอด ใบบนเป็นรูปหอกโคนเว้าขอบจักแคบ ไม่มีก้านใบ ออกดอกเป็นช่อ โดยจะออกตามบริเวณกลางลำต้นหรือยอดต้น ก้านช่อดอกยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร และก้านดอกมักแบ่งออกเป็น 2 แขนง (ช่อหนึ่งจะแยกออกเป็น 2 แขนง) มีดอกย่อยประมาณ 20-45 ดอก ดอกเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศ ลักษณะของดอกเป็นดอกขนาดเล็ก ยาวประมาณ 12-14 มิลลิเมตร โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปทรงกระบอก กลีบดอกส่วนโคนจะเชื่อมติดกันเป็นรูปท่อ ดอกเป็นสีแดงม่วงมี 5 แฉก มีเกสรเพศผู้ 5 อัน เกสรเพศเมีย 1 อัน ผลเป็นผลเดี่ยว ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกระบอกยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร เปลือกผลแข็งมีจรสีขาวปกคลุมที่เส้นสันผิวเปลือก ผลแห้งจะไม่แตกหรืออ้าออก เมล็ดล่อน สีน้ำตาล และมีขน	ใช้รากนำมาต้มน้ำดื่ม	พืชสมุนไพร
356	ป่ากล้วย	ม้าสามต๋อน พอควายมี	Fern Asparagus	จอจี	Asparagus filicinus Buch.-Ham. ex D.Don		ไม้เถาขนาดเล็ก มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นบนดินเลื้อยพัน ผิวเรียบสีเขียว ไม่มีหนาม แตกกิ่งจำนวนมาก ดูคล้ายขนนก ใบลดขนาดลง เป็นเส้นสีเขียว ปลายใบแหลม ยาว 3-6 มม. ดอกสีขาวอมเขียว ออกเป็นช่อแบบร่มหรือออกเดี่ยวตามซอกกิ่ง กลีบเลี้ยงแลกลีบดอกมีลักษณะเหมือนกัน เมื่อบานขนาด 2 มม. รูปคล้ายระฆัง เกสรผู้สั้น ผลเป็นผลสดค่อนข้างกลม ลักษณะเป็นพู 3 พู สีแสด ผิวเรียบ ขนาด 2-4 มม.	ใช้รากมาต้มน้ำดื่มรักษาโรคนิ่วและขับปัสสาวะ	พืชสมุนไพร
357	ป่ากล้วย			จัวโค๊ะยา				ใช้ใบนำมาทุบประคบจะช่วยบรรเทาอาการแผลเป็นหนอง	พืชสมุนไพร
358	ป่ากล้วย	ผักลืมผัว ผักเบี้ยดิน		จีคัวย่าเต้	Lobelia nummularia Lam.	พบที่อินเดีย บังกลาเทศ ภูฏาน ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย นิวกินี และฟิลิปปินส์ ในไทยพบกระจายแทบทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นตามร่มเงาในป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา ความสูง 600-1600 เมตร	ไม้ล้มลุก ลำต้นทอดเลื้อย ยาวได้ถึง 50 ซม. มีรากตามข้อ ลำต้นมักมีขนยาว ใบเรียงเวียน รูปไข่หรือเกือบกลม ยาว 0.7-2.5 ซม. ปลายแหลม มนหรือกลม โคนรูปหัวใจ เบี้ยว แผ่นใบเกลี้ยงหรือมีขน ขอบจักซี่ฟันตื้น ๆ ก้านใบยาวได้ถึง 1.5 ซม. ดอกออกเดี่ยว ๆ ตามซอกใบ ก้านดอกยาว 0.7-3.5 ซม. ฐานดอกรูปถ้วย ยาว 2-4 มม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปสามเหลี่ยมแคบ ยาว 2.5-6 มม. ขอบจักซี่ฟันห่าง ๆ 2-3 คู่ ดอกสีม่วงอมเขียวหรือแดง ด้านในมีปื้นสีเหลืองอ่อน ยาว 0.6-1 ซม. กลีบบน 2 กลีบ แฉกลึกจรดโคน รูปสามเหลี่ยม ขอบกลีบเว้า กลีบล่าง 3 กลีบ รูปขอบขนาน ยาวกว่ากลีบบน โคนคอด ด้านในหลอดกลีบมีขนยาว เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเหนือกึ่งกลางหลอด อับเรณูที่เชื่อมติดกันยาว 1-1.5 มม. ผลสดมีหลายเมล็ด สีม่วงอมแดง รูปกลมหรือรี ยาว 0.7-1.5 ซม. เมล็ดผิวเป็นร่างแห	1.สำหรับผู้หญิงที่มีลูกยากหรือต้องการมีลูกนำทั้งต้นมาต้มน้ำดื่ม	พืชสมุนไพร
359	ป่ากล้วย			จีจัวซา				สามารถใช้ได้ทั้งต้นโดยนำต้นมาต้มน้ำดื่มบรรเทาอาการท้องร่วง	พืชสมุนไพร
360	ป่ากล้วย			จีเดหวื่อ				นำใบมาทุบแล้วประคบรักษาแผลที่ใส่ยาแล้วไม่หาย	พืชสมุนไพร
361	ป่ากล้วย			จี๋โต่นะ				นำใบมาทุบแล้วประคบแก้พิษงู	พืชสมุนไพร
362	ป่ากล้วย			จีมัวนา				นำรากมาต้มน้ำดื่มรักษาอาการปวดท้องและแก้กินผิด	พืชสมุนไพร
363	ป่ากล้วย			จียั่วยู่				นำรากมาต้มน้ำดื่มแก้อักเสบจากการผ่าตัด	พืชสมุนไพร
364	ป่ากล้วย			เจอโต๊ะ				นำต้นและใบมาต้มน้ำดื่มแก้ปวดท้องเวลากินผิด	พืชสมุนไพร
365	ป่ากล้วย			โจว				นำรากมาต้มน้ำดื่มแก้กินผิดหรือกินของแสลง	พืชสมุนไพร
366	ป่ากล้วย			ชั่วกั้นจี่				นำใบไปต้มน้ำดื่มแก้กินอาหารแล้วติดคอ	พืชสมุนไพร
367	ป่ากล้วย			ชั่วเก่ด้า				นำไปคั่วแล้วเย็บใส่ถุง (หายาก) มีความเชื่อว่าช่วยกันผี	พืชสมุนไพร
368	ป่ากล้วย			ชั่วจัวเล็ง				นำใบไปทุบแล้วห่อ บริเวณที่ต้องการต่อเส้นเอ็นช่วยต่อเส้นเอ็น	พืชสมุนไพร
369	ป่ากล้วย			ชั่วจี้ด่า				นำรากมาต้มน้ำดื่มหรือนำใบมาผสมกับไข่นึ่งรับประทานแก้โรคดีซ่าน	พืชสมุนไพร
370	ป่ากล้วย			ชั่วเจงกัว				ใช้รากมาต้มน้ำดื่มบรรเทาอาการถ่ายไม่ปกติ	พืชสมุนไพร
371	ป่ากล้วย			ชั่วเจด้า (โต่ดงช้ง)				นำรากมาต้มไก่แก้ช้ำใน	พืชสมุนไพร
372	ป่ากล้วย			ชั่วช้า				นำใบมาต้มน้ำอาบใช้สำหรับเด็กที่ไม่แข็งแรง	พืชสมุนไพร
373	ป่ากล้วย			ชั่วโชเนง (ชั่วเอี๊ยะ)				นำรากมาต้มน้ำดื่มแก้ปวดท้อง	พืชสมุนไพร
374	ป่ากล้วย			ชั่วซาน้ง				"1.แก้เจ็บหัวเข่า โรคเก๊าท์โดยนำใบมาทุบให้ละเอียด แล้วประคบบริเวณที่ปวด
 2.บรรเทาอาการปวดฟันโดยใช้ใบทุบให้ละเอียดนำมาประคบบริเวณเหงือกบวม"	พืชสมุนไพร
375	ป่ากล้วย			ชั่วตั่วเจ				นำใบมาต้มน้ำดื่มขับประจำเดือนและแก้ปวดท้องประจำเดือน	พืชสมุนไพร
376	ป่ากล้วย			ชั่วนง				นำรากมาต้มน้ำดื่มแก้อาการไอ	พืชสมุนไพร
377	ป่ากล้วย	อบเชย เชียกใหญ่ จวงดง เชียด เฉียด ฝนเสน่หา สมุลแว้ง มหาปราบ	Cinnamon	ชั่วม่อจือ/ชั่วนง	Cinnamomum bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet	พบได้ในป่าเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์หรือป่าดงดิบทั่วไปในประเทศไทย	อบเชยไทยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงของต้นประมาณ 15-20 เมตร ทรงพุ่มกลมหรือเป็นรูปเจดีย์ต่ำ ๆ ทึบ เปลือกต้นค่อนข้างเรียบเกลี้ยงเป็นสีน้ำตาลอมเทา เปลือกและใบมีกลิ่นหอม ใบอบเชยไทย ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-7.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7.5-25 เซนติเมตร แผ่นใบหนา เกลี้ยง แข็ง และกรอบ เส้นใบออกจากโคนมี 3 เส้น ยาวตลอดจนถึงปลายใบ ด้านล่างเป็นคราบขาว ก้านใบยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร ดอกอบเชยไทย ออกดอกเป็นช่อแบบกระจายที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร ดอกมีกลิ่นเหม็น ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองอ่อนหรือสีเขียวอ่อน ผลอบเชยไทย ผลมีขนาดเล็ก ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ผลแข็ง ตามผิวผลมีคราบขาว แต่ละมีเมล็ดเดียว ฐานรองรับผลมีลักษณะเป็นรูปถ้วย	นำรากมาต้มน้ำดื่มแก้อาการไอ	พืชสมุนไพร
378	ป่ากล้วย	ดาดตะกั่วเถา คำแดง ปีกนางฟ้า นางฟ้าจำแลง พลูนางฟ้า หลังแดง เอ็นเขา		ชั่วมะจ้าย	Cissus javana DC.		ไม้เถาเลื้อย ลำต้นและกิ่งเป็นสันตามแนวยาว 4 สัน เกลี้ยงหรือมีขนนุ่ม มือเกาะเป็นสองง่าม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปเงี่ยงใบหอกหรือรูปไข่แกมรูปใบหอก กว้าง 4-10 เซนติเมตร ยาว 6-15 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบตัด ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีม่วงแดง ดอกออกเป็นช่อแบบช่อซี่ร่ม ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ก้านช่อดอกยาว 0.6-4 เซนติเมตร มีขน กลีบเลี้ยงเป็นพูตื้นๆ กลีบดอก รูปรี ยาวประมาณ 2.5 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน รังไข่เหนือวงกลีบ ผลสด รูปทรงกลม สีแดงเข้ม มีหนึ่งเมล็ด ขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตร	ใช้ใบมาถูบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนจะบรรเทาได้	พืชสมุนไพร
379	ป่ากล้วย	หัวข้าวเย็นเหนือ		ชั่วมั่วส่อ	Smilax corbularia Kunth	พบขึ้นตามป่าดงดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง พบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นหรือเลื้อยไปตามพื้นดิน อาจเลื้อยได้ยาวถึง 5 เมตร ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย เถามีหนามแหลมโดยรอบกระจายอยู่ห่าง ๆ ที่โคนใบยอดอ่อนมีมือเป็นเส้น 2 เส้นไว้สำหรับจับยึด และมีหัวเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินและมีรากแตกอยู่ใต้ดินมาก หัวมีลักษณะกลมยาวเป็นท่อน ๆ ท่อนละประมาณ 5-15 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-5 เซนติเมตร รากที่เจาะลึกลงใต้ดินจะมีความยาวสูงสุดเกือบ 1 เมตร เนื้อไม้แข็ง ผิวแดงและขรุขระ ส่วนเนื้อในเหง้าเป็นสีเหลืองอ่อน เมื่อแก่เต็มที่จะเป็นสีแดงน้ำตาลอ่อน เนื้อละเอียด มีรสมัน ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปรียาว รูปรีแกมรูปใบหอกหรือรูปกลมรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5-18 เซนติเมตร หน้าใบเป็นสีเขียว ส่วนหลังใบมีขนสีขาวปกคลุม ใบมีเส้นใบหลักประมาณ 5-7 เส้น มีเส้นกลาง 3 เส้นที่เด่นชัดกว่าเส้นที่เหลือด้านข้าง เชื่อมกับเหนือโคนใบ 3-5 มิลลิเมตร แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ใบอ่อนจะค่อนข้างป้อม ก้านใบยาวประมาณ 0.5-2 เซนติเมตร ส่วนมือจับยาวได้ถึง 12 เซนติเมตร ออกดอกตามซอกใบที่โคนต้นหรือกลางต้น ลักษณะของช่อดอกเป็นแบบช่อซี่ร่ม มีประมาณ 1-3 ช่อดอก ดอกมีขนาดเล็ก ก้านช่อดอกสั้น ยาวประมาณ 1-1.7 เซนติเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่กันคนละต้น (บ้างว่าอยู่กันคนละช่อแต่อยู่บนต้นเดียวกัน) ดอกมีใบประดับย่อยลักษณะเป็นรูปไข่กว้าง ดอกเป็นสีเขียวปนขาว มีกลีบรวม 6 กลีบ ลักษณะเป็นรูปรีหรือเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน กลีบวงในมักแคบกว่ากลีบวงนอก ช่อดอกเพศผู้มีดอกประมาณ 20-40 ดอกต่อหนึ่งช่อ มีเกสรเพศผู้จำนวน 6 ก้าน อับเรณูเป็นรูปขอบขนาน ส่วนช่อดอกเพศเมียมีดอกประมาณ 15-30 ดอกต่อหนึ่งช่อ รังไข่จะอยู่เหนือวงกลีบ ลักษณะเป็นรูปรี ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร มี 3 ช่อง ในแต่ละช่องมีออวุลประมาณ 1-2 เมล็ด มีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน 3 ก้าน ลักษณะเป็นรูปคล้ายเข็ม โดยจะออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม	.ช่วยในการคลายเส้น ใช้ใบหรือรากนำมาต้มดื่ม	พืชสมุนไพร
380	ป่ากล้วย			ชั่วล้อชา				นำใบมาห่อหรือถ้าหมูมีแผลนำใบไปทุบแล้วใส่แผลรักษากระดูกหัก	พืชสมุนไพร
381	ป่ากล้วย			ชั่วลัว				ใช้ใบหรือรากมาต้มน้ำดื่มช่วยบำรุงร่างกาย แก้ปวดหลังปวดเอวและเป็นยาอายุวัฒนะ	พืชสมุนไพร
382	ป่ากล้วย			ชั่วโฮเฉง/ชั่วชะเด้				ใช้ใบทุบให้ละเอียด นำมาประบริเวณที่เป็นแผลสด	พืชสมุนไพร
383	ป่ากล้วย	ตีนฮุ้งดอย สัตฤาษี		ซะฉี่	Paris polyphylla Sm.		ไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน สูงได้ถึง 1 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบข้อ 4-9 ใบ รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซา. ยาว 8-15 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ดอกสีเหลืองแกมส้ม ออกเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะเป็นกระจุกที่ปลายยอด มีก้านดอกยืดยาว 5-30 ซม. มีใบประดับ 4-6 ใบ ยาว 5-10 ซม. กลีบดอกเป็นเส้นเล็กสีเขียว ยาว 6-12 ซม. เกสรผู้ 10-22 อัน แตกตามยาว ผลลักษณะเป็นก้อนกลม ผิวเรียบ ขนาด 4-5 ซม. เมล็ดสีแสดแดง	นำหัวมารับประทานสดหรือต้มน้ำดื่ม ทั้งบรรเทาอาการปวดท้องและรักษาเนื้องอกในกระเพาะ	พืชสมุนไพร
384	ป่ากล้วย	โชนใหญ่		ซัวะ	Pteridiumaquilinum(L.) Kuhn			"1.แก้กินผิด ใช้รากมาต้มน้ำดื่ม 
 2.นำใบมาเย็บเก็บไว้ติดตัวช่วยกันผี"	พืชสมุนไพร
385	ป่ากล้วย			เซ้เม				นำรากไปต้มน้ำดื่มแก้เวียนหัว	พืชสมุนไพร
386	ป่ากล้วย			ต่งกัวชี				"1.แก้โรคริดสีดวงทวาร โดยนำใบไปอุ่นไฟแล้วนั่งทับ 
 2.แก้ตกขาว โดยนำใบไปต้มน้ำอาบและนำใบไปอุ่นไฟแล้วนั่งทับ"	พืชสมุนไพร
387	ป่ากล้วย	มะขามแป	Greater grasshopper tree	ตงจื้อเน้ง	Archidendron clypearia (Jack) I.C.Nielsen	พบทั่วไปในป่าทุกชนิดทางภาคเหนือ จนถึงระดับความสูง 1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล	เบงเหลื่อมเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบ กิ่งและช่อดอก มีขนสั้นๆ กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เวียนสลับ ใบแก่ด้านล่างมีขนสีน้ำตาล ใบย่อยรูปขอบขนาน เรียงตรงข้าม ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ออกตามปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว ฝักบิดโค้งม้วนเป็นเกลียว สีส้มอมแดง เมล็ดกลมรีสีดำเป็นมันห้อยติดอยู่	1.แก้เหงือกบวมโดยนำรากหรือลำต้นมาต้ม นำน้ำต้มมาอมแล้วบ้วนทิ้ง2.แก้ผื่นแดงโดยนำรากหรือลำต้นมาต้มน้ำอาบ 3.แก้โรคริดสีดวงทวารโดยนำเอาใบมาผิงไฟให้อุ่นแล้วเอามานั่งทับ	พืชสมุนไพร
388	ป่ากล้วย			ตร้องเคด้า				นำลำต้นมาต้มน้ำดื่มแก้ปวดเนื้อปวดตัว ช่วยรักษาอาการดีซ่าน ช่วยรักษาโรคกระเพาะ	พืชสมุนไพร
389	ป่ากล้วย			ตร้อปลา				นำรากมาต้มดื่ม ดื่มตอนประจำเดือนหมดช่วยทำให้มีลูก	พืชสมุนไพร
390	ป่ากล้วย			โต่ตร้อชา				นำทั้งต้นมาต้มน้ำดื่มแก้ปวดประจำเดือน	พืชสมุนไพร
391	ป่ากล้วย			ปร้านไซ้				ใช้ใบมาทุบนำมาผิงไฟให้อุ่นแล้วประคบมือเท้าที่เคล็ดแก้มือเท้าเคล็ด	พืชสมุนไพร
392	ป่ากล้วย			ปอโก้เจ๊ง				นำรากมาต้มน้ำดื่มรักษาอาการปวดท้องลูกสำหรับคนที่คลอดลูกใหม่	พืชสมุนไพร
393	ป่ากล้วย			ปอโต้งเจี๊ยะ				ใช้ทั้งต้นในพิธีปีใหม่ม้ง	พืชสมุนไพร
394	ป่ากล้วย	เอื้องหมายนา	Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag	ป้ากั๊วกอแก้ง	Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht	พบทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ	ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง	ใช้ใบและลำต้นชงเป็นชาดื่มรักษาวัณโรค โรคหอบหืด	พืชสมุนไพร
395	ป่ากล้วย			ป้าจอตี๋				ใช้รากนำมาต้มน้ำดื่มช่วยบรรเทาสำหรับหญิงที่ถึงเวลาคลอดแล้วไม่คลอด	พืชสมุนไพร
396	ป่ากล้วย	สาบเสือ	Bitter bush, Siam weed	ป้านไจกือ	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	สาบเสือเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน	นำใบมาทุบแล้วใส่บริเวณที่โดนมีดบาดช่วยห้ามเลือดแผลที่โดนมีดบาด	พืชสมุนไพร
397	ป่ากล้วย	แก้มขาว		ป้าอ้อจา	Mussaenda sanderiana Ridl.	ไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี กว้าง 4-5 เซนติเมตร ยาว 5-8 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ มีขนนุ่ม มีหูใบ ช่อดอกแบบช่อกระจุก ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยบานเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น 5 แฉก รูปแถบ กลีบดอกเชื่อมเป็นหลอดยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ปลายแยกปลายแยกเป็น 5 กลีบ รูปไข่ สีเหลืองส้ม เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดในหลอดกลีบดอก มีใบประดับ สีขาวนวล รูปรี กว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 5-6 เซนติเมตร ผลรูปไข่ ขนาดเล็ก เมล็ดจำนวนมาก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	นำรากไปต้มน้ำดื่ม กรณีใช้กับวัวให้นำไปทุบผสมเกลือให้วัวกินรักษาโรคไส้เลื่อน	พืชสมุนไพร
398	ป่ากล้วย			ฟ๊าจ๊า				นำยอดไปทำเต้าหู้	พืชสมุนไพร
399	ป่ากล้วย	รางจืดแดง หนามแน่แดง	Scarlet clock vine	มะกอเชอะ	Thunbergia coccinea Wall.	พบบริเวณริมลำธารเชิงเขา ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 500-600 เมตร	ไม้เลื้อย ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่แกมรูปหอก กว้าง 2-7 ซม. ยาว 5.5-14 ซม. ฐานใบมน ขอบใบหยักเล็กน้อย แผ่นใบเกลี้ยง ก้านใบเรียว ยาว 0.5-3 ซม. ช่อดอกห้อยลงยาวถึง 100 ซม. กลีบเลี้ยงสีแดงม่วง มีขนาดเล็ก กลีบดอกสีส้ม เชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ แต่ละกลีบมีขนาดไม่เท่ากัน เกสรเพศผู้ 4 อัน รังไข่เกลี้ยง ผลเกลี้ยง แก่แล้วแตกเป็น 2 พู	1.แก้เมาสุรา โดยใช้ใบมาต้มน้ำดื่ม 2.ขับสารพิษ โดยใช้ใบมาต้มอาบ	พืชสมุนไพร
400	ป่ากล้วย			มะขื่อเจ้				ใช้รากต้มน้ำดื่ม รักษาโรคไตและบำรุงร่างกาย	พืชสมุนไพร
401	ป่ากล้วย			มะเชินทัว				ใช้ใบทุบให้ละเอียดแล้วนำมาประคบบริเวณที่เป็นแผลสดช่วยสมานแผล	พืชสมุนไพร
402	ป่ากล้วย			มะแฮะ				ใช้ใบหรือรากนำมาต้มไก่รับประทาน สำหรับบรรเทาอาการปวดกระเพาะและบำรุงร่างกาย	พืชสมุนไพร
403	ป่ากล้วย			โย้วชื่อกู				ใช้รากนำมาต้มไก่รับประทานช่วยบำรุงร่างกาย	พืชสมุนไพร
404	ป่ากล้วย			โย่วชู				ใช้รากมาต้มน้ำดื่มแก้อาการปวดหลังปวดเอว	พืชสมุนไพร
405	ป่ากล้วย			โย่วเตร่อ				นำรากมาต้มน้ำดื่มแก้ไข้มาเลเรีย	พืชสมุนไพร
406	ป่ากล้วย			ส่าหยูจั๊วะ (ต้นเขียว)				นำรากมาต้มน้ำดื่มแก้พิษจากสารเคมี	พืชสมุนไพร
407	ป่ากล้วย			ส่าหยูเด้อ (ต้นขาว)				นำรากไปต้มน้ำดื่มช่วยล้างสารพิษและ ขับพิษ	พืชสมุนไพร
408	ป่ากล้วย			ส่าหยูเลียะ (ต้นแดง)				"นำรากไปต้มน้ำดื่มแก้สารพิษ
 สรรพคุณดีกว่าต้นเขียว พืชหายาก"	พืชสมุนไพร
409	ป่ากล้วย			โหว่แค้นกู				นำรากไปตากแห้งแล้วต้มน้ำดื่ม หรือนำรากมาหั่นรับประทานแก้ปวดท้อง	พืชสมุนไพร
410	ป่ากล้วย			อั๊วลัวจั่วกู				"1.แก้อาการคันตามตัว โดยนำใบมาต้มน้ำอาบ 
 2.แก้อาการไอ โดยนำใบมาต้มน้ำดื่ม"	พืชสมุนไพร
411	ป่ากล้วย			โฮโจไก๊				ใช้รากมาต้มน้ำดื่มช่วย สำหรับบรรเทาอาการปวดหลังปวดเอวและบำรุงร่างกาย	พืชสมุนไพร
412	ป่ากล้วย			ไม่รู้ชื่อ1				นำรากมาต้มน้ำดื่มใช้สำหรับเด็กที่ไม่แข็งแรง	พืชสมุนไพร
413	ป่ากล้วย			ไม่รู้ชื่อ2				ใช้รากหรือทั้งต้นมาต้มน้ำดื่มแก้โรคกระเพาะ	พืชสมุนไพร
414	ป่ากล้วย			ไม่รู้ชื่อ3				นำรากมาต้มน้ำดื่มช่วยลดความดัน	พืชสมุนไพร
415	ป่ากล้วย			ไม่รู้ชื่อ4				"1.แก้ไอ โดยนำรากมาต้มน้ำดื่ม
 2.ช่วยให้มีลูกโดยนำทั้งต้นมาต้มน้ำดื่ม ช่วยให้มีลูก ถ้าต้องการได้ลูกชายเอาเมล็ดไปต้มน้ำดื่ม ถ้าต้องการลูกสาวนำต้นที่กำลังออกดอกไปต้มน้ำดื่ม"	พืชสมุนไพร
416	ป่ากล้วย			ไม่รู้ชื่อ5				"1.ห้ามเลือดและช่วยสมานแผล โดยนำใบถูมือแล้วห่อบริเวณที่เป็นแผล
 2.แก้ปวดฟัน โดยนำใบมาต้มน้ำแล้วอ้าปากอังไอน้ำ"	พืชสมุนไพร
417	ป่ากล้วย	พริกขี้หนู	Chili, Chilli Pepper	(อาหาร) กัวจ๊อ	Capsicum annuum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชที่มีอายุได้หลายฤดู ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 1-1.25 ฟุต ใบแบนเรียบเป็นมัน ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็ก กลีบดอกจะมีสีขาว หรือสีม่วง เกสรตัวผู้ 1-10 อัน เกสรตัวเมีย 1-2 อัน ผลหลายขนาด ผลขนาดเล็กยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ลูกอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อแก่เป็นสีแดง การปลูกพริกชอบดินร่วนซุย และอากาศร้อน		พืชอาหาร
418	ป่ากล้วย	บอน เผือก	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro	กายือ	Colocasia esculenta (L.) Schott	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
 ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา และบอนดำ"		พืชอาหาร
419	ป่ากล้วย	ผักชีฝรั่ง	Culantro, Long coriander, Sawtooth coriander	เกกอโล้	Eryngium foetidum L.	ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก ชอบดินร่วนปนทราย ชอบอยู่ในร่ม ชอบพื้นที่ไม่แฉะเกินไป	"เหง้าใต้ดินและอาจอยู่เหนือดินเล็กน้อย เป็นกระเปราะกลมรีอยู่เหนือราก ใบแทงออกจากเหง้าที่เป็นลำต้นเรียงเวียนรอบเหง้าแน่นเป็นกระจุกรูปไข่ขอบขนวน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย และ
 มีหนามเล็กที่ปลายฟันเลื่อย ใบแข็งกระด้าง ใบอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม ดอกช่อแทงออกตรงกลางของลำต้น ใบประดับที่ก้านดอกรูปหอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขนานแกมรูปไข่ สีเขียว กลีบดอก 5-7 กลีบ สีขาว ดอกย่อยจำนวนมาก เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสีขาว เกสรเพศเมียเป็นเส้นด้าย 2 เส้น ไม่มีฐานเกสร ผลแห้งจะปริแตกออกเป็น 2 ซีก แต่ละซีก เมล็ดจำนวนมาก"	นำใบไปประกอบอาหารหรือรับประทานสด	พืชอาหาร
420	ป่ากล้วย	ข่า	Galangal, Greater Galangal, Chinese Ginger	เขีย	Alpinia galanga (L.) Willd.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง	ข่าเป็นไม้ล้มลุกสูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อปล้องชัดเจน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก วงรี หรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ช่อดอกออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุด มีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม		พืชอาหาร
421	ป่ากล้วย	มะเขือเทศ	Tomato	จีลือสัว	Lycopersicon esculentum Mill.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชล้มลุก อายุประมาณ 1 ปี สูงประมาณ 1-2 เมตร ลักษณะเป็นพุ่มและเจริญเติบโตรวดเร็ว ลำต้นมีขนปกคลุม มีกลิ่นเฉพาะตัว ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอกหรือรูปไข่เรียงสลับกัน ใบกว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 3-10 เซนติเมตร ขอบใบหยักเป็นซี่ห่างๆ ดอกมีสีเหลืองออกเป็นช่อๆละ 5 ดอก ผลจะฉ่ำน้ำมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันตามพันธุ์ ผลสุกมีสีแดง ผิวบางเป็นมัน	ใบไปประกอบอาหารหรือรับประทานสด	พืชอาหาร
422	ป่ากล้วย	ผักโขมสวน	Joseph’s coat, Tampara, Chinese spinach	ชูตู้	Amaranthus tricolor L.	พบทั่วไปในประเทศไทย ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ แต่ไม่ทนน้ำขัง	ผักโหมป๊าวเป็น ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง ส่วนยอดมีขนสั้นปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปรีถึงรูปไข่ กว้าง 6-10 ซม. ยาว 15-20 ซม. ปลายใบมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบส่วนปลายยอดมีหลายสีแล้วแต่พันธุ์ เช่น สีแดงสด ม่วงแดง หรือเหลืองทอง ช่อดอกเชิงลดออกที่ปลายกิ่ง สีเขียวอ่อนหรือสีแดง ผลแห้งแก่ไม่แตก มีเมล็ดสีดำจำนวนมาก	พืชอาหาร	พืชอาหาร
423	ป่ากล้วย	เทียนแกลบ ผักชีลาวต้น ยี่หร่าหวาน เทียนข้าวเปลือก	Sweet fennel	ซ้งพะลา	Foeniculum vulgare Mill.		ไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี มีความสูงของต้นประมาณ 50-150 เซนติเมตร ลำต้นมีการแตกกิ่งก้านบริเวณปลายยอด กิ่งและก้านมีสีเทาอมเขียว ผิวมีร่องตามยาว ใบมีลักษณะเป็นเส้นฝอย แตกเป็นแฉกคล้ายขนนกประมาณ 3-4 แฉก มีก้านใบยาวประมาณ 3.5-4.5 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อคล้ายร่ม โดยจะออกที่ปลายกิ่ง ในช่อหนึ่งจะมีดอกประมาณ 5-30 ดอก ก้านช่อดอกจะแตกออกเป็นก้านประมาณ 5-20 ก้าน ช่อดอกยาวประมาณ 2-5 เซนติเมตร ดอกเทียนข้าวเปลือกมีขนาดเล็ก สีเหลือง ดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปกลมรี ยาวได้ประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวน 5 ก้าน มีเกสรเพศเมีย 1 ก้าน ออกผลเป็นคู่บริเวณดอก ผลมีลักษณะกลมยาวเป็นรูปไข่หรือเป็นรูปขอบขนานคล้ายข้าวเปลือก ด้านข้างของผลค่อนข้างแบน ผิวเรียบไม่มีขน เมล็ดหรือซีกผลมีลักษณะด้านนอกนูน ส่วนด้านในที่ประกบกันของเมล็ดหรือด้านแนวเชื่อมค่อนข้างแบนหรืออาจเว้าเล็กน้อย ด้านที่นูนจะมีสันตามแนวยาวของเมล็ด 3 เส้น และด้านแนวเชื่อมอีก 2 เส้น สันมีลักษณะยื่นนูนออกจากผิวอย่างเด่นชัด เมล็ดเป็นสีน้ำตาล มีขนาดกว้างประมาณ 1.1-2.5 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 3.6-8.4 มิลลิเมตร ผลมักจะไม่ค่อยแตกเป็น 2 ซีก ทำให้ดูคล้ายข้าวเปลือก แต่บางครั้งก็แตกเป็น 2 ซีก ซึ่งภายในแต่ละซีกจะมีเมล็ด 1 เมล็ด ทำให้เหมือนแกลม เมื่อนำมาบดเป็นผงสีน้ำตาลอมเหลืองถึงสีน้ำตาลอมเขียว โดยมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสหวานและเผ็ดร้อน	นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
424	ป่ากล้วย			ซูด้า				พืชอาหาร ใช้สำหรับพิธีกรรมของชนเผ่าม้ง	พืชอาหาร
425	ป่ากล้วย	หอมปรัง หอมซู เกียวซัง เซาะโกซวย กระเทียมจีน คิว ชิงฉ้อย ลกเกี๋ย หอมแป้นหยวก หัวคิว หัวซู	Chinese chives, Chinese onion, Chinese scallion, Japanese scallion, Oriental onion	ดอต้า	Allium chinense G. Don			นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
426	ป่ากล้วย			ดอปล้าโฮ/ด่อเย่ปัวไก๊				๑.นำใบไปประกอบอาหาร ๒.นำหัวไปตำน้ำพริกรับประทาน	พืชอาหาร
427	ป่ากล้วย			แต๊งยู				ใช้ลำต้นหรือใบนำมาลนไฟ แล้วนำมา ประคบบริเวณที่ปวด เมื่อประคบแล้วจะ เกิดอาการคัน	พืชอาหาร
428	ป่ากล้วย	ถั่วแปบ	Hyacinth bean, Lablab bean, Dolichos bean, Bonavista bean	โต่ได	Lablab purpureus (L.) Sweet	สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศที่แห้งแล้ง	"มะแปบเป็นไม้เลื้อยพันแบบเถาวัลย์ เป็นไม้ปีเดียว ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ ขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 5 ซม. ยาว 7-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกว้างหรือเบี้ยว ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาเรียบ ช่อดอกกระจะ ยาว 10-15 ซม. ดอกสีขาว ชมพู หรือม่วงอ่อน คล้ายดอกถั่ว ผลเป็นฝักแบนยาวโค้ง คล้ายรูปเคียวเกี่ยวข้าว เมล็ดรูปกลมรี สีเขียว เรียงเป็นแถวเดียวในฝัก 
 ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ มะแปปปล้องขาว มะแปปแหล้ มะแปปมัน และมะแปปบะอ้า(ฝักยาวกว่าชนิดอื่น) ใช้ประโยชน์เหมือนกันทั้ง 4 ชนิด"	พืชอาหาร	พืชอาหาร
429	ป่ากล้วย	ถั่วแปบสีม่วง	Hyacinth bean, Lablab bean, Dolichos bean, Bonavista bean	โต่ได	Lablab purpureus (L.) Sweet	สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศที่แห้งแล้ง	"มะแปบเป็นไม้เลื้อยพันแบบเถาวัลย์ เป็นไม้ปีเดียว ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ ขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 5 ซม. ยาว 7-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกว้างหรือเบี้ยว ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาเรียบ ช่อดอกกระจะ ยาว 10-15 ซม. ดอกสีขาว ชมพู หรือม่วงอ่อน คล้ายดอกถั่ว ผลเป็นฝักแบนยาวโค้ง คล้ายรูปเคียวเกี่ยวข้าว เมล็ดรูปกลมรี สีเขียว เรียงเป็นแถวเดียวในฝัก 
 ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ มะแปปปล้องขาว มะแปปแหล้ มะแปปมัน และมะแปปบะอ้า(ฝักยาวกว่าชนิดอื่น) ใช้ประโยชน์เหมือนกันทั้ง 4 ชนิด"	นำฝักไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
430	ป่ากล้วย	ฟักทอง	Pumpkin	โต๊ะ	Cucurbita moschata Duchesne	นิยมปลูกทั่วไป	เป็นพืชล้มลุก มีเถายาวเลื้อยปกคลุมดิน ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน ผิวเป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อน ๆ มีหนวดสำหรับยึด เกาะยึดบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับกัน โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นเหลี่ยม 5 เหลี่ยม มีขนทั้ง 2 ด้านของตัวใบดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายระฆังหรือกระดิ่งออกบริเวณง่ามใบผลมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพูเล็ก ๆ โดยรอบเปลือกนอกขรุขระและแข็ง มีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนและ สีเหลืองเข้ม และสีเหลืองตามลำดับ เนื้อภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม เมล็ดมีจำนวนมากซึ่งอยู่ตรงกลางผลระหว่างเนื้อฟู ๆ มีรูปร่างคล้ายไข่ แบน มีขอบนูนอยู่โดยรอบ	นำผลไปประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน	พืชอาหาร
431	ป่ากล้วย	ฟัก ฟักเขียว	Wax gourd, White gourd, Chinese water melon, Chinese preserving melon	โต๊ะตื่อ	Benincasa hispida (Thunb.) Cogn.	ขึ้นเองตามธรรมชาติในปาดิบแลง กระจายทั่วไป เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย	"มะฟักเป็นไม้เลื้อย ลำต้นแตกแขนง เลื้อยตามพื้นดิน มีมือเกาะ 2-3 แขนง ทั้งต้นมีขนหยาบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปฝ่ามือ ขอบหยัก 5-11 แฉก ปลายแฉกแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศบนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง รูปไข่กลับ เกสรตัวผู้ 3 อัน ดอกเพศเมีย เหมือนดอกเพศผู้ แต่ก้านสั้นกว่า ผลอ่อนมีขน ผลแก่ผิวด้านนอกมีนวลขาว ผิวแข็ง เนื้อผลสีขาวปนเขียวอ่อน เนื้อตรงกลางพรุน มีเมล็ดรูปไข่แบนอยู่มาก
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มะฟักเล็ก มีผลขนาดใหญ่ และมะฟักหม่น มีผลขนาดเล็ก สีขาว มีกลิ่นหอมกว่า"		พืชอาหาร
432	ป่ากล้วย	มะแว้งต้น	Plate brush egg plant	ปอเอี๊ยะ	Solanum indicum L.	พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้เองตามธรรมชาติในบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง	มะแคว้งขมเป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้าน สูงประมาณ 1 เมตร มีขนสีเทาปกคลุมทั้งต้น โคนต้นมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงสลับ เป็นกระจุกปลายกิ่ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3-10 ซม. ขอบใบเว้าตื้น โคนใบกว้าง ปลายใบแหลม มีหนามแหลมตามเส้นกลางใบ ผิวใบหนา ดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงโคนกลีบติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก และคงอยู่เมื่อเป็นผล กลีบดอกสีม่วง โคนติดกัน แผ่เป็นจาน แยกเป็น 5 แฉก ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผิวขาวเทามีกระสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีส้มไม่มีลาย มีเมล็ดจำนวนมาก	นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
433	ป่ากล้วย	ข้าวโพดเหนียวเขียว	waxy corn	ป้อกือจัว	Zea mays L.	มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ในปัจจุบันมีการปลูกทั่วไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก	ไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า มีความสูงของต้นประมาณ 1-4 เมตร ผิวต้นเรียบ เนื้อภายในฟ่ามคล้ายกับฟองน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ใบมีลักษณะเรียวยาวเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบมนและมีขนอ่อน ๆ สีขาว เส้นกลางใบมองเห็นได้ชัดเจน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-10 เซนติเมตรและยาวประมาณ 30-100 เซนติเมตร ส่วนก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น ออกดอกเป็นช่อ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะอยู่ในต้นเดียวกัน โดยดอกเพศผู้จะออกดอกเป็นช่อและออกที่ปลายยอด ส่วนดอกเพศเมียจะอยู่ต่ำถัดลงมา ออกระหว่างกาบของใบและลำต้น เรียงเป็น 2 แถว มีประมาณ 8-18 ดอก ดอกย่อยจะมีก้านเกสรเพศผู้จำนวน 9-10 ก้าน และมีอับเรณูสีเหลืองส้ม ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ส่วนยอดเกสรเพศเมียเป็นเส้นบาง ๆ ยื่นออกมาเป็นจำนวนมาก คล้ายกับเส้นไหมจำนวนมาก (บ้างก็เรียกว่าหนวดข้าวโพด) โดยจะอยู่ระหว่างกาบใบและลำต้น และดอกเพศเมียเมื่อเจริญเติบโตแล้วก็จะออกเป็นฝักหรือเรียกว่าผล ออกผลเป็นฝัก ผลถูกหุ้มไปด้วยกาบบาง ๆ หลายชั้น ฝักอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีนวล เรียกว่าเปลือกข้าวโพด ฝักมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ในหนึ่งฝักจะมีเมล็ดอยู่รอบฝักเรียงเป็นระเบียบรอบแกนกลางของฝัก เมล็ดจะเกาะอยู่เป็นแถวประมาณ 8 แถว แต่ละแถวจะมีประมาณ 30 เมล็ดและมีสีต่าง ๆ กัน เช่น สีนวล เหลือง ขาว หรือสีม่วงดำ	พืชอาหาร	พืชอาหาร
434	ป่ากล้วย	ข้าวโพดเหนียวแดง	waxy corn	ป้อกือจัวเลียะ	Zea mays L.	มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ในปัจจุบันมีการปลูกทั่วไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก	ไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า มีความสูงของต้นประมาณ 1-4 เมตร ผิวต้นเรียบ เนื้อภายในฟ่ามคล้ายกับฟองน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ใบมีลักษณะเรียวยาวเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบมนและมีขนอ่อน ๆ สีขาว เส้นกลางใบมองเห็นได้ชัดเจน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-10 เซนติเมตรและยาวประมาณ 30-100 เซนติเมตร ส่วนก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น ออกดอกเป็นช่อ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะอยู่ในต้นเดียวกัน โดยดอกเพศผู้จะออกดอกเป็นช่อและออกที่ปลายยอด ส่วนดอกเพศเมียจะอยู่ต่ำถัดลงมา ออกระหว่างกาบของใบและลำต้น เรียงเป็น 2 แถว มีประมาณ 8-18 ดอก ดอกย่อยจะมีก้านเกสรเพศผู้จำนวน 9-10 ก้าน และมีอับเรณูสีเหลืองส้ม ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ส่วนยอดเกสรเพศเมียเป็นเส้นบาง ๆ ยื่นออกมาเป็นจำนวนมาก คล้ายกับเส้นไหมจำนวนมาก (บ้างก็เรียกว่าหนวดข้าวโพด) โดยจะอยู่ระหว่างกาบใบและลำต้น และดอกเพศเมียเมื่อเจริญเติบโตแล้วก็จะออกเป็นฝักหรือเรียกว่าผล ออกผลเป็นฝัก ผลถูกหุ้มไปด้วยกาบบาง ๆ หลายชั้น ฝักอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีนวล เรียกว่าเปลือกข้าวโพด ฝักมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ในหนึ่งฝักจะมีเมล็ดอยู่รอบฝักเรียงเป็นระเบียบรอบแกนกลางของฝัก เมล็ดจะเกาะอยู่เป็นแถวประมาณ 8 แถว แต่ละแถวจะมีประมาณ 30 เมล็ดและมีสีต่าง ๆ กัน เช่น สีนวล เหลือง ขาว หรือสีม่วงดำ	พืชอาหาร ใช้สำหรับพิธีกรรมของชนเผ่าม้ง	พืชอาหาร
435	ป่ากล้วย			เปีย				พืชอาหาร	พืชอาหาร
436	ป่ากล้วย	น้ำเต้า	Bottle gourd	พลั่วโต้ว	Lagenaria siceraria (Molina) Standl.	พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย	ไม้เถาล้มลุกอายุปีเดียวหรืออาจข้ามปี เลื้อยตามพื้นดินหรือไต่พันกับต้นไม้อื่น ลำต้นแข็งแรง ลำต้นมีมือสำหรับใช้ยึดเกาะต้นไม้อื่น ๆ ตามเถามีขนยาวสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปห้าเหลี่ยม ขอบใบหยักเว้าเป็นแฉก 5-7 แฉก โคนใบเว้าเข้าถึงเส้นกลางใบ เส้นใบด้านล่างนูนเด่นชัด ใบมีขนตลอดทั้งใบและก้านใบ ก้านใบยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร มีต่อมเทียม 2 ต่อม ซึ่งอยู่ตรงรอยต่อระหว่างก้านใบกับแผ่นใบ ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะอยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกเป็นสีขาว โดยดอกเพศผู้ (รูปที่ 2) ก้านดอกจะยาวประมาณ 5-25 เซนติเมตร มีกลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก ยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ส่วนกลีบดอกเป็นสีขาวมี 5 กลีบไม่ติดกัน ลักษณะเป็นรูปไข่กลับ มีขนาดกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร กลีบดอกมีขน มีลักษณะบางและย่น มีเกสร 3 ก้าน ก้านเกสรไม่ติดกัน อับเรณูเป็นสีขาวอยู่ชิดกัน ส่วนดอกเพศเมีย มีลักษณะทั่วไปคล้ายกับดอกเพศผู้ แต่ต่างกันที่จะมีผลเล็ก ๆ ติดอยู่ที่โคนดอก โดยก้านดอกจะสั้นและแข็งแรง ยาวประมาณ 2-5 เซนติเมตร และก้านจะยาวขึ้นเมื่อรังไข่เจริญเติบโตไปเป็นผล ดอกไม่มีเกสรเพศผู้เทียม มีรังไข่ยาวประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร มีขนสีขาว ท่อรังไข่สั้น ปลายแยกเป็นแฉกหนา ๆ 3 แฉก ผลน้ำเต้ามีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ เช่น ทรงกลม ทรงกลมซ้อน ทรงกลมหัวจุก ทรงยาว ทรงแบน เป็นรูปกระบอง หรือเป็นรูปขวด มีความยาวตั้งแต่ 10-100 เซนติเมตร แต่โดยทั่วไปแล้วผลจะมีลักษณะกลมโต มีขนาดประมาณ 15-20 เซนติเมตร คอดกิ่วบริเวณยอด โคนขั้วคอดคดงอหรือขดเป็นวงผิวผลเกลี้ยง เรียบ และเนียน เปลือกผลแข็งและทนทาน ผลอ่อนเป็นสีเขียว ก้านผลยาว ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก วางตัวแนวรัศมี เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปทรงแบนป้านคล้ายเล็บมือ ส่วนปลายมีติ่งยื่น 2 ข้าง เป็นสีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน และมีแถบสีน้ำตาลเข้มพาดตามยาวของเมล็ด	พืชอาหาร	พืชอาหาร
437	ป่ากล้วย	ผักชี	Coriander	โย่วชือ	Coriandrum sativum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชล้มลุก มีความสูงประมาณ 30 ซม. มีลำต้นกลมๆ มีสีเขียว ลำต้นจะถูกห่อหุ้มไปด้วย ก้านใบโดยรอบๆ มีใบกลมเล็กๆ และมีก้านใบรองรับ ใบจะมีรอยหยักรอบนอก มีสีเขียวสด ดอกจะมีสีขาวออกเป็นช่อ ผลอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อผลแก่สีน้ำตาล มีกลิ่นหอม ต้นมีลักษณะกลมๆ ห่อหุ้มด้วยก้านใบโดยรอบ ต้นของผักชีจะมีสีเขียว และมีกลิ่นหอม ใบผักชีเป็นใบกลมเล็กๆ มีรอยหยักรอบนอก มีสีเขียวสด มีเส้นขนานกับก้านใบ รากผักชี ระบบรากแก้ว รากมีลักษณะยาวกลมสีน้ำตาล	นำใบไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
438	ป่ากล้วย	ผักไผ่	Vietnamese mint, Vietnamese cilantro, hot mint, laksa leaf	ลัวเลอ	Polygonum odoratum Lour.	พบในป่าทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณริมลำธาร ที่มีความชื้นสูง	ผักไผ่เป็นพืชล้มลุก สูง 30-35 ซม. ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มีรากงอกออกตามข้อที่สัมผัสดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ หูใบเชื่อมติดกันเป็นหลอดหุ้มลำต้นเหนือข้อ มีกลิ่นเฉพาะ ช่อดอกกระจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีชมพูม่วง ผลขนาดเล็ก เมล็ดจำนวนมาก	นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
439	ป่ากล้วย	มะเขือขม มะเขือเอธิโอเปีย	Bitter tomato, Ethiopian eggplant, Mock Tomato	ลือเอี๊ยะ	Solanum aethiopicum L.	พบในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 เมตร		พืชอาหาร
440	ป่ากล้วย	งาขี้ม้อน	Perilla, Chinese basil, Purple mint, Shiso, Zi-su-zi, Beefsteak plant	หนา	Perilla frutescens (L.) Britton	พบปลูกมากในจังหวัดน่าน และแถบภาคเหนือของประเทศไทย ขึ้นได้ดีในดินร่วนอุดมสมบูรณ์ทั่วไป	งาม้อนเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ต้นสูงไม่เกิน 1.5-1.8 เมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กว้าง กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อย ผิวใบมีขนนุ่มสีขาวทั้ง 2 ด้าน ดอกออกเป็นช่อใหญ่ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอด แยกเป็นสองปาก ผลแห้งไม่แตก ให้เมล็ดคล้ายเมล็ดข้าวฟ่างเล็กๆ ที่นกกิน ขนาดเล็กกว่าเมล็ดงาดำ กรอบ และมีกลิ่นหอม	นำเมล็ดไปทำขนม	พืชอาหาร
441	วาวี	มะข่วง	Indian ivy-rue	มะข่วง	Zanthoxylum rhetsa DC.	พบในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในที่ชื้น	มะแขว่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร มีหนามแหลมตามลำต้นและกิ่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเหลือง ใบดกหนาเขียวสด ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่หรือคู่ เรียงสลับ ก้านใบสีแดง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ปลายแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ขอบเรียบหรือหยักห่างๆ ช่อดอกออกแยกแขนง ออกที่ยอดหรือตามง่ามใบ สีนวลหรือขาวอมเขียว รูปรีหรือรูปไข่ ผลเป็นผลกลุ่มออกเป็นช่อ ผลค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ สีเขียว มีกลิ่นหอม ผลแก่เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดง แก่จัดสีดำ แตกอ้าเห็นเมล็ดในสีดำเล็กๆ	เครื่องเทศ กินกับยำหน่อไม้	พืชอาหาร
442	วาวี	มะขามป้อม	Emblic myrabolan, Malacca tree	มะขามป้อม	Phyllanthus emblica L.	พบประปรายในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงทั่วไป มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี	ขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเดี่ยว ออกตามกิ่งและซอกใบจำนวนมาก เป็นผลสด รูปทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อหนา มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ดกลม สีเขียวเข้ม	ผล กินแก้ไอ	พืชอาหาร
443	วาวี	ไผ่หางช้าง		ไผ่หอบ	Bambusa oliveriana Gamble	พบขึ้นในป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง	ไผ่ ลักษณะเลื้อยพัน กอขนาดเล็ก มีเหง้า ลำตรงอัดกันเป็นกอแน่น เนื้อลำหนา ลำอ่อนมีขนสีขาวและนวลสีขาวปก ปกติไม่มีรากอากาศที่กิ่ง ใบรูปแถบหรือรูปขอบ กาบหุ้มลำติดคงทนอยู่กับลำหรือหลุดร่วงไปค่อนข้างช้า สีเขียว มีขนสีขาวและนวลสีขาวปกคลุมหนา รอยต่อของตัวกาบกับใบยอดกาบโค้งนูนขึ้นเด่นชัด ใบยอดกาบเป็นรูปโดม รูปสามเหลี่ยม หรือรูปใบหอก ตั้งตรง ขอบด้านล่างพับจีบหรือเป็นคลื่นต่อเนื่องไปหูกาบ หูกาบเป็นติ่งรูปเคียว ขอบมีขนแข็ง ยาว ลิ้นกาบลักษณะเป็นแถบเตี้ยๆ ขอบจักไม่เป็นระเบียบ	หน่อนำไปประกอบอาหาร ลำใช้จักตอกมัดเมี่ยง ทำรั้ว ทำ-ราวตากผ้า	พืชอาหาร
444	วาวี	กระท้อนป่า	Santol	กระท้อนป่า	Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr.	พบในป่าดิบเขา ต่างประเทศพบในอินเดีย ภูมิภาคอินโดจีน มาเลเซีย พม่า และไทย	ไม้ต้น สูง 6–8 เมตร เปลือกลำต้นชั้นนอกมีสีเทา ผิวเรียบ เปลือกไม่หลุดออก มียางสีแดงหรือสีน้ำตาล ใบประกอบ มี 3 ใบย่อย เรียงเวียน ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลมหรือมน ขอบใบเป็นคลื่น แผ่นใบด้านล่างมีขน สีเขียว เมื่อใบแก่ใกล้ร่วงเปลี่ยนเป็นสีแดง ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ เชื่อมติดกันปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 10 อัน เชื่อมติดกันเป็นหลอด รังไข่เหนือวงกลีบ มี 4-5 ช่อง ผลแบบผลมีเนื้อหลายเมล็ด รูปเกือบกลม มี 1-2 เมล็ด เนื้อหุ้มเมล็ดเป็นปุยสีขาว ออกดอกเดือน มกราคม-มีนาคม	ผลสุก ทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
445	วาวี	มะขม		มะขม	Pittosporopsis kerrii Craib	ไม่ค่อยพบมากนัก พบกระจายตามที่ร่มในป่าดิบชื้น	ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง ได้ถึง 8 เมตร ใบเดี่ยว รูปขอบขนานอคบ หรือรูปไข่กลับ กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 10-21 เซนติเมตร ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกเป็นช่ออัดแน่นกลม ออกตามซอกใบ ดอกย่อยขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร สีขาวหรือเขียวอ่อน ก้านดอกย่อยสั้นมาก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ยาว 1.5-2 มิลิเมตร กลีบดอกยาวเรียวชิดติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นแฉก เกสรเพศผู้ยาวเกือบพ้นปากกลีบดอก ผลสีเขียวสดและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ขนาด 2-2.5 เซนติเมตร ด้านบนและล่างแบน ปลายมีติ่งเล็ก มีฐานกลีบเลี้ยงเจริญใหญ่มารองรับ ชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง ผิวเรียบ	ผลแก่ ต้มทานเป็นของว่าง	พืชอาหาร
446	วาวี	เฟิร์นตีนมังกร หญ้ายายเภา		กูดก้อง	Lygodium flexuosum (L.) Sw.	ชอบแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด พบในป่าทั่วไป	หญ้ายายเภาเป็นไม้เถามีเหง้าสั้นอยู่ในดิน มีขนสีน้ำตาลปกคลุม มีใบประกอบ 5 ชั้น ก้านใบชั้นแรกยาวได้มากกว่า 50 ซม. โคนก้านสีน้ำตาลมีขนปกคลุม แกนกลางใบหรือก้านใบชั้นที่ 2 มีครีบสันตลอดความยาว มีขนปกคลุม แกนย่อยชั้นแรกหรือก้านใบชั้นที่ 3 ยาว 5 มม. มีขนปกคลุมและขนชี้ลง ก้านใบชั้นที่ 4 เป็นใบประกอบแบบขนนก 1-2 ชั้น รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม ปลายแหลม กว้าง 7-12 ซม. ยาว 10-25 ซม. ก้านใบชั้นที่ 5 เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 แฉก หรือใบเดี่ยว โคนของแฉกเว้าแบบหัวใจ ขนาดใบกว้าง 2.5 ซม. ยาว 15 ซม. ปลายแหลม ขอบใบจักซี่ฟัน เป็นครีบสันมีขนประปราย ที่โคนใบและก้านไม่มีข้อต่อที่จุดเชื่อม แผ่นใบบางและเรียบ อับสปอร์เกิดที่ส่วนติ่งยื่นออกจากขอบใบย่อยชั้นสุดท้าย	ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
447	วาวี	คำเตี้ย ต่างไก่เตี้ย ปีกไก่ดำ		ม้าแม่ก่ำ	Polygala chinensis L.	พบที่อินเดีย จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามที่โล่ง ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร มีความผันแปรสูง	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 60 ซม. มีขนหนาแน่นตามกิ่ง ใบ และช่อดอก ใบรูปขอบขนานถึงรูปแถบ แกมรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ยาว 1-7 ซม. ก้านใบยาว 1-2 มม. ช่อดอกออกสั้น ๆ ตามซอกใบ ใบประดับรูปไข่ ยาวประมาณ 0.5 มม. ก้านดอกยาว 0.5-1.5 มม. กลีบเลี้ยง 3 กลีบนอกรูปไข่ คู่ล่างยาว 1.5-2 มม. กลีบบนยาว 2-2.8 มม. คู่ในรูปขอบขนาน เบี้ยว ยาว 4.2-7 มม. ขอบมีขนครุย ดอกสีขาวอมเขียวหรืออมชมพู ยาว 3.5-4.5 มม. กลีบคู่บนรูปใบพาย ยาว 3.2-5 มม. กลีบล่างยาวกว่าคู่บนเล็กน้อย รยางค์ยาว 2-2.5 มม. แผ่นเกสรเพศผู้ยาวเท่า ๆ กลีบดอก ก้านเกสรเพศเมียยาว 3.5-5.5 มม. ปลายโค้ง ผลรูปกลมกว้าง ปลายเว้า เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5-4.5 มม. มีขนประปราย เยื่อหุ้มเมล็ดจัก 3 พู	รากมีกลิ่นหอม ทั้งต้นนำไปต้มน้ำดื่ม/	พืชอาหาร
448	วาวี	ข้าวเม่านก	Trefle gros	หญ้าคอตุง	Tadehagi triquetrum (L.) H.Ohashi	พบในป่าทั่วไป ชอบขึ้นบริเวณที่รกร้าง หรือริมทาง	หญ้าคอตุงตัวเมียหรือหญ้าหนอนตายเป็นไม้ล้มลุก สูง 15-50 ซม. กิ่งก้านเป็นสันสามเหลี่ยม แตกกิ่งก้านสาขามาก ยอดและกิ่งอ่อนมีสีแดงมัน มีหูใบสีเงินหรือเทาสองข้าง เมื่อแก่สีชา ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 2-4 ซม. ยาว 8-10 ซม. หลังใบมีขน ท้องใบผิวเรียบ ก้านใบแผ่เป็นปีก ช่อดอกกระจะ รูปทรงกระบอก ออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกรูปดอกถั่ว สีม่วง ผลเป็นฝักแบนยาว ส่วนหัวมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ส่วนท้ายมีรยางค์ 1 เส้น ลักษณะโค้งงอ ขอบผลเว้าตื้นหนึ่งหรือสองด้าน	ใส่ในถังดองปลาร้า กันหนอนและแมลง	พืชอาหาร
449	วาวี	หญ้าละออง หญ้าดอกขาว	Little ironweed	หญ้าสามวัน	Cyanthillium cinereum (L.) H.Rob.	พบขึ้นทั่วไป	ไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรง สูง 15-80 เซนติเมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรีแคบ รูปไข่ รูปหอก หรือรูปแถบ กว้าง 1.5-3.5 เซนติเมตร ยาว 3-8.5 เซนติเมตร ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง มีใบประดับรูปคล้ายระฆัง 4 ชั้น ดอกสีม่วงเข้มแล้วค่อยๆ จางลง ผลแห้ง เมล็ดล่อน รูปทรงกระบอกแคบ สีน้ำตาลเข้ม	ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้	พืชอาหาร
450	วาวี	ไผ่หก	Hamilton's bamboo	ไผ่หก	Dendrocalamus hamiltonii Nees & Arn. ex Munro	พบในป่าเบญจพรรณ พบในภาคเหนือและภาคตะวันตกด้านกาญจนบุรี ต่างประเทศพบที่พม่า อินเดีย และภาคตะวันออกด้านลาวและเวียดนาม	ไผ่ประเภทเหง้ากอขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร ลำตรงอัดเป็นกอแน่น มักมีกิ่งเรียวเล็กที่โคน ปลายลำโค้งลง ปล้องยาว 30-60 เซนติเมตร ลำอ่อนปล้องล่างมีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม ลำแก่สีเขียวเข้มหรือสีเขียวอมเทา ปล้องบนและใต้ข้อมีวงของแถบขน สีนวลขาว ปล้องล่างมักมีรากอากาศออกตามข้อ กิ่งเกิดจากตาข้างขนาดใหญ่เด่นชัด แตกกิ่งต่ำ ใบรูปหอกหรือรูปแถบ กาบหุ้มลำสีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว มีขนสีน้ำตาลเข้มปกคลุม ใบยอดกาบรูปใบหอกแกมรูปไข่ ตั้งตรง หรือกางออกเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดขนาดเล็กสีม่วงดำ ขนาด 8-10 x 3-5 มิลลิเมตร เรียบ ดอกย่อย 2-4 ดอก กาบช่อย่อย 1-2 อัน กาบล่าง 5-7 x 6-7 มิลลิเมตร ปลายมีติ่งแหลม กาบบนยาวเท่ากาบล่าง เกสรเพศผู้สีเหลืองหรือแดงม่วง ก้านเกสรเพศเมีย 4.5 มิลลิเมตร ยอดเกสรเพศเมีย 1-3 อัน สีม่วงแดง ผลแบบผลธัญพืช สีน้ำตาล	หน่อนำไปประกอบอาหาร ลำใช้จักตอกทำเสาโรงเรือน	พืชอาหาร
451	วาวี	มะแขว่น	Indian ivy-rue	มะแขว่น	Zanthoxylum rhetsa DC.	พบในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในที่ชื้น	มะแขว่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร มีหนามแหลมตามลำต้นและกิ่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเหลือง ใบดกหนาเขียวสด ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่หรือคู่ เรียงสลับ ก้านใบสีแดง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ปลายแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ขอบเรียบหรือหยักห่างๆ ช่อดอกออกแยกแขนง ออกที่ยอดหรือตามง่ามใบ สีนวลหรือขาวอมเขียว รูปรีหรือรูปไข่ ผลเป็นผลกลุ่มออกเป็นช่อ ผลค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ สีเขียว มีกลิ่นหอม ผลแก่เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดง แก่จัดสีดำ แตกอ้าเห็นเมล็ดในสีดำเล็กๆ	เครื่องเทศกินกับลาบ	พืชอาหาร
452	วาวี	เปล้าหลวง		เปล้าหลวง	Croton persimilis Müll.Arg.	ชอบขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าละเมาะ หรือที่โล่งแจ้ง	เปล้าหลวงเป็นไม้พุ่มกึ่งยืนต้น เปลือกสีเทาค่อนข้างเรียบ ใบเดี่ยวออกเวียนสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี ขอบใบจักฟันเลื่อยห่างๆ ผิวใบด้านบนมีต่อมขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเป็นช่อยาวออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง สีขาวอมเขียว ผลแห้งแตกทรงกลม มี 3 พู มี 1 เมล็ด	ใบนำไปรมให้หญิงอยู่ไฟ	พืชสมุนไพร
453	วาวี	ไผ่ไร่		ไผ่ไร่	Gigantochloa albociliata (Munro) Kurz	พบตามป่าผสมผลัดใบ และที่รกร้างในป่าดิบแล้ง ต่างประเทศพบในอินเดียถึงภูมิภาคอินโดจีน	ไผ่ อายุหลายปี เป็นกอ เหง้าสั้น ลำต้นตั้งตรง สูง 6-10 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น ยาว 12-25 เซนติเมตร มีเนื้อไม้ ปล้องกลม กาบใบ ยาว 10-20 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่ม ลิ้นใบ ยาว 1.2-2.5 เซนติเมตร แผ่นใบ รูปใบหอก ยาว 10-20 เซนติเมตร ที่ฐานแผ่นใบมีส่วนคล้ายก้านใบ ปลายใบเรียวแหลม ไม่มีเส้นใบตามขวาง ช่อดอกอยู่เป็นกลุ่มคล้ายรูปดาว มีใบประดับรองรับช่อดอก ช่อดอกย่อยไม่มีก้าน รูปใบหอก ประกอบด้วย 2-3 ดอกย่อย ดอกย่อยที่ฐาน 1 ดอกเป็นหมัน กาบช่อย่อยติดทน ขนาดสั้นกว่าช่อดอกย่อย กาบช่อย่อยล่างและกาบช่อย่อยบนคล้ายกัน กาบช่อย่อยบนรูปไข่ มีขนครุยที่ขอบ ดอกย่อยไม่มีกลีบเกล็ด อับเรณูมี 6 อัน ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉก รังไข่มีติ่งรูปกรวย มีขนสั้นนุ่ม แบบผลแห้งเมล็ดติด รูปขอบขนาน	หน่อนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
454	วาวี	ก๋ง		ก๋ง	Thysanolaena latifolia (Roxb. ex Hornem.) Honda	พบในทุกภาคของประเทศที่มีพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 45 เมตร ขึ้นไป ขึ้นทั่วไปบริเวณเนินเขา พื้นที่ลาดเขา ริมธารน้ำ และริมถนน	ก๋งเป็นพืชกลุ่มหญ้าอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรงและแข็งมาก สูง 3-4 เมตร ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหอก กว้าง 4.7-9.1 ซม. ยาว 41.0-76.7 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ มีกาบใบเรียบหุ้มลำต้น หูใบเป็นแผ่นเยื่อบางๆ สีน้ำตาลอ่อน ช่อดอกแยกแขนงขนาดใหญ่ออกที่ปลายยอด มีขนนุ่มละเอียดปกคลุม ช่อดอกย่อยขนาดเล็ก มีดอกย่อย 2 ดอก ดอกล่างลดรูปเป็นเยื่อบาง ดอกเป็นหมัน ดอกบนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ เมล็ดมีขนาดเล็ก	ดอกก๋งนำไปทำไม้กวาด	พืชใช้สอยอื่นๆ
455	วาวี	ไม้ตีนนก	Malayan teak	ตีนเป็ด	Vitex pinnata L.	พบที่อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าผลัดใบและไม่ผลัดใบ ความสูงถึงประมาณ 400 เมตร	ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 ม. มีขนประปรายตามกิ่งอ่อน แผ่นใบ ช่อดอก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก ใบประกอบมี 3-5 ใบย่อย ก้านใบยาว 3-10 ซม. ก้านใบอ่อนมีปีก ใบย่อยรูปรี รูปขอบขนาน หรือแกมรูปไข่กลับ ยาว 8-15 ซม. ปลายแหลมยาว ก้านใบย่อยสั้น ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 20 ซม. ก้านช่อยาว 2-7 ซม. ดอกหนาแน่น ไร้ก้านหรือมีก้านสั้นมาก หลอดกลีบเลี้ยงยาว 4-6 มม. ปลายจักตื้น ๆ ดอกสีม่วงอ่อน หลอดกลีบดอกยาว 2-3 มม. กลีบปากบนแฉกกลม ขนาด 1-1.5 มม. กลีบปากล่างยาว 3-3.5 มม. ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 1.5 ซม. อันสั้นยาวประมาณ 1 ซม. โคนก้านมีขน ผลกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8-1.5 ซม. สุกสีดำ	ไม้ ใช้ทำเสา	พืชใช้สอยอื่นๆ
456	วาวี	กาสามปีก		กาสามปีก (มะโหกโตน)	Vitex peduncularis Wall. ex Schauer	พบตามป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ที่ระดับความสูงไม่เกิน 900 เมตร	ไม้ต้น สูง 5-15 เมตร ใบ ประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ รูปใบหอกถึงรูปขอบขนาน กว้าง 4-5 ซม. ยาว 10-15 ซม. ดอก ขนาดเล็ก สีขาวแกมเหลือง ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงยาว 1.8-2.5 มม. กลีบดอกรูปปากเปิด ผล เมล็ดเดียว แข็ง รูปค่อนข้างกลม ขนาด 7มม.	รากต้มน้ำดื่ม/ดองเหล้า แก้เจ็บหลัง เจ็บเอว	พืชสมุนไพร
457	วาวี	ไผ่บงป่า		ไผ่บงป่า	Bambusa nutans Wall. ex Munro	พบขึ้นในป่าเบญจพรรณ	ไผ่ขนาดกลาง ลำต้นคดไม่สวยงาม มีหนามที่โคน ใบ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบป้านหรือเกือบกลม ท้องใบมีขน เส้นกลางใบข้างบนแบน ขอบใบมีหนามเล็ก ๆ กาบใบแคบไม่มีขนนอกจากตามขอบอาจจะมีขนอ่อน ดอก จะออกดอกเป็นกลุ่ม ไม้ไผ่ที่ออกดอกประเภทนี้ จะออกดอกพร้อมๆกัน ครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง	หน่อ นำไปประกอบอาหาร ลำใช้จักตอกไพคา ทำไม้หลัก ค้างผัก	พืชอาหาร
458	วาวี	รัง	Dark red meranti, Light red meranti, Red lauan	ต้นเปา	Pentacme siamensis (Miq.) Kurz	เป็นไม้ที่ทนทานต่อความแห้งแล้งและไฟป่าได้ดีมาก พบมากตามป่าแดงหรือป่าเต็งรัง ทั่วทุกภาค ยกเว้นภาคใต้	เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงถึง 20 เมตร เปลือกลำต้นสีเทา แตกเป็นร่องเป็นสะเก็ดหนาๆไปตามยาวลำต้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ติดเรียงสลับ รูปไข่โคนใบหยักเว้าลึก ส่วนปลายใบค่อนข้างมน ใบอ่อนแตกใหม่เป็นสีแดง ดอก เป็นช่อ ออกรวมกันเป็นพวงโตเหนือรอยแผลใบตามกิ่งและปลายกิ่ง ดอกย่อยสีเหลืองกลิ่นหอมอ่อน จะออกหลังจากใบได้หลุดร่วงไปหมดแล้ว กลีบดอกมี 5 กลีบ เรียงเวียนซ้อนกันเป็นรูปกังหัน ปลายกลีบม้วนซ้อนเข้า ดอกจะหลุดร่วงง่ายมาก ผล แข็ง รูปกระสวย หรือรูปไข่เล็ก ประกอบด้วยปีกสั้น 2 ปีก ปีกยาวรูปใบพาย 3 ปีก อาจยาวถึง 10 ซม. โคนปีกห่อหุ้มตัวผล มีเส้นตามยาวของปีก ตั้งแต่ 7 เส้นขึ้นไป	ใช้เลี้ยงครั่ง ผลสุก เป็นอาหารของสัตว์	พืชอาหาร
459	วาวี	หญ้าเมืองวาย (สาบเสือ	Bitter bush, Siam weed	หญ้าเมืองวาย (สาบเสือ)	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	สาบเสือเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน	ราก ต้มน้ำดื่ม แก้โรคกระเพาะใบ ใช้ห้ามเลือด แผลสด	พืชสมุนไพร
460	วาวี	ไผ่ซางป่า	Giant Bamboo	ไผ่ซางป่า	Dendrocalamus strictus (Roxb.) Nees	กระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย มาเลเซีย พม่า อินโดนีเซีย โดยทั่วไปจะพบมากทางภาคกลาง และภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง เช่น ในบริเวณหุบเขาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่และลำปาง	เป็นไม้ไผ่หน่ออัดใบ ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ไม่มีหนาม ผิวเป็นมัน มีกิ่งแขนงมาก สูงประมาณ 6-20 ซม. มีเนื้อหนาประมาณ 5-8 มม. ปล้องยาวประมาณ 15-50 ซม. เนื้อไม้หยาบ โดยทั่วไปลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-12.5 ซม. ถ้าพบบริเวณเนินเขาสูงลำต้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5-10 ซม. กาบหุ้มลำในปล้องต่ำ ๆ จะสั้นประมาณ 8-30 ซม. ข้างนอกกาบจะมีขนแข็งสีน้ำตาลเหลือง ในพื้นที่แห้งแล้งอาจจะไม่มีขนขณะที่ยังอ่อน กาบหุ้มลำมีสีเขียวอมเหลือง ครีบกาบเล็กหรือไม่มี่ กระจังกาบแคบ หยัก ใบยอดกาบตรงเป็นรูปสามเหลี่ยมแคบ ๆ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นมุมป้าน ขนาดใบยาว 12-30 ซม. กว้าง 1-2.5 ซม.ลักษณะใบ ท้องใบมีขนอ่อนแน่น เส้นลายใบ 2-6 เส้น เส้นลายใบย่อย 5-7 เส้น ขอบใบสากคม ก้านใบแบน ยาว 0.2-0.5 ซม. ครีบใบไม่ค่อยเห็น กระจังใบโค้งเข้า ปลายรูปมนหรือกลม มีหยัก กาบใบข้างนอกไม่มีขน หน่อมีขนาดเล็กกว่าหน่อไผ่ตง	หน่อ นำไปประกอบอาหาร ลำ ใช้สับฝาก ทำบ้าน ทำรั้ว ทำเสา	พืชอาหาร
461	วาวี	ทะโล้ มังตาน	Needlewood Tree	ทะโล้	Schima wallichii Choisy	พบมากในป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณทั่วไปตามเขา มีมากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย	ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นตรงสูงประมาณ 15-25 เมตร ขนาดวัดรอบลำต้นได้ถึง 1.5 เมตร เปลือกนอกขรุขระแลมักแตกเป็นร่องลึกตามยาว สีทาปนน้ำตาลอ่อน เปลือกในสีน้ำตาลอมแดง มีเสี้ยนละเอียดสีขาว เป็นพิษต่อผิวหนัง ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปหอก ออกตามปลายกิ่งสลับกันไปและมักติดเป็นกระจุกตามปลายๆกิ่ง โคนและปลายใบสอบเรียว ขอบใบเรียบหรือบางที่หยักตื้นๆตามขอบ หลังใบมักมีสีเขียวเข้ม ท้องใบและเส้นกลางใบมีขนขึ้นประปราย ดอก สีขาวหรือขาวนวล ออกดอกเดี่ยวตามง่ามใบ กลิ่นหอม ก้านดอกยาว กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมีจำนวนเท่ากันอย่างละ 5 กลีบ กลีบดอกล่างมักเล็กกว่ากลีบอื่น เกสรผู้มีจำนวนมาก สีเหลือง เกสรเมียมีอันเดียวสั้น ผลค่อนข้างกลม ผิวแข็งโตประมาณ 2.5-3 ซม. เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาลเข้มและจะแตกออกตามรอยประสาน เป็น 4-5 เสี่ยง แต่ละส่วนมีเมล็ด 4-5 เมล็ด	เนื้อไม้สีเหลือง ทำไม้แผ่น ทำเสา แต่คัน	พืชใช้สอยอื่นๆ
462	วาวี	ไผ่ข้าวหลาม	Tinwa Bamboo	ไผ่ข้าวหลาม	Cephalostachyum pergracile Munro	เจริญได้ดีในสภาพป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นทั่วไป	ไผ่ข้าวหลามเป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นตรง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-8 ซม. เนื้อลำบางหนาไม่ถึง 5 มม. ปล้องยาว 20-45 ซม. ลำต้นสีเขียวปนเทา กาบสีหมากสุก กาบหุ้มลำหลุดร่วงง่าย มีการแตกกิ่งขนาดเท่าๆ กันรอบข้อ ใบรูปลิ่มกว้าง 3-6 ซม. ยาว 15-30 ซม. ขอบใบสากคม ครีบใบเห็นได้ชัดมาก ขอบมีขนสีจางๆ กระจังใบแคบมาก กาบหุ้มใบไม่มีขน ขอบกาบหุ้มใบมีขนสีขาว โคนใบกลม ช่อดอกออกเป็นกลุ่ม ก้านดอกสั้น มีกลีบหุ้มดอกขนาดใหญ่ กลีบดอกมี 3 กลีบ หน่อมีขนาดใหญ่	ลำ ใช้ทำข้าวหลาม	พืชใช้สอยอื่นๆ
463	วาวี	หญ้าคมบาง	Crimson Seeded Sedge	หญ้าคมบาง	Carex baccans Nees	จากอินเดียว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณที่ราบและชายป่าชุ่มชื้น ที่ระดับความสูง 800-2,565 ม. มักพบตามทุ่งหญ้า ชายป่า ที่เปิดโล่งที่ระดับค่อนข้างสูง	พืชล้มลุกจำพวกกก อายุหลายปี มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นเป็นสามเหลี่ยม สูง 60-150 ซม.ใบเป็นใบเดี่ยว แตกจากโคนกอ ตรงกลางเป็นร่อง รูปขอบขนานแคบ ยาวเรียว กว้าง 0.4-1.4 ซม. ยาว 30-90 ซม. ขอบใบคมจักเป็นซี่ละเอียด ใบประดับเป็นวงๆ ละ 3 ใบ รูปยาวเรียว ขนาดไม่เท่ากัน ดอกสีเขียวอ่อนออกเป็นช่อ มีแขนงมาก แกนแขนงยาว 2-8 ซม. ดอกแยกเพศและสมบูรณ์เพศ อยู่บนช่อเดียวกัน เกสรผู้มี 3 อัน ผลสีแดงเข้ม ทรงกลมปลายยอดแหลม เรียงแน่นบนแกนช่อดอก ขนาด 3-4 มม.	ราก ต้มน้ำดื่ม แก้อาการปัสสาวะขัด	พืชสมุนไพร
464	วาวี	เกล็ดปลาปรุง หญ้าเกล็ดปลา	Turkey Tangle Frogfruit	เกล็ดปลาปรุง	Phyla nodiflora (L.) Greene	กระจายพันธุ์ทั่วไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่น ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ภาตตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ พบตามที่ลุ่ม ริมทะเลสาบ นาเกลือ และริมถนนทั่วไป	ไม้ล้มลุกทอดเลื้อยตามพื้น ลำต้นมีขนแบบ 2 แขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับยาว 0.5-1.3 เซนติเมตร กว้าง1-7 มิลลิเมตร ปลายใบแหลม ฐานใบสอบเรียว ขอบใบหยักซี่ฟันส่วนปลายใบ ขอบด้านข้างเรียบ ผิวใบทั้งสองด้านมีขนแบบ 2 แขน ก้านใบยาว 1-4 มิลลิเมตร มีขนแบบ 2 แขน ช่อดอกแบบช่อเชิงลด รูปกลม ออกที่ซอกใบช่อดอกยาว 0.2-.21 เซนติเมตร ก้านข่อดอกยาว 3-8 มิลลิเมตร ไม่มีก้านดอกย่อย ใบประดับ รูปหัวใจ ยาว 2-2.5 มิลลิเมตร กว้าง 2-2.5 มิลลิเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม ผิวด้านนอกมีขน กลีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นถ้วยที่ฐานเล็กน้อยปลายแยกเป็น 2 กลีบ แต่ละกลีบรูปหอกยาว 1-2.5 มิลลิเมตร กว้าง 0.5-1 มิลลิเมตร เนื้อบางใส กลีบดอกรูประฆังสีขาว มีสีชมพูปนเล็กน้อย เชื่อมกันเป็นหลอดที่ฐานยาว 1-2 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 4 แฉกเล็กน้อย แต่ละแฉกรูปกลมยาว 0.2-0.5 มิลลิเมตร กว้าง 0.2-0.3 มิลลิเมตร ผิวด้านนอกมีขน เกสรเพศผู้มี 4 อัน อยู่บริเวณปลายของหลอดกลีบดอก โดยที่ 2 อัน อยู่ต่ำกว่าเล็กน้อย อับเรณูรูปกลมยาว 0.1-0.2 มิลลิเมตร ติดก้านชูเกสรที่ฐาน ก้านชูเกสรเป็นแท่งยาว 0.1-0.2 มิลลิเมตร เกสรเพศเมีย รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ รูปรี 2 อันประกบกัน แต่ละอันยาว 0.5-1 มิลลิเมตร ก้านชูเกสรยาว 0.1-0.2 มิลลิเมตร ยอดเกสรเป็นก้อนกลมเล็ก	ราก นำมาต้มน้ำดื่มผสมม้าแม่ก่ำและแก้ฮากเหลือง ช่วยบำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
465	วาวี	แก้ฮากเหลือง หนาดคำ เครือแพว ต้นรากน้อย		แก้ฮากเหลือง	Desmodium oblongum Benth.	มีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดียถึงภูฏาน เมียนมา จีนตอนใต้ และภูมิภาคอินโดจีน	ไม้พุ่มขนาดเล็ก พบขึ้นตามป่าสน ใบประกอบแบบมีหนี่งใบย่อย ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกสีม่วง แต่ละข้อมีดอก 2 ดอก ช่อดอกมีขนรูปตะขอ	ราก ต้มน้ำดื่ม/ดองเหล้า ช่วยบำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
466	วาวี	บ่านะ		บ่านะ				สัตว์ กินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
467	วาวี	ผักกาดโคก เหงือกปลาหมอป่า		ผักกาดดอย	Blumeopsis flava (DC.) Gagnep.		ไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งขึ้น สูง 25-100 เซนติเมตร ใบเดี่ยว รูปไข่ ถึงรูปใบหอก หรือรูปไข่กลับ กว้าง 0.5-4 เซนติเมตร ยาว 1.5-8 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน ขอบจักแหลม ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่น ขนาด 3-4 มิลลิเมตร มีวงประดับซ้อนเหลื่อมกัน รูปไข่ ถึงรูปขอบขนานแกมรูปแถบ ไม่มีขน ดอกเพศเมียอยู่ด้านนอก รูปเส้นด้าย ดอกสมบูรณ์เพศอยู่กลางช่อดอก เป็นหลอดสั้น ปลายแยก 4-5 แฉก แพพพัส สีขาว ยาว 2.5-5.0 มิลลิเมตร	ยอดและใบ กินกับน้ำพริก (กินสด)	พืชอาหาร
468	วาวี	ขิงแมงดา ตะไคร้พาน		ขิงแมงดา	Zingiber citriodorum Theilade & Mood	ในประเทศไทยพบเป็นพืชปลูกในสวนครัวทางภาคเหนือตอนบน	เหง้าใต้ดินภายในสีเหลือง ลำต้นเหนือดินสูงประมาณ 50 ซม. ทั้งต้นมีกลิ่นคล้ายมะนาว ใบรูปรีแกมขอบขนาน สีเขียว เป็นมัน ท้องใบสีเทาหม่น ช่อดอก เกิดจากเหง้า ช่อตั้งตรง ใบประดับอ่อนสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง กลีบดอกและกลีบปาก สีขาว บอบบาง	ใบ กินเป็นเครื่องเคียงแกงหน่อไม้	พืชอาหาร
469	วาวี	หัวกำบิด		หัวกำบิด	Zingiber smilesianum Craib	ขึ้นตามป่าเปิด ป่าดิบ	พืชล้มลุก ความสูงระหว่าง 30-40 ซม. กาบดอกสีแดง ดอกสีเหลืองปลายสีแดง	ดอก กินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
470	วาวี	หิ่งเม่นน้อย	Rattlebox	มะหิ่งเม่น	Crotalaria alata D.Don	พบตามพื้นที่เปิดโล่งในป่าเต็งรังและป่าผสมผลัดใบ	ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ถึง 1 เมตร ลำต้นและกิ่ง แผ่เป็นปีก ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปไข่ รูปรี รูปไข่กลับ หรือรูปใบหอก กว้าง 0.5-5 เซนติเมตร ยาว 3-9 เซนติเมตร ปลายแหลมมนหรือเป็นติ่งแหลม โคนรูปลิ่ม มนหรือกลม แผ่นใบมีขนสั้นนุ่ม ทั้งสองด้าน หูใบแผ่เป็นปีกยาวตามกิ่ง กว้าง 4-10 มิลลิเมตร ปลายรูปสามเหลี่ยมหรือรูปเคียว ดอกออกเป็นช่อกระจะสั้นๆ ออกที่ปลายกิ่ง มี 2-3 ดอกย่อย ก้านช่อยาว 5-10 เซนติเมตร ใบประดับรูปกึ่งหัวใจถึงรูปใบหอก ยาว 4-5 มิลลิเมตร ก้านดอกยาว 4-5 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงรูปปากเปิด ยาวประมาณ 11 มิลลิเมตร มีขน กลีบดอกรูปดอกถั่ว สีเหลือง เกสรเพศผู้ 10 อัน รังไข่รูปขอบขนาน ฝักรูปขอบขนาน กว้างประมาณ 0.8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง สีดำ	ราก ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดหลัง ปวดเอว	พืชสมุนไพร
471	วาวี	เอื้องหมายนา	Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag	เอื้องหมายนา	Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht	พบทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ	เอื้องหมายนาเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง	ใบ นำไปลนไฟ บีบเอาน้ำหยอดหู แก้หูน้ำหนวก	พืชอาหาร
472	วาวี	ข่าป่า		ข่าป่า	Alpinia macrostaminodia Chaveer. & Sudmoon	พืชถิ่นเดียวของไทย พบที่ภูวัว จังหวัดบึงกาฬ ขึ้นตามที่โล่ง ชายป่า หรือลานหินทรายใกล้แหล่งน้ำ ในป่าเต็งรัง ความสูง 200-300 เมตร	ไม้ล้มลุก เหง้าสั้น ลำต้นสูงได้ถึง 1.8 ม. ลิ้นใบคล้ายกาบ ยาว 5-6 มม. ใบเรียงสลับระนาบเดียว มี 5-10 ใบ รูปขอบขนาน ยาว 16-28 ซม. ใบช่วงโคนและปลายขนาดเล็ก ปลายกลมมีติ่งแหลม โคนกลมหรือรูปลิ่ม แผ่นใบมีขนตามเส้นกลางใบและขอบใบ ไร้ก้านหรือมีก้านยาวได้ถึง 1 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกที่ยอด ตั้งขึ้น ยาว 12-30 ซม. ก้านช่อดอกยาว 5-15 ซม. ใบประดับรูปใบหอกหรือรูปแถบ ยาว 1-1.8 ซม. แต่ละใบประดับมี 2-3 ดอก ใบประดับย่อยรูประฆัง ยาว 0.7-1 ซม. หลอดกลีบเลี้ยงยาวประมาณ 1 ซม. ปลายแยก 3 แฉก ดอกสีขาว กลีบดอกและหลอดกลีบยาวเท่า ๆ กลีบเลี้ยง กลีบหลังรูปขอบขนาน ยาว 1.3-1.5 ซม. กลีบคู่ข้างสีเหลืองมีปื้นแดง กลีบปากสีเหลือง กลางกลีบมีปื้นและเส้นกลีบสีแดง แผ่นกลีบรูปสามเหลี่ยม ยาวประมาณ 1.5 ซม. ปลายแฉกลึกเกือบจรดโคน แผ่นเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันรูปไข่กลับ มีจุดสีแดงกระจาย ปลายจัก ยาวประมาณ 1 ซม. เกสรเพศผู้ยาวประมาณ 1 ซม. รังไข่มีขนสั้นนุ่ม	หน่ออ่อน และหัว ใช้กินเป็นเครื่องเคียง มีรสชาติเผ็ด	พืชอาหาร
473	วาวี	ขมอก คำมอกหลวง		คำมอก	Gardenia sootepensis Hutch.	พบตั้งแต่พม่า ไทย และลาว ในประเทศไทยพบได้ในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ตามป่าเต็งรัง ที่ความสูง 200-400 เมตร จากระดับน้ำทะเล ออกดอกติดผลระหว่างเดือนมีนาคม-กรกฎาคม	ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 7-15 เมตร มีน้ำยางเหลือง กิ่งอ่อนมีขนปกคลุม ผลัดใบช่วงสั้นๆ เวลาออกดอก ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีขอบขนานหรือแกมรูปไข่กลับ กว้าง 12-18 ซม. ยาว 22-30 ซม. ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบมน ขอบใบเรียบ มีหูใบเป็นปลอกที่บริเวณรอบกิ่ง หลุดร่วงง่ายเห็นรอยแผลชัดเจน ดอกเดี่ยวสีเหลืองสด เปลี่ยนเป็นสีซีดหรือขาวนวลเมื่อร่วง ออกที่ซอกใบ มีกลิ่นหอม ขนาดผ่าศูนย์กลาง 5.5-7 ซม. ผลเป็นผลสด รูปรีหรือรูปขอบขนาน ขนาดกว้าง 1.8-2.5 ซม. ยาว 2.2-4 ซม.	กินเนื้อในเมล็ด แก้กระหายน้ำ ชุ่มคอ	พืชอาหาร
474	วาวี	โด่ไม่รู้ล้ม	Prickly leaved elephant's foot	โด่ไม่รู้ล้ม	Elephantopus scaber L.	พบตามขอบป่าชายทุ่ง ปะปนกับหญ้าอื่นๆ และขึ้นบนภูเขาสูง ที่มีอากาศเย็น ความชื้นสูง	"โด่ไม่รู้ล้มเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง รูปขอบขนานหรือรูปใบหอกกลับ ส่วนใหญ่แผ่ราบไปกับผิวดิน ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอกแทงออกจากกลางต้น ก้านช่อแตกแขนงได้ ดอกย่อยขนาดเล็ก เป็นกระจุก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ช้างย่ำแป้ตัวผู้ ตามลำต้นและใบไม่มีขน และช้างย้ำแป้ตัวเมียหรือไฟเดือนห้า ตามลำต้นและใบมีขน ใช้ประโยชน์ทั้ง 2 ชนิด เหมือนกัน แต่ช้างย้ำแป้ตัวเมียพบในพื้นที่น้อยกว่า"	ราก ต้มน้ำดื่ม/ดองเหล้า แก้เจ็บหลัง เจ็บเอว บำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
475	วาวี	ไม้แงะ เต็ง	Teng, Thity, Burmese sal	ไม้แงะ	Shorea obtusa Wall. ex Blume	พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณป่าเต็งรัง ออกดอกและผลระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน ก่อนออกดอกจะผลัดใบ และผลิใบใหม่พร้อมกับช่อดอก	ไม้ต้น สูง 10-20 ม. ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนาน กว้าง 2.5-7 ซม. ยาว 4-16 ซม. โคนและปลายมน ขอบใบบิดเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ดอก สีขาว มีกลิ่นหอมออกเป็นช่อ กลีบรองดอก 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ รูปใบหอก กว้าง 3-5 มม. ยาว 1-1.5 ซม. ปากกลีบบิด เกสรผู้ขนาดเล็ก จำนวนมาก ผล รูปไข่ ขนาด 6-8 มม. มีปีกสั้น 2 ปีก ยาว 3-4.5 ซม. ปีกยาว 3 ปีก รูปหอกกลับ กว้าง 0.7-1 ซม. ยาว 4-6 ซม.	ไม้ใช้ทำเสาบ้าน	พืชใช้สอยอื่นๆ
476	วาวี	ก่อแป้น		ก่อแป้น	Castanopsis diversifolia (Kurz) King ex Hook.f.	พม่า ลาว ภาคเหนือ,ภาคกลางตามป่าดินเขา,ป่าเหล่า,ป่าเบญจพรรณ ที่สูงระหว่าง(700) 1,000–1,500 (2,200) เมตร	ไม้ต้น สูง 10-30 ม. กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือขอบขนาน กว้าง 5-10 ซม. ยาว 12-20 ซม. ช่อดอกออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง ช่อเพศผู้แยกแขนง ช่อเพศเมียเป็นช่อเดี่ยวดอกสีขาวนวลหรือสีเหลืองอ่อน ผลกลมแป้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-4 ซม. กาบหุ้มผลเป็นหนามไม่แตกแขนงหุ้มผลมิด ออกดอกเดือน ก.พ.-เม.ย.	ผล ทานเป็นของว่าง ไม้ ใช้ทำเสาบ้าน ไม้แผ่น	พืชใช้สอยอื่นๆ
477	วาวี	หญ้าฮี๋หยุ่ม หญ้าเหนียวหมา	Barbed grass	หญ้ารีแพร์	Centotheca lappacea (L.) Desv.	พบในแอฟริกา อินเดีย ศรีลังกา เนปาล ภูฏาน จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยพบทุกภาค เป็นวัชพืช ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร	หญ้าล้มลุกหลายฤดู มีเหง้า ลำต้นสูง 30-60 ซม. ข้อบวมพอง ใบรูปใบหอก ยาว 10-16 ซม. โคนสอบ ขอบมีขนสาก เส้นใบมีเส้นขวางเป็นตาราง ลิ้นกาบขอบมีขนครุย ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ช่อแขนงคล้ายช่อกระจะ ช่อดอกย่อยออกเดี่ยว ๆ เรียงเวียน รูปใบหอกแกมรูปไข่ แบนด้านข้าง ยาว 5-7 มม. ก้านช่อยาวได้ถึง 3 มม. กาบช่อดอกย่อยบาง รูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายแหลม เส้นกาบ 3 เส้น กาบล่างยาวประมาณ 2.5 มม. สันกลางกาบมีหนาม กาบบนยาว 3-3.5 มม. เกลี้ยง มีดอกย่อย 3 ดอก ดอกล่างสมบูรณ์เพศ กาบบาง เกลี้ยง กาบล่างรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 มม. เส้นกาบ 7 เส้น กาบบนรูปคล้ายเรือ ยาวประมาณ 3 มม. ปลายมีขนด้านข้าง เส้นกาบ 2 เส้น ดอกบน 2 ดอก เป็นหมัน กาบบาง ปลายกาบมีขนด้านข้าง ยาวประมาณ 3 มม. กาบล่างรูปใบหอก มีขนต่อมบนเส้นกาบ เส้นกาบ 7 เส้น กาบบนรูปเรือ เส้นกาบ 2 เส้น	ราก ต้มน้ำดื่ม ช่วยให้มดลูกเข้าอู่	พืชสมุนไพร
478	วาวี	มะเขือปู่ มะอึก		มะเขือปู่	Solanum stramoniifolium Jacq.	มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมไปถึงประเทศไทยด้วย เพาะปลูกอย่างแพร่หลายทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ไม้พุ่ม สูง ๑ – ๒ ม. เกือบทุกส่วนมีหนามปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กว้าง ขอบใบเว้าเป็นพู ดอกออกเป็นช่อกระจุกจากซอกใบ สีขาวหรือสีม่วง ผลสดรูปทรงกลม ขนาด ๒ – ๓ ซม. มีขนสีขาวปกคลุม ออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด	ผล นำไปเผาและเอามาตำทำน้ำพริก	พืชอาหาร
479	วาวี	กวาวเครือขาว	White kwao krua	กวาวเครือขาว	Pueraria candollei var. mirifica (Airy Shaw & Suvat.) Niyomdham	จากอินเดียถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือและภาคตะวันตก เป็นไม้กลางแจ้งที่ขึ้นได้ดีตามป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณแล้ง ที่ระดับความสูง 100-300 เมตร	เป็นไม้เถา ขึ้นยึดเกาะกับต้นไม้ใหญ่ มีหัวใต้ดินเป็นก้อนใหญ่สีขาว ยอดอ่อนมีขนนุ่มปกคลุม ใบ เป็นใบประกอบ ก้านหนึ่งมี 3 ใบย่อย ดอก เป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ สีแสด รูปดอกถั่ว ขนาดยาว 4-7 ซม. กลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง กลีบดอก 5 กลีบ กลีบตั้งแผ่กว้าง กลีบข้างแคบ กลีบกระทงโค้งแหลม ยาวเป็น 4-5 เท่าของกลีบรองดอก ผล เป็นฝักแบนเห็นก้านชัดเจน	เถา ใช้มัดลากต้นไม้	พืชใช้สอยอื่นๆ
480	วาวี	ขยอม ระย่อมใหญ่	Common devil pepper	ขยอม	Rauvolfia verticillata (Lour.) Baill.	พบที่อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา ความสูงถึงประมาณ 1600 เมตร	ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 5 ม. ใบรูปขอบขนาน รูปใบหอก หรือแกมรูปไข่กลับ ยาว 3-30 ซม. เส้นแขนงใบข้างละ 9-18 เส้น ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. ช่อดอกหลายช่อเรียงเวียนรอบข้อตามปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 12 ซม. ก้านช่อสั้นหรือยาวได้ถึง 10 ซม. ก้านดอกยาว 3.5-7.5 มม. กลีบเลี้ยงรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ยาว 1.5-2.5 มม. ดอกสีขาวหรือสีแดง หลอดกลีบดอกยาว 1-1.8 ซม. มีขนรอบปากหลอด กลีบรูปรี ยาว 2-4 มม. เกสรเพศผู้ติดใกล้ปากหลอด คาร์เพลแยกกัน เกสรเพศเมียยาว 0.4-1 ซม. รวมยอดเกสร ผลออกเป็นคู่ รูปรี ยาว 0.8-1.4 ซม.	ใช้เพาะเห็ดลม และใช้ทำบ้าน	พืชใช้สอยอื่นๆ
481	วาวี	ตานเหลือง ช้างน้าว	yellow Mai flower	ตาลเหลือง	Ochna integerrima (Lour.) Merr.	พบในป่าดิบแล้งทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย มีความชื้นปานกลาง แสงแดดส่องทั้งวัน ขึ้นได้ในดินทุกชนิด	ตานเหลืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นร่อง ผิวเปลือกเป็นขุย ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปหอกและขอบขนาน ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด ใบกว้าง 3-7 ซม. ยาว 8-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักซี่ฟัน ผิวใบเรียบมัน สีเขียวอ่อน	ทั้งต้น นำมาต้มน้ำอาบ แก้อาการ ตัวเหลือง	พืชสมุนไพร
482	วาวี	ไม้ฮ้าง รัง	Dark red meranti, Light red meranti, Red lauan	ไม้ฮ้าง	Pentacme siamensis (Miq.) Kurz	เป็นไม้ที่ทนทานต่อความแห้งแล้งและไฟป่าได้ดีมาก พบมากตามป่าแดงหรือป่าเต็งรัง ทั่วทุกภาค ยกเว้นภาคใต้	เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงถึง 20 เมตร เปลือกลำต้นสีเทา แตกเป็นร่องเป็นสะเก็ดหนาๆไปตามยาวลำต้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ติดเรียงสลับ รูปไข่โคนใบหยักเว้าลึก ส่วนปลายใบค่อนข้างมน ใบอ่อนแตกใหม่เป็นสีแดง ดอก เป็นช่อ ออกรวมกันเป็นพวงโตเหนือรอยแผลใบตามกิ่งและปลายกิ่ง ดอกย่อยสีเหลืองกลิ่นหอมอ่อน จะออกหลังจากใบได้หลุดร่วงไปหมดแล้ว กลีบดอกมี 5 กลีบ เรียงเวียนซ้อนกันเป็นรูปกังหัน ปลายกลีบม้วนซ้อนเข้า ดอกจะหลุดร่วงง่ายมาก ผล แข็ง รูปกระสวย หรือรูปไข่เล็ก ประกอบด้วยปีกสั้น 2 ปีก ปีกยาวรูปใบพาย 3 ปีก อาจยาวถึง 10 ซม. โคนปีกห่อหุ้มตัวผล มีเส้นตามยาวของปีก ตั้งแต่ 7 เส้นขึ้นไป	ใช้เลี้ยงครั่ง ผลสุก เป็นอาหารของสัตว์	พืชอาหาร
483	วาวี	ส้มปิ		ส้มปิ				ยอด กินกับน้ำพริกตาแดง	พืชอาหาร
484	วาวี	ต้างหลวง	Snowflake aralia, Snowflake tree, Snow flake tree	ต้างหลวง	Trevesia palmata (Roxb. ex Lindl.) Vis.	พบทั่วไปบริเวณหุบเขาที่ชุ่มชื้น ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ มีความชื้น ระบายน้ำดี	ต้างเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-6 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ หนาแน่นอยู่ที่ปลายยอด รูปโล่ ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นพู 5-9 พู กว้างและยาว 20-30 ซม. แผ่นใบสีเขียวแกมน้ำตาล ผิวใบมีขนละเอียดสีน้ำตาล ช่อดอกออกที่ลำต้นใกล้ปลายยอด กลีบดอกสีเหลือง ผลสด รูปกรวยคว่ำ	ดอก นำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
485	วาวี	เนระพูสีไทย ว่านค้างคาว ค้างคาวดำ	Bat flower, Bat head lily, Devil flower, Back tacca	ค้างคาวดำ (เนระพูสีไทย)	Tacca chantrieri André	พบได้ทั่วไปทุกภูมิภาคของประเทศ ในป่าดงดิบชื้น สูงจากระดับน้ำทะเล 500-1,500 เมตร ที่ได้รับความชื้นตลอดปี และมักเจอเป็นดงในเขตที่มีร่มเงาจากไม้ใหญ่ ใกล้แหล่งนํ้า	ดีงูหว้าเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยว เรียงสลับ เวียนออกเป็นรัศมี รูปขอบขนานและใบหอก ก้านใบแผ่เป็นกาบ ดอกช่อซี่ร่มชูขึ้นจากกลางกอ มีดอกย่อย 4-6 ดอก กลีบดอก 2 กลีบ สีม่วงแกมเขียวถึงสีม่วงดำ รูปไข่กลับ ใบประดับ 2 คู่ สีเขียวถึงสีม่วงดำ เรียงตั้งฉากกัน มีชั้นมงกุฎลักษณะคล้ายเส้นด้ายสีม่วงดำยื่นห้อยลงมา หน้าตาดอกเหมือนกับค้างคาวกำลังกระพือปีก ผลสดรูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม มีสันเป็นคลื่นตามยาว เมล็ดรูปไต	ใบ กินกับลาบ	พืชอาหาร
486	วาวี	ผักเปียก ชะพลู		ผักเปียก	Piper sarmentosum Roxb.	พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง	ชะพลูเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่น ใบสีเขียวเข้มเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด ต้นและใบมีกลิ่นเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดเล็กน้อย	ใบนำไปประกอบอาหาร (ใส่ในแกงปลี และกินกับน้ำพริกน้ำปู)	พืชอาหาร
487	วาวี	ตองสาด		ตองสาด	Phrynium pubinerve Blume	พบในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา และป่าดิบชื้น ขึ้นใกล้แหล่งน้ำ ที่ระดับความสูง 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล	ไม้ล้มลุกมีเหง้า อายุหลายปี เลื้อยสูง 1-3 เมตร มีเหง้าเจริญใต้ดิน มักขึ้นเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ ใบเดี่ยวงอกจากตาบริเวณเหง้าและลำต้น ชูตั้งขึ้นเหนือดิน ก้านใบค่อนข้างกลม โคนก้านใบมักมีรอยแต้มสีชมพูหรือสีชมพูอมแดง ส่วนที่เหลือด้านบนสีเขียวอ่อนหรือสีเขียวอมเทา ก้านใบยาว 10-20 เซนติเมตร กาบใบยาว 25-94 เซนติเมตร โคนก้านใบโป่งพอง ยาว 2-12 เซนติเมตร สีเขียวปนเหลือง มีขนสีน้ำตาลคล้ายก้านใบ ใบรูปใบหอกถึงรูปรีแกมขอบขนาน รูปไข่กว้างเกือบกลม กว้าง 7.5-37 เซนติเมตร ยาว 22.3-78 เซนติเมตร ปลายใบโค้งมน อาจมีติ่งแหลมเล็กน้อย โคนใบโค้งมน ปลายตัดตรงหรือเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่น ออกบริเวณก้านใบ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 เซนติเมตร มีก้านช่อดอกยาว 43-210 เซนติเมตร ดอกออกเป็นคู่ 2-4 ดอก ในแต่ละช่อย่อยมีใบประดับ รูปรีถึงรูปไข่ สีเขียวปนเหลือง ดอกสีขาวอมชมพู ยาว 1.8-2 เซนติเมตร ผลมี 1-40 ผล อยู่บนแกนช่อผล รูปทรงสามเหลี่ยม กว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 1.2-1.5 เซนติเมตร ผลสุกสีแดงสด ภายในมี 1 เมล็ด เมล็ดรูปรี	ใบ ใช้ห่อของ และรองก๋วยเมี่ยง	พืชอาหาร
488	วาวี	ส้มกุ้ง	False Black Pepper, White-flowered Embelia, Vidanga	ส้มกุ้ง	Embelia ribes Burm.f.		เป็นพรรณไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เลื้อย มีความสูงได้ประมาณ 3-6 เมตร และอาจยาวได้ถึง 13 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานแกมวงรีถึงรูปขอบขนานแกมใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่มหรือกลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.2-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-8 เซนติเมตร ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ออดอกเป็นช่อแยกแขนง โดยจะออกที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ดอกย่อยเป็นสีเขียวหรือสีขาว กลีบเลี้ยงดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกลึก ยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร กลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกลึก ลักษณะเป็นรูปวงรี ยาวประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร ด้านนอกมีขนขึ้นหนาแน่น ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม มีขนาดกว้างประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือดำ ฉ่ำน้ำ	ก้านใบนำไปประกอบอาหาร (ใส่จอผักกาด) ใบ ใช้ขัดมือ ทำให้มือสะอาด	พืชอาหาร
489	วาวี	ลิงลาว		ลิงลาว	Aspidistra sutepensis K.Larsen	ชอบขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาของภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง	ลิงลาวเป็นพืชล้มลุก แตกกอมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวออกเวียนจากลำต้นใต้ดิน รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกจากลำต้นใต้ดิน ตั้งตรงชูก้านดอกขึ้นคล้ายดอกกล้วยไม้ ดอกย่อยสีขาวอมม่วง บานจากล่างขึ้นบน ผลแบบแคปซูล สีเขียวเข้ม	ดอก ใช้ประกอบอาหาร	พืชอาหาร
490	วาวี	บอนผา		บอนผา	Alocasia evrardii Gagnep.	ชอบขึ้นตามริมลำธาร หรือใกล้ก้อนหินที่มีดินชื้นตามป่าทั่วไป แสงแดดปานกลาง	บอนผาเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ไหลทอดเลื้อยและแตกกอใหม่ได้ ก้านใบยาวออกจากเหง้าใต้ดิน ใบรูปลูกศร ดอกออกเป็นช่อเชิงลด กลีบเลี้ยงรูปใบหอก ขอบและปลายโค้งหุ้มดอก ดอกเรียงกันแน่นเป็นแท่งกลม มีกลิ่นหอมช่วยล่อแมลง ผลค่อนไปทางกลม มีรอยบุ๋มตรงกลาง เมื่อแก่จัดสีส้มหรือส้มอมแดง	ใบอ่อน ใช้ประกอบอาหาร (แกงใส่หนัง)	พืชอาหาร
491	วาวี	เต่าร้าง	Fish tail palm, Wart fish tail palm, Burmese fish tail palm, Clustered fish tail plam, Tufted fish tail palm	เต่าร้าง	Caryota mitis Lour.	พบทุกภาคของประเทศ เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี	เต่าร้างเป็นไม้ยืนต้น ตระกูลปาล์มแตกกอ มีใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปสามเหลี่ยมหยักเว้า ปลายแหลมคล้ายหางปลา โคนใบรูปลิ่ม ผิวใบสีเขียวเป็นมัน กาบใบยาว โคนกาบใบมีขนสีน้ำตาลแดงปนเทาหรือสีดำ ช่อดอกเชิงลดสีขาวอมเหลือง ออกตามซอกใบห้อยลงมา ผลเป็นกลุ่มทรงกลม เมื่อสุกสีแดงคล้ำ แต่ละผลมี 1 เมล็ด	หน่อ ใช้ประกอบอาหาร	พืชอาหาร
492	วาวี	ผักกูด	Paco	ผักกูด	Diplazium esculentum (Retz.) Sw.	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือตามลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่าน มีแสงแดดรำไร ปลูกได้ตามชายคลอง และห้วยหนอง	ผักกูดเป็นพืชไม่มีดอกจำพวกเฟิร์นที่มีต้นขนาดใหญ มีเหงาทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเปนใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยอยบาง โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ยอดใบอ่อนม้วนงอ ใต้ใบมีอับสปอร์สีน้ำตาลเรียงตามแนวเส้นใบ	ยอด นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
493	วาวี	มะเขือพวง	Pea eggplant, Turkey berry, prickly nightshade	มะเขือพวง	Solanum torvum Sw.	พบได้ทั่วไป ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,600 เมตร เติบโตได้ในที่กลางแจ้งหรือที่ร่ม ชอบความร้อนชื้นสูง แต่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ	มะเขือพวงเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นมีหนามสั้นทั่วไป แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 5-20 ซม. ยาว 7-25 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน มีขนนุ่มปกคลุมทั้ง 2 ด้าน ช่อดอก ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก ติดคงทน กลีบดอก สีขาว 5 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นรูปดาว ผลกลุ่มออกเป็นช่อ ผลย่อยรูปทรงกลม ภายในมีเมล็ดกลมแบนจำนวนมาก	ผล นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
494	วาวี	ส้มป้าน		ส้มป้าน				ผล นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
495	วาวี	ลูกชิด ตาว	Sugar palm, Sweet palm	ต๋าว	Arenga pinnata (Wrumb) Merr.	ชอบขึ้นบริเวณเชิงเขา โดยเฉพาะริมลำธาร บริเวณดินร่วน ชอบอากาศชุ่มชื้น พบมากในภาคเหนือ	ต๋าวเป็นไม้ยืนต้นอายุยืน เป็นพืชขนาดใหญ่ตระกูลปาล์ม ใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบมนและแหลม โคนใบรูปเงี่ยงใบหอก ขอบใบเรียบ ผิวใบหนา หลังใบสีอ่อน ช่อดอกเชิงลดขนาดใหญ่ออกตามซอกใบห้อยยาวลงได้มากกว่า 2 เมตร ผลกลุ่มรูปไข่สีเขียว ผลแก่สีเหลืองและดำ เมล็ดสีขาวขุ่น ลักษณะนิ่มและอ่อน แต่ละผลมี 2-3 เมล็ด ต้นต๋าวให้ผลช่วงอายุ 15-20 ปี ส่วนใหญ่ให้ผลครั้งเดียว มากที่สุดไม่เกิน 4 ครั้ง	หน่อ ใช้ประกอบอาหาร	พืชอาหาร
496	วาวี	ผักหนาม	Livid flower, Unicorn plant	ผักหนาม	Lasia spinosa (L.) Thwaites	พบขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ บริเวณริมน้ำ หรือชายน้ำ ชอบดินชื้นแฉะ	ผักหนามเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยและชูยอดขึ้น มีหนาม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปลูกศร หรือขอบใบหยักเว้าลึก แผ่นใบด้านปลายใบ ขนาด กว้าง 35 และยาว 45 ซม. แผ่นใบด้านโคนใบขนาด กว้าง 10 และยาว 25 ซม. มีหนามบริเวณเส้นใบด้านล่าง ก้านใบยาวได้ถึง 1 เมตร มีหนาม ช่อดอก แทงจากกาบใบ ก้านดอกยาวได้ถึง 75 ซม. มีหนาม ใบประดับสีน้ำตาลแกมเขียวถึงสีม่วง ยาวได้ถึง 55 ซม. บิดเป็นเกลียวเล็กน้อย กลีบดอกสีชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแกมเขียว ผลสด หนาและเหนียว	ยอด นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
497	วาวี	เปล้าเลือด กระท่อมเลือด สบู่เลือด กลิ้งกลางดง		เปล้าเลือด	Stephania venosa Spreng.	พบขึ้นในป่าทั่วไป โดยเฉพาะป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง	ไม้เลื้อย มีหัวขนาดใหญ่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กว้างถึงรูปค่อนข้างกลม กว้าง 6-12 ซม. ยาว 6-15 ซม. ก้านใบติดบนแผ่นใบใกล้ฐาน เนื้อใบบาง ผิวใบเกลี้ยง ช่อดอกเพศผู้ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกระจุกคล้ายช่อซี่ร่ม ช่อเพศเมียเป็นกระจุกแน่น กลีบดอกสีส้ม ผลเมล็ดเดียวแข็ง รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 6 มม. ออกดอกเดือน มี.ค.-พ.ค.	หัว ต้มน้ำดื่มกับข้าวจ้าว แก้ริดสีดวงทวาร	พืชอาหาร
498	วาวี	ข่าดำ		ข่าดำ	Alpinia sp.			หน่อลวกกับน้ำพริก ใส่แกงแค ใช้ราก ดอก หรือทั้งต้น แช่น้ำอาบหรือสกัดเอาน้ำมัน แก้กลากเกลื้อน แก้ลมพิษ เหน็บชา ลมตะคริว	พืชอาหาร
499	วาวี	หญ้าละออง หญ้าดอกขาว	Little ironweed	หญ้าสามวัน	Cyanthillium cinereum (L.) H.Rob.	พบขึ้นทั่วไป	ไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรง สูง 15-80 เซนติเมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรีแคบ รูปไข่ รูปหอก หรือรูปแถบ กว้าง 1.5-3.5 เซนติเมตร ยาว 3-8.5 เซนติเมตร ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง มีใบประดับรูปคล้ายระฆัง 4 ชั้น ดอกสีม่วงเข้มแล้วค่อยๆ จางลง ผลแห้ง เมล็ดล่อน รูปทรงกระบอกแคบ สีน้ำตาลเข้ม	ยาต้ม ใช้ทั้งต้น ต้มคู่กับใบมะขามป้อม ช่วยบำรุงกำลัง ลดความดันโลหิตสูง	พืชสมุนไพร
500	วาวี	มะโหกโตน,ยาแก้		มะโหกโตน,ยาแก้	Monosis volkameriifolia (DC.) H.Rob. & Skvarla	ขึ้นตามป่าดิบ มีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย ภูฏาน เมียนมา จีนตอนใต้ ไทย และเวียดนาม	ไม้ต้น สูง 3-5 ม. กิ่งมีขนนุ่มสีน้ำตาลอมเหลือง ใบเดี่ยว เรียงแบบเวียน รูปไข่กลับ หรือขอบขนานแกมรูปลิ่ม กว้าง 4-20 ซม. ยาว 15-50 ซม. ช่อดอกแบบแยกแขนงออกที่ปลายยอด ยาว 20-30 ซม. ช่อดอกย่อยเป็นกระจุก เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-8 มม. ดอกย่อยสีชมพู หรือม่วงแดง เป็นหลอด ยาว 7-8 ซม. ผลแห้งเมล็ดล่อน รูปขอบขนานแกมทรงกระบอก ยาว 3-4 มม. มีสัน 10 สัน แพปพัส มี 2 วง ออกดอกเดือน ต.ค.-เม.ย.	หน่อลวกกับน้ำพริก ใส่แกงแค ใช้ราก ดอก หรือทั้งต้น แช่น้ำอาบหรือสกัดเอาน้ำมัน แก้กลากเกลื้อน แก้ลมพิษ เหน็บชา ลมตะคริว	พืชอาหาร
501	วาวี	จ้ำก้อง		จ้ำก้อง	Ardisia macrocarpa Wall.			ยาต้ม ใช้ทั้งต้น ต้มคู่กับใบมะขามป้อม ช่วยบำรุงกำลัง ลดความดันโลหิตสูง	พืชสมุนไพร
502	วาวี	หมีเหม็น	Soft bollygum	หมีเหม็น	Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Rob.	พบในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วไป	ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 5-15 เมตร เปลือกสีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม เป็นคู่ ตั้งฉากกัน ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด รูปไข่กลับ กว้าง 9 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบเรียบ ผิวใบหนา สีเขียวเข้ม ช่อดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบรวมหรือมี 1-3 กลีบ ดอกย่อยเล็ก สีเขียวปนเหลือง เกสรเพศผู้จำนวนมาก มีกลิ่นหอม ผลสด ออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ รูปทรงกลม ผลสุกสีม่วงเข้ม มีกลิ่นเหม็น	ใบใช้สระผม โดยผสมกับน้ำด่างขี้เถ้า แก้รังแค	พืชสมุนไพร
503	วาวี	มะแฮะนก		มะแฮะนก	Flemingia lineata var. lineata			ใช้รากต้มน้ำดื่ม บำรุงไขข้อเส้นเอ็น แก้โรคไต	พืชสมุนไพร
504	วาวี	หัวข้าวเย็นเหนือ		หัวข้าวเย็นเหนือ	Smilax corbularia Kunth	พบขึ้นตามป่าดงดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง พบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นหรือเลื้อยไปตามพื้นดิน อาจเลื้อยได้ยาวถึง 5 เมตร ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย เถามีหนามแหลมโดยรอบกระจายอยู่ห่าง ๆ ที่โคนใบยอดอ่อนมีมือเป็นเส้น 2 เส้นไว้สำหรับจับยึด และมีหัวเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินและมีรากแตกอยู่ใต้ดินมาก หัวมีลักษณะกลมยาวเป็นท่อน ๆ ท่อนละประมาณ 5-15 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-5 เซนติเมตร รากที่เจาะลึกลงใต้ดินจะมีความยาวสูงสุดเกือบ 1 เมตร เนื้อไม้แข็ง ผิวแดงและขรุขระ ส่วนเนื้อในเหง้าเป็นสีเหลืองอ่อน เมื่อแก่เต็มที่จะเป็นสีแดงน้ำตาลอ่อน เนื้อละเอียด มีรสมัน ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปรียาว รูปรีแกมรูปใบหอกหรือรูปกลมรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5-18 เซนติเมตร หน้าใบเป็นสีเขียว ส่วนหลังใบมีขนสีขาวปกคลุม ใบมีเส้นใบหลักประมาณ 5-7 เส้น มีเส้นกลาง 3 เส้นที่เด่นชัดกว่าเส้นที่เหลือด้านข้าง เชื่อมกับเหนือโคนใบ 3-5 มิลลิเมตร แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ใบอ่อนจะค่อนข้างป้อม ก้านใบยาวประมาณ 0.5-2 เซนติเมตร ส่วนมือจับยาวได้ถึง 12 เซนติเมตร ออกดอกตามซอกใบที่โคนต้นหรือกลางต้น ลักษณะของช่อดอกเป็นแบบช่อซี่ร่ม มีประมาณ 1-3 ช่อดอก ดอกมีขนาดเล็ก ก้านช่อดอกสั้น ยาวประมาณ 1-1.7 เซนติเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่กันคนละต้น (บ้างว่าอยู่กันคนละช่อแต่อยู่บนต้นเดียวกัน) ดอกมีใบประดับย่อยลักษณะเป็นรูปไข่กว้าง ดอกเป็นสีเขียวปนขาว มีกลีบรวม 6 กลีบ ลักษณะเป็นรูปรีหรือเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน กลีบวงในมักแคบกว่ากลีบวงนอก ช่อดอกเพศผู้มีดอกประมาณ 20-40 ดอกต่อหนึ่งช่อ มีเกสรเพศผู้จำนวน 6 ก้าน อับเรณูเป็นรูปขอบขนาน ส่วนช่อดอกเพศเมียมีดอกประมาณ 15-30 ดอกต่อหนึ่งช่อ รังไข่จะอยู่เหนือวงกลีบ ลักษณะเป็นรูปรี ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร มี 3 ช่อง ในแต่ละช่องมีออวุลประมาณ 1-2 เมล็ด มีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน 3 ก้าน ลักษณะเป็นรูปคล้ายเข็ม โดยจะออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม	หัวมีสีดำ ใช้หัวดองเหล้า หรือต้ม แก้เจ็บหลัง เจ็บเอว	พืชสมุนไพร
505	วาวี	ไฟเดือนห้า	False Ipecacuanha, Milk Weed, Bloodflower	ไฟเดือนห้า	Asclepias curassavica L.	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน เป็นวัชพืชทั่วไป	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 0.5-1.5 ม. มีน้ำยางขาวกิ่งอ่อนและช่อดอกมีขน ใบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปใบหอกกว้าง 2-3 ซม. ยาว 6-13 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กบีบดอกสีแดง ระยางค์รูปมงกุฎสีเหลือง ผล แห้งแตกได้ เมล็ด สีน้ำตาลมีขนสีขาว	ใช้ทำแป้งเหล้า แก้ไข้ ตัวร้อน	พืชสมุนไพร
506	วาวี	พฤกษ์ ผักตุ๊ด (ตะคึก) มะรุมป่า พญากะบุก	Lebbeck, Lebbek tree	ผักตุ๊ด (ตะคึก)	Albizia lebbeck (L.) Benth.	ขึ้นได้ดีในพื้นที่เสื่อมโทรม เป็นไม้เบิกนำที่ดี พบขึ้นอยู่ตามป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของไทย พบในเขตร้อนของทวีปเอเชียและแอฟริกาตามป่าผลัดใบทั่วไป ออกดอกและติดฝักช่วงเดือนมีนาคม-ธันวาคม	ไม้ต้น สูง 10-25 ม. ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก แกนช่อใบยาวถึง 15 ซม. บริเวณโคนมีต่อมรูปรี ขนาด 3 มม. ออกตรงข้ามกัน ใบรูปขอบขนานแกมสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน กว้าง 1-2.5 ซม. ยาว 1.5-4 ซม. ดอกสีเขียวอ่อนปนเหลือง ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกรวมกันเป็นกลุ่ม ขนาด 4 ซม. ก้านชูยาว 10 ซม. กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรผู้จำนวนมากยาว 2-4 ซม. ผลเป็นฝักแบน รูปขอบขนานปลายและโคนสอบ กว้าง 2 ซม. ยาว 12 ซม. เมื่อแก่จะแตกด้านข้าง	ใช้ใบอ่อนประกอบอาหาร หรือแกงใส่ปลาแห้ง	พืชอาหาร
507	วาวี	หวดหม่อน สันโสก สมัดใหญ่ (หัสคุณเทพ/หมุย)		หวดหม่อน (หัสคุณเทพ/หมุย)	Clausena excavata Burm.f.	พบตามป่าดงดิบ ป่าละเมาะ	ไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง แกตกกิ่งก้านมาก สูง 1.5-4 ม. ก่ิงก้านมีขนสั้นๆ ที่บริเวณปลายกิ่ง ใบ ประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 15-30 ใบ รูปขอบขนานหรือรูปเคียว กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว 3-8 ซม. ท้องใบมีขนบางๆ โคนใบเบี้ยว ดอกช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ผล สด รูปกระสวยสีแดง	ใช้ต้น เข้ายาแก้กินผิด หรือใช้ฝน กินน้ำ	พืชสมุนไพร
508	วาวี	เฟิร์นตีนมังกร หญ้ายายเภา		กูดก้อง	Lygodium flexuosum (L.) Sw.	ชอบแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด พบในป่าทั่วไป	ไม้เถามีเหง้าสั้นอยู่ในดิน มีขนสีน้ำตาลปกคลุม มีใบประกอบ 5 ชั้น ก้านใบชั้นแรกยาวได้มากกว่า 50 ซม. โคนก้านสีน้ำตาลมีขนปกคลุม แกนกลางใบหรือก้านใบชั้นที่ 2 มีครีบสันตลอดความยาว มีขนปกคลุม แกนย่อยชั้นแรกหรือก้านใบชั้นที่ 3 ยาว 5 มม. มีขนปกคลุมและขนชี้ลง ก้านใบชั้นที่ 4 เป็นใบประกอบแบบขนนก 1-2 ชั้น รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม ปลายแหลม กว้าง 7-12 ซม. ยาว 10-25 ซม. ก้านใบชั้นที่ 5 เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 แฉก หรือใบเดี่ยว โคนของแฉกเว้าแบบหัวใจ ขนาดใบกว้าง 2.5 ซม. ยาว 15 ซม. ปลายแหลม ขอบใบจักซี่ฟัน เป็นครีบสันมีขนประปราย ที่โคนใบและก้านไม่มีข้อต่อที่จุดเชื่อม แผ่นใบบางและเรียบ อับสปอร์เกิดที่ส่วนติ่งยื่นออกจากขอบใบย่อยชั้นสุดท้าย	แกงใส่หน่อไม้ เหง้า ต้มน้ำดื่ม แก้มะเร็ง น้ำเหลืองเสีย	พืชสมุนไพร
509	วาวี	ส้มขุ่ย มะขุย		ส้มขุ่ย	Embelia sessiliflora Kurz		ไม้เลื้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี หรือรูปรีแกมรูปใบหอก กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 5-9 ซม. เนื้อใบหนาคล้ายหนัง ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกขนาดเล็ก ผลกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 มม. เมื่อสุกสีม่วงเข้มถึงดำ	ยอดอ่อนกับน้ำพริกตาแดง	พืชอาหาร
510	วาวี	ไก๋		ไก๋	Ternstroemia gymnanthera (Wight & Arn.) Sprague	มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน ประเทศไทยพบตามป่าดิบหรือป่าผลัดใบ ที่ระดับความสูง 300-1,700 ม. ออกดอกและติดผลช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม	ไม้ต้น สูง 10-15 ม. ใบเป็นเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่งแผ่นใบเหนียว หนา รูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง 2-2.5 ซม. ยาว 5-8 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกสีเหลืองถึงเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อสั้นๆ กลีบดอกเกือบกลม ขนาดยาว 0.7-1 ซม. เกสรผู้มีจำนวนมากในดอกเพศผู้ หรือมีเพียงอันเดียวในดอกสมบูรณ์เพศ ผลสีน้ำตาลแดงรูปไข่หรือเกือบทรงกลม ขนาดกว้าง 1.2 ซม. ยาว 1.5 ซม.	เปลือก ใช้ทำธูป มีกลิ่นหอม	พืชอาหาร
511	วาวี	ขางขี้แข้น		ขางขี้แข้น				ยอดอ่อน กินกับตำไข่มดแดง ลาบ น้ำพริก หรือนำมาส้า	พืชอาหาร
512	วาวี	ผักมองกอง		ผักมองกอง				ยอดอ่อน กินกับลาบ น้ำพริก	พืชอาหาร
513	วาวี	หญ้ามุ้งเต่า		หญ้ามุ้งเต่า	รูปคลายมะขามป้อม			กินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
514	วาวี	เอนอ้า เอนอ้าขน, จุกนารี, โคลงเคลง		เอนอ้า	Osbeckia stellata Buch.-Ham. ex Ker Gawl.	พบขึ้นตามที่โล่ง ทุ่งหญ้า และสันเขาที่ชื้นแฉะ สามารถพบได้จนถึงระดับความสูง 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล	เอนอ้าเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่แกมรูปใบหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบมีขนแข็งปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีอย่างละ 4 กลีบ อับเรณูเรียวยาวปลายเป็นจะงอยรูปตัวเอส (S) ผลแบบแคปซูล รูปคนโฑ มีเมล็ดเป็นจำนวนมาก	กินเป็นผลไม้ รากต้มน้ำดื่ม แก้ไข้	พืชอาหาร
515	วาวี	หัวข้าวเย็นใต้ ยาหัว (หัวข้าวเจ้า/ขางหัวเหล็ก)		หัวข้าวเย็นใต้ (หัวข้าวเจ้า/ขางหัวเหล็ก)	Smilax glabra Roxb.		ไม้เถาเนื้อแข็ง ลงหัว เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น หรือตามพื้นดิน อาจยาวได้ถึง 5 เมตร ลำต้นกลมหรือเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย เถามีหนาม กระจายห่างๆ หัวมีเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีกว้าง ถึงรูปรีแกมรูปใบหอก ปลายมนหรือเว้าตื้น และเป็นติ่งแหลมสั้น ฐานใบมน ขอบเรียบ แผ่นใบหนา คล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นใบหลัก 5-7 เส้น ดอกแบบช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม 1-3 ช่อดอก ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง ดอกแยกเพศต่างต้น ใบประดับย่อยรูปไข่กว้าง ดอกสีเขียว กลีบรวม 6 กลีบ รูปรี หรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน ผลทรงกลม แบบผลมีเนื้อ มี 1 หรือ 2 เมล็ด หัวที่มีเนื้อสีแดงเข้ม	หัวมีสีขาว ยาต้ม ใช้หัว แก้กินผิด เบื่อเมา นำไปต้มกับเห็ด ถ้าเป็นเห็ดผิด น้ำต้มจะสีม่วง แก้มะเร็ง	พืชสมุนไพร
516	วาวี	ตาไก่		ตาไก่	Ardisia oxyphylla Wall. ex A.DC.	พบตามป่าดิบ	ไม้ต้น	ผล เอาไปคั่วก่อนกิน ทานเป็นของกินเล่น	พืชอาหาร
517	วาวี	มะกล่ำต้น มะแค่ก	Red Sandalwood Tree	มะกล่ำตาไก่	Adenanthera pavonina L.	พบตามป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ หรือตามชายป่าหรือที่เปิด ที่ระดับความสูงไม่เกิน 700 เมตร	ไม้ต้น สูงถึง 20 เมตร กิ่งมีขน ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ปลายคี่ ใบย่อยเรียงแบบสลับ แผ่นใบย่อยรูปรี ยาว 1.6-3 เซนติเมตร กว้าง 1-2 เซนติเมตร ฐานป้านหรือเบี้ยวเล็กน้อย ปลายกลมหรือเว้าเล็กน้อย ขอบเรียบ ดอกแบบช่อเชิงลด ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด กลีบเลี้ยง มี 5 กลีบ รูปไข่ โคนกลีบเชื่อมกันปลายแยก กลีบดอก มี 5 กลีบ รูปรี โคนกลีบเชื่อมกันปลายแยก เกสรเพศผู้มีอับเรณูรูปขอบขนาน เกสรเพศเมีย มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ผลเป็นฝักแบน บิดโค้ง ผลแก่สีน้ำตาล แห้งแล้วแตก เมล็ดแบน	ยอดอ่อน กินกับน้ำพริก ขับเสมหะในท้อง (ท้องผูก) แก้ไอ	พืชอาหาร
518	วาวี	บ่าก้วยฤาษี กล้วยฤาษี จันป่า มะเขือเถื่อน		บ่าก้วยฤาษี	Diospyros glandulosa Lace	พบขึ้นตามป่าดิบเขา และป่าทุ่งหญ้า ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 750-1,500 เมตร	ไม้ต้นขนาดกลางสูง 5-15 เมตร เปลือกสีน้ำตาลแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันรูปมนหรือขอบขนาน กว้าง 3-5.5 ซม.ยาว 8-14 ซม.โคนสอบทู่ๆ ปลายหยักเป็นติ่งแหลมสั้น หลังใบมีขนนุ่ม ดอก ออกเป็นช่อ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้อยู่รวมกันเป็นช่อเล็กๆตามง่ามใบ ช่อหนึ่งมีหลายดอก ทั้งกลีบดอก และกลีบรองกลีบดอก มีอย่างละ 4-5 กลีบ ก้านดอกมีขนนุ่ม กลีบรองกลีบดอกยาว 4-6 มม. โคนกลีบเป็นรูปถ้วยปากกว้าง มีขนยาวๆ เป็นเส้นไหม กลีบดอกยาว 6-8 มม. โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปเหยือกน้ำ เกสรตัวผู้มี 14-30 อัน ดอกเพศเมียออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามง่ามใบ ลักษณะคล้ายดอกเพศผู้แต่ขนาดใหญ่กว่า ผล กลมหรือค่อนข้างกลมแป้น โต วัดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-4 ซม. สูง 2.5-3.5 ซม.ผลแก่มีขนเป็นกระจุกแน่นตามบริเวณกลีบขั้วและปลายผล กลีบขั้วเหยียดแผ่ ขอบกลีบเป็นคลื่นบ้างเล็กน้อย ผลแก่เป็นสีดำ	กินเป็นผลไม้ ราก กิ่ง ต้มน้ำดื่ม บำรุงกำลัง	พืชอาหาร
519	วาวี	คมแฝก (หญ้าคมบาง/กุงดูก) หญ้าสามคม		คมแฝก (หญ้าคมบาง/กุงดูก)	Scleria levis Retz	พบได้ทั่วไปในพื้นที่ป่าโปร่ง เปิดโล่ง และตามชายป่าในป่าดิบแล้ง เช่นที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 130 เมตร	ไม้ล้มลุก มีอายุได้หลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะเป็นข้อแข็ง ๆ ลำต้นมีความสูงได้ถึง 1.5 เมตร ลำต้นบนดินเรียวยาว เป็นสันสามเหลี่ยมคม ที่มุมสากมือ ผิวเรียบหรือมีขน กาบใบแผ่เป็นครีบ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับซ้อนกันเป็น 3 เส้า ลักษณะของใบเป็นรูปดาบแคบยาว มีขนาดกว้างได้ถึง 1 เซนติเมตร และยาวได้ถึง 1 เมตร ผิวใบเรียบถึงมีขน ออกดอกเป็นช่อแบบแยกแขนง ยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร โดยจะออกที่ปลายยอด ดอกเป็นแบบแยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยมีจำนวนมาก สีน้ำตาล ไม่มีกลีบดอก มีวงใบประดับรองรับ ช่อดอกย่อยเพศผู้เป็นรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร ส่วนช่อย่อยดอกเพศเมียเป็นรูปไข่ มีกาบช่อย่อย ผลเป็นผลแห้งไม่แตก ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมหรือรูปไข่แกมรูปทรงกลม สีขาว ผิวมัน และมีขนเล็กน้อย มีขนาดยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ฐานรองผลยาวคลุมครึ่งหนึ่งของผล ปลายเป็นติ่งหนาม	ใช้เหง้า ผสมข้าวจ้าว ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดปัสสาวะขัด และรักษามะเร็ง	พืชสมุนไพร
520	วาวี	คำเตี้ย ต่างไก่เตี้ย ปีกไก่ดำ		ม้าแม่ก่ำ	Polygala chinensis L.	พบที่อินเดีย จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามที่โล่ง ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร มีความผันแปรสูง	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 60 ซม. มีขนหนาแน่นตามกิ่ง ใบ และช่อดอก ใบรูปขอบขนานถึงรูปแถบ แกมรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ยาว 1-7 ซม. ก้านใบยาว 1-2 มม. ช่อดอกออกสั้น ๆ ตามซอกใบ ใบประดับรูปไข่ ยาวประมาณ 0.5 มม. ก้านดอกยาว 0.5-1.5 มม. กลีบเลี้ยง 3 กลีบนอกรูปไข่ คู่ล่างยาว 1.5-2 มม. กลีบบนยาว 2-2.8 มม. คู่ในรูปขอบขนาน เบี้ยว ยาว 4.2-7 มม. ขอบมีขนครุย ดอกสีขาวอมเขียวหรืออมชมพู ยาว 3.5-4.5 มม. กลีบคู่บนรูปใบพาย ยาว 3.2-5 มม. กลีบล่างยาวกว่าคู่บนเล็กน้อย รยางค์ยาว 2-2.5 มม. แผ่นเกสรเพศผู้ยาวเท่า ๆ กลีบดอก ก้านเกสรเพศเมียยาว 3.5-5.5 มม. ปลายโค้ง ผลรูปกลมกว้าง ปลายเว้า เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5-4.5 มม. มีขนประปราย เยื่อหุ้มเมล็ดจัก 3 พู	ใช้รากหรือทั้งต้น ต้มน้ำดื่มหรือดองเหล้า บำรุงกำลัง บำรุงสมรรถภาพ	พืชสมุนไพร
521	วาวี	สลักป่า ยอป่า	Hairy Noni	สลัก	Morinda coreia Buch.-Ham.	พบในป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ	ไม้ต้นกึ่งพุ่มขนาดกลางความสูง 5 เมตร ลำต้นมักคดงอ เรือนยอดเป็นพุ่มรี ใบเดี่ยว รูปรีหรือไข่หัวกลับ เรียงตัวแบบเวียนสลับ หรือแบบตรงข้ามสลับตั้งฉาก ปลายใบมนหรือแหลม ฐานใบแหลมหรือเบี้ยว ขอบใบเรียบหรือมีขน ผิวใบมีขนสั้นนุ่ม ปกคลุม ก่อนร่วงใบมีสีเหลือง ขนาดของใบ 4-7 x 8-17 เซนติเมตร ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ดอกอยู่เป็นกลุ่ม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดรูปแจกันทรงสูง ออกดอกเมษายน-กรกฎาคม เป็นผลรวม เนี้อเยื่อข้างในผลสีขาวมีน้ำมาก เมล็ดบิดเดบี้ยว ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่มีสีดำ ผลออกช่วงพฤษภาคม-สิงหาคม เปลือกนอกสีน้ำตาลแดงหรือสีเทา แตกแบบสี่เหลี่ยมหรือแตกแบบรอยไถ	ใช้ต้น ฝน ดื่มน้ำ แก้กินผิด รากมีสีเหลือง	พืชสมุนไพร
522	วาวี	เครือเขามวก กุมาริกา สร้อยมาลี		เครือเขามวก	Parameria laevigata (Juss.) Moldenke	เขตการกระจายพันธุ์กว้าง พบตั้งแต่จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและภูมิภาคมาเลเซีย ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น หรือตามป่าโปร่ง จนถึงระดับความสูงประมาณ 900 เมตร	พืชดอก ไม้เถา ลำต้นเลื้อยพันไม้อื่น มีน้ำยางขาว ใบ รูปรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมยาว โคนใบรูปลิ่ม แผ่นใบมีขนหยาบตามง่ามเส้นแขนงใบด้านล่างคล้ายตุ่มใบ มีเส้นแขนงใบ 3-6 เส้น ในแต่ละข้าง ช่อดอกแบบช่อกระจุกสั้นๆ 3-5 กระจุก แยกแขนง ออกตามปลายกิ่ง ยาวได้ประมาณ 15 ซม. หรือออกสั้นๆ ตามกิ่ง ใบประดับขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีจำนวนอย่างละ 5 กลีบ กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาวประมาณ 1 มม. มีเกล็ดแผ่เป็นวงที่โคนหลายอัน กลีบดอกสีขาวหรือชมพู เรียงซ้อนเหลื่อมด้านซ้ายในตาดอก ดอกบานรูปดอกเข็ม หลอดกลีบดอกยาวประมาณ 2 มม. เกลี้ยงด้านใน กลีบดอกยาว 2-4 มม. เบี้ยวเล็กน้อย เกสรเพศู้ 5 อัน ติดภายในหลอดกลีบใกล้โคน ก้านเกสรสั้น อับเรณูรูปเงี่ยงลูกศร ปลายแหลมยาว ยาวประมาณ 1 มม. แนบติดส่วนปลายเกสรเพศเมีย จานฐานดอกแยกเป็น 5 พู รังไข่ขนาดเล็ก มีขนด้านบน มี 2 คาร์เพล แนบติดกันเรียวยาวเป็นก้านเกสรเพศเมีย ยาวประมาณ 1 มม. ผลเป็นฝักคู่ เรียวยาว ยาว 12-27 ซม. คอดตามเมล็ด เมล็ดรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ม้วนเข้าเล็กน้อย ยาวได้ประมาณ 1 ซม. ปลายมีกระจุกขน ยาวได้ประมาณ 3 มม.	แก้มะเร็ง/ใบ ใช้นึ่ง กินแทนเมี่ยง	พืชสมุนไพร
523	วาวี	ส้มป่อย	Soap pod, Shikakai	ส้มป่อย	Acacia concinna (Willd.) DC.	ขึ้นได้ทั่วไป พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	"ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามตามลำต้น กิ่ง ก้านและใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 7-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ช่อดอก ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกลม กลีบดอกเป็นหลอด สีนวล ผลเป็นฝัก สีน้ำตาลดำ ผิวย่นขรุขระ ขอบเป็นคลื่น
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ส้มป่อยธรรมดา และส้มป่อยหลวง ชุมชนใช้ประโยชน์จากส้มป่อยธรรมดามากกว่า เนื่องจากส้มป่อยหลวงพบไม่มาก"	ยอดอ่อน ใส่ในแกงส้ม แกงปลา/ ฝัก ใช้ในพิธีกรรม และทำแชมพูสระผม	พืชอาหาร
524	วาวี	บ่าฮู้ (บ่าตาปู)		บ่าฮู้ (บ่าตาปู)	Rubus sp.			ใช้ราก ต้มน้ำดื่ม แก้ริดสีดวง และใช้เข้ายามะโหกโตน	พืชสมุนไพร
525	วาวี	แคหางค่าง, แคหัวหมู		แคหางค่าง	Markhamia stipulata (Wall.) Seem.	พบขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขาของประเทศไทย ชอบขึ้นตามริมลำธาร	ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นตรงมักแตกกิ่งต่ำ เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบและเบี้ยว ขอบใบหยักตื้นๆ ผิวใบเรียบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามปลายกิ่ง ประมาณ 3-7 ดอก ดอกย่อยขนาดใหญ่สีขาวรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ขอบกลีบจะย่นเป็นริ้ว ผลเป็นฝักชนิดเปลือกแข็ง 2 ชั้น รูปขอบขนาน บิดไปมา เมล็ดแบนมีเยื่อบางๆ ติดหัวท้ายคล้ายปีก	ดอก ลวกกินกับน้ำพริก แกงหรือส้า แก้ไข้สามฤดู	พืชอาหาร
526	วาวี	มะขามป้อม	Emblic myrabolan, Malacca tree	มะขามป้อม	Phyllanthus emblica L.	พบประปรายในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงทั่วไป มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี	ขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเดี่ยว ออกตามกิ่งและซอกใบจำนวนมาก เป็นผลสด รูปทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อหนา มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ดกลม สีเขียวเข้ม	ผล แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอ หรือดอง กินเป็นยาอายุวัฒนะ มีวิตามินสูง เปลือก นำไปปิ้งไฟ ขูดเอาเนื้อจากเปลือก ช่วยสมานแผล น้ำมะขามป้อม ช่วยสลายฤทธิ์การทำคลีโม	พืชสมุนไพร
527	วาวี	บ่าแหน (สมอภิเภก)	baher, beleric, bastard myrobalan	บ่าแหน (สมอภิเภก)	Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb.	พบทั่วไปในป่าผลัดใบ ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง ที่ใกล้ระดับน้ำทะเลไปจนถึง 500 เมตร	"พืชดอก ไม้ต้น สูงประมาณ 40 เมตร มักมีพูพอนขนาดใหญ่ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเกือบตรงข้าม รูปไข่กลับ ยาว 4-16 เซนติเมตร กว้าง 2-10 เซนติเมตร ปลายใบมนหรือกลม ฐานใบกลมหรือตัด หรือเบี้ยว แผ่นใบหนาคล้ายหนัง ผิวใบเกลี้ยง มีต่อม 2 ต่อมที่รอยต่อระหว่างก้านใบและแผ่นใบ ดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก กลีบดอกสีขาว
 ผล: ผลแห้งแตก รูปเกือบกลมหรือรูปไข่กว้าง มีสัน 5 สัน มีขนคล้ายกำมะหยี่ จะทิ้งใบในช่วงสั้นๆ ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และใบอ่อนจะขึ้นมาใหม่พร้อมกับตาดอกในเดือนมีนาคม-เมษายน"	เนื้อในเมล็ด คั่วทานเป็นของกินเล่น ปรับสมดุลธาตุ ใช้ผลดองกับน้ำผึ้งหรือต้มน้ำดื่ม	พืชอาหาร
528	วาวี	เปล้าหลวง		เปล้าหลวง	Croton persimilis Müll.Arg.	ชอบขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าละเมาะ หรือที่โล่งแจ้ง	เปล้าหลวงเป็นไม้พุ่มกึ่งยืนต้น เปลือกสีเทาค่อนข้างเรียบ ใบเดี่ยวออกเวียนสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี ขอบใบจักฟันเลื่อยห่างๆ ผิวใบด้านบนมีต่อมขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเป็นช่อยาวออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง สีขาวอมเขียว ผลแห้งแตกทรงกลม มี 3 พู มี 1 เมล็ด	ใช้ต้นและใบ ต้มน้ำอาบ หรือรม เวลาหญิงคลอดลูกใหม่อยู่ไฟ	พืชสมุนไพร
529	วาวี	ไผ่ไร่		ไผ่ไร่	Gigantochloa albociliata (Munro) Kurz	พบตามป่าผสมผลัดใบ และที่รกร้างในป่าดิบแล้ง ต่างประเทศพบในอินเดียถึงภูมิภาคอินโดจีน	ไผ่ อายุหลายปี เป็นกอ เหง้าสั้น ลำต้นตั้งตรง สูง 6-10 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น ยาว 12-25 เซนติเมตร มีเนื้อไม้ ปล้องกลม กาบใบ ยาว 10-20 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่ม ลิ้นใบ ยาว 1.2-2.5 เซนติเมตร แผ่นใบ รูปใบหอก ยาว 10-20 เซนติเมตร ที่ฐานแผ่นใบมีส่วนคล้ายก้านใบ ปลายใบเรียวแหลม ไม่มีเส้นใบตามขวาง ช่อดอกอยู่เป็นกลุ่มคล้ายรูปดาว มีใบประดับรองรับช่อดอก ช่อดอกย่อยไม่มีก้าน รูปใบหอก ประกอบด้วย 2-3 ดอกย่อย ดอกย่อยที่ฐาน 1 ดอกเป็นหมัน กาบช่อย่อยติดทน ขนาดสั้นกว่าช่อดอกย่อย กาบช่อย่อยล่างและกาบช่อย่อยบนคล้ายกัน กาบช่อย่อยบนรูปไข่ มีขนครุยที่ขอบ ดอกย่อยไม่มีกลีบเกล็ด อับเรณูมี 6 อัน ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉก รังไข่มีติ่งรูปกรวย มีขนสั้นนุ่ม แบบผลแห้งเมล็ดติด รูปขอบขนาน	ใช้ลำ และกินหน่อ	พืชอาหาร
530	วาวี	ไผ่ข้าวหลาม	Tinwa Bamboo	ไผ่ข้าวหลาม	Cephalostachyum pergracile Munro	เจริญได้ดีในสภาพป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นทั่วไป	ไผ่ข้าวหลามเป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นตรง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-8 ซม. เนื้อลำบางหนาไม่ถึง 5 มม. ปล้องยาว 20-45 ซม. ลำต้นสีเขียวปนเทา กาบสีหมากสุก กาบหุ้มลำหลุดร่วงง่าย มีการแตกกิ่งขนาดเท่าๆ กันรอบข้อ ใบรูปลิ่มกว้าง 3-6 ซม. ยาว 15-30 ซม. ขอบใบสากคม ครีบใบเห็นได้ชัดมาก ขอบมีขนสีจางๆ กระจังใบแคบมาก กาบหุ้มใบไม่มีขน ขอบกาบหุ้มใบมีขนสีขาว โคนใบกลม ช่อดอกออกเป็นกลุ่ม ก้านดอกสั้น มีกลีบหุ้มดอกขนาดใหญ่ กลีบดอกมี 3 กลีบ หน่อมีขนาดใหญ่	ใช้ลำ	พืชอาหาร
531	วาวี	ไผ่ซางป่า	Giant Bamboo	ไผ่ซางป่า	Dendrocalamus strictus (Roxb.) Nees	กระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย มาเลเซีย พม่า อินโดนีเซีย โดยทั่วไปจะพบมากทางภาคกลาง และภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง เช่น ในบริเวณหุบเขาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่และลำปาง	เป็นไม้ไผ่หน่ออัดใบ ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ไม่มีหนาม ผิวเป็นมัน มีกิ่งแขนงมาก สูงประมาณ 6-20 ซม. มีเนื้อหนาประมาณ 5-8 มม. ปล้องยาวประมาณ 15-50 ซม. เนื้อไม้หยาบ โดยทั่วไปลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-12.5 ซม. ถ้าพบบริเวณเนินเขาสูงลำต้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5-10 ซม. กาบหุ้มลำในปล้องต่ำ ๆ จะสั้นประมาณ 8-30 ซม. ข้างนอกกาบจะมีขนแข็งสีน้ำตาลเหลือง ในพื้นที่แห้งแล้งอาจจะไม่มีขนขณะที่ยังอ่อน กาบหุ้มลำมีสีเขียวอมเหลือง ครีบกาบเล็กหรือไม่มี่ กระจังกาบแคบ หยัก ใบยอดกาบตรงเป็นรูปสามเหลี่ยมแคบ ๆ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นมุมป้าน ขนาดใบยาว 12-30 ซม. กว้าง 1-2.5 ซม.ลักษณะใบ ท้องใบมีขนอ่อนแน่น เส้นลายใบ 2-6 เส้น เส้นลายใบย่อย 5-7 เส้น ขอบใบสากคม ก้านใบแบน ยาว 0.2-0.5 ซม. ครีบใบไม่ค่อยเห็น กระจังใบโค้งเข้า ปลายรูปมนหรือกลม มีหยัก กาบใบข้างนอกไม่มีขน หน่อมีขนาดเล็กกว่าหน่อไผ่ตง	ใช้ลำ และกินหน่อ	พืชอาหาร
532	วาวี	ยาแก้ฮากเหลือง		ยาแก้ฮากเหลือง	Euphorbia coccinea B.Heyne ex Roth			ใช้ราก ต้มน้ำดื่ม บำรุงกำลัง เจริญอาหาร แก้ไข้	พืชสมุนไพร
533	วาวี	หนาดเงิน หนาดดอย หนาดเหลี่ยม	Winged Spermatowit	หนาดเงิน	Laggera pterodonta (DC.) Sch.Bip. ex Oliv.		ไม้ล้มลุกฤดูกาลเดียว มีความสูงของต้นได้ถึง 2 เมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง แตกกิ่งก้านเป็นสันสี่เหลี่ยมแผ่เป็นปีกบาง ๆ สีเขียว มีขนละเอียด ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนานถึงรูปไข่กลับ ใบบริเวณโคนต้นมีขนาดกว้างประมาณ 6-12 เซนติเมตร และยาวประมาณ 14-26 เซนติเมตร ส่วนใบบริเวณปลายกิ่งจะแคบกว่า โดยจะมีขนาดกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-12 เซนติเมตร แผ่นใบมีขนละเอียดทั้งสองด้าน หลังใบเป็นสีเขียวหม่นถึงสีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบเป็นสีเขียว ออกดอกเป็นช่อกระจุกแน่นแยกแขนงหรือเชิงหลั่น โดยจะออกตามซอกใบ มีชั้นใบประดับ กลีบดอกเป็นสีม่วงเข้ม เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ผลเป็นผลแห้ง ลักษณะของผลเป็นรูปเส้นยาว ขอบเป็นสัน ไม่แตก และมีขนละเอียด	ใช้รากผสมข้าวจ้าว ต้มน้ำดื่ม แก้เจ็บหลัง เจ็บเอว ปวดข้อ	พืชสมุนไพร
534	วาวี	หมามุ่ย	Velvet bean	หมามุ่ย	Mucuna pruriens (L.) DC.	อินเดีย ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยขึ้นกระจายทั่วไปตามชายป่าและที่โล่ง ที่ระดับความสูง 300-1,200 เมตร	ไม้เถาเลื้อยพัน อายุปีเดียว เลื้อยพันไปได้ไกล ยาว 2-10 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มี 3 ใบย่อย รูปไข่หรือรูปไข่แกมสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน กว้าง 3-10 เซนติเมตร ยาว 5-15 เซนติเมตร มีขนสีเทาทั้งสองด้าน ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกที่ซอกใบ ยาว 15-35 เซนติเมตร มีขนแน่น ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันปลายแยกเป้น 2 พู มีขนแน่น กลีบดอก 5 กลีบ รูปดอกถั่ว สีม่วงแดง เกสรเพศผู้ 10 อัน เชื่อมติดเป็นสองกลุ่ม รังไข่เหนือวงกลีบ ผลเป็นฝักแบบถั่ว รูปทรงกระบอก ส่วนปลายโค้ง มีขนสีน้ำตาลแน่น หลุดร่วงง่าย เมล็ดรูปรี สีขาวหรือสีเหลืองส้ม หรือสีดำ มี 4-7 เมล็ด	ราก เข้ายา หรือต้มน้ำดื่ม ช่วยบำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
535	วาวี	ม้าสามโป้ง		ม้าสามโป้ง				รากต้มน้ำดื่ม บำรุงกำลัง หรือ รากเข้ายามะโหกโตน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ และแก้มะเร็ง	พืชสมุนไพร
536	วาวี	เอื้องหมายนา	Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag	เอื้องหมายนา	Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht	พบทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ	เอื้องหมายนาเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง	มีสเตอรอยด์สูง แก้หูน้ำหนวกในเด็ก นำปล้องตัดเท่าความยาวนิ้วมือเด็กทั้ง 5 นิ้ว มัดรวมกันไปย่างไฟ ถ้าน้ำในปล้องแห้ง หูน้ำหนวกก็แห้ง ยอดอ่อน กินกับน้ำพริก ส้มตำ ใช้หัวเข้ายาหือต้มน้ำดื่ม แต่ต้องนำมาทำให้แห้งก่อน แก้เก๊าต์ รูมาตอยด์	พืชสมุนไพร
537	วาวี	โด่ไม่รู้ล้ม	Prickly leaved elephant's foot	โด่ไม่รู้ล้มตัวเมีย (ช้างย่ำเป๊อะ)	Elephantopus scaber L.	ชอบขึ้นตามป่าทั่วไป โดยเฉพาะป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า หรือพื้นที่รกร้างว่างเปล่า	ไม้ล้มลุก ลำต้นสั้นอยู่ในระดับผิวดิน ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรอบลำต้นขนานกับผิวดิน ใบรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบมีขนสาก ก้านดอกแข็งแทงออกจากกลางต้น ดอกเป็นช่อแบบแขนงที่ปลายยอดสีม่วง มีใบประดับ 3 ใบ ผลรูปทรงกลม มีสัน 10 สัน ผิวมีขนนุ่มปกคลุม	ใช้รากต้มหรือดองเหล้า บำรุงกำลัง บำรุงสมรรถภาพทางเพศ แก้อักเสบ	พืชสมุนไพร
538	วาวี	หนาดคำ เขืองแพงม้า หนาดดอย		หนาดคำ	Inula cappa (Buch.-Ham. ex D.Don) DC.	พบในที่สูง 800-1,600 เมตร ตามที่เปิด ทุ่งหญ้าและป่าโปร่ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด กระจายพันธุ์ในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ออกดอกระหว่างเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์	ไม้พุ่ม ลำต้นตั้งสูงถึง 1.5 เมตร ส่วนโคนเนื้อค่อนข้างแข็ง มีขนสีน้ำตาลอมเหลืองปกคลุมตามส่วนอ่อนทั่วไป ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปร่างยาวขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ผิวใบด้านล่างมีขนยาวสีเทาเงิน ดอก เป็นช่อ เป็นกระจุกที่ปลายยอดและซอกใบ มีก้านช่อดอกมาก ดอกย่อยไม่มีก้านหรือก้านสั้น กลีบดอกสีเหลือง เมล็ดแคบยาว มีขนปกคลุมทั่วไป และมีขนสีขาวประดับที่ส่วนปลาย	ใช้รากผสมข้าวจ้าว ต้มน้ำดื่ม แก้เจ็บหลัง เจ็บเอว ปวดข้อ ใช้รักษาคนที่ติดยาเสพติด ข้อควรระวัง กินแล้วจะเสียเหงื่อมาก	พืชสมุนไพร
539	วาวี	น้ำนมแม่ม้าย						เปลือก ต้มน้ำดื่ม แก้โรคเบาหวาน	พืชสมุนไพร
540	วาวี	ไผ่หางช้าง		ไผ่หอบ	Bambusa oliveriana Gamble	พบขึ้นในป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง	ไผ่ ลักษณะเลื้อยพัน กอขนาดเล็ก มีเหง้า ลำตรงอัดกันเป็นกอแน่น เนื้อลำหนา ลำอ่อนมีขนสีขาวและนวลสีขาวปก ปกติไม่มีรากอากาศที่กิ่ง ใบรูปแถบหรือรูปขอบ กาบหุ้มลำติดคงทนอยู่กับลำหรือหลุดร่วงไปค่อนข้างช้า สีเขียว มีขนสีขาวและนวลสีขาวปกคลุมหนา รอยต่อของตัวกาบกับใบยอดกาบโค้งนูนขึ้นเด่นชัด ใบยอดกาบเป็นรูปโดม รูปสามเหลี่ยม หรือรูปใบหอก ตั้งตรง ขอบด้านล่างพับจีบหรือเป็นคลื่นต่อเนื่องไปหูกาบ หูกาบเป็นติ่งรูปเคียว ขอบมีขนแข็ง ยาว ลิ้นกาบลักษณะเป็นแถบเตี้ยๆ ขอบจักไม่เป็นระเบียบ	ใช้ลำ และกินหน่อ	พืชอาหาร
541	วาวี	เกล็ดปลาปรุง		เกล็ดปลาปรุง	Desmodium oblongum Wall. Ex			ใช้รากต้มน้ำดื่มหรือดองเหล้า แก้เจ็บหลัง เจ็บเอว	พืชสมุนไพร
542	วาวี	กลอย	Asiatic bitter yam	ก๋อย	Dioscorea hispida Dennst. var hispida	พบมากบริเวณป่ารกร้าง ไหล่เขา ชายป่า และที่โล่งทั่วไป ชอบดินร่วนซุย	"กล๋อยเป็นไม้เถาเลื้อยพัน ลำต้นมีหนาม หัวใต้ดินขนาดใหญ่ ใบประกอบมี 3 ใบย่อย เรียงสลับ ใบหนาผิวสาก มีเส้นใบ 3 เส้น เห็นชัดเจน ช่อดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ออกที่ซอกใบ ห้อยลง ดอกตัวผู้ยาวได้ถึง 40 ซม. ออกเป็นช่อซ้อน 2-3 ชั้น ดอกตัวเมียเป็นช่อเดี่ยว กลีบรวมสีเหลือง ผลแห้ง มีปีก 3 ปีก
 กล๋อยในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กล๋อยธรรมดา นิยมกินหัว และกล๋อยนก นิยมกินยอด และนำหัวมาย่างกินบ้าง แต่ไม่ค่อยนิยมกิน"	หัว นึ่งกินเป็นของกินเล่น หัว เป็นยาแก้เถาดานในท้อง ข้อควรระวัง กินเยอะ จะทำให้เป็นนิ่วในถุงน้ำดีหรือตับ	พืชสมุนไพร
543	วาวี	ส้มปิ		ส้มปิ				ยอดอ่อน ส้าใส่ปลากระป๋อง กินกับ น้ำพริก เป็นยาระบาย	พืชอาหาร
544	วาวี	สนสองใบ	Merkus's Pine	สนสองใบ	Pinus merkusii Jungh. & de Vriese	พบได้ในป่าสนเขา ป่าเต็งรัง ในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความสูงจากระดับน้ำทะเล 350-1,300 เมตร ต่างประเทศพบที่พม่าด้านตะวันตก จีนตอนใต้ ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน ถึงฟิลิปปินส์	พืชเมล็ดเปลือย เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 50 เมตร ลำต้นตั้งตรง เรือนยอดรูปร่ม กิ่งจะแตกออกจากลำต้น เปลือกลำต้นหนา เมื่อแก่สีน้ำตาลอมเทา สีน้ำตาลเข้มจนถึงสีดำ แตกเป็นล่องลึกยาว ใบรูปเข็ม ออกเป็นช่อ ช่อละ 2 ใบ ใบสีเขียวเข้ม เนื้อใบแข็ง โคนช่อมีกาบสีน้ำตาลหุ้ม โคนแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน โคนเพศผู้ออกที่ปลายกิ่งทั่วเรือนยอด โคนเพศเมียออกที่ปลายกิ่ง ผลเป็นโคน ลักษณะคล้ายรูปกรวยยาวมีเกล็ด ส่วนฐานป้อม ปลายสอบขนาด 5-8 เซนติเมตร เมื่อผลแก่จัดจะแตกออกเป็นกลีบแข็ง ยังคงติดอยู่กับแกนกลางของผล ก้านผลยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เมล็ดขนาดเล็ก รูปไข่ มีปีกยาว 1-2 เซนติเมตร ปีกร่วงง่าย	ใช้เป็นไม้เกี๊ยะ และเป็นส่วนประกอบในยาหอม	พืชใช้สอยอื่นๆ
545	วาวี	เครือครั่ง (เขาดอกม่วง)						ใบกินกับน้ำพริก ใช้รากสะสมอาหารใต้ดิน ผสมข้าวจ้าว ต้มน้ำดื่ม แก้โรคกะเพรา แก้มะเร็ง	พืชสมุนไพร
546	วาวี	ก่อเดือย ก่อแดง ก่อข้าว ก่อผั๊วะ ก่อพลวง ก่อลายก่อสาย ก่อหนวดแดง ก่อหวาย		ก่อแดง	Lithocarpus trachycarpus (Hickel & A.Camus) A.Camus			เปลือก ใช้เคี้ยวกินกับหมาก มีรสฝาด ช่วยสมานแผล	พืชสมุนไพร
547	วาวี	ตานเหลือง ช้างน้าว	yellow Mai flower	ตาลเหลือง (กระแจะ)	Ochna integerrima (Lour.) Merr.	พบในป่าดิบแล้งทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย มีความชื้นปานกลาง แสงแดดส่องทั้งวัน ขึ้นได้ในดินทุกชนิด	ตานเหลืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นร่อง ผิวเปลือกเป็นขุย ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปหอกและขอบขนาน ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด ใบกว้าง 3-7 ซม. ยาว 8-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักซี่ฟัน ผิวใบเรียบมัน สีเขียวอ่อน	ใบ แช่น้ำอาบ หรือล้างหน้า แก้ตาเหลือง ขาง ซาง โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เรื้อน	พืชสมุนไพร
548	วาวี	ไผ่ไล่ลอ ไผ่ไฮ่ลอ		ไผ่ไร่ลอ	Gigantochloa nigrociliata (Buse) Kurz	พบในป่าดิบ	ไผ่สีเขียว ขึ้นเป้นกอ สูง 6-7 เมตร	ใช้ลำ และกินหน่อ	พืชอาหาร
549	วาวี	กำลังเสือโคร่ง	Himalayan birch	กำลังเสือโคร่ง (เกี๊ยะขโมย)	Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don	เป็นไม้เขตอบอุ่น พบทั่วไปตามป่าดิบเขาในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 300-1,800 เมตร เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินแทบทุกชนิด ทนแล้งได้ดี ชอบความชื้นน้อย	กำลังเสือโคร่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 20-35 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเทามีกลิ่นหอมคล้ายการบูร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ รูปหอก หรือรูปไข่แกมหอก ขนาดใบกว้าง 1.5-6.5 ซม. ยาว 6.5-13.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนและแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยสองชั้นหรือสามชั้น ผิวใบเรียบ ช่อดอกเชิงลด ออกเป็นพวงโน้มลงตามซอกใบ 2-5 ช่อ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ ผลแบนเล็กมีปีกบางโปร่งแสง 2 ข้าง	เปลือกต้น ใช้ต้มหรือดองเหล้า บำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
550	วาวี	ทะโล้ มังตาน	Needlewood Tree	ทะโล้ (มังตาล)	Schima wallichii Choisy	พบมากในป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณทั่วไปตามเขา มีมากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย	ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นตรงสูงประมาณ 15-25 เมตร ขนาดวัดรอบลำต้นได้ถึง 1.5 เมตร เปลือกนอกขรุขระแลมักแตกเป็นร่องลึกตามยาว สีทาปนน้ำตาลอ่อน เปลือกในสีน้ำตาลอมแดง มีเสี้ยนละเอียดสีขาว เป็นพิษต่อผิวหนัง ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปหอก ออกตามปลายกิ่งสลับกันไปและมักติดเป็นกระจุกตามปลายๆกิ่ง โคนและปลายใบสอบเรียว ขอบใบเรียบหรือบางที่หยักตื้นๆตามขอบ หลังใบมักมีสีเขียวเข้ม ท้องใบและเส้นกลางใบมีขนขึ้นประปราย ดอก สีขาวหรือขาวนวล ออกดอกเดี่ยวตามง่ามใบ กลิ่นหอม ก้านดอกยาว กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมีจำนวนเท่ากันอย่างละ 5 กลีบ กลีบดอกล่างมักเล็กกว่ากลีบอื่น เกสรผู้มีจำนวนมาก สีเหลือง เกสรเมียมีอันเดียวสั้น ผลค่อนข้างกลม ผิวแข็งโตประมาณ 2.5-3 ซม. เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาลเข้มและจะแตกออกตามรอยประสาน เป็น 4-5 เสี่ยง แต่ละส่วนมีเมล็ด 4-5 เมล็ด	สร้างบ้าน ทำฟืน	พืชใช้สอยอื่นๆ
551	วาวี	ตะเคียนทอง		ขยอม (ตะเคียนทอง)	Hopea odorata Roxb.	พบขึ้นในพม่า ลาว ตอนใต้ของเวียดนาม กัมพูชา ไทยและมาเลเซีย พบขึ้นตามป่าดิบใกล้ลำธาร ที่ความสูง 100-800 เมตร จากระดับน้ำทะเล	ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 20-40 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มทึบกลม เปลือกสีน้ำตาลดำ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมรูปหอก กว้าง 3-6 ซม. ยาว 10-14 ซม. เนื้อใบค่อนข้างหนา ปลายใบเรียว โคนใบมนและเบี้ยว หลังใบมีต่อมอยู่ตามง่ามแขนงเส้นใบ ดอกเล็กสีขาว ออกเป็นช่อยาวๆ ตามง่ามใบและปลายกิ่ง กลิ่นหอม มีขนนุ่ม กลีบรองดอกเป็นถ้วยเล็ก กลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน ผลกลมหรือรูปไข่เกลี้ยง ปลายมนเป็นติ่ง ขนาดผ่าศูนย์กลาง 0.6 ซม. ยาว 1 ซม.ปีกยาว 1 คู่ รูปใบพาย ปลายปีกกว้างค่อยๆ สอบเรียวมาทางโคนปีก เส้นปีกตามยาวมี 7 เส้น ปีกสั้น มีความยาวไม่เกินความยาวของตัวผล	เพาะเห็ด	พืชใช้สอยอื่นๆ
552	วาวี	จำปีป่า		จำปีป่า	Magnolia baillonii Pierre	พบตามป่าดิบเขาระดับต่ำ และป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูงถึง 500-1,900	ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 40 ม. มีหูใบหุ้มยอดอ่อน ใบเดี่ยว รูปขอบขนานแกมรี ยาว 15-22 ซม. ดอกสีขาวนวล มีกลิ่นหอม กลีบดอก 14-18 กลีบ รูปขอบขนาน ผลเป็นผลกลุ่ม รูปกลมรี ยาวประมาณ 7 ซม. เปลือกหนา เมล็ดสีแดงสด ออกดอกช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม	สร้างบ้าน ทำฟืน	พืชใช้สอยอื่นๆ
553	วาวี	ไผ่หก	Hamilton's bamboo	ไผ่หก	Dendrocalamus hamiltonii Nees & Arn. ex Munro	พบในป่าเบญจพรรณ พบในภาคเหนือและภาคตะวันตกด้านกาญจนบุรี ต่างประเทศพบที่พม่า อินเดีย และภาคตะวันออกด้านลาวและเวียดนาม	ไผ่ประเภทเหง้ากอขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร ลำตรงอัดเป็นกอแน่น มักมีกิ่งเรียวเล็กที่โคน ปลายลำโค้งลง ปล้องยาว 30-60 เซนติเมตร ลำอ่อนปล้องล่างมีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม ลำแก่สีเขียวเข้มหรือสีเขียวอมเทา ปล้องบนและใต้ข้อมีวงของแถบขน สีนวลขาว ปล้องล่างมักมีรากอากาศออกตามข้อ กิ่งเกิดจากตาข้างขนาดใหญ่เด่นชัด แตกกิ่งต่ำ ใบรูปหอกหรือรูปแถบ กาบหุ้มลำสีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว มีขนสีน้ำตาลเข้มปกคลุม ใบยอดกาบรูปใบหอกแกมรูปไข่ ตั้งตรง หรือกางออกเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดขนาดเล็กสีม่วงดำ ขนาด 8-10 x 3-5 มิลลิเมตร เรียบ ดอกย่อย 2-4 ดอก กาบช่อย่อย 1-2 อัน กาบล่าง 5-7 x 6-7 มิลลิเมตร ปลายมีติ่งแหลม กาบบนยาวเท่ากาบล่าง เกสรเพศผู้สีเหลืองหรือแดงม่วง ก้านเกสรเพศเมีย 4.5 มิลลิเมตร ยอดเกสรเพศเมีย 1-3 อัน สีม่วงแดง ผลแบบผลธัญพืช สีน้ำตาล	ใช้ลำ และกินหน่อ	พืชอาหาร
554	วาวี	ไผ่บงใหญ่ ไผ่ซางเย็น ไผ่หก	Wabo, Velvet leaf bamboo	ไผ่ซางเย็น	Dendrocalamus brandisii (Munro) Kurz	พบตามป่าดิบแล้งจนถึงป่าดิบเขาระดับต่ำทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ พบบ้างในภาคอีสาน ต่างประเทศพบที่อินเดียถึงภูมิภาคอินโดจีน	ไผ่ประเภทเหง้ากอ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำตรงอัดเป็นกอแน่น เส้นผ่านศูนย์กลางลำเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-20 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-60 เซนติเมตร ใบรูปใบหอกแกมรูปขอบขนานถึงรูปแถบกว้าง 1.5-4.5 เซนติเมตร ยาว 10-30 เซนติเมตร กาบหุ้มลำสีน้ำตาล หรือสีน้ำตาลอมส้ม จนถึงสีน้ำตาลอมม่วง มีขนสีน้ำตาล สีเทาจนถึงสีขาว มีนวลสีขาวปกคลุม หรือบางครั้งค่อนข้างเกลี้ยง ใบยอดกาบรูปใบหอกแกมรุปไข่หรือรูปสามเหลี่ยม ฐานกว้าง สีม่วงเข้มถึงสีม่วงอมแดง หรือสีเขียวอมม่วง กางออกถึงพับลงหูกาบส่วนมากเป็นพูเด่น ขอบและด้านในมีขนยาวปกคลุม ลิ้นกาบเป็นแถบสูง 1-3 เซนติเมตร ขอบจักถึงไม่สม่ำเสมอ ช่อดอกย่อยเทียมขนาด 5-9 มิลลิเมตร หลม 1-3 อัน ดอกย่อยสมบูรณ์ 2-4 ดอก เกสรเพศผู้ 6 อัน ก้านเกสรเพศผู้แยกอิสระ ยอดเกสรเพศเมีย 1 อัน	ใช้ลำ และกินหน่อ	พืชอาหาร
555	วาวี	กำแพงพันชั้น (กำแพงเจ็ดชั้น		กำแพงพันชั้น (กำแพงเจ็ดชั้น	Salacia chinensis L.	ประเทศไทยพบทั่วทุกภาค ตามป่าเบญจพรรณ และป่าดิบริมแหล่งน้ำหรือที่โล่ง ที่ระดับ ความสูงถึง 600 เมตร	ไม้พุ่มรอเลื้อย สูง 2-6 เมตร ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี รูปไข่หรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-7 ซม. ยาว 4-12 ซม. ขอบใบหยัก ห่างๆ ดอก สีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อสั้นๆ ที่ซอกใบ ขนาดดอก บานเต็มที่ กว้าง 8 มม. กลีบรองดอกขนาดเล็กมาก โคนเชื่อมกัน กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่ เกสรผู้ 3 อัน รังไข่ขนาดเล็กรูปสามเหลี่ยม ผล ทรงกลมหรือรี เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 ซม. ผลสุกสีแดง หรือแดงอมส้ม มี 1 เมล็ด	ใช้เถา ต้มบำรุงกำลัง แก้นิ่ว	พืชสมุนไพร
556	วาวี	ก้องแกบ (เถารางเจียว)		ก้องแกบ (เถารางเจียว)	Thunbergia laurifolia Linn. (รางจืด,รูปมีแต่เถา)			ใช้เถา ต้มหรือดองเหล้า บำรุงกำลัง คลายเส้น	พืชสมุนไพร
557	วาวี	มะเขือปู่ มะอึก		มะอึก	Solanum stramoniifolium Jacq.	มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมไปถึงประเทศไทยด้วย เพาะปลูกอย่างแพร่หลายทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ไม้พุ่ม สูง ๑ – ๒ ม. เกือบทุกส่วนมีหนามปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กว้าง ขอบใบเว้าเป็นพู ดอกออกเป็นช่อกระจุกจากซอกใบ สีขาวหรือสีม่วง ผลสดรูปทรงกลม ขนาด ๒ – ๓ ซม. มีขนสีขาวปกคลุม ออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด	ผล ใช้ตำน้ำพริก บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด ขับเสมหะ	พืชสมุนไพร
558	วาวี	ปิ้งตาไก่ ปิ้งแดงดง	Glory bower	ปิ้งแดง (ปิ้งตาไก่)	Clerodendrum japonicum (Thunb.) Sweet	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย บนพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน	ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย กิ่งและต้นเปราะ เป็นสันสี่เหลี่ยม สีดำอมน้ำตาล ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-35 ซม. ยาว 4-38 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวเข้ม ดอกช่อแยกแขนงขนาดใหญ่ ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านช่อดอกย่อยสีแดง กลีบดอกสีแดง 5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีแดง เกสรเพศผู้สีชมพูปนขาวขนาดยาว 5 อัน	ราก ต้มน้ำดื่ม บำรุงเลือด แก้ปวดหลังเรื้อรัง แก้ปวดเอว เข้ายามะเร็ง	พืชสมุนไพร
559	วาวี	ไม้ตอง (ทองหลางป่า)		ไม้ตอง (ทองหลางป่า)	Erythrina subumbrans (Hassk.) Merr.	จากอินเดียถึงอินโดนีเซีย ตามป่าดิบบริเวณที่ชุ่มชื้น และริมห้วยในป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูง 100-900 ม. ผลัดใบระยะสั้นๆ ช่วงออกดอก ติดดอกเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์	ไม้ยืนต้น สูง 10-20 ม. ลำต้นมีหนามแหลมทั่วไป ใบ เป็นใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบรูปหัวใจ โคนใบตัดหรือมน ปลายใบแหลม กว้าง 5-10 ซม. ยาว 8-14 ซม. เส้นใบด้านล่างเด่นชัด ที่โคนก้านใบจะมีต่อม 1 คู่ ดอก สีแดงสด ออกเป็นช่อเดี่ยว ดอกลักษณะคล้ายดอกถั่ว ดอกล่างจะบานก่อน กลีบรองดอกเป็นหลอด กลีบดอก 5 กลีบ กลีบบนแผ่โค้งรูปเรือ เกสรผู้ 10 อันอยู่ด้านล่าง ผล เป็นฝักแบน โคนฝักลีบ ส่วนปลายฝักจะใหญ่กว่า เมื่อแก่ฝักจะแตกอ้า ออกตามทางยาวจากส่วนปลาย	นำเปลือกต้น ใส่เกลือ ปิ้งไฟ ใช้ส้นเท้าที่เจ็บเหยียบ	พืชสมุนไพร
560	วาวี	กฤษณา	Eagle wood, Agarwood	กฤษณา	Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte	พบขึ้นกระจายทั่วไปในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ที่เป็นสันดอนน้ำไม่ขัง สามารถขึ้นได้สูงถึง 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชอบที่ชุ่มชื้น ดินร่วน ปนทราย ระบายน้ำดี บริเวณใกล้แม่น้ำหรือลำธาร	กฤษณาเป็นไม้ยืนต้น สูง 20-30 เมตร ลำต้นตรง เรือนยอดเป็นรูปกรวย เปลือกเรียบสีเทา เนื้อไม้อ่อนสีขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้างประมาณ 6 ซม. ยาว 12 ซม. ผิวเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ ที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาวแกมเขียว ผลเมื่อขยายใหญ่ขึ้นค่อนข้างกลมและมีขนประปราย ผิวขรุขระเล็กน้อย ผลมีขนาดกว้าง 2-2.5 ซม. และยาว 2.5-3.5 ซม. ที่โคนผลมีกลีบเลี้ยงติดทน และมีขนาดขยายใหญ่ขึ้น เมล็ดกว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1 ซม.	เข้ายาหอม และสกัดทำน้ำมันหอม	พืชสมุนไพร
561	วาวี	ไผ่กายใน		ไผ่กายใน				ใช้ลำ และกินหน่อ	พืชอาหาร
562	วาวี	เครืองูเห่า	Orange Climber, forest pepper, wild orange tree	ผักแปมป่า (เล็บลอก) (เครืองูเห่า)	Toddalia asiatica (L.) Lam.	ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดปานกลางถึงมาก	ไม้เถาเลื้อย ตามกิ่งก้านมีหนามโค้งงอปกคลุม เปลือกเถาสีน้ำตาล เนื้อไม้สีเหลือง ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย รูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเล็กน้อย ผิวใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง สีเหลืองแกมเขียว ผลกลมสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง	ใช้ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม แก้มะโหก รักษามะเร็ง	พืชสมุนไพร
563	วาวี	ติ้วขน		ติ้วแดง	Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer subsp. pruniflorum (Kurz) Gogelein	พบตามธรรมชาติในป่าเบญจพรรณทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง อากาศร้อน	ติ้วแดงเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-15 เมตร มีน้ำยางเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีแกมไข่กลับ หรือรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-4.5 ซม. ยาว 3-13 ซม. ผิวใบมีขนละเอียดทั้งสองด้าน ช่อดอก ออกเป็นกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลใบ กลีบดอกสีชมพูอ่อน ผลแห้ง แตกได้ รูปไข่แกมกระสวย	ยอดอ่อน กินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
564	วาวี	มะกอกป่า กอกกัก		มะกอกป่า	Spondias bipinnata Airy Shaw & Forman	พบเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไทย ขึ้นตามภูเขาหินปูนที่แห้งแล้งในป่าเบญจพรรณหรือป่าละเมาะผลัดใบ ระดับความสูง 50-300 เมตร ออกดอกเดือน เมษายน - พฤษภาคม ผลเดือน พฤษภาคม - กรกฏาคม	ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 15-25 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมโปร่ง ลำต้นเปลาตรง ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงตรงข้าม ใบย่อยออกเป็นคู่ตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อยมี 3-6 คู่ ใบรูปไข่หรือรูปหอก ขนาด 1-3x1.5-9 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบเบี้ยว ผิวใบด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนนุ่มหรือสาก ขอบใบเรียบ เส้นแขนงใบข้างละ 6-9 เส้น ดอกสีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นช่อแบบแยกแขนง (panicle) ตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านดอกและก้านช่อดอกมีขนสั้นนุ่ม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ทรงกลมรีสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง เนื้อหุ้มเมล็ดมีรสหวาน เมล็ดใหญ่รูปไข่ มีเสี้ยนขรุขระ เป็นผลเืดือนเมษายนถึงมิถุนายน เปลือกนอกสีเทา เรียบ	ผล ใช้ตำใส่น้ำพริก เข้ายามะโหก เปลือกต้นช่วยสมานแผล แก่นและราก แก้ร้อนใน กระหายน้ำ	พืชสมุนไพร
565	วาวี	ต้อยตั่ง		ผักดีดดง (กระทุ้งพิษ)	Solanum spirale Roxb.	พบมากในจังหวัดน่าน เชียงใหม่ และตาก ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นแข็งตั้งตรง มีข้อห่าง สูงประมาณ 1–3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือวงรีแกมรูปไข่กลับ ใบกว้าง 5–8 ซม. ยาว 9–15 ซม. ช่อดอกกระจะ ออกเหนือซอกใบ ก้านดอกยาว กลีบดอกสีขาว ผลรูปทรงกลม ผิวเรียบสีเขียวออกเป็นช่อคล้ายมะเขือพวง เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม	ใช้ราก ต้มน้ำดื่ม บำรุงน้ำนม	พืชสมุนไพร
566	วาวี	แม่ฮ้างแตดเปียก		แม่ฮ้างแตดเปียก				ใช้หัวต้มน้ำดื่มหรือดองเหล้า บำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
567	วาวี	ยาแก้ต้นเดียว,ยาแก้หลวง		ยาแก้ต้นเดียว,ยาแก้หลวง	Leucomeris decora Kurz	ภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไทย ต่างประเทศพบที่พม่าและจีน (ยูนนาน) ขึ้นตามป่าโปร่งบนภูเขา พบทั่วในในป่าสนเขา ป่าก่อ-สนเขา และป่าเบญจพรรณ ระดับความสูง 250-1,700 เมตร ออกดอกและผลเดือน ธันวาคม-พฤษภาคม ขณะออกดอกจะผลัดใบทั้งต้น	ไม้ต้นกึ่งไม้พุ่ม หรือไม้ต้นขนาดเล็กผลัดใบ สูง 4-6 เมตร แตกกิ่งระเกะระกะ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก ขอบใบเรียบ โคนใบเบี้ยวเล็กน้อย ยอดและใบมีขนสีขาวเป็นมันคล้ายเส้นไหม แผ่นใบแก่สีเขียวเข้ม ไม่มีขน ดอกสีขาวจำนวนมาก ออกเป็นช่อกลมตามปลายกิ่ง ผลเล็กเรียว มีกระจุกขนสีขาวคล้ายเส้นไหม ผล จำนวนมาก ออกบนช่อกลม	ใช้รากต้มน้ำดื่ม แก้เจ็บท้อง กินผิด แก้ไข้	พืชสมุนไพร
568	วาวี	ผักเส้ว		ผักเส้ว	Tiliacora sp.			ยอด ใช้แกง ช่วยบำรุงกำลัง เจริญอาหารและแก้โรคกะเพราะ	พืชสมุนไพร
569	วาวี	ว่านหัวฬา ดีงูหว้า ดีปลาช่อน นิลพูสี เนระพูสีไทย ค้างคาวดำ	Bat flower, Black Bat Flower, Devil Flower	ดีงูหล้า (เนระพูสีไทย)	Tacca chantrieri André	ขึ้นในธรรมชาติ ตามป่าดิบแล้งหรือป่าดิบชื้น	ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีเหง้าใต้ดิน รากมีปุ่มปมจำนวนมาก ใบเดี่ยวเจริญจากเหง้า รูปไข่กลับ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว ดอกมีก้านชูสูงขึ้นจากกลางกอ สีม่วงดำคล้ายหัวค้างคาว มีใบประดับ 4 ใบ ใบประดับของดอกย่อยเรียงยาวเป็นเส้น 10-25 เส้น ผลเป็นแคปซูลยาว มีสัน 6 สัน ผิวสีม่วงดำคล้ายหนังค้างคาว เมล็ดสามเหลี่ยมสีม่วง	ใช้ยอดและดอก กินแก้ความดันต่ำ และบำรุงกำลัง ยอดอ่อน กินกับลาบ	พืชสมุนไพร
570	วาวี	ผักเปียก ชะพลู		ผักเปียก (ชะพูป่า)	Piper sarmentosum Roxb.	พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง	ไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่น ใบสีเขียวเข้มเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด ต้นและใบมีกลิ่นเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดเล็กน้อย	ใส่ในแกงบอน แกงปลี กินกับน้ำพริก แก้จุกเสียด ขับลม	พืชอาหาร
571	วาวี	ว่านกีบแรด ว่านกีบม้า กีบม้าลม	Giant fern	กีบม้าลม (ว่านกีบแรด)	Angiopteris evecta (G. Forst.) Hoffm.	กระจายพันธุ์ได้ดีในประเทศไทย พบตามป่าดิบเขา ที่มีร่มเงาและความชื้นสูง	พรรณไม้ลงหัวขนาดเล็ก ลำต้นสูง ประมาณ 0.50-1 ม. ใบ มีสีเขียว รูปไข่เล็ก เรียว ยาวประมาณ 5-15 ซ.ม. กว้าง 1.5-3 ซ.ม. ก้านใบยาว หัว คล้ายกีบเท้าของแรดหรือกระบือ หัวนั้นจะเป็นสีน้ำตาลแก่ ภายในมีสีเหลือง เหมือนขมิ้น มีรสฝาด เย็น กลุ่มอับสปอร์เป็นกลุ่มเรียงตัวเป็นแถวอยู่ที่ริมเกือบสุดขอบใบ แต่ละกลุ่ม เป็นอับสปอร์เรียงตัวขนานกันเเป็น 2 แถวติดกันที่ปลายเส้นใยใบ	ใช้เหง้าในดิน บำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
572	วาวี	มะแขว่น	Indian ivy-rue	มะแขว่น	Zanthoxylum rhetsa DC.	พบในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในที่ชื้น	มะแขว่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร มีหนามแหลมตามลำต้นและกิ่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเหลือง ใบดกหนาเขียวสด ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่หรือคู่ เรียงสลับ ก้านใบสีแดง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ปลายแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ขอบเรียบหรือหยักห่างๆ ช่อดอกออกแยกแขนง ออกที่ยอดหรือตามง่ามใบ สีนวลหรือขาวอมเขียว รูปรีหรือรูปไข่ ผลเป็นผลกลุ่มออกเป็นช่อ ผลค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ สีเขียว มีกลิ่นหอม ผลแก่เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดง แก่จัดสีดำ แตกอ้าเห็นเมล็ดในสีดำเล็กๆ	เครื่องเทศ ใช้ประกอบอาหาร ช่วยฆ่าแม่พยาธิ ขับสารเสพติดตกค้างในร่างกาย ขับลม มีรสเผ็ดร้อน	พืชอาหาร
573	วาวี	ต้างหลวง, ต้างป่า	Snowflake aralia, Snowflake tree, Snow flake tree	ต้างหลวง	Trevesia palmata (Roxb. ex Lindl.) Vis.	ชอบขึ้นในป่าดิบที่ปลอดจากไฟป่า หรือตามหุบเขาที่มีความชุ่มชื้น	ต้างหลวงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แต่อาจสูงได้ถึง 20 เมตร ลำต้น กิ่งก้าน และเส้นใบมีหนามแหลมปกคลุม ใบเดี่ยวออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายยอด รูปโล่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบใกล้ปลายยอด รูปร่างกลมรี ติดกันเป็นกระจุกกลม กระจุกละ 30-50 ดอก ช่อหนึ่งมีหลายกระจุก สีเหลืองอมเขียว ผลมีเนื้อ รูปกรวยคว่ำ มีสามพู เมล็ดแบน	ดอก ใช้ลวกกับน้ำพริก ใส่แกงแค บำรุงกำลัง เจริญอาหาร แก้โรคกะเพราะ	พืชอาหาร
574	วาวี	มะกิ้ง		มะกิ้ง	Hodgsonia macrocarpa var. capniocarpa (Ridl.) Tsai	จากอินเดียถึงอินโดนีเซีย พบขึ้นพันต้นไม้สูง ตามป่าโปร่งและป่าริมห้วย ที่ระดับความสูง 500-1,500 ม.	ไม้เถา เลื้อยพันขึ้นคลุมยอดไม้ มีมือจับแข็งแรง ใบ เป็นใบเดี่ยว เนื้อหนาคล้ายแผ่นหนัง กว้าง 17-18 ซม. ยาว 12-15 ซม. แผ่นใบหยักลึก แบ่งเป็นสามแฉก ก้านใบยาว 2.5 ซม. ดอก สีขาวครีม ค่อนข้างใหญ่ แยกเพศ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ มีน้อยดอก กลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอกส่วนล่างเชื่อมกันเป็นหลอด ยาว 6-6.5 ซม. ส่วนบนแผ่บานเป็นปากแตร เกสรผู้มี 3 อัน ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว มีก้านเกสรเมียยาว ผล เป็นผลสด กลม แป้น มีเนื้อ ขนาด 15-18 ซม. ผลแก่มีคราบนวล เมล็ด 6-8 เมล็ด รูปรี ยาว 5 ซม.	เนื้อในเมล็ด ตำน้ำพริก หรือปิ้ง กินเล่น	พืชอาหาร
575	วาวี	มะเขือแจ้เครือ เขือแจ้ดิน	Milkwort	มะเขือแจ้เครือ	Polygala tricholopha Chodat	พบบริเวณที่โล่งในป่าดิบแล้ง	ไม้เลื้อย ช่อดอกเกิดที่ซอกใบ ห้อยลง กลีบเลี้ยงและกลีบคู่นอกสีม่วงอมชมพู กลีบคู่ในและกลีบปากมีเหลืองออกดอกเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม	ใช้เถา ต้มน้ำดื่มบำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด คลายเส้น แก้ปวดหลัง ปวดเอว	พืชสมุนไพร
576	วาวี	หัวข้าวเย็นเหนือ		หัวข้าวเย็นเหนือ	Smilax corbularia Kunth	พบขึ้นตามป่าดงดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง พบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นหรือเลื้อยไปตามพื้นดิน อาจเลื้อยได้ยาวถึง 5 เมตร ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย เถามีหนามแหลมโดยรอบกระจายอยู่ห่าง ๆ ที่โคนใบยอดอ่อนมีมือเป็นเส้น 2 เส้นไว้สำหรับจับยึด และมีหัวเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินและมีรากแตกอยู่ใต้ดินมาก หัวมีลักษณะกลมยาวเป็นท่อน ๆ ท่อนละประมาณ 5-15 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-5 เซนติเมตร รากที่เจาะลึกลงใต้ดินจะมีความยาวสูงสุดเกือบ 1 เมตร เนื้อไม้แข็ง ผิวแดงและขรุขระ ส่วนเนื้อในเหง้าเป็นสีเหลืองอ่อน เมื่อแก่เต็มที่จะเป็นสีแดงน้ำตาลอ่อน เนื้อละเอียด มีรสมัน ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปรียาว รูปรีแกมรูปใบหอกหรือรูปกลมรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5-18 เซนติเมตร หน้าใบเป็นสีเขียว ส่วนหลังใบมีขนสีขาวปกคลุม ใบมีเส้นใบหลักประมาณ 5-7 เส้น มีเส้นกลาง 3 เส้นที่เด่นชัดกว่าเส้นที่เหลือด้านข้าง เชื่อมกับเหนือโคนใบ 3-5 มิลลิเมตร แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ใบอ่อนจะค่อนข้างป้อม ก้านใบยาวประมาณ 0.5-2 เซนติเมตร ส่วนมือจับยาวได้ถึง 12 เซนติเมตร ออกดอกตามซอกใบที่โคนต้นหรือกลางต้น ลักษณะของช่อดอกเป็นแบบช่อซี่ร่ม มีประมาณ 1-3 ช่อดอก ดอกมีขนาดเล็ก ก้านช่อดอกสั้น ยาวประมาณ 1-1.7 เซนติเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่กันคนละต้น (บ้างว่าอยู่กันคนละช่อแต่อยู่บนต้นเดียวกัน) ดอกมีใบประดับย่อยลักษณะเป็นรูปไข่กว้าง ดอกเป็นสีเขียวปนขาว มีกลีบรวม 6 กลีบ ลักษณะเป็นรูปรีหรือเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน กลีบวงในมักแคบกว่ากลีบวงนอก ช่อดอกเพศผู้มีดอกประมาณ 20-40 ดอกต่อหนึ่งช่อ มีเกสรเพศผู้จำนวน 6 ก้าน อับเรณูเป็นรูปขอบขนาน ส่วนช่อดอกเพศเมียมีดอกประมาณ 15-30 ดอกต่อหนึ่งช่อ รังไข่จะอยู่เหนือวงกลีบ ลักษณะเป็นรูปรี ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร มี 3 ช่อง ในแต่ละช่องมีออวุลประมาณ 1-2 เมล็ด มีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน 3 ก้าน ลักษณะเป็นรูปคล้ายเข็ม โดยจะออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม	หัวต้มน้ำดื่ม ช่วยป้องกันมะเร็งเม็ดเลือดขาว และช่วยขยายเต้านม	พืชสมุนไพร
577	วาวี	ยาแก้ฮากเหลือง		ยาแก้ฮากเหลือง	Euphorbia coccinea B.Heyne ex Roth			รากต้มน้ำดื่มบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย	พืชสมุนไพร
578	วาวี	ลิงลาว		นางลาว (ลิงลาว)	Aspidistra sutepensis K.Larsen	ชอบขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาของภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง	ลิงลาวเป็นพืชล้มลุก แตกกอมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวออกเวียนจากลำต้นใต้ดิน รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกจากลำต้นใต้ดิน ตั้งตรงชูก้านดอกขึ้นคล้ายดอกกล้วยไม้ ดอกย่อยสีขาวอมม่วง บานจากล่างขึ้นบน ผลแบบแคปซูล สีเขียวเข้ม	ดอกอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก เป็นส่วนประกอบของแกงแค ช่วยบำรุงผิวพรรณ	พืชอาหาร
579	วาวี			กระชายป่า	Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. รูปเป็นกระชายชื่อท้องถิ่นเป็นกระชายแดง			เหง้า รับประทานสดช่วยขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ ช่วยขับประจำเดือน รักษาแผลในปากช่วยขับปัสสาวะ และบำรุงผิวพรรณ	พืชสมุนไพร
580	วาวี			เครือหมาน้อย (กรุงเขมา)	Cissampelos pareira L.	ขึ้นริมแม่น้ำลำธาร ในป่าผลัดใบ ตั้งแต่พื้นที่ระดับน้ำทะเลจนถึงสูงประมาณ 1,100 ม.	ไม้เถา เถา กิ่ง ใบ และช่อดอกมีขนอ่อนนุ่มหนาแน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปกลม รูปหัวใจหรือรูปไต ก้นปิด กว้างยาว 2-10 ซม. บางครั้งอาจกว้างมากกว่ายาว ปลายแหลมหรือเป็นติ่งหนาม โคนมน ตัดหรือเว้าเล็กน้อย เมื่อยังอ่อนมีขนอ่อนนุ่มหนาแน่นทั้ง 2 ด้าน และตามขอบใบ แต่จะร่วงไปเมื่อใบแก่ ก้านใบยาว 2-10 ซม. ดอกแยกเพศ อยู่ต่างต้น ขนาดเล็ก สีเขียวอมเหลืองหรือเหลืองอ่อน ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อกระจุกที่ง่ามใบ ยาว 2-8.5 ซม. ก้านช่อดอกยาวประมาณ 2 มม. ด้านนอกมีขน ด้านในเกลี้ยง กลีบดอก 4 กลีบ โคนติดกันเป็นรูปถ้วย ด้านนอกมีขน ด้านในเกลี้ยง ยาวประมาณครึ่งหนึ่งของกลีบเลี้ยงเกสรเพศผู้มัดเดี่ยวยาวกว่ากลีบเลี้ยง อับเรณูติดกันเป็นรูปจาน ดอกเพศเมียออกเป็นช่อกระจะที่ง่ามใบ ยาว 2.5-5 ซม. ก้านดอกสั้นมาก ใบประดับรูปกลม หรือรูปไต ซ้อนเหลื่อมกันแน่น ไม่ร่วง ปลายเป็นติ่งหนาม มีขน กลีบเลี้ยง 1 กลีบ รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กลีบดอก 1 กลีบ ออกตรงข้ามกับกลีบเลี้ยง และสั้นกว่า ผลค่อนข้างกลม สีแดง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.2 ซม. มีขน มีเมล็ดเดียว เล็ก แข็ง รูปโค้ง หรือเป็นรูปเกือกม้า ผิวขรุขระ	รากต้มน้ำดื่ม แก้อาหารเป็นพิษ กินผิด	พืชสมุนไพร
581	วาวี	เกล็ดลิ่นใหญ่ ลูกลีบต้น		ลูกลีบ	Phyllodium longipes (Craib) Schindl.	พบในจีนตอนใต้ ถึงมาเลเซีย ตามป่าเบญจพรรณและป่าผลัดใบที่ชื้น ที่ระดับความสูง 400-800 เมตร	ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 ม. กิ่งอ่อน มีขนนุ่ม ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ ใบกลางใหญ่ที่สุด รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 4-8 ซม. ยาว 10-25 ซม. โคนมนถึงหยักเว้าเล็กน้อย ปลายแหลม ด้านล่างมีขนนุ่มแน่น ก้านใบยาว 1.5-2 ซม. ดอก สีขาว รูปดอกถั่ว ออกเป็นกระจุกกลุ่มละ 5-15 ดอก มีใบประกับปิดทั้งสองด้าน ช่อใบประกับยาว 10-30 ซม. รูปกลมรี กว้าง 2-3.5 ซม. ยาว 2.5-4.5 ซม. กลีบรองดอกรูปถ้วย กลีบดอก 5 กลีบ กว้าง 4 มม. ยาว 8 มม. เกสรผู้ 10 อัน ผล เป็นฝักแบน รูปขอบขนาน กว้าง 0.4 ซม. ยาว 2-2.5 ซม. มีหยักเป็นข้อระหว่างเมล็ด 3-5 ข้อ เมื่อแห้งหลุดเป็นข้อๆ เมล็ดเล็ก แข็ง รูปไต	รากต้มน้ำดื่มแก้ไอ	พืชสมุนไพร
582	วาวี			เกล็ดปลาปรุง (ขี้เปี้ยลุกฟ้อน)				ทั้งต้นต้มน้ำดื่ม บำรุงร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหาร	พืชสมุนไพร
583	วาวี	หญ้าสองปล้อง		หญ้าตืดแมว	Desmodium velutinum subsp. longibracteatum (Schindl.) H.Ohashi	ขึ้นตามป่าดิบชื้น ป่าผลัดใบ ป่าชายเลน ที่ระดับความสูงได้ถึง 1,000 เมตร	ไม้พุ่ม ลำต้นกึ่งตั้งกึ่งแผ่คลุมดิน สูง 60 - 105 เซนติเมตร ลำต้นมีสีเขียวเข้ม โคนต้นหรือต้นแก่มีสีม่วงดำ ถึงน้ำตาลปนม่วงดำ ลำต้นมีขนสีน้ำตาลถึงขาวนวลปกคลุมหนาแน่น ใบประกอบมี 1 ใบย่อย รูปไข่ กว้าง 2.7- 5 เซนติเมตร ยาว 4.5- 8 เซนติเมตร ก้านใบยาว 0.5-1.2 เซนติเมตร แผ่นใบมีขนปกคลุมหนาแน่น ขอบใบเป็นขนครุยสีน้ำตาล ดอกออกเป็นช่อ ยาว 5.5 – 13 เซนติเมตร กลีบดอกสีชมพูอมม่วง ผลเป็นฝักยาว 0.5 - 2 เซนติเมตร มีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่นมาก ในแต่ละช่อมีฝัก 12-36 ฝัก ฝักสามารถหักออกเป็นข้อๆ ในแต่ละฝักจะมีข้อ 1-7 ข้อ	ราก ต้มน้ำดื่ม แก้ไอ แก้หอบหืด	พืชสมุนไพร
584	วาวี	กอกกัน ซาลัก มะกอกเลือด มะเกิ้ม มะเลื่อม มักเหลี่ยม	Kenari, Upi	มะเกิ้ม (มะกอกเกลื้อน)	Canarium subulatum Guillaumin	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ป่าผลัดใบและทุ่งหญ้า ชอบขึ้นในที่แล้ง	ไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร เปลือกสีน้ำตาล เมื่อสับดูจะมีกลิ่นหอมแรงและมียางสีขาว ตามกิ่งมีแผลใบเห็นเด่นชัด ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 2-5 คู่ มีตั้งแต่รูปค่อนข้างกว้าง จนกระทั่งรูปหอกกว้าง 3.5-11 ซม. ยาว 9-18 ซม. ด้านบนมีขนประปราย ที่เส้นกลางใบและขอบใบ ด้านล่างมีขนสั้น ๆทั่วไป ส่วนโคนใบของใบย่อยคู่ล่างสุดไม่เบี้ยว โคนใบย่อยคู่อื่นมักเบี้ยว ขอบใบหยักแบบซี่เลื่อยตื้น ๆ มีขนเป็นกระจุกเล็ก ๆ ตามรอยหยัก เส้นใบนูนเด่นชัดทางด้านล่าง ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ช่อดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกัน ช่อดอกเพศผู้ยาว 7-11 มม. มีขนทั่วไป กลีบรองกลีบดอกเชื่อมกันเป็นรูปถ้วย ยาว 2.5-3.5 มม . ขอบหยัก เกสรผู้ 6 อัน เกลี้ยง ในดอกเพศเมีย เกสรผู้มีขนาดเล็ก ผล เป็นช่อ ช่อหนึ่ง ๆ มักมีเพียง 1-4 ผล ผลรูปไข่หรือค่อนข้างกลม กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 2.7-3.5ซม. มีกลีบรองกลีบดอกรูปถ้วยเล็ก ๆ เชื่อมติดอยู่กับก้านช่อดอก	ผลสดรับประทาน ช่วยทำให้ชุ่มคอ ขับเสมหะ เปลือกต้นต้มน้ำอาบ บำรุงร่างกาย	พืชอาหาร
585	วาวี	กาสามปีก		หญ้าตีนกา (กาสามปีก)	Vitex peduncularis Wall. ex Schauer	พบตามป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ที่ระดับความสูงไม่เกิน 900 เมตร	ไม้ต้น สูง 5-15 เมตร ใบ ประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ รูปใบหอกถึงรูปขอบขนาน กว้าง 4-5 ซม. ยาว 10-15 ซม. ดอก ขนาดเล็ก สีขาวแกมเหลือง ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงยาว 1.8-2.5 มม. กลีบดอกรูปปากเปิด ผล เมล็ดเดียว แข็ง รูปค่อนข้างกลม ขนาด 7มม.	รากต้มน้ำดื่ม แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย	พืชสมุนไพร
586	วาวี	มะกอกป่า กอกกัก		มะกอกป่า	Spondias bipinnata Airy Shaw & Forman	พบเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไทย ขึ้นตามภูเขาหินปูนที่แห้งแล้งในป่าเบญจพรรณหรือป่าละเมาะผลัดใบ ระดับความสูง 50-300 เมตร ออกดอกเดือน เมษายน - พฤษภาคม ผลเดือน พฤษภาคม - กรกฏาคม	ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 15-25 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมโปร่ง ลำต้นเปลาตรง ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงตรงข้าม ใบย่อยออกเป็นคู่ตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อยมี 3-6 คู่ ใบรูปไข่หรือรูปหอก ขนาด 1-3x1.5-9 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบเบี้ยว ผิวใบด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนนุ่มหรือสาก ขอบใบเรียบ เส้นแขนงใบข้างละ 6-9 เส้น ดอกสีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นช่อแบบแยกแขนง (panicle) ตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านดอกและก้านช่อดอกมีขนสั้นนุ่ม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ทรงกลมรีสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง เนื้อหุ้มเมล็ดมีรสหวาน เมล็ดใหญ่รูปไข่ มีเสี้ยนขรุขระ เป็นผลเืดือนเมษายนถึงมิถุนายน เปลือกนอกสีเทา เรียบ	ยอดมีรสเปรี้ยวใช้กินสด กับลาบ ผลใช้ใส่น้ำพริกตาแดง หรือส้มตำ	พืชอาหาร
587	วาวี	โด่ไม่รู้ล้ม	Prickly leaved elephant's foot	โด่ไม่รู้ล้ม	Elephantopus scaber L.	ชอบขึ้นตามป่าทั่วไป โดยเฉพาะป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า หรือพื้นที่รกร้างว่างเปล่า	ไม้ล้มลุก ลำต้นสั้นอยู่ในระดับผิวดิน ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรอบลำต้นขนานกับผิวดิน ใบรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบมีขนสาก ก้านดอกแข็งแทงออกจากกลางต้น ดอกเป็นช่อแบบแขนงที่ปลายยอดสีม่วง มีใบประดับ 3 ใบ ผลรูปทรงกลม มีสัน 10 สัน ผิวมีขนนุ่มปกคลุม	รากต้มน้ำดื่มบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย	พืชอาหาร
588	วาวี	แคหางค่าง, แคหัวหมู		แคหางค่าง	Markhamia stipulata (Wall.) Seem.	พบขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขาของประเทศไทย ชอบขึ้นตามริมลำธาร	ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นตรงมักแตกกิ่งต่ำ เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบและเบี้ยว ขอบใบหยักตื้นๆ ผิวใบเรียบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามปลายกิ่ง ประมาณ 3-7 ดอก ดอกย่อยขนาดใหญ่สีขาวรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ขอบกลีบจะย่นเป็นริ้ว ผลเป็นฝักชนิดเปลือกแข็ง 2 ชั้น รูปขอบขนาน บิดไปมา เมล็ดแบนมีเยื่อบางๆ ติดหัวท้ายคล้ายปีก	นำมาลวกกินกับลาบหรือน้ำพริกหรือนำมายำ เปลือกต้น นำมาต้มน้ำดื่มหรืออาบแก้ไข้ป่า	พืชอาหาร
589	วาวี	เชียกใหญ่ จวงดง เชียด เฉียด ฝนเสน่หา สมุลแว้ง มหาปราบ	Cinnamon	อบเชย	Cinnamomum bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet	พบได้ในป่าเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์หรือป่าดงดิบทั่วไปในประเทศไทย	อบเชยไทยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงของต้นประมาณ 15-20 เมตร ทรงพุ่มกลมหรือเป็นรูปเจดีย์ต่ำ ๆ ทึบ เปลือกต้นค่อนข้างเรียบเกลี้ยงเป็นสีน้ำตาลอมเทา เปลือกและใบมีกลิ่นหอม ใบอบเชยไทย ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-7.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7.5-25 เซนติเมตร แผ่นใบหนา เกลี้ยง แข็ง และกรอบ เส้นใบออกจากโคนมี 3 เส้น ยาวตลอดจนถึงปลายใบ ด้านล่างเป็นคราบขาว ก้านใบยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร ดอกอบเชยไทย ออกดอกเป็นช่อแบบกระจายที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร ดอกมีกลิ่นเหม็น ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองอ่อนหรือสีเขียวอ่อน ผลอบเชยไทย ผลมีขนาดเล็ก ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ผลแข็ง ตามผิวผลมีคราบขาว แต่ละมีเมล็ดเดียว ฐานรองรับผลมีลักษณะเป็นรูปถ้วย	เปลือกต้นใช้เป็นเครื่องเทศ มีกลิ่นหอม ช่วยลดน้ำตาลในเลือด แก้ท้องอืดเฟ้อ	พืชอาหาร
590	วาวี	ค่าหด เก็ดลิ้น		ค่าหด	Engelhardtia spicata Lechen ex Blume	พบขึ้นตามป่าดิบเขา และป่าเบญจพรรณทั่วไปตามภาคต่างๆ ของประเทศไทย ยกเว้น ภาคใต้ ตั้งแต่ระดับ 500-1500 เมตร	ไม้ต้นผลัดใบ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม กิ่งอ่อนมีรอยแผลใบเห็นได้ชัด ลำต้นมักคดงอ เปลือกหนาสีเทา แตกเป็นร่องลึก ใบประกอบ ช่อใบเรียงเวียนสลับกัน ช่อหนึ่งๆ มีใบย่อย 1-6 คู่ ใบอ่อนมีขนสาก ส่วนใบแก่เกลี้ยง ขอบใบเรียบ จะทิ้งใบหมดก่อนเมื่อออกดอก ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่แยกช่อกัน ดอกเพศผู้รวมกันอยู่เป็นช่อสั้น ๆ แบบหางกระรอก ส่วนดอกเพศเมียอยู่รวมกันเป็นช่อยาวห้อยย้อยลง แต่ละดอกมีกาบบางๆ รูปสามเหลี่ยมสีเหลืองอ่อนรองรับ และกาบนี้จะเจริญเป็นกาบของผลต่อไป ผลกลมแข็ง โตไม่เกิน 1 เซนติเมตร มีขนแข็งๆ สั้นๆ คลุมแน่น มีแฉกกาบเป็นรูปสามงามบางๆ ติดอยู่ ง่ามกลางจะยาวที่สุด	เปลือกต้น ต้มน้ำอาบ แก้ผดผื่นคัน	พืชสมุนไพร
591	วาวี	ต้างหลวง, ต้างป่า	Snowflake aralia, Snowflake tree, Snow flake tree	ต้างหลวง	Trevesia palmata (Roxb. ex Lindl.) Vis.	ชอบขึ้นในป่าดิบที่ปลอดจากไฟป่า หรือตามหุบเขาที่มีความชุ่มชื้น	ต้างหลวงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แต่อาจสูงได้ถึง 20 เมตร ลำต้น กิ่งก้าน และเส้นใบมีหนามแหลมปกคลุม ใบเดี่ยวออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายยอด รูปโล่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบใกล้ปลายยอด รูปร่างกลมรี ติดกันเป็นกระจุกกลม กระจุกละ 30-50 ดอก ช่อหนึ่งมีหลายกระจุก สีเหลืองอมเขียว ผลมีเนื้อ รูปกรวยคว่ำ มีสามพู เมล็ดแบน	ผลกินเป็นผัก ดอกอ่อนแกงรวมกับแกงแค ลวกกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
592	วาวี	เอนอ้า เอนอ้าขน, จุกนารี, โคลงเคลง		เอนอ้า	Osbeckia stellata Buch.-Ham. ex Ker Gawl.	พบขึ้นตามที่โล่ง ทุ่งหญ้า และสันเขาที่ชื้นแฉะ สามารถพบได้จนถึงระดับความสูง 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล	เอนอ้าเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่แกมรูปใบหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบมีขนแข็งปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีอย่างละ 4 กลีบ อับเรณูเรียวยาวปลายเป็นจะงอยรูปตัวเอส (S) ผลแบบแคปซูล รูปคนโฑ มีเมล็ดเป็นจำนวนมาก	รากมาต้มรวมกับรากกูดก๊องและรากเขื่องแข้งม้า ดื่มบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายและริดสีดวงทวาร	พืชอาหาร
593	วาวี	รางจืด	Laurel clockvine, Blue trumpet vine	เครือหนำแน่ (รางจืด)	Thunbergia laurifolia Lindl.	เป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก ชอบดินร่วนปนทราย และพบอยู่ตามชายป่าดิบทั่วไปในประเทศ	รางจืดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ขอบใบเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา อวบน้ำเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็น รูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปดอกเข็ม โคนเชื่อมกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ใบประดับสีเขียวประสีน้ำตาลแดง ผลแห้ง แตกได้	ทั้งต้นต้มน้ำดื่ม แก้พิษเบื่อเมาช่วยขับสารพิษในร่างกาย และลดน้ำตาลในเลือด	พืชสมุนไพร
594	วาวี	มะขม		มะขม	Pittosporopsis kerrii Craib	ไม่ค่อยพบมากนัก พบกระจายตามที่ร่มในป่าดิบชื้น	ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง ได้ถึง 8 เมตร ใบเดี่ยว รูปขอบขนานอคบ หรือรูปไข่กลับ กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 10-21 เซนติเมตร ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกเป็นช่ออัดแน่นกลม ออกตามซอกใบ ดอกย่อยขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร สีขาวหรือเขียวอ่อน ก้านดอกย่อยสั้นมาก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ยาว 1.5-2 มิลิเมตร กลีบดอกยาวเรียวชิดติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นแฉก เกสรเพศผู้ยาวเกือบพ้นปากกลีบดอก ผลสีเขียวสดและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ขนาด 2-2.5 เซนติเมตร ด้านบนและล่างแบน ปลายมีติ่งเล็ก มีฐานกลีบเลี้ยงเจริญใหญ่มารองรับ ชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง ผิวเรียบ	เมล็ดนำมาต้มหรือนึ่งรับประทานกับข้าว มีรสขม	พืชอาหาร
595	วาวี	มะกิ้ง		มะกิ้ง	Hodgsonia macrocarpa var. capniocarpa (Ridl.) Tsai	จากอินเดียถึงอินโดนีเซีย พบขึ้นพันต้นไม้สูง ตามป่าโปร่งและป่าริมห้วย ที่ระดับความสูง 500-1,500 ม.	ไม้เถา เลื้อยพันขึ้นคลุมยอดไม้ มีมือจับแข็งแรง ใบ เป็นใบเดี่ยว เนื้อหนาคล้ายแผ่นหนัง กว้าง 17-18 ซม. ยาว 12-15 ซม. แผ่นใบหยักลึก แบ่งเป็นสามแฉก ก้านใบยาว 2.5 ซม. ดอก สีขาวครีม ค่อนข้างใหญ่ แยกเพศ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ มีน้อยดอก กลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอกส่วนล่างเชื่อมกันเป็นหลอด ยาว 6-6.5 ซม. ส่วนบนแผ่บานเป็นปากแตร เกสรผู้มี 3 อัน ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว มีก้านเกสรเมียยาว ผล เป็นผลสด กลม แป้น มีเนื้อ ขนาด 15-18 ซม. ผลแก่มีคราบนวล เมล็ด 6-8 เมล็ด รูปรี ยาว 5 ซม.	เนื้อในเมล็ดนำมาปิ้งไฟรับประทาน หรือนำมาตำน้ำพริก มีรสมัน ใบเผาไฟสูดดมรักษาโรคทางเดินหายใจ	พืชอาหาร
596	วาวี	เอื้องปากเป็ด, เอื้องด้ามข้าว, กล้วยหางไหล, กาเรการ่อน		กะเรกะร่อน (ไม้ด้ามข้าว)	Cymbidium aloifolium (L.) Sw.	พบได้ตามป่าผลัดใบและป่าไม่ผลัดใบ ตามที่โล่งแจ้งมีแสงแดดจัด ในระดับหลายความสูง	กล้วยไม้อิงอาศัย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมนเว้าเล็กน้อย โคนใบสอบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2 เซนติเมตรและยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร แผ่นใบมีลักษณะหนาแข็ง หลังใบและท้องใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อสายห้อยลง โดยจะออกที่โคนต้น มีช่อดอกประมาณ 1-2 ช่อ ช่อดอกมีความยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ในช่อดอกมีดอกย่อยจำนวนมาก (ประมาณ 17-26 ดอก) ดอกมีขนาดประมาณ 2.5 เซนติเมตร (บ้างว่าเส้นผ่านศูนย์กลางดอกกว้างประมาณ 3.5 เซนติเมตร) กลีบดอกสั้นสีเหลืองมีลักษณะเป็นรูปแถบ มีแถบสีม่วงหรือสีน้ำตาลอมแดงขอบขาว ส่วนกลีบเลี้ยงมี 3 กลีบ มีลักษณะเป็นรูปแถบ โดยกลีบดอกจะแคบและสั้นกว่ากลีบเลี้ยง ดอกมีเกสรเพศผู้มีสีเหลือง โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก เป็นพู 5 พู ผิวผลเรียบ (บ้างว่า ผลมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานสีน้ำตาล ยาวประมาณ 6-7 เซนติเมตร[4]) ผลเป็นสีเขียวอมสีเหลือง เมื่อผลแห้งจะแตกได้ ในผลมีเมล็ดเป็นผงละเอียดจำนวนมาก	ผงที่อยู่ในลำลูกกล้วย ใช้ใส่แผลพุพอง แก้อักเสบ	พืชสมุนไพร
597	วาวี	เลี่ยน เคี่ยน เฮี่ยน	chinaberry tree, Pride of India, bead-tree, Cape lilac, syringa berrytree, Persian lilac, Indian lilac, white cedar	เลี่ยน	Melia azedarach L.	มีถิ่นกำเนิดในเอเชีย เป็นไม้เบิกนำ พบขึ้นทั่วไปตามชายป่าดิบ และป่าเบญจพรรณ	ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 10-20 เมตร กิ่งเปราะ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกเวียนสลับเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง ใบย่อยมีจำนวนมาก รูปรีขอบขนาน ขนาดกว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 3-6 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบและมักบิดเบี้ยว ขอบใบจัก ดอกสีขาวอมม่วงหรือชมพู มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอก 5-6 กลีบ เมื่อบานขนาดผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. เกสรผู้ 10 อัน ก้านเกสรสีม่วงติดกันเป็นหลอด ผลรูปกลมรี กว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 2.5 ซม. ผลแก่สีเหลือง เมล็ดมี 1 เมล็ด	น้ำคั้นจากใบ หรือ ลูก ใช้สระผมป้องกันรังแค แก้คัน และบำรุงเส้นผม	พืชสมุนไพร
598	วาวี	มะคำดีควาย ประคำดีควาย	Soap nut tree	มะซัก (มะคำดีควาย)	Sapindus rarak DC.	มักขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณชื้น หรือบริเวณป่าดงดิบแล้งในทุกภาคของประเทศไทย	ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยออกเรียงสลับ 5-9 คู่ รูปหอก โคนใบสอบเข้าหากันส่วนปลายใบเรียวแหลม ดอกเป็นช่อออกออกตามปลายกิ่ง ขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีเหลืองอ่อน ผลกลมออกรวมกันเป็นพวง สีน้ำตาลเข้มจนถึงดำและมักเหี่ยว ข้างในมี 1 เมล็ด สีดำเปลือกแข็งหุ้ม	ผล ใช้ทำน้ำยาล้างจาน และน้ำยาซักล้างต่างๆ	พืชใช้สอยอื่นๆ
599	วาวี	กฤษณา	Eagle wood, Agarwood	กฤษณา	Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte	พบขึ้นกระจายทั่วไปในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ที่เป็นสันดอนน้ำไม่ขัง สามารถขึ้นได้สูงถึง 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชอบที่ชุ่มชื้น ดินร่วน ปนทราย ระบายน้ำดี บริเวณใกล้แม่น้ำหรือลำธาร	กฤษณาเป็นไม้ยืนต้น สูง 20-30 เมตร ลำต้นตรง เรือนยอดเป็นรูปกรวย เปลือกเรียบสีเทา เนื้อไม้อ่อนสีขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้างประมาณ 6 ซม. ยาว 12 ซม. ผิวเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ ที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาวแกมเขียว ผลเมื่อขยายใหญ่ขึ้นค่อนข้างกลมและมีขนประปราย ผิวขรุขระเล็กน้อย ผลมีขนาดกว้าง 2-2.5 ซม. และยาว 2.5-3.5 ซม. ที่โคนผลมีกลีบเลี้ยงติดทน และมีขนาดขยายใหญ่ขึ้น เมล็ดกว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1 ซม.	เนื้อไม้มีกลิ่นหอมช่วยบำรุงหัวใจ ใช้เข้ายาแก้ลมวิงเวียน หน้ามืดตาลาย น้ำมันจากเมล็ดรักษาโรคเรื้อนและโรคผิวหนัง	พืชสมุนไพร
600	วาวี	เถาเอ็นอ่อน	Wax Leaved Climber, Indian sarsaparilla	เครือเจน (เถาเอ็นอ่อน)	Cryptolepis dubia (Burm.f.) M.R.Almeida	พบตามป่าเบญจพรรณ	ไม้เถาเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น เปลือกเถาเรียบสีน้ำตาลอมดำ พอแก่เปลือกจะหลุดล่อนออกเป็นแผ่น ทุกส่วนของต้นมี น้ำยางสีขาว ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี ปลายใบมนมีหางสั้น โคนใบสอบ แผ่นใบด้านบนสีเขียวเป็นมัน ด้านล่างสีขาวนวล ก้านใบสั้น ดอกออกเป็นดอกช่อ ตามซอกใบ ดอกย่อยสีเหลืองอ่อน กลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน กลีบเลี้ยงสีเขียว 5 กลีบ ผลติดกันเป็นคู่ รูปทรงกระบอก ปลายผลแหลม ผิวลื่น เมื่อแก่แตกออกด้านเดียว เมล็ดรูปรีสีน้ำตาล มีขนปุยสีขาวติดอยู่	ทั้งต้นต้มรวมกับข้าวเจ้า ดื่มกินแก้ริดสีดวงทวาร	พืชสมุนไพร
601	วาวี	บอระเพ็ด	Heart-leaved moonseed	จุ้มจาลิง (บอระเพ็ด)	Tinospora crispa (L.) Hook. f. & Thomson	ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณ ที่มีดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	บอระเพ็ดเป็นไม้เถาเลื้อยเกาะไม้อื่น ลำต้นขรุขระเป็นปุ่มปม มีรากอากาศคล้ายเชือกเส้นเล็กๆ ห้อยลงมาเป็นสาย รสขมจัด ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหัวใจ โคนใบเว้า ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกเป็นช่อขนาดเล็กออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง สีเหลืองอมเขียว ผลสดทรงกลม สีเหลืองหรือแดง	เถาหั่นเป็นแว่นรับประทานกับน้ำผึ้งช่วยแก้ไข้ แก้หวัด บำรุงกำลัง ใบตำพอกบาดแผล แก้อักเสบ	พืชสมุนไพร
602	วาวี	เล็บเหยี่ยว	Jackal Jujube, Small-fruited Jujube, Wild Jujube	บะตันขอ	Ziziphus oenopolia (L.) Mill.	พบได้ทั่วไปตามป่า ตามเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าคืนสภาพ	ไม้พุ่มสูง 0.5-2 เมตร ลำต้นมีหนามโค้งลง ใบเดี่ยว ออกสลับ รูปไข่หรือรูปขอบขนาน ยาว 1-4 เซนติเมตร กว้าง 0.8-3 เซนติเมตร ปลายใบแหลมหรือมีติ่งแหลม ฐานใบสอบเรียวเล็กน้อย ขอบใบหยักซี่ฟัน เส้นใบชัดเจน ผิวใบด้านบนมีขนประปราย ผิวใบด้านล่างมีขนหนาแน่นบริเวณเส้นใบ บริเวณเนื้อใบมีขนประปราย ก้านใบยาว 0.2-0.5 เซนติเมตร ผิวมีขน ดอกช่อแบบช่อกระจุก ออกตามซอกใบ ก้านดอกย่อยยาว 0.2-.3 มิลลิเมตร ผิวมีขน กลีบเลี้ยงเชื่อมกันที่ฐานเป็นจานฐานดอก ปลายแยกเป็น 5 แฉก แต่ละแฉกรูปสามเหลี่ยม ยาว 1-1.5 มิลลิเมตร กว้าง 0.8-1 มิลลิเมตร ผิวด้านนอกมีขน กลีบดอก รูปช้อน ยาว 0.8-1 มิลลิเมตร กว้าง 0.2-0.5 มิลลิเมตร สีเขียวอ่อน ออกสลับกับกลีบเลี้ยง เกสรเพศผู้ มี 5 อัน ก้านชูเกสรแบน ยาว 0.5-0.8 มิลลิเมตร ติดที่ฐานของกลีบดอก อับเรณูรูปสามเหลี่ยม ยาว 0.1-0.2 มิลลิเมตร สีน้ำตาล เกสรเพศเมีย รังไข่เหนือวงกลีบ รูปค่อนข้างกลม ยาว 0.3-0.8 มิลลิเมตร สีเขียว ไม่มีก้านชูเกสร ยอดเกสรกลมมี 2 พู สีม่วง ผลแบบผลเมล็ดเดี่ยวแข็ง (drupe) รูปกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-5 มิลลิเมตร ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีม่วงเข้ม-ดำ รับประทานได้	รากต้มรวมกับข้าวเจ้า แก้ริดสีดวงทวาร ผลสุกมีรสหวานรับประทานเป็นผลไม้	พืชสมุนไพร
603	วาวี	บ่าแหน (สมอภิเภก)	baher, beleric, bastard myrobalan	มะแหน (สมอแหน)	Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb.	พบทั่วไปในป่าผลัดใบ ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง ที่ใกล้ระดับน้ำทะเลไปจนถึง 500 เมตร	"พืชดอก ไม้ต้น สูงประมาณ 40 เมตร มักมีพูพอนขนาดใหญ่ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเกือบตรงข้าม รูปไข่กลับ ยาว 4-16 เซนติเมตร กว้าง 2-10 เซนติเมตร ปลายใบมนหรือกลม ฐานใบกลมหรือตัด หรือเบี้ยว แผ่นใบหนาคล้ายหนัง ผิวใบเกลี้ยง มีต่อม 2 ต่อมที่รอยต่อระหว่างก้านใบและแผ่นใบ ดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก กลีบดอกสีขาว
 ผล: ผลแห้งแตก รูปเกือบกลมหรือรูปไข่กว้าง มีสัน 5 สัน มีขนคล้ายกำมะหยี่ จะทิ้งใบในช่วงสั้นๆ ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และใบอ่อนจะขึ้นมาใหม่พร้อมกับตาดอกในเดือนมีนาคม-เมษายน"	ผลสดบรรเทาอาการไอ	พืชสมุนไพร
604	วาวี	เครือเดา เถายั้งดง เดา หนามเดา		เครือเดา	Smilax lanceifolia var. lanceolata (J.B.Norton) T.Koyama	พบขึ้นตามป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง ออกดอกเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ต่างประเทศพบที่ อินเดีย จีน ภูมิภาคอินโดจีน พม่า และไทย	ไม้เถาเลื้อยมีมือพัน มีหัวใต้กิน ลำต้นกลม ยาว 1-2 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี หรือรูปใบหอก กว้าง 2-8 เซนติเมตร ยาว 6-17 เซนติเมตร ปปลายใบแหลม โคนใบกลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา เส้นใบออกจากโคนใบ 3 เส้น ช่อดอกแบบช่อกระจุก ก้านช่อดอกยาว 1-1.5 เซนติเมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเพศผู้ กลีบรวมขนาดเล็ก สีเหลืองอมเขียว เกสรเพศผู้ ยาว 3-4 มิลลิเมตร ดอกเพศเมีย กลีบรวมขนาดเล็ก เกสรเพศผู้เป็นหมัน รังไข่เหนือวงกลีบ ผลสดมีเนื้อ ผลสุกสีแดง รูปกลม ขนาด 6-7 มิลลิเมตร	ยอดอ่อนรับประทานเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก	พืชอาหาร
605	วาวี			ไก๋หมอน				ใบตำให้ละเอียด แล้วนำไปสระผม แก้รังแค	พืชอาหาร
606	วาวี	ไข่ปูใหญ่		หนามไข่ปู	Rubus alceifolius Poir.	จากจีน ญี่ปุ่น จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบทุกภาค ตามป่าดิบเขาบริเวณโล่งแจ้ง ที่ระดับความสูง 300-1,600 เมตร	ไม้พุ่มรอเลื้อย ทอดยาวได้ถึง 6-8 เมตร มีขนยาวสีน้ำตาลอ่อนและหนามแหลมปกคลุมทุกส่วน ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 6-15 เซนติเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร แผ่นใบหนา โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบจักถี่และหยักเว้า 5-7 แฉก ดอกสีขาวออกเป็นช่อที่ซอกใบ ช่อดอกยาว 15-18 เซนติเมตร กลีบรองดอก 5 กลีบ รูปขอบขนานปลายแหลม กลีบดอก 5 กลีบ หลุดร่วงง่าย รูปไข่กลับ ขนาด 0.5-1 เซนติเมตร ขอบกลีบย่น เกสรผู้และเกสรเมียจำนวนมาก ผลเป็นผลสดชนิดผลรวม สีแดง ทรงกลม ขนาด 1-2 เซนติเมตร	ผลสุก ทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
607	วาวี	ปัญจขันธ์ เบญจขันธ์	Jiaogulan, Gynostemma, Miracle grass, Southern ginseng, 5-Leaf ginseng, Penta tea	เจียวกู้หลานป่า	Gynostemma pentaphyllum (Thunb.) Makino	กระจายพันธุ์กว้าง พบในอินเดีย ศรีลังกา ไปจนถึงจีน ญี่ปุ่น และคาบสมุทรอินโดจีน ไปจนถึงมาเลเซีย และนิวกินี พบได้ตามที่ชื้นแฉะ ริมทางน้ำไหล อาจพบขึ้นบนหินปูน ที่ความสูง 200-2400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ออกดอกออกผลตลอดปี	ไม้เลื้อย ลำต้นเล็กเรียว ยาวได้ถึง ๓๐ เมตร ใบเป็นใบประกอบรูปฝ่ามือ ออกสลับ มีใบย่อย ๓ - ๕ ใบ ขอบใบหยักจักฟันเลื่อย ดอกขนาดเล็ก สีขาว ออกเป็นช่อตามซอกใบ สีเหลืองปนเขียว ผลค่อนข้างกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๔ - ๐.๗ ซม. เมล็ดรูปสามเหลี่ยม ค่อนข้างแบน	ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ปรับสมดุลในร่างกาย	พืชสมุนไพร
608	วาวี	เฟิร์นตีนมังกร หญ้ายายเภา		ผักกูดก้อง (ย่านลิเภา)	Lygodium flexuosum (L.) Sw.	ชอบแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด พบในป่าทั่วไป	ไม้เถามีเหง้าสั้นอยู่ในดิน มีขนสีน้ำตาลปกคลุม มีใบประกอบ 5 ชั้น ก้านใบชั้นแรกยาวได้มากกว่า 50 ซม. โคนก้านสีน้ำตาลมีขนปกคลุม แกนกลางใบหรือก้านใบชั้นที่ 2 มีครีบสันตลอดความยาว มีขนปกคลุม แกนย่อยชั้นแรกหรือก้านใบชั้นที่ 3 ยาว 5 มม. มีขนปกคลุมและขนชี้ลง ก้านใบชั้นที่ 4 เป็นใบประกอบแบบขนนก 1-2 ชั้น รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม ปลายแหลม กว้าง 7-12 ซม. ยาว 10-25 ซม. ก้านใบชั้นที่ 5 เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 แฉก หรือใบเดี่ยว โคนของแฉกเว้าแบบหัวใจ ขนาดใบกว้าง 2.5 ซม. ยาว 15 ซม. ปลายแหลม ขอบใบจักซี่ฟัน เป็นครีบสันมีขนประปราย ที่โคนใบและก้านไม่มีข้อต่อที่จุดเชื่อม แผ่นใบบางและเรียบ อับสปอร์เกิดที่ส่วนติ่งยื่นออกจากขอบใบย่อยชั้นสุดท้าย	ยอดอ่อนรับประทานสด รากเป็นสมุนไพร ต้มน้ำดื่มแก้โรคนิ่ว หรือนำมาเข้ายาแก้ริดสีดวงทวาร	พืชสมุนไพร
609	วาวี	ข้าวเม่านก	Trefle gros	หญ้าคอตุง	Tadehagi triquetrum (L.) H.Ohashi	พบในป่าทั่วไป ชอบขึ้นบริเวณที่รกร้าง หรือริมทาง	หญ้าคอตุงตัวเมียหรือหญ้าหนอนตายเป็นไม้ล้มลุก สูง 15-50 ซม. กิ่งก้านเป็นสันสามเหลี่ยม แตกกิ่งก้านสาขามาก ยอดและกิ่งอ่อนมีสีแดงมัน มีหูใบสีเงินหรือเทาสองข้าง เมื่อแก่สีชา ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 2-4 ซม. ยาว 8-10 ซม. หลังใบมีขน ท้องใบผิวเรียบ ก้านใบแผ่เป็นปีก ช่อดอกกระจะ รูปทรงกระบอก ออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกรูปดอกถั่ว สีม่วง ผลเป็นฝักแบนยาว ส่วนหัวมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ส่วนท้ายมีรยางค์ 1 เส้น ลักษณะโค้งงอ ขอบผลเว้าตื้นหนึ่งหรือสองด้าน	ใบ ใช้วางบนไหปลาร้าช่วยป้องกันหนอนแมลงวัน	พืชสมุนไพร
610	วาวี			อูนป่า	Viburnum sambucinum Reinw. ex Blume	ตอนใต้ของประเทศจีน เมียนม่าห์ ในประเทศไทยตามป่าดงดิบทางภาคเหนือและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง 800-1,400 เมตร ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์	ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 6 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปรี กว้าง 3.5-8 ซม. ยาว 9-20 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านล่างมีขนสาก ดอก สีขาว มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อกลม ขนาด 8-10 ซม. ดอกย่อยขนาดเล็ก จำนวนมาก กลีบรองดอกปลายแยก 5 แฉก กลีบดอกเป็นหลอด แคบปลายแยก 5 แฉก เกสรผู้ 5 อัน เชื่อมกับฐานกลีบดอก ปลายก้านเกสรเมียแยก 3 แฉก ผล รูปกลมรี เมื่อสุกมีสีม่วงดำ	ดอกมีกลิ่นหอม นิยมนำไปถวายหรือทำบุญที่วัด	พืชใช้สอยอื่นๆ
611	วาวี	ก้ามปู คมขวาน บ้องขวาน หัวขวาน ดาวดึงส์ ว่านก้ามปู มะขาโก้ง	Climbing Lily	ดองดึง	Gloriosa superba L.	มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา ประเทศอินเดีย ไทย และกัมพูชา พบได้ตามป่าเปิดและป่าเบญจพรรณทั่วไป ที่ความสูง 50-400 เมตร จากระดับน้ำทะเล ออกดอกติดผลเดือนมิถุนายน-ตุลาคม	ไม้เถาเลื้อย ลำต้นอ่อน ลักษณะเป็นหัวหรือเป็นเหง้าขนาดเล็กฝังอยู่ใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยว รูปยาวรี ก้านใบมีลักษณะเป็นกาบหุ้มลำต้น ปลายใบแหลม บิดม้วนเป็นมือเกาะ ขอบใบเรียบ ขนาดกว้าง 1.3-4 ซม. ยาว 8-25 ซม. ดอกใหญ่สีแดงหรือแดงแกมเหลือง ออกเดี่ยวๆ ตามกิ่ง กลีบดอก 5 กลีบ แยกกัน มักบิดเป็นเกลียว ปลายกลีบสีแดงเข้ม โคนกลีบสีเหลือง ขอบหยักเป็นลอนปลายแหลม ชูตั้งขึ้นทั้ง 5 กลีบ เกสรผู้ 5 อัน ยาว 5-7 ซม. เป็นก้านยาว เรียงตัวแผ่กว้างเด่นชัด รังไข่สีเขียว มีก้านยาว โค้งขึ้น เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีสีเข้มจัด ผลรูปกระสวย ผิวมัน มักมีสันตื้นๆ ขนาดกว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 6-8 ซม.	หัว ใช้เป็นส่วนผสมในแป้งเหล้า	พืชอาหาร
612	วาวี	มะขามป้อม	Emblic myrabolan, Malacca tree	มะขามป้อม	Phyllanthus emblica L.	พบประปรายในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงทั่วไป มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี	ขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเดี่ยว ออกตามกิ่งและซอกใบจำนวนมาก เป็นผลสด รูปทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อหนา มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ดกลม สีเขียวเข้ม	ผลแก่รับประทานเป็นผลไม้ หรือนำไปตำส้มตำช่วยลดอาการไอ ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยลดไข้ แก้ลม บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ	พืชอาหาร
613	วาวี	บอระเพ็ดพุงช้าง		บอระเพ็ดพุงช้าง	Stephania suberosa Forman	ชอบขึ้นตามภูเขาหินปูน ป่าผลัดใบทางภาคกลาง ภาคอีสานและภาคเหนือ	ไม้เถาเลื้อย มีหัวสะสมอาหารขนาดใหญ่โผล่พ้นผิวดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหัวใจ ดอกเป็นช่อซี่ร่มตามออกซอกใบ ผลสดรูปไข่กลับ	หัวตากแห้ง บดเป็นผงผสมกับไพลและเกลือ แก้ปวดท้องจากอาหารเป็นพิษ ช่วยขับเสมหะ และลดไข้ในเด็ก	พืชสมุนไพร
614	วาวี	ทองเครือ กวาวเครือแดง		กวาวเครือแดง	Butea superba Roxb.	พบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศ ไล่ตั้งแต่ชายแดนไทย-พม่าตรงถึงภาคเหนือ เป็นไม้ที่ชอบขึ้นตามภูเขาสูง และในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธุ์ จะออกดอกเป็นดอกสีส้มเหลืองคล้ายดอกทองกวาวบาน	กวาวเครือแดงจัดเป็นไม้เถายืนต้นขนาดใหญ่ อายุยิ่งมากเท่าไหร่ เถาก็จะยิ่งใหญ่และกลายเป็นต้น แต่ยังส่งเถาเลื้อยไปพาดพันตามต้นไม้ที่อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ ลักษณะของใบคล้ายใบทองกวาว แต่ใบจะใหญ่กว่ามาก แต่ถ้าเป็นใบอ่อนจะมีขนาดเท่ากับใบพลวงหรือใบของต้นสัก ส่วนต้นหากใช้มีดฟันจะมียางสีแดงคล้ายโลหิตออกมา หากขุดโคนต้น ก็จะพบรากขนาดใหญ่เท่าน่องขาเลื้อยออกมาจากต้นโดยรอบ มีความยาวประมาณ 2 วา ขึ้นอยู่กับอายุและขนาดของลำต้น	เถาต้มน้ำดื่ม บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงเพศชาย	พืชสมุนไพร
615	วาวี			เปื๋อย	Lagerstroemia spp.			เปลือกต้น ต้มน้ำดื่ม แก้โรคเบาหวาน	พืชสมุนไพร
616	วาวี	ชายผ้าสีดา กระเช้าสีดา สไบสีดา ห่อข้าวสีดา หัวเฒ่าย่าบา เฟินชายผ้าสีดา กระเช้าเขากวาง	Staghorn ferns	กระเช้าสีดา	Platycerium coronarium (Mull.) Desv.	มีการกระจายพันธุ์ในคาบสมุทรอินโดจีน และมาเลเซีย ชอบขึ้นตามป่าที่ค่อนข้างชื้น ในธรรมชาติค่อนข้างหายาก	เป็นเฟินอิงอาศัยต้นไม้ มีใบ 2 แบบ แบบแรกจะแปรรูปไป มีลักษณะคล้ายกาบห่อหุ้มระบบรากเอาไว้ให้ได้รับความชุ่มชื้นและรัดเกาะติดกับต้นไม้ที่มันมาอาศัยอยู่ ใบแบบที่ 2 จะแผ่สยายลงมาเป็นริ้ว คล้ายเขากวาง ใบที่สร้างสปอร์จะเป็นแฉลึก 2 แฉก กลุ่มของอับสปอร์เกิดเป็นแผ่นครึ่งวงกลม ทางด้านใต้ของใบ	ใบ แช่น้ำให้หญิงมีครรภ์อาบ ช่วยให้คลอดง่าย	พืชสมุนไพร
617	วาวี	เกล็ดปลาช่อน		เกล็ดหอย	Phyllodium pulchellum (L.) Desv.	เขตการกระจายพันธุ์ในกัมพูชา เวียดนาม ลาว ออสเตรเลีย และพบในทุกภาคของประเทศไทย โดยพบขึ้นทั่วไปในทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณะ ตามพื้นที่ป่า ตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าผลัดใบ ป่าสน ป่าไผ่ ชายป่าดิบ ที่ความสูงตั้งแต่ใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึงประมาณ 1,300 เมตร	ไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 0.5-2 เมตร ปลายกิ่งโค้งลง กิ่งและก้านใบมีขนนุ่มสีเทาถึงสีน้ำตาลอ่อนหนาแน่น เปลือกต้นสีน้ำตาลค่อนข้างเรียบ ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มี 3 ใบย่อย ใบย่อยใบกลางใหญ่กว่าใบย่อยด้านข้าง รูปไข่ รูปรี หรือรูปขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ปลายแหลมหรือเรียวแหลม โคนมนหรือกลม ขอบเรียบ บางครั้งเป็นคลื่น แผ่นใบบางคล้ายกระดาษถึงหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวด้านบนมีขนสั้นนุ่ม บาง ๆ เมื่อแก่เกลี้ยง ด้านล่างมีขนสั้นนุ่ม หนาแน่น ใบย่อยด้านข้าง 2 ใบ รูปร่างคล้ายใบย่อยใบปลาย แต่ขนาดเล็กกว่า กว้าง 2-3 ซม. ยาว 3-5 ซม. โคนเบี้ยว เส้นแขนงใบ ข้างละ 6-10 เส้น ก้านใบย่อย ยาว 2-3 มม. หูใบรูปสามเหลี่ยมแคบ ยาว 6-8 มม. มีขน หูใบย่อยเป็นขนแข็ง ยาวคล้ายหาง ยาว 2-3 มม. แกนช่อใบ ยาว 2-3 ซม. ก้านช่อใบยาว 5-10 มม. ช่อดอกออกเป็นกระจุก 3-5 ดอก เรียงอยู่บนแกนช่อดอก แบบช่อกระจะค่อนข้างยาว ออกที่ซอกใบ ดอกแต่ละกระจุกมีใบประดับคล้ายใบประกบหุ้มไว้ 2 ใบ ใบประดับมีรูปร่างคล้ายเกล็ดปลา รูปเกือบกลม กว้าง 0.6-1.2 ซม. ยาว 0.8-1.5 ซม. ปลายแหลมหรือเว้าตื้น โคนกลมหรือรูปหัวใจตื้น มีขนทั้งสองด้าน มีใบประดับอีกหนึ่งใบอยู่ปลายสุด ลดรูปเป็นเส้นใบประดับย่อย ยาว 0.5-1 มม. มีขน ใบประดับหุ้มดอกและติดอยู่จนติดผล ก้านดอกยาว 2-3 มม. กลีบเลี้ยง ยาว 2-3 มม. โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 4 แฉก แฉกบนและแฉกข้างรูปไข่ ปลายแหลม แฉกล่างรูปไข่ แคบยาวกว่าแฉกอื่น ๆ กลีบดอก 5 กลีบ สีขาวหรือเหลืองอ่อน รูปดอกถั่ว กลีบกลางรูปไข่กลับ กว้าง 2.5-4 มม. ยาว 5-6 มม. ปลายกลม มีก้านกลีบสั้น ๆ กลีบคู่ข้างรูปรีแคบ กว้างประมาณ 1 มม. ยาว 5-6 มม. ปลายมน โคนมีติ่ง กลีบคู่ล่างยาวเท่ากับกลีบคู่ข้าง แต่กว้างกว่า รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ มี 1 ช่อง มี ออวุล 2-4 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียโค้ง โคนมีขน ผลเป็นฝักแบน ฝักรูปขอบขนาน กว้าง 4-5 มม. ยาว 7-8 มม. หยักเป็นข้อ 2-4 ข้อ ผิวมีขน มีลวดลายแบบร่างแหชัดเจน เมล็ดรูปรี กว้างประมาณ 2 มม. ยาว 2-3 มม. พบตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ชายป่าดิบ ความสูงตั้งแต่ใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึงประมาณ 1,300 เมตร ออกดอกและเป็นผลระหว่างเดือน กรกฎาคม- ธันวาคม	ราก ต้มน้ำดื่ม หรือล้างหน้า แก้โรคตาแดง	พืชสมุนไพร
618	วาวี	หญ้าคมบาง		หญ้าคมบาง (หญ้าสามเหลี่ยม)	Scleria levis Retz	พบได้ทั่วไปในพื้นที่ป่าโปร่ง เปิดโล่ง และตามชายป่าในป่าดิบแล้ง เช่นที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 130 เมตร	ไม้ล้มลุก มีอายุได้หลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะเป็นข้อแข็ง ๆ ลำต้นมีความสูงได้ถึง 1.5 เมตร ลำต้นบนดินเรียวยาว เป็นสันสามเหลี่ยมคม ที่มุมสากมือ ผิวเรียบหรือมีขน กาบใบแผ่เป็นครีบ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับซ้อนกันเป็น 3 เส้า ลักษณะของใบเป็นรูปดาบแคบยาว มีขนาดกว้างได้ถึง 1 เซนติเมตร และยาวได้ถึง 1 เมตร ผิวใบเรียบถึงมีขน ออกดอกเป็นช่อแบบแยกแขนง ยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร โดยจะออกที่ปลายยอด ดอกเป็นแบบแยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยมีจำนวนมาก สีน้ำตาล ไม่มีกลีบดอก มีวงใบประดับรองรับ ช่อดอกย่อยเพศผู้เป็นรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร ส่วนช่อย่อยดอกเพศเมียเป็นรูปไข่ มีกาบช่อย่อย ผลเป็นผลแห้งไม่แตก ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมหรือรูปไข่แกมรูปทรงกลม สีขาว ผิวมัน และมีขนเล็กน้อย มีขนาดยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ฐานรองผลยาวคลุมครึ่งหนึ่งของผล ปลายเป็นติ่งหนาม	รากใช้เข้ายาแก้นิ่ว	พืชสมุนไพร
619	วาวี			บ่ามา				รากเข้ายาแก้ริดสีดวงทวาร	พืชสมุนไพร
620	วาวี	สมอพิเภก	Beleric myrobalan, Bastard myrobalan	สมอพิเภก	Terminalia belirica Wall.	พบกระจายทั่วไป ในป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคกลาง พื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-400 เมตร ภาคใต้พบบริเวณที่ราบในป่าดงดิบ	ไม้ยืนต้น สูง 20-35 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอมเทาแตกเป็นร่องเล็กๆ กิ่งอ่อนมีขน ใบเดี่ยวกลมโต รูปไข่กลับแกมวงรี กว้าง 5-10 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายมน โคนสอบ ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก มีดอกสมบูรณ์เพศ และดอกตัวผู้อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบสีเหลือง ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม มีสัน 5 สัน ผิวมันมีขนสั้นสีน้ำตาล	ผลสดบรรเทาอาการไอ ช่วยให้ชุ่มคอ	พืชสมุนไพร
621	วาวี	แฟนส้ม ส้มแป้น		มะแฟน	Protium serratum (Wall. ex Colebr.) Engl.	ขึ้นเป็นกลุ่ม ๆ ตามป่าเบญจพรรณทั่วไป ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-800 เมตร ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดเพาะ	เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ผลัดใบ สูง 10-25 เมตร ลำต้นค่อนข้างเปลาตรง เปลือกสีน้ำตาล แตกเป็นสะเก็ดโต ๆ เรือนยอดค่อนข้างทึบ ใบ เป็นช่อแบบขนนก ช่อใบติดเรียงสลับ แต่ละแขนงจะมีใบย่อย 3-11 ใบ ติดตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ยกเว้นใบยอดช่อจะเป็นใบเดี่ยว ทรงใบรูปรี หรือรูปแกนขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-13 ซม. โคนใบเบี้ยว ปลายใบหยักคอดเป็นติ่ง เนื้อใบหนา ใบแก่เกลี้ยง จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐหรือสีแสด ขอบใบอ่อนหยัก เป็นฟันเลื่อย ส่วนใบแก่มักเรียบ หรือเป็นคลื่นห่าง ๆ ดอก เล็กสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อโต ๆ ตามง่ามใบและปลายกิ่ง ในแต่ละช่อจะมีทั้งดอกสมบูรณ์เพศ และดอกแยกเพศ โคนกลีบรองกลีบดอกติดกันเป็นรูปถ้วยตื้น ๆ ปลายแยกเป็นแฉกเล็ก ๆ 5 แฉก กลีบดอก มี 5 กลีบ มีขนด้านนอก เกสรผู้มี 10 อัน ผล ค่อนข้างกลม เป็นปุ่มปม 2-4 พู วัดผ่าศูนย์กลางได้ 1-2 ซม. ผลสุกสีน้ำตาลดำ	ผล มีรสเปรี้ยวรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
622	วาวี			ส้มมะป้าน				ผลคล้ายส้มโอ มีรสเปรี้ยว ใช้แทนมะนาว	พืชอาหาร
623	วาวี	ว่านหัวฬา ดีงูหว้า ดีปลาช่อน นิลพูสี เนระพูสีไทย ค้างคาวดำ	Bat flower, Black Bat Flower, Devil Flower	ดีงูหว้า (ค้างคาวดำ)	Tacca chantrieri André	ขึ้นในธรรมชาติ ตามป่าดิบแล้งหรือป่าดิบชื้น	ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีเหง้าใต้ดิน รากมีปุ่มปมจำนวนมาก ใบเดี่ยวเจริญจากเหง้า รูปไข่กลับ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว ดอกมีก้านชูสูงขึ้นจากกลางกอ สีม่วงดำคล้ายหัวค้างคาว มีใบประดับ 4 ใบ ใบประดับของดอกย่อยเรียงยาวเป็นเส้น 10-25 เส้น ผลเป็นแคปซูลยาว มีสัน 6 สัน ผิวสีม่วงดำคล้ายหนังค้างคาว เมล็ดสามเหลี่ยมสีม่วง	ดอกและใบอ่อนมาย่างไฟหรือลวกกินกับน้ำพริกและลาบ รากต้มน้ำดื่ม แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย	พืชอาหาร
624	วาวี	ก้องแกลบ รางแดง เถาวัลย์เหล็ก		ก้องแกบ (รางแดง)	Ventilago denticulata Willd.	พบในป่าดิบแล้ง ต่างประเทศพบที่อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้	ไม้เถากึ่งไม้พุ่ม กิ่งอ่อนมีขนสั้นๆ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 4-6 เซนติเมตร ยาว 8-14 เซนติเมตร ดอกช่อออกที่ซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีเขียวแกมเหลือง ผลแห้งไม่แตก ด้านปลายแผ่เป็นครีบ	รากและเถาต้มน้ำดื่มบำรุงร่างกายช่วยให้เจริญอาหาร ใบขยี้ทำให้เกิดฟอง ใช้ซักผ้า สระผม แก้รังแค	พืชสมุนไพร
625	วาวี	ลูกนม สตาร์แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลป่า	Star apple, Golden Leaf Tree	แอปเปิ้ลเมือง	Chrysophyllum cainito L.	พบได้ทั่วไป แต่พบปลูกในภาคเหนือมากกว่าภาคอื่นๆ	"แอปเปิ้ลเมืองเป็นไม้ยืนต้น สูง 4-5 เมตร กิ่งอ่อนสีส้ม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 3-5.5 ซม. ยาว 4.5-10 ซม. ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนา เรียบ และมัน มีคลื่นเล็กน้อย ท้องใบสีเขียว หลังใบและใบอ่อนมีขนกำมะหยี่สีทองแดงหรือสนิมปกคลุม เส้นใบจาง ช่อดอกออกเป็นกระจุก ตามซอกใบ ดอกย่อยสีเหลือง ก้านดอกสีน้ำตาล กลีบเลี้ยง รูปสามเหลี่ยม มี 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ ผลเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปทรงกลม ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเขียวหรือสีม่วง เนื้อผลฉ่ำน้ำ หัวและท้ายเมล็ดเรียวแหลม ตรงกลางป่อง ผิวมันค่อนข้างแข็ง สีน้ำตาลหรือสีดำ
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลสีม่วง และผลสีเขียว(รสชาติหอมหวานกว่า)"	ผล รับประทานเป็นผลไม้ รสหวาน	พืชอาหาร
626	วาวี	มะเขือขม มะเขือเอธิโอเปีย	Bitter tomato, Ethiopian eggplant, Mock Tomato	มะเขือขม	Solanum aethiopicum L.	พบในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 เมตร	ผลอ่อนใช้นึ่ง ลวก จิ้มน้ำพริก	พืชอาหาร
627	วาวี	มะตาด	Elephant Apple	ส้านหลวง (มะตาด)	Dillenia indica L.	พบขึ้นตามป่าดงดิบชื้น และป่าพรุ โดยเฉพาะบริเวณใกล้ๆ ริมน้ำมีมากในภาคใต้	ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ไม่ผลัดใบลำต้นมักคดงอ เปลือกหนาสีเทาหรือน้ำตาลแดง ลอก เป็นแผ่บางๆ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมหนา มีขนตามกิ่งอ่อน ใบ รูปไข่แกมรูปหอกหรือรูปไข่กลับรีๆ กว้าง 7-12 ซม. ยาว 15-30 ซม. เนื้อใบบางแผ่นใบเป็นคลื่น ปลายใบเป็นติ่งแหลมสั้นๆ โคนใบเรียวหรือมน ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ท้องใบมีขนประปราย ส้นแขนงใบมี 30-40 คู่ ก้านใบยาว 4-5 ซม. โคนก้านใบแบนเป็นกาบหุ้มกิ่ง ดอก ใหญ่สีขาว ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามง่ามใบ ก้านดอกยาว 3-5 ซม. มีขนซาก กลีบรอง กลีบดอกเป็นแผ่นโค้งอุ้มน้ำ กลีบดอกขาว บาง รูปไข่กลับ หลุดง่าย ผล กลม ใหญ่ มีลักษณะอวบน้ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-15 ซม.	กลีบผลอ่อน รับประทานสด จิ้มน้ำพริก	พืชอาหาร
628	วาวี	หวายขริง หวายป๊อก หวายลิง		หวายฝาด	Calamus palustris Griff.		เป็นหวายขนาดกลางขึ้นเป็นกอ กาบหุ้มลำมีสีเขียวออกเหลืองเมื่อสด เมื่อแห้งมีสีน้ำตาลแกมเทา มีหนามรูปสามเหลี่ยมแบนโค้ง โคนหนามนูนมีสีเหลืองหนามขึ้นกระจายเดี่ยว ๆ ห่างกันอย่างสม่ำเสมอ และมีหนามขนาดสั้นกว่ากระจายอยู่ทั่วไป knee เห็นชัด มีหนามรูปสามเหลี่ยมแบนโค้งงุ้มแข็งแรงที่สัน ocrea เป็นแผ่นเปราะสีน้ำตาล ก้านใบด้านบนนูนขึ้นเล็กน้อย ที่ขอบและด้านบนของก้านใบมีหนามแบนยาวหลายขนาด โคนหนามเป็นตุ่มนูน ด้านล่างของก้านใบมีหนามแบน เห็นรอยพิมพ์หนามชัดเจน ด้านล่างของทางใบ ช่วงปลายมีหนามรูปเล็บเหยี่ยวเป็นกลุ่ม ๆ ส่วนที่ตอนโคนหนามเกิดเดี่ยว ๆ cirrus ด้านบนเรียบเกลี้ยง ด้านล่างนูนมีหนามรูปเล็บเหยี่ยวปลายสีดำ เรียงตัวเป็นกลุ่ม ๆ หรือเกิดเดี่ยว ๆ ใบย่อยรูปยาวรี สีเขียวเมื่อสด สีเทาแกมน้ำตาลเมื่อแห้ง มีลักษณะห่องุ้ม หลังใบมีเส้นใบนูนชัด มีหนามรูปขนบนเส้นใบประปราย ท้องใบเกลี้ยง ขอบใบมีหนามรูปขนสีเหลืองปลายสีดำ ปลายใบมีหนามรูปขน ในแต่ละข้างของทางใบ ใบย่อยเรียงตัวเป็นกลุ่ม ๆ สลับกันไม่สม่ำเสมอ ช่อดอกเกิดบนกาบหุ้มลำเหนือก้านใบขึ้นไป โคนมีกาบรูปหลอดมีหนามสั้น ๆ อยู่ที่ปลายกาบ ผลรูปรีมีสีเขียวเมื่อสดและมีสีเหลืองแกมส้นเมื่อแห้ง สันเกล็ดหุ้มผลเป็นร่อง ขอบเกล็ดมีสีดำ	หน่ออ่อน รับประทานเป็นอาหาร ยำ ตำ หรือ แกง	พืชอาหาร
629	วาวี	หวายหนามขาว		หวายหนามขาว	Calamus floribundus Griff.		เป็นหวายขนาดกลาง กาบหุ้มลำเมื่อแห้งมีสีน้ำตาลออกเหลือง มีขุยสีเหลืองอ่อนทั่วกาบหุ้มลำและบริเวณใต้หนาม รอยพิมพ์หนามชัดเจน มีหนามรูปสามเหลี่ยม เกิดเดี่ยวห่าง ๆ ทั่วกาบหุ้มลำ flagellum ด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างและขอบมีหนามรูปเล็บเหยี่ยวขึ้นเดี่ย ๆ หรือเป็นกลุ่ม ๆ knee เห็นชัดเกลี้ยง ocrea เห็นชัดมีสีน้ำตาลอ่อน knee เห็นชัดเกลี้ยง ocrea เห็นชัดมีสีน้ำตาล ก้านใบด้านบนและด้านล่างเกลี้ยงยกเว้นที่ขอบมีหนาม เกิดเดี่ยว ๆ ห่านกันเป็นระยะ ๆ ทางใบด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างและที่ขอบทางใบมีหนามเรียงเป็นกลุ่ม ๆ ใบย่อยรูปยาวรีขอบใบมีหนามขนาดเล็ก หลังใบเกลี้ยง ท้องใบมีขุยสีเหลืองทั่วไปและมีหนามบนเส้นกลางใบ เส้นใบมีจำนวนหนึ่งเส้น ใบย่อยแต่ละข้างของทางใบ เรียงตัวเป็นกลุ่ม ๆ แบบเยื้องกันไม่สม่ำเสมอ	หน่ออ่อน รับประทานเป็นอาหาร ยำ ตำ หรือ แกง	พืชอาหาร
630	วาวี	มะแตก มะแตกเครือ กระทงลาย	Black oil plant, Climbing staff tree, Intellect tree	มะแตก	Celastrus paniculatus Willd.	พบตามป่าดิบ ป่าผลัดใบ ระดับความสูง 0-1300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ออกดอกเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ติดผลเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม	ไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ขึ้นพาดพันต้นไม้อื่นไปได้ไกลถึง 10 ม. ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปรี รูปรีแกมรูปขอบขนาน รูปไข่ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน รูปไข่กลับ หรือรูปกลม ปลายแหลม มนหรือเว้าเล็กน้อย โคนแหลมหรือมน ขอบจักเป็นคลื่นถี่ๆ ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกตามปลายกิ่ง ดอกเล็ก สีขาวอมเหลือง มีจำนวนมาก ดอกแยกเพศ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ติดกันคล้ายรูประฆัง กลีบดอก 5 กลีบ แยกกัน ผลกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7 มม. ผลแก่สีส้มปนเหลือง แตกตามผนังออกเป็น 3 กลีบ มี 3-6 เมล็ด เมล็ดรูปไข่ มีเนื้อสีแดงอมน้ำตาลหุ้มโดยรอบ	ใบอ่อน ลวกจิ้มน้ำพริก หรือใส่แกงแค	พืชอาหาร
631	วาวี	ลูกชิด ตาว	Sugar palm, Sweet palm	ต๋าว (ลูกชิด)	Arenga pinnata (Wrumb) Merr.	ชอบขึ้นบริเวณเชิงเขา โดยเฉพาะริมลำธาร บริเวณดินร่วน ชอบอากาศชุ่มชื้น พบมากในภาคเหนือ	ไม้ยืนต้นอายุยืน เป็นพืชขนาดใหญ่ตระกูลปาล์ม ใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบมนและแหลม โคนใบรูปเงี่ยงใบหอก ขอบใบเรียบ ผิวใบหนา หลังใบสีอ่อน ช่อดอกเชิงลดขนาดใหญ่ออกตามซอกใบห้อยยาวลงได้มากกว่า 2 เมตร ผลกลุ่มรูปไข่สีเขียว ผลแก่สีเหลืองและดำ เมล็ดสีขาวขุ่น ลักษณะนิ่มและอ่อน แต่ละผลมี 2-3 เมล็ด ต้นต๋าวให้ผลช่วงอายุ 15-20 ปี ส่วนใหญ่ให้ผลครั้งเดียว มากที่สุดไม่เกิน 4 ครั้ง	เนื้อในผลใช้ใส่ในขนมหวาน ยอดอ่อน นำมาแกง	พืชอาหาร
632	วาวี	ค้อ	Mountain Serdang Palm	ตองก๊อ (ค้อ)	Livistona speciosa Kurz	ชอบขึ้นบนภูเขา และบริเวณป่าดิบเขาทุกภาคของประเทศ	ไม้ปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้นขนาดประมาณ 30 ซม. ต้นสูงได้ถึง 25 เมตร มีกาบใบหุ้มลำต้นซ้อนสับหว่างกันถี่เป็นชั้นๆ มองเห็นได้ชัดเจน ใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกเรียงสลับ เป็นกระจุกที่ปลายยอด รูปพัด ขอบใบจักเว้าลึกไม่ถึงครึ่งแผ่นใบ ใบเป็นจีบเวียนรอบสวยงาม ใบอ่อนสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกช่อขนาดใหญ่ ออกตามซอกกาบใบ ยาว 1.50 เมตร ผลกลุ่ม ออกตามซอกกาบใบ เป็นพวงขนาดใหญ่ ผลย่อยรูปทรงกลม ผลสดสีเขียว เมื่อแก่สีเขียวคล้ำอมม่วง เนื้อผลสีส้ม เมล็ดเดี่ยว ทรงกลม สีเหลือง	ใบใช้มุงหลังคา เปลือกผลสุกมีรสมัน รับประทานเป็นผลไม้	พืชใช้สอยอื่นๆ
633	วาวี	ชาอัสสัม	tea plant	เมี่ยง (ชาอัสสัม)	Camellia sinensis var. assamica (J.W.Mast.) Kitam.	พบในป่าดิบแล้ง ออกดอกเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ต่างประเทศพบที่ จีน ไต้หวัน อินเดีย ญี่ปุ่น พม่า ลาว เวียดนาม	ไม้พุ่มขนาดใหญ่ สูงประมาณ 5 ม. ใบรูปไข่กว้าง ขนาดยาว 8-14 ซม. กลีบเลี้ยงมี 5-6 กลีบ รูปไข่หรือรูปกลม ขนาด 3-5 มม. กลีบดอกสีขาวนวลมี 5-6 กลีบ รูปไข่หรือรูปกลม ยาว 1-2 ซม. โคนกลีบเชื่อมกัน เกสรเพศผู้จำนวนมาก เกสรเพศเมียมี 1 อัน ปลายแยกเป็น 1-3 แฉก ผลกลมแป้น 2-3 พู ออกดอกเดือนสิงหาคม ติดผลเดือนกันยายน	ใบและยอดอ่อนนำมายำ นำไปหมักเป็นเมี่ยงหมัก หรือตากแห้งชงเป็นชา ช่วยลดน้ำดาลในเลือด	พืชอาหาร
634	วาวี	ละอองดาว		อาปาบเบียะ	Hypoestes phyllostachya Baker		ไม้พุ่ม ความสูง 0.50 – 1 เมตร ลำต้น เมื่อแก่มีเนื้อไม้ กิ่งก้านเป็นเหลี่ยมมุม ใบเดี่ยว รูปไข่กว้าง 1.5 – 2 เซนติเมตร ยาว 3 – 5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว ดอกขนาดเล็ก โคนกลีบเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก ปลายกิ่งมีขนปกคลุม	ใช้ใบตำถูตัวรักษาอาการผื่นคัน	พืชสมุนไพร
635	วาวี			อามิซาลาบูบา	Mussaenda sp.			รากดื่มเมื่อรับประทานอาหารผิดสำแดง	พืชสมุนไพร
636	วาวี	ผักแพวแดง		เมียวเมียวนิ	Iresine herbstii Hook.		ต้น ไม้ล้มลุก สูง 50 ซม. ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปโล่แกมรูปไข่ รูปวงรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ปลายเว้า สีแดง และมีแถบขวางสีชมพู ดอก ช่อ ออกที่ปลายก่ิง สีขาวแกมเหลือง มีท้งดอกสมบูรณ์และแยกเพศ ผล แห้ง ไม่แตก	ใบใช้ตำพอกเป็นส่วนผสมรักษากระดูกหัก	พืชสมุนไพร
637	วาวี	พลับพลึง	Cape lily, Crinum lily, Giant Lily	จะปะ	Crinum asiaticum  L.	พบปลูกประดับทั่วไป ขึ้นได้ดีในดินทั่วไป ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้น ไม่ต้องการการบำรุงมาก เป็นพืชที่ทนทาน สามารถทนน้ำขังหรือบริเวณที่แห้งแล้งในบางช่วงได้	พลับพลึงเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 1 เมตร มีหัวใต้ดิน ส่วนเหนือดินประกอบด้วยกาบใบสีขาวหุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง กว้าง 7-15 ซม. ยาวประมาณ 1 เมตร หนาอวบน้ำ ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ แทงออกมาจากกลุ่มใบตอนปลาย มีดอกย่อยเป็นกระจุก 12-40 ดอก กลีบสีขาวและสีขาวแกมชมพู ผลเป็นผลสด	ใบใช้พอกแล้วใช้ผ้าพันลดอาการอาการบวมตามร่างกาย	พืชสมุนไพร
638	วาวี	สัตตบรรณ ตีนเป็ด	Blackboard tree, Devil tree, Indian devil tree, Milkwood pine, White cheesewood	อาพ่องนิโดะ	Alstonia scholaris (L.) R. Br.	พบที่อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและภูมิภาคมาเลเซีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ความสูง 100-1200 เมตร	ไม้ต้น สูงได้ถึง 40 ม. กิ่งมีช่องอากาศ หูใบคล้ายเป็นติ่งที่ซอกก้านใบ ใบเรียงเป็นวง 4-10 ใบ รูปรี รูปไข่กลับ หรือรูปใบพาย ยาว 4-32 ซม. ปลายแหลมหรือกลม โคนรูปลิ่มหรือเป็นครีบ เส้นใบตรงจำนวนมาก ก้านใบยาว 0.7-1.5 ซม. ช่อดอกแน่นเป็นกระจุก ยาว 3-8.5 ซม. ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 1-2 มม. มีขนสั้นนุ่มและขนครุย กลีบดอกเรียงซ้อนทับด้านซ้ายในตาดอก หลอดกลีบยาว 0.5-1 ซม. กลีบรูปรี ยาว 2-5 มม. เกสรเพศผู้ติดเหนือกึ่งกลางหลอดกลีบ จานฐานดอกเป็นต่อมแยกกัน คาร์เพลมีขน เกสรเพศเมียยาว 3-5 มม. ผลออกเป็นฝักคู่ รูปแถบ ยาว 20-55 ซม. เมล็ดรูปขอบขนาน ยาว 4-8 มม. ขนครุยยาว 1-2 มม.	รากต้มดื่มสำหรับมารดาที่ไม่ค่อยมีน้ำนมให้บุตรหลังคลอด	พืชสมุนไพร
639	วาวี	ระย่อมใหญ่ ขะย่อมใหญ่	Common devil-pepper	อะเบาะข่า	Rauvolfia verticillata (Lour.) Baill.	ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา ความสูงถึงประมาณ 1600 เมตร	ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 5 ม. ใบรูปขอบขนาน รูปใบหอก หรือแกมรูปไข่กลับ ยาว 3-30 ซม. เส้นแขนงใบข้างละ 9-18 เส้น ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. ช่อดอกหลายช่อเรียงเวียนรอบข้อตามปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 12 ซม. ก้านช่อสั้นหรือยาวได้ถึง 10 ซม. ก้านดอกยาว 3.5-7.5 มม. กลีบเลี้ยงรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ยาว 1.5-2.5 มม. ดอกสีขาวหรือสีแดง หลอดกลีบดอกยาว 1-1.8 ซม. มีขนรอบปากหลอด กลีบรูปรี ยาว 2-4 มม. เกสรเพศผู้ติดใกล้ปากหลอด คาร์เพลแยกกัน เกสรเพศเมียยาว 0.4-1 ซม. รวมยอดเกสร ผลออกเป็นคู่ รูปรี ยาว 0.8-1.4 ซม.	รากใช้ต้มดื่มรักษาปวดท้อง	พืชสมุนไพร
640	วาวี	บุกคางคก	Stanley’s water-tub, Elephant yam, elephant foot yam	จียอ	Amorphophallus paeoniifolius (Dennst.) Nicolson	พบทั่วไป บนพื้นที่โล่งในป่าเบญจพรรณและป่าละเมาะโปร่ง สูงถึง 900 เมตร จากระดับน้ำทะเล	บุกเบียเป็นไม้ล้มลุก งอกงามดีในฤดูฝนและโทรมในต้นฤดูหนาว มีหัวใต้ดินสีน้ำตาล งอกใหม่ได้ทุกปี ใบเดี่ยว แผ่ออกคล้ายร่มหยักเว้าเป็นแฉก ก้านใบกลมอวบน้ำ ยาว 150-180 ซม. ลายสีเขียวและแดง ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ แทงจากหัวใต้ดิน ลักษณะเป็นแท่งสีแดงแกมน้ำตาล ก้านช่อสั้นมีใบประดับรูปกรวยหุ้มช่อดอกขอบหยักเป็นคลื่นและบานออก ผลเป็นผลสดเนื้อนุ่ม สีแดง	รับประทานลำต้นใต้ดิน	พืชอาหาร
641	วาวี	ฟิโลเดนดรอน		ชอกะ				ใบใช้ตำพอกบริเวณถูกปืนยิง	พืชสมุนไพร
642	วาวี	บอนสี	Fancy Leaf Caladium, Corazon de Maria	เบวมาเบวนิ	Caladium bicolor (Aiton) Vent.	นิยมปลูกเป็นไม้กระถางหรือไม้ประดับ	บอนสีเป็นไม้อวบน้ำ ดูดซึมและคายน้ำได้เร็ว มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ซึ่งมีลักษณะเป็นหัวหรือเหง้า การแตกใบเป็นกอ มีก้านใบยาว ต้องการแสงร่มรำไรประมาณ 50 - 70 เปอร์เซ็นต์ ความต้องการน้ำอยู่ในระดับปานกลาง และชอบความชื้นสูง ประมาณ 70 - 95 เปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 21 - 35 องศาเซลเซียส และอาการมีการถ่ายเทสะดวก บอนสีมีความแปลกแตกต่างกันอยู่ที่ลักษณะใบที่มีสีสันสวยงามและมีขนาดรูปใบแตกต่างกัน	ใบใช้ร่วมกับจะปะ หลู่มะ รักษาอาการบวมตามร่างกาย ใช้แทนบูมาคายอง	พืชสมุนไพร
643	วาวี	ว่านนกคุ่ม	Chinese taro	บูมาคายอง	Alocasia cucullata (Lour.) G.Don	ถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ทางตอนใต้ของจีน และพม่า มักพบขึ้นตามที่รกร้าง	ไม้ล้มลุก แตกหน่อและกิ่งก้านสาขามากมาย มีเหง้ายาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบนั้นเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 10-18 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร มีเส้นใบขนาดใหญ่ ก้านใบยาวประมาณ 30-90 เซนติเมตร เป็นสีเขียว ออกดอกเป็นช่อ ลักษณะเป็นแท่งกลมยาว ช่อดอกนั้นจะมีกาบหุ้ม กาบหุ้มจะมีความยาวมากกว่าช่อดอก และส่วนล่างนั้นจะโอบเป็นท่อยาวๆ ส่วนปลายจะเป็นรูปทรงคล้ายเรือ มีดอกเพศผู้อยู่จำนวนมาก ซึ่งจะอยู่ตอนบน ส่วนดอกเพศเมียจะมีอยู่จำนวนน้อย และอยู่ตอนล่าง ดอกเพศเมียจะมีไข่อ่อนเพียง 2-3 ใบเท่านั้น และในระหว่างดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะมีดอกไม่มีเพศคั่นอยู่ตรงกลางด้วย ผลเป็นผลสด ภายนอกมีเนื้อนุ่ม ส่วนภายในจะมีเมล็ดสีแดง และมีเมล็ดโตประมาณ 1-3 เมล็ด	ใบใช้ตำพอกแล้วใช้ผ้าพันลดอาการอาการบวมตามร่างกาย ใช้ร่วมกับจะปะ	พืชสมุนไพร
644	วาวี			อายาอาฉุย				หัวใช้ต้มดื่มเพิ่มน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอดลูกใหม่ ๆ	พืชสมุนไพร
645	วาวี	หนวดปลาหมึกเขา		ลูบ่ะ	Schefflera pubigera (Brongn. ex Planch.) Frodin	พบขึ้นในป่าดิบแล้ง	ไม้พุ่มที่มีความสูงประมาณ 2 เมตร เติบโตเร็ว ใบสีเขียวเป็นมัน พบหลายชนิดมีทั้งใบเล็ก ใบใหญ่ แต่จะมีลักษณะเหมือนกันคือใบจะแตกออกมาจากกิ่งเดียว โดยแต่ละกิ่งจะมีใบ ประมาณ 7 - 15 ใบ ซึ่งจะกางออกคล้ายกับนิ้วของคน หนวดปลาหมึกเจริญได้ดีในห้องที่มีความอบอุ่น มีการเจริญ เติบโตที่สม่ำเสมอ เมื่อปลูกไปนาน หนวดปลาหมึกจะมีลำต้นที่สูง ถ้าต้องการให้มีนแตกกิ่งก้านสาขา ควรตัดยอดมันออก	ต้นใช้ดองเหล้าส่วนผสมรักษาอาการปวดเมื่อย	พืชสมุนไพร
646	วาวี	ม้าสามต๋อน พอควายมี	Fern Asparagus	ดาเปียะดาหมุ	Asparagus filicinus Buch.-Ham. ex D.Don		ไม้เถาขนาดเล็ก มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นบนดินเลื้อยพัน ผิวเรียบสีเขียว ไม่มีหนาม แตกกิ่งจำนวนมาก ดูคล้ายขนนก ใบลดขนาดลง เป็นเส้นสีเขียว ปลายใบแหลม ยาว 3-6 มม. ดอกสีขาวอมเขียว ออกเป็นช่อแบบร่มหรือออกเดี่ยวตามซอกกิ่ง กลีบเลี้ยงแลกลีบดอกมีลักษณะเหมือนกัน เมื่อบานขนาด 2 มม. รูปคล้ายระฆัง เกสรผู้สั้น ผลเป็นผลสดค่อนข้างกลม ลักษณะเป็นพู 3 พู สีแสด ผิวเรียบ ขนาด 2-4 มม.	หัวใช้ต้มดื่มรักษานิ่วและต้มดื่มรักษาอาการปวดท้อง	พืชสมุนไพร
647	วาวี			เลาะเบี่ยเบี่ยซอง	Artemisia sp.			ใบหรือรากตำผสมน้ำหยอดหูรักษาหนอง ใช้ร่วมกับเบี่ยะซองยะ และมิเจกอยุย	พืชสมุนไพร
648	วาวี	บัวตอง ดาวเรืองญี่ปุ่น ทานตะวันหนู	Mexican sunflower, Mexican sunflower weed	แพซือลอเดาะ	Tithonia diversifolia (Hemsl.) A.Gray	ถิ่นกำเนิดเม็กซิโก อเมริกากลาง ปัจจุบันแพร่กระจายทั่วไปในที่โล่ง และไร่ร้างทางภาคเหนือ ที่สูงประมาณ 600-1200 เมตร	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 6 เมตร มีไหลใต้ดิน ใบ เป็นใบเดี่ยวออกสลับ รูปไข่หรือรูปไข่แกมขอบขนาน ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีเขียวอมเทา มีขนประปรายทั้ง 2 ด้าน ดอก สีเหลืองทอง ออกเป็นช่อกระจุกเดี่ยว ที่ปลายกิ่ง เส้นผ่าศูนย์กลาง 6-14 ซม. ริ้วประดับมี 3-4 ชั้น เรียงเป็นรูประฆัง ดอกวงนอกมี 12-15 กลีบ เป็นหมัน กลีบดอกเป็นรูปรางน้ำขอบขนาน ยาว 3-5 ซม. ปลายจัก ดอกวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศมีจำนวนมาก กลีบดอกเป็นหลอดยาว 0.7-1 ซม. เกสรผู้ 5 อัน อับละอองเรณูสีดำ ที่ปลายสีเหลือง ผล รูปขอบขนาน ยาว 0.5-0.8 ซม. ปลายและโคนสอบค่อนข้างแบน	ใบใช้ต้มเอาน้ำมาแช่เท้ารักษาโรคเท้าเปื่อยเพราะน้ำกัดเท้า	พืชสมุนไพร
649	วาวี	สาบแร้งสาบกา	Goat Weed	มูซิ	Ageratum conyzoides (L.) L.	เจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของอเมริกาเขตร้อน แต่ในปัจจุบันพบขึ้นทั่วไปตามที่รกร้างว่างเปล่าหรือตามริมถนนทั่วไป ในประเทศไทยพบได้ตามชายป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า และริมทาง	ไม้ล้มลุกและจัดเป็นวัชพืชอย่างหนึ่ง มีอายุเพียงปีเดียวก็ตาย ลำต้นมีลักษณะตรง แตกกิ่งก้านสาขา สูงได้ประมาณ 30-70 เซนติเมตร ทั้งต้นมีขนสีขาวปกคลุมอยู่ เมื่อเด็ดมาขยี้ดมจะมีกลิ่นเฉพาะตัว กิ่งก้านเป็นสีเขียวอมม่วงเล็กน้อย ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ แต่ส่วนยอดของใบจะเรียงสลับกัน ก้านใบยาวประมาณ 7-26 มิลลิเมตร ลักษณะของใบเป็นรูปกลมมนรี ปลายใบแหลม โคนใบกลมมนหรือเว้าเข้าหากันเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบเป็นจักฟันเลื่อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-5.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-13 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียวและมีขนสั้น ๆ อ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมอยู่ ยาวประมาณ 2-5 นิ้ว ก้านใบมีขนปกคลุมตลอดทั้งก้าน ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบและบริเวณส่วนยอดของลำต้น ในช่อหนึ่งจะมีดอกขนาดเล็ก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-6 มิลลิเมตร และดอกย่อยอยู่อัดตัวกันแน่นเป็นจำนวนมาก ดอกเป็นสีฟ้า สีม่วงน้ำเงิน หรือสีขาว กลีบดอกมีขนาดเล็กเป็นหลอดเส้น ๆ ปลายแหลม เรียงซ้อนกัน 2-3 ชั้น หลังกลีบดอกมีขนเล็กน้อย ส่วนปลายมีรอยแยกเป็น 5 กลีบ ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน อยู่ที่ใจกลางดอก ผลมีขนาดเล็กสีดำ ลักษณะของผลเป็นรูปคล้ายทรงกระบอกปลายแหลมเป็นเส้น มีร่อง 5 ร่อง	ใบใช้ตำพอกถอนพิษงู ใช้ร่วมกับยอดชิคุลุข่าและลุชิลูมะ และใช้รักษา แผลที่เป็นหนอง	พืชสมุนไพร
650	วาวี	พม่าตีเมีย, ผักกาดช้าง, หญ้าดอกขาว	Fireweed, Red-flower ragleaf, Thickhead	โมซึ	Crassocephalum crepidioides (Benth.) S.Moore	ชอบขึ้นเป็นกลุ่มตามที่ชุ่มชื้น ที่โล่งริมถนน และแปลงเกษตร	หญ้าคออ่อนเป็นพืชล้มลุก มีริ้วหรือจุดสีม่วงเข้มตามลำต้น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรี โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกเป็นช่อกระจุกแน่นออกตามปลายยอดหรือกิ่ง เมล็ดแก่มีขนสีขาวช่วยกระจายพันธุ์	ยอดรับประทานสดหรือต้มจิ้มน้ำพริก ผัดใส่เนื้อ	พืชอาหาร
651	วาวี	ปิ้งขาว เข็มป่า	East Indian glory bower	ฮาหุมเดฉุ่ย	Clerodendrum glandulosum Lindl.	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ในพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน	ปิ้งขาวเป็นเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-38 ซม. ยาว 4-40 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวอ่อน ดอกช่อกระจุกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยบานไม่พร้อมกัน รูปร่างคล้ายดอกมะลิ สีขาว กลับดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ยาว 5 อัน	ใบใช้ผิงไฟนั่งทับตอนอยู่ไฟหลังคลอดลูกหรือห่อปิ้งไฟพอกแผล	พืชสมุนไพร
652	วาวี	ว่านท้องใบม่วง ว่านมหากาฬ		ยากะหน่อง	Gynura bicolor (Roxb. ex Willd.) DC.		ต้น ไม้ล้มลุก อวบน้ำ สุง 20-40 ซม. ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับ หรือรูปใบหอกกลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 5-10 ซม. ขอบใบหยัก มีขนทั้งสองด้าน แผ่นใบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีม่วงแดง ดอกช่อกระจุกแน่น ออกเดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่ม ดอกย่อยสีเหลืองสด ผล แห้ง ไม่แตก มีหลายสัน	(ใบ) ตำพอกรักษากระดูกหักต้องผสมกับกูแจยาก่า (หญ้าเอ็นยืด)	พืชสมุนไพร
653	วาวี	สาบหมา	Crofton weed, Sticky snakeroot	ยามูหนะ	Ageratina adenophora (Spreng.) R.M.King & H.Rob.	พบมากในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-600 เมตรขึ้นไป	พืชล้มลุกสูง ๐.๖ - ๑ เมตร ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม ขนาด ๓ - ๕ x ๔ - ๘ เซนติเมตร ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อกลมเกิดที่ปลายยอด ดอกย่อยสีขาว อัดกันแน่นเป็นกระจุกกลม ผลแห้ง ไม่แตกมีขนสีขาวจำนวนมาก	(ใบอ่อนและยอด) ตำพอกแผลติดเชื้อและมีอาการบวม (ใช้ร่วมกับโมชิ)	พืชสมุนไพร
654	วาวี	ดาวเรือง	African marigold, American marigold, Aztec marigold, Big marigold	เลาะด่อ	Tagetes erecta L.	เป็นพันธุ์ไม้ต่างประเทศ มีถิ่นกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก นิยมปลูกทั่วไป	ไม้ล้มลุก ไม่มีเนื้อไม้ ลำต้นสีเขียว สูง 25-60 เซนติเมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงตรงข้ามกัน ใบย่อย 11-17 ใบ รูปรี ปลายแหลม โคนสอบ ขอบใบจักฟันเลื่อย สีเขียวเข้ม เป็นช่อแบบช่อกระจุกเดี่ยวที่ปลายกิ่ง ดอกสีเหลือง เหลืองทอง หรือส้ม ดอกมี 2 ชั้น คือกลีบดอกวงนอกและวงใน ดอกวงนอกกลีบดอกเป็นรูปรางน้ำซ้อนกันแน่น โคนกลีบดอกเป็นหลอดเล็ก ปลายแผ่เป็นรูปไข่กลับ กลีบบางเป็นริ้ว ดอกวงในกลีบดอกเป็นหลอดสีเหลืองปลายจัก มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ	(ดอก) เป็นไม้ประดับ	พืชสมุนไพร
655	วาวี	โกศจุฬาลัมพาจีน จิงเหี่ย พิษนาศน์	Mugwort	อาคาเยเดาะ	Artemisia vulgaris L.	พบเป็นวัชพืชอยู่ตามที่โล่งแจ้ง	ไม้ล้มลุก ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบหยักเป็นซี่ 2-3 ซี่ ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง โดยเฉพาะที่ส่วนยอด สีเหลืองอ่อน ผลแห้ง รูปยาวรี ขนาดเล็กมาก สีดำ	(ใบ) ต้มดื่มรับประทานรักษาอีสุกอีใส (ใช้ร่วมกับผักใบบัวบก)	พืชสมุนไพร
656	วาวี	หนาดใหญ่	Ngai Camphor Tree	อาฉ่องลองมะ	Blumea balsamifera (L.) DC.	เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่มักพบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนา หรือหุบเขาทั่วไป	หนาดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมคล้ายการบูร สูง 1-4 เมตร ลำต้นกลม กิ่งก้านมีขนนุ่มยาว เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีกลิ่นหอมของการบูร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน ผิวใบทั้งสองด้านมีขนละเอียดหนาแน่น คล้ายเส้นไหม และมีกลิ่นหอม กว้าง 2-20 เซนติเมตร ยาว 8-40 เซนติเมตร ปลายใบ และโคนใบแหลม ขอบใบหยักแบบซี่ฟัน หรือฟันเลื่อย ก้านใบมีรยางค์ 2-3 อัน ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ เป็นช่อกลม ช่อดอกมีขนาดโตไม่เท่ากัน กว้าง 6-30 เซนติเมตร ยาว 10-50 เซนติเมตร มีริ้วประดับหลายชั้น บางครั้งริ้วประดับอาจยาวกว่าดอก รูปขอบขนาน แคบยาว 1-9 มิลลิเมตร ปลายแหลม ด้านหลังมีขนนุ่มหนาแน่น ดอกย่อยมีเป็นจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลือง ฐานดอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มิลลิเมตร ดอกสมบูรณ์เพศมีหลอดดอกยาว 4-7 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นหลอด รูปไข่ ปลายแหลม มีขนนุ่ม ดอกตัวเมียมีหลอดดอกเล็กเรียว ยาวไม่เกิน 6 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 2-4 แฉก เกลี้ยง ผลแห้งไม่แตก รูปขอบขนาน ยาวราว 1 มิลลิเมตร สีน้ำตาล โค้งงอเล็กน้อย เป็นเส้น 5-10 เส้น มีขนสีขาว	(ใบ) ผิงนั่งทับอยู่ไฟ	พืชสมุนไพร
657	วาวี	ผักปลัง	Ceylon spinach , Malabar nightshade, East indian spinach	ละบือชาฉี่	Basella alba L.	พบขึ้นทั่วไปตามพื้นที่ที่มีฝนชุก ในประเทศไทย มีมากในภาคเหนือ ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักปลังเป็นไม้เลื้อยล้มลุกทุกส่วนของต้นอวบน้ำ แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นสีม่วงแดงหรือสีเขียว หากสีเขียวเรียก ผักปั๋งขาว สีม่วงแดง เรียก ผักปั๋งแหล้ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ป้อม กว้าง 3-8 ซม.ยาว 5-10 ซม. ปลายใบแหลม เนื้อใบหนานุ่ม เมื่อขยี้มีเมือกเหนียว ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ผักปั๋งขาวดอกสีขาว ผักปั๋งแหล้ดอกจะสีขาวอมชมพู ไม่มีก้านดอกย่อย ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ เมื่อแก่สีม่วงอมดำ ภายในผลมีน้ำสีม่วงหรือดำ	(ใบ) ตำพอกแผลมีดบาด	พืชสมุนไพร
658	วาวี	ผักปั๋ง		วอแชมะ	Anredera cordifolia (Ten.) Steenis			(ราก) ต้มดื่มรักษาเลือดจับตัวบริเวณช่องท้อง (ท้องน้อย) สำหรับผู้หญิงคลอดลูกใหม่ๆ	พืชสมุนไพร
659	วาวี			อาส่อลอมาซีด่ะ	Tournefortia sp.			(ใบ) ผิงไฟนั่งทับตอนอยู่ไฟหลังคลอดลูก	พืชสมุนไพร
660	วาวี	ผักลืมผัว ผักเบี้ยดิน		ตากุ่ม	Lobelia nummularia Lam.	พบที่อินเดีย บังกลาเทศ ภูฏาน ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย นิวกินี และฟิลิปปินส์ ในไทยพบกระจายแทบทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นตามร่มเงาในป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา ความสูง 600-1600 เมตร	ไม้ล้มลุก ลำต้นทอดเลื้อย ยาวได้ถึง 50 ซม. มีรากตามข้อ ลำต้นมักมีขนยาว ใบเรียงเวียน รูปไข่หรือเกือบกลม ยาว 0.7-2.5 ซม. ปลายแหลม มนหรือกลม โคนรูปหัวใจ เบี้ยว แผ่นใบเกลี้ยงหรือมีขน ขอบจักซี่ฟันตื้น ๆ ก้านใบยาวได้ถึง 1.5 ซม. ดอกออกเดี่ยว ๆ ตามซอกใบ ก้านดอกยาว 0.7-3.5 ซม. ฐานดอกรูปถ้วย ยาว 2-4 มม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปสามเหลี่ยมแคบ ยาว 2.5-6 มม. ขอบจักซี่ฟันห่าง ๆ 2-3 คู่ ดอกสีม่วงอมเขียวหรือแดง ด้านในมีปื้นสีเหลืองอ่อน ยาว 0.6-1 ซม. กลีบบน 2 กลีบ แฉกลึกจรดโคน รูปสามเหลี่ยม ขอบกลีบเว้า กลีบล่าง 3 กลีบ รูปขอบขนาน ยาวกว่ากลีบบน โคนคอด ด้านในหลอดกลีบมีขนยาว เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเหนือกึ่งกลางหลอด อับเรณูที่เชื่อมติดกันยาว 1-1.5 มม. ผลสดมีหลายเมล็ด สีม่วงอมแดง รูปกลมหรือรี ยาว 0.7-1.5 ซม. เมล็ดผิวเป็นร่างแห	(ราก) ตำพอกแผล	พืชสมุนไพร
661	วาวี	พุทธรักษา พุทธรักษากินหัว	Australian arrowroot, Edible Canna, Indian shot	มอตอมอชุ้ย	Canna indica L.	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน เป็นไม้ประดับทั่วไปในเขตร้อน	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 ม. เหง้าใต้ดินแตกแขนง ใบเรียงเวียน รูปไข่แกมรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก สีเขียวหรืออมม่วง ยาว 30-60 ซม. ก้านใบสั้น กาบใบสีเขียวหรือม่วง ช่อดอกแบบช่อกระจะออกที่ยอด ช่อย่อยแบบช่อวงแถวเดี่ยว มี 1-2 ดอก ใบประดับรูปไข่ยาว 6-9 มม. ดอกสมมาตรด้านข้าง กลีบนอก 3 กลีบ รูปใบหอก ยาวประมาณ 1.5 ซม. ติดทน กลีบใน 3 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นหลอดสีเหลืองอมส้ม แนบติดเกสรเพศผู้และเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน หลอดกลีบยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 ซม. สีแดงหรือเหลืองอมส้ม แผ่นเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันมี 2-3 แผ่น สีแดง โคนสีเหลืองอมส้ม รูปใบหอกกลับ ยาว 4-5.5 ซม. มีหนึ่งแผ่นปลายเว้า กลีบปากสีแดงหรือมีจุดเหลือง รูปใบหอก ยาวประมาณ 4.5 ซม. ขอบม้วนงอ ปลายเว้าตื้น เกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน ก้านชูอับเรณูรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 ซม. อับเรณูมีช่องเดียว ยาวประมาณ 9 มม. รังไข่ใต้วงกลีบ มี 3 ช่อง มีปุ่มกระจาย พลาเซนตารอบแกนร่วม ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 6 ซม. โคนเชื่อมติดเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน ผลแห้งแตกเป็น 3 ส่วน รูปไข่กว้าง ยาว 1.2-2 ซม. มีปุ่มหนาแน่น เมล็ดกลม มีหลายเมล็ด	(หัว) นึ่ง ปิ้ง รับประทานกับข้าว	พืชสมุนไพร
662	วาวี	สะพ้านก๊น	Javanese elder		Sambucus javanica Blume	พบในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ต่างประเทศพบในอินเดีย พม่า ประเทศในภูมิภานอินโดจีน จีนตอนใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น	ไม้พุ่ม สูงถึง 7 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเทา กิ่งก้านขนาดเล็ก ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงตรงข้าม หูใบเป็นต่อม หรือเป็นแผ่นคล้ายใบ แผ่นใบย่อยรูปไข่แกมขอบขนาน รูปรีหรือใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ ขอบใบหยักคล้ายซี่ฟัน ผิวใบเกลี้ยง ดอกออกเป็นช่อแบบช่อเชิงหลั่นแยกแขนงที่ปลายยอดหรือปลายกิ่ง รูปวงกลม ดอกย่อยกลีบเลี้ยงแยกเป็น 5 พู กลีบดอกสีขาว 5 กลีบ รูปสามเหลี่ยม มีต่อมน้ำหวานรูปคนโทสีเหลอง ส้มที่โคนกลีบ เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านเกสรยาวกว่ากลีบดอก อับเรณูสีเหลือง ผลมีเนื้อหลายเมล็ด รูปกลม เมื่อแก่สีดำ มี 3-5 เมล็ด เมล็ดรูปไข่		พืชสมุนไพร
663	วาวี	มะละกอ	Papaya	หยิจองงาแบะ	Carica papaya L.	นิยมปลูกทั่วไป	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 3-6 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลออกขาว ลำต้นตรง ไม่มีแก่น แตกกิ่งก้านน้อย มีรอยแผลใบชัดเจน มียางขาวข้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบต้นหนาแน่นที่ปลายยอด ใบรูปฝ่ามือ ขนาด 80-120 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึกถึงแกนก้าน ก้านใบเป็นหลอด กลมกลวงยาว 25-100 ซม. ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อยาวห้อยลง ดอกสีขาว กลีบดอกมี 5 กลีบ มีกลิ่นหอม ดอกเพศเมียสีขาว ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกมีขนาดใหญ่ กว่าดอกเพศผู้ ผล รูปกระสวย ผิวเรียบ เปลือกบาง มียางสีขาว ผลสดสีเขียวเข้ม พอสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม รับประทานได้ มีเมล็ดมาก เมล็ดกลม สีดำ มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวใส	(ยาง) บรรเทาอาการร้อนใน เป็นผื่นในร่างกาย โดยใช้สำลีป้ายยางทาบริเวณที่เป็นผื่น	พืชสมุนไพร
664	วาวี	กระดูกไก่	Tall Chloranthus	ยะสะเหมี่ยว	Chloranthus elatior Link	ชอบขึ้นตามริมน้ำหรือที่ค่อนข้างชื้นแฉะ	หอมไก๋เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสีเขียว บริเวณข้อโป่งพอง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปหอกหรือรูปหอกแกมรูปรี โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ดอกเป็นช่อออกตามยอดหรือปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาวติดเป็นก้อนกลมตามก้านช่อดอก กลิ่นหอม ผลสดสีขาว รูปร่างกลม ภายในมี 1 เมล็ด	(ยอด) ตีคนที่เป็นลมบ้าหมู ลมชัก (ต้องใช้ร่วมกับฮ่อมและอาโพลาคะ)	พืชสมุนไพร
665	วาวี	ผักปลาบใบกว้าง	Day Flower	แนมิจะ	Commelina benghalensis L.	พบตามริมทาง ทุ่งหญ้า และที่ลุ่มชื้นแฉะ	ไม้ล้มลุก อายุปีเดียวหรือข้ามปี/วัชพืช ความสูง 15-40 เซนติเมตร ลำต้นกลม อวบน้ำ ทอดขนานไปตามพื้นและแตกรากตามข้อ มีขนอ่อนทั่วไป ปลายยอดชูตั้งขึ้น ใบรูปไข่ค่อนข้างป้อมถึงรูปรี ปลายแหลม โคนแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น กาบรองดอกสีเขียว ดอกสีน้ำเงินอมม่วง ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร มี 3 กลีบ ผลรูปรี เมล็ดสีน้ำตาล ผิวขรุขระ	(ยอด) ย่างจิ้มแผลบริเวณริมฝีปาก (สกุลผักปราบ)	พืชสมุนไพร
666	วาวี	เอื้องหมายนา	Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag	มิเจกอยุย	Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht	พบทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ	ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง	(ใบ) ต้มดื่มส่วนผสมยารักษาปวดท้อง	พืชสมุนไพร
667	วาวี	คว่ำตายหงายเป็น		ปาเตปาเต๊าะ	Bryophyllum pinnatum (Lam.) Oken	กระจายอยู่ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากประเทศไทย ก็ยังพบในเวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง อวบน้ำ ใบเดี่ยวหรือใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 5 ใบ รูปขอบขนาน แกมรูปไข่ หรือรีกว้าง ขอบใบหยักโค้งมน ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ลักษณะเป็นทรงกระบอก ห้อยลง กลีบดอกด้านล่างสีเขียว ด้านบนสีแดง ผลออกเป็นพวง มีเมล็ดขนาดเล็ก จำนวนมาก	(ใบ) ตำพอกบริเวณไฟไหม้	พืชสมุนไพร
668	วาวี	มะระขี้นก	Balsam pear, Bitter cucumber, Leprosy gourd	ชิคุลุข่า	Momordica charantia  L.	พบในป่าบริเวณลุ่มน้ำ และป่าละเมาะ ทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ	มะระขี้นกเป็นไม้เถา มีมือเกาะ ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปฝ่ามือ กว้างและยาวประมาณ 4-7 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึก 5-7 แฉก ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกสีเหลือง รูประฆัง ผลสด รูปกระสวย ผิวขรุขระ มีรสขม เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมแดงและผลจะแตกอ้าออก เมล็ดเป็นรูปกลมแบน	(ใบ) ตำพอกบริเวณงูกัด	พืชสมุนไพร
669	วาวี	มันเสา มันเลือด		ยาสะคาละ	Dioscorea alata L.	พบขึ้นในป่าเขตร้อน	ไม้เถาเลื้อย มีลำต้นใต้ดิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่แกมสามเหลี่ยมหรือแกมหัวลูกศรรูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม หรือขอบขนานแกมรูปไข่กว้าง 6–15 เซนติเมตร ยาว 8–22 เซนติเมตร ปลาบเรียวแหลม โคนรูปหัวใจ รูปติ่งหูหรือโคนตัดขอบเรียบ มีเส้นใบ 5 เส้น นูนเห็นชัดทั้งด้านบนและด้านล่าง แผ่นใบและก้านใบสีเขียวอ่อนก้านใบมีครีบ ออกจากโคนใบดอก แยกเพศออกเป็นช่อแบบ spike ช่อดอกเพศผู้มีจำนวนดอกน้อยกว่าเพศเมีย perianth 6 กลีบ สีเหลืองอ่อนปนเขียว เกสรเพศผู้ 6 อัน ช่อดอกเพศเมียมีลักษณะห้อยลง ช่อสั้นกว่าดอกเพศผู้ perianth 6 กลีบ เกสรเพศเมียรังไข่แบบ inferior ภายในแบ่งออกเป็น 3 ห้อง แต่ละห้องมี 2 ovule ผลแบบ capsule มีปีก 3 ปีก	(ผล) ตำหรือฝานบาง ๆ ใส่ในลำห้วยเพื่อป้องกันทาก	พืชสมุนไพร
670	วาวี	กลอย	Asiatic bitter yam	อาสะ	Dioscorea hispida Dennst. var hispida	พบมากบริเวณป่ารกร้าง ไหล่เขา ชายป่า และที่โล่งทั่วไป ชอบดินร่วนซุย	"กล๋อยเป็นไม้เถาเลื้อยพัน ลำต้นมีหนาม หัวใต้ดินขนาดใหญ่ ใบประกอบมี 3 ใบย่อย เรียงสลับ ใบหนาผิวสาก มีเส้นใบ 3 เส้น เห็นชัดเจน ช่อดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ออกที่ซอกใบ ห้อยลง ดอกตัวผู้ยาวได้ถึง 40 ซม. ออกเป็นช่อซ้อน 2-3 ชั้น ดอกตัวเมียเป็นช่อเดี่ยว กลีบรวมสีเหลือง ผลแห้ง มีปีก 3 ปีก
 กล๋อยในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กล๋อยธรรมดา นิยมกินหัว และกล๋อยนก นิยมกินยอด และนำหัวมาย่างกินบ้าง แต่ไม่ค่อยนิยมกิน"	(ผล) ตำพอกแล้วใช้ผ้าพันรักษาอาการบวมตามร่างกาย	พืชสมุนไพร
671	วาวี	มะไฟ	Burmese grape	ชีโฉ่ว	Baccaurea ramiflora  Lour.	พบมากในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มะไฟเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนเทา แตกเป็นร่องตื้น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอกแกมรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นติ่งแหลม ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง ท้องใบสีอ่อนกว่าหลังใบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองหรือชมพูอมเหลือง กลิ่นหอมเล็กน้อย ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาวห้อยลง ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลอวบน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองหรือชมพูอมแดง เมล็ดค่อนข้างแบน มีเยื่อสีชมพูห่อหุ้ม หนึ่งผลมี 1–3 เมล็ด	(ใบ) ต้มดื่มรักษาปวดบวม (เปลือก) ต้มดื่มรักษาอาการอาหารเป็นพิษ (ผล) รับประทานเป็นผลไม้ (เปลือกของผล) ต้มดื่มให้เจริญอาหาร	พืชสมุนไพร
672	วาวี	ลูกใต้ใบ		นอมานอหุ่ง	Phyllanthus amarus Schumach. & Thonn.	ทวีปอเมริกา ปัจจุบันพบเป็นวัชพืชทั่วไป ตามชายป่า ที่รกร้างและริมทางเดิน	ไม้ล้มลุก อายุปีเดียว สูงได้ถึง 1 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี กว้าง 2-5 มิลลิเมตร ยาว 3-10 มิลลิเมตร ปลายใบมนหรือกลม โคนใบกลม ขอบใบเรียบ เกลี้ยง ดอกแยกเพศร่วมต้น ดอกเพศผู้ ออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก ขนาดเล็กมาก กลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ จายฐานอกจักเป็นพู 4-5 พู เกสรเพศผู้ 3 อัน ดอกเพศเมีย ออกเดี่ยวๆ ขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ จานฐานดอกมี 5 พู รังไข่เหนือวงกลีบ ยอดเกสรเพศเมียมี 2 พู ผลแห้งแตก กลมแบน แต่แก่แตกออกเป็นซีกซีกละ 1 เมล็ด	(ยอด) ยอดเสียบหมวกเวลาเด็กนอนไม่หลับ (ราก) ต้มดื่มรักษานอนไม่หลับในผู้ใหญ่	พืชสมุนไพร
673	วาวี			นอมานอหุ่ง (ใหญ่)	Breynia sp.			(ยอด) ยอดเสียบหมวกเวลาเด็กนอนไม่หลับ (ราก) ต้มดื่มรักษานอนไม่หลับในผู้ใหญ่	พืชสมุนไพร
674	วาวี	โคคลาน มะกายเครือ		ลูเพียะ	Mallotus repandus (Willd.) Müll.Arg.	พบตามป่าที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 100-1,000 เมตร	ไม้พุ่มรอเลื้อย เนื้อแข็ง สูง 3-6 เมตร ตามกิ่งก้านและช่อดอกมีขนนุ่มรูปดาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม รูปไข่แกมขอบขนาน หรือรูปไข่กว้าง กว้าง 5-8 เซนติเมตร ยาว 6-10 เซนติเมตร ฐานใบกว้างกลมปิด ขอบใบเรียบ หรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ หลังใบเรียบเกลี้ยง ท้องใบมีขนสั้นนุ่มสีเหลือง รูปดาว หนาแน่น หูใบรูปสามเหลี่ยม ขนาด 1 มิลลิเมตร ก้านใบยาว 1.5-6 เซนติเมตร มองเห็นเส้นใบชัดเจน 3 เส้น ที่ฐานใบ ดอกช่อกระจุก ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยหลายดอก สีขาวแกมเหลือง แยกเพศอยู่คนละต้น ช่อดอกเพศผู้ออกที่ปลายยอด ยาว 5-15 เซนติเมตร มักแตกแขนง ใบประดับรูปลิ่มแคบ ขนาดประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ดอกเพศผู้ออกรวมเป็นกระจุก 2-5 ดอก ก้านชูดอกย่อยขนาด 2-4 มิลลิเมตร วงกลีบเลี้ยงแยกเป็น 3-4 พู รูปขอบขนาน ขนาดประมาณ 3 มิลลิเมตร มีขนนุ่ม เกสรเพศผู้ 40-75 อัน ช่อดอกเพศเมียยาว 5-8 เซนติเมตร ใบประดับรูปหอก ขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ก้านดอกย่อยยาว 2-3 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยง 4-5 อัน รูปหอก ขนาด 2-3 มิลลิเมตร มีขนนุ่ม รังไข่มี 2 ห้อง สีเหลืองเข้ม มีขนนุ่ม ก้านชูยาว 3-5 มิลลิเมตร มีขนยาวนุ่ม ผลแห้งแตกแบบแคปซูลมี 2 ห้อง รูปทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 มิลลิเมตร สีน้ำตาลเหลือง มีขนนุ่ม ก้านผลยาว 8-12 มิลลิเมตร เมื่อแก่แตกตรงกลางพู เมล็ดกึ่งทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 มิลลิเมตร สีดำ ออกดอกราวเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ติดผลราวเดือนมิถุนายนถึงกันยายน	(ใบ) ห่อโลงและห่อตัวศพของชายโสดในหมู่บ้าน	พืชสมุนไพร
675	วาวี	ชุมเห็ดเล็ก ขี้เหล็กผี	Coffea Senna, Coffeeweed	ซาโด่	Senna occidentalis (L.) Link	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ เป็นวัชพืชในเขตร้อน	ไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่ม สูงได้ถึง 2.5 ม. หูใบเป็นขนแข็ง ยาว 1-2 ซม. ใบประกอบมีใบย่อย 3-5 คู่ แกนใบประกอบยาว 8-12 ซม. ก้านยาว 3-4 ซม. มีต่อมรูปไข่ใกล้โคนใบ ใบย่อยรูปไข่แกมรูปขอบขนาน เบี้ยว ยาว 4-10 ซม. ปลายแหลมยาว โคนกลม ก้านใบยาวประมาณ 2 มม. ช่อดอกสั้น มี 2-4 ดอก ใบประดับรูปแถบขนาดเล็ก ก้านดอกยาว 0.5-1 ซม. กลีบเลี้ยงกลีบนอกกลม ยาวประมาณ 6 มม. กลีบในรูปไข่ ใหญ่กว่าเล็กน้อย กลีบดอกรูปไข่ กลีบคู่นอกยาว 1-2 ซม. เกสรเพศผู้อันยาว 2 อัน ก้านชูอับเรณูยาว 5-6 มม. อับเรณูยาว 5-7 มม. อันสั้น 4 อัน ก้านชูอับเรณูยาว 2-3 มม. อับเรณูยาว 5-6 มม. ลดรูป 3-4 อัน รังไข่มีขนสั้นนุ่ม ฝักรูปแถบ ยาว 10-12 ซม. เมล็ดแบน ยาว 3-4 มม.	(ทั้งต้น) ต้มดื่มรับประทานเพื่อถอนพิษ หรือรักษาอาการปวดท้อง	พืชสมุนไพร
676	วาวี	ว่านหอมแดง ว่านไก่แดง ว่านข้าว ว่านหมาก ว่านเพลาะ		แชกุนิ	Eleutherine bulbosa (Mill.) Urb.	เกิดตามป่าดิบราบต่ำ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือนและใช้เป็นยา	ต้น ไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดินคล้ายหัวหม รูปรียาว ใบเกล็ดที่หุ้มหัวใต้ดินสีม่วงแดง ใบ เดี่ยว ออกเป้นกระจุก 3-4 ใบ รูปดาบ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 20-40 ซม. เส้นใบขนานจีบตามยาวคล้ายพัด ดอก ช่อ แทงจากลำต้นใต้ดิน กลีบดอกสีขาว ผล แห้ง แตกได้	(หัว) ย้อมสีเปลือกไข่ในเทศกาลปีใหม่ไข่แดงและต้มดื่มรักษาท้องเสีย	พืชสมุนไพร
677	วาวี			อาปะสะ	Pogostemon sp.			(ยอด) พิงไฟพอกบริเวณปวดท้อง	พืชสมุนไพร
678	วาวี	ตีนฮุ้งดอย สัตฤาษี		ชาฉี่	Paris polyphylla Sm.		ไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน สูงได้ถึง 1 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบข้อ 4-9 ใบ รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซา. ยาว 8-15 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ดอกสีเหลืองแกมส้ม ออกเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะเป็นกระจุกที่ปลายยอด มีก้านดอกยืดยาว 5-30 ซม. มีใบประดับ 4-6 ใบ ยาว 5-10 ซม. กลีบดอกเป็นเส้นเล็กสีเขียว ยาว 6-12 ซม. เกสรผู้ 10-22 อัน แตกตามยาว ผลลักษณะเป็นก้อนกลม ผิวเรียบ ขนาด 4-5 ซม. เมล็ดสีแสดแดง	(หัว) ตากแห้งฝนทารักษาแผลมีดบาด หรือบริเวณเป็นฝี	พืชสมุนไพร
679	วาวี	ชะรักป่า อัคคีทวาร		ซุ้มป่าโดโยะ	Rotheca serrata (L.) Steane & Mabb.	พบตามป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณที่เปิดและค่อนข้างชื้น บริเวณทุ่งหญ้าและที่โล่ง ที่ความสูง 500-1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ออกดอกตลอดปี	ไม้พุ่ม สูง 1-3 เมตร กิ่งอ่อน สันเป็นเหลี่ยม มีขนสีน้ำตาล ใบเป็นใบเดี่ยว ออกรอบข้อ 3-4 ใบ ใบยาว 7-21 เซนติเมตร กว้าง 1.5-8 เซนติเมตร รูปขอบขนานหรือรูปหอกแกมรูปรี ฐานใบสอบเรียว ปลายใบแหลมหรือมน ขอบใบหยักซี่ฟัน ผิวใบด้านบนมีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาล หนาแน่น ผิวใบด้านล่างเกือบเกลี้ยง มันวาว เนื้อใบคล้ายกระดาษ เส้นใบมี 6-10 คู่ เด่นชัดทั้งสองด้านของแผ่นใบ ก้านใบยาว 1.5-3 ซม. ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายยอด ช่อตั้ง รูปทรงกระบอก สีขาว ยาว 17-25 เซนติเมตร ใบประดับรูปไข่กลับ กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ สีเขียวแกมแดงหรือสีเขียว เชื่อมกันเป็นรูปถ้วย มีขนสีน้ำตาล ยาว 5-7 มม. หลอดกลีบเลี้ยง ยาว 4-7 มม. แฉกกลีบเลี้ยง รูปสามเหลี่ยม ยาว 0.5-0.7 มม. กว้าง 1-2 มม. ปลายกลีบแหลม กลีบดอก มี 5 กลีบ สีขาว หรือสีขาวแกมสีม่วง โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด หลอดกลีบดอก ยาว 7-10 มม. แฉกกลีบดอก รูปขอบขนาน ยาว 6-12 มม. กว้าง 4-7 มม. ปลายกลีบมน ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบบนมี 4 กลีบ มีขนาดต่างกัน กลีบล่างมี 1 กลีบ ยาวกว่ากลีบบนมาก และมองดูมีขนาดใหญ่กว่ากลีบอื่น เกสรเพศผู้มี 4 อัน สั้น 2 อัน ยาว 2 อัน เรียงตรงข้ามอับเรณู รูปขอบขนาน ผิวขรุขระ มีขนสั้นนุ่ม ที่ฐานก้านเกสรหนาแน่น เกสรเพศเมีย มีก้านชู ยาว 3-4 ซม. ปลายแยกเป็น 2 แฉก แต่ละแฉกยาวไม่เท่ากัน มีรังไข่เหนือวงกลีบ ผล แบบเมล็ดเดียวแข็ง ผิวมันวาว	(ราก) ต้มดื่มรักษาอาการปวดท้อง	พืชสมุนไพร
680	วาวี			ซุ้มสี่มะ	Elsholtzia sp.			(ใบ) ผิงไฟพอกแผลลดอาการบวม	พืชสมุนไพร
681	วาวี	น้ำลายผีเสื้อ		อาจูลูหม่า	Callicarpa rubella Lindl.	พบขึ้นบริเวณชายป่าดิบแล้ง	ไม้เถา เนื้อแข็งขนาดใหญ่ ส่วนที่อ่อนมีขนหนาแน่น ใบเดี่ยว แผ่นใบ หนาคล้ายแผ่นหนัง รูปไข่ รูปรี หรือรูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบกลมหรือเป็นรูปหัวใจเล็กน้อย ขอบเรียบ ผิวใบมีขนหนาแน่นทั้งสองด้าน ดอกแบบช่อแยกแขนง ที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง สีเขียวหลอดกลีบเลี้ยง แฉกกลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยม กว้าง กลีบดอก สีขาว หลอดกลีบดอกกว้าง แฉกกลีบดอกกว้างมีรังไข่กลม ขนาดเล็ก มีขน ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉก ผลแห้งแตก รูปไข่ หรือรูปรี	(ราก) ต้มดื่มรักษาอาการหน้ามืดตาลาย	พืชสมุนไพร
682	วาวี	ปิ้งขาว เข็มป่า	East Indian glory bower	ฮาหุมเดฉุ่ย	Clerodendrum glandulosum Lindl.	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ในพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน	ปิ้งขาวเป็นเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-38 ซม. ยาว 4-40 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวอ่อน ดอกช่อกระจุกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยบานไม่พร้อมกัน รูปร่างคล้ายดอกมะลิ สีขาว กลับดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ยาว 5 อัน	(ใบ) ผิงไฟรองนั่งสำหรับสตรีอยู่ไฟ	พืชสมุนไพร
683	วาวี			ลอเฉาะ				(ใบ) ต้มให้เด็กอาบรักษาผื่นคัน (ใช้ร่วมกับยอดฝรั่ง)	พืชสมุนไพร
684	วาวี	กะตังใบ		ลูยาชิ	Leea indica (Burm. f.) Merr.	พบตั้งแต่อินเดีย ถึงออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยพบทุกภาค ขึ้นหลากหลายสภาพป่า ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร	ไม้พุ่ม รอเลื้อย หรือไม้ต้น สูงได้ถึง 7 ม. กิ่งมีช่องอากาศ หูใบมีปีกรูปไข่กลับ ยาวได้ถึง 6 ซม. ใบประกอบ 1-3 ชั้น ใบประกอบย่อยมีได้ถึง 4 คู่ แกนกลางยาว 9-70 ซม. ก้านยาว 7-34 ซม. ใบย่อยรูปไข่ แกมรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาวได้ถึง 30 ซม. ขอบจักซี่ฟัน ก้านใบยาว 0.2-2 ซม. ช่อดอกส่วนมากยาวได้ถึง 27 ซม. แผ่กว้าง ก้านช่อยาวได้ถึง 10 ซม. ดอกสีเขียวอ่อนหรืออมเหลือง ก้านดอกยาว 0.5-1.5 มม. กลีบเลี้ยงรูปถ้วยยาวประมาณ 2 มม. ปลายจักตื้น ๆ กลีบดอกยาว 3-4 มม. แฉกลึกประมาณกึ่งหนึ่ง หลอดเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันยาว 1.2-2.2 มม. โคนแยกกัน ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 1 มม. ก้านเกสรเพศเมียยาว 1-2 มม. ผลจักเป็นพูเล็กน้อย เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.9-1 ซม. ผลแก่สีน้ำตาลแดง	(ใบ) ตำใช้พอกแผล	พืชสมุนไพร
685	วาวี	กระเจี๊ยบ	Roselle	กระเจี๊ยบแดง	Hibiscus sabdariffa L.	พบปลูกทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย ชอบพื้นที่แดดจัดและความชุ่มชื้นพอเหมาะ	ผักเก็งเค็งเป็นไม้พุ่ม สูง 50-180 ซม. มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 ซม. ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพูหรือเหลืองบริเวณกลางดอกสีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้		พืชสมุนไพร
686	วาวี	มะเดื่อ มะเดื่อหว้า เดื่อหลวง มะเดื่อชุมพร		ชีปุลายอ	Ficus auriculata Lour.	ปากีสถาน อินเดียตอนเหนือ เนปาล รัฐสิกขิม ภูฏาน พม่า จีนตอนใต้ ลาว เวียดนาม กัมพูชา และคาบสมุทรมาเลเซีย ในประเทศไทยพบทุกภาคยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบตามป่าดิบ และป่าเบญจพรรณ มักอยู่ริมลำน้ำ ระดับความสูงตั้งแต่ 0-1300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล	ไม้ต้น สูง 10-15 เมตร ใบเรียงสลับวนรอบกิ่ง แผ่น ใบรูปไข่ กว้าง 1.5-13 เซนติเมตร ยาว 18-21 เซนติเมตร เนื้อใบเหนียวหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ปลายใบแหลม ขอบหยักฟันเลื่อยห่างๆ ฐานมน ก้านใบ ยาว 3-6 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง ผลรูปลูกแพร์ เกิดเป็นกระจุกตามลำต้นหรือกิ่งขนาดใหญ่ ผิวเกลี้ยงหรืออาจมีขนสั้นนุ่มปกคลุม มักมีสันตามยาวและมีรอยแผลใบประดับข้าง ชนาดตามขวางตอนสด 3.5-4.5 เซนติเมตร สุกสีส้มแกมแดง ก้านหน่วยผลยาว 4-5 เซนติเมตร ดอกแยกเพศแยกต้นเป็นต้น เพศผู้กับต้นเพศเมียต้นเพศผู้ประกอบด้วยเพศผู้ที่เกิดรอบปากช่องเปิด	(ผล) รับประทานสดหรือจิ้มน้ำพริก	พืชสมุนไพร
687	วาวี	กล้วยป่า	Wild Banana	งาพึปอเหลาะ	Musa acuminata Colla	ชอบขึ้นเป็นกลุ่มในดินที่อุ้มน้ำ บริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง	ไม้ล้มลุก มักขึ้นเป็นกลุ่ม ทุกส่วนมียาง มีเหง้าแตกหน่อได้ ลำต้นเทียมขนาดใหญ่ ประกอบด้วยกาบใบที่อัดกันแน่น ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ดอก (หัวปลี) ออกเป็นช่อห้อยลงคล้ายงวง บานจากส่วนโคนลงมาหาปลายช่อปลี ผลกลมโค้งงอ มีเนื้อน้อย สีขาว เมล็ดจํานวนมาก สีดํา ผนังหนาและแข็ง	(ใบ) ใบขยี้พอกรูกระสุนลดอาการปวดจากการถูกยิง	พืชสมุนไพร
688	วาวี	ฝรั่ง	Guava	แตมะ	Psidium guajava L.	พบปลูกทั่วไป เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี	ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก	(ใบ) ต้มดื่มรักษาท้องเสีย ต้มให้เด็กอาบรักษาผื่นคัน (ใช้ร่วมกับใบลอเชาะ) (ผล) ผลรับประทานเป็นผลไม้	พืชสมุนไพร
689	วาวี	บานเย็น	Four O’clock, Marvel of Peru	มิชิมิชุง	Mirabilis jalapa L.	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน เป็นไม้ประดับทั่วไปหรือขึ้นเป็นวัชพืช ทั้งต้นมีสรรพคุณด้านสมุนไพรหลายอย่าง รากและเมล็ดมีพิษ	ไม้ล้มลุก สูง 1-1.5 ม. มีเหง้า ลำต้นโป่งพองตามข้อ ใบเรียงเวียน รูปไข่หรือรูปสามเหลี่ยม ยาว 5-15 ซม. โคนตัดหรือรูปหัวใจ ก้านใบยาว 1-4 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกออกที่ปลายกิ่ง มี 4-5 ดอก กลีบประดับรูประฆังคล้ายกลีบเลี้ยง ไม่ขยายในผล ยาว 1-1.5 ซม. มี 5 แฉก ก้านดอกยาว 1-2 มม. ดอกรูปดอกเข็ม สีชมพู ม่วง ขาว เหลือง หรือด่าง บานช่วงบ่ายถึงเช้า หลอดกลีบดอกยาว 3-6 ซม. กลีบรูปรี ยาว 2.5-3 ซม. เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดที่โคนหลอดกลีบดอก ยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอกประมาณ 1 ซม. ก้านชูอับเรณูสีเดียวกับกลีบรวม ก้านเกสรเพศเมียยาวเท่า ๆ เกสรเพศผู้ ยอดเกสรเป็นตุ่ม ผลคล้ายผลแห้งเมล็ดล่อน กลม ๆ ขนาด 5-9 มม. เป็นสัน มีเมล็ดเดียว กลม ขนาดประมาณ 7 มม.	(ดอก) ทัดหูไปงานศพเพื่อป้องกันภัยจากภูติผี	พืชสมุนไพร
690	วาวี	เอื้องใบไผ่ หญ้าจิ้มฟันควาย	Bamboo orchid	ดึซึโดโหง่ะ	Arundina graminifolia (D.Don) Hochr.	พบที่อินเดีย ภูฏาน เนปาล จีน ไต้หวัน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ในไทยกระจายพบทุกภาค ขึ้นตามที่โล่ง ชายป่า ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร มีความผันแปรสูงโดยเฉพาะสีของดอก	กล้วยไม้ดิน สูง 1.5-2.5 ม. ใบรูปแถบคล้ายหญ้า เรียงเวียน ยาว 10-30 ซม. ปลายแหลม โคนเป็นกาบหุ้มลำต้น ช่อดอกแบบช่อกระจะหรือช่อแยกแขนง ออกตามปลายกิ่ง แกนช่อยาวได้กว่า 50 ซม. ดอกจำนวนมาก บานทีละ 1-2 ดอก ใบประดับรูปสามเหลี่ยม ปลายมีติ่งแหลม ยาว 3-9 มม. ติดทน ดอกสีขาว สีชมพู หรือม่วง กลีบปากสีเข้มมีปื้นสีเหลืองที่โคน กลีบเลี้ยงรูปใบหอก ยาวเท่า ๆ กัน ยาว 2.2-4.7 ซม. กลีบคู่ข้างเบี้ยวเล็กน้อย กลีบดอกรูปรีหรือรูปไข่ ยาว 2-5 ซม. กลีบปากยาว 2.5-5 ซม. ปลายกลีบแยก 3 แฉก แฉกข้างโคนม้วนห่อเส้าเกสร ปลายกลีบกลม แฉกกลางขอบย่น ปลายจักลึก 2 แฉก เส้าเกสรตรง ปลายกว้าง ยาว 1.4-2 ซม. กลุ่มเรณู 8 กลุ่ม แยกเป็น 2 กลุ่มย่อย รังไข่รวมก้านดอกยาว 1-3.3 ซม. ผลแห้งแตกรูปกระสวย ห้อยลง ยาว 3-5 ซม.	(ใบ) ตำพอกรักษาฝี และป้องกันภูติผี (ราก) ต้มดื่มบำรุงร่างกาย	พืชสมุนไพร
691	วาวี	ส้มดิน ส้มสามตา ผักแว่น	Creeping woodsorrel, Procumbent yellow-sorrel, Sleeping beauty,	อาเบียวออแชะ	Oxalis corniculata L.	พบทั่วไปในเขตร้อน ไม่ทราบถิ่นกำเนิดที่แน่นอน ขึ้นเป็นวัชพืช ความสูงถึงประมาณ 1500 เมตร น้ำสกัดจากใบมีสรรพคุณด้านสมุนไพรหลายอย่าง	ไม้ล้มลุกเกาะเลื้อย มีรากตามข้อ หูใบขนาดเล็ก ใบประกอบมี 3 ใบย่อย เรียงเวียน ใบย่อยรูปรีแกมรูปหัวใจกลับ กว้าง 0.5-2 ซม. สีเขียวหรือสีม่วงอมแดง ปลายเว้าลึก แผ่นใบด้านล่างมีขนสั้นนุ่ม ก้านใบส่วนมากยาว 1-2 ซม. หรือยาวได้ถึง 10 ซม. ช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม ส่วนมากมี 1-5 ดอก ก้านช่อมักยาวกว่าก้านใบ ใบประดับมี 1 คู่ รูปใบหอก ยาว 2-4 มม. ก้านดอกยาว 0.4-2 ซม. มีขนหนาแน่น กลีบเลี้ยง 5 กลีบเรียงซ้อนเหลื่อม รูปใบหอก ติดทน ยาว 3.5-5 มม. ขอบมีขนครุย ดอกสีเหลือง มี 5 กลีบ รูปใบพาย ยาว 0.3-1 ซม. ก้านกลีบสั้น ๆ มี 5 คาร์เพล เชื่อมติดกัน ออวุลเรียงเป็นแถว 1-2 แถว ก้านเกสรเพศเมีย 5 อัน ผลแห้งแตก รูปทรงกระบอก ยาว 0.8-2.5 ซม. มีขน ส่วนผนังติดอยู่กับแกนกลางเมื่อแตก แต่ละช่องมี 5-14 เมล็ด มีเยื่อหุ้มที่ดีดเมล็ดออกหลังร่วง (ejaculatory)	(ใบ) ตำพอกแผลและถอนพิษงูแต่ใช้ร่วมกับยอดมะระขี้นกและโมชิ	พืชสมุนไพร
692	วาวี			แพดุแพและ	Piper sp.			(ทั้งต้น) ต้มเป็นส่วนผสมของยารักษาอาการปวดท้อง	พืชสมุนไพร
693	วาวี	หญ้าเอ็นยืด ผักกาดน้ำ หมอน้อย	Greater plantain, Waybread, Common plantago ,broad-leaved plantain	กูแจยากะ	Plantago major L.	พบมากบริเวณที่รกร้างบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ ชอบขึ้นในผืนป่าที่ได้รับความชื้นตลอดวัน และพื้นที่ใกล้แหล่งนํ้า ชอบแสงแดด	หญ้าเอ็นยืดเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-50 ซม. ลำต้นสั้นติดผิวดิน ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุก รูปไข่กลับ กว้าง 12-16 ซม. ยาว 20-30 ซม. ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ ช่อดอก แทงออกจากกลางต้น ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวแกมน้ำตาล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	(ใบ) ตำพอกรักษาโรคกระดูก พอกจนกว่าจะหาย เชื่อว่าต้องใช้คาถาด้วย	พืชสมุนไพร
694	วาวี	ตองกง, ก๋ง, เค้ยหลา, เลาแล้ง, หญ้ากาบไผ่ใหญ่, หญ้าไม้กวาด, หญ้ายูง	Bamboo grass, Tiger grass	อาก่อง	Thysanolaena latifolia (Roxb. ex Hornem.) Honda	พบในทุกภาคของประเทศที่มีพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 45 เมตร ขึ้นไป ขึ้นทั่วไปบริเวณเนินเขา พื้นที่ลาดเขา ริมธารน้ำ และริมถนน	พืชกลุ่มหญ้าอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรงและแข็งมาก สูง 3-4 เมตร ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหอก กว้าง 4.7-9.1 ซม. ยาว 41.0-76.7 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ มีกาบใบเรียบหุ้มลำต้น หูใบเป็นแผ่นเยื่อบางๆ สีน้ำตาลอ่อน ช่อดอกแยกแขนงขนาดใหญ่ออกที่ปลายยอด มีขนนุ่มละเอียดปกคลุม ช่อดอกย่อยขนาดเล็ก มีดอกย่อย 2 ดอก ดอกล่างลดรูปเป็นเยื่อบาง ดอกเป็นหมัน ดอกบนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ เมล็ดมีขนาดเล็ก	(ลิ้นใบ (ligule) สีดำ) เคี้ยวรักษาอาการปวดฟัน และใช้แทนอะเบาะข่า รักษาอาการปวดท้อง	พืชสมุนไพร
695	วาวี	ผักบุ้งส้ม		วอแชะ	Fagopyrum acutatum (Lehm.) Mansf. ex K.Hammer		Herb by stream bank. Flower white.	(ใบ) ตำพอกกระดูกหักในไก่ (ยอด) ลวกรับประทานจิ้มน้ำพริก	พืชสมุนไพร
696	วาวี	ผักไผ่	Vietnamese mint, Vietnamese cilantro, hot mint, laksa leaf	อาจิปาจะ	Polygonum odoratum Lour.	พบในป่าทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณริมลำธาร ที่มีความชื้นสูง	ผักไผ่เป็นพืชล้มลุก สูง 30-35 ซม. ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มีรากงอกออกตามข้อที่สัมผัสดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ หูใบเชื่อมติดกันเป็นหลอดหุ้มลำต้นเหนือข้อ มีกลิ่นเฉพาะ ช่อดอกกระจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีชมพูม่วง ผลขนาดเล็ก เมล็ดจำนวนมาก	(ใบ) ผิงไฟพอกแผลรักษาอาการบวม และใช้รับประทาน	พืชสมุนไพร
697	วาวี	หนามไข่กุ้ง ไข่กุ้งพู		แลโอ่นิ	Rubus ellipticus var. obcordatus (Franch.) Focke	พบที่อินเดีย ปากีสถาน ภูฏาน ศรีลังกา เนปาล จีนตอนใต้ พม่า ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นตามชายป่าดิบเขา ความสูง 1000-2000 เมตร	ไม้พุ่มหรือรอเลื้อย มีขนสั้นนุ่ม ขนแข็งสีน้ำตาลแดง และหนามโค้งหนาแน่นตามกิ่ง แกนและก้านใบประกอบ และแกนช่อดอก มีขนสั้นนุ่มตามหูใบ แผ่นใบด้านล่าง ใบประดับ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก และรังไข่ หูใบรูปเส้นด้าย ยาว 0.7-1 ซม. ใบประกอบมี 3 ใบย่อย ก้านใบประกอบยาว 2-6 ซม. ก้านใบย่อยคู่ล่างสั้นมาก ใบปลายยาว 2-3 ซม. ใบรูปไข่กลับกว้าง ยาว 3-6 ซม. ใบปลายยาวกว่าใบคู่ล่าง ปลายตัดหรือเว้าตื้น ขอบจักฟันเลื่อย ช่อดอกแบบช่อกระจะเป็นกลุ่มแน่นที่ปลายกิ่ง ยาว 1.5-4 ซม. ใบประดับรูปแถบ ยาว 5-9 มม. ใบประดับย่อยขนาดเล็ก ก้านดอกยาว 0.5-1 ซม. ดอกบานเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.2 ซม. ก้านดอกและกลีบเลี้ยงมีขนประปราย กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 4-6 มม. ดอกสีขาวหรืออมชมพู กลีบรูปใบพาย ขอบแหว่ง เกสรเพศผู้เรียงกลุ่มเดียว สั้นกว่ากลีบดอก ก้านเกสรเพศเมียยาวกว่าเกสรเพศผู้เล็กน้อย ผลกลุ่มสีเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. เมล็ดมีรอยย่น	"(ราก) ต้มดื่มเป็นส่วนผสมยารักษาโรคปวดท้อง โรคเส้นเอ็น
 (ผล) รับประทาน"	พืชสมุนไพร
698	วาวี			อาคือชีนิ	Paederia sp.			(หัว) ต้มดื่มรักษาหน้ามืด	พืชสมุนไพร
699	วาวี	มะนาวควาย มะงั่ว	Citron	ซีเละ	Citrus medica L.	ถิ่นกำเนิดของมะงั่วอยู่ในอินเดีย กระจายพันธุ์ไปจนถึงจีนและอิหร่าน	ไม้พุ่มมีกิ่งมาก เปลือกลำต้นสีเทาอ่อน ไม้เนื้ออ่อน ยอดอ่อนสีม่วงหรือเขียวอมม่วง กิ่งอ่อนสีอมม่วง เป็นเหลี่ยม กิ่งแก่กลม ผิวเกลี้ยงมีหนามแหลมตามซอกใบ ใบประกอบลดรูปเหลือใบเดียว ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกช่อออกตามซอกใบ ดอกสีชมพูหรือขาว ผลทรงกลมยาว ผิวหยาบ ผลสดเปลือกเป็นปุ่มปมเล็กน้อย เปลือกหนา สีเหลือง กลิ่นหอม แต่ละกลีบขนาดเล็ก รสออกเปรี้ยว เมล็ดรูปไข่จำนวนมาก	(ใบและผล) วางบนฝ่ามือฝ่าเท้าลดอาการตัวร้อน (ใช้ร่วมกับเมียว)	พืชสมุนไพร
700	วาวี	เครืองูเห่า ผักแปมป่า	Orange Climber, forest pepper, wild orange tree	ซีเลบอฉ่อง	Toddalia asiatica (L.) Lam.	ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดปานกลางถึงมาก	ไม้เถาเลื้อย ตามกิ่งก้านมีหนามโค้งงอปกคลุม เปลือกเถาสีน้ำตาล เนื้อไม้สีเหลือง ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย รูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเล็กน้อย ผิวใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง สีเหลืองแกมเขียว ผลกลมสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง	(ราก) ต้มดื่มรักษาเลือดจับตัวบริเวณช่องท้อง (ท้องน้อย) สำหรับผู้หญิงคลอดลูกใหม่ๆ (ใช้ร่วมกับวอแชมะ)	พืชสมุนไพร
701	วาวี			แนเลาะ	Zanthoxylum sp.			(ใบ) ปัดเป่าคนที่ถูกฟ้าผ่าตาย (ราก) ต้มดื่มรักษาปวดตามข้อกระดูก	พืชสมุนไพร
702	วาวี	หวดหม่อน สันโสก สมัดใหญ่ (หัสคุณเทพ/หมุย)		ยาจิชินุ่ม หรือ ยาจิมิแชะ	Clausena excavata Burm.f.	พบตามป่าดงดิบ ป่าละเมาะ	ไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง แกตกกิ่งก้านมาก สูง 1.5-4 ม. ก่ิงก้านมีขนสั้นๆ ที่บริเวณปลายกิ่ง ใบ ประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 15-30 ใบ รูปขอบขนานหรือรูปเคียว กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว 3-8 ซม. ท้องใบมีขนบางๆ โคนใบเบี้ยว ดอกช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ผล สด รูปกระสวยสีแดง	(ผล) รับประทานเป็นผลไม้ (ต้น) ต้มอาบรักษาอาการผื่นคัน	พืชสมุนไพร
703	วาวี	สนุ่น	Indian willow, White willow	ซียุย	Salix tetrasperma Roxb.	พบที่อินเดีย ปากีสถาน จีนตอนใต้ พม่า เวียดนาม ภูมิภาคมาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามที่โล่งริมลำธาร ความสูงถึงประมาณ 1900 เมตร	ไม้ต้น สูง 10-20 ม. แยกเพศต่างต้น ตาข้างเรียวคล้ายรูปไข่ ปลายแหลม หูใบขนาดเล็ก รูปไข่ เบี้ยว ขอบจัก ใบเรียงเวียน รูปรีถึงรูปใบหอก หรือแกมรูปไข่ ยาว 6-16 ซม. ปลายแหลมยาว โคนรูปลิ่มหรือมน ขอบจักฟันเลื่อย แผ่นใบมีนวลด้านล่าง เส้นแขนงใบจำนวนมาก ก้านใบยาว 1-2 ซม. ช่อดอกแบบช่อหางกระรอก ออกหลังผลิใบอ่อน มีขนสั้นนุ่ม ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก ก้านช่อสั้น บนก้านมีใบขนาดเล็ก 2-3 ใบ มีขนยาว ดอกจำนวนมาก ใบประดับขนาดเล็ก รูปรี ติดทน โคนมีต่อมเชื่อมติดกันรูปจาน ต่อมแนบติดก้านดอกในดอกเพศเมีย ช่อดอกเพศผู้ยาว 5-10 ซม. ช่อดอกเพศเมียยาว 8-12 ซม. เกสรเพศผู้ส่วนมากมี 8 อัน ยาวประมาณ 5 มม. มีขนที่โคน รังไข่มีขนสั้นนุ่ม ก้านเกสรเพศเมียสั้น ยอดเกสรจัก 2 พู ผลแห้งแตกเป็น 2 ซีก เกลี้ยง ยาวประมาณ 3 มม. เมล็ดขนาดเล็ก มีขนยาวละเอียดหนาแน่น	(ใบ) ต้มดื่มรักษาอาการหน้ามืด (ใช้ร่วมกับออมยะ)	พืชสมุนไพร
704	วาวี	ผักคาวทอง พลูแก พลูคาว	Fish mint, Chameleon plant, Fish wort	ผะคอ	Houttuynia cordata Thunb.	เจริญได้ดีในที่ลุ่มที่มีความชื้นสูง ขึ้นเองตามธรรมชาติ พบทั่วไปบริเวณริมห้วย ลำธาร และที่ชื้นแฉะริมน้ำหรือตามโคนต้นไม้ใหญ่	ไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 15-30 ซม. ทั้งต้นมีกลิ่นคาว ลำต้นเลื้อยทอดตามผิวดิน แตกรากตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. ก้านใบยาว ส่วนโคนแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ช่อดอก ออกตรงปลายยอด มีใบประดับสีขาว 4 ใบที่โคนช่อ ดอกย่อยขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอกและก้านดอก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	(รากและใบ) รับประทานกับลาบหรือใช้จิ้มน้ำพริก	พืชสมุนไพร
705	วาวี	ผักกะโฉม	Marsh weed, Om kop		Limnophila rugosa (Roth) Merr.	เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่ชอบขึ้นอยู่ตามริมคูและชอบดินชื้นแฉะ	ไม้ล้มลุก มีอายุเพียงปีเดียว ลำต้นต้นแตกแขนงออกไป ต้นที่ยังเล็กอยู่จะมีขนขึ้นปกคลุม แต่เมื่อโตแล้วหรือแก่ขนจะหลุดร่วงไปเอง ลำต้นมีความสูงได้ประมาณ 1-2 ฟุต มีกลิ่นหอม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ ๆ ตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ถึงรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม ขอบใบหนา ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-1.5 นิ้ว และยาวประมาณ 2-3 นิ้ว แผ่นใบเป็นสีเขียวสด หลังใบมีขนปกคลุมและมีรอยย่น ก้านใบสั้น ออกดอกเป็นช่อกระจุกบริเวณส่วนยอดของลำต้นและตามซอกใบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก ยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร มีขน ดอกเป็นสีน้ำเงินอมม่วง กลางดอกแต้มไปด้วยสีเหลือง ลักษณะของดอกเป็นรูปคล้ายปาก กลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากล่างมี 3 กลีบ ส่วนปากบนมี 2 กลีบ ดอกมีขนาดเล็กประมาณ 8 มิลลิเมตร มีเกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย 1 อัน ไม่มีก้านดอก ผลเป็นผลแห้งรูปไข่ แบน แตกได้ มีขนาดกว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร เมล็ดมีลักษณะกลมขนาดเล็ก สีน้ำตาล มีขนาดประมาณ 1-2 มิลลิเมตร		พืชสมุนไพร
706	วาวี	คราม	Nees, Assam Indigo	เมียว	Strobilanthes cusia (Nees) Kuntze	เจริญเติบโตได้ดีในป่าชื้น พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบขึ้นบริเวณชื้นใกล้ลำธาร หรือแหล่งน้ำที่มีอากาศเย็น ต้องการร่มเงามาก ไม่ชอบแสงแดดจัด	ฮ่อมเป็นไม้ล้มลุก มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูง 0.5-1 เมตร ลำต้นและเหง้ากลมเป็นรูปทรงกระบอก บริเวณข้อโป่งพอง แตกกิ่งตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน รูปวงรี ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบหยักฟันเลื่อยละเอียด เนื้อใบสีเขียวเข้มมัน ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกรูปทรงคล้ายระฆัง กลีบดอกสีม่วงเชื่อมกันเป็นหลอดโค้งงอเล็กน้อย ผลแห้งแตกได้ เมล็ดแบน สีน้ำตาล	(ใบ) ย้อมผ้า หรือใช้ร่วมกับมะนาวฝานวางไว้ใต้ฝ่ามือฝ่าเท้าลดอาการไข้	พืชสมุนไพร
707	วาวี	ดับยาง	Canary Nightshade, Velvet Nightshade	ยูมาโชเปีย	Solanum erianthum D. Don	พบขึ้นในป่าที่รกร้างทั่วไป	พาแป้งเป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อน แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเขียว กิ่งและก้านใบผิวสาก ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรี ขอบขนาน และไข่กลับ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 6-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบมีขนนุ่มปกคลุม ช่อดอกออกตามซอกใบและปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาว กลีบเลี้ยง 6 กลีบ กลีบดอก 6 กลีบ เกสรเพศผู้ 6 อัน ก้านดอกมีขนนุ่มปกคลุม	(ใบ) ใช้รองถั่วเน่า	พืชสมุนไพร
708	วาวี	มะเขือพวง	Pea eggplant, Turkey berry, prickly nightshade	ซีคาลาก่อ	Solanum torvum Sw.	ชอบขึ้นในพื้นที่รกร้าง บนไหล่เขาหรือกลางแจ้ง เป็นไม้ที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี	บ่าแคว้งกุลาเป็นไม้พุ่มเตี้ย ลำต้นและกิ่งก้านมีขนนุ่มปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเว้าตื้น มีหนามเล็ก ๆ กระจายทั่วไปตามลำต้นและใบ ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบและปลายกิ่ง สีขาว ผลทรงกลม ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม ภายในมีเมล็ดแบนสีน้ำตาล จำนวนมาก	(ผล) ห้อยป้องกันผีกระสือ และต้มจิ้มน้ำพริก	พืชสมุนไพร
709	วาวี	ยาสูบ	Tobacco	ยาข่อ	Nicotiana tabacum L.	พืชพื้นเมืองของทวีป อเมริกาใต้	ไม้ล้มลุก สูง 0.6-2 เมตร ตามลำต้นและยอดมีขนอ่อนปกคลุม ทุกส่วนของต้นมีต่อมน้ำยางเหนียว ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 10-20 เซนติเมตร ยาว 30-60 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบเรียวสอบ ท้องใบและหลังใบมีขนปกคลุม ขอบใบเรียบและเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอก เป็นดอกช่อออกที่ปลายยอด มีกลีบดอก สีชมพูปนขาว 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายกลีบแหลม มีขนขาวปกคลุม กลีบเลี้ยงสีเขียว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกแหลม ผล เป็นผลแห้ง รูปขอบขนาน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่สีน้ำตาล แตกออกได้ ด้านในมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมาก	(ใบ) ขยี้น้ำหยดใส่เวลาทากเข้าจมูก และใช้เป็นยาสูบ	พืชสมุนไพร
710	วาวี	ผักกุ่ม กุ่มน้ำ	Three leaved caper, Varuna		Crateva religiosa G.Forst.	พบตามริมฝั่งแม่น้ำ ขอบบึง มีแสงแดดส่องถึงตลอดวัน	ผักกุ่มเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูง 5-20 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง เปลือกต้นเรียบสีเทาอมขาว มีช่องระบายอากาศขนาดเล็กตามผิวทั่วไป ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงสลับ มีใบย่อย 3 ใบ รูปใบหอกถึงรูปขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ดอกเป็นช่อออกที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อย 12-20 ดอก เมื่อเริ่มบานมีสีขาว ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แซมด้วยเส้นยาวของเกสรเพศผู้สีม่วง ผลรูปทรงกลมหรือรี สีเทาห้อยเป็นพวง เมล็ดเดี่ยวรูปเกือกม้า	(ยอด) ดองเป็นอาหาร	พืชสมุนไพร
711	วาวี	มะแว้งนก	Black nightshade	ออลึ	Solanum americanum Mill.	พบขึ้นตามที่รกร้าง หรือบริเวณที่แสงแดดส่องถึง	พืชล้มลุก สูง 30 - 90 เซนติเมตร ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ ใบรูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกย่อยมีกลีบดอกสีขาว ผลทรงกลม ผิวเป็นมันสีเขียว ผลสุกมีสีม่วงดำ	(ยอด) รับประทาน ใส่ในแกง จิ้มน้ำพริก และผัดใส่หมู	พืชสมุนไพร
712	วาวี	หนอนตายหยาก		ยาเทมอข่า	Stemona tuberosa Lour.	พบตามป่าดิบแล้ง เมื่อถึงฤดูแล้ง ต้นเหนือดินจะโทรมหมด เหลือแต่รากใต้ดิน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนใหม่ ใบจึงจะงอกออกมาพร้อมทั้งออกดอก	หนอนตายอยากเป็นไม้ล้มลุก 0.4-0.6 ม. รากเป็นรูปกระสวย ออกเป็นกระจุกคล้ายกระชาย กิ่งที่กำลังจะออกดอกมักจะเลื้อยพัน ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. แผ่นใบเป็นคลื่น ดอก เดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกด้านนอกสีเขียว ด้านในสีแดง ผล แห้ง แตกได้	(หัว) ต้มสระผมรักษาเหา	พืชสมุนไพร
713	วาวี	ขี้อ้น		ยอมาชีห่า	Helicteres elongata Wall. ex Bojer	พบตามป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ	ไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร ส่วนต่างๆมีขนรูปดาวปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน ยาว 5-15 เซนติเมตรปลายใบแหลมโคนใบมนเบี้ยวเล็กน้อยขอบใบจักฟันเลื่อยชั้นเดียวหรือสองชั้น แผ่นใบด้านล่างมีขนกระจายโดยเฉพาะตามเส้นใบเส้นโคนใบ 3-5 เส้นเส้นแขนงใบ 4-6 คู่ เส้นแขนงใบย่อยแบบขั้นบันไดเห็นชัดเจนทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อกระจุกสั้นๆ ตามซอกใบกลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีจำนวนอย่างละ 5 กลีบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันที่โคนรูประฆังยาวประมาณกึ่งหนึ่งของกลีบดอก ปลายแยกเป็น 5 กลีบขนาดไม่เท่ากัน ด้านนอกมีขนหนาแน่นกลีบดอกสีน้ำเงินอ่อน รูปใบพายหรือรูปลิ่ม ปลายตัด ยาว 0.8-1 เซนติเมตร มีรยางค์ 1 คู่ที่ก้านกลีบ เกสรเพศผู้มี 10 อัน เชื่อมติดกันเป็นเส้าเกสรคล้ายเขาสัตว์ เกลี้ยงเรียงเป็นวงรอบรังไข่ อับเรณูมี 2 ช่อง รังไข่รูปไข่ มี 5 ช่อง เป็นพู มีขนปกคลุมออวุลจำนวนมาก ก้านเกสรเพศเมียเรียวยาว ยอดเกสรมี 5 หยักตื้นๆ ผลแบบแคปซูลรูปทรงกระบอก ยาว 2-3 เซนติเมตร มี 5 สัน มีขนยาวหนาแน่น เมล็ดจำนวนมากกลม	(ใช้ทุกส่วน) ต้มดื่มลดอาการเป็นไข้	พืชสมุนไพร
714	วาวี	ว่านหัวฬา ดีงูหว้า ดีปลาช่อน นิลพูสี เนระพูสีไทย ค้างคาวดำ	Bat flower, Black Bat Flower, Devil Flower	พูดะ	Tacca chantrieri André	ขึ้นในธรรมชาติ ตามป่าดิบแล้งหรือป่าดิบชื้น	ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีเหง้าใต้ดิน รากมีปุ่มปมจำนวนมาก ใบเดี่ยวเจริญจากเหง้า รูปไข่กลับ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว ดอกมีก้านชูสูงขึ้นจากกลางกอ สีม่วงดำคล้ายหัวค้างคาว มีใบประดับ 4 ใบ ใบประดับของดอกย่อยเรียงยาวเป็นเส้น 10-25 เส้น ผลเป็นแคปซูลยาว มีสัน 6 สัน ผิวสีม่วงดำคล้ายหนังค้างคาว เมล็ดสามเหลี่ยมสีม่วง	(ใบ) ต้มดื่มรับประทานรักษาปวดท้องและจิ้มน้ำพริก	พืชสมุนไพร
715	วาวี	ดาดตะกั่วเถา คำแดง ปีกนางฟ้า นางฟ้าจำแลง พลูนางฟ้า หลังแดง เอ็นเขา		ยากอลอมะ	Cissus javana DC.		ไม้เถาเลื้อย ลำต้นและกิ่งเป็นสันตามแนวยาว 4 สัน เกลี้ยงหรือมีขนนุ่ม มือเกาะเป็นสองง่าม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปเงี่ยงใบหอกหรือรูปไข่แกมรูปใบหอก กว้าง 4-10 เซนติเมตร ยาว 6-15 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบตัด ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีม่วงแดง ดอกออกเป็นช่อแบบช่อซี่ร่ม ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ก้านช่อดอกยาว 0.6-4 เซนติเมตร มีขน กลีบเลี้ยงเป็นพูตื้นๆ กลีบดอก รูปรี ยาวประมาณ 2.5 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน รังไข่เหนือวงกลีบ ผลสด รูปทรงกลม สีแดงเข้ม มีหนึ่งเมล็ด ขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตร	(เถา) ตำพอกบริเวณที่เป็นแผล หรือใช้แช่เท้ารักษาอาการน้ำกัดเท้า	พืชสมุนไพร
716	วาวี	หงส์ผาคำ		เก่อคึ	Rhynchanthus longiflorus Hook.f.	มีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียถึงตอนเหนือของไทย	ไม้ล้มลุกหลายปี มีหัวเกาะบนก้อนหิน ช่อดอกออกที่ปลายยอด กาบใบหุ้มลำต้นเทียมสีม่วงแดง ใบประดับเด่น สีแดงอ้มส้ม กลีบอื่น ๆ สีเหลืองสด	(หัว) ต้มดื่มส่วนผสมช่วยลดความดันโลหิตสูง	พืชสมุนไพร
717	วาวี	ขิงขม		ชอจึข่า	Kaempferia sp.			(หัว) ฝานตากแห้งต้มดื่มช่วยลดความดันโลหิตสูง	พืชสมุนไพร
718	วาวี	กระชายดำ ว่านพระอาทิตย์	black ginger	ชอจึนะ	Kaempferia parviflora Wall. ex Baker	พบขึ้นบริเวณป่าดิบชื้น ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี	กระชายดำเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นเทียมมีกาบใบอวบหนาหุ้มไว้ ใบเดี่ยวเรียงสลับซ้อนกันเป็นรูปกรวย รูปรี ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อแทงออกมาระหว่างก้านใบ สีขาวอมชมพู ผลขนาดเล็ก เมื่อแก่จัดจะแตกออกเป็น 3 แฉก ภายในมีเมล็ดขนาดใหญ่	(ราก) ต้มดื่มรักษารับประทานผิด	พืชสมุนไพร
719	วาวี			เบ้อเล่อ	Curcuma sp.			(หัว) ตากแห้งฝนหยดแผลมีดบาด	พืชสมุนไพร
720	วาวี			แม				(ต้น) ตีคนที่หายไปโดยไม่มีใครรู้ (ผีอำ) หากเจอก็ใช้ต้นตีตามร่างกาย	พืชสมุนไพร
721	วาวี	ข่าป่า		แมมาตัวปู่	Alpinia malaccensis (Burm.f.) Roscoe	พบตามป่าเบญจพรรณ และป่าดิบ	ลำต้นสูง 1.5-2 เมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดินขนาดเล็กเท่านิ้วมือ ลักษณะภายนอกของลำต้นมีข้อและปล้องเห็นชัดเจน ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นก้านและใบ ใบเป็นรูปไข่ยาวหรือรูปรีขอบขนาน ปลายใบแหลมคล้ายใบข่าบ้าน ขนาดกว้าง 4-5 เซนติเมตร ยาว 8-10 เซนติเมตร ใบสีเขียวเข้มเป็นมัน มีกาบใบหุ้มลำต้น ดอกเป็นดอกช่อออกที่ยอด ก้านดอกยาว ดอกย่อยมีขนาดเล็กกลีบดอกสีขาวกระน้ำตาล โคนติดกัน เป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ผลรูปร่างกลมรี เมื่อสุกเป็นสีส้มขนาด 5 มิลลิเมตร มีเมล็ดอยู่ภายใน	(ผล) สุกสีเหลืองทานเม็ดข้างใน	พืชสมุนไพร
722	วาวี	ลิ้นง่วง		โฮชิโฮนะ	Sterculia principis Gagnep.			(ราก) ต้มดื่มลดอาการเป็นไข้อาการบวมตามร่างกาย รักษาท้องเสีย	พืชสมุนไพร
723	วาวี			ชาโดจาก่า				(ราก) ต้มดื่มรักษารับประทานผิด	พืชสมุนไพร
724	วาวี	แสยก		บอฉ่อ	Euphorbia tithymaloides L.	เป็นพืชเขตร้อน พบปลูกทั่วไป ปลูกได้ในดินทุกสภาพ ทนแล้ง เจริญเติบโตได้ทั้งในที่แดดจัดและร่มรำไร	ไม้พุ่ม ลำต้นแข็งข้อสั้น ค่อนข้างอวบน้ำ มีน้ำยางสีขาวมาก ใบเดี่ยว สีเขียวสดหรือเข้ม เรียงสลับถี่ ปลายใบเรียวแหลม โคนมน ขอบเรียบ ผิวใบเรียบ เนื้อใบอวบน้ำ ก้านใบสั้น ลำต้นมีแผลเป็นที่เกิดจากใบร่วงชัดเจน ช่อดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบและปลายยอด ดอกย่อยสีชมพู กลีบดอกหุ้มปิด ลักษณะคล้ายหอยสังข์ ภายในดอกมีน้ำหวานมาก ผลสด สีเขียว รูปหัวใจแบน	(ต้น) ตำพอกบริเวณกระดูกหัก	พืชสมุนไพร
725	วาวี	แสยกตีนตะขาบ ว่านตีนตะขาบ			Euphorbia tithymaloides L.	เป็นพืชเขตร้อน พบปลูกทั่วไป ปลูกได้ในดินทุกสภาพ ทนแล้ง เจริญเติบโตได้ทั้งในที่แดดจัดและร่มรำไร	พรรณไม้ขนาดเล็ก ลำต้นเป็นปล้อง ๆ มีลักษณะกลมโตเท่ากับหางหนูมะพร้าวอ่อน แต่เมื่อลำต้นนั้นสูงขึ้นก็จะกลายเป็นไม้เลื้อย ต้นหนึ่งจะยาวได้ประมาณ 7-10 ฟุต ใบจะออกติดกันเป็นปีกสองข้าง จากโคนต้นจนถึงยอด ดูคล้ายตะขาบ	(ต้น) ตำพอกบริเวณกระดูกหัก (เหมือน MCR146)	พืชสมุนไพร
726	วาวี			มาเกาะ				(ผล) รับประทานเป็นผลไม้	พืชสมุนไพร
727	วาวี			ยาจอมะ				(ราก) ต้มดื่มรักษานิ่ว ใช้ร่วมกับดาเปียะดาหมุ	พืชสมุนไพร
728	วาวี	หนามไข่กุ้ง ไข่กุ้งพู		แลโอ่นิ	Rubus ellipticus var. obcordatus (Franch.) Focke	พบที่อินเดีย ปากีสถาน ภูฏาน ศรีลังกา เนปาล จีนตอนใต้ พม่า ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นตามชายป่าดิบเขา ความสูง 1000-2000 เมตร	ไม้พุ่มหรือรอเลื้อย มีขนสั้นนุ่ม ขนแข็งสีน้ำตาลแดง และหนามโค้งหนาแน่นตามกิ่ง แกนและก้านใบประกอบ และแกนช่อดอก มีขนสั้นนุ่มตามหูใบ แผ่นใบด้านล่าง ใบประดับ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก และรังไข่ หูใบรูปเส้นด้าย ยาว 0.7-1 ซม. ใบประกอบมี 3 ใบย่อย ก้านใบประกอบยาว 2-6 ซม. ก้านใบย่อยคู่ล่างสั้นมาก ใบปลายยาว 2-3 ซม. ใบรูปไข่กลับกว้าง ยาว 3-6 ซม. ใบปลายยาวกว่าใบคู่ล่าง ปลายตัดหรือเว้าตื้น ขอบจักฟันเลื่อย ช่อดอกแบบช่อกระจะเป็นกลุ่มแน่นที่ปลายกิ่ง ยาว 1.5-4 ซม. ใบประดับรูปแถบ ยาว 5-9 มม. ใบประดับย่อยขนาดเล็ก ก้านดอกยาว 0.5-1 ซม. ดอกบานเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.2 ซม. ก้านดอกและกลีบเลี้ยงมีขนประปราย กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 4-6 มม. ดอกสีขาวหรืออมชมพู กลีบรูปใบพาย ขอบแหว่ง เกสรเพศผู้เรียงกลุ่มเดียว สั้นกว่ากลีบดอก ก้านเกสรเพศเมียยาวกว่าเกสรเพศผู้เล็กน้อย ผลกลุ่มสีเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. เมล็ดมีรอยย่น	(ผล) รับประทานเป็นผลไม้ (ใบ) ต้มอาบรักษาอีสุกอีใส (ต้อมรวมกับใบมะม่วง)	พืชสมุนไพร
729	วาวี			ฮอข่า				(ใบ) รับประทานกับน้ำพริก	พืชสมุนไพร
730	วาวี			อาคึอูข่า				(ต้นและราก) ต้มดื่มรักษาอาการวิงเวียนศีรษะ	พืชสมุนไพร
731	วาวี	เอื้องหมายนา	Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag	มิเจกอยือ	Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht	พบทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ	ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง	(ใบ) ต้มดื่มส่วนผสมยารักษาปวดท้อง	พืชสมุนไพร
732	วาวี			อาฮูลาข่า				(ผล) รับประทานเป็นผลไม้ (ข้างในสีแดง)	พืชสมุนไพร
733	วาวี	จุกนารี		เบเบหล่างะ	Melastoma malabathricum L.	พบที่อินเดีย เนปาล จีนตอนใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซียฟิลิปปินส์ และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชาย ความสูงถึงประมาณ2000 เมตร มีความผันแปรสูง	ไม้พุ่ม อาจสูงได้ถึง 6 เมตร กิ่งเป็นเหลี่ยม มีเกล็ดคล้ายขนแบนราบหนาแน่นตามกิ่ง ใบประดับ และฐานดอกรูปถ้วย ใบรูปใบหอก ยาว 4-14 เซนติเมตร เส้นโคนใบข้างละ 1-2 เส้น แผ่นใบมีขนแข็งเอนหนาแนน่ ทางด้านล่าง ก้านใบยาว 0.5-2 เซนติเมตร ช่อดอกมี 3-7 ดอก ออกที่ปลายกิ่งใหม่ ๆ ใบประดับยาวได้ถึง 2 ซม. ฐานดอกยาว0.5-1 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงรูปใบหอก ยาว 0.5-1.3 เซนติเมตรปลายเรียวแหลม กลีบดอกรูปไข่กลับ ยาว 2.5-4 เซนติเมตร อับเรณูวงนอกยาว 0.7-1.4 เซนติเมตร รยางค์ยาว 0.4-1 เซนติเมตรวงในอับเรณูและรยางค์สั้นกว่า รังไข่ปลายมีขนแข็ง ผลรูปคนโท ยาวได้ถึง 1.5 เซนติเมตรแตกอ้าเปิดออก ผลแก่เนื้อในสีม่วง	(ราก) ส่วนผสมช่วยลดความดันโลหิตสูง	พืชสมุนไพร
734	วาวี			เบี่ยะซองยะ				(ใบ) ตำหยอดน้ำใส่หูรักษาหูน้ำหนอง ใช้ร่วมกับเลาะบิเบียซอง	พืชสมุนไพร
735	วาวี	กระทายเหิน มหาหงส์ หางหงส์ ตาเหิน	white garland-lily, white ginger lily		Hedychium coronarium J.Koenig	พบขึ้นมากในภาคเหนือ ตามชายป่าใกล้ลำธาร ชอบที่ชื้นแฉะ ริมน้ำ มีแสงแดดส่องถึงทั้งวัน คนนิยมปลูกไว้ในบ้านเพราะดอกให้กลิ่นหอม	ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน สูง 1-1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานหรือใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 16-25 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผลแห้ง แตกได้ รูปทรงกลม มี 3 พู		พืชสมุนไพร
736	วาวี	ผักชีฝรั่ง	Culantro, Long coriander, Sawtooth coriander	ยะฉ่อกอเลาะ	Eryngium foetidum L.	ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก ชอบดินร่วนปนทราย ชอบอยู่ในร่ม ชอบพื้นที่ไม่แฉะเกินไป	"เหง้าใต้ดินและอาจอยู่เหนือดินเล็กน้อย เป็นกระเปราะกลมรีอยู่เหนือราก ใบแทงออกจากเหง้าที่เป็นลำต้นเรียงเวียนรอบเหง้าแน่นเป็นกระจุกรูปไข่ขอบขนวน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย และ
 มีหนามเล็กที่ปลายฟันเลื่อย ใบแข็งกระด้าง ใบอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม ดอกช่อแทงออกตรงกลางของลำต้น ใบประดับที่ก้านดอกรูปหอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขนานแกมรูปไข่ สีเขียว กลีบดอก 5-7 กลีบ สีขาว ดอกย่อยจำนวนมาก เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสีขาว เกสรเพศเมียเป็นเส้นด้าย 2 เส้น ไม่มีฐานเกสร ผลแห้งจะปริแตกออกเป็น 2 ซีก แต่ละซีก เมล็ดจำนวนมาก"		พืชสมุนไพร
737	วาวี	ผักแปม			Eleutherococcus trifoliatus (L.) S.Y.Hu	พบมากในภาคเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	ผักแปมเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล กิ่งก้านสีเขียว มีหนามกระจายอยู่ทุกส่วนของลำต้น ใบประกอบแบบนิ้วมือมี 5 ใบย่อย ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีและรูปไข่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ปลายและโคนใบแหลม มีกลิ่นเฉพาะ ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม สีเขียวอมเหลือง ผลรูปทรงกลม		พืชสมุนไพร
738	วาวี	แตรนางฟ้า	Angel’s trumpet , Borrachero, White Angel's Trumpet		Brugmansia × candida Pers.	ถิ่นกำเนิด อเมริกาเขตร้อน เป็นไม้ประดับลูกผสมของ Brugmansia aurea Lagerh. และ Brugmansia versicolor Lagerh.	ไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ดอกเดี่ยว ออกที่ยอดตามซอกใบ ห้อยลง มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยงสีเขียว เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลือง เมื่อแรกบาน แล้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว รูปแตร ออกดอก พฤศจิกายน – มีนาคม ควรปลูกในที่มีอากาศเย็น ได้รับแสงแดดตลอดวัน เติบโตได้ดีในดินร่วน แสงแดดจัด น้ำปานกลาง	ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป	พืชใช้สอยอื่นๆ
739	วาวี	ตองกาย		อาหล่องจองมะ	Molineria capitulata (Lour.) Herb.	พบที่บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย จีนตอนใต้ ไต้หวัน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และป่าดิบชื้น ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 1 ม. มีเหง้า ไหลเรียวยาว ส่วนมากมี 4-7 ใบ แผ่นรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 40-90 ซม. ใบพับจีบ ก้านใบยาว 30-80 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น ออกตามซอกใบ ก้านช่อยาว 10-30 ซม. มีขนยาวสีน้ำตาลหนาแน่น ช่อรูปรีกว้าง กว้างยาว 2.5-5 ซม. ใบประดับรูปใบหอกแกมรูปไข่ ยาว 1.5-2.5 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ก้านดอกสั้น ดอกสีเหลือง กลีบรวมมี 6 กลีบ เรียง 2 วง รูปไข่แคบ ยาวประมาณ 8 มม. ปลายกลีบมน กลีบวงนอกมีขนด้านนอก กลีบวงในมีขนที่โคนหรือบนเส้นกลางกลีบ เกสรเพศผู้ 6 อัน ติดที่โคนกลีบรวม ยาว 5-6 มม. ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 1 มม. อับเรณูรูปแถบ ยาวประมาณ 5 มม. รังไข่มีขน ก้านเกสรเพศเมียยาวกว่าเกสรเพศผู้เล็กน้อย ยอดเกสรเป็นตุ่ม ผลสด สีขาว เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-5 มม. มีหลายเมล็ด ขนาดเล็ก สีดำ มีริ้ว	(ก้าน) ต้มดื่มรักษาอาการปวดท้อง	พืชสมุนไพร
740	วาวี			ชาฉี่ (ใบเล็ก)				(ใบ) ต้มดื่มรักษารับประทานผิด	พืชสมุนไพร
741	วาวี			ชาสึ	Stereospermum sp.			(ราก) ต้มดื่มเป็นส่วนผสมยารักษาปวดท้อง	พืชสมุนไพร
742	วาวี			คอยะ				(เปลือก) ต้มดื่มส่วนผสมใช้รักษาอาการเบื่ออาหารและอาหารเป็นพิษ	พืชสมุนไพร
743	วาวี			ซุ้มสี่มะ (ใหญ่)	Pogostemon sp.			(ใบ) ผิงไฟพอกแผลลดอาการบวม	พืชสมุนไพร
744	วาวี			อาถ่องเบวลิ	Trichosanthes rubriflos Thorel ex Cayla	พบที่อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า และภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามที่โล่ง และชายป่า ความสูงถึงประมาณ 1700 เมตร	ไม้เถา ยาวได้ถึง 20 ม. มีขนสั้นตามกิ่ง ใบประดับนอก แผ่นใบด้านล่าง ช่อดอก และรังไข่ มือจับแยก 2-3 แขนง ใบประดับที่โคนช่อดอกรูปใบหอกหรือรูปแถบ ยาว 1-5 ซม. ใบรูปไข่กว้างหรือจักลึก 3-5 พู ยาว 3-15 ซม. โคนเว้าลึก ขอบจักฟันเลื่อย แผ่นใบสากด้านบน ก้านใบยาว 5-11 ซม. ช่อดอกเพศผู้ยาวได้ถึง 22 ซม. ใบประดับสีแดงอมน้ำตาล รูปไข่กลับ ยาว 2.5-4.5 ซม. ขอบจัก มีต่อมกระจาย ดอกเพศผู้ก้านดอกยาว 2-6 มม. ฐานดอกยาว 2-5.5 ซม. กลีบเลี้ยงรูปใบหอก ยาว 0.7-2.3 ซม ดอกสีขาวมีเส้นกลีบสีแดงหรือชมพู ยาว 2-3 ซม. ชายครุยยาวประมาณ 1 ซม. ดอกเพศเมียก้านดอกยาวประมาณ 1 ซม. ผลรูปรีกว้าง ยาว 5-8 ซม. เนื้อด้านในสีดำอมเขียว	(ราก) ต้มดื่มรักษาปวดท้อง	พืชสมุนไพร
745	วาวี	ผักชีป่า		เบี่ยะซองมะ	Seseli mairei H. Wolff	Open woodlands, sunny mountain slopes, grassy places.	Plants 15–80 cm, glabrous throughout. Caudex simple. Stem solitary, branched above, solid, terete, finely grooved. Basal leaves few to many, petiolate. blade triangular, trifoliolate or 2-ternately dissected; ultimate segments elliptic, lanceolate or linear-lanceolate, subsessile, margins entire, narrowly revolute, with 3–10 parallel venations. Calyx teeth obsolete. Petals yellowish, square or oblong, with 3 veins, brown-yellow and conspicuous, especially costa, abaxially puberulent. Stylopodium conic, base undulate. Fruit ovate-oblong, compressed dorsally, purplish, glabrous.	(หัว) ใช้เป็นส่วนผสมดองเหล้า เคี้ยวกับหมาก และใช้เป็นสมุนไพรช่วยลดความดันโลหิตสูง	พืชสมุนไพร
746	วาวี			เบี่ยะซองจะ				(ราก) ส่วนผสมช่วยลดความดันโลหิตสูง	พืชสมุนไพร
747	วาวี			แมพิ				(หน่ออ่อน) ขยี้ทาแผลที่แมลงกัด หากไม่มีหน่ออ่อนใช้ต้นแก่ได้	พืชสมุนไพร
748	วาวี	ว่านเปราะหอม	Sand ginger, Aromatic ginger	แมยะ	Kaempferia galanga L.	พบทั่วไปในป่าดิบชื้น ชอบดินร่วน ระบายน้ำมี มีความชื้น	"ว่านหอมเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า แผ่ราบไปบนดิน ท้องใบมีขน เนื้อค่อนข้างหนา ช่อดอก ออกตรงกลางระหว่างใบ สีขาวแต้มม่วง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ว่านหอมตัวผู้ ใบเรียวยาว และว่านหอมใบมน ใบค่อนข้างกลม ชาวบ้านนิยมทั้ง 2 ชนิด"	(หัว) เคี้ยวพอกแผลมีดบาด หรือในเด็กที่คลอดใหม่ใช้ผูกกับหมวกป้องกันผีปอบ	พืชสมุนไพร
749	วาวี			ยอจอลิ	Wedelia sp.			(ใบ) ตำพอกส่วนผสมลดอาการอาการบวมตามร่างกาย ใช้ร่วมกับยามูลอลู่	พืชสมุนไพร
750	วาวี	กุหลาบไหม หนามไข่ปู		แลโอ่พึ	Rubus niveus Thunb.	ในไทยพบทางภาคเหนือที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นตามที่โล่งบนเขาหินปูน ความสูง 1800-2200 เมตร	ไม้พุ่มหรือรอเลื้อย มีขนสั้นนุ่มและหนามขนาดเล็กตามกิ่งอ่อน แกนและก้านใบประกอบ กิ่งแก่มีนวล มีขนสั้นนุ่มตามหูใบ แผ่นใบด้านล่าง ใบประดับ ช่อดอก กลีบเลี้ยง รังไข่ และผล หูใบรูปแถบ ยาว 5-8 มม. ใบประกอบมีใบย่อย 5-11 ใบ ก้านใบประกอบยาว 1.5-4 ซม. ใบรูปรี รูปไข่ หรือรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ยาว 2.5-8 ซม. ปลายแหลม โคนรูปลิ่มหรือมน ขอบจักซี่ฟันลึก ก้านใบย่อยใบข้างสั้นมาก ใบปลายยาว 0.5-1.5 ซม. ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่นออกตามปลายกิ่ง ยาว 4-6 ซม. ใบประดับและใบประดับย่อยรูปใบหอกขนาดเล็ก ก้านดอกยาว 0.5-1 ซม. กลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยม ปลายเรียวแหลม ยาว 5-8 มม. ดอกสีขาวอมแดง กลีบสั้นกว่ากลีบเลี้ยง เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 มม. เกสรเพศผู้สั้นกว่าหรือยาวเท่า ๆ กลีบดอก โคนก้านชูอับเรณูแบน คาร์เพลจำนวนมาก ก้านเกสรเพศเมียสีชมพูอมแดง โคนมีขนหนาแน่น ผลสุกสีดำ เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8-2 ซม. มีขนสั้นนุ่มสีเทา เมล็ดย่น	(ราก) ต้มดื่มแก้ท้องเสีย	พืชสมุนไพร
751	วาวี			ยาชิมิแชะ				(ใบ) ตำขยี้ใส่ฝีหนอง	พืชสมุนไพร
752	วาวี	หญ้าคมบาง		ยาเพวบอตู่	Scleria levis Retz	พบได้ทั่วไปในพื้นที่ป่าโปร่ง เปิดโล่ง และตามชายป่าในป่าดิบแล้ง เช่นที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 130 เมตร	ไม้ล้มลุก มีอายุได้หลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะเป็นข้อแข็ง ๆ ลำต้นมีความสูงได้ถึง 1.5 เมตร ลำต้นบนดินเรียวยาว เป็นสันสามเหลี่ยมคม ที่มุมสากมือ ผิวเรียบหรือมีขน กาบใบแผ่เป็นครีบ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับซ้อนกันเป็น 3 เส้า ลักษณะของใบเป็นรูปดาบแคบยาว มีขนาดกว้างได้ถึง 1 เซนติเมตร และยาวได้ถึง 1 เมตร ผิวใบเรียบถึงมีขน ออกดอกเป็นช่อแบบแยกแขนง ยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร โดยจะออกที่ปลายยอด ดอกเป็นแบบแยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยมีจำนวนมาก สีน้ำตาล ไม่มีกลีบดอก มีวงใบประดับรองรับ ช่อดอกย่อยเพศผู้เป็นรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร ส่วนช่อย่อยดอกเพศเมียเป็นรูปไข่ มีกาบช่อย่อย ผลเป็นผลแห้งไม่แตก ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมหรือรูปไข่แกมรูปทรงกลม สีขาว ผิวมัน และมีขนเล็กน้อย มีขนาดยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ฐานรองผลยาวคลุมครึ่งหนึ่งของผล ปลายเป็นติ่งหนาม	(ใบ)ตีคนที่หายไปโดยไม่มีใครรู้ (ผีอำ) หากเจอก็ใช้ต้นตีตามร่างกาย (ใช้ร่วมกับแมและสี่สะ)	พืชสมุนไพร
753	วาวี	เสนียดโมรา บัวลาขาว		ยามูลอลู่	Justicia adhatoda L.	พบขึ้นตามที่เปิดโล่งบนเขาหินปูน	ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ใบเรียงตรงข้าม ใบประดับขอบมีขนแข็ง ดอกสีขาว กลีบดอกโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นแฉกแบบปากเปิด	(ใบ) ตำพอกส่วนผสมลดอาการอาการบวมตามร่างกาย (ใช้ร่วมกับเบวมาเบวนิ)	พืชสมุนไพร
754	วาวี		Nees Nightshade	ยาสะห่อลุย	Lycianthes neesiana (Wall. ex Nees) D'Arcy & Zhi Y. Zhang	Nees Nightshade is found in China, NE India, Indonesia, Thailand, at altitudes of 200-1600 m.	Shrub 1-2 m tall, velvet-hairy with simple rising up hairs, becoming hairless. Branchlets are simple or dichotomously branched. Leaves are unequal paired; leaf-stalk of major leaf 2-15 mm, that of minor leaf 1-5 mm; blade of major leaf lanceshaped or elliptic, 4-18 x 3-5 cm, sparsely finely velvet-hairy above, hairless or finely velvet-hairy below, base wedge-shaped, tip pointed; blade of minor leaf 1-8.5 × 2-5 cm. Flowers are borne singly or in 2-9-flowered clusters in leaf axils. Flower-stalks are 8-10 mm, densely velvet-hairy or becoming hairless. Sepal-cup cup-shaped, about 2.5 x 3 mm; teeth 1-10, 0.5-1 mm. Flower are blue, white, or purplish, bell-shaped-star-shaped; petals broadly lanceshaped, 4-5 x 1.5-2 mm. Fruiting flower-stalks are 0.8-2.5 cm. Fruiting sepal-cup is cup-shaped, 3-3.5 mm in diameter, teeth 10, subulate, unequal, 0.5-1 mm. Berry is red or orange, spherical, 5-6 mm in diam.	(ผล) คั้นน้ำจากผล หยอดจมูกเมื่อมีทากเข้าไป	พืชสมุนไพร
755	วาวี			อาข่าลอมะ				(ใบ) ตำพวกรักษาตาอักเสบ ตาแดง ปวดตา หรือต้มดื่มรักษาอาการปวดท้อง	พืชสมุนไพร
756	วาวี			ละเพี่ยะ				(ยอด) เสียบหมวกเด็กป้องกันภูติผี	พืชสมุนไพร
757	วาวี			แลกุแลนิ				(ใบ) ต้มดื่มรับประทานรักษามือชาเท้าชา หรือใช้ (เถา) มัดเท้าบริเวณที่ชา	พืชสมุนไพร
758	วาวี	ว่านน้ำ	Calamus, Calamus Flargoot, Flag Root, Mytle Grass, Myrtle sedge, Sweet Flag, Sweetflag, Sweet Sedge	ลองฉะ, ลอชะ	Acorus calamus L.	พบขึ้นเองตามบริเวณริมหนองน้ำ สระ บ่อ คูคลอง ในที่ที่มีน้ำท่วมขัง หรือที่ชื้นแฉะหรือแหล่งน้ำตื้น พบในเอเชีย ยุโรป อเมริกา ซึ่งในแต่ละที่โครโมโมซมีทั้ง diploid triploid และ tetraploid แตกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด ทำให้มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาและปริมาณน้ำมันทั้งในเหง้าและใบผันแปรสูง และถูกเคยแยกเป็นหลายชนิดย่อย	ใบยาวกว่า 1 เมตร มีเส้นกลางใบชัดเจน เหง้าหนา ช่อดอกหนา เส้นผ่านศูนย์กลางโตได้ถึง 1.2 ซม. เมล็ดไม่มีขนแข็ง ผิวมีรอยบุ๋ม	"(หัว) ตำถูบริเวณปวดเมื่อยและปวดข้อ
 (ราก) ต้มดื่มรักษาอาการปวดท้อง"	พืชสมุนไพร
759	วาวี	ส้มขุ่ย มะขุย เบล่เบล๊าะ		ลอเช่ะ	Embelia sessiliflora Kurz		ไม้เลื้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี หรือรูปรีแกมรูปใบหอก กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 5-9 ซม. เนื้อใบหนาคล้ายหนัง ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกขนาดเล็ก ผลกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 มม. เมื่อสุกสีม่วงเข้มถึงดำ	(ต้น) ใช้น้ำจากลำต้นหยดใส่ตา (ล้างตา) เวลามีอะไรเข้าตา	พืชสมุนไพร
760	วาวี			วอเมี้ยะ, ออมยะ				(ใบเปลือก) ต้มดื่มรักษาอาการหน้ามืด (ใช้ร่วมกับปีกแมงวัน)	พืชสมุนไพร
761	วาวี			อออาถ่องเบวลิ (ดอกสีแดง)				(ราก) ต้มดื่มรักษาปวดท้อง	พืชสมุนไพร
762	วาวี			อาชุงลูด่ะ				(เถา) ทำห่วงให้ผู้ที่พ้นโทษลอดโดยมิให้ถูกตัว และเชื่อว่าหากงูกัดต้นนี้แล้วกลามของงูจะหลุดกัดคนไม่ได้	พืชสมุนไพร
763	วาวี			อาโพลาข่า				(ยอด) ตีคนที่เป็นลมบ้าหมู ลมชัก (ต้องใช้ร่วมกับฮ่อม)	พืชสมุนไพร
764	วาวี	ฝ้าย	Cotton plant	อามีซาหล่า	Gossypium herbaceum L.	พบปลูกกระจายทั่วไปในประเทศไทย แหล่งที่ปลูกมาก ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย เลย นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี นครปฐม และกาญจนบุรี ปรับตัวเข้ากับอากาศได้ดีมาก ทนความหนาวเย็นได้ แต่อุณหภูมิที่เหมาะสมต้องไม่ต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส	"ฝ้ายเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 0.6-1.5 เมตร แตกกิ่งเวียนรอบต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปฝ่ามือ มี 5-7 แฉก ก้านใบยาว ใบ ก้านใบและลำต้นมีขนสั้นปกคลุม มีหูใบที่โคนก้านใบ 2 อัน ดอกออกที่ข้อเหนือโคนใบ มีกลีบเลี้ยงเป็นแฉกๆ และลึก รูปร่างสามเหลี่ยม มี 3 กลีบ กลีบดอกสีขาวนวลถึงสีเหลือง มี 5 กลีบ เรียงซ้อนกัน โคนกลีบสีม่วง เกสรเพศผู้จำนวนมาก มัดรวมกันเป็น 1 มัด ผลฝ้าย เรียกสมอฝ้าย เป็นผลแห้ง แตกได้ ภายในมีปุยฝ้ายสีขาว หยาบ และปุยติดเมล็ดแน่น 
 ในชุมชนมีฝ้าย 2 ชนิด คือ ฝ้ายแกนแพ มีลักษณะปุยฝ้ายทั้ง 3 แกน ไม่แตกหรือแยกออกจากกัน และฝ้ายขี้หนู ที่มีลักษณะเนื้อในเมล็ดคล้ายเม็ดขี้หนู"	(ใบ) ผิงไฟพอกฝีที่ยังไม่แตก	พืชสมุนไพร
765	วาวี			ดายุย				(ต้น) ใช้ทำคานของชิงช้าในพิธีโล้ชิงช้า	พืชสมุนไพร
766	วาวี			นีนะ				(ต้น) ต้นมีลักษณะเป็นเถาใช้มัดของ มัดไม้ที่ใช้ทำเก้าอี้นั่ง มัดส่วนประกอบต่าง ๆ เสาและคานชิงช้า ในพิธีโล้ชิงช้า	พืชสมุนไพร
767	วาวี			อาเบอชีติ				(เมล็ด) ขูดทาบริเวณที่เป็นแผล หรือใช้ในการละเล่นพื้นบ้าน เรียกว่า ตากระโดด ในเทศกาลคริสต์มาส	พืชสมุนไพร
768	วาวี	มะเหลี่ยมหิน ส้มผด		สี่มะ	Rhus chinensis Mill.	พบที่อินเดีย จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น พม่า ภูมิภาคอินโดจีน และสุมาตรา ในไทยส่วนมากพบทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มักขึ้นตามป่าเต็งรังผสมสน และป่าดิบเขา ความสูง 900-1300 เมตร	ไม้พุ่มหรือไม้ต้น สูงได้ถึง 10 ม. แยกเพศต่างต้นหรือมีดอกสมบูรณ์เพศร่วมต้น กิ่งมีช่องอากาศ มีขนสั้นนุ่มตามกิ่งอ่อน แผ่นใบด้านล่าง ช่อดอก ก้านดอก และกลีบเลี้ยงด้านนอก ใบประกอบปลายคี่ เรียงเวียน ก้านใบประกอบยาว 5-15 ซม. แกนกลางช่วงปลายมีปีกแคบ ๆ โคนก้านป่อง ใบย่อย 3-6 คู่ รูปรี รูปขอบขนาน หรือแกมรูปไข่ ยาว 3.5-12 ซม. โคนเบี้ยว ขอบจักฟันเลื่อย เส้นแขนงใบข้างละ 10-18 เส้น เรียงขนานกัน เส้นใบย่อยแบบขั้นบันได ก้านใบสั้นหรือไร้ก้าน ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ช่อดอกเพศผู้ยาว 30-40 ซม. ช่อดอกเพศเมียสั้นกว่า ก้านดอกยาวประมาณ 1 มม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก ดอกสีเหลืองอ่อน มี 5 กลีบ เรียงซ้อนเหลื่อม รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 2 มม. ขอบมีขนครุย เกสรเพศผู้ 5 อัน จานฐานดอกเป็นวง รังไข่มีช่องเดียว ออวุลมีเม็ดเดียว ก้านเกสรเพศเมียสั้น มี 3 อัน ยอดเกสรเป็นตุ่ม ผลผนังชั้นในแข็ง เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-5 มม. ปลายมีโคนก้านเกสรเพศเมียติดทน ผลแก่สีแดง		พืชสมุนไพร
769	วาวี	หอมปรัง หอมซู เกียวซัง เซาะโกซวย กระเทียมจีน คิว ชิงฉ้อย ลกเกี๋ย หอมแป้นหยวก หัวคิว หัวซู	Chinese chives, Chinese onion, Chinese scallion, Japanese scallion, Oriental onion	แชกู่	Allium chinense G. Don			(ใบ) รับประทานหรือตำใส่น้ำพริก	พืชอาหาร
770	วาวี	พวงไข่มุก ระป่า อุน อุนฝรั่ง	American elder		Sambucus canadensis L.	มีถิ่นกำเนิดทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เป็นไม้ประดับทั่วไปในเขตร้อน	ไม้พุ่ม สูง 2-6 ม. ใบประกอบ 2 ชั้น ปลายคี่ เรียงตรงข้าม ยาวได้ถึง 25 ซม. ใบประกอบย่อยมีได้ถึง 8 คู่ ใบช่วงโคนส่วนมากมี 3 ใบย่อย ช่วงปลายมักมีใบเดียว ใบย่อยรูปขอบขนาน รูปใบหอก หรือรูปใบหอกกลับ ยาว 4-9 ซม. ใบกลางขนาดใหญ่กว่าใบข้างในใบประกอบย่อยที่มี 3 ใบ ขอบจักฟันเลื่อย แผ่นใบด้านล่างมีขนสั้นนุ่ม ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่นแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง แผ่กว้างได้กว่า 30 ซม. ก้านช่อยาวได้กว่า 10 ซม. ก้านดอกยาวได้ถึง 5 มม. กลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ ยาวประมาณ 1 มม. เชื่อมติดกันที่โคน ดอกสีขาว มี 4-5 กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน กลีบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 5 มม. ปลายมน เกสรเพศผู้ส่วนมากมี 5 อัน อับเรณูหันออก รังไข่กึ่งใต้วงกลีบ ส่วนมากมี 5 ช่อง ไร้ก้านเกสรเพศเมีย ยอดเกสรจัก 5 พู ผลคล้ายผลสดมี 4-6 เมล็ด		พืชอาหาร
771	วาวี	ขี้ครอก	Caesar weed, Hibiscus burr, Jute africain	บอห่อจ๊ะ	Urena lobata L.	พบขึ้นตามที่โล่งทั่วทุกภาค ออกดอกตลอดปี	ไม้ล้มลุก หรือไม้กึ่งพุ่มขนาดเล็ก สูง 0.5-2 เมตร ลำต้นตั้งตรง มีขนรูปดาวปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปร่างใบมีหลายแบบ ดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก 2-3 ดอก ออกตามง่ามใบ สีชมพู ก้านดอกยาว 1-3 มิลลิเมตร มีริ้วประดับหุ้มแนบชิดกลีบเลี้ยง แฉกรูปแถบ มีขนรูปดาวกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีชมพู เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านชูอับเรณูเชื่อมกันเป็นหลอดยาว 1-1.5 เซนติเมตร มักโค้ง อับเรณูสีม่วงชมพูติดทั่วหลอด รังไข่เหนือวงกลีบ มี 5 ช่อง ก้านชูยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 10 แฉก ยอดเกสรเพศเมียสีม่วงเข้ม ผลแบบผลแห้งแตก เมื่อแก่แยกเป็น 5 เสี่ยง แต่ละเสี่ยงมีรยางค์ มีขนรูปดาว เมล็ดสีน้ำตาล รูปไต ขนาด 3-4 มิลลิเมตร มีขนหรือเกลี้ยง		พืชอาหาร
772	วาวี	ต่างไก่ป่า		ยะเซอ	Polygala arillata Buch.-Ham. ex D. Don	พบที่ศรีลังกา เนปาล อินเดีย จีนตอนใต้ พม่า และภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบแทบทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นหนาแน่นในป่าดิบเขา ความสูง 900-2300 เมตร มีความผันแปรสูง	ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 5 ม. ใบรูปรี รูปไข่ หรือรูปไข่กลับ ยาว 5-18 ซม. ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. ช่อตั้งขึ้นหรือห้อยลง ยาวได้ถึง 20 ซม. ใบประดับยาวได้ถึง 2.8 มม. ก้านดอกยาว 4-5 มม. กลีบเลี้ยงนอกคู่ล่างรูปขอบขนาน ยาว 3.5-4.5 มม. กลีบบนเป็นถุง ยาว 6-8 มม. คู่ในรูปคุ่มแกมรูปไข่กลับ ยาว 1.1-1.4 ซม. ขอบมีขนครุย ส่วนมากดอกสีเหลือง ยาว 1.5-2 ซม. กลีบคู่บนยาว 1.1-1.4 ซม. กลีบล่างยาว 1.2-1.6 ซม. ปลายจัก 2 พู รยางค์แยกเป็นแฉก ๆ ยาวประมาณ 2 มม. แผ่นเกสรเพศผู้ยาวเท่า ๆ กลีบดอก ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 1 ซม. ผลเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.5 ซม. มีสันริ้ว ปีกกว้างประมาณ 4 มม. เยื่อหุ้มเมล็ดประมาณกึ่งหนึ่ง สีส้ม	(ราก) ดองเหล้าดื่มบรุงกำลัง ลดไข้ แก้ปวดเมื่อย	พืชสมุนไพร
773	วาวี	มะเดื่อน้อย มะน้อดน้ำ		อาข่าดางะ, ลูชิลูมิ	Ficus subincisa Buch.-Ham. ex Sm.	พบขึ้นบริเวณที่โล่งแจ้งในป่าดิบแล้ง	ไม้พุ่มถึงไม้ต้นขนาดกลาง ลำต้นมีขนสีน้ำตาลหรือน้ำตาลปนเทาปกคลุม กิ่งอ่อนสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ ใบหนา รูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบเป็นคลื่น ปลายใบแหลม ฐานใบเว้า ผิวใบมีขนแข็ง ไม่หลุดร่วงง่าย ดอกแบบช่อมีลักษณะคล้ายผลออกเดี่ยวๆ ที่ซอกใบหรือลำต้น กลีบรวม ผลรวม รูปร่างกลม มีขนปกคลุม สีน้ำตาลถึงสีส้มแดง เมล็ดเล็กมาก คล้ายรูปไตหรือค่อนข้างกลม มีสีเหลือง	(ผล) รับประทาน	พืชสมุนไพร
774	วาวี	ตะไคร้ต้น	may chang, Aromatic Litsea	ฉี่บิ๊	Litsea cubeba (Lour.) Pers.	พบตามพื้นที่โล่งแจ้ง หรือป่ากำลังฟื้นตัวที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 700 เมตรขึ้นไป	จะไค้ต้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ทุกส่วนของต้นและใบมีกลิ่นหอมคล้ายตะไคร้ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหอกแคบ โคนใบและปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อสีเหลือง มีดอกย่อย 4-6 ดอก ออกตามปลายกิ่ง ผลกลมฉ่ำน้ำ สีเขียวอมเหลือง	(ผล) ตำน้ำพริก (ใบ) ตำทาแผลให้ไก่ที่เป็นแผลในปาก	พืชสมุนไพร
775	วาวี			ลูชิลูมะ	Maesa sp.			(ใบ) ทำพิธีส่งวิญญาณคนตายใช้ร่วมกับไก่ต้มขิงซอย เกลือและข้าวสาร (ใส่รวมกันในขันโตก) (ราก) ต้มดื่มรักษาปวดท้อง	พืชสมุนไพร
776	วาวี	เดือย	Job’s tear, Adlay	อาเต่อ	Coix lacryma-jobi L	พบปลูกได้ทั่วไป แต่มีมากในภาคเหนือ พบในไร่และสวน ปลูกได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนชื้น ได้รับแสงแดดเต็มวัน	ไม้ล้มลุกตระกูลข้าว อายุปีเดียว ลำต้นเป็นปล้องและกลวง แตกกิ่งเล็กน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาสาก ก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น มีหูใบสั้น สีเขียว ช่อดอกเชิงลดรวม มีกาบหุ้ม ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างดอกกัน ผลกลุ่ม ผลย่อยรูปทรงกลมสีเขียว เมื่อแก่มีสีดำ เปลือกภายนอกแข็ง		พืชอาหาร
777	วาวี	หอมแส้ม้า กู่ชิ อู่ชิ	Hooker chives	อู่ชิ	Allium hookeri Thwaites	พบขึ้นตามทุ่งหญ้าป่าดิบเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,400 เมตร ขึ้นไป ทางภาคเหนือ แพร่กระจายในอินเดีย ศรีลังกา ภูฏาน ธิเบต จีน เมียนมาร์ และไทย	ไม้ล้มลุกมีอายุหลายฤดู มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวรูปทรงกระบอก กลิ่นฉุน ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเป็นกระจุกที่โคนต้น รูปแถบ จนถึงรูปแถบกว้าง ออกดอกเป็นช่อซี่ร่มแทงขึ้นมาจากหัวหรือเหง้า มีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกสีขาว สีเหลืองอมเขียว จนถึงสีเหลือง ออกดอกในราวเดือน ก.ค. – ต.ค.	(ราก) ประกอบอาหาร (ใบ) รับประทานโดยการผัด หรือใช้ตำกับเกลือดิน ใบยาสูบ และเขม่าควันไฟ ใส่ลงไปในน้ำเต้า ดื่มรักษาอาการผื่นคัน	พืชอาหาร
778	วาวี	กรดน้ำ	Licorice weed, Scoparia-weed		Scoparia dulcis L.	พบได้ทั่วไปเป็นกลุ่มบริเวณชายฝั่ง ชายน้ำ ริมบึงที่ชื้น	ไม้ล้มลุก มีใบเดี่ยวออกรอบข้อ 3 ใบ รูปหอก กว้าง 0.4-0.5 ซม. ยาว 1.2-1.4 ซม. ปลายใบแหลม โคนสอบ ขอบจักซี่ฟันลึกและห่าง ลำต้นเป็นเหลี่ยม ช่อดอกขนาดเล็กออกตามซอกใบเป็นกระจุก ดอกย่อยสีขาว มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ มีผลเดี่ยวทรงกลมสีเขียวตามซอกใบ ผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่		พืชอาหาร
779	วาวี	หมักก้ากดอยสุเทพ มะข่วง กำจัดดอย		แนเดาะ	Zanthoxylum acanthopodium DC.		ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงของต้นได้ถึง 5 เมตร ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปใบหอกหรือรูปวงรีแกมใบหอก ขอบใบหยักโค้ง ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร ก้านใบเป็นสีแดงมีขน ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกย่อยมีหลายดอก ก้านดอกสั้น กลีบดอกเป็นสีแดงเข้ม ผลเป็นผลแห้งและแตกได้ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม		พืชอาหาร
780	วาวี	กระดูกไก่ดำ	Willow-leaved justicia		Justicia gendarussa Burm.f.	ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ความชื้นปานกลางถึงต่ำ แดดเต็มวันถึงรำไร	แข้งไก่ดำเป็นเป็นไม้พุ่ม ต้นสูงประมาณ 1 เมตร เรือนยอดไม่แน่นอน มักแตกเป็นกอ กิ่งก้านสาขามาก มักโค้งลงสู่พื้นดิน กิ่ง ก้าน และเส้นใบ มีสีน้ำตาลดำ ปล้องมีลักษณะคล้ายกระดูกต่อกันเป็นชั้นขึ้นไป ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปรีและรูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ สีเขียวเข้ม ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นหลอด ปลายดอกแยกออกเป็น 5 แฉก		พืชอาหาร
781	วาวี				Clerodendrum sp.				พืชอาหาร
782	วาวี	เอนอ้า เอนอ้าขน, จุกนารี, โคลงเคลง		เบเบหล่างะ	Osbeckia stellata Buch.-Ham. ex Ker Gawl.	พบขึ้นตามที่โล่ง ทุ่งหญ้า และสันเขาที่ชื้นแฉะ สามารถพบได้จนถึงระดับความสูง 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล	เอนอ้าเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่แกมรูปใบหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบมีขนแข็งปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีอย่างละ 4 กลีบ อับเรณูเรียวยาวปลายเป็นจะงอยรูปตัวเอส (S) ผลแบบแคปซูล รูปคนโฑ มีเมล็ดเป็นจำนวนมาก	(ราก) เป็นส่วนผสมของยาลดความดันโลหิตสูง	พืชสมุนไพร
783	วาวี			แชะโบ่ะโลโด๊ะ	Curcuma sp.			(หัวและใบ) รับประทาน	พืชสมุนไพร
784	วาวี	ผักชีล้อม	Water dropwort, Oenanthe	วอเกาะ	Oenanthe javanica (Blume) DC.	ชอบขึ้นในน้ำและที่ชื้นแฉะ	พืชล้มลุกที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำหรือทอดเลื้อยไปตามพื้นผิวดิน มีความสูงของต้นตั้งแต่ 10-100 เซนติเมตร และมีความสูงโดยประมาณอยู่ที่ 60 เซนติเมตร ลำต้นกลวงอวบน้ำ ผิวภายนอกเป็นร่อง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มี 1-3 ชั้นเรียงสลับ ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปรีแคบหรือรูปไข่ มีความกว้างประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ขอบใบเป็นจักคล้ายฟันเลื่อย ดอกมีขนาดเล็กสีขาวออกเป็นช่อซี่ร่ม ดอกย่อยขนาดเล็ก มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 5 ก้าน ผลเป็นผลเดี่ยว ผลแห้งแก่แล้วแตกเป็นสองส่วน ลักษณะของผลค่อนข้างกลมเป็นสัน มีขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตร และมีก้านเกสรตัวเมียที่ไม่หลุดร่วง มีความยาวประมาณ 1-3 มิลลิเมตร	(ใบ) รับประทานกับลาบหรือน้ำพริก	พืชสมุนไพร
785	วาวี	งาขี้ม้อน	Perilla, Chinese basil, Purple mint, Shiso, Zi-su-zi, Beefsteak plant	นูซี	Perilla frutescens (L.) Britton	พบปลูกมากในจังหวัดน่าน และแถบภาคเหนือของประเทศไทย ขึ้นได้ดีในดินร่วนอุดมสมบูรณ์ทั่วไป	งาม้อนเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ต้นสูงไม่เกิน 1.5-1.8 เมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กว้าง กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อย ผิวใบมีขนนุ่มสีขาวทั้ง 2 ด้าน ดอกออกเป็นช่อใหญ่ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอด แยกเป็นสองปาก ผลแห้งไม่แตก ให้เมล็ดคล้ายเมล็ดข้าวฟ่างเล็กๆ ที่นกกิน ขนาดเล็กกว่าเมล็ดงาดำ กรอบ และมีกลิ่นหอม		พืชอาหาร
786	วาวี								พืชอาหาร
787	วาวี	กะเลียว ว่านนางแลว	King Solomon's seal, Orange Solomon's seal	ออพูดอดุ่ย	Polygonatum kingianum Collett & Hemsl.	ขึ้นตามป่าไม้หนาทึบที่ระดับความสูง 700-3600 เมตร พบในพม่า ไทย เวียดนาม จีน	ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 2-4 เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงเวียนรอบข้อ จำนวน 2-6 ใบ รูปหอกแคบหรือขอบขนาน กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 10-15 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลมและม้วนงอ ขอบใบเรียบ เส้นใบขนาน แตกจากโคนใบ 3 เส้น ไม่มีก้านใบ ดอกสีชมพูหรือม่วงแดง ปลายกลีบสีเขียว ออกเป็นช่อคล้ายร่มบริเวณซอกใบ กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 6 กลีบ ผลเป็นผลสด ผลแก่สีเขียวค่อนข้างกลม ขนาด 1-1.5 ซม. มี 2-4 พู แต่ละพูมี 2 เมล็ด	(ราก) ต้มรับประทานรักษาอาการเวียนศีรษะ	พืชสมุนไพร
788	วาวี								พืชอาหาร
789	วาวี	ผักกาดขม ผักกาดขมเบตง ฟูหมัก หมั๊กฉ่อย		วอห่า			ลำต้นสูง 30-80 ซม. ใบรูปทรงแหลม มีรอยหยัก ยาว 8-20 ซม. กว้าง 2-5 ซม. เมื่อต้นเริ่มโตใบจะเริ่มมีริ้วๆ หยักๆ คล้ายใบผักสลัด มีรสชาตขม ลำต้นจะค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ ดอกเดี่ยว เมื่อดอกแก่จะแตกออกและปลิวไปตามลม เมล็ดสีดำ	(ใบ) รับประทานกับลาบหรือน้ำพริก	พืชสมุนไพร
790	วาวี	ดอกไม้จีน	Lemon lily, Tall yellow daylily	อาแหยซึ	Hemerocallis lilioasphodelus L.	นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ มีถิ่นกำเนิดในจีน เกาหลี มองโกเลีย และรัสเซีย เป็นไม้ประดับ ดอกอ่อนนำไปนึ่งอบแห้งใช้ปรุงอาหาร	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 80 ซม. มีเหง้าสั้น ยุบในหน้าหนาว ใบออกที่โคน เรียงสลับระนาบเดียว รูปแถบ ยาว 20-70 ซม. ไร้ก้าน ก้านช่อส่วนมากสั้นกว่าใบ ช่อดอกแบบช่อกระจุกวงแถวเดียวแยกแขนง มี 2-5 ดอก ใบประดับรูปใบหอก ยาว 2-8 ซม. ก้านดอกยาว 1-2 ซม. ดอกรูปลำโพงสีเหลือง ดอกบานช่วงบ่ายมีกลิ่นหอม หลอดกลีบดอกยาว 1.5-2.5 ซม. ปลายแยกเป็น 6 กลีบ รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 5-7 ซม. กลีบวงในกว้างกว่าวงนอก เกสรเพศผู้ 6 อัน ติดบนหลอดกลีบดอก ก้านชูอับเรณูยาว 5-5.5 ซม. อับเรณูสีเหลืองหรือมีสีม่วงดำด้านบน ยาวประมาณ 8 มม. ก้านเกสรเพศเมียยาวเท่า ๆ เกสรเพศผู้ ยอดเกสรเป็นตุ่ม ผลแห้งแตกเป็น 3 ซีก รูปรี ยาวประมาณ 2.5 ซม. เมล็ดเรียง 2 แถวในแต่ละช่อง	(ใบ) รับประทานกับลาบหรือน้ำพริก (ราก) ต้มรับประทานรักษาอาการไข้ หลังคลอดบุตร	พืชสมุนไพร
791	วาวี			อามีซาลาบูบะ				(ราก) ดื่มรักษาอาการอาหารเป็นพิษ	พืชสมุนไพร
792	วาวี	ป่านรามี	Chinese grass, China grass, Chinese grass cloth plant, chinese silkplant, ramie, rhea	หล่อแข่	Boehmeria nivea (L.) Gaudich.		ลำต้นเรียวเล็ก ในสภาพปลูกที่เหมาะสมอาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางที่โคนต้นประมาณ 8-16 มิลลิเมตร และมีความสูงประมาณ 2-2.5 เมตร เมื่อมีอายุ 45-60 วัน ใบจะออกสลับบนต้น ลักษณะกลมใหญ่ ขอบใบหยัก มีก้านยาว ผิวใบด้านบนมีสีเขียว และมักลักษณะออกสีขาวด้านใต้ใบ มีดอกขนาดเล็ก มีขาวอมเขียวเล็กน้อย ดอกออกเป็นกลุ่ม จัดเป็นพืชผสมข้าม พืชจะผลิตเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีสีน้ำตาลเข้ม มีลักษณะกลม และขนาดเล็กมาก	(ใบ) พอกรักษาแผลไฟไหม้	พืชสมุนไพร
793	วาวี	มะเขือขม มะเขือเอธิโอเปีย	Bitter tomato, Ethiopian eggplant, Mock Tomato	มะเขือข่า	Solanum aethiopicum L.	พบในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 เมตร	(ผล) รับประทานจิ้มน้ำพริก	พืชสมุนไพร
794	วาวี	หางจระเข้			Acanthus leucostachyus Wall. ex Nees	พบที่อินเดีย จีนตอนใต้ พม่า ลาว เวียดนาม ในไทยพบที่เขาใหญ่ จังหวัดนครนายกและปราจีนบุรี และเขาสอยดอย จังหวัดจันทบุรี ขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา ความสูง 600–1200 เมตร	มีขนสั้นนุ่มตามลำต้น ก้านใบ แผ่นใบด้านล่าง ช่อดอก กลีบเลี้ยงด้านนอก ใปบระดับ และใบประดับย่อย ไม่มีหนามตามข้อ ขอบใบจักฟันเลื่อยไม่ชัดเจน ปลายจักมีติ่งแหลมอ่อน เส้นแขนงใบมีขนด้านล่าง ช่อดอกออกตามปลายกิ่ง ใบประดับรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ยาว 0.5–1.5 ซม. ปลายเป็นติ่งแหลม ดอกสีขาว ใบประดับย่อยรูปใบหอก ยาวเท่า ๆ ใบประดับ มีขนครุย กลีบเลี้ยงยาว 1–2 ซม. กลีบดอกกลีบปากล่างยาวประมาณ 2 ซม. ด้านในมีขนยาว ปลายเป็นพูกลม ๆ ขนาดประมาณ 5 มม. ปลายเว้าตื้น เกสรเพศผู้ยาวประมาณ 1.2 ซม. อับเรณูยาวประมาณ 5 มม. ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 1 ซม. ผลรูปรี ยาวประมาณ 1 ซม.		พืชอาหาร
795	วาวี			อาเบอชีติ	Bauhinia sp.				พืชอาหาร
796	วาวี	ตาเหินหลวง		มาเตาะ	Hedychium stenopetalum Lodd.			(ต้น) ไม้ประดับ และสมุนไพร แต่ไม่ทราบการใช้ประโยชน์	พืชสมุนไพร
797	วาวี								พืชอาหาร
798	วาวี								พืชอาหาร
799	วาวี			ซุ้มสี่				(ราก) ต้มดื่มรักษาอาการปวดตา หรือปวดบวม	พืชสมุนไพร
800	วาวี	หญ้าถอดปล้อง หญ้าถอดบ้อง	horsetail		Hippochaete debilis (Roxb. ex Vaucher) Ching	ชอบขึ้นตามที่ชื้นใกล้ลำธาร ทางภาคเหนือของไทย ต่างประเทศพบตั้งแต่อินเดีย จีนตอนใต้ อินโดจีน ไต้หวัน มาเลเซีย และโพลีนีเซีย	เฟิน มีท่อลำเลียง ไม่มีดอก สูงได้ถึง 1 เมตร ลำต้นกลม สีเขียว ตั้งตรง ลักษณะเป็นปล้องๆ ภายในกลวง ผิวมีร่อง คล้ายลายตามยาวของลำต้น กิ่งออกตามข้อ ข้อหนึ่งมี 1-4 ใบสีเขียวเชื่อมติดกันเป็นกรวยหุ้ม รอบข้อ ปลายแยกเป็นแฉกๆ แฉกเหล่านี้เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาลหรือสีขาวหลุดร่วงได้ง่าย ส่วนสืบพันธุ์คล้ายดอกเกิดที่ยอดของต้นหรือกิ่ง รูปไข่หรือรูปขอบขนานแกมรูปรี หรือคล้ายรูปกระบอง สร้างสปอร์จำนวนมาก		พืชอาหาร
801	วาวี	กุยช่าย ผักไม้กวาด ผักแป้น	Garlic chives,Oriental garlic,Chinese leek	แชจิ	Allium tuberosum Rottler ex Spreng.	นิยมปลูกทั่วไป เจริญได้ในดินทุกชนิด ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทรายจะเจริญได้ดี	พืชล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีเหง้าเล็กและแตกกอ มีลักษณะกลมๆ ลำต้นจะถูกห่อหุ้ม ไปด้วยกาบใบโดยรอบๆ มีสีเขียว ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบมีลักษณะคล้ายใบกระเทียม ใบแบนยาวมีขอบขนาน โคนใบเป็นกาบออกหุ้มสลับซ้อนกันอยู่ ตรงโคนลำต้น มีสีเขียว มีรสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นฉุนแรง ดอกออกเป็นช่อ มีลักษณะแบบซี่ร่ม ทรงกลมแล้วจะบานออก มีดอกย่อยเล็กๆอยู่บนก้าน ก้านดอกยาวกลมตันเป็นก้านโดด กลีบดอกมีสีขาว มีกลิ่นหอม ก้านมีสีเขียว ผลมีลักษณะกลมๆ ผลแก่จะแตกออก มี 1-2 เมล็ด อยู่ข้างในผล เมล็ดอยู่ข้างในผล มีลักษณะกลมแบน ผิวขรุขระ มีสีน้ำตาล		พืชอาหาร
802	วาวี	มันเทศ	Sweet potato	หล่าชุ้ย	Ipomoea batatas (L.) Lam.	พบทั่วไปบริเวณที่รกร้างในป่าละเมาะ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	"มันเทศเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินสีม่วงแดง ส้ม นวลหรือขาว รูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดิน ตั้งตรง หรือเลื้อยพัน ยาว 1-5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก ที่ข้อมีราก ใบเดี่ยว เรียงรูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 4-11 ซม. ยาว 4-14 ซม. ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ก้านใบยาว 4-20 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกแข็งยาว 3-18 ซม. เป็นสัน เกลี้ยงหรือมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรูปกรวย สีม่วงอ่อน ผลแห้ง รูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงมีขนาดเล็ก
 ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ มันแกวขาว มันแกวแดง และมันแกวม่อนไข่"		พืชอาหาร
803	วาวี	กูดปี้ด		อาซีดาเตอ	Dicranopteris linearis (Burm. f.) Underw.	มักพบขึ้นอยู่ตามที่ลาดเนินเขาที่ระดับต่ำขึ้นไปถึงระดับ 1,300 เมตร บริเวณที่ได้รับแสงแดดเต็มที่ทั้งวันและอากาศชุ่มชื้น กระจายพันธุ์ทั่วไปในเขตร้อน พบทั่วไเกือบทุกภาค	เฟิน ลำต้น ทอดนอนยาว มีขนสีน้ำตาลดำ ใบประกอบแบบขนนก ก้านใบรูปสามเหลี่ยม แยกเป็นง่ามหลายครั้ง มีตาตรงกลางง่าม ยาว 30-50 เซนติเมตร ก้านใบสีฟางข้าว โคนก้านใบมีขนสีน้ำตาลเล็กน้อย ใบย่อยรูปแถบ ยาว 20-50 เซนติเมตร กว้าง 4.5-5 เซนติเมตร ฐานใบรูปลิ่ม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยักเว้า ผิวใบเรียบ เนื้อใบหนา เส้นกลางใบนูนขึ้นชัดเจน เส้นใบแยกออกเป็นง่าม 2 ครั้ง กลุ่มอัปสอร์รูปกลม เรียงเป็นแถวระหว่างเส้นใบ แอนนูลัส ประกอบด้วยเซลล์เพียงแถวเดียว เรียงตัวในแนวขวางและอยู่ตรงกลางของอับสปอร์ ไม่มีเยื่อคลุมกลุ่มอับสปอร์		พืชอาหาร
804	วาวี	หงอนไก่ไทย หงอนไก่ สร้อยไก่		อาแหยะหนิหล่าดุ	Celosia argentea L.	พบขึ้นตามที่ลุ่ม ชื้นแฉะและบริเวณแหล่งน้ำในป่าเบญจพรรณ	ไม้ล้มลุกฤดูเดียว ลำต้นตั้งตรง สูง 40-150 เซนติเมตร ลำต้นฉ่ำน้ำ มีร่องตามยาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน หรือรูปเส้นแกมใบหอก กว้าง 1-5 เซนติเมตร ยาว 4-12 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบเรียว ขอบใบเรียบ ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ยาว 3-10 เซนติเมตร ดอกย่อยจำนวนมาก ใบประดับและใบประดับย่อยสีขาว รูปใบหอก ยาว 3-4 เซนติเมตร กลีบรวม 5 กลีบ สีขาวปลายสีชมพู รูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ยาว 6-10 มิลลิเมตร ปลายเรียวแหลม ผลแห้งแตก รูปไข่กลับ เมล็ดสีดำเป็นมัน		พืชอาหาร
805	วาวี	เปล้าเลือด กระท่อมเลือด สบู่เลือด กลิ้งกลางดง		อาหล่องมะ	Stephania venosa Spreng.	พบขึ้นในป่าทั่วไป โดยเฉพาะป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง	ไม้เลื้อย มีหัวขนาดใหญ่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กว้างถึงรูปค่อนข้างกลม กว้าง 6-12 ซม. ยาว 6-15 ซม. ก้านใบติดบนแผ่นใบใกล้ฐาน เนื้อใบบาง ผิวใบเกลี้ยง ช่อดอกเพศผู้ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกระจุกคล้ายช่อซี่ร่ม ช่อเพศเมียเป็นกระจุกแน่น กลีบดอกสีส้ม ผลเมล็ดเดียวแข็ง รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 6 มม. ออกดอกเดือน มี.ค.-พ.ค.		พืชอาหาร
806	วาวี	หญ้ากกดอกขาว	Green kyllinga, Perennial greenhead sedge, Shortleaf spikesedge	ดะยอ	Kyllinga brevifolia Rottb.	พบขึ้นทั่วไปและโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีความชุ่มชื้นหรือในนาข้าว ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นที่ที่มีน้ำขัง แพร่กระจายพันธุ์ด้วยเมล็ด และส่วนของลำต้นใต้ดิน ซึ่งจะเลื้อยแผ่ขยายไป	เป็นกกที่มีอายุยืนหลายปี มีลำต้นอยู่ใต้ดิน (rhizome) เลื้อยทอดขนานไปกับดิน ชูส่วนยอดและช่อดอกสูง 15-20 ซม. ลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร มีกาบหุ้มลำต้นสีน้ำตาลอมแดง มีระบบรากเป็นระบบรากฝอยออกตามข้อของลำต้นใต้ดิน ใบ เป็นใบเดี่ยวออกจากส่วนโคนของลำต้น ใบมีรูปร่างเรียว ยาวประมาณ 5-15 ซม. ขอบใบเรียว ปลายใบแหลม ฐานใบแผ่เป็นการห่อหุ้มลำต้น ฐานใบมีสีน้ำตาลแดง ดอกออกเป็นช่อแบบเฮด (head) มีดอกย่อยเป็นจำนวนมากอัดแน่นอยู่ที่ปลายยอดของลำต้น ส่วนของลำต้นที่ชูช่อดอกจะมีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยมที่ฐานของช่อดอกมีแผ่นรองดอกสีเขียวคล้ายใบ (bracts) จำนวน 3 ใบ เป็นใบสั้น 2 ใบ และยาว 1 ใบ ในช่อดอกประกอบด้วยดอกย่อย 2 ดอก คือดอกด้านล่างจะมีกาบ (glume) สีเขียวใส พับงอเข้าหากัน ปลายแหลม ดอกด้านบนจะมีกาบยาวกว่าด้านล่าง มีเกสรตัวผู้ 3 อัน อับละอองเกสร 2 อัน ส่วนเกสรตัวเมียมีรังไข่อยู่เหนือฐานรองดอก ปลายยอดเกสรตัวเมียแยกเป็น 2 แฉก ช่อดอกดูเป็นสีเขียวอ่อน เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ ผล เป็นชนิดอะคีน (achene) รูปร่างแบบไข่กลับหัว มีสีน้ำตาล มักจะร่วงไปพร้อมกับช่อดอก		พืชอาหาร
807	วาวี	มะเขือขม มะเขือเอธิโอเปีย	Bitter tomato, Ethiopian eggplant, Mock Tomato	ซีฮ่ายะ	Solanum aethiopicum L.	พบในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 เมตร		พืชอาหาร
808	วาวี	ชาโยเต้ มะระหวาน	Chayote	มะเห่อแนะ	Sechium edule (Jacq.) Sw.	บ่าเขือเครือเป็นพืชที่ชอบอากาศหนาวเย็น ดินร่วน ระบายน้ำดี	ไม้เลื้อยที่มีอายุหลายปี มีลำต้นเป็นเถายาวคล้ายพืชตระกูลแตง เถามีลักษณะเป็นเหลี่ยม ลำต้นเป็นเหลี่ยม และเลื้อยยาวได้มากกว่า 10 เมตร โดยแตกกิ่งแขนงออก 3-5 เถา โดยโคนเถาที่แก่จะมีสีน้ำตาล ส่วนปลายเถาหรือยอดมีสีเขียว และมีขนขนาดเล็กปกคลุม และบริเวณปลายเถาแตกใบออกเป็นช่วงๆ ทำให้เถาแลดูเป็นข้อๆ พร้อมแตกมือจับออกบริเวณซอกใบ โดยแตกมือจับย่อยที่ส่วนปลายออกประมาณ 3 เส้น ส่วนระบบรากประกอบด้วยรากแก้วขนาดใหญ่ และแตกรากแขนงแทงลงดินในแนวขนานกับพื้นดิน ใบฟักแม้วแตกออกบริเวณข้อตามความยาวของเถา แต่ละข้อจะแตกใบเพียงใบเดียว มีลักษณะเป็นเหลี่ยมหรือแฉก 5 แฉก ขนาดใบกว้างประมาณ 8-12 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร แผ่นใบมีสีเขียวเข้ม และมีขนสากมือปกคลุมทั้งด้านบน และด้านล่าง ดอกฝักแม้วแทงออกเป็นดอกเดี่ยว แต่ออกหลายดอกใกล้กันตามซอกใบตามเถา แยกเพศกันอยู่คนละดอก แต่อยู่บนต้นเดียวกัน ตัวดอกมีขนาดเล็ก ดอกตูมมีลักษณะทรงกลม สีเขียวอมเหลือง มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ เมื่อดอกบานจะแผ่กลีบดอกออก 4 กลีบ สีเหลืองอ่อน แผ่รกลีบดอกมีขนขนาดเล็กปกคลุม ตรงกลางเป็นเกสรตัวผู้หรือรังไข่ที่แยกกันอยู่คนละดอก ผลฟักแม้วติดเป็นผลเดี่ยวตามเถาบริเวณซอกใบ ผลมีลักษณะคล้ายผลโกโก้ ขั้วผลสอบเล็ก ท้ายผลใหญ่ ผิวผล และก้นผลเป็นร่อง ผลอ่อนมีสีเขียวสด ผลแก่มีสีเขียวอมเหลือง ขนาดผล กว้าง 5-15 เซนติเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร มีน้ำหนักผลประมาณ 200-400 กรัม ผลอ่อนมีผิวเกลี้ยง ผลแก่มีหนามขนาดเล็กปกคลุมห่างๆ เปลือกผลหรือเนื้อผลหนา มีรสหวานมัน คล้ายมันฝรั่ง ส่วนด้านในมีเมล็ด 1 เมล็ด ซึ่งสามารถงอกเป็นต้นอ่อนได้ทั้งที่ผลยังติดบนเถา		พืชอาหาร
809	วาวี			อาปะแชะ	Polygonum				พืชอาหาร
810	วาวี	กาแฟ		คือซึ					พืชอาหาร
811	วาวี	พริกห้วยสีทน พริกก้นชี้ (กลีบดอกสีเหลือง ผลตั้งขึ้น)		ส่าพิ	Capsicum annuum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชที่มีอายุได้หลายฤดู ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 1-1.25 ฟุต ใบแบนเรียบเป็นมัน ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็ก กลีบดอกจะมีสีขาว หรือสีม่วง เกสรตัวผู้ 1-10 อัน เกสรตัวเมีย 1-2 อัน ผลหลายขนาด ผลขนาดเล็กยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ลูกอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อแก่เป็นสีแดง การปลูกพริกชอบดินร่วนซุย และอากาศร้อน		พืชอาหาร
812	วาวี			ชอจึห่า					พืชอาหาร
813	วาวี	โหระพา	Sweet Basil, Thai Basil	จะกูลูเหมี่ยว	Ocimum basilicum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชล้มลุก ลำต้นมีขนาดเล็ก มีลักษณะหรือลักษณะพิเศษของโหระพาดังนี้ เป็นพืชที่มีอายุได้หลายฤดู มีลักษณะลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมและเป็นพุ่ม ลำต้นจะแตกแขนงได้มากมาย กิ่งก้านมีสีม่วงแดง มีขนอ่อนๆ ที่ผิวลำต้น ใบมีรูปร่างแบบรูปไข่ปกติจะยาวไม่เกิน ๒ นิ้ว ใบจะเรียงตัวแบบตรงกันข้ามกัน ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย ใบมีสีเขียวอมม่วงและมีก้านใบยาว ดอกโหระพา ดอกมีขนาดเล็กสีขาวหรือม่วงจะออกเป็นช่อคล้ายฉัตรที่ยอด ดอกมีทั้งสีม่วง แดงอ่อน และสีขาว ในแต่ละดอกจะมีเกสรตัวผู้ ๔ อัน รังไข่แต่ละอันจะมีสีม่วง เมล็ดมีสีดำมีกลิ่นหอมทั้งต้น		พืชอาหาร
814	วาวี	ปัญจขันธ์ เบญจขันธ์	Jiaogulan, Gynostemma, Miracle grass, Southern ginseng, 5-Leaf ginseng, Penta tea	เจียวกู้หลัน	Gynostemma pentaphyllum (Thunb.) Makino	กระจายพันธุ์กว้าง พบในอินเดีย ศรีลังกา ไปจนถึงจีน ญี่ปุ่น และคาบสมุทรอินโดจีน ไปจนถึงมาเลเซีย และนิวกินี พบได้ตามที่ชื้นแฉะ ริมทางน้ำไหล อาจพบขึ้นบนหินปูน ที่ความสูง 200-2400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ออกดอกออกผลตลอดปี	ไม้เลื้อย ลำต้นเล็กเรียว ยาวได้ถึง ๓๐ เมตร ใบเป็นใบประกอบรูปฝ่ามือ ออกสลับ มีใบย่อย ๓ - ๕ ใบ ขอบใบหยักจักฟันเลื่อย ดอกขนาดเล็ก สีขาว ออกเป็นช่อตามซอกใบ สีเหลืองปนเขียว ผลค่อนข้างกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๔ - ๐.๗ ซม. เมล็ดรูปสามเหลี่ยม ค่อนข้างแบน		พืชอาหาร
815	วาวี			เจียวกู้หลัน					พืชอาหาร
816	วาวี	ฟักทอง	Pumpkin	มะแดะ	Cucurbita moschata Duchesne	นิยมปลูกทั่วไป	พืชล้มลุก มีเถายาวเลื้อยปกคลุมดิน ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน ผิวเป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อน ๆ มีหนวดสำหรับยึด เกาะยึดบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับกัน โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นเหลี่ยม 5 เหลี่ยม มีขนทั้ง 2 ด้านของตัวใบดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายระฆังหรือกระดิ่งออกบริเวณง่ามใบผลมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพูเล็ก ๆ โดยรอบเปลือกนอกขรุขระและแข็ง มีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนและ สีเหลืองเข้ม และสีเหลืองตามลำดับ เนื้อภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม เมล็ดมีจำนวนมากซึ่งอยู่ตรงกลางผลระหว่างเนื้อฟู ๆ มีรูปร่างคล้ายไข่ แบน มีขอบนูนอยู่โดยรอบ	(ผล) รับประทาน	พืชอาหาร
817	วาวี	ฟักทอง (ลูกยาว สีน้ำตาล)			Cucurbita moschata Duchesne			(ผล) รับประทาน	พืชอาหาร
818	วาวี	ว่านไก่แดง			Aeschynanthus andersonii C.B.Clarke				พืชอาหาร
819	วาวี	แผ่นดินเย็น ว่านพระฉิม บัวสันโดษ			Nervilia concolor (Blume) Schltr.	พบขึ้นตามป่าดิบชื้นทั่วทุกภาค ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม	กล้วยไม้ดิน หัวใต้ดินค่อนข้างกลม ผิวขรุขระคล้ายหนาม แต่ละต้นมีใบเพียงใบเดียว ใบรูปหัวใจหรือเกือบกลม ขนาด 6-12 เซนติเมตร ฐานเว้าลึก ปลายแหลม แผ่นใบพับจีบคล้ายพัด บางครั้งมีจุดม่วงประเป็นแนวโค้งกลางใบ ดอกออกเป็นช่อตั้งตรง ยาว 10-20 เซนติเมตร ดอกขนาดเล็ก กลีบเลี้ยง มี 3 กลีบ กลีบดอก มี 3 กลีบ ตรงกลางเป็นหลอด ผลเป็นฝัก แตกตามแนวยาว 3 แนว ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก		พืชอาหาร
820	วาวี	บ๊วย	Chinese plum, Japanese apricot		Prunus mume (Siebold) Siebold & Zucc.	มีแหล่งกำเนิดในประเทศจีน ต่อมาภายหลังได้แพร่กระจายไปหลายประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ไทย ลาว พม่า เวียดนาม ไต้หวัน ฯลฯ ต้องการอุณหภูมิในการปลูกต่ำประมาณ 7.2 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่านั้น สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท	ไม้ผลยืนต้น สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท ใบมีขนาดเล็ก มีสีเขียวอมเทา ขอบใบเป็นหยักคล้ายฟันเลื่อย ดอกมีกลิ่นหอม มีสีขาวหรือสีชมพู ผลมีลักษณะกลมสีเขียว เมื่อแก่เต็มที่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ผลบ๊วยโดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 เซนติเมตร เนื้อมีรสขมอมเปรี้ยวและมีกลิ่นหอม ผลสุกเนื้อนิ่ม ในผลมีเมล็ดแข็ง ในประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันผลจะแก่และเริ่มเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ส่วนในประเทศไทยจะเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนเมษายน	(ผล) รับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
821	วาวี	หอมใหญ่	Onion	แชบ่อลอโด๊ะ	Allium cepa L.	ปลูกได้ในดินทุกชนิดที่มีการระบายน้ำและมีอากาศดี เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีค่าความเป็นกรดเบสในช่วง 6.0-6.8 มีความเค็มของดินปานกลาง และในอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 15-24 องศาเซลเซียส	พืชล้มลุก มีความสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร มีหัวอยู่ใต้ดินคล้ายหัวหอม ลักษณะกลมป้อม มีเปลือกนอกบาง ๆ สีม่วงแดงหุ้มอยู่ แต่เมื่อแห้งแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ลำต้นใต้ดินหรือที่เรียกว่าหัวนั้น ภายในจะมีกลีบสีขาวอวบหุ้มซ้อนกันอยู่เป็นชั้น ๆ ทำให้มีลักษณะเป็นหัวเช่นเดียวกับกระเทียมและหอมแดง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุก 3-4 ใบ ลักษณะเป็นรูปดาบ มีความกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร เส้นใบจีบตามยาวลักษณะคล้ายพัด ออกดอกเป็นช่อ แทงขึ้นมาจากลำต้นใต้ดิน กลีบดอกมีสีขาว	(หัว) รับประทาน	พืชอาหาร
822	ห้วยก้างปลา	หนาด	Ngai Camphor Tree		Blumea balsamifera (L.) DC.	เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่มักพบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนา หรือหุบเขาทั่วไป	หนาดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมคล้ายการบูร สูง 1-4 เมตร ลำต้นกลม กิ่งก้านมีขนนุ่มยาว เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีกลิ่นหอมของการบูร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน ผิวใบทั้งสองด้านมีขนละเอียดหนาแน่น คล้ายเส้นไหม และมีกลิ่นหอม กว้าง 2-20 เซนติเมตร ยาว 8-40 เซนติเมตร ปลายใบ และโคนใบแหลม ขอบใบหยักแบบซี่ฟัน หรือฟันเลื่อย ก้านใบมีรยางค์ 2-3 อัน ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ เป็นช่อกลม ช่อดอกมีขนาดโตไม่เท่ากัน กว้าง 6-30 เซนติเมตร ยาว 10-50 เซนติเมตร มีริ้วประดับหลายชั้น บางครั้งริ้วประดับอาจยาวกว่าดอก รูปขอบขนาน แคบยาว 1-9 มิลลิเมตร ปลายแหลม ด้านหลังมีขนนุ่มหนาแน่น ดอกย่อยมีเป็นจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลือง ฐานดอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มิลลิเมตร ดอกสมบูรณ์เพศมีหลอดดอกยาว 4-7 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นหลอด รูปไข่ ปลายแหลม มีขนนุ่ม ดอกตัวเมียมีหลอดดอกเล็กเรียว ยาวไม่เกิน 6 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 2-4 แฉก เกลี้ยง ผลแห้งไม่แตก รูปขอบขนาน ยาวราว 1 มิลลิเมตร สีน้ำตาล โค้งงอเล็กน้อย เป็นเส้น 5-10 เส้น มีขนสีขาว	ใช้ใบผสมข้าวสาร นำมาตำกินเป็นยาถ่ายพยาธิ	พืชสมุนไพร
823	ห้วยก้างปลา	มะเดื่อ มะเดื่อหว้า เดื่อหลวง มะเดื่อชุมพร		ชิปุ	Ficus auriculata Lour.	ปากีสถาน อินเดียตอนเหนือ เนปาล รัฐสิกขิม ภูฏาน พม่า จีนตอนใต้ ลาว เวียดนาม กัมพูชา และคาบสมุทรมาเลเซีย ในประเทศไทยพบทุกภาคยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบตามป่าดิบ และป่าเบญจพรรณ มักอยู่ริมลำน้ำ ระดับความสูงตั้งแต่ 0-1300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล	ไม้ต้น สูง 10-15 เมตร ใบเรียงสลับวนรอบกิ่ง แผ่น ใบรูปไข่ กว้าง 1.5-13 เซนติเมตร ยาว 18-21 เซนติเมตร เนื้อใบเหนียวหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ปลายใบแหลม ขอบหยักฟันเลื่อยห่างๆ ฐานมน ก้านใบ ยาว 3-6 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง ผลรูปลูกแพร์ เกิดเป็นกระจุกตามลำต้นหรือกิ่งขนาดใหญ่ ผิวเกลี้ยงหรืออาจมีขนสั้นนุ่มปกคลุม มักมีสันตามยาวและมีรอยแผลใบประดับข้าง ชนาดตามขวางตอนสด 3.5-4.5 เซนติเมตร สุกสีส้มแกมแดง ก้านหน่วยผลยาว 4-5 เซนติเมตร ดอกแยกเพศแยกต้นเป็นต้น เพศผู้กับต้นเพศเมียต้นเพศผู้ประกอบด้วยเพศผู้ที่เกิดรอบปากช่องเปิด	ยอดกินกับน้ำพริก กินผล	พืชอาหาร
824	ห้วยก้างปลา	ฝรั่งขี้นก	Guava	แตมะ	Psidium guajava L.	พบปลูกทั่วไป เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี	ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก	ต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย กินผล	พืชสมุนไพร
825	ห้วยก้างปลา	เจตมูลเพลิงขาว ปิดปิวขาว	Ceylon leadwort, Doctorbush, Wild leadwort		Plumbago zeylanica L.	กระจายพันธุ์กว้างในเขตร้อน ในไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ พบตามป่าดิบแล้ง	ไม้พุ่มเตี้ยหรือไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 1-3 เมตร กิ่งก้านมักทอดยาว ใบรูปไข่ ยาว 3-13 ซม. ปลายใบแหลมยาว ตอนปลายเป็นติ่ง โคนในรูปลิ่มหรือมน ใบบาง ช่อดอกแบบช่อกระจะเชิงลด ดอกจำนวนมาก แกนกลางและก้านช่อดอกมีต่อมไร้ก้าน (เจตมูลเพลิงแดงไม่มี) ช่อดอกยาวได้ประมาณ 15 ซม. ก้านช่อยาว 1.5-2 ซม. ใบประดับรูปไข่ ยาว 0.4-0.8 ซม. ใบประดับย่อยรูปแถบ ยาวประมาณ 0.2 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ยาวประมาณ 1 ซม. มีต่อมหนาแน่น กลีบดอกสีขาวหรือสีฟ้าอ่อน หลอดกลีบดอกยาวประมาณ 2 ซม. กลีบดอกรูปไข่กลับหรือรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ยาวประมาณ 0.7 ซม. ปลายแหลมหรือเป็นติ่ง อับเรณูสีน้ำเงิน ยาวประมาณ 0.2 ซม. รังไข่รูปรี เป็น 5 เหลี่ยม ก้านเกสรเพศเมียเกลี้ยง ผลแบบแคปซูล	รากนำมาผสมเหล้าขาวหรือนำมาดองเหล้าดื่มบำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
826	ห้วยก้างปลา	มะละกอ	Papaya	งาจังอาแบะ	Carica papaya L.	นิยมปลูกทั่วไป	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 3-6 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลออกขาว ลำต้นตรง ไม่มีแก่น แตกกิ่งก้านน้อย มีรอยแผลใบชัดเจน มียางขาวข้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบต้นหนาแน่นที่ปลายยอด ใบรูปฝ่ามือ ขนาด 80-120 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึกถึงแกนก้าน ก้านใบเป็นหลอด กลมกลวงยาว 25-100 ซม. ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อยาวห้อยลง ดอกสีขาว กลีบดอกมี 5 กลีบ มีกลิ่นหอม ดอกเพศเมียสีขาว ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกมีขนาดใหญ่ กว่าดอกเพศผู้ ผล รูปกระสวย ผิวเรียบ เปลือกบาง มียางสีขาว ผลสดสีเขียวเข้ม พอสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม รับประทานได้ มีเมล็ดมาก เมล็ดกลม สีดำ มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวใส	กินผล	พืชอาหาร
827	ห้วยก้างปลา	หอมปรัง หอมซู เกียวซัง เซาะโกซวย กระเทียมจีน คิว ชิงฉ้อย ลกเกี๋ย หอมแป้นหยวก หัวคิว หัวซู	Chinese chives, Chinese onion, Chinese scallion, Japanese scallion, Oriental onion	เวอชิ	Allium chinense G. Don			รากและใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
828	ห้วยก้างปลา	ต้นหอม		ชิกู่	Allium cepa L.		พืชล้มลุกขนาดเล็กตระกูลเดียวกับกระเทียม มีหัวสีขาวบ้างก็ปนสีม่วงอยู่ใต้ดิน ทำหน้าที่สะสมอาหาร ใบเป็นท่อยาว ปลายแหลม ภายในกลวง ดอกมีสีขาวออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกยาว ช่อดอกเมื่อบานมีลักษณะคล้ายร่ม มีดอกย่อยเป็นจำนวนมาก ต้นหอมกินได้ทั้งใบ ดอก และหัว มีกลิ่นฉุนและรสซ่า	ต้นและใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
829	ห้วยก้างปลา	ผักชีฝรั่ง	Culantro, Long coriander, Sawtooth coriander	ผะชิ	Eryngium foetidum L.	ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก ชอบดินร่วนปนทราย ชอบอยู่ในร่ม ชอบพื้นที่ไม่แฉะเกินไป	"เหง้าใต้ดินและอาจอยู่เหนือดินเล็กน้อย เป็นกระเปราะกลมรีอยู่เหนือราก ใบแทงออกจากเหง้าที่เป็นลำต้นเรียงเวียนรอบเหง้าแน่นเป็นกระจุกรูปไข่ขอบขนวน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย และ
 มีหนามเล็กที่ปลายฟันเลื่อย ใบแข็งกระด้าง ใบอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม ดอกช่อแทงออกตรงกลางของลำต้น ใบประดับที่ก้านดอกรูปหอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขนานแกมรูปไข่ สีเขียว กลีบดอก 5-7 กลีบ สีขาว ดอกย่อยจำนวนมาก เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสีขาว เกสรเพศเมียเป็นเส้นด้าย 2 เส้น ไม่มีฐานเกสร ผลแห้งจะปริแตกออกเป็น 2 ซีก แต่ละซีก เมล็ดจำนวนมาก"	ใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
830	ห้วยก้างปลา	บัวบก	Asiatic pennywort, Tiger herbal, Gotu kola	ตะกู่มา	Centella asiatica (L.) Urb.	ชอบขึ้นบริเวณดินที่มีความชุ่มชื้นสูงมาก และชอบร่มเงา พบขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี เลื้อยแผ่ไปตามพื้นดิน แตกรากฝอยตามข้อ ไหลที่แผ่ไปจะงอกใบจากข้อชูขึ้น 3-5 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-5 ซม. ขอบใบหยักก้านใบยาว ช่อดอกออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก 2-3 ดอก กลีบดอกสีม่วง ผลแห้ง แตกได้	กินเป็นเครื่องเคียง	พืชอาหาร
831	ห้วยก้างปลา	พลู	Betel Vine	ลูปะ	Piper betle L.	เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย แอฟริกา พบขึ้นอยู่ในบริเวณที่มีความชื้นสูง ชอบอากาศร้อน แต่ไม่ชอบแสงแดดจัดหรืออุณหภูมิสูงเกินไป นิยมปลูกในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย	พลูเป็นไม้เลื้อย เกาะโดยใช้รากฝอยที่แตกตามข้อใบ เป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจ ปลายใบแหลม หน้าใบมัน ใบมีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกออกรวมกันเป็นช่อแน่น ขนาดเล็ก	กินกับหมาก	พืชอาหาร
832	ห้วยก้างปลา			หนื่อเตอ	ไม่มีรูป			นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
833	ห้วยก้างปลา	มะกรูด			Citrus hystrix DC. รูปไม่ใช่มะกรูด			ใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
834	ห้วยก้างปลา	ตะไคร้	Lapine, Lemon grass	ปอปิ	Cymbopogon citratus (DC.) Stapf	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุย ชอบน้ำ ชอบแดด น้ำไม่ขัง	ตะไคร้เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็นกอ เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ข้อและปล้องสั้นมากกาบใบสีขาวนวลหรือขาวปนม่วง ยาวและหนาหุ้มข้อและปล้องไว้แน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 1-2 ซม. ยาว 70-100 ซม. แผ่นใบและขอบใบสากและคม ออกดอกยาก	นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
835	ห้วยก้างปลา	ชาอัสสัม	Tea plant	โละบ่อ	Camellia sinensis var. assamica (J.W.Mast.) Kitam.	ชอบขึ้นตามพื้นที่สูงโดยเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ความลาดชันพอสมควร มีอินทรียวัตถุในดินสูง ระบายน้ำได้ดี เป็นกรดเล็กน้อย	ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก กิ่งก้านแตกออกด้านข้า ทรงพุ่มเป็นรูปกรวย เปลือกเรียบสีน้ำตาลปนเทา ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอก ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบหนา ด้านบนใบมัน ใต้ใบมีขนอ่อนปกคลุม ดอกมีทั้งดอกเดี่ยวและออกเป็นกระจุกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง สีขาว ผลทรงกลม ผิวเรียบ มี 3 พู ข้างในมีหลายเมล็ด	ชงดื่ม ยอดอ่อนนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
836	ห้วยก้างปลา	ลำโพง	Thorn Apple, Apple of Peru, Green Thorn Apple, Hindu Datura, Metel	เยโบ	Datura metel L.	เจริญเติบโตได้ดีในดินที่อุดมสมบูรณ์หรือดินที่มีปุ๋ยมาก ๆ ชอบความชื้นแฉะ เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบภูเขาทางภาคตะวันตกของประเทศปากีสถานและประเทศอัฟกานิสถาน ต่อมาได้แพร่กระจายออกไปในเขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งจะพบขึ้นได้ตามธรรมชาติทั่วทุกภาค	ไม้ล้มลุก ที่มีอายุประมาณ 1-2 ปี ลำต้นมีขนาดเล็กเท่าต้นมะเขือพวง มีความสูงของลำต้นประมาณ 2 เมตร ลำต้นกลมตั้งตรง แตกกิ่งก้านออกไปรอบ ๆ ต้น ลำโพงขาวต้นจะเป็นสีเขียว ลำต้นเปราะแต่เปลือกต้นเหนียว ทั้งต้นไม่มีขนปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับ แต่ใบบริเวณปลายกิ่งเกือบจะเรียงตรงข้าม ลักษณะของใบคล้ายกับใบมะเขือพวงเชนกัน แผ่นใบเป็นรูปไข่หรือค่อนข้างกลมเล็กน้อย ปลายใบแหลม โคนใบเฉียงและเว้าเข้าหากันแต่มีขนาดไม่เท่ากัน ส่วนขอบใบเป็นคลื่นและหยักเป็นซี่ฟันหยาบ ๆ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 8-15 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ใบเป็นสีเขียวอ่อน ก้านใบยาวประมาณ 2-6 เซนติเมตร ออกดอกเดี่ยวตามง่ามใบหรือส่วนยอดของต้น ลักษณะของดอกเป็นรูปแตรหรือลำโพงขนาดใหญ่ ดอกจะมีความยาวประมาณ 3.5-5.5 นิ้ว โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายบานออกเป็นรูปแตรชั้นเดียว ดอกเป็นสีขาวและมีขนปกคลุม (แต่ถ้าเป็นลำโพงกาสลัก ดอกจะเป็นสีม่วงและปลายกลีบซ้อนกันประมาณ 2-3 ชั้น) โคนดอกมีกลีบเลี้ยงสีเหลืองอ่อนหรือสีเขียวหุ้มอยู่ และยาวประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวดอก กลีบดอกยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ส่วนกลีบเลี้ยงดอกยาวประมาณ 4-6 เซนติเมตร ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5-7.5 เซนติเมตร แตกออกเป็น 5 แฉก ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน และเกสรเพศเมีย 1 อัน ผลเป็นลูกกลมขนาดเท่ากับผลมะเขือเปราะ แต่ปกคลุมไปด้วยหนามแหลมยาวทั้งผล ผลอ่อนเป็นสีเขียว ส่วนผลแก่เป็นสีน้ำตาลอ่อน ผลมีขนาดโตประมาณ 1-1.5 นิ้ว เมื่อแก่จัดผลจะแตกภายในแบ่งเป็น 4 ซีก ภายในมีเมล็ดเป็นจำนวนมาก เมล็ดเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำและมีลักษณะแบน เป็นรูปสามเหลี่ยม	ไม้ประดับ ไม่ใช้ประโยชน์	พืชใช้สอยอื่นๆ
837	ห้วยก้างปลา	มันเทศ	Sweet potato	โหม่ชี	Ipomoea batatas (L.) Lam.	พบทั่วไปบริเวณที่รกร้างในป่าละเมาะ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	"มันเทศเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินสีม่วงแดง ส้ม นวลหรือขาว รูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดิน ตั้งตรง หรือเลื้อยพัน ยาว 1-5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก ที่ข้อมีราก ใบเดี่ยว เรียงรูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 4-11 ซม. ยาว 4-14 ซม. ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ก้านใบยาว 4-20 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกแข็งยาว 3-18 ซม. เป็นสัน เกลี้ยงหรือมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรูปกรวย สีม่วงอ่อน ผลแห้ง รูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงมีขนาดเล็ก
 ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ มันแกวขาว มันแกวแดง และมันแกวม่อนไข่"	ยอดและหัวใต้ดินนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
838	ห้วยก้างปลา			โอเมี๊ยะ				ยอดอ่อนนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
839	ห้วยก้างปลา	พลัม		ชีชาฮา	Prunus domestica L.	การปลูกในประเทศไทยต้องปลูกในที่ที่มีความหนาวเย็น และพื้นที่ที่ปลูกจะต้องมีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป แต่สำหรับบางสายพันธุ์อาจปลูกได้ในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 700 เมตรขึ้นไป	"ไม้ผลยืนต้น ใบเป็นรูปหอก ปลายและโคนใบแหลม แผ่นใบสีเขียว ขอบใบเป็นจักคล้ายฟันเลื่อยแบบถี่ ๆ ออกดอกจำนวนมาก ดอกมีขนาดเล็กและมีสีขาว ดอกเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศ ผลเป็นแบบ Drupe จึงจัดเป็นพวก Stone Fruit คือมีส่วนของ Endocarp ที่แข็งเหมือนกับลูกพืชและบ๊วย และผลจะมีความหลากหลายทั้งในเรื่องของขนาด สีของผล และเนื้อของผล ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่เพาะปลูก บางพันธุ์ผลอาจมีร่องยาวด้านข้าง เมื่อผลโตเต็มที่จะมีสีนวลสีขาวปกคลุมอยู่ ซึ่งเราเรียกว่าสารเคลือบ หรือ ""Wax bloom"" เนื้อมีรสหวานหรือหวานอมเปรี้ยว ด้านในผลมีเมล็ดแข็งอยู่ 1 เมล็ด เมล็ดเป็นเมล็ดเดี่ยวและแข็ง มีสีน้ำตาล"	กินผลสุก	พืชอาหาร
840	ห้วยก้างปลา	ขมิ้น	Turmeric	เมะจือเมะซื้อ	Curcuma longa L.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ อากาศค่อนข้างร้อนและมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ขมิ้นเป็นพืชล้มลุก สูง 30-90 ซม.เหง้าใต้ดินรูปไข่ มีแขนง รูปทรงกระบอก เนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า รูปใบหอก กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ช่อดอกแทงจากเหง้า แทรกระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อน บานครั้งละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พู	เหง้านำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
841	ห้วยก้างปลา	ลีลาวดี		เปชือหล่อจา	Plumeria sp.			ไม้ประดับ	พืชใช้สอยอื่นๆ
842	ห้วยก้างปลา	หนานเฉาเหว่ย	Bitterleaf tree	ยาก่า	Vernonia amygdalina Delile		ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงตั้งแต่ 3-7 เมตร ลักษณะใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบเป็นขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 3-8 เซนติเมตร ยาว 9-22 เซนติเมตร มีดอกเป็นช่อสั้น ๆ ดอกตัวผู้จะมีขนาดเล็กสีเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม ออกรวมกันเป็นกระจุกเล็ก ๆ กว้าง 12 มิลลิเมตร มีกลีบรองดอก 5 กลีบ ไม่มีกลีบดอก แต่จะมีเกสรอยู่มาก ส่วนดอกตัวเมียจะมีลักษณะคล้ายกันแต่จะมีรังไข่ที่เหนือวงกลีบ และมีขนดอกหนาแน่น ผลมีลักษณะเกือบกลม ผิวเกลี้ยง ขนาดผลประมาณ 2 เซนติเมตร และแบ่งออกเป็นพูเล็ก ๆ จำนวน 3 พู ผลอ่อนจะมีเนื้อสีเขียว ส่วนผลแก่จะมีเนื้อสีเหลืองแสด เมล็ดมีขนาดค่อนข้างใหญ่ คือ 7-8 มิลลิเมตร โดยหนึ่งผลจะมี 3 เมล็ดอยู่ในแต่ละพูของผล มีเนื้อเยื่อขาว ๆ หุ้มอยู่	ใบต้มน้ำดื่มหรือกินสดแก้ความดันสูง	พืชอาหาร
843	ห้วยก้างปลา	ชบา	Checkered Hibiscus, China rose, Shoe flower	ฉี	Hibiscus rosa-sinensis L.	ถิ่นกำเนิดในประเทศจีน	ไม้พุ่ม สูง 1-3 ม. มีขนรูปดาวกระจายตามกิ่ง เส้นแขนงใบด้านล่าง ก้านดอก ริ้วประดับ กลีบเลี้ยง และหูใบ หูใบรูปเส้นด้าย ยาว 0.5-1.2 ซม. ใบรูปไข่ ยาว 4-9 ซม. ขอบจักซี่ฟันหรือจักเป็นพู เส้นโคนใบข้างละ 1 เส้น ก้านใบยาว 0.5-2 ซม. ดอกออกเดี่ยว ๆ ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 3-7 ซม. ปลายก้านมีข้อ ริ้วประดับ 6-7 อัน รูปเส้นด้าย เชื่อมติดกันที่โคน ยาว 0.8-1.5 ซม. กลีบเลี้ยงรูปไข่หรือแกมรูปใบหอก ยาวประมาณ 2 ซม. ติดทน ดอกรูปแตร สีแดงหรือส้มอมเหลือง ดอกบานเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-10 ซม. แผ่นกลีบรูปไข่กลับ มีขนยาวด้านนอก เส้าเกสรยาว 4-8 ซม. เกลี้ยง อับเรณูกระจายเฉพาะช่วงบน ผลรูปไข่ ยาวประมาณ 2.5 ซม. ปลายเป็นจะงอย	ผลนำไปทำสีย้อมผ้า ให้สีดำ	พืชสีย้อมธรรมชาติ
844	ห้วยก้างปลา	พลับพลึงดอกแดง	Poison bulb, Giant crinum lily, Grand crinum lily, Spider lily	จะปะเน้	Crinum × amabile Donn ex Ker Gawl.	ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ	ไม้ล้มลุกขึ้นเป็นกอ มีหัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นกลม กว้าง 15 ซ.ม. ยาว 30 ซ.ม. ใบ ออกรอบๆ ต้น ลักษณะแคบยาวเรียว ใบอวบน้ำ ขอบใบเป็นคลื่น ปลายใบแหลม ยาว 1 ม.กว้าง 10-15 ซ.ม. ดอก ออกเป็นช่อ ตรงปลายและเป็นกระจุก มีประมาณ 12-40 ดอก เมื่อยังตูมจะมี กาบสีเขียวอ่อนๆ หุ้มอยู่ กลีบดอกมีสีขาว และมีกลิ่นหอม ผล เป็นสีเขียวอ่อน และผลค่อนข้างกลม	ใบนำไปลนไฟตำพอกหรือประคบส่วนของร่างกายลดอาการบวม	พืชสมุนไพร
845	ห้วยก้างปลา	มะเขือขื่น	Cockroach berry, Soda-appla nightshade, yellow-fruit nightshade, yellow-berried nightshade, Thai green eggplant, Thai striped eggplant	มะหือมะลือ	Solanum virginianum L.	พบปลูกทั่วไป ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี และทนแล้งได้ดี	ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 0.14-1 เมตร ต้น ใบ กิ่งก้าน มีหนามแหลมสีม่วงดำ มีขนสั้นปกคลุมทั้งต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีหนามแหลมคมตั้งฉากตามเส้นกลางใบรูปไข่ กว้าง 4-12 ซม. ยาว 4.5-18 ซม. โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเว้าเข้าเป็นพูตื้นๆ ก้านใบยาว 1-10 ซม. ดอกช่อกระจุกสั้น ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 4-6 ดอก กลีบดอกสีม่วง เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยสั้น ผลกลมโตขนาดผลหมากดิบ ภายในมีวุ้นสีเขียวข้น รสขื่น	ผลนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
846	ห้วยก้างปลา	บัวตอง ดาวเรืองญี่ปุ่น ทานตะวันหนู	Mexican sunflower, Mexican sunflower weed	อาหือลอต่อ	Tithonia diversifolia (Hemsl.) A.Gray	ถิ่นกำเนิดเม็กซิโก อเมริกากลาง ปัจจุบันแพร่กระจายทั่วไปในที่โล่ง และไร่ร้างทางภาคเหนือ ที่สูงประมาณ 600-1200 เมตร	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 6 เมตร มีไหลใต้ดิน ใบ เป็นใบเดี่ยวออกสลับ รูปไข่หรือรูปไข่แกมขอบขนาน ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีเขียวอมเทา มีขนประปรายทั้ง 2 ด้าน ดอก สีเหลืองทอง ออกเป็นช่อกระจุกเดี่ยว ที่ปลายกิ่ง เส้นผ่าศูนย์กลาง 6-14 ซม. ริ้วประดับมี 3-4 ชั้น เรียงเป็นรูประฆัง ดอกวงนอกมี 12-15 กลีบ เป็นหมัน กลีบดอกเป็นรูปรางน้ำขอบขนาน ยาว 3-5 ซม. ปลายจัก ดอกวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศมีจำนวนมาก กลีบดอกเป็นหลอดยาว 0.7-1 ซม. เกสรผู้ 5 อัน อับละอองเรณูสีดำ ที่ปลายสีเหลือง ผล รูปขอบขนาน ยาว 0.5-0.8 ซม. ปลายและโคนสอบค่อนข้างแบน	ไม้ประดับ	พืชใช้สอยอื่นๆ
847	ห้วยก้างปลา	กระทายเหิน มหาหงส์ หางหงส์	white garland-lily, white ginger lily	แซะ	Hedychium coronarium J.Koenig	พบขึ้นมากในภาคเหนือ ตามชายป่าใกล้ลำธาร ชอบที่ชื้นแฉะ ริมน้ำ มีแสงแดดส่องถึงทั้งวัน คนนิยมปลูกไว้ในบ้านเพราะดอกให้กลิ่นหอม	ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน สูง 1-1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานหรือใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 16-25 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผลแห้ง แตกได้ รูปทรงกลม มี 3 พู	ดอกมีกลิ่นหอมทำให้สดชื่น	พืชอาหาร
848	ห้วยก้างปลา	สะระแหน่	Kitchen mint, Menthe kitchen mint	อายิปาดอ	Mentha × villosa Huds.	พบได้ทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินร่วงซุย	"ไม้ล้มลุก เลื้อยแผ่ไปตามดิน ลำต้นสี่เหลี่ยม สีเขียวแกมม่วงน้ำตาล แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีค่อนข้างกว้าง กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 2-3 ซม. ผิวใบย่น ขอบใบหยักฟันเลื่อย มีกลิ่นเฉพาะ ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หอมด่วนใหญ่ ก้านสีม่วง และหอมด่วนน้อย ก้านสีเขียว ใบมน"	กินเป็นเครื่องเคียงลาบ	พืชอาหาร
849	ห้วยก้างปลา	แก้วมังกร	Dragon fruit, Pitaya		Hylocereus undatus (Haw.) Britton & Rose	สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ	ไม้ในตระกูลกระบองเพชร	ผลสุกทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
850	ห้วยก้างปลา	ผักไผ่	Vietnamese mint, Vietnamese cilantro, hot mint, laksa leaf	อายิปาจะ	Polygonum odoratum Lour.	พบในป่าทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณริมลำธาร ที่มีความชื้นสูง	ผักไผ่เป็นพืชล้มลุก สูง 30-35 ซม. ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มีรากงอกออกตามข้อที่สัมผัสดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ หูใบเชื่อมติดกันเป็นหลอดหุ้มลำต้นเหนือข้อ มีกลิ่นเฉพาะ ช่อดอกกระจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีชมพูม่วง ผลขนาดเล็ก เมล็ดจำนวนมาก	กินเป็นเครื่องเคียงลาบ	พืชอาหาร
851	ห้วยก้างปลา	ผักคาวทอง พลูแก พลูคาว	Fish mint, Chameleon plant, Fish wort	พะเหาะ	Houttuynia cordata Thunb.	เจริญได้ดีในที่ลุ่มที่มีความชื้นสูง ขึ้นเองตามธรรมชาติ พบทั่วไปบริเวณริมห้วย ลำธาร และที่ชื้นแฉะริมน้ำหรือตามโคนต้นไม้ใหญ่	ผักคาวตองเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 15-30 ซม. ทั้งต้นมีกลิ่นคาว ลำต้นเลื้อยทอดตามผิวดิน แตกรากตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. ก้านใบยาว ส่วนโคนแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ช่อดอก ออกตรงปลายยอด มีใบประดับสีขาว 4 ใบที่โคนช่อ ดอกย่อยขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอกและก้านดอก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	กินเป็นเครื่องเคียงลาบ	พืชอาหาร
852	ห้วยก้างปลา			วอเกาะ				กินเป็นเครื่องเคียงน้ำพริก	พืชอาหาร
853	ห้วยก้างปลา	ถั่วฝักยาว	Yard long bean	หลี่ชิ	Vigna unguiculata subsp. sesquipedalis (L.) Verdc.	ถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและอินเดีย	"ไม้เลื้อยพัน มีมือเกาะ ใบประกอบแบบสามใบ เกิดสลับบนต้นหรือกิ่ง ใบจริงคู่แรกเกิดด้านบนใบเลี้ยง
 และใบที่เกิดต่อ ๆ ไป ขนาดเล็ก ค่อนข้างแหลมถึงกลมรี รูปร่างของใบเป็นรูปไข่หรือรูปหอก สีเขียวถึงเขียว
 เข้ม ที่โคนใบมีหูใบ 2 อัน ดอกช่อกระจะ รูปดอกถั่ว ออกตามซอกมุมใบ แต่ละช่อมี 1-6 ดอก เกสรเพศผู้มี 10
 อัน เกสรเพศผู้ 9 อัน ล้อมรอบรังไข่ ส่วนอีก 1 อัน อยู่ตัวแยกเป็นอิสระ เกสรเพศเมีย มีรังไข่ยาว สีเขียว มีก้าน
 ชูเกสร และยอดเกสรมีขนฟูสีขาว ผลเป็นฝัก ทรงกลม มีสีเขียวอ่อนถึงสีเขียวเข้ม ปลายฝักมีสีเขียวหรือสีม่วง
 ผิวขรุขระ สีเขียว ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีร่องแบ่งสีเขียวเข้มตรงกลางผล 2 เส้น อยู่คนละฝั่งตลอดแนวความยาว
 ผล เมล็ดมีรูปร่างคล้ายไต มีหลายสี เช่น สีขาว น้้าตาล ด้า และสีสลับน้้าตาล-ขาว ด้า-ขาว และแดง-ขาว"	นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
854	ห้วยก้างปลา	ผักกาด ผักกาดขาวกวางตุ้ง	Bok choy, Chinese celery cabbage, Chinese white cabbage, Choysum, Mustard cabbage	ออปะ	Brassica rapa L.		ต้น เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียว ลำต้นสีเขียวอ่อนอวบน้ำ แตกแขนงเล็กน้อย ความสูง 25-40 ซม. ใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับลักษณะกลมรี ปลายใบป้าน โคนใบสอบเข้าหาโคนก้านใบ ความกว้าง 5-15 ซม. ยาว 15-30 ซม. เส้นกลางใบสีเขียวออกขาว ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีแขนงช่อดอกมาก ดอกเป็นดอกเดี่ยว กลีบดอกสีเหลืองมี 4-5 กลีบ ขนาดดอก 0.5-1.0 ซม. ผล เป็นฝักกลมยาว ปลายฝักแหลมสีเขียวอ่อนถึงเข้ม ความยาว 3-5 ซม. ภายในมีเมล็ด 2 แถว เรียงตลอดฝัก มีเมล็ดจำนวนมาก 20-40 เมล็ดต่อฝัก	นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
855	ห้วยก้างปลา	อ้อยแดง	Sugar cane	ผ่อชึ้	Saccharum officinarum L.	พบปลูกในสวน และบริเวณบ้านเรือน ทั่วไป ชอบดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง น้ำไม่ท่วมและมีการระบายน้ำดี ชอบแสงมาก	เป็นไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร ลำต้นสีม่วงแดง มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 0.5-1 เมตร ช่อดอก ออกที่ปลายยอด สีขาว ผลเป็นผลแห้ง ขนาดเล็กอ้อยมีหลายพันธุ์ แตกต่างกันที่ความสูงความยาวของข้อและสีของลำต้น	กินน้ำหวานจากลำต้น	พืชอาหาร
856	ห้วยก้างปลา	โกสน	Garden croton		Codiaeum variegatum (L.) Rumph. ex A.Juss.	พบในป่าหรือนิยมนำมาปลูก แหล่งกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศเขตร้อนทั่วไป เป็นพืชดั้งเดิมของอินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลียและฝั่งทะเลทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิค	ต้นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ถึง 3 เมตร	ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
857	ห้วยก้างปลา	มะขาม	Tamarind	อาแบแชะ	Tamarindus indica L.	มีถิ่นกำเนิดที่เกาะมาดากัสกาแพร่กระจายแอฟริกาตะวันออกและอินเดีย พบได้ทั่วไป	ไม้ยืนต้น สูง 15-30 เมตร เปลือกสีเทาหรือสีน้ำตาลเข้ม ใบ แบบใบประกอบแบบขนนก ยาว 5-10 ซม. กว้าง 2-4 ซม. ใบย่อย รูปขอบขนาน จำนวน 10-20 คู่ ออกตรงข้าม ยาว 1.2-2 ซม. กว้าง 3-5 มม. ขอบใบเรียบ ปลายเป็นติ่งแหลม ช่อดอก แบบช่อเชิงลดห้อยลง ก้านช่อดอก ยาว 5-10 มม. กลีบเลี้ยง เป็นแผ่นรูปช้อน 2 แผ่น ยาว1-1.2 ซม. กลีบดอก มี 5 กลีบ กลีบเจริญ 3 กลีบ สีเหลืองอ่อนมีเส้นภายในสีแดง กลีบดอก 2 กลีบ ลดรูป เกสรเพศผู้ มีก้านเกสรเชื่อมติดกัน เกสรที่สมบูรณ์ 3 อัน อีก 2 อัน เป็นเส้นเรียว เกสรเพศเมีย เหนือกลีบเลี้ยง ปลายเกสร เป็นก้อนรูปรี ผล แบบฝัก โค้ง ค่อนข้างแบน ยาว 7-15 ซม. กว้าง 2-3 ซม. เปลือกเมื่อแก่สีน้ำตาลเข้ม เมล็ด สีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ	ฝักและยอดอ่อน นำไปประกอบอาหาร ลำต้นนำมาทำเขียง ทำฟืน	พืชอาหาร
858	ห้วยก้างปลา	ชะอม	Thorny tree	ท่อบุ	Acacia pennata subsp. insuavis (Lace) I.C.Nielsen	พบกระจายทั่วไป ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น ทนน้ำขังได้	ชะอมเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง หรือไม้เถายืนต้น ลำต้นสีขาวมีหนามแหลมคม ใบประกอบขนาดเล็กเป็นฝอย มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถินหรือใบส้มป่อย ใบมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นลูกสะตอ ใบเรียงสลับ ใบย่อยออกตรงข้ามกัน ใบย่อยรูปรีมี 13-28 คู่ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอกออกตามซอกใบ สีขาวหรือขาวนวล ขนาดเล็ก เห็นชัดเฉพาะเกสรตัวผู้ที่เป็นฝอยๆ	ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
859	ห้วยก้างปลา	ปื้งขาว เข็มป่า	East Indian glory bower	ห๊ะเดะเชะ	Clerodendrum glandulosum Lindl.	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ในพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน	ปิ้งขาวเป็นเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-38 ซม. ยาว 4-40 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวอ่อน ดอกช่อกระจุกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยบานไม่พร้อมกัน รูปร่างคล้ายดอกมะลิ สีขาว กลับดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ยาว 5 อัน	ใบและต้นต้มน้ำอาบสำหรับผู้หญิงคลอดลูกใหม่	พืชสมุนไพร
860	ห้วยก้างปลา	ลิ้นจี่	Lychee		Litchi chinensis Sonn.	มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ ในแถบมณฑลกวางตุ้ง และฟุคเกี้ยน	ลิ้นจี่เป็นไม้สกุลเดียวกับเงาะ และลำไย มีอายุได้นาน 5-25 ปี หรือมากกว่า เป็นไม้ไม่มีการพลัดใบ และมีความสูงขนาดกลาง มีลำต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร หรือมากกว่า ลำต้นแตกกิ่งค่อนข้างต่ำ กิ่งมีขนาดยาว แตกกิ่งออกจำนวนมาก ทำให้แลดูเป็นทรงพุ่มหนาทึบเป็นทรงกลม เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลอมเทา เปลือกลำต้นขรุขระ ใบลิ้นจี่เป็นใบประกอบ โดยมีก้านใบหลักยาว 10-20 ซม. แต่ละก้านใบมีใบย่อยแตกออกด้านข้างเรียงสลับกัน 2-10ใบ ใบมีลักษณะเป็นรูปหอก เรียวยาว โคนใบสอบ ปลายใบแหลม แผ่นใบเรียบ แผ่นใบหนา และเหนียวคล้ายหนัง ใบอ่อนหรือยอดอ่อนมีสีค่อนข้างแดง ส่วนใบแก่มีสีเขียวเข้ม และเป็นมัน ส่วนท้องใบมีสีเขียวอมเทาที่จางกว่าแผ่นใบด้านบน ดอกลิ้นจี่แทงออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งหรือปลายยอด มีก้านช่อดอกยาว 10-30 ซม. ก้านช่อดอกแตกแขนงกว้าง 10-30 ซม. แต่ละช่อดอกประกอบด้วยดอกจำนวนมาก ดอกมีขนาด 3-5 มม. มีก้านดอกยาวประมาณ 1.5 มม. ดอกมีกลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ ส่วนกลีบดอกจะไม่มี สีเหลืองอมเขียว เป็นรูปถ้วย ภายในมีเกสรตัวผู้ 5-10 อัน ส่วนชั้นในสุดเป็นเกสรตัวเมียที่มีก้านชูเกสร และรังไข่ โดยรังไข่มี 2 พู แต่จะติดเป็นผลเพียง 1 พู เมื่อดอกบานจะส่งกลิ่นหอม ดอกลิ้นจี่เป็นดกไม่สมบูรณ์เพศ โดยมีการแยกดอกออกเป็นดอกเพศผู้ และดอกเพศเมียอยู่ในช่อดอกเดียวกัน ผลลิ้นจี่มีลักษณะหลายแบบขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ทั้งผลแบบกลม ทรงรี และรูปหัวใจ โดยใน 1 ช่อ จะมีผลตั้งแต่ 1-40 ผล หรือมากกว่า ผลมีเปลือกบาง ผิวเปลือกขรุขระ มีสีชมพูอมแดงหรือสีแดงสด เปลือกผลสามารถแกะแยกออกจากเนื้อได้ง่าย ถัดจากเปลือกจะเป็นเนื้อหุ้มเมล็ด สีขาวขุ่นที่ฉ่ำไปด้วยน้ำ เนื้อให้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ถัดมาด้านในจะเป็นเมล็ดที่มีลักษณะรี เปลือกเมล็ดมีสีน้ำตาลเข้ม ผิเปลือกเรียบ และเป็นมัน ขั้วเมล็ดมีเยื่อสีขาวที่เชื่อมกับขั้วผล	ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
861	ห้วยก้างปลา	ตองกง, ก๋ง, เค้ยหลา, เลาแล้ง, หญ้ากาบไผ่ใหญ่, หญ้าไม้กวาด, หญ้ายูง	Bamboo grass, Tiger grass	อ้ากั้ง	Thysanolaena latifolia (Roxb. ex Hornem.) Honda	พบในทุกภาคของประเทศที่มีพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 45 เมตร ขึ้นไป ขึ้นทั่วไปบริเวณเนินเขา พื้นที่ลาดเขา ริมธารน้ำ และริมถนน	พืชกลุ่มหญ้าอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรงและแข็งมาก สูง 3-4 เมตร ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหอก กว้าง 4.7-9.1 ซม. ยาว 41.0-76.7 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ มีกาบใบเรียบหุ้มลำต้น หูใบเป็นแผ่นเยื่อบางๆ สีน้ำตาลอ่อน ช่อดอกแยกแขนงขนาดใหญ่ออกที่ปลายยอด มีขนนุ่มละเอียดปกคลุม ช่อดอกย่อยขนาดเล็ก มีดอกย่อย 2 ดอก ดอกล่างลดรูปเป็นเยื่อบาง ดอกเป็นหมัน ดอกบนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ เมล็ดมีขนาดเล็ก	ดอกใช้ทำไม้กวาด	พืชใช้สอยอื่นๆ
862	ห้วยก้างปลา	มะไฟ	Burmese grape	ฉี่โช๊ะ	Baccaurea ramiflora  Lour.	พบมากในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มะไฟเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนเทา แตกเป็นร่องตื้น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอกแกมรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นติ่งแหลม ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง ท้องใบสีอ่อนกว่าหลังใบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองหรือชมพูอมเหลือง กลิ่นหอมเล็กน้อย ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาวห้อยลง ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลอวบน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองหรือชมพูอมแดง เมล็ดค่อนข้างแบน มีเยื่อสีชมพูห่อหุ้ม หนึ่งผลมี 1–3 เมล็ด	ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
863	ห้วยก้างปลา			ย้าหมู่บู่				ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
864	ห้วยก้างปลา			ก่าหล่ายน่าโม๊ะ				ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
865	ห้วยก้างปลา	กระถิน	Horse tamarind, Leucaena		Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit	พบขึ้นทั่วไป เจริญได้ในดินทุกสภาพ ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ แสงแดดจัด	ไม้พุ่มขนาดใหญ่ถึงไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 10 เมตร ไม่ค่อยแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อย 5-20 คู่ เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 0.1-0.15 ซม. ยาว 0.6-2.1 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ขอบมีขน ท้องใบมีสีนวล ช่อดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่นออกตามซอกใบ 1-3 ช่อ เป็นฝอยนุ่มมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ผลเป็นฝักออกเป็นช่อ ฝักแบนยาว 10-15 ซม. เห็นเมล็ดเป็นจุดๆ ในฝักตลอดฝัก	ยอดกินเป็นเครื่องเคียง เมล็ดทานเล่น	พืชอาหาร
866	ห้วยก้างปลา	ข่าป่า		แหม่พี้	Alpinia malaccensis (Burm.f.) Roscoe	พบตามป่าเบญจพรรณ และป่าดิบ	ลำต้นสูง 1.5-2 เมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดินขนาดเล็กเท่านิ้วมือ ลักษณะภายนอกของลำต้นมีข้อและปล้องเห็นชัดเจน ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นก้านและใบ ใบเป็นรูปไข่ยาวหรือรูปรีขอบขนาน ปลายใบแหลมคล้ายใบข่าบ้าน ขนาดกว้าง 4-5 เซนติเมตร ยาว 8-10 เซนติเมตร ใบสีเขียวเข้มเป็นมัน มีกาบใบหุ้มลำต้น ดอกเป็นดอกช่อออกที่ยอด ก้านดอกยาว ดอกย่อยมีขนาดเล็กกลีบดอกสีขาวกระน้ำตาล โคนติดกัน เป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ผลรูปร่างกลมรี เมื่อสุกเป็นสีส้มขนาด 5 มิลลิเมตร มีเมล็ดอยู่ภายใน	หน่ออ่อนและเหง้านำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
867	ห้วยก้างปลา	มันสำปะหลัง สำโรง	Cassava, Manioc, Tapioca	ตะอ่อมโมฉื้อ	Manihot esculenta Crantz	พบทั่วไป ชอบดินปนทรายร่วนซุย ระบายน้ำดี	"พืชล้มลุก มีหัวสะสมอาหารใต้ดิน ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ รูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ก้านใบยาว 8-15 ซม. มีหูใบ 2 ข้าง ลำต้นมียางใส ช่อดอกกระจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลกลุ่มทรงกลม ลักษณะมีปีกบางเป็นซีก เมล็ดสีน้ำตาล
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มันต้างขาว และมันต้างแดง"	ยอดอ่อนนำไปต้มกินกับน้ำพริกหัวใต้ดินเผาหรือต้มกิน	พืชอาหาร
868	ห้วยก้างปลา	หญ้าคา	Blady grass	อู่จี้	Imperata cylindrica (L.) Raeusch.	มีถิ่นกำเนิดชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน แพร่กระจายบริเวณเขตร้อนทั่วโลก เป็นวัชพืชพบทั่วไปในที่โล่ง และมีความชื้นสูงทั่วประเทศ	หญ้าอายุหลายปี มี ลำต้นเป็นไหลใต้ดิน เส้นค่อนข้างกลมทอดยาวได้ไกล ลำต้นเหนือดิน เป็นกอตั้งตรง สูง 40-150 ซม. ใบ แตกจากโคนกอ รูปขอบขนาน เนื้อหยาบแข็ง กว้าง 0.5-1.5 ซม. ยาว 30-75 ซม. ลิ้นใบ เป็นแผ่นเนื้อแข็ง ยาวประมาณ 3 มม. ดอก สีขาวเป็นแบบช่อแกนแยกแขนงแคบ รูปรีหรือทรงกระบอก กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 6-15 ซม. ช่อดอกย่อยรูปหอก มีขนสีขาวคล้ายไหม กาบช่อย่อยรูปเรือ เนื้อบางคล้ายเยื่อ กาบคลุมล่างเนื้อโปร่งบาง กาบคลุมบนรูปหอก เนื้อบางสีชมพูอ่อน อับเรณู 2 อัน สีเหลืองหรือสีส้ม ยอดเกสรเพศเมียสีชมพูหรือสีม่วง	ใบนำมามุงหลังคา	พืชใช้สอยอื่นๆ
869	ห้วยก้างปลา	สาบเสือ	Bitter bush, Siam weed	โย้จือ	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	สาบเสือเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน	ใบขยี้ประคบแผลใช้ห้ามเลือด	พืชสมุนไพร
870	ห้วยก้างปลา			ชิช๊ะ				ยอดต้มกับสมุนไพรอีกชนิดดื่มแก้ท้องเสีย ใบขยี้ประคบสะดือเวลาเจ็บสะดือ	พืชสมุนไพร
871	ห้วยก้างปลา			ปาบู				เปลือกต้นคั่นน้ำทาบริเวณแผลป้องกันน้ำหนอง	พืชสมุนไพร
872	ห้วยก้างปลา	หางนกยูงฝรั่ง	Flame Tree	เพะเฉอะ	Delonix regia (Hook.) Raf.	เป็นพันธุ์ไม้ของเกาะมาดากัสการ์ นิยมนำมาปลูกทั่วไปในเขตร้อนทั่วโลก ออกดอกช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน	ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 ม. ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น แก่นช่อใบ ยาว 50-60 ซม. แกนแขนงมี 9-24 คู่ ใบรูปขอบขนาน กว้าง 3-4 มม. ยาว 8-10 มม. โคนใบเบี้ยว ปลายใบมน ดอกสีแดงแซมส้มเหลือง ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกยาว 10-15 ซม. มี 5-10 ดอก ดอกย่อยขนาด 5-8 ซม. กลีบรองดอก 5 กลีบ ด้านในสีแดง กลีบดอก 5 กลีบ รูปช้อนขนาดไม่เท่ากัน เกสรผู้ 10 อัน ผลเป็นฝักโค้งแข็ง กว้าง 4-5 ซม. ยาว 30-60 ซม. มี 20-40 เมล็ด เมื่อแห้งจะแตกตามสัน	เปลือกต้น ขูดผิวเผ็นส่วนผสมในลาบ	พืชอาหาร
873	ห้วยก้างปลา			อาบิยาเตะ				ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
874	ห้วยก้างปลา	ขี้เหล็ก	Cassod tree, Thai copper pod, Siamese cassia		Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & Barneby	พบในป่าเบญจพรรณชื้นทั่วทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ทนแล้ง และต้องการน้ำปานกลาง	ไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร เปลือกต้นแก่สีเทาถึงดำ ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 1.5 ซม. ยาว 4 ซม. ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแกมเขียว ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบและผิวใบเรียบ มีหูใบ 2 อัน ช่อดอก ออกปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง มี 5 กลีบ ก้านเกสรเพศผู้ 10 อัน ขนาดไม่เท่ากัน ผลเป็นฝัก แบนยาวและหนา ผิวมีขนละเอียด เมล็ดสีน้ำตาลมีจำนวนมาก	ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
875	ห้วยก้างปลา	ผะชือผะเฉาะ						ผลสุกสีดำกินเป็นผลไม้รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน	พืชอาหาร
876	ห้วยก้างปลา	เต่าร้าง	Fish tail palm, Wart fish tail palm, Burmese fish tail palm, Clustered fish tail plam, Tufted fish tail palm	ย่อ	Caryota mitis Lour.	พบทุกภาคของประเทศ เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี	ไม้ยืนต้น ตระกูลปาล์มแตกกอ มีใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปสามเหลี่ยมหยักเว้า ปลายแหลมคล้ายหางปลา โคนใบรูปลิ่ม ผิวใบสีเขียวเป็นมัน กาบใบยาว โคนกาบใบมีขนสีน้ำตาลแดงปนเทาหรือสีดำ ช่อดอกเชิงลดสีขาวอมเหลือง ออกตามซอกใบห้อยลงมา ผลเป็นกลุ่มทรงกลม เมื่อสุกสีแดงคล้ำ แต่ละผลมี 1 เมล็ด	หน่ออ่อนนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
877	ห้วยก้างปลา	สับปะรด	Pineapple	กาแตะ	Ananas comosus (L.) Merr.	ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนอุณหภูมิที่เหมาะสมราว 24-29 องศาเซลเซียส	พืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นแก่ค่อนข้างแข็ง และออกหน่อใหม่ด้านข้าง ใบเรียงสลับถี่รอบต้น ก้านใบกางโอบลำต้น รูปขอบขนาน เรียวคล้ายดาบโค้ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 50-150 ซม. ขอบใบมีหนามขนาดเล็ก เนื้อใบแข็ง ผิวใบด้านหลังสีขาวนวล ช่อดอก ออกปลายยอด ก้านช่อดอกยาว มีใบประดับอยู่ส่วนบนและล่างของช่อดอก ผลขนาดใหญ่รูปไข่หรือทรงกระบอก กว้าง 8–20 ซม. ไม่มีเมล็ดสมบูรณ์	ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
878	ห้วยก้างปลา	เอื้องหมายนา	Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag	แฉมอ	Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht	พบทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ	ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง	พืชพิธีกรรม (ไล่ผี) ใช้ใบเอื้องหมายนา 3 ใบ และ ใบหญ้าคา 3 ใบ	พืชใช้สอยอื่นๆ
879	ห้วยก้างปลา	มันเสา มันเลือด		โมชุโมนะ	Dioscorea alata L.	พบขึ้นในป่าเขตร้อน	ไม้เถาเลื้อย มีลำต้นใต้ดิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่แกมสามเหลี่ยมหรือแกมหัวลูกศรรูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม หรือขอบขนานแกมรูปไข่กว้าง 6–15 เซนติเมตร ยาว 8–22 เซนติเมตร ปลาบเรียวแหลม โคนรูปหัวใจ รูปติ่งหูหรือโคนตัดขอบเรียบ มีเส้นใบ 5 เส้น นูนเห็นชัดทั้งด้านบนและด้านล่าง แผ่นใบและก้านใบสีเขียวอ่อนก้านใบมีครีบ ออกจากโคนใบดอก แยกเพศออกเป็นช่อแบบ spike ช่อดอกเพศผู้มีจำนวนดอกน้อยกว่าเพศเมีย perianth 6 กลีบ สีเหลืองอ่อนปนเขียว เกสรเพศผู้ 6 อัน ช่อดอกเพศเมียมีลักษณะห้อยลง ช่อสั้นกว่าดอกเพศผู้ perianth 6 กลีบ เกสรเพศเมียรังไข่แบบ inferior ภายในแบ่งออกเป็น 3 ห้อง แต่ละห้องมี 2 ovule ผลแบบ capsule มีปีก 3 ปีก	หัวใต้ดินสีก่ำต้มหรือเผากิน	พืชอาหาร
880	ห้วยก้างปลา	กะทกรก, เสาวรส	Passion fruit	ชิกาปู้	Passiflora foetida L.	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ตามที่รกร้างต่างๆ บริเวณป่าที่ราบ ชอบเลื้อยพันกิ่งต้นไม้อื่น ๆ	ไม้เถาเนื้ออ่อน มีมือเกาะ ยาว 1.5-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ขอบใบเว้าเป็น 3 พู มีขนทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ กลีบดอกด้านในสีขาว ด้านนอกสีเขียวอ่อน มีรยางค์เป็นริ้วสีม่วง ปลายสีขาว กลีบเลี้ยงสีเขียว เป็นฝอย 3 กลีบ ผลสด รูปเกือบกลม มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองแกมส้ม เมล็ดจำนวนมากสีดำ มีเยื่อเมือกหุ้ม	ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
881	ห้วยก้างปลา	ขนุน	Jack fruit tree	มะหมี่	Artocarpus heterophyllus Lam.	ปลูกได้ทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และแสงแดดจัด	"ขนุนไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาผิวด้านล่างสากมือ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า ""ส่า"" ออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศเมียจะออกตามกิ่งใหญ่และตามลำต้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นหนามแหลม ผลเป็นผลรวมขนาดใหญ่ ส่วนของเนื้อที่รับประทานเจริญมาจากกลีบดอก ส่วนซังคือกลีบเลี้ยง"	ผลอ่อนนำไปประกอบอาหาร ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
882	ห้วยก้างปลา	สาคู สาคูไทย สาคูขาว ว่านสาคู สาคูวิลาส สังคู มันสาคู มันอาโรรุต	Arrowroot, West Indian arrowroot	โม่ซื้อเบเต๊อะ	Maranta arundinacea L.	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ อเมริกากลาง ตะวันตกของเอกวาดอร์ ตอนกลางของทุ่งหญ้าของกิอานา และแถบทะเลคาริบเบียน ปัจจุบันพบแพร่กระจายทั่วในแถบประเทศเขตร้อนชื้น ส่วนประเทศไทยพบในทุกภาค แต่พบปริมาณน้อยล	ลำต้นใต้ดินสาคูไทย เรียกว่า หัว หรือ เหง้า มีลักษณะคล้ายหัวลูกศร ขนาดหัวกว้างประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-40 เซนติเมตร หัวหรือเหง้าหลักจะติดกับโคนต้น และแตกหัวย่อยแทงลึกลงดิน โคนหัวแตกรากแขนงจำนวนมาก หัวย่อยอาจมีหัวเดียวหรือหลายหัว มีลักษณะทรงกระบอก เรียวยาว มีลักษณะแบ่งเป็นข้อๆ และมีตาชัดเจน และมีเกล็ดสีขาวหรือสีน้ำตาลหุ้ม เนื้อหัวด้านในมีสีขาว มีเส้นใยตามแนวยาวของหัว ลำต้นสาคูไทยเหนือดินเป็นส่วนที่แทงขึ้นมาจากเหง้า ประกอบด้วยแกนลำต้น และกาบใบ คล้ายกับพืชในกลุ่มว่านทั่วไป ส่วนด้านในเป็นแกนกลางที่ถูกหุ้มด้วยกาบใบ ส่วนด้านนอกเป็นกาบใบตั้งตรง มีลักษณะเกือบทรงกลม ยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร ถัดมาเป็นก้านใบ มีขนาดสั้น จากนั้น เป็นแผ่นใบ มีรูปหอก กว้างประมาณ 5-10 เซนติเมตร ยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร โคนใบใหญ่ ปลายใบแหลม แผ่นใบ และขอบใบเรียบ มองเห็นเส้นกลางใบสีเขียวชัดเจน ใบด้านล่างสุดมีขนาดใหญ่กว่าใบด้านบน แผ่นใบแบ่งออกเป็นสองข้างไม่เท่ากัน ใบอ่อนมีสีเขียวสด ใบแก่มีสีเขียวเข้ม และค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อถึงหน้าแล้ง ดอกสาคูไทย แทงขึ้นกลางลำต้น มีดอกออกเป็นช่อแขนง ตั้งแต่ 2 ช่อ ขึ้นไป ช่อแขนงมีใบประดับรองรับ ปลายกิ่งแยกออกเป็นก้านดอก 1 คู่ และหันหน้าเข้าหากัน ก้านช่อดอกแต่ละคู่มีขนาดเล็ก ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร มีก้านดอกย่อย ยาวประมาณ 5-15 มิลลิเมตร บนช่อดอกประกอบด้วยดอกย่อยสีขาว ขนาดเล็ก ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร แต่ละดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ประกอบด้วยกลีบเลี้ยงบางๆ 3 กลีบ กลีบเลี้ยงมีรูปหอก สีเขียว แยกออกจากกัน และมีขนาดไม่เท่ากัน ยาวประมาณ 12-16 มิลลิเมตร ถัดมาเป็นวงกลีบดอกที่เป็นรูปหลอดสั้นๆ สีขาว มีลักษณะเป็น 3 พู ถัดมาติดกับกลีบดอกจะเป็นเกสรตัวผู้ แบ่งเป็นชั้นๆ จำนวน 2 ชั้น ชั้นนอกเป็นเกสรที่เป็นหมัน ส่วนตรงกลางเป็นเกสรตัวเมีย มียอดเกสรแยกเป็น 3 พู และรังไข่ 1 อัน ซึ่งอยู่ด้านล่างตรงกลาง ทังนี้ ต้นสามารถออกดอกได้หลังปลูกแล้ว 5-6 เดือน สาคูไทยถึงแม้จะออกดอก แต่ติดผล และเมล็ดยาก เพราะธรรมชาติของสาคูไทยจะแพร่กระจาย และเติบโตด้วยการแตกหน่อใหม่แทน แต่หากติดผลจะมีผลลักษณะกลม เปลือกผลแข็ง มีสีน้ำตาลอมแดง ขนาดผลประมาณ 7 มิลลิเมตร ส่วนเมล็ดมีขนาดเล็ก มีผิวหยาบ แบ่งออกเป็น 3 พู	หัวใต้ดินเผาหรือต้มกิน	พืชอาหาร
883	ห้วยก้างปลา			ยากาหน่อ				ใบตำประคบแผลทำให้แผลแห้งไว	พืชสมุนไพร
884	ห้วยก้างปลา	กล้วยป่า	Wild Banana	อาแหยะ	Musa acuminata Colla	ชอบขึ้นเป็นกลุ่มในดินที่อุ้มน้ำ บริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง	ไม้ล้มลุก มักขึ้นเป็นกลุ่ม ทุกส่วนมียาง มีเหง้าแตกหน่อได้ ลำต้นเทียมขนาดใหญ่ ประกอบด้วยกาบใบที่อัดกันแน่น ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ดอก (หัวปลี) ออกเป็นช่อห้อยลงคล้ายงวง บานจากส่วนโคนลงมาหาปลายช่อปลี ผลกลมโค้งงอ มีเนื้อน้อย สีขาว เมล็ดจํานวนมาก สีดํา ผนังหนาและแข็ง	ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
885	ห้วยก้างปลา	เดือย	Job’s tear, Adlay		Coix lacryma-jobi L	พบปลูกได้ทั่วไป แต่มีมากในภาคเหนือ พบในไร่และสวน ปลูกได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนชื้น ได้รับแสงแดดเต็มวัน	ไม้ล้มลุกตระกูลข้าว อายุปีเดียว ลำต้นเป็นปล้องและกลวง แตกกิ่งเล็กน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาสาก ก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น มีหูใบสั้น สีเขียว ช่อดอกเชิงลดรวม มีกาบหุ้ม ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างดอกกัน ผลกลุ่ม ผลย่อยรูปทรงกลมสีเขียว เมื่อแก่มีสีดำ เปลือกภายนอกแข็ง		พืชอาหาร
886	ห้วยก้างปลา	กะเพรา, กะเพราแดง	Holy basil, Sacred basil, Thai basil		Ocimum tenuiflorum L.	พบกระจายทั่วไป ชอบแดดจัด ดินร่วน ไม่ชอบน้ำขังและไม่ต้องการน้ำมาก การเด็ดดอกทิ้งช่วยรักษาต้นกะเพราให้มีอายุยาวนานขึ้น	"ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและใบมีขนและมีกลิ่นหอม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักห่าง ผิวใบเรียบ ช่อดอกตั้งขึ้นเป็นชั้นๆ รูปฉัตร ดอกย่อยสีชมพูแกมม่วง กลีบเลี้ยงรูประฆัง ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมีกลีบเดียวกลม ส่วนล่างมี 4 แฉก กลีบดอกด้านบนมี 4 กลีบ ด้านล่างมี 1 กลีบ ปลายกลีบม้วนพับลง ผลแห้ง เมล็ดสีดำอยู่ภายในหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กระเพราสีแหล้ (สีม่วงแดง) และกระเพราสีขาว (สีเขียว)"	ใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
887	ห้วยก้างปลา	ว่านพญาวานร ฮว่านง็อก ว่านง็อก	Haonn goc		Pseuderanthemum latifolium B. Hansen	พบขึ้นในป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง	ไม้พุ่ม ขนาดเล็ก สูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม ใบอ่อนปลายแหลม ส่วนล่างของใบหยาบสีเขียวเข้ม ด้านบนสีเขียวอ่อน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ดอกเป็นช่อสีชมพู น้ำเงินม่วงหรือเกือบดำ เปลือกต้นผิวเรียบ สีเขียว		พืชอาหาร
888	ห้วยก้างปลา	ผักชี	Coriander		Coriandrum sativum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชล้มลุก มีความสูงประมาณ 30 ซม. มีลำต้นกลมๆ มีสีเขียว ลำต้นจะถูกห่อหุ้มไปด้วย ก้านใบโดยรอบๆ มีใบกลมเล็กๆ และมีก้านใบรองรับ ใบจะมีรอยหยักรอบนอก มีสีเขียวสด ดอกจะมีสีขาวออกเป็นช่อ ผลอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อผลแก่สีน้ำตาล มีกลิ่นหอม ต้นมีลักษณะกลมๆ ห่อหุ้มด้วยก้านใบโดยรอบ ต้นของผักชีจะมีสีเขียว และมีกลิ่นหอม ใบผักชีเป็นใบกลมเล็กๆ มีรอยหยักรอบนอก มีสีเขียวสด มีเส้นขนานกับก้านใบ รากผักชี ระบบรากแก้ว รากมีลักษณะยาวกลมสีน้ำตาล	นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
889	ห้วยก้างปลา	แมงลัก	American basil, hoary basil		Ocimum americanum L.	พบกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ชอบที่ราบโล่งแจ้ง ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน	"ไม้ล้มลุก ลำต้นตรง โคนต้นแข็ง สูงประมาณ 40-65 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีขาวและสีม่วง ใบสีเขียวอ่อน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปไข่ ปลายใบแหลมหรือเรียวยาว โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมีขนนุ่มปกคลุม ออกดอกเป็นช่อฉัตรที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว เมล็ดรูปรีขนาดเล็กสีดำ เมื่อละลายน้ำจะพองตัว เป็นพืชที่มีขนนุ่มปกคลุมทั้งต้น และมีกลิ่นหอมฉุน 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กอมก้อส้มสีแหล้ ลำต้นสีม่วง และกอมก้อแคสีขาว ลำต้นสีขาว รสชาติเฝื่อนและมีกลิ่นฉุนกว่า มีกลิ่นเฉพาะที่แตกต่างกัน ชาวบ้านนิยมรับประทานทั้ง 2 ชนิด"	ใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
890	ห้วยก้างปลา	ส้มโอ	Pomelo, Shaddock	สื่อพู่	Citrus maxima (Burm.) Merr.	ชอบขึ้นในที่โล่ง ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	ไม้ยืนต้นวงศ์เดียวกับส้มและมะนาว ตามกิ่งมีหนามกระจายอยู่ห่างๆ ใบเดี่ยวเวียนสลับ แผ่นใบแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงบนจะมีขนาดใหญ่กว่าช่วงล่างมาก ดอกเดี่ยวออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ สีขาวหรือสีเขียวอมเหลือง ผลรูปร่างกลมโต ตามผิวของผลมีต่อมน้ำมันกลิ่นหอมกระจายอยู่ทั่วไป เนื้อในแบ่งเป็นกลีบๆ สีสันแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์	ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
891	ห้วยก้างปลา	มะเกลือ มักเกลือ มะเกือ	Ebony Tree	อาแผะ	Diospyros mollis Griff.	พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้งทั่วไป ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 5 - 500 เมตร	ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10 - 30 เมตร ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลมกิ่งอ่อนมีขนนุ่ม เปลือกนอก สีดำแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ เปลือกในเหลืองอ่อนกระพี้ขาวและจะเปลี่ยนเป็นสีค่อนข้างดำถ้าตัดทิ้งไว้แก่นสีดำสนิท ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 1.5 - 4 เซนติเมตร ยาว 4 - 8 เซนติเมตรใบแห้งสีดำ ดอกเล็กสีขาวหรือขาวอมเหลืองออกรวมกันเป็นช่อสั้น ๆ ตามง่ามใบ กลมเกลี้ยง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร ผลแก่จัดแห้งเปลือกเปราะและออกสีดำ กลีบจุกผลมี 4 กลีบ เมล็ดถ้าผ่าตามขวางจะเห็นว่าระหว่าง เปลือกนอกกันเนื้อขาว ๆ ของเมล็ดนั้นเรียบก้านผลยาวประมาณ 2 - 5 มิลลิเมตร	ผลสุกสีดำกินเป็นผลไม้รสหวาน	พืชอาหาร
892	ห้วยก้างปลา	ปิ้งตาไก่ ปิ้งแดงดง	Glory bower	ห้าเดะเน้	Clerodendrum japonicum (Thunb.) Sweet	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย บนพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน	ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย กิ่งและต้นเปราะ เป็นสันสี่เหลี่ยม สีดำอมน้ำตาล ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-35 ซม. ยาว 4-38 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวเข้ม ดอกช่อแยกแขนงขนาดใหญ่ ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านช่อดอกย่อยสีแดง กลีบดอกสีแดง 5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีแดง เกสรเพศผู้สีชมพูปนขาวขนาดยาว 5 อัน	ใบและต้นต้มน้ำอาบสำหรับผู้หญิงคลอดลูกใหม่	พืชสมุนไพร
893	ห้วยก้างปลา	ไผ่รวก		มะเก่อเห่อ	Thyrsostachys siamensis Gamble	ชอบขึ้นในที่แล้ง หรือที่สูงบนภูเขา ชอบอากาศร้อน น้ำไม่ขัง ดินระบายน้ำดี	ไพืชล้มลุกอายุหลายปี เป็นไม้พุ่มแตกกอ ลำต้นตั้งตรง กลม เป็นทรงกระบอกกลวง ขนาด 2-5 ซม. ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมเทา ไม่มีหนาม มีเนื้อแข็ง เห็นข้อและปล้องชัดเจน แต่ละปล้องยาว 15-30 ซม. มีเหง้าใต้ดินสั้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ 2 แถว รูปหอก กว้าง 0.6-1.2 ซม. ยาว 8-14 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบคม ผิวใบด้านบนเรียบ สีเขียวอ่อน ใบแก่สีเหลืองอ่อน มีเส้นลายใบ ข้างละ3-5 เส้น มีกาบหุ้มลำต้นบางแนบชิดลำต้น ไม่หลุดร่วง ยอดกาบบางเรียวสอบไปหาปลาย ไม่มีติ่ง กาบตอนปลายตรงที่ต่อกับใบจะมีลิ้นใบ	ลำนำไปทำรั้ว ราวตากผ้า	พืชใช้สอยอื่นๆ
894	ห้วยก้างปลา	มะนาว	Common lime, Lime	ฉี่ลือแนะ	Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle	พบปลูกทั่วไป ขึ้นได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	มะนาวเป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวสดแข็งและหนา เนื้อใบมีจุดน้ำมันกระจาย ก้านใบมีครีบเล็กๆ ดอกเดี่ยวหรือช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง มี 4 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก กลิ่นหอม ร่วงง่าย ผลเป็นผลสด กลมเกลี้ยงและผิวมัน เนื้อผลฉ่ำน้ำ มะนาวที่ชาวบ้านใช้มีผลรูปร่าง 2 แบบ คือ ผลรูปทรงกลม เรียกว่า มะนาว ส่วนผลรูปรีหรือรูปไข่ เรียก มะนาวเมือง	ผลนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
895	ห้วยก้างปลา	หนวดปลาหมึก	Umbrella Tree, Octopus tree	หลู่มะ	Schefflera actinophylla (Eudl.) Harms	หนวดปลาหมึกมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศปาปัวนิวกินี ควีนแลนด์ และอินโดนีเซีย เป็นพืชที่ไม่ชอบแสงแดดโดยตรงจะต้องการเพียงปานกลาง ระดับอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 24-27 องศาเซลเซียส ต้องการน้ำ และความชื้นปานกลาง	ไม้ประดับทรงพุ่ม สูงประมาณ 2-3 เมตร มีทั้งชนิดใบเล็กและใบใหญ่ แต่ลักษณะใบจะแตกออกมาจากกิ่งเดียวเหมือนกัน มีประมาณ 7-15 ใบ จะแผ่กางออกมาจากกิ่งคล้ายฝ่ามือ ยาวประมาณ 10-15 ซม. สีเขียวสดเป็นมัน ลักษณะของดอกดูคล้ายหนวดปลาหมึก สีแดง	ใช้ผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นช่วยประสานกระดูกเวลากระดูกแตก	พืชสมุนไพร
896	ห้วยก้างปลา	สลอดเถา มะหลอด		อาหล่อ	Elaeagnus latifolia L.	พบตามชายป่าที่ชื้น ป่าเบญจพรรณ และชอบขึ้นอยู่ตามเนินเขาทั่วไปในที่โล่ง ที่ระดับ 200-1,600 เมตร	"ไม้เถาเนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งมีเกล็ดสีเทาหรือสีเงินละเอียดทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมหอก กว้าง 3.5-4.5 ซม. ยาว 6-12 ซม. โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ ท้องใบสีเขียวอมน้ำเงิน เกลี้ยง หลังใบมีเกล็ดเล็กสีเงิน ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ผลรูปรี ยาว 1-2 ซม. สีแดงหรือแดงปนส้ม
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลขนาดเล็ก มีรสหวาน และผลขนาดใหญ่ มีรสออกเปรี้ยว"	ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
897	ห้วยก้างปลา	หนามไข่ปู ไข่ปูใหญ่		แหล่โอ	Rubus alceifolius Poir.	จากจีน ญี่ปุ่น จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบทุกภาค ตามป่าดิบเขาบริเวณโล่งแจ้ง ที่ระดับความสูง 300-1,600 เมตร	ไม้พุ่มรอเลื้อย ทอดยาวได้ถึง 6-8 เมตร มีขนยาวสีน้ำตาลอ่อนและหนามแหลมปกคลุมทุกส่วน ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 6-15 เซนติเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร แผ่นใบหนา โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบจักถี่และหยักเว้า 5-7 แฉก ดอกสีขาวออกเป็นช่อที่ซอกใบ ช่อดอกยาว 15-18 เซนติเมตร กลีบรองดอก 5 กลีบ รูปขอบขนานปลายแหลม กลีบดอก 5 กลีบ หลุดร่วงง่าย รูปไข่กลับ ขนาด 0.5-1 เซนติเมตร ขอบกลีบย่น เกสรผู้และเกสรเมียจำนวนมาก ผลเป็นผลสดชนิดผลรวม สีแดง ทรงกลม ขนาด 1-2 เซนติเมตร	ผลสุกสีดำกินเป็นผลไม้รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน	พืชอาหาร
898	ห้วยก้างปลา	ผักกูด	Paco	ดาแยะ	Diplazium esculentum (Retz.) Sw.	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือตามลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่าน มีแสงแดดรำไร ปลูกได้ตามชายคลอง และห้วยหนอง	พืชไม่มีดอกจำพวกเฟิร์นที่มีต้นขนาดใหญ มีเหงาทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเปนใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยอยบาง โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ยอดใบอ่อนม้วนงอ ใต้ใบมีอับสปอร์สีน้ำตาลเรียงตามแนวเส้นใบ	ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
899	ห้วยก้างปลา	ชะพลู			Piper sarmentosum Roxb.	พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง	ไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่น ใบสีเขียวเข้มเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด ต้นและใบมีกลิ่นเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดเล็กน้อย	ใบหั่นซอยเป็นส่วนผสมในการทำอาหาร (แอ๊บปลา)	พืชอาหาร
900	ห้วยก้างปลา	หม่อน	White mulberry, Mulberry	อาฉี่นากือ	Morus alba L.	มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน	ต้น ไม้พุ่ม ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ขอบเรียบหรือหยักเว้าเป็นพู ขึ้นกับชนิดพันธุ์ กว้าง 8-14 ซม. ยาว 12-16 ซม. ผิวใบสากคาย ดอก ช่อ รูปทรงกระบอกออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน กลีบรวมสีขาวหม่นหรือสีขาวแกมเขียว ผล ผลรวม รูปทรงกระบอก เมื่อสุกสีม่วงแดง	ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
901	ห้วยก้างปลา	แตงสา สุคนธรส เสาวรสยักษ์	Giant Granadilla	ชิกาปู้ใหญ่	Passiflora quadrangularis L.		ไม้เถาเลื้อย ใบเดี่ยว ขอบใบหยักลึก ออกดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ กาบดอกหุ้มสีเขียว กลีบชั้นนอกเป็นรูปกระบอก ปลายแฉกด้านหลังมีสีเขียวแก่ ด้านในมีสีม่วงอ่อน และดอกมีกลิ่นหอมแรงจัดมาก	ผลอ่อนนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
902	ห้วยก้างปลา	กล้วยหอม		งาแบงาออ	Musa × paradisiaca L.	นิยมปลูกทั่วไป	รากกล้วยหอมทอง เป็นแบบ adventitious root ที่แตกออกจากหน่อ ซึ่งหน่อจะแตกออกจากเหง้า รากมีความยาวได้มากกว่า 5 เมตร แทงลึกลงดินได้ถึง 5-7.5 เมตร กล้วยหอมทองมีลำต้นจริงที่เป็นหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน มีลำต้นเทียมที่อยู่เหนือดินสูงประมาณ 2.5-3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 20 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียว และมีแถบประสีดำ ด้านในสีเขียวอ่อน และมีเส้นลายสีชมพู ใบกล้วยหอมทองเป็นใบเดี่ยว เป็นแบบขนาน มีก้านใบที่มีร่องค่อนข้างกว้าง และมีปีก เส้นกลางใบมีสีเขียว ใบยาวได้มากถึง 3 เมตร ดอก หรือ ปลี จะแทงออกจากหยวกตรงกลางปลายยอด เมื่อแทงออกช่วงแรกจะตั้งตรง และค่อยๆโค้งงอลงด้านล่าง ก้านเครือมีขนอ่อนปกคลุม ปลีมีรูปไข่ ค่อนข้างแหลมยาว และมีปลายแหลม มีกาบหุ้มด้านนอกสีแดงอมม่วง ด้านในสีแดงซีด ปลีกล้วยหอมทองมีความยาวประมาณ 1-1.5 เมตร กล้วยหอมทองเครือหนึ่งมีประมาณ 6 –10 หวี แต่ละหวีมี 10 – 16 ผล หรือมากกว่าหากดินมีความสมบูรณ์ ผลกว้าง 3 – 4 เซนติเมตร และยาว 21 – 25 เซนติเมตร ปลายผลมีจุก เปลือกบางแต่หนากว่ากล้วยไข่ ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองทอง แต่จุกที่ปลายผลยังเป็นสีเขียว แล้วค่อยเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองเมื่อสุกมาก เนื้อสีเหลืองเข้ม มีรสหวาน และมีกลิ่นหอมแรง	ผลสุกรัประทาน	พืชอาหาร
903	ห้วยก้างปลา	ใบเตย	Pandan		Pandanus amaryllifolius Roxb.	ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ แสงแดดปานกลาง-แดดจัด	ไม้พุ่มขนาดเล็ก มีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ผิวดิน ออกรากตามข้อของลำต้นส่วนล่าง ใบเดี่ยว เรียงสลับวนเป็นเกลียวขึ้นตามความสูงของลำต้น ใบเรียวยาวเป็นรูปแถบหรือขอบขนานแคบ ปลายแหลม สีเขียวสด เอียงแนบไปกับลำต้น ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบเป็นมัน ด้านล่างมีสีจางกว่าด้านบน เส้นกลางใบเว้าลึกเป็นแอ่ง	นำไปชงดื่มเป็นชามีกลิ่นหอมและนำไปทำขนม	พืชอาหาร
904	ห้วยก้างปลา	ผักแปม		หยู้โด๊ะ	Eleutherococcus trifoliatus (L.) S.Y.Hu	พบมากในภาคเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	ผักแปมเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล กิ่งก้านสีเขียว มีหนามกระจายอยู่ทุกส่วนของลำต้น ใบประกอบแบบนิ้วมือมี 5 ใบย่อย ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีและรูปไข่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ปลายและโคนใบแหลม มีกลิ่นเฉพาะ ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม สีเขียวอมเหลือง ผลรูปทรงกลม	ยอดรสขมนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
905	ห้วยก้างปลา	มะยม	star gooseberry		Phyllanthus acidus (L.) Skeels	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ปลูกเป็นไม้ผลหรือไม้มงคลทั่วไปในเขตร้อน	ไม้ต้น สูงได้ถึง 10 ม. ใบรูปไข่หรือแกมรูปขอบขนาน ยาว 2.5-10 ซม. ปลายมีติ่งแหลม โคนมน ช่อดอกมีดอกเพศผู้ออกเป็นกระจุก 2-6 ดอกมักออกที่โคนช่อตามซอกใบหรือตามกิ่ง ช่อดอกเพศเมียส่วนมากออกตามกิ่ง ก้านดอกยาว 0.5-3 มม. ขยายในผลยาว 2-5 มม. กลีบเลี้ยงสีแดง รูปไข่ ยาว 1-2 มม. ดอกเพศผู้มี 4 กลีบ แคบกว่าในดอกเพศเมียเล็กน้อย จานฐานดอกเป็นต่อม 4 ต่อม ดอกเพศเมียมี 4-6 กลีบ จานฐานดอกเป็นต่อม 4-6 ต่อม เกสรเพศผู้ 4 อัน แยกกัน ยาวประมาณ 5 มม. บางครั้งมี 1-2 อันในดอกเพศเมีย ลดรูป รังไข่จัก 6-8 พู ก้านเกสรเพศเมีย 3-4 อัน ยาว 1-6 มม. ผลจัก 6-8 พู เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.7 ซม. เมล็ดกลมแกมรูปสามเหลี่ยมมน ยาว 5-8 มม.	ผลรับประทาน ยอดอ่อนเครื่องเคียงกับลาบ	พืชอาหาร
906	ห้วยก้างปลา	ผักแพวแดง		เมียงเมียวนิ	Iresine herbstii Hook.		ต้น ไม้ล้มลุก สูง 50 ซม. ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปโล่แกมรูปไข่ รูปวงรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ปลายเว้า สีแดง และมีแถบขวางสีชมพู ดอก ช่อ ออกที่ปลายก่ิง สีขาวแกมเหลือง มีท้งดอกสมบูรณ์และแยกเพศ ผล แห้ง ไม่แตก	นำไปผสมกับฮ่อมทำสีย้อมผ้าให้สีดำ	พืชอาหาร
907	ห้วยก้างปลา	คราม	Nees, Assam Indigo	เมียว	Strobilanthes cusia (Nees) Kuntze	เจริญเติบโตได้ดีในป่าชื้น พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบขึ้นบริเวณชื้นใกล้ลำธาร หรือแหล่งน้ำที่มีอากาศเย็น ต้องการร่มเงามาก ไม่ชอบแสงแดดจัด	ฮ่อมเป็นไม้ล้มลุก มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูง 0.5-1 เมตร ลำต้นและเหง้ากลมเป็นรูปทรงกระบอก บริเวณข้อโป่งพอง แตกกิ่งตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน รูปวงรี ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบหยักฟันเลื่อยละเอียด เนื้อใบสีเขียวเข้มมัน ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกรูปทรงคล้ายระฆัง กลีบดอกสีม่วงเชื่อมกันเป็นหลอดโค้งงอเล็กน้อย ผลแห้งแตกได้ เมล็ดแบน สีน้ำตาล	นำไปผสมกับผักแพรวแดงทำสีย้อมผ้าให้สีดำ ใช้ใบผสมข้าวสารและเกลือตำประคบหัว ช่วยลดไข้	พืชสีย้อมธรรมชาติ
908	ห้วยก้างปลา	มะเขือเปราะ	Cockroach berry, Yellow berried nightshade	มะเหอ	Solanum virginianum L.	มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย พบได้ทั่วไป	"ไม้ล้มลุก สูง 20-100 เซนติเมตร ล่าต้นแตกกิ่งแขนงตั้งแต่ระดับต่่า ใบเดี่ยวสลับกันบนกิ่ง มีก้านใบ
 ทรงกลม แผ่นใบเรียบ มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ขอบใบเว้า โค้งเป็นลูกคลื่น และงุ้มเข้าหากลางใบ ดอกเดี่ยว
 หรือเป็นช่อออกบริเวณซอกใบ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก สีเขียว หุ้มห่อฐานดอกไว้กลีบดอก 5 กลีบ โคน
 กลีบ และกลางกลีบเชื่อมติดกัน ปลายกลีบแยกเป็นแฉก 5 แฉก แหลมตรงกลางกลีบ แผ่นกลีบดอกไม่เรียบ มี
 สีขาว มีขน เกสรเพศผู้5 อัน ทรงกระบอก สีเหลือง เกสรเพศเมีย มีก้านเกสร 1 อัน สีเหลืองอมส้ม แทงยื่น
 ยาวกว่าเกสรตัวผู้ ผลเดี่ยวหรือเป็นช่อ ทรงกลมหรือเป็นรูปไข่ เปลือกผลหนา เรียบ และเป็นมัน มีหลายสี
 ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ อาทิ สีขาว สีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม และมีลายปะสีขาว เป็นต้น เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสี
 เหลืองในทุกพันธุ์ เมล็ดแทรกตัวในเนื้อผล"	ผลนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
909	ห้วยก้างปลา	ว่านหอมแดง ว่านไก่แดง ว่านข้าว ว่านหมาก ว่านเพลาะ		ยาอุเนะ	Eleutherine bulbosa (Mill.) Urb.	เกิดตามป่าดิบราบต่ำ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือนและใช้เป็นยา	ต้น ไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดินคล้ายหัวหม รูปรียาว ใบเกล็ดที่หุ้มหัวใต้ดินสีม่วงแดง ใบ เดี่ยว ออกเป้นกระจุก 3-4 ใบ รูปดาบ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 20-40 ซม. เส้นใบขนานจีบตามยาวคล้ายพัด ดอก ช่อ แทงจากลำต้นใต้ดิน กลีบดอกสีขาว ผล แห้ง แตกได้	หัวใต้ดินย้อมสีเปลือกไข่ เทศกาลปีใหม่ให้สีแดง	พืชสีย้อมธรรมชาติ
910	ห้วยก้างปลา	พริก	Chili, Chilli Pepper	ส่าพี้	Capsicum annuum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชที่มีอายุได้หลายฤดู ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 1-1.25 ฟุต ใบแบนเรียบเป็นมัน ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็ก กลีบดอกจะมีสีขาว หรือสีม่วง เกสรตัวผู้ 1-10 อัน เกสรตัวเมีย 1-2 อัน ผลหลายขนาด ผลขนาดเล็กยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ลูกอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อแก่เป็นสีแดง การปลูกพริกชอบดินร่วนซุย และอากาศร้อน	ผลนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
911	ห้วยก้างปลา	บานไม่รู้โรย	Globe amaranth, Bachelor's button	ล่อหลู้	Gomphrena globosa L.	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน เป็นไม้ประดับหรือขึ้นเป็นวัชพืช	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 50 ซม. ลำต้นเป็นเหลี่ยม กิ่งอ่อนมีขนยาว ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 3-7 ซม. โคนเรียวสอบ แผ่นใบมีขนทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-2.5 ซม. สีขาว ชมพู หรือม่วง ส่วนมากออกที่ยอด 1-3 ช่อ วงใบประดับยาว 0.5-2 ซม. ใบประดับยาวประมาณ 3 มม. ใบประดับย่อยยาว 0.7-1.2 ซม. ด้านบนจักฟันเลื่อยเป็นสันจากโคนจรดปลาย ดอกสีเขียวอมเหลือง กลีบเรียวแคบ ยาว 5-8 มม. ติดทน เกสรเพศผู้เชื่อมติดกัน 4-8 มม. ก้านเกสรเพศเมียสั้นกว่าหลอดเกสรเพศผู้ ผลรูปไข่ ยาวประมาณ 2 มม. มีใบประดับและกลีบรวมหุ้ม เมล็ดกลมรูปก้นหอย	ดอกปลูกประดับ	พืชใช้สอยอื่นๆ
912	ห้วยก้างปลา	โหระพา	Sweet Basil, Thai Basil	ดะกู่ลู่เมี๊ยะ	Ocimum basilicum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชล้มลุก ลำต้นมีขนาดเล็ก มีลักษณะหรือลักษณะพิเศษของโหระพาดังนี้ เป็นพืชที่มีอายุได้หลายฤดู มีลักษณะลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมและเป็นพุ่ม ลำต้นจะแตกแขนงได้มากมาย กิ่งก้านมีสีม่วงแดง มีขนอ่อนๆ ที่ผิวลำต้น ใบมีรูปร่างแบบรูปไข่ปกติจะยาวไม่เกิน ๒ นิ้ว ใบจะเรียงตัวแบบตรงกันข้ามกัน ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย ใบมีสีเขียวอมม่วงและมีก้านใบยาว ดอกโหระพา ดอกมีขนาดเล็กสีขาวหรือม่วงจะออกเป็นช่อคล้ายฉัตรที่ยอด ดอกมีทั้งสีม่วง แดงอ่อน และสีขาว ในแต่ละดอกจะมีเกสรตัวผู้ ๔ อัน รังไข่แต่ละอันจะมีสีม่วง เมล็ดมีสีดำมีกลิ่นหอมทั้งต้น	ใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
913	ห้วยก้างปลา	ผักกาดขม ผักกาดขมเบตง ฟูหมัก หมั๊กฉ่อย		โอข่าโอฮะ			ลำต้นสูง 30-80 ซม. ใบรูปทรงแหลม มีรอยหยัก ยาว 8-20 ซม. กว้าง 2-5 ซม. เมื่อต้นเริ่มโตใบจะเริ่มมีริ้วๆ หยักๆ คล้ายใบผักสลัด มีรสชาตขม ลำต้นจะค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ ดอกเดี่ยว เมื่อดอกแก่จะแตกออกและปลิวไปตามลม เมล็ดสีดำ	ใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
914	ห้วยก้างปลา	กะเพรา, กะเพราเขียว	Holy basil, Sacred basil, Thai basil		Ocimum tenuiflorum L.	พบกระจายทั่วไป ชอบแดดจัด ดินร่วน ไม่ชอบน้ำขังและไม่ต้องการน้ำมาก การเด็ดดอกทิ้งช่วยรักษาต้นกะเพราให้มีอายุยาวนานขึ้น	"ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและใบมีขนและมีกลิ่นหอม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักห่าง ผิวใบเรียบ ช่อดอกตั้งขึ้นเป็นชั้นๆ รูปฉัตร ดอกย่อยสีชมพูแกมม่วง กลีบเลี้ยงรูประฆัง ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมีกลีบเดียวกลม ส่วนล่างมี 4 แฉก กลีบดอกด้านบนมี 4 กลีบ ด้านล่างมี 1 กลีบ ปลายกลีบม้วนพับลง ผลแห้ง เมล็ดสีดำอยู่ภายในหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กระเพราสีแหล้ (สีม่วงแดง) และกระเพราสีขาว (สีเขียว)"	ใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
915	ห้วยก้างปลา	โกศจุฬาลัมพา	Duck foot vegetable, White mugwort	เบี่ยฉ่องช่อมะ	Artemisia lactiflora Wall. ex DC.		"ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 0.5 – 1 ฟุต ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีขอบเป็นแฉกๆ 5 แฉกสีเขียว แผ่นใบ หยักเว้าเป็นพู มีรูปร่างหลากหลาย เนื้อใบหนา ดอกออกเป็นช่อแตกแขนง ที่ปลายยอด มีช่อกระจุกย่อยสีขาว
 จ านวนมาก ผลมีขนาดเล็กมาก รากหรือเหง้าใหญ่จะกระจายเป็นวงกว้าง แตกกิ่งก้านหนาแน่นเป็นกอคล้ายๆ มีกลิ่นหอม รสชาติขมเล็กน้อย"	ใบและก้านใบ นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
916	ห้วยก้างปลา	ถั่วเหลือง	Soybean	มือเปี๊ยะ	Glycine max (L.) Merr.	ถั่วเหลืองมีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ที่ติดต่อกับแมนจูเรีย ชาวจีนคุ้นเคยในการเพาะปลูก และใช้ประโยชน์จากถั่วเหลืองมาเป็นเวลากว่า ๕,๐๐๐ ปี ต่อจากนั้นก็ได้ขยายออกไปสู่ประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลี และญี่ปุ่น และแพร่หลายไปถึงทวีปยุโรป และอเมริกา เมื่อประมาณร้อยกว่าปี ปัจจุบันประเทศที่ปลูกถั่วเหลืองมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา รองลงมาได้แก่ บราซิล จีน และอาร์เจนตินา ตามลำดับ ประเทศเหล่านี้อยู่ในเขตอบอุ่น มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็น เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต และให้ผลิตผลต่อไร่สูง	"พืชล้มลุก ราก ถั่วเหลืองมีระบบรากแก้ว (tap root system) ถ้าดินร่วน รากแก้ว อาจหยั่งลึกถึง 0.50-1.00 เมตร ก็ได้ แต่ถ้าผิวดินตื้นจะสังเกตเห็นรากแก้วไม่ชัดเจน และทำให้มีรากแขนง (lateral root) มากขึ้น โดยทั่ว ๆ ไประบบรากจะอยู่ในความลึกเพียง 30-45ซม. จากระดับผิวดินเท่านั้น ตามรากจะพบปม (nodule) ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียพวก Rhizobium japonicum เข้าไปอาศัยอยู่ แบคทีเรียจะได้รับคาร์โบไฮเดรตจากต้นถั่วเหลือง และถั่วเหลืองก็จะได้ไนโตรเจนในรูปไนเตรตที่แบคทีเรียตรึงได้จากอากาศไปใช้ประโยชน์ต่อไป การอยู่อาศัยของแบคทีเรียที่รากเรียกว่าเป็นแบบชีวสัมพันธ์ (symbiosis) หรือพึ่งพาอาศัยกัน ลำต้น ถั่วเหลืองที่ปลูกกันเป็นการค้า ส่วนมากมีลำต้นตรงเป็นพุ่มตรง มีการแตกแขนงค่อนข้างมาก สูงประมาณ 30-150 ซม. ความสูงขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความชื้นและฤดูปลูก ถั่วเหลืองส่วนมากมีขนสีน้ำตาลหรือสีเทา ปกคลุมอยู่ทั่วไป เช่น ตามลำต้น ก้านใบ ใบ กลีบเลี้ยง ผล ยกเว้นที่ใบเลี้ยงเท่านั้นที่ไม่มีขน ระหว่างมุมของใบเลี้ยงหรือใบจริงจะพบตา (bud) ซึ่งจะเจริญเป็นกิ่ง ดอก หรืออยู่ในระยะพักตัว (dormant) ก็ได้ ถ้าถั่วเหลืองกำลังเจริญเติบโต ตานี้มักจะเกิดเป็นกิ่ง แต่ถ้าใช้ระยะปลูกแคบ ตาจะพักตัว ถ้าใช้ระยะปลูกกว้างก็อาจมีกิ่ง 5-6 กิ่ง/ต้น ส่วนใหญ่ตาที่มุมใบเลี้ยงไม่เจริญ นอกจากลำต้นที่อยู่เหนือใบเลี้ยงได้รับอันตราย เช่น ถูกแมลงกัด ตาที่มุมใบเลี้ยงจึงจะแตกออกเป็นลำต้นใหม่ ใบ ใบเกิดแบบสลับ (alternate) บนลำต้น ยกเว้นใบเลี้ยง (cotyledon) และใบจริงคู่แรก (primary leaf) ของต้นอ่อนเท่านั้นที่เกิดตรงข้ามกัน ใบจริงคู่แรกเป็นใบเดี่ยว (simple leaf) แต่ใบที่เกิดต่อ ๆ มาเป็นใบรวม (compound leaves) ใบมีขนาดรูปร่างต่าง ๆ กัน มักเป็นแบบ pinnately trifoliate คือ มีใบย่อย 3 ใบ มีก้านใบรวม (petiole ยาว 5-10 ซม.) ก้านของใบย่อย (petiolule) ของใบกลางยาวกว่าก้านของใบย่อยอีก 2 ใบ ตรงโคนก้านใบทุกชนิดมีข้ออ่อนเรียก pulvinus ใบมีรูปร่างหลายแบบเช่นรูปไข่ (ovate) จนถึงเรียวยาว (lanceolate) ใบมีขนสีเทาหรือสีน้ำตาลปกคลุมอยู่ทั่วไป ที่โคนของใบย่อยมีหูใบย่อย (stipel) และที่โคนก้านใบจะมีหูใบ (stipule) พันธุ์ส่วนมากใบจะร่วงเมื่อผลเริ่มแก่ เมื่อผลแก่เต็มที่ใบจะร่วงหมด มีบางพันธุ์เท่านั้นที่ไม่สลัดใบเมื่อผลแก่เต็มที่
 ดอก ถั่วเหลืองมีดอกเป็นช่อ (inflorescence) มีช่อดอกแบบ raceme ดอกมีสีขาวหรือสีม่วง สีขาวเป็นลักษณะด้อย (recessive) เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 3-8 มม. ดอกเกิดตามมุมของก้านใบหรือที่ยอดของลำต้นดังได้กล่าวมาแล้ว ช่อดอกหนึ่ง ๆ มีดอกตั้งแต่ 3-15 ดอก ช่อดอกที่เกิดบนยอดของลำต้น มักจะมีจำนวนดอกในช่อมากกว่าช่อดอกที่เกิดตามมุมใบ ฝัก ฝักเกิดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-10 ฝัก มีขนสีเทาหรือสีน้ำตาล ปกคลุมอยู่ทั่วไป ฝักมีความยาว 2-7 ซม. แต่ละฝักมีเมล็ด 1-5 เมล็ด แต่ส่วนใหญ่มี 2-3 เมล็ด เมื่อสุกฝักจะมีสีน้ำตาล ฝักอาจแตกซึ่งทำให้เมล็ดร่วง
 เมล็ด เมล็ดมีขนาดและรูปร่างต่าง ๆ กัน เมล็ดขนาดเล็กจำนวน 100 เมล็ดหนักราว 2 กรัม ขนาดใหญ่ 100 เมล็ดหนักกว่า 40 กรัม โดยทั่วไปหนัก 12-20 กรัม รูปร่างมีตั้งแต่กลมรีจนถึงยาว อาจมีสีเหลือง เขียว น้ำตาล และดำก็ได้"	เมล็ดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
917	ห้วยก้างปลา	ขิง	Ginger	ชอจึก	Zingiber officinale Roscoe	พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง	ขิงเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะ ลำต้นเทียมแทงขึ้นเป็นกอ มีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับถี่ รูปหอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 12-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ช่อดอกรูปกระบองโบราณ แทงขึ้นจากเหง้า ดอกย่อยสีขาว ทุกๆ ดอกมีกาบสีเขียวปนแดงรูปโค้งห่อรองรับ กลีบดอกและกลีบเลี้ยง มีอย่างละ 3 กลีบ หลุดร่วงเร็ว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ปลายกลีบแผ่กว้าง เกสรผู้มี 6 อัน ผลรูปทรงกลม และแข็ง	เหง้าและใบนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
918	ห้วยก้างปลา	ทับทิม พิลา พิลาขาว มะก่องแก้ว มะเก๊าะ	Pomegranate	ฉี่เรียว	Punica granatum L.	ในประเทศไทยพบได้ทั่วไป	ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 1-5 ม. กิ่งมักแตกแขนง และมีหนามบริเวณซอกใบ ใบเดี่ยว รูปใบหอก ออกตรงข้าม กว้าง 0.6-3 ยาว 1-9 ซม. ก้านใบยาว 6 มม. โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม หรือมน ดอก ออกที่ปลายกิ่ง ไม่มีก้าน หรือหากมีก้านสั้นมาก ใบประดับยาว 3 มม. สีเหลืองอ่อน ปลายเรียวแหลม ฐานรองดอกสีแดง มีรังไข่ติดที่ระดับ 1 ซม. ขึ้นมา กลีบเลี้ยงปลายแยกเป็นแฉก รูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม ปลายม้วนออก ยาวประมาณ 1.2 ซม. กลีบดอกสีแดงรูปไข่กลับ ยาวประมาณ 2.5 ซม. ปลายมน ก้านชูเกสรยาว 5-10 มม. เรณู สีเหลือง ยาว 1 มม. ก้านชูเกสรเพศเมียยาว 8 มม. ผล รูปร่างค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-15 ซม.	ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
919	ห้วยก้างปลา	จินเจี๊ยะเหมาเยี่ย จักรนารายณ์ แปะตำปึง ผักพันปี		ยาหมู่เนอะ	Gynura divaricata (L.) DC.	ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ทั้งกลางแจ้งและที่มีร่มเงา ชอบดินร่วนชื้น ชอบน้ำ และแสงแดดพอประมาณ	แป๊ะตำปึงเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเลื้อยทอดตามพื้นดิน อวบน้ำทั้งต้น และมียางใส สูง 0.5-0.8 เมตร กิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหอก ขอบใบจักห่าง ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลมหรือสอบแคบ ผิวใบหนามัน เนื้อใบขรุขระ ดอกช่อแยกแขนง ช่อยาว ชูตั้งขึ้น ออกตามซอกใบและปลายยอด ช่อย่อยกระจุกแน่น ใบประดับสีเขียวรูปทรงกระบอกหุ้ม กลีบดอกย่อยขนาดเล็ก สีเหลือง ก้านชูเกสรเพศเมียยาว แยกเป็น 2 แฉก มีลักษณะเป็นฝอยชูทั่วช่อดอกกระจุก ผลแห้ง เมล็ดล่อน	ใบนำมาทำยาประคบบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ	พืชสมุนไพร
920	ห้วยก้างปลา	ผักโหม ผักขมหัด	Green amaranth, Livid amaranth	คือแชอู่ยี	Amaranthus blitum subsp. oleraceus (L.) Costea	ขึ้นได้ทั่วไปตามแหล่งธรรมชาติ เช่น ริมทาง ป่าละเมาะ ป่ารกร้าง สวนผักผลไม้	พืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นเดี่ยวมีทรงพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขา มีลักษณะกลมๆ โคนมีสีแดงอมน้ำตาล มีก้านใบยาว ออกเรียงสลับโดยรอบๆ มีสีเขียว ลำต้นมีหนามหรือไม่มีหนาม ตามสายพันธุ์ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ มีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยม ทรงรียาว โคนใบกว้างใหญ่ ปลายใบเรียวรี ผิวใบบางเรียบหรือมีขน มีก้านใบยาว ใบมีสีเขียวหรือสีแดง ตามสายพันธุ์ มีกลิ่นเหม็นเขียว	ต้นและใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
921	ห้วยก้างปลา	น้ำเต้า	Bottle gourd	อิพู่อาปะ	Lagenaria siceraria (Molina) Standl.	พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย	ไม้เถาล้มลุกอายุปีเดียวหรืออาจข้ามปี เลื้อยตามพื้นดินหรือไต่พันกับต้นไม้อื่น ลำต้นแข็งแรง ลำต้นมีมือสำหรับใช้ยึดเกาะต้นไม้อื่น ๆ ตามเถามีขนยาวสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปห้าเหลี่ยม ขอบใบหยักเว้าเป็นแฉก 5-7 แฉก โคนใบเว้าเข้าถึงเส้นกลางใบ เส้นใบด้านล่างนูนเด่นชัด ใบมีขนตลอดทั้งใบและก้านใบ ก้านใบยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร มีต่อมเทียม 2 ต่อม ซึ่งอยู่ตรงรอยต่อระหว่างก้านใบกับแผ่นใบ ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะอยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกเป็นสีขาว โดยดอกเพศผู้ (รูปที่ 2) ก้านดอกจะยาวประมาณ 5-25 เซนติเมตร มีกลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก ยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ส่วนกลีบดอกเป็นสีขาวมี 5 กลีบไม่ติดกัน ลักษณะเป็นรูปไข่กลับ มีขนาดกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร กลีบดอกมีขน มีลักษณะบางและย่น มีเกสร 3 ก้าน ก้านเกสรไม่ติดกัน อับเรณูเป็นสีขาวอยู่ชิดกัน ส่วนดอกเพศเมีย มีลักษณะทั่วไปคล้ายกับดอกเพศผู้ แต่ต่างกันที่จะมีผลเล็ก ๆ ติดอยู่ที่โคนดอก โดยก้านดอกจะสั้นและแข็งแรง ยาวประมาณ 2-5 เซนติเมตร และก้านจะยาวขึ้นเมื่อรังไข่เจริญเติบโตไปเป็นผล ดอกไม่มีเกสรเพศผู้เทียม มีรังไข่ยาวประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร มีขนสีขาว ท่อรังไข่สั้น ปลายแยกเป็นแฉกหนา ๆ 3 แฉก ผลน้ำเต้ามีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ เช่น ทรงกลม ทรงกลมซ้อน ทรงกลมหัวจุก ทรงยาว ทรงแบน เป็นรูปกระบอง หรือเป็นรูปขวด มีความยาวตั้งแต่ 10-100 เซนติเมตร แต่โดยทั่วไปแล้วผลจะมีลักษณะกลมโต มีขนาดประมาณ 15-20 เซนติเมตร คอดกิ่วบริเวณยอด โคนขั้วคอดคดงอหรือขดเป็นวงผิวผลเกลี้ยง เรียบ และเนียน เปลือกผลแข็งและทนทาน ผลอ่อนเป็นสีเขียว ก้านผลยาว ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก วางตัวแนวรัศมี เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปทรงแบนป้านคล้ายเล็บมือ ส่วนปลายมีติ่งยื่น 2 ข้าง เป็นสีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน และมีแถบสีน้ำตาลเข้มพาดตามยาวของเมล็ด	ผลแก่นำมาเป็นภาชนะใส่น้ำดื่ม	พืชใช้สอยอื่นๆ
922	ห้วยก้างปลา	มะเขือพวง	Pea eggplant, Turkey berry, prickly nightshade	เชี่ยหล่ากอ	Solanum torvum Sw.	ชอบขึ้นในพื้นที่รกร้าง บนไหล่เขาหรือกลางแจ้ง เป็นไม้ที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี	บ่าแคว้งกุลาเป็นไม้พุ่มเตี้ย ลำต้นและกิ่งก้านมีขนนุ่มปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเว้าตื้น มีหนามเล็ก ๆ กระจายทั่วไปตามลำต้นและใบ ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบและปลายกิ่ง สีขาว ผลทรงกลม ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม ภายในมีเมล็ดแบนสีน้ำตาล จำนวนมาก	ผลนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
923	ห้วยก้างปลา	ยุงกวาด ยุงปัด หญ้าขัด	Broom weed		Sida acuta Burm.f.	ชอบขึ้นในป่าฟื้นสภาพและที่โล่งแจ้ง	หญ้าขัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านมีความเหนียวและแข็ง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอก โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย มีหูใบรูปแถบ ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ สีเหลือง ผลแห้งแตกได้ เมล็ดรูปไข่หรือรูปสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม	ต้นนำมาทำไม้กวาด	พืชใช้สอยอื่นๆ
924	ห้วยก้างปลา	บอน เผือก	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro	ดื่มมะ	Colocasia esculenta (L.) Schott	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
 ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา และบอนดำ"	หัวใต้ดินนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
925	ห้วยก้างปลา	ดับยาง		อาฉี่	Solanum erianthum D. Don. ชนิดนี้ ขอบใบเรียบ (จากภาพขอบใบหยัก)			ใบใช้เป็นภาชนะรองถั่วเน่า	พืชใช้สอยอื่นๆ
926	ห้วยก้างปลา	ปะหูด มะพูด จำพูด	Yellow mangosteen	ดมหยื้อ	Garcinia dulcis (Roxb.) Kurz	มีเขตการกระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้น และตามชายห้วยหรือพื้นที่ริมน้ำในป่าเบญจพรรณ	ไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงของต้นประมาณ 7-10 เมตร (บ้างว่ามีความสูงประมาณ 15 เมตร) เรือนยอดเป็นกลมกลมหรือเป็นรูปไข่ เป็นทรงพุ่มแน่นทึบ ลำต้นตั้งตรง และอาจมีร่องรอยของแผลเป็น มีลักษณะเป็นปุ่มปมตะปุ่มตะป่ำ ซึ่งเกิดจากการหลุดร่วงของกิ่งก้านทั่วไป โดยจะแตกกิ่งก้านต่ำเป็นพุ่มโปร่ง ก้านจะแตกออกจากลำต้นค่อนข้างถี่ และเปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม เรียบ และแตกเป็นร่องตื้น ๆ ตามยาวของลำต้น ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอกหรือแกมรูปขอบขนาน โคนใบกว้างมนตัดตรง เว้าเล็กน้อยคล้ายกับรูปหัวใจและค่อย ๆ สอบเรียวเล็กไปที่ปลายใบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 8-12 เซนติเมตรและยาวประมาณ 15-25 เมตร แผ่นใบมักเป็นคลื่นเล็กน้อย เนื้อใบเหนียวและหนาคล้ายแผ่นหนัง หลังใบเรียบลื่นเป็นมัน สีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบมีขนละเอียด แต่บางครั้งก็เกลี้ยง เมื่อแห้งเป็นสีเหลืองอมสีเทา ส่วนก้านใบสั้นย่นขรุขระยาวประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร และมีขนบาง ๆ ขึ้นปกคลุม ออกดอกเป็นช่อ ช่อละประมาณ 3-5 ดอก โดยจะออกดอกตามซอกใบหรือตามแผลใบและตามกิ่งก้าน ดอกเป็นสีขาวอมเหลือง ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน ดอกมีกลีบดอก 5 กลีบซ้อนกันอยู่ ดอกมีลักษณะตูมเป็นรูปทรงกลม ส่วนกลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปทรงกลม หนาและเป็นสีเหลืองอ่อน เมื่อดอกบานเต็มที่จะกว้างประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร บานเป็นรูปถ้วยโถ โดยจะออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมหรือเป็นรูปไข่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-6 เซนติเมตร ผิวผลเรียบและเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลืองสดอมสีส้ม เนื้อในผลเป็นสีเหลือง มีรสเปรี้ยวอมหวาน ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 2-5 เมล็ด ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรี สีน้ำตาล โดยจะติดผลในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน	ผลสุกกินเป็นผลไม้รสชาติอมเปรียวอมหวาน	พืชอาหาร
927	ห้วยก้างปลา			ปายะ				หัวใต้ดินตำประคบแผลตะปูตำเท้า	พืชสมุนไพร
928	ห้วยก้างปลา	โกศจุฬาลัมพาจีน จิงเหี่ย พิษนาศน์	Mugwort	อาข่ายาเด้อ	Artemisia vulgaris L.	พบเป็นวัชพืชอยู่ตามที่โล่งแจ้ง	ไม้ล้มลุก ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบหยักเป็นซี่ 2-3 ซี่ ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง โดยเฉพาะที่ส่วนยอด สีเหลืองอ่อน ผลแห้ง รูปยาวรี ขนาดเล็กมาก สีดำ	เคี้ยวใบแก้ปวดฟัน	พืชสมุนไพร
929	ห้วยก้างปลา	สาบหมา	Crofton weed, Sticky snakeroot	ยาหมู่นะ	Ageratina adenophora (Spreng.) R.M.King & H.Rob.	พบมากในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-600 เมตรขึ้นไป	พืชล้มลุกสูง ๐.๖ - ๑ เมตร ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม ขนาด ๓ - ๕ x ๔ - ๘ เซนติเมตร ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อกลมเกิดที่ปลายยอด ดอกย่อยสีขาว อัดกันแน่นเป็นกระจุกกลม ผลแห้ง ไม่แตกมีขนสีขาวจำนวนมาก	เคี้ยวใบแก้ปวดฟัน	พืชสมุนไพร
930	ห้วยก้างปลา			ดื่อขึ				พืชพิธีกรรม	พืชใช้สอยอื่นๆ
931	ห้วยก้างปลา			รดถ่อ				รากต้มน้ำดื่ม แก้ท้องเสีย	พืชสมุนไพร
932	ห้วยก้างปลา			ยิข่ายิจัง				ใบขยี้ประคบบวมแก้ปวดบวม	พืชสมุนไพร
933	ห้วยก้างปลา	ชงโค เสี้ยวหวาน	Butterfly tree, Orchid tree, Purple bauhinia		Bauhinia purpurea L.	พบในป่าเบญจพรรณ ตามถนนสองข้างทางทั่วไป ปลูกเลี้ยงง่าย เติบโตได้ในดินทั่วไป ที่มีความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน	เสี้ยวส้มดอกม่วงเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นผลัดใบขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แยกเป็น 2 แฉกลึก คล้ายใบติดกันหรือใบแฝด กว้าง 8-16 ซม. ยาว 10-14 ซม. ผิวใบด้านล่างมีเส้นใบนูน ช่อดอกออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง จำนวนดอกย่อย 6-10 ดอก สีชมพูอมม่วงหรือสีม่วงสดคล้ายกล้วยไม้ มีกลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 3 อัน ขนาดไม่เท่ากัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดวัน ผลเป็นฝักแบน รูปขอบขนาน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่จะแห้งและแตก	ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
934	ห้วยก้างปลา			อาคือเหม่หล้า					พืชอาหาร
935	ห้วยก้างปลา	มะกอกป่า กอกกัก		เพะโล่	Spondias bipinnata Airy Shaw & Forman	พบเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไทย ขึ้นตามภูเขาหินปูนที่แห้งแล้งในป่าเบญจพรรณหรือป่าละเมาะผลัดใบ ระดับความสูง 50-300 เมตร ออกดอกเดือน เมษายน - พฤษภาคม ผลเดือน พฤษภาคม - กรกฏาคม	ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 15-25 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมโปร่ง ลำต้นเปลาตรง ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงตรงข้าม ใบย่อยออกเป็นคู่ตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อยมี 3-6 คู่ ใบรูปไข่หรือรูปหอก ขนาด 1-3x1.5-9 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบเบี้ยว ผิวใบด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนนุ่มหรือสาก ขอบใบเรียบ เส้นแขนงใบข้างละ 6-9 เส้น ดอกสีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นช่อแบบแยกแขนง (panicle) ตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านดอกและก้านช่อดอกมีขนสั้นนุ่ม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ทรงกลมรีสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง เนื้อหุ้มเมล็ดมีรสหวาน เมล็ดใหญ่รูปไข่ มีเสี้ยนขรุขระ เป็นผลเืดือนเมษายนถึงมิถุนายน เปลือกนอกสีเทา เรียบ	ยอดเครื่องเคียงกับลาบ ผลใช้ประกอบอาหาร	พืชอาหาร
936	ห้วยก้างปลา	ต้างหลวง, ต้างป่า	Snowflake aralia, Snowflake tree, Snow flake tree	แป๊ะตะแป๊ะเตอะ	Trevesia palmata (Roxb. ex Lindl.) Vis.	ชอบขึ้นในป่าดิบที่ปลอดจากไฟป่า หรือตามหุบเขาที่มีความชุ่มชื้น	ต้างหลวงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แต่อาจสูงได้ถึง 20 เมตร ลำต้น กิ่งก้าน และเส้นใบมีหนามแหลมปกคลุม ใบเดี่ยวออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายยอด รูปโล่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบใกล้ปลายยอด รูปร่างกลมรี ติดกันเป็นกระจุกกลม กระจุกละ 30-50 ดอก ช่อหนึ่งมีหลายกระจุก สีเหลืองอมเขียว ผลมีเนื้อ รูปกรวยคว่ำ มีสามพู เมล็ดแบน		พืชอาหาร
937	ห้วยก้างปลา	ท้อ	Peach	ฉี่หยืม	Prunus persica (L.) Batsch	มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน	ไม้ต้นขนาดเล็ก ใบเดี่ยว เรียงสลับ ขอบใบจัก ดอกเดี่ยว มักออกเป็นกระจุก กลีบเลี้ยง ๕ กลีบ กลีบดอก ๕ กลีบ สีขาวหรืออาจเป็นสีแดง ชมพู ดอกจะแตกออกมาก่อนใบ ผลเป็นผลสดเมล็ดเดี่ยว มีขนปกคลุมทั่วบริเวณผิว		พืชอาหาร
938	ห้วยก้างปลา	ไผ่หอบ ไผ่หางช้าง		มะไป	Bambusa oliveriana Gamble	พบขึ้นในป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง	ไผ่ ลักษณะเลื้อยพัน กอขนาดเล็ก มีเหง้า ลำตรงอัดกันเป็นกอแน่น เนื้อลำหนา ลำอ่อนมีขนสีขาวและนวลสีขาวปก ปกติไม่มีรากอากาศที่กิ่ง ใบรูปแถบหรือรูปขอบ กาบหุ้มลำติดคงทนอยู่กับลำหรือหลุดร่วงไปค่อนข้างช้า สีเขียว มีขนสีขาวและนวลสีขาวปกคลุมหนา รอยต่อของตัวกาบกับใบยอดกาบโค้งนูนขึ้นเด่นชัด ใบยอดกาบเป็นรูปโดม รูปสามเหลี่ยม หรือรูปใบหอก ตั้งตรง ขอบด้านล่างพับจีบหรือเป็นคลื่นต่อเนื่องไปหูกาบ หูกาบเป็นติ่งรูปเคียว ขอบมีขนแข็ง ยาว ลิ้นกาบลักษณะเป็นแถบเตี้ยๆ ขอบจักไม่เป็นระเบียบ	หน่อรับประทาน	พืชอาหาร
939	ห้วยก้างปลา	ไผ่ข้าวหลาม	Tinwa Bamboo	มะคะลา	Cephalostachyum pergracile Munro	เจริญได้ดีในสภาพป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นทั่วไป	ไผ่ข้าวหลามเป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นตรง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-8 ซม. เนื้อลำบางหนาไม่ถึง 5 มม. ปล้องยาว 20-45 ซม. ลำต้นสีเขียวปนเทา กาบสีหมากสุก กาบหุ้มลำหลุดร่วงง่าย มีการแตกกิ่งขนาดเท่าๆ กันรอบข้อ ใบรูปลิ่มกว้าง 3-6 ซม. ยาว 15-30 ซม. ขอบใบสากคม ครีบใบเห็นได้ชัดมาก ขอบมีขนสีจางๆ กระจังใบแคบมาก กาบหุ้มใบไม่มีขน ขอบกาบหุ้มใบมีขนสีขาว โคนใบกลม ช่อดอกออกเป็นกลุ่ม ก้านดอกสั้น มีกลีบหุ้มดอกขนาดใหญ่ กลีบดอกมี 3 กลีบ หน่อมีขนาดใหญ่	ลำนำไปเผาข้าวหลาม	พืชอาหาร
940	ห้วยก้างปลา	กล้วยนวล กล้วยโทน	Snow banana	กล้วยช้า	Ensete glaucum (Roxb.) Cheesman	พบที่อินเดีย เนปาล จีนตอนใต้ พม่า และภูมิภาคมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี ในไทยพบทุกภาค	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 5 ม. ลำต้นเดี่ยว โคนแผ่กว้าง มีจุดสีดำม่วงกระจาย น้ำยางสีเหลืองอมส้ม ใบกว้าง 50-60 ซม. ยาว 1.4-1.8 ม. ปลายยาวคล้ายหาง แผ่นใบเกลี้ยง ก้านใบสั้น ช่อดอกรูปกรวย ห้อยลง ยาวได้ถึง 2.5 ม. ใบประดับสีเขียว ด้านในมีนวล แต่ละใบประดับมี 10-20 ดอก กลีบรวมที่เชื่อมติดกันยาวประมาณ 2.5 ซม. ปลายแยก 3 แฉก กลีบรวมที่แยกกันรูปหัวใจ สั้นกว่ากลีบรวมที่เชื่อมติดกัน ปลายเป็นติ่ง ผลสุกสีม่วงเข้ม มีนวล รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ยาวได้ถึง 9 ซม. เมล็ดสีดำ ผิวเรียบ เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.2 ซม.	หยวกและปลีนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
941	ห้วยก้างปลา	มะเขือขม มะเขือเอธิโอเปีย	Bitter tomato, Ethiopian eggplant, Mock Tomato	ฉี่ห้าหล่าย่า	Solanum aethiopicum L.	พบในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 เมตร	ผลนำไปเป็นส่วนผสมของน้ำพริก	พืชอาหาร
942	ห้วยก้างปลา	ปืนนกไส้ ดาวกระจายไต้หวัน	Butterfly needles, Common beggarticks, Hairy beggarticks, Romerillo, Shepherd’s needles, Spanish needles	จอแช่ล่าเมียง	Bidens pilosa L.	มีถิ่นกำเนิดที่เม็กซิโก อเมริกาเหนือ และอเมริกากลาง ขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่น	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 ม. ใบเรียงตรงข้าม รูปไข่ รูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก ยาว 3-12 ซม. เรียบหรือแยกแขนง 1-3 ชั้น ขอบเรียบหรือจักฟันเลื่อย มีขนครุย แผ่นใบส่วนมากมีขนยาว ก้านใบยาว 1-7 มม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น ออกเดี่ยว ๆ หรือแยกแขนงแบบช่อเชิงหลั่น ก้านช่อยาว 1-9 ซม. ริ้วประดับส่วนมากมี 7-9 อัน รูปแถบ ยาว 3-5 มม. มีขนยาว วงใบประดับเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 มม. ส่วนมากมี 8-9 ใบ รูปใบหอก ยาว 4-6 มม. ดอกวงนอกสีขาวหรืออมชมพู มี 3-8 กลีบ ส่วนมากยาว 0.7-1.5 ซม. ดอกวงในจำนวนมาก สีเหลือง ยาว 2-5 มม. ผลแห้งเมล็ดล่อน เป็นสี่เหลี่ยม มีขนยาว วงนอกสีน้ำตาลแดง ยาว 3-5 มม. วงในสีดำ ยาวกว่าประมาณ 2 เท่า แพปพัสมี 3-4 อัน ปลายมีขนเครา	ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
943	ห้วยก้างปลา	ไผ่ไร่		มะหล่ะ	Gigantochloa albociliata (Munro) Kurz	พบตามป่าผสมผลัดใบ และที่รกร้างในป่าดิบแล้ง ต่างประเทศพบในอินเดียถึงภูมิภาคอินโดจีน	ไผ่ อายุหลายปี เป็นกอ เหง้าสั้น ลำต้นตั้งตรง สูง 6-10 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น ยาว 12-25 เซนติเมตร มีเนื้อไม้ ปล้องกลม กาบใบ ยาว 10-20 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่ม ลิ้นใบ ยาว 1.2-2.5 เซนติเมตร แผ่นใบ รูปใบหอก ยาว 10-20 เซนติเมตร ที่ฐานแผ่นใบมีส่วนคล้ายก้านใบ ปลายใบเรียวแหลม ไม่มีเส้นใบตามขวาง ช่อดอกอยู่เป็นกลุ่มคล้ายรูปดาว มีใบประดับรองรับช่อดอก ช่อดอกย่อยไม่มีก้าน รูปใบหอก ประกอบด้วย 2-3 ดอกย่อย ดอกย่อยที่ฐาน 1 ดอกเป็นหมัน กาบช่อย่อยติดทน ขนาดสั้นกว่าช่อดอกย่อย กาบช่อย่อยล่างและกาบช่อย่อยบนคล้ายกัน กาบช่อย่อยบนรูปไข่ มีขนครุยที่ขอบ ดอกย่อยไม่มีกลีบเกล็ด อับเรณูมี 6 อัน ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉก รังไข่มีติ่งรูปกรวย มีขนสั้นนุ่ม แบบผลแห้งเมล็ดติด รูปขอบขนาน	หน่อรับประทาน	พืชอาหาร
944	ห้วยก้างปลา			ย่าซ่ากื้อโอ๊ะ	รูปไม่ชัดเจน			ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
945	ห้วยก้างปลา			ล่าแช้				ยอดนำไปลวกกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
946	ห้วยก้างปลา	บุก	Konjac	หยียอ	Amorphophallus konjac K.Koch	จากอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงอินโดนีเซียในที่ชื้นบริเวณชายป่าดงดิบ งอกงามดีในฤดูฝนและยุบตัวในฤดูแล้งเหลือแต่หัวใต้ดิน	ไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ลำต้นอวบน้ำ มีหัวมต้ดินเป็นก้อนใหญ่ สีน้ำตาล ขนาด 15-30 ซม. ใบ เป็นใบเดี่ยว แผ่คล้ายร่ม ขอบใบหยักเว้าเป็นแฉก ก้านใบกลม สีเขียวด่าง ยาว 150-180 ซม. ดอก เป็นช่อแกน มีใบประดับใหญ่ขอบหยักเป็นลอนคลื่นแผ่หุ้มช่อดอก กว้าง 30-45 ซม. ยาว 30 ซม. ปลายช่อเป็นรูปกรวยคว่ำ ผิวยับเป็นร่อง ดอกเพศผู้อยู่ตอนบน ดอกเพศเมียอยู่ตอนล่าง ดอกมีกลิ่นเหม็นเอียน ผล เป็นผลสด เนื้อนุ่มสีแดง ค่อนข้างกลม ขนาดประมาณ 1.2 ซม. มีจำนวนมาก	หัวใต้ดินนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
947	ห้วยก้างปลา	มะเดื่ออุทุมพร มะเดื่อเกลี้ยง เดื่อน้ำ เดื่อใหญ่		สู่กุมาเชอะ	Ficus racemosa L.	พบตามริมธารในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูง 350-650เมตร	ไม้ต้น สูง 10-30 เมตร ทุกส่วนมียางขาว ใบ เดี่ยวเรียงสลับ รูปรีรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 3-9 ซม. ยาว 7-18 ซม. ดอก แยกเพศขนาดเล็ก อยู่ในช่อดอกที่มีรูปร่างคล้ายผล รูปกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 มม.	ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
948	ห้วยก้างปลา			โล่ชื้อ				ยอดและผลนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
949	ห้วยก้างปลา	ไผ่ซางป่า	Giant Bamboo	มะซ้า	Dendrocalamus strictus (Roxb.) Nees	กระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย มาเลเซีย พม่า อินโดนีเซีย โดยทั่วไปจะพบมากทางภาคกลาง และภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง เช่น ในบริเวณหุบเขาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่และลำปาง	เป็นไม้ไผ่หน่ออัดใบ ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ไม่มีหนาม ผิวเป็นมัน มีกิ่งแขนงมาก สูงประมาณ 6-20 ซม. มีเนื้อหนาประมาณ 5-8 มม. ปล้องยาวประมาณ 15-50 ซม. เนื้อไม้หยาบ โดยทั่วไปลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-12.5 ซม. ถ้าพบบริเวณเนินเขาสูงลำต้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5-10 ซม. กาบหุ้มลำในปล้องต่ำ ๆ จะสั้นประมาณ 8-30 ซม. ข้างนอกกาบจะมีขนแข็งสีน้ำตาลเหลือง ในพื้นที่แห้งแล้งอาจจะไม่มีขนขณะที่ยังอ่อน กาบหุ้มลำมีสีเขียวอมเหลือง ครีบกาบเล็กหรือไม่มี่ กระจังกาบแคบ หยัก ใบยอดกาบตรงเป็นรูปสามเหลี่ยมแคบ ๆ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นมุมป้าน ขนาดใบยาว 12-30 ซม. กว้าง 1-2.5 ซม.ลักษณะใบ ท้องใบมีขนอ่อนแน่น เส้นลายใบ 2-6 เส้น เส้นลายใบย่อย 5-7 เส้น ขอบใบสากคม ก้านใบแบน ยาว 0.2-0.5 ซม. ครีบใบไม่ค่อยเห็น กระจังใบโค้งเข้า ปลายรูปมนหรือกลม มีหยัก กาบใบข้างนอกไม่มีขน หน่อมีขนาดเล็กกว่าหน่อไผ่ตง	หน่อรับประทาน	พืชอาหาร
950	ห้วยก้างปลา	ไผ่ไล่ลอ ไผ่ไฮ่ลอ		ยาหยู่	Gigantochloa nigrociliata (Buse) Kurz	พบในป่าดิบ	ไผ่สีเขียว ขึ้นเป้นกอ สูง 6-7 เมตร	หน่อรับประทาน	พืชอาหาร
951	ห้วยก้างปลา			มิเชมิเด๊อะ	รูปไม่ชัดเจน			เปลือกต้นนำมาต้มน้ำดื่มสำหรับผู้หญิงไม่มีประจำเดือน	พืชสมุนไพร
952	ห้วยก้างปลา			ยามาผ่อชึ	รูปไม่ชัดเจน			เปลือกต้นลอกนำมาฟั่นทำเป็นเชือก	พืชใช้สอยอื่นๆ
953	ห้วยก้างปลา			อะจาบอแล	รูปไม่ชัดเจน			ใบและต้นช้างชอบกิน	พืชอาหาร
954	ห้วยก้างปลา			อ่ากลึมา				ใบต้มน้ำอาบแก้คัน	พืชสมุนไพร
955	ห้วยก้างปลา			อานูปูแถ่				ใบใช้เป็นส่วนผสมแอ๊บปลารสชาติเปรี้ยว	พืชอาหาร
956	ห้วยก้างปลา			อาเบ๊อะ	รูปไม่ชัดเจน			ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
957	ห้วยก้างปลา	ผักเลียบ		หยี่จัง	Ficus lacor Buch.-Ham.	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ไม้ต้นขนาดใหญ่ ขนาดเดียวกับไทรและมะเดื่อ สูง 8-15 เมตร เปลือกต้นบางและเรียบ ผลัดใบพร้อมกันทั้งต้น จะแตกใบอ่อนขึ้นมาใหม่ ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่และรูปรี กว้าง 6-7 ซม. ยาว 7-18 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาและมัน ยอดอ่อนม้วนเป็นแท่ง รูปทรงกระบอก ปลายเรียวแหลม ใบอ่อนสีแดง มีขนละเอียดคล้ายไหม ดอกช่อเล็กๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ผลกลม สีเขียวอ่อนออกขาว ผลสุกสีเหลือง	ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
958	ห้วยก้างปลา	ว่านหัวฬา ดีงูหว้า ดีปลาช่อน นิลพูสี เนระพูสีไทย ค้างคาวดำ	Bat flower, Black Bat Flower, Devil Flower	เย่อฮาลามา	Tacca chantrieri André	ขึ้นในธรรมชาติ ตามป่าดิบแล้งหรือป่าดิบชื้น	ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีเหง้าใต้ดิน รากมีปุ่มปมจำนวนมาก ใบเดี่ยวเจริญจากเหง้า รูปไข่กลับ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว ดอกมีก้านชูสูงขึ้นจากกลางกอ สีม่วงดำคล้ายหัวค้างคาว มีใบประดับ 4 ใบ ใบประดับของดอกย่อยเรียงยาวเป็นเส้น 10-25 เส้น ผลเป็นแคปซูลยาว มีสัน 6 สัน ผิวสีม่วงดำคล้ายหนังค้างคาว เมล็ดสามเหลี่ยมสีม่วง	ยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
959	ห้วยก้างปลา	ส้มกุ้ง	False Black Pepper, White-flowered Embelia, Vidanga	เชอมาปาจา	Embelia ribes Burm.f.		เป็นพรรณไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เลื้อย มีความสูงได้ประมาณ 3-6 เมตร และอาจยาวได้ถึง 13 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานแกมวงรีถึงรูปขอบขนานแกมใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่มหรือกลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.2-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-8 เซนติเมตร ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ออดอกเป็นช่อแยกแขนง โดยจะออกที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ดอกย่อยเป็นสีเขียวหรือสีขาว กลีบเลี้ยงดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกลึก ยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร กลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกลึก ลักษณะเป็นรูปวงรี ยาวประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร ด้านนอกมีขนขึ้นหนาแน่น ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม มีขนาดกว้างประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือดำ ฉ่ำน้ำ	ก้านใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
960	ห้วยก้างปลา	โกศจุฬาลัมพา	Duck foot vegetable, White mugwort	จิงจู่ฉ่าย	Artemisia lactiflora Wall. ex DC.		"ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 0.5 – 1 ฟุต ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีขอบเป็นแฉกๆ 5 แฉกสีเขียว แผ่นใบ หยักเว้าเป็นพู มีรูปร่างหลากหลาย เนื้อใบหนา ดอกออกเป็นช่อแตกแขนง ที่ปลายยอด มีช่อกระจุกย่อยสีขาว
 จ านวนมาก ผลมีขนาดเล็กมาก รากหรือเหง้าใหญ่จะกระจายเป็นวงกว้าง แตกกิ่งก้านหนาแน่นเป็นกอคล้ายๆ มีกลิ่นหอม รสชาติขมเล็กน้อย"	ใบและก้านใบ นำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
961	ห้วยก้างปลา	รางจืด	Laurel clockvine, Blue trumpet vine		Thunbergia laurifolia Lindl.	เป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก ชอบดินร่วนปนทราย และพบอยู่ตามชายป่าดิบทั่วไปในประเทศ	รางจืดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ขอบใบเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา อวบน้ำเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็น รูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปดอกเข็ม โคนเชื่อมกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ใบประดับสีเขียวประสีน้ำตาลแดง ผลแห้ง แตกได้	ดอกนนำไปทำชาขับสารพิษ	พืชสมุนไพร
962	ห้วยก้างปลา	มะเฟือง	Carambola, Star fruit	อายาหลู่ชิ	Averrhoa carambola L.	พบได้ทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนและดินทุกสภาพ ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง	มะเฟืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 3-5 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างขรุขระมีตุ่มเล็กๆ ทั่วไป ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน แกมใบหอก กว้าง 2-3.5 ซม. ยาว 3-9 ซม. ช่อดอกแยกแขนง ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีชมพูแกมม่วง ผลเป็นผลสด อวบน้ำ ยาว 7-14 ซม. มีสันโดยรอบ 5 สัน ผลดิบ สีเขียว ผลสุกสีเหลือง มีรสเปรี้ยวอมหวาน	ผลสุกกินเป็นผลไม้ ยอดนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
963	ห้วยก้างปลา	สะค้าน		เยอช้าฮ่อแหย่	Piper interruptum Opiz	พบทั่วไปในป่าดงดิบชื้น พบมากในภาคเหนือ ชอบร่มรำไรใต้ไม้ใหญ่	ไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยพันต้นไม้อื่น ลำต้นเป็นข้อ ทุกข้อมีรากหุ้มโดยรอบ ตามเถาเป็นเฟือง เบียดกันเป็นรัศมีแถวยาว ใบเหมือนใบพลู ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ผิวเรียบมัน หลังใบสีอ่อน ช่อดอกออกตามซอกใบ เป็นสายยาว ดอกย่อยสีเขียว ผลกลุ่มออกตามซอกใบ ผลย่อยรูปทรงกลมสีเขียว	เถานำไปเป็นส่วนผสมในแกงแค	พืชอาหาร
964	ห้วยก้างปลา	มะเขือเทศ			Lycopersicon esculentum Mill. จากรูปไม่มะเขือเทศ พริก?			ผลนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
965	ห้วยก้างปลา	ขึ้นฉ่าย	Celery		Apium graveolens L.	เป็นพืชพื้นเมืองของชาวยุโรป เจริญเติบโตได้ดีในที่ลุ่มชื้นแฉะ เช่น ริมคลองหรือริมตลิ่ง ซึ่งดินมีความชื้นปานกลาง สามารถขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย	ไม้ล้มลุกมีอายุประมาณ 1-2 ปี ลักษณะลำต้นเล็ก สูงประมาร 30 ซม. สีเขียวเข้ม ทั้งต้นจะอ่อนนิ่มและมีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะ ลำต้นและใบคล้ายผักชี แต่ใบใหญ่กว่า มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ขึ้นฉ่ายฝรั่งและขึ้นฉ่ายจีน ลักษณะลำต้นอวบใหญ่ สีขาวเหลือง สูงประมาณ 40-60 ซม. ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกตรงข้ามกัน ประกอบด้วยใบย่อยลักษณะใบรูปลิ่ม 3-7 ใบ ขอบใบหยัก เป็นแฉกรูปร่างคล้ายมือ ก้านใบยาวแผ่ออกเป็นกาบ ออกดอกเป็นช่อแบบช่อซี่ร่มซ้อนกัน ดอกมีสีขาวขนาดเล็ก ลักษณะของผลเล็กมาก เป็นสัน มีสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดเพียง 1 เมล็ด เมื่อสุกเต็มที่จะแตกออกเป็น 2 ซีก	ใบนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
966	ห้วยก้างปลา	กระชายดำ ว่านพระอาทิตย์	black ginger		Kaempferia parviflora Wall. ex Baker	พบขึ้นบริเวณป่าดิบชื้น ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี	กระชายดำเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นเทียมมีกาบใบอวบหนาหุ้มไว้ ใบเดี่ยวเรียงสลับซ้อนกันเป็นรูปกรวย รูปรี ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อแทงออกมาระหว่างก้านใบ สีขาวอมชมพู ผลขนาดเล็ก เมื่อแก่จัดจะแตกออกเป็น 3 แฉก ภายในมีเมล็ดขนาดใหญ่		พืชอาหาร
967	ห้วยก้างปลา	เพกา	Broken bone, Damocles tree, Indian trumpet flower		Oroxylum indicum (L.) Kurz	เป็นพืชที่ขึ้นได้ง่ายตามธรรมชาติ ในที่โล่งชายป่าดิบและไร่ร้างทั่วไป เจริญเติบโตในดินเกือบทุกชนิด แต่ชอบดินโปร่งร่วนซุย	เพกาเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-12 เมตร แตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝักขนาดใหญ่ รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในมีเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง	ฝักอ่อนนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
968	บ่อเกลือ	ตะไคร้ต้น	may chang, Aromatic Litsea	จะไคต้น	Litsea cubeba (Lour.) Pers.	พบตามพื้นที่โล่งแจ้ง หรือป่ากำลังฟื้นตัวที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 700 เมตรขึ้นไป	จะไค้ต้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ทุกส่วนของต้นและใบมีกลิ่นหอมคล้ายตะไคร้ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหอกแคบ โคนใบและปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อสีเหลือง มีดอกย่อย 4-6 ดอก ออกตามปลายกิ่ง ผลกลมฉ่ำน้ำ สีเขียวอมเหลือง	ผลสดและใบอ่อนนำมาตำน้ำพริก ใส่แกง ผลแห้งนำมาตากและใช้เป็นเครื่องเทศ	พืชอาหาร
969	บ่อเกลือ	หนามไข่กุ้ง ไข่กุ้งพู		มะตุ้ม	Rubus ellipticus var. obcordatus (Franch.) Focke	พบที่อินเดีย ปากีสถาน ภูฏาน ศรีลังกา เนปาล จีนตอนใต้ พม่า ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นตามชายป่าดิบเขา ความสูง 1000-2000 เมตร	ไม้พุ่มหรือรอเลื้อย มีขนสั้นนุ่ม ขนแข็งสีน้ำตาลแดง และหนามโค้งหนาแน่นตามกิ่ง แกนและก้านใบประกอบ และแกนช่อดอก มีขนสั้นนุ่มตามหูใบ แผ่นใบด้านล่าง ใบประดับ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก และรังไข่ หูใบรูปเส้นด้าย ยาว 0.7-1 ซม. ใบประกอบมี 3 ใบย่อย ก้านใบประกอบยาว 2-6 ซม. ก้านใบย่อยคู่ล่างสั้นมาก ใบปลายยาว 2-3 ซม. ใบรูปไข่กลับกว้าง ยาว 3-6 ซม. ใบปลายยาวกว่าใบคู่ล่าง ปลายตัดหรือเว้าตื้น ขอบจักฟันเลื่อย ช่อดอกแบบช่อกระจะเป็นกลุ่มแน่นที่ปลายกิ่ง ยาว 1.5-4 ซม. ใบประดับรูปแถบ ยาว 5-9 มม. ใบประดับย่อยขนาดเล็ก ก้านดอกยาว 0.5-1 ซม. ดอกบานเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.2 ซม. ก้านดอกและกลีบเลี้ยงมีขนประปราย กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 4-6 มม. ดอกสีขาวหรืออมชมพู กลีบรูปใบพาย ขอบแหว่ง เกสรเพศผู้เรียงกลุ่มเดียว สั้นกว่ากลีบดอก ก้านเกสรเพศเมียยาวกว่าเกสรเพศผู้เล็กน้อย ผลกลุ่มสีเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. เมล็ดมีรอยย่น	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
970	บ่อเกลือ	ไข่ปูส้ม กุหลาบจันทร์		มะตุ้ม	Rubus sumatranus Miq.			ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
971	บ่อเกลือ	เอื้องหมายนา	Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag	เอี้ยงนา	Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht	พบทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ	ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง	เหง้าต้มน้ำดื่ม ช่วยแก้นิ่ว บำรุงกำลัง และช่วยแก้โรคความดันต่ำ หน้าซีด	พืชสมุนไพร
972	บ่อเกลือ	ปื้งขาว เข็มป่า	East Indian glory bower	ผักพา	Clerodendrum glandulosum Lindl.	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ในพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน	ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-38 ซม. ยาว 4-40 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวอ่อน ดอกช่อกระจุกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยบานไม่พร้อมกัน รูปร่างคล้ายดอกมะลิ สีขาว กลับดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ยาว 5 อัน	ยอดลวกหรือนึ่งจิ้มน้ำพริก เปลือกลำต้นใช้เคี้ยวแทนหมาก	พืชอาหาร
973	บ่อเกลือ	รางจืดแดง หนามแน่แดง	Scarlet clock vine	ดอกโจ้เครือ	Thunbergia coccinea Wall.	พบบริเวณริมลำธารเชิงเขา ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 500-600 เมตร	ไม้เลื้อย ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่แกมรูปหอก กว้าง 2-7 ซม. ยาว 5.5-14 ซม. ฐานใบมน ขอบใบหยักเล็กน้อย แผ่นใบเกลี้ยง ก้านใบเรียว ยาว 0.5-3 ซม. ช่อดอกห้อยลงยาวถึง 100 ซม. กลีบเลี้ยงสีแดงม่วง มีขนาดเล็ก กลีบดอกสีส้ม เชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ แต่ละกลีบมีขนาดไม่เท่ากัน เกสรเพศผู้ 4 อัน รังไข่เกลี้ยง ผลเกลี้ยง แก่แล้วแตกเป็น 2 พู	ใบ เถาต้มน้ำดื่มช่วยขับสารพิษ	พืชสมุนไพร
974	บ่อเกลือ	มะเขาควาย		มะเขาวัว	Dittoceras maculatum Kerr	ชอบขึ้นในป่าดิบเขาที่มีความชื้น สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตรขึ้นไป	พืชไม้เถาเลื้อยยาว มักเลื้อยพาดตามต้นไม้ใหญ่ ในทุกส่วนของมะเขาควายจะมีน้ำยางสีขาวลักษณะเหมือนน้ำนม ใบเดี่ยวรูปรี ปลายใบแหลม ใบจะออกเรียงเป็นคู่ตรงข้ามกัน ออกดอกเป็นช่อสีขาวในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ส่วนผลจะออกเป็นฝักคู่ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในเดือนสิงหาคม-กันยายน	ผลนำมาดอง หรือรับประทานสด ยางจากผลสด ช่วยแก้ท้องเสีย ช่วยบำรุงกำลังเพศชาย	พืชอาหาร
975	บ่อเกลือ	ขนุนดิน กากหมากตาฤๅษี		ตักดักนก	Balanophora fungosa J.R.Forst. & G.Forst.	พบที่อินเดีย ไห่หนาน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร	ไม้ล้มลุกกินซาก แยกเพศต่างต้น หัวใต้ดินออกเดี่ยว ๆ หรือแยกแขนงจำนวนมาก กลม ๆ ผิวมีตุ่มรูปดาวกระจาย ใบเรียงเวียน เรียงซ้อนเหลื่อม 10-20 ใบ ช่อดอกเพศผู้รูปรีกว้าง ยาวได้ถึง 12 ซม. ใบประดับคล้ายกาบรูปรีกว้าง ปลายตัด ยาวประมาณ 5 มม. ก้านดอกย่อยยาว 0.7-1 ซม. กลีบรวมมี 4-5 กลีบ รูปรีแกมรูปใบหอก ยาว 3-7 มม. เกสรเพศผู้ 4-5 อัน คล้ายรูปเกือกม้า ช่อดอกเพศเมียรูปรีหรือรูปไข่กลับ มักมีขนาดเล็กกว่าช่อดอกเพศผู้ ยาวได้ถึง 6 ซม.	ใช้ดักนก (มีกลิ่นแรง)	พืชใช้สอยอื่นๆ
976	บ่อเกลือ	มันแกว	Yam bean	แก๋วแวก	Pachyrhizus erosus (L.) Urb.	เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศเม็กซิโกและประเทศในแถบอเมริกากลาง ในประเทศไทยมีการปลูกมันแกวมานานแล้ว สันนิษฐานว่าชาวญวนเป็นผู้นำเข้ามาปลูกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือมีคนไทยนำมันแกวเข้ามาจากเวียดนาม แล้วนำมาปลูกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำดี ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่	เป็นพืชในตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ลำต้นมีขน เป็นไม้เถาเลื้อยพันต้นไม้อื่น แต่ไม่มีมือเกาะ ลำต้นอาจยาวได้ถึง 5.5 เมตร ต้นไม่แตกแขนง โคนต้นเนื้อแข็ง มีหัวใต้ดินเป็นรากสะสมอาหาร หัวมีลักษณะอวบและมีขนาดใหญ่ ขนาดจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ที่ปลูก โดยทั่วไปมีขนาดเท่ากำปั้น พบได้มากจะเป็นพันธุ์หัวใหญ่ โดยจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร และหัวเป็นสีน้ำตาลอ่อน ในหนึ่งต้นจะมีหัวเพียงหัวเดียว ลักษณะของหัวอาจจะเป็นหัวเรียบ ๆ หรือเป็นพู และมีรูปร่างแตกต่างกันมาก ส่วนมากจะเป็นหัวแบบมี 4 พู เนื้อในหัวเป็นสีขาวขุ่น มีเส้นใยอาหารมาก รสชาติคล้ายแป้ง โดยส่วนที่อยู่ใต้ดินจะมีอายุข้ามปี แต่ส่วนที่อยู่บนดินจะมีอายุเพียงปีเดียว ใบเป็นประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ แตกจากก้านใบ เรียงสลับ ก้านใบยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลักษะของใบย่อยเป็นรูปจักใหญ่หรือเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายใบแหลม โคนใบป้านมนเข้าหาเส้นกลางใบ แผ่นใบเรียบแต่สากมือ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อกระจะออกเดี่ยว ๆ ที่ซอกใบ มีขนสีน้ำตาล ช่อดอกยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ลักษณะเป็นรูปดอกถั่วหรือรูปไต กลีบดอกเป็นสีม่วงแกมน้ำเงิน สีชมพู หรือสีขาว เมื่อดอกบานจะมีรูปร่างคล้ายดอกแค แต่มีขนาดเล็กกว่าและยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ออกผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปขอบขนาน แบน และมีขนปกคลุมทั่วทั้งฝัก ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ฝักเมื่อแก่จะเรียบ ทั้งฝักมีเมล็ดเรียงกันอยู่ภายในประมาณ 4-10 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปจัตุรัสแบน เมล็ดเป็นสีน้ำตาลอ่อนถึงเข็มหรือสีแดง ผิวมัน	หัวใต้ดินรับประทานเป็นผลไม้ ยอดอ่อนนำมาจิ้มน้ำพริก หัวใช้ดองกับเหล้า มีรสขม ดื่มบำรุงกำลัง	พืชอาหาร
977	บ่อเกลือ	กรดน้ำ	Licorice weed, Scoparia-weed	ผักป้อมดิน	Scoparia dulcis L.	พบได้ทั่วไปเป็นกลุ่มบริเวณชายฝั่ง ชายน้ำ ริมบึงที่ชื้น	ไม้ล้มลุก มีใบเดี่ยวออกรอบข้อ 3 ใบ รูปหอก กว้าง 0.4-0.5 ซม. ยาว 1.2-1.4 ซม. ปลายใบแหลม โคนสอบ ขอบจักซี่ฟันลึกและห่าง ลำต้นเป็นเหลี่ยม ช่อดอกขนาดเล็กออกตามซอกใบเป็นกระจุก ดอกย่อยสีขาว มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ มีผลเดี่ยวทรงกลมสีเขียวตามซอกใบ ผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่	ใบและยอดสดนำมาจิ้มน้ำพริกหรือกินกับลาบมีรสหวานหรือนำมาตากแห้งทำชาชงน้ำดื่ม	พืชอาหาร
978	บ่อเกลือ	ผักหนาม		ผักหนาม	Lasia spinosa (L.) Thwaites	ชอบขึ้นตามที่ชื้น เช่น ดินเลนตามชายน้ำ หนองน้ำ หรือริมแม่น้ำในป่า	พืชล้มลุกมีเหง้าทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ทุกส่วนมีหนามแหลมล้อมรอบ ใบเดี่ยวรูปลูกศร มีรอยหยักเป็นแฉก ๆ ปลายใบแหลม โคนใบยาวยื่น ใบอ่อนม้วนเป็นแท่งกลม ดอกออกเป็นช่ออัดแน่นบนปลายก้านดอก สีเหลือง มีกาบรองช่อดอกเรียวแหลมสีน้ำตาลแดง บิดเป็นเกลียวห่อหุ้มดอกจนติดผล ผลกลมอัดแน่นเป็นแท่งรูป ทรงกระบอกคล้ายฝักข้าวโพด ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีเหลืองอมแดง	ต้นอ่อนนำมาลวกกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
979	บ่อเกลือ	ลิงลาว เอื้องแลว นางแลว			Aspidistra sutepensis K.Larsen	ชอบขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาของภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง	ลิงลาวเป็นพืชล้มลุก แตกกอมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวออกเวียนจากลำต้นใต้ดิน รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกจากลำต้นใต้ดิน ตั้งตรงชูก้านดอกขึ้นคล้ายดอกกล้วยไม้ ดอกย่อยสีขาวอมม่วง บานจากล่างขึ้นบน ผลแบบแคปซูล สีเขียวเข้ม	ดอกนำมาลวกจิ้มน้ำพริก ผัด แกง	พืชอาหาร
980	บ่อเกลือ	หญ้าเอ็นยืด ผักกาดน้ำ หมอน้อย	Greater plantain, Waybread, Common plantago ,broad-leaved plantain	หางเม่น	Plantago major L.	พบมากบริเวณที่รกร้างบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ ชอบขึ้นในผืนป่าที่ได้รับความชื้นตลอดวัน และพื้นที่ใกล้แหล่งนํ้า ชอบแสงแดด	หญ้าเอ็นยืดเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-50 ซม. ลำต้นสั้นติดผิวดิน ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุก รูปไข่กลับ กว้าง 12-16 ซม. ยาว 20-30 ซม. ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ ช่อดอก แทงออกจากกลางต้น ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวแกมน้ำตาล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	ต้นอ่อนรับประทานเป็นผักสดหรือลวกจิ้มน้ำพริก หรือนำมาตากแห้งเป็นชาชงดื่ม	พืชอาหาร
981	บ่อเกลือ	หวาย		หวายหอม	Calamus pandanosmus Furtado		หวายขนาดเล็กขึ้นเป็นกอ กาบหุ้มลำมีสีเขียวเข้มเมื่อสดและมีสีน้ำตาลเมื่อแห้ง กาบหุ้มลำมีลายเส้นตลอดความยาว มีหนามรูปเล็บเหยี่ยวปลายสีดำ โคนหนามเป็นปุ่มนูนกลม ปลายหนามชี้ลงกระจายเดี่ยว ๆ flagellum มีหนามรูปเล็บเหยี่ยวเกิดเดี่ยว ๆ สลับไปมารอบๆ knee เห็นชัดมีลักษณะเหี่ยวย่น ocrea ชัดเจนมีสีน้ำตาล ก้านใบไม่มีหรือยาวไม่เกิน ๑ ซม. ทางใบด้านบนและที่ขอบของทางใบเกลี้ยง ส่วนด้านล่างมีหนามรูปเล็บเหยี่ยวปลายสีดำเกิดเดี่ยว ๆ หรือเป็นกลุ่ม ๆ ห่างกันเป็นระยะ ๆ ไม่สม่ำเสมอ ใบย่อยรูปยาวรีขอบใบเรียบ ผิวใบย่นเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นใบตามขวางขัดเจน ใบย่อยแต่ละข้างของทางใบเรียงตัวแบบตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อยเป็นคู่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ ใบย่อยคู่สุดท้ายของเชื่อมติด	หน่ออ่อนนำมาตำหรือแกง ดองจิ้มน้ำพริก เนื้อในเมล็ดรับประทานได้	พืชอาหาร
982	บ่อเกลือ	กระทายเหิน มหาหงส์ หางหงส์ ตาเหิน	white garland-lily, white ginger lily		Hedychium coronarium J.Koenig	พบขึ้นมากในภาคเหนือ ตามชายป่าใกล้ลำธาร ชอบที่ชื้นแฉะ ริมน้ำ มีแสงแดดส่องถึงทั้งวัน คนนิยมปลูกไว้ในบ้านเพราะดอกให้กลิ่นหอม	ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน สูง 1-1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานหรือใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 16-25 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผลแห้ง แตกได้ รูปทรงกลม มี 3 พู	หน่ออ่อนรับประทานสดหรือลวกกับน้ำพริก	พืชอาหาร
983	บ่อเกลือ	มหาหงส์ดอกเหลือง			Hedychium flavescens Carey ex Roscoe			หน่อลวกกับน้ำพริก	พืชอาหาร
984	บ่อเกลือ	มะกลิ้ง	Chinese Lard Seed	มะกลิ้ง	Hodgsonia heteroclita (Roxb.) Hook. f. & Thomson	ชอบเลื้อยพันอยู่กับต้นไม้ใหญ่ตามริมห้วย หรือบริเวณที่มีความชุ่มชื้น	บ่ากิ๊งเป็นไม้เถาเลื้อยเกาะกับต้นไม้ขนาดใหญ่ ใบเดี่ยวรูปฝ่ามือ มี 3-5 แฉก ขอบใบเรียบ หรือจักฟันเลื่อยห่าง แผ่นใบเกลี้ยง มีต่อมขนาดเล็กประปราย โคนก้านใบมีเกล็ดประดับคล้ายหนามสีดำ มีมือเกาะแยกเป็น 2-3 แฉก ดอกแยกเพศต่างต้น สีขาวครีม ออกตามซอกใบ ผลกลมขนาดใหญ่ คล้ายฟักเขียว ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมน้ำตาลหรือสีเขียวอ่อน ภายในมีเมล็ดขนาดใหญ่เรียงตัวเป็นวงกลม 6 เมล็ด	เมล็ดนำมาเผาไฟแล้วตำน้ำพริก เถาและใบนำมาลนไฟแล้วสูดควันช่วยรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ ไซนัส	พืชอาหาร
985	บ่อเกลือ	ผักปลาบใบกว้าง	Day Flower	หญ้ากระปี๋	Commelina benghalensis L.	พบตามริมทาง ทุ่งหญ้า และที่ลุ่มชื้นแฉะ	ไม้ล้มลุก อายุปีเดียวหรือข้ามปี/วัชพืช ความสูง 15-40 เซนติเมตร ลำต้นกลม อวบน้ำ ทอดขนานไปตามพื้นและแตกรากตามข้อ มีขนอ่อนทั่วไป ปลายยอดชูตั้งขึ้น ใบรูปไข่ค่อนข้างป้อมถึงรูปรี ปลายแหลม โคนแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น กาบรองดอกสีเขียว ดอกสีน้ำเงินอมม่วง ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร มี 3 กลีบ ผลรูปรี เมล็ดสีน้ำตาล ผิวขรุขระ	ยอดอ่อนนำมาจิ้มน้ำพริก หรือแกงใส่เนื้อ	พืชอาหาร
986	บ่อเกลือ	พงโพด	Persicaria lapathifolia (L.) Delarbre	ผักแดด	Persicaria lapathifolia (L.) Delarbre			ยอดอ่อนนำมาจิ้มน้ำพริก หรือแกงใส่เนื้อ ผลรับประทานเป็นผลไม้ มีรสเย็นจืด	พืชอาหาร
987	บ่อเกลือ			หน่อแล้ง				ดอกนำมาเผาและตำน้ำพริก	พืชอาหาร
988	บ่อเกลือ	พวงแก้วกุดั่น เครือจางหลวง	Tropical Clematis	เครือพวง	Clematis smilacifolia Wall.	พบที่บังกลาเทศ เนปาล ภูฏาน อินเดีย พม่า จีน กัมพูชา เวียดนาม ภูมิภาคมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี ในไทยพบแทบทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นตามชายป่าที่แห้งแล้ง ความสูง 300-1800 เมตร	ไม้เถา ใบรูปไข่ หรือแกมรูปขอบขนานถึงรูปใบหอก ยาว 6-21 ซม. โคนเว้าตื้นหรือคล้ายรูปก้นปิด เส้นโคนใบข้างละ 2-3 เส้น ก้านใบยาว 3.5-12 ซม. ก้านช่อดอกยาวได้ถึง 10 ซม. ใบประดับรูปแถบ ยาว 0.7-1 ซม. มี 10-27 ดอก ก้านดอกยาว 4-10 ซม. ใบประดับย่อย 2 อัน รูปแถบ ยาวประมาณ 3 มม. กลีบเลี้ยงมี 4-6 กลีบ ด้านนอกสีน้ำตาล มีขนละเอียด ด้านในสีม่วงอมน้ำเงิน รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 1.5-2 ซม. พับงอกลับ เกสรเพศผู้ยาว 0.8-1.6 ซม. ด้านนอกมักเป็นหมัน รูปแถบ อับเรณูยาว 2-5 มม. ปลายมีรยางค์สั้น ๆ ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 6 มม. ขยายในผลคล้ายหาง ยาว 4-8 ซม. มีขนยาวนุ่มหนาแน่น ผลรูปรี เบี้ยว ยาว 0.6-1.2 ซม.	เถานำมาอมแก้ปวดฟัน	พืชสมุนไพร
989	บ่อเกลือ	ยมหอม	Cigar-box cedar, Indian mahogany, Moulmein cedar,Red cedar	ไม้ยุม	Toona ciliata M.Roem.	พบที่อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล ศรีลังกา ภูฏาน จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ความสูงถึงประมาณ 1300 เมตร นิยมปลูกเป็นไม้สวนป่าในหลายประเทศ	ไม้ต้น สูงได้ถึง 40 ม. แยกเพศร่วมต้น กิ่งมีช่องอากาศ ใบประกอบเรียงเวียน มีใบย่อย 8-15 คู่ ก้านใบยาว 5-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ยาว 7-16 ซม. ปลายแหลมยาว โคนเบี้ยว ก้านใบย่อยยาว 0.5-1.5 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ยาวได้ถึง 50 ซม. ก้านดอกยาว 0.5-1 มม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปรีขนาดเล็ก ขอบมีขนครุย ดอกสีขาว มี 5 กลีบ รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ยาว 4-5 มม. ขอบมีขนครุย ก้านชูเกสรร่วมยาว 3-5 มม. เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูยาว 1.5-3 มม. จานฐานดอกคล้ายนวมสีส้มแดง มีขนยาวหนาแน่น รังไข่มีขนยาว มี 5 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 8 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียเกลี้ยง ยาว 1.5-3 มม. ยอดเกสรแบน ผลแห้งแตกเป็น 5 ซีก รูปรี ยาว 2-4 ซม. แกนกลางมีห้าเหลี่ยม ผิวมีช่องอากาศ เมล็ดมีปีกทั้งสองด้าน ยาว 1.5-2 ซม. รวมปีก	เนื้อไม้นำมาสร้างบ้าน	พืชใช้สอยอื่นๆ
990	บ่อเกลือ			ผักหมอง				ใบนำมาแกง	พืชอาหาร
991	บ่อเกลือ	ต้างหอม		ต้าง				ใบอ่อนกินกับลาบ หรือลวกจิ้มน้ำพริก	พืชอาหาร
992	บ่อเกลือ			มะล้วง				ผลคล้ายเกาลัดแต่เล็กกว่ารับประทานได้	พืชอาหาร
993	บ่อเกลือ	เครืองูเห่า ผักแปมป่า	Orange Climber, forest pepper, wild orange tree	ผักแหย่ง	Toddalia asiatica (L.) Lam.	ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดปานกลางถึงมาก	ไม้เถาเลื้อย ตามกิ่งก้านมีหนามโค้งงอปกคลุม เปลือกเถาสีน้ำตาล เนื้อไม้สีเหลือง ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย รูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเล็กน้อย ผิวใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง สีเหลืองแกมเขียว ผลกลมสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง	ใบและยอดอ่อนจิ้มน้ำพริก	พืชอาหาร
994	บ่อเกลือ	ส้มกุ้ง ส้มจี้	False Black Pepper, White-flowered Embelia, Vidanga	ชะม่อนเครือ	Embelia ribes Burm.f.		เป็นพรรณไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เลื้อย มีความสูงได้ประมาณ 3-6 เมตร และอาจยาวได้ถึง 13 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานแกมวงรีถึงรูปขอบขนานแกมใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่มหรือกลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.2-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-8 เซนติเมตร ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ออดอกเป็นช่อแยกแขนง โดยจะออกที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ดอกย่อยเป็นสีเขียวหรือสีขาว กลีบเลี้ยงดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกลึก ยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร กลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกลึก ลักษณะเป็นรูปวงรี ยาวประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร ด้านนอกมีขนขึ้นหนาแน่น ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม มีขนาดกว้างประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือดำ ฉ่ำน้ำ	ใบนำมาลนไฟ ใส่เกลือและนำมาอมเป็นเมี่ยง	พืชอาหาร
995	บ่อเกลือ	ชมพูภูคา		ชมพูภูคา	Bretschneidera sinensis Hemsl.	พบที่จีน เวียดนามตอนบน ไต้หวัน และภาคเหนือของไทยที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน ขึ้นตามที่ลาดชันในป่าดิบเขา ความสูง 1200-1500 เมตร	ไม้ต้น ใบประกอบ ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกตามปลายกิ่ง ตั้งขึ้น กลีบเลี้ยงรูประฆังกว้าง ดอกสมมาตรด้านข้าง มี 5 กลีบ ติดบนหลอดกลีบเลี้ยง กลีบบนโค้งปิดเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย เกสรเพศผู้ 8 อัน ผลแห้งแตกเป็น 3-5 ส่วน ผนังหนา มีขนละเอียดและตุ่ม เมล็ดมีเยื่อหุ้มสีส้ม	ไม้ประดับ ออกดอกสวยงาม	พืชใช้สอยอื่นๆ
996	บ่อเกลือ	ผักลืมผัว ผักเบี้ยดิน		หญ้าไส้เดือน	Lobelia nummularia Lam.	พบที่อินเดีย บังกลาเทศ ภูฏาน ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย นิวกินี และฟิลิปปินส์ ในไทยพบกระจายแทบทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นตามร่มเงาในป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา ความสูง 600-1600 เมตร	ไม้ล้มลุก ลำต้นทอดเลื้อย ยาวได้ถึง 50 ซม. มีรากตามข้อ ลำต้นมักมีขนยาว ใบเรียงเวียน รูปไข่หรือเกือบกลม ยาว 0.7-2.5 ซม. ปลายแหลม มนหรือกลม โคนรูปหัวใจ เบี้ยว แผ่นใบเกลี้ยงหรือมีขน ขอบจักซี่ฟันตื้น ๆ ก้านใบยาวได้ถึง 1.5 ซม. ดอกออกเดี่ยว ๆ ตามซอกใบ ก้านดอกยาว 0.7-3.5 ซม. ฐานดอกรูปถ้วย ยาว 2-4 มม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปสามเหลี่ยมแคบ ยาว 2.5-6 มม. ขอบจักซี่ฟันห่าง ๆ 2-3 คู่ ดอกสีม่วงอมเขียวหรือแดง ด้านในมีปื้นสีเหลืองอ่อน ยาว 0.6-1 ซม. กลีบบน 2 กลีบ แฉกลึกจรดโคน รูปสามเหลี่ยม ขอบกลีบเว้า กลีบล่าง 3 กลีบ รูปขอบขนาน ยาวกว่ากลีบบน โคนคอด ด้านในหลอดกลีบมีขนยาว เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเหนือกึ่งกลางหลอด อับเรณูที่เชื่อมติดกันยาว 1-1.5 มม. ผลสดมีหลายเมล็ด สีม่วงอมแดง รูปกลมหรือรี ยาว 0.7-1.5 ซม. เมล็ดผิวเป็นร่างแห	ยอดอ่อนหรือทั้งต้นกินเป็นผักสด หรือนำมาจิ้มน้ำพริก	พืชอาหาร
997	บ่อเกลือ	ผักกูด	Paco	ผักกูดดง	Diplazium esculentum (Retz.) Sw.	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือตามลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่าน มีแสงแดดรำไร ปลูกได้ตามชายคลอง และห้วยหนอง	พืชไม่มีดอกจำพวกเฟิร์นที่มีต้นขนาดใหญ มีเหงาทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเปนใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยอยบาง โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ยอดใบอ่อนม้วนงอ ใต้ใบมีอับสปอร์สีน้ำตาลเรียงตามแนวเส้นใบ	ยอดอ่อนนำมาผัด ยำ ลวกจิ้มน้ำพริก	พืชอาหาร
998	บ่อเกลือ	บัวบกเขา ผักหนอกเขา	Java pennywort		Hydrocotyle javanica Thunb.	พบในเอเชียเขตร้อน จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ขึ้นตามที่ชื้นแฉะหรือชายป่า ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร	ไม้ล้มลุก ลำต้นทอดนอน เกลี้ยงหรือมีขนสั้นนุ่ม ใบรูปไข่กว้าง ส่วนมากด้านกว้างยาวกว่าด้านยาว กว้าง 3-9 ซม. ขอบจักมน 5-7 จัก หรือเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย โคนรูปหัวใจตื้น ๆ ส่วนมากมีขนสั้นนุ่มตามเส้นแขนงใบทั้งสองด้าน เส้นโคนใบ 7-9 เส้น ก้านใบยาวได้ถึง 17 ซม. มีขนยาว ช่อดอกออกเป็นกระจุกหลายช่อ ส่วนมากก้านช่อยาวไม่เกิน 2 ซม. มักสั้นกว่าก้านใบ ดอกจำนวนมาก ก้านดอกสั้นมากหรือยาวได้ถึง 2 มม. กลีบดอกรูปขอบขนาน มักมีแต้มสีม่วงแดง ยาวประมาณ 1 มม. ผลกลมแป้น กว้าง 1.5-1.8 มม. ยาว 1-1.3 มม. เกลี้ยง	ยอดสดจิ้มน้ำพริก	พืชอาหาร
999	บ่อเกลือ	กูดต้น กูดพร้าว มหาสดำ		กุ้ยกุ้ย	Cyathea latebrosa (Wall. ex Hook.) Copel.	เขตการกระจายพันธุ์ในจีนตอนใต้ กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ส่วนในประเทศไทยพบขึ้นกระจายพันธุ์ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ โดยมักพบขึ้นตามไหล่เขาในป่าดิบเขา บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลต่ำกว่า 1,000 เมตร	เฟิร์นต้นที่มีลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 3-5 เมตร ตามลำต้นมีเกล็ดขึ้นปกคลุมและมีรอยก้านใบที่หลุดร่วงไป รากมีลักษณะเป็นเส้นแข็งสีดำ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกรวมกันเป็นกลุ่มบริเวณใกล้ยอด แกนกลางของใบประกอบไม่เรียบ มีตุ่มขรุขระทางด้านล่าง ส่วนด้านบนมีขนและเกล็ดขึ้นประปราย ก้านใบเป็นสีน้ำตาลปนเหลืองหรือสีน้ำตาลเข้ม ยาวได้ประมาณ 40 เซนติเมตร มีหนามสั้น ๆ ที่โคนมีเกล็ดสีน้ำตาลเป็นมัน เกล็ดมีลักษณะเป็นรูปแถบ มีขนาดกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ด้านบนมีขน กลุ่มใบย่อยคู่ล่างลดขนาดลงยาวได้ประมาณ 10 เซนติเมตร มีรูปร่างไม่แน่นอน ส่วนกลุ่มใบย่อยถัดขึ้นมาจะมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานแคบ ปลายเรียวแหลมและมีติ่งยาว มีขนาดกว้างประมาณ 14 เซนติเมตร และยาวประมาณ 40 เซนติเมตร แกนกลุ่มใบย่อยมีเกล็ดแบนสีน้ำตาลทางด้านล่าง ใบย่อยจะมีมากกว่า 25 คู่ เรียงห่างกันประมาณ 1.6 เซนติเมตร ลักษณะเป็นรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก มีขนาดกว้างประมาณ 1.7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลม โคนกึ่งตัด ส่วนขอบหยักเว้าลึกเกือบถึงเส้นกลางใบย่อย หยักเฉียง รูปเคียว มีขนาดกว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายมน ส่วนขอบเรียบหรือจักเป็นฟันเลื่อย เส้นกลางใบย่อยมีขนทางด้านบน ส่วนด้านล่างมีเกล็ดแบนสีน้ำตาล แผ่นใบบาง ผิวใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างเป็นสีเขียวอ่อน เส้นใบแยกสาขาออกเป็นคู่ 7-8 คู่ ก้านใบย่อยไม่มี กลุ่มอับสปอร์จะมีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม อยู่บนเส้นใบทั้งสองข้าง โดยจะอยู่ตรงเส้นกลางใบย่อย เยื่อคลุมกลุ่มอับสปอร์เป็นเกล็ดเล็ก อยู่ที่ฐานของกลุ่มอับสปอร์	ไม้ประดับ	พืชใช้สอยอื่นๆ
1000	บ่อเกลือ			ผักแกงแกะ				ยอดอ่อนนำมาแกง หรือรับประทานสดจิ้มน้ำพริก มีรสขม	พืชอาหาร
1001	บ่อเกลือ	ตำแยช้าง กะลังตังช้าง		งัง	Girardinia diversifolia (Link) Friis		เป็นพืชล้มลุก สูงได้ถึง 1.5 เมตร ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนมีขนสากหนาแน่น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ทรงใบรูปฝ่ามือ เป็นพู 3-7 พู ขอบใบหยักซี่ฟันเลื่อย ตามก้านใบมีขนเป็นหนามแข็งๆ กอดเล็กสีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นพวงใหญ่ตามง่ามใบ ผลเล็ก กลม ผิวผลมีหนามแข็งหนาแน่น	ใบและต้นมีพิษ หากโดนผิว จะทำให้ปวดแสบปวดร้อน	พืชพิษ
1002	บ่อเกลือ	เดื่อปล้องหิน		มะนอด	Ficus semicordata Buch.-Ham. ex Sm.	พบที่ปากีสถาน อินเดีย เนปาล ภูฏาน จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีน คาบสมุทรมลายู ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชายป่า ริมลำธาร ความสูงถึงประมาณ 1600 เมตร	ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 ม. หูใบยาว 1-3.5 ซม. โอบหุ้มกิ่ง ร่วงเร็ว ใบเรียงสลับระนาบเดียว รูปรีถึงรูปใบหอก หรือแกมรูปไข่กลับ ส่วนมากยาว 10-25 ซม. หรือยาวได้ถึง 45 ซม. โคนเบี้ยว ด้านหนึ่งรูปหัวใจกว้าง คลุมก้านใบ ขอบใบจักซี่ฟัน แผ่นใบมีขนสากและขนสั้นนุ่มสีน้ำตาลหนาแน่นด้านล่าง และมีผลึกซิสโทลิท ก้านใบยาว 0.5-2 ซม. ดอกอยู่ภายในฐานดอกที่ขยายออกตามกิ่งที่ไม่มีใบหรือออกจากไหลที่โคนต้น รูปกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-2.5 ซม. ไร้ก้านหรือยาวได้ถึง 5 มม. มีใบประดับ 3 ใบ ช่องเปิดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 มม. มีขนหนาแน่น มีใบประดับ 5 ใบ ผลสุกภายในสีขาว	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1003	บ่อเกลือ			จางจืด				ใบและกิ่งนำมาต้มน้ำดื่ม ช่วยขับสารพิษในร่างกาย	พืชสมุนไพร
1004	บ่อเกลือ	ก่อแป้น กว้าวกวาง ก่อตี ก่อหนาม ก่อหรั้ง มะก่อ		ก่อนูน	Castanopsis diversifolia (Kurz) King ex Hook.f.	พม่า ลาว ภาคเหนือ,ภาคกลางตามป่าดินเขา,ป่าเหล่า,ป่าเบญจพรรณ ที่สูงระหว่าง(700) 1,000–1,500 (2,200) เมตร ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤศจิกายน ติดผลช่วงกันยายนถึงตุลาคม	ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูง 10 – 30 เมตร ขนาดวัดรอบ 150 – 200 เซนติเมตร ตาใบรูปไข่ มีขน กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่นและมีช่องอากาศทั่วไป ใบรูปรี หรือรูปขอบขนาน กว้าง 5 – 10 เซนติเมตร ยาว 11 – 22 เซนติเมตร โคนมน หรือเบี้ยวเล็กน้อย ปลายเรียวแหลมหรือเป็นติ่งแหลม ขอบเรียบ แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนังหรือค่อนข้างหนา ด้านบนเกลี้ยงยกเว้นตามเส้นกลางใบ ด้านล่างใบมีขนประปราย เส้นกลางใบนูนเด่นทางด้านล่างและเป็นร่องทางด้านบน เส้นแขนงใบข้างละ 8 – 14 เส้น เส้นโค้งอ่อนแต่ไม่เชื่อมกับเส้นถัดขึ้นไป เส้นใบย่อยแบบขั้นบันไดเห็นได้ทางด้านล่าง เส้นใบย่อยแบบร่างแหเห็นไม่ชัด ก้านใบยาว 1 – 1.5 เซนติเมตร เมื่ออ่อนมีขนสีน้ำตาล ช่อดอกเพศผู้และเพศเมียแยกต่างช่อ หรือร่วมช่อเดียวกัน ในกรณีร่วมช่อกลุ่มของดอกเพศเมียจะอยู่ทางโคนช่อ ช่อออกตามง่ามใบหรือปลายกิ่ง ทุกส่วนมีขนทั่วไป ช่อดอกเพศผู้ส่วนใหญ่แยกแขนง ช่อย่อยยาว 5 – 10 เซนติเมตร ดอกเล็กสีขาวนวลหรือเหลืองอ่อน กลิ่นหอมอ่อน ติดกระจายหรือเป็นกระจุกๆละ 2-3 ดอก มีกลีบเลี้ยงหรือกลีบรวมที่แยกเป็นอิสระจากกัน 6 กลีบ มีขนอยู่ตามขอบกลีบ เกสรเพสผู้มี 12 อัน และมีรังไข่ที่ไม่เจริญรูปทรงกลมขนาดเล็ก และมีขนปกคลุมแน่นอยู่ตรงกลางช่อดอกเพศเมียมักเป็นช่อเดี่ยว ยาว 8 -15 เซนติเมตร ดอกติดกระจายไปตามแกนช่อดอก ลักษณะทั่วไปคล้ายดอกเพศผู้ มีเกสรเพศผู้เป็นหมัน 12 อัน รังไข่รูปป้อมมักเป็นเหลี่ยมตามยาว 3 เหลี่ยม มีขนคลุมแน่น มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 2 เม็ด ปลายรังไข่มีก้านยอดเกสรเพศเมีย มีขนบริเวณที่ค่อนมาทางโคนก้าน 3 อัน ปลายก้านผิวเกลี้ยงและถ่างออก ผลกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 – 6.5 เซนติเมตร (รวมทั้งกาบหุ้มผล) ก้านผลเห็นไม่ชัด ผลติดกระจายไปตามแกนช่อผลที่ยาวได้ถึง 20 เซนติเมตร กาบหุ้มผลจะหุ้มมิดตัวผล ยกเว้นบริเวณปลายยอด ผิวกาบคลุมด้วยหนามที่ไม่แยกแขนงหนาแน่น หนามเหยียดตรงหรือโค้งเล็กน้อยและมีขนปกคลุม กาบไม่แยกเมื่อผลแก่จัด ในแต่ละกาบจะมีผลรูปป้อมหรือรูปรี 1 – (2 -3) ผล ผิวผลเกลี้ยง ยกเว้นบริเวณส่วนปลายผล เปลือกลำต้นสีน้ำตาลแก่สลับด้วยสีเทาดวงโตๆผิวค่อนข้างเรียบ เปลือกในไม่มีสันยาวกดเนื้อไม้ กระพี้ผิวเรียบสีน้ำตาลอ่อน หูใบเรียวแหลม มีขนทางด้านนอก	เมล็ดนำมาคั่วรับประทานเป็นอาหาร	พืชอาหาร
1005	บ่อเกลือ	อบเชย เชียกใหญ่ จวงดง เชียด เฉียด ฝนเสน่หา สมุลแว้ง มหาปราบ	Cinnamon	แกงหอม	Cinnamomum bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet	พบได้ในป่าเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์หรือป่าดงดิบทั่วไปในประเทศไทย	อบเชยไทยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงของต้นประมาณ 15-20 เมตร ทรงพุ่มกลมหรือเป็นรูปเจดีย์ต่ำ ๆ ทึบ เปลือกต้นค่อนข้างเรียบเกลี้ยงเป็นสีน้ำตาลอมเทา เปลือกและใบมีกลิ่นหอม ใบอบเชยไทย ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-7.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7.5-25 เซนติเมตร แผ่นใบหนา เกลี้ยง แข็ง และกรอบ เส้นใบออกจากโคนมี 3 เส้น ยาวตลอดจนถึงปลายใบ ด้านล่างเป็นคราบขาว ก้านใบยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร ดอกอบเชยไทย ออกดอกเป็นช่อแบบกระจายที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร ดอกมีกลิ่นเหม็น ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองอ่อนหรือสีเขียวอ่อน ผลอบเชยไทย ผลมีขนาดเล็ก ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ผลแข็ง ตามผิวผลมีคราบขาว แต่ละมีเมล็ดเดียว ฐานรองรับผลมีลักษณะเป็นรูปถ้วย	เปลือกต้นใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่น	พืชอาหาร
1006	บ่อเกลือ	สาบหมา	Crofton weed, Sticky snakeroot	หญ้าดำ สาบดำ	Ageratina adenophora (Spreng.) R.M.King & H.Rob.	พบมากในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-600 เมตรขึ้นไป	พืชล้มลุกสูง ๐.๖ - ๑ เมตร ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม ขนาด ๓ - ๕ x ๔ - ๘ เซนติเมตร ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อกลมเกิดที่ปลายยอด ดอกย่อยสีขาว อัดกันแน่นเป็นกระจุกกลม ผลแห้ง ไม่แตกมีขนสีขาวจำนวนมาก	ใบ ขยี้ใส่แผลสด ช่วยห้ามเลือด	พืชสมุนไพร
1007	บ่อเกลือ	ผักคราด ผักคราดหัวแหวน	Para cress, Toothache plant, Spot flower	ผักเผ็ด	Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen	พบทั่วไปตามดินที่ชื้นแฉะ ชอบขึ้นบริเวณกลางแจ้ง ทั่วไป	"ผักเผ็ดเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-40 ซม. ลำต้นค่อนข้างกลม อวบน้ำ อาจมีสีม่วงแดง ต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปกรวยคว่ำสีเหลืองอ่อน ผลเป็นผลแห้ง รูปไข่
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักเผ็ดใหญ่ ดอกขาว และผักเผ็ดน้อย ดอกสีเหลือง มีรสชาติเผ็ดกว่า และนิยมกินมากกว่า"	ดอกและใบอ่อน นำมาแกง	พืชอาหาร
1008	บ่อเกลือ	ไผ่บง			Dendrocalamus brandisii (Munro) Kurz	เป็นพืชพื้นเมืองของจังหวัดกาญจนบุรี ชอบน้ำ	ลำเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย 20 ซม. สูง 10-20 ม. มีขนสีน้ำตาลมากกว่าไผ่ตง ที่กาบหุ้มลำมีส่วนของใบยอดกาบใหญ่ กอขนาดสูงใหญ่ กอไม่แน่น มีการแตกกิ่งตั้งแต่กลางลำขึ้นไป มีรากฝอยออกรอบข้อ หน่อดกขนาดใหญ่ เหมาะที่จะใช้งานได้หลายอย่าง (ธัญพิสิษฐ์, 2553)	หน่อนำมาแกง	พืชอาหาร
1009	บ่อเกลือ	ไผ่ซางป่า	Giant Bamboo		Dendrocalamus strictus (Roxb.) Nees	กระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย มาเลเซีย พม่า อินโดนีเซีย โดยทั่วไปจะพบมากทางภาคกลาง และภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง เช่น ในบริเวณหุบเขาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่และลำปาง	เป็นไม้ไผ่หน่ออัดใบ ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ไม่มีหนาม ผิวเป็นมัน มีกิ่งแขนงมาก สูงประมาณ 6-20 ซม. มีเนื้อหนาประมาณ 5-8 มม. ปล้องยาวประมาณ 15-50 ซม. เนื้อไม้หยาบ โดยทั่วไปลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-12.5 ซม. ถ้าพบบริเวณเนินเขาสูงลำต้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5-10 ซม. กาบหุ้มลำในปล้องต่ำ ๆ จะสั้นประมาณ 8-30 ซม. ข้างนอกกาบจะมีขนแข็งสีน้ำตาลเหลือง ในพื้นที่แห้งแล้งอาจจะไม่มีขนขณะที่ยังอ่อน กาบหุ้มลำมีสีเขียวอมเหลือง ครีบกาบเล็กหรือไม่มี่ กระจังกาบแคบ หยัก ใบยอดกาบตรงเป็นรูปสามเหลี่ยมแคบ ๆ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นมุมป้าน ขนาดใบยาว 12-30 ซม. กว้าง 1-2.5 ซม.ลักษณะใบ ท้องใบมีขนอ่อนแน่น เส้นลายใบ 2-6 เส้น เส้นลายใบย่อย 5-7 เส้น ขอบใบสากคม ก้านใบแบน ยาว 0.2-0.5 ซม. ครีบใบไม่ค่อยเห็น กระจังใบโค้งเข้า ปลายรูปมนหรือกลม มีหยัก กาบใบข้างนอกไม่มีขน หน่อมีขนาดเล็กกว่าหน่อไผ่ตง	หน่อนำมาแกง	พืชอาหาร
1010	บ่อเกลือ	ห้อมช้าง		ต้นโจ้	Phlogacanthus curviflorus (Wall.) Nees	พบกระจายเป็นกลุ่มบริเวณริมลำธาร ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 500-750 เมตร	ไม้พุ่ม สูง 1-2 ม. ลำต้นกลวง ใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปรีแกมไข่กว้าง กว้าง 12 ซม. ยาว 30 ซม. ก้านใบ ยาว 5-6 ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ตั้งขึ้น สีส้มแดงหรือแดงอิฐ กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน สีเขียว มีขนนุ่ม กลีบดอกเป็นหลอดโค้ง ยาว 5-6 ซม. ด้านนอกมีขนแน่น ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบโค้งออกด้านนอก เกสรเพศผู้ 2 อัน ผลแห้งแก่แล้วแตก รูปรียาว มีสันสี่เหลี่ยม กว้าง 0.4-0.6 ซม. ยาว 3.2-3.5 ซม. เมล็ด 12-14 เมล็ด	กินน้ำหวานของกลีบดอก	พืชอาหาร
1011	บ่อเกลือ	มะเดื่อ มะเดื่อหว้า เดื่อหลวง มะเดื่อชุมพร		มะเดื่อ	Ficus auriculata Lour.	ปากีสถาน อินเดียตอนเหนือ เนปาล รัฐสิกขิม ภูฏาน พม่า จีนตอนใต้ ลาว เวียดนาม กัมพูชา และคาบสมุทรมาเลเซีย ในประเทศไทยพบทุกภาคยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบตามป่าดิบ และป่าเบญจพรรณ มักอยู่ริมลำน้ำ ระดับความสูงตั้งแต่ 0-1300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล	ไม้ต้น สูง 10-15 เมตร ใบเรียงสลับวนรอบกิ่ง แผ่น ใบรูปไข่ กว้าง 1.5-13 เซนติเมตร ยาว 18-21 เซนติเมตร เนื้อใบเหนียวหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ปลายใบแหลม ขอบหยักฟันเลื่อยห่างๆ ฐานมน ก้านใบ ยาว 3-6 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง ผลรูปลูกแพร์ เกิดเป็นกระจุกตามลำต้นหรือกิ่งขนาดใหญ่ ผิวเกลี้ยงหรืออาจมีขนสั้นนุ่มปกคลุม มักมีสันตามยาวและมีรอยแผลใบประดับข้าง ชนาดตามขวางตอนสด 3.5-4.5 เซนติเมตร สุกสีส้มแกมแดง ก้านหน่วยผลยาว 4-5 เซนติเมตร ดอกแยกเพศแยกต้นเป็นต้น เพศผู้กับต้นเพศเมียต้นเพศผู้ประกอบด้วยเพศผู้ที่เกิดรอบปากช่องเปิด	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1012	บ่อเกลือ	เร่วป่า	Mak kouk	กุ๊ก	Amomum dealbatum Roxb.	พบมากในป่าดิบชื้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นได้ดีในที่มีความชื้นสูง ริมลำธาร ชอบดินร่วนซุย ไม่มีน้ำท่วมขัง	จี๋กุ๊กเป็นพืชล้มลุก ลำต้นแข็ง สูง 1-2 เมตร มีเหง้าใต้ดิน อายุหลายปี หัวสีขาวอมเหลือง รสเผ็ดขื่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 8-15 ซม. ยาว 40-50 ซม. แผ่นใบเรียบเป็นมันวาว มีกาบใบห่อม้วนกันเป็นลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อที่โคนลำต้น มีกลีบเลี้ยงซ้อนกันอัดแน่น สีเขียวปนน้ำตาล กลีบดอกย่อยสีขาวเป็นหลอด พองเป็นกระเปาะ และปากเปิด ส่วนปากกลีบดอกที่เปิดมีแถบสีเหลือง 1 แถบ ตรงกลาง ผลกลมเกลี้ยง ขนาดเล็ก เมื่อแก่ผลจะแห้งและแข็ง	หน่อกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
1013	บ่อเกลือ	กล้วย	Lady Finger Banana	กล้วยไข่	Musa acuminata Colla	นิยมปลูกในช่วงฤดูฝนในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน	"ไม้ยืนต้นประเภท perennial herb มีลำต้นแท้ที่เป็นหัวอยู่ใต้ดิน มีลำต้นเทียมสูง 2.5-3.0 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่าศูนญ์กลางประมาณ 16 เซนติเมตร หรือ มีเส้นรอบวงลำต้นประมาณ 50 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียวปนเหลือง กาบด้านในมีสีชมพูแดง มีประดำหนา โคนใบมีปีกสีชมพู ใบเป็นแบบ lanceolate ใบมีสีเขียวปนเหลือง ใบไม่เป็นนวล ก้านใบสีเขียวอมเหลือง ใบกว้างประมาณ 70-75 เซนติเมตร ยาว 180-195 เซนติเมตร แผ่นใบทั้งสองด้านมีความกว้างไม่เท่ากัน มีร่องกว้าง ดอกเป็นแบบดอกรวม เรียกว่า ปลี ดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกันโดยดอกเพศเมียอยู่ด้านบน
 ส่วนดอกเพศผู้อยู่ด้านล่าง ส่วนกลางเป็นดอกกระเทย ดอกกระเทยมีค่อนข้างน้อยมาก มีขนอ่อนปกคลุมที่ก้านช่อดอก ใบประดับดอกมีรูปไข่ มีลักษณะม้วนงอขึ้น โดยมีส่วนปลายค่อนข้างแหลม ด้านล่่างมีสีแดงอมม่วง ด้านบนมีสีซีดดอกย่อยมีกลีบเชื่อมติดกัน 2 กลีบ ได้แก่ กลีบรวม มีจำนวน 5 กลีบมีลักษณะสีขาวปลายสีเหลือง และกลีบรวมเดี่ยว 1 กลีบ มีลักษณะขาวใส เกสรเพศผู้ และเพศเมียมีความยาวใกล้เคียงกัน เกสรเพศเมียสูงกว่าเกสรเพศผู้เล็กน้อย เกสรเพศเมียมีสีเหลือง ส่วนเกสรเพศผู้มีสีชมพู ส่วนของปลีกล้วยไข่ที่รวมกันจะเรียกว่า เครือ ซึ่งจะแบ่งเป็นหวีๆ ประมาณ 7-10 หวี แต่ละหวีมีผลกล้วยประมาณ 10-14 ผล ผลมีขนาด กว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร มีก้านผลค่อนข้างสั้น เปลือกผลค่อนข้างบาง เมื่อสุกมีสีเหลือง แต่อาจพบจุดดำเล็ก ๆ ประปรายบนเปลือกผล เนื้อกล้วยมีสีครีมอมส้ม ให้รสหวาน และมีกลิ่นหอม"	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1014	บ่อเกลือ	ฝรั่งขี้นก	Guava	มักคาดา / มะแก๋ว	Psidium guajava L.	พบปลูกทั่วไป เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี	ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1015	บ่อเกลือ	ขนุน	Jack fruit tree	มะหนุน	Artocarpus heterophyllus Lam.	ปลูกได้ทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และแสงแดดจัด	"ขนุนไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาผิวด้านล่างสากมือ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า ""ส่า"" ออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศเมียจะออกตามกิ่งใหญ่และตามลำต้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นหนามแหลม ผลเป็นผลรวมขนาดใหญ่ ส่วนของเนื้อที่รับประทานเจริญมาจากกลีบดอก ส่วนซังคือกลีบเลี้ยง"	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1016	บ่อเกลือ	มันสำปะหลัง สำโรง	Cassava, Manioc, Tapioca	มันต้น	Manihot esculenta Crantz	พบทั่วไป ชอบดินปนทรายร่วนซุย ระบายน้ำดี	"พืชล้มลุก มีหัวสะสมอาหารใต้ดิน ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ รูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ก้านใบยาว 8-15 ซม. มีหูใบ 2 ข้าง ลำต้นมียางใส ช่อดอกกระจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลกลุ่มทรงกลม ลักษณะมีปีกบางเป็นซีก เมล็ดสีน้ำตาล
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มันต้างขาว และมันต้างแดง"	หัวนำมาทำอาหาร ยอดลวกกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
1017	บ่อเกลือ	มันเทศ	Sweet potato	มันแก๋ว	Ipomoea batatas (L.) Lam.	พบทั่วไปบริเวณที่รกร้างในป่าละเมาะ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	"มันเทศเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินสีม่วงแดง ส้ม นวลหรือขาว รูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดิน ตั้งตรง หรือเลื้อยพัน ยาว 1-5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก ที่ข้อมีราก ใบเดี่ยว เรียงรูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 4-11 ซม. ยาว 4-14 ซม. ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ก้านใบยาว 4-20 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกแข็งยาว 3-18 ซม. เป็นสัน เกลี้ยงหรือมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรูปกรวย สีม่วงอ่อน ผลแห้ง รูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงมีขนาดเล็ก
 ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ มันแกวขาว มันแกวแดง และมันแกวม่อนไข่"	หัวนำมาเผากิน ยอดอ่อนนำไปประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1018	บ่อเกลือ	เตยหอม	Pandanus Palm , Fragrant Pandan	เตย	Pandanus amaryllifolius Roxb.	เติบโตได้ดีในสภาพพื้นดินร่วน ชุ่มน้ำ แดดไม่จัดมาก.	เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวลักษณะแตกกอเป็นพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นเป็นข้อ ใบออกเป็นพุ่มบริเวณปลายยอด เมื่อโตจะมีรากค้ำจุนช่วยพยุงลำต้นไว้ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนเป็นเกลียวขึ้นไปจนถึงยอด ลักษณะใบยาวเรียวคล้ายใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมัน เส้นกลางใบเว้าลึกเป็นแอ่ง ถ้าดูด้านท้องใบจะเห็นเป็นรูปคล้ายกระดูกงูเรือ ใบมีกลิ่นหอม	ใบต้มกับน้ำดื่ม	พืชอาหาร
1019	บ่อเกลือ	หม่อน	White mulberry, Mulberry	หม่อน	Morus alba L.	มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน	ต้น ไม้พุ่ม ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ขอบเรียบหรือหยักเว้าเป็นพู ขึ้นกับชนิดพันธุ์ กว้าง 8-14 ซม. ยาว 12-16 ซม. ผิวใบสากคาย ดอก ช่อ รูปทรงกระบอกออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน กลีบรวมสีขาวหม่นหรือสีขาวแกมเขียว ผล ผลรวม รูปทรงกระบอก เมื่อสุกสีม่วงแดง	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1020	บ่อเกลือ	ลำพูป่า ตุ้มเต๋น คอเหนียง สะบันงาช้าง	Achung, Duabanga, Lampati	ไม้เต๋น	Duabanga grandiflora (DC.) Walp.	พบที่อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชายป่า ที่โล่ง ตามหุบเขา ริมลำธาร หรือที่ชุ่มชื้น ความสูงถึงประมาณ 1200 เมตร	ไม้ต้น สูงได้ถึง 35 ม. โคนต้นมีพูพอน กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ใบเรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือแกมรูปไข่กลับ ยาว 10-24 ซม. ปลายแหลมยาว โคนกลมหรือเว้าตื้น แผ่นใบด้านล่างมีนวล ก้านใบยาวได้ถึง 1 ซม. ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่น ออกสั้น ๆ ที่ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 3-4 ซม. กลีบเลี้ยงและกลีบดอกจำนวนอย่างละ 6-7 กลีบ หลอดกลีบเลี้ยงรูปถ้วย กลีบรูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่กลับ ยาว 1-3 ซม. บานออก ดอกสีขาว มีกลิ่นแรง กลีบรูปรี ยาว 4 ซม. ย่น ก้านกลีบยาว 2-4 มม. เกสรเพศผู้จำนวนมาก เรียง 2 วง อับเรณูติดไหว โค้ง รังไข่กึ่งใต้วงกลีบ ออวุลจำนวนมาก ผลแห้งแตกเป็น 6-9 ซีก รูปไข่กว้างเกือบกลม กว้าง 4-4.5 ซม. ยาว 3-4 ซม. กลีบเลี้ยงติดทน เมล็ดจำนวนมาก รูปแถบ ยาว 4-6 มม. มี 2 หาง รูปเส้นด้าย	ลำต้นและกิ่งใช้เป็นไม้ฟืน ผลอ่อนกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
1021	บ่อเกลือ	พวงไข่มุก ระป่า อุน อุนฝรั่ง	American elder	ดอกคูณ	Sambucus canadensis L.	มีถิ่นกำเนิดทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เป็นไม้ประดับทั่วไปในเขตร้อน	ไม้พุ่ม สูง 2-6 ม. ใบประกอบ 2 ชั้น ปลายคี่ เรียงตรงข้าม ยาวได้ถึง 25 ซม. ใบประกอบย่อยมีได้ถึง 8 คู่ ใบช่วงโคนส่วนมากมี 3 ใบย่อย ช่วงปลายมักมีใบเดียว ใบย่อยรูปขอบขนาน รูปใบหอก หรือรูปใบหอกกลับ ยาว 4-9 ซม. ใบกลางขนาดใหญ่กว่าใบข้างในใบประกอบย่อยที่มี 3 ใบ ขอบจักฟันเลื่อย แผ่นใบด้านล่างมีขนสั้นนุ่ม ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่นแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง แผ่กว้างได้กว่า 30 ซม. ก้านช่อยาวได้กว่า 10 ซม. ก้านดอกยาวได้ถึง 5 มม. กลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ ยาวประมาณ 1 มม. เชื่อมติดกันที่โคน ดอกสีขาว มี 4-5 กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน กลีบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 5 มม. ปลายมน เกสรเพศผู้ส่วนมากมี 5 อัน อับเรณูหันออก รังไข่กึ่งใต้วงกลีบ ส่วนมากมี 5 ช่อง ไร้ก้านเกสรเพศเมีย ยอดเกสรจัก 5 พู ผลคล้ายผลสดมี 4-6 เมล็ด	ปลูกประดับ	พืชใช้สอยอื่นๆ
1022	บ่อเกลือ	ผักชีฝรั่ง	Culantro, Long coriander, Sawtooth coriander	ผักหนาม / หอมป้อมเป้อ	Eryngium foetidum L.	ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก ชอบดินร่วนปนทราย ชอบอยู่ในร่ม ชอบพื้นที่ไม่แฉะเกินไป	"เหง้าใต้ดินและอาจอยู่เหนือดินเล็กน้อย เป็นกระเปราะกลมรีอยู่เหนือราก ใบแทงออกจากเหง้าที่เป็นลำต้นเรียงเวียนรอบเหง้าแน่นเป็นกระจุกรูปไข่ขอบขนวน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย และ
 มีหนามเล็กที่ปลายฟันเลื่อย ใบแข็งกระด้าง ใบอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม ดอกช่อแทงออกตรงกลางของลำต้น ใบประดับที่ก้านดอกรูปหอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขนานแกมรูปไข่ สีเขียว กลีบดอก 5-7 กลีบ สีขาว ดอกย่อยจำนวนมาก เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสีขาว เกสรเพศเมียเป็นเส้นด้าย 2 เส้น ไม่มีฐานเกสร ผลแห้งจะปริแตกออกเป็น 2 ซีก แต่ละซีก เมล็ดจำนวนมาก"	ใบนำมาใส่แกงช่วยดับกลิ่นคาว	พืชอาหาร
1023	บ่อเกลือ	หางสิงห์	rock tassel fern		Huperzia squarrosa (G. Forst.) Trevis.	พบได้ที่บริเวณเขตร้อนทั่วไป เช่น อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย	พืชจำพวกคล้ายเฟิน ลำต้นอวบน้ำ สีเขียวอ่อน ยาวได้ถึง 70 เซนติเมตร ปลายแตกออกเป็นคู่ ใบเรียงเวียนสลับรอบลำต้น รูปใบหอก ปลายแหลม ไม่มีก้านใบ สีเขียว เรียงเป็นระเบียบ บริเวณปลายมีสโตรบิลัส อับสปอร์ เรียงตัวกันแน่นที่ใต้ใบ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองเมื่อแก่เต็มที่	ปลูกประดับ	พืชใช้สอยอื่นๆ
1024	บ่อเกลือ	ยาสูบ	Tobacco	ยาสูบ	Nicotiana tabacum L.	พืชพื้นเมืองของทวีป อเมริกาใต้	ไม้ล้มลุก สูง 0.6-2 เมตร ตามลำต้นและยอดมีขนอ่อนปกคลุม ทุกส่วนของต้นมีต่อมน้ำยางเหนียว ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 10-20 เซนติเมตร ยาว 30-60 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบเรียวสอบ ท้องใบและหลังใบมีขนปกคลุม ขอบใบเรียบและเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอก เป็นดอกช่อออกที่ปลายยอด มีกลีบดอก สีชมพูปนขาว 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายกลีบแหลม มีขนขาวปกคลุม กลีบเลี้ยงสีเขียว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกแหลม ผล เป็นผลแห้ง รูปขอบขนาน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่สีน้ำตาล แตกออกได้ ด้านในมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมาก	ใบขยี้ทากันทาก	พืชใช้สอยอื่นๆ
1025	บ่อเกลือ	ยุงกวาด ยุงปัด หญ้าขัด	Broom weed	หญ้าโต้มขัด	Sida acuta Burm.f.	ชอบขึ้นในป่าฟื้นสภาพและที่โล่งแจ้ง	หญ้าขัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านมีความเหนียวและแข็ง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอก โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย มีหูใบรูปแถบ ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ สีเหลือง ผลแห้งแตกได้ เมล็ดรูปไข่หรือรูปสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม	ใช้ลำต้นและกิ่งมามัดเข้าด้วยกันทำเป็นไม้กวาด สำหรับกวาดบ้านและพื้น	พืชใช้สอยอื่นๆ
1026	บ่อเกลือ	ขิง	Ginger		Zingiber officinale Roscoe	พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง	ขิงเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะ ลำต้นเทียมแทงขึ้นเป็นกอ มีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับถี่ รูปหอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 12-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ช่อดอกรูปกระบองโบราณ แทงขึ้นจากเหง้า ดอกย่อยสีขาว ทุกๆ ดอกมีกาบสีเขียวปนแดงรูปโค้งห่อรองรับ กลีบดอกและกลีบเลี้ยง มีอย่างละ 3 กลีบ หลุดร่วงเร็ว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ปลายกลีบแผ่กว้าง เกสรผู้มี 6 อัน ผลรูปทรงกลม และแข็ง	เหง้านำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1027	บ่อเกลือ	ผักกูด	Paco	ผักกูด	Diplazium esculentum (Retz.) Sw.	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือตามลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่าน มีแสงแดดรำไร ปลูกได้ตามชายคลอง และห้วยหนอง	พืชไม่มีดอกจำพวกเฟิร์นที่มีต้นขนาดใหญ มีเหงาทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเปนใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยอยบาง โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ยอดใบอ่อนม้วนงอ ใต้ใบมีอับสปอร์สีน้ำตาลเรียงตามแนวเส้นใบ	ยอดและใบอ่อนนำมาแกง	พืชอาหาร
1028	บ่อเกลือ	ชะอม	Thorny tree	ผักหละ	Acacia pennata subsp. insuavis (Lace) I.C.Nielsen	พบกระจายทั่วไป ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น ทนน้ำขังได้	ชะอมเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง หรือไม้เถายืนต้น ลำต้นสีขาวมีหนามแหลมคม ใบประกอบขนาดเล็กเป็นฝอย มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถินหรือใบส้มป่อย ใบมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นลูกสะตอ ใบเรียงสลับ ใบย่อยออกตรงข้ามกัน ใบย่อยรูปรีมี 13-28 คู่ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอกออกตามซอกใบ สีขาวหรือขาวนวล ขนาดเล็ก เห็นชัดเฉพาะเกสรตัวผู้ที่เป็นฝอยๆ	ยอดและใบอ่อนนำมาแกง	พืชอาหาร
1029	บ่อเกลือ	สลอดเถา มะหลอด		มะหลอด	Elaeagnus latifolia L.	พบตามชายป่าที่ชื้น ป่าเบญจพรรณ และชอบขึ้นอยู่ตามเนินเขาทั่วไปในที่โล่ง ที่ระดับ 200-1,600 เมตร	"ไม้เถาเนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งมีเกล็ดสีเทาหรือสีเงินละเอียดทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมหอก กว้าง 3.5-4.5 ซม. ยาว 6-12 ซม. โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ ท้องใบสีเขียวอมน้ำเงิน เกลี้ยง หลังใบมีเกล็ดเล็กสีเงิน ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ผลรูปรี ยาว 1-2 ซม. สีแดงหรือแดงปนส้ม
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลขนาดเล็ก มีรสหวาน และผลขนาดใหญ่ มีรสออกเปรี้ยว"	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1030	บ่อเกลือ	ชาอัสสัม	Tea plant	เมี่ยง	Camellia sinensis var. assamica (J.W.Mast.) Kitam.	ชอบขึ้นตามพื้นที่สูงโดยเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ความลาดชันพอสมควร มีอินทรียวัตถุในดินสูง ระบายน้ำได้ดี เป็นกรดเล็กน้อย	ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก กิ่งก้านแตกออกด้านข้า ทรงพุ่มเป็นรูปกรวย เปลือกเรียบสีน้ำตาลปนเทา ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอก ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบหนา ด้านบนใบมัน ใต้ใบมีขนอ่อนปกคลุม ดอกมีทั้งดอกเดี่ยวและออกเป็นกระจุกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง สีขาว ผลทรงกลม ผิวเรียบ มี 3 พู ข้างในมีหลายเมล็ด	ใบนำมานึ่งทำเมี่ยง	พืชอาหาร
1031	บ่อเกลือ	ไผ่เฮียะ			Cephalostachyum virgatum (Munro) Kurz	พบขึ้นในป่าดิบแล้ง โดยเฉพาะริมลำธาร ต่างประเทศพบได้ตั้งแต่อินเดียจนถึงภูมิภาคอินโดจีน	ไผ่ประเภทเหง้ากอขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 7-12 เมตร ลำตรงอัดกันเป็นกอแน่น เส้นผ่านศูนยกลางลำ 3-8 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-50 เซนติเมตร ลำอ่อนมีขนและนวลสีขาวปกคลุม ลำแก่สีเขียวเข้ม แต่ละข้อมีกิ่งจำนวนมาก ใบรูปใบหอก รูปขอบขนาน กาบหุ้มลำสีเหลืองอมเขียวถึงสีส้มอมเขียว ปกคลุมด้วยขนสีขาวถึงสีเหลองอ่อน ใบยอดกาบรูปใบหอก ขอบมักม้วนขึ้นด้านบนละพับลง มีขนปกคลุมเล็กน้อย	หน่อนำมาแกง	พืชอาหาร
1032	บ่อเกลือ	ส้มโอ	Pomelo, Shaddock		Citrus maxima (Burm.) Merr.	ชอบขึ้นในที่โล่ง ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	ไม้ยืนต้นวงศ์เดียวกับส้มและมะนาว ตามกิ่งมีหนามกระจายอยู่ห่างๆ ใบเดี่ยวเวียนสลับ แผ่นใบแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงบนจะมีขนาดใหญ่กว่าช่วงล่างมาก ดอกเดี่ยวออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ สีขาวหรือสีเขียวอมเหลือง ผลรูปร่างกลมโต ตามผิวของผลมีต่อมน้ำมันกลิ่นหอมกระจายอยู่ทั่วไป เนื้อในแบ่งเป็นกลีบๆ สีสันแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1033	บ่อเกลือ	ลูกชิด ตาว	Sugar palm, Sweet palm		Arenga pinnata (Wrumb) Merr.	ชอบขึ้นบริเวณเชิงเขา โดยเฉพาะริมลำธาร บริเวณดินร่วน ชอบอากาศชุ่มชื้น พบมากในภาคเหนือ	ไม้ยืนต้นอายุยืน เป็นพืชขนาดใหญ่ตระกูลปาล์ม ใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบมนและแหลม โคนใบรูปเงี่ยงใบหอก ขอบใบเรียบ ผิวใบหนา หลังใบสีอ่อน ช่อดอกเชิงลดขนาดใหญ่ออกตามซอกใบห้อยยาวลงได้มากกว่า 2 เมตร ผลกลุ่มรูปไข่สีเขียว ผลแก่สีเหลืองและดำ เมล็ดสีขาวขุ่น ลักษณะนิ่มและอ่อน แต่ละผลมี 2-3 เมล็ด ต้นต๋าวให้ผลช่วงอายุ 15-20 ปี ส่วนใหญ่ให้ผลครั้งเดียว มากที่สุดไม่เกิน 4 ครั้ง	เมล็ดนำมาทำขนมหวาน	พืชอาหาร
1034	บ่อเกลือ	ไผ่รวก			Thyrsostachys siamensis Gamble	ชอบขึ้นในที่แล้ง หรือที่สูงบนภูเขา ชอบอากาศร้อน น้ำไม่ขัง ดินระบายน้ำดี	ไพืชล้มลุกอายุหลายปี เป็นไม้พุ่มแตกกอ ลำต้นตั้งตรง กลม เป็นทรงกระบอกกลวง ขนาด 2-5 ซม. ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมเทา ไม่มีหนาม มีเนื้อแข็ง เห็นข้อและปล้องชัดเจน แต่ละปล้องยาว 15-30 ซม. มีเหง้าใต้ดินสั้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ 2 แถว รูปหอก กว้าง 0.6-1.2 ซม. ยาว 8-14 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบคม ผิวใบด้านบนเรียบ สีเขียวอ่อน ใบแก่สีเหลืองอ่อน มีเส้นลายใบ ข้างละ3-5 เส้น มีกาบหุ้มลำต้นบางแนบชิดลำต้น ไม่หลุดร่วง ยอดกาบบางเรียวสอบไปหาปลาย ไม่มีติ่ง กาบตอนปลายตรงที่ต่อกับใบจะมีลิ้นใบ	หน่ออ่อนเป็นอาหาร ลำต้นใช้ทำด้ามอุปกรณ์การเกษตร	พืชอาหาร
1035	บ่อเกลือ	มะนาวเทศ เลม่อน	Lemon	มะยื่น	Citrus limon (L.) Osbeck		ไม้พุ่ม ปลายยอดมีหนามแหลม ลักษณะของใบเป็นใบเดี่ยว เมื่อนำมาขยี้จะมีกลิ่นหอมแรง ส่วนลักษณะของดอกเลมอน ดอกมีกลิ่นหอม และมีสีขาว ส่วนลักษณะของผลเลมอน เป็นรูปกลมรี ที่ปลายผลจะมีติ่งแหลม ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง ในผลมีเมล็ดหลายเมล็ด เนื้อผลฉ่ำน้ำและมีรสเปรี้ยว	ผลใช้ปรุงอาหารช่วยให้มีรสชาติเปรี้ยว	พืชอาหาร
1036	บ่อเกลือ	สับปะรด	Pineapple	มะขะหนัด	Ananas comosus (L.) Merr.	ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนอุณหภูมิที่เหมาะสมราว 24-29 องศาเซลเซียส	พืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นแก่ค่อนข้างแข็ง และออกหน่อใหม่ด้านข้าง ใบเรียงสลับถี่รอบต้น ก้านใบกางโอบลำต้น รูปขอบขนาน เรียวคล้ายดาบโค้ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 50-150 ซม. ขอบใบมีหนามขนาดเล็ก เนื้อใบแข็ง ผิวใบด้านหลังสีขาวนวล ช่อดอก ออกปลายยอด ก้านช่อดอกยาว มีใบประดับอยู่ส่วนบนและล่างของช่อดอก ผลขนาดใหญ่รูปไข่หรือทรงกระบอก กว้าง 8–20 ซม. ไม่มีเมล็ดสมบูรณ์	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1037	บ่อเกลือ	โกสน	Garden croton		Codiaeum variegatum (L.) Rumph. ex A.Juss.	พบในป่าหรือนิยมนำมาปลูก แหล่งกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศเขตร้อนทั่วไป เป็นพืชดั้งเดิมของอินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลียและฝั่งทะเลทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิค	ต้นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ถึง 3 เมตร	ใบนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1038	บ่อเกลือ	มะแว้งต้น	Plate brush egg plant	บะแคว้งขม	Solanum indicum L.	พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้เองตามธรรมชาติในบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง	มะแคว้งขมเป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้าน สูงประมาณ 1 เมตร มีขนสีเทาปกคลุมทั้งต้น โคนต้นมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงสลับ เป็นกระจุกปลายกิ่ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3-10 ซม. ขอบใบเว้าตื้น โคนใบกว้าง ปลายใบแหลม มีหนามแหลมตามเส้นกลางใบ ผิวใบหนา ดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงโคนกลีบติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก และคงอยู่เมื่อเป็นผล กลีบดอกสีม่วง โคนติดกัน แผ่เป็นจาน แยกเป็น 5 แฉก ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผิวขาวเทามีกระสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีส้มไม่มีลาย มีเมล็ดจำนวนมาก	ผลนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1039	บ่อเกลือ	กะทกรก, เสาวรส	Passion fruit	หมักนม	Passiflora foetida L.	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ตามที่รกร้างต่างๆ บริเวณป่าที่ราบ ชอบเลื้อยพันกิ่งต้นไม้อื่น ๆ	ไม้เถาเนื้ออ่อน มีมือเกาะ ยาว 1.5-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ขอบใบเว้าเป็น 3 พู มีขนทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ กลีบดอกด้านในสีขาว ด้านนอกสีเขียวอ่อน มีรยางค์เป็นริ้วสีม่วง ปลายสีขาว กลีบเลี้ยงสีเขียว เป็นฝอย 3 กลีบ ผลสด รูปเกือบกลม มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองแกมส้ม เมล็ดจำนวนมากสีดำ มีเยื่อเมือกหุ้ม	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1040	บ่อเกลือ	กะเพรา, กะเพราแดง	Holy basil, Sacred basil, Thai basil	กะเพรา	Ocimum tenuiflorum L.	พบกระจายทั่วไป ชอบแดดจัด ดินร่วน ไม่ชอบน้ำขังและไม่ต้องการน้ำมาก การเด็ดดอกทิ้งช่วยรักษาต้นกะเพราให้มีอายุยาวนานขึ้น	"ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและใบมีขนและมีกลิ่นหอม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักห่าง ผิวใบเรียบ ช่อดอกตั้งขึ้นเป็นชั้นๆ รูปฉัตร ดอกย่อยสีชมพูแกมม่วง กลีบเลี้ยงรูประฆัง ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมีกลีบเดียวกลม ส่วนล่างมี 4 แฉก กลีบดอกด้านบนมี 4 กลีบ ด้านล่างมี 1 กลีบ ปลายกลีบม้วนพับลง ผลแห้ง เมล็ดสีดำอยู่ภายในหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กระเพราสีแหล้ (สีม่วงแดง) และกระเพราสีขาว (สีเขียว)"	ใบนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1041	บ่อเกลือ	เดือย	Job’s tear, Adlay	บะเดือย	Coix lacryma-jobi L	พบปลูกได้ทั่วไป แต่มีมากในภาคเหนือ พบในไร่และสวน ปลูกได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนชื้น ได้รับแสงแดดเต็มวัน	ไม้ล้มลุกตระกูลข้าว อายุปีเดียว ลำต้นเป็นปล้องและกลวง แตกกิ่งเล็กน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาสาก ก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น มีหูใบสั้น สีเขียว ช่อดอกเชิงลดรวม มีกาบหุ้ม ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างดอกกัน ผลกลุ่ม ผลย่อยรูปทรงกลมสีเขียว เมื่อแก่มีสีดำ เปลือกภายนอกแข็ง	เมล็ดกินได้	พืชอาหาร
1042	บ่อเกลือ	ชาโยเต้ มะระหวาน	Chayote	หมักฮี	Sechium edule (Jacq.) Sw.	บ่าเขือเครือเป็นพืชที่ชอบอากาศหนาวเย็น ดินร่วน ระบายน้ำดี	ไม้เลื้อยที่มีอายุหลายปี มีลำต้นเป็นเถายาวคล้ายพืชตระกูลแตง เถามีลักษณะเป็นเหลี่ยม ลำต้นเป็นเหลี่ยม และเลื้อยยาวได้มากกว่า 10 เมตร โดยแตกกิ่งแขนงออก 3-5 เถา โดยโคนเถาที่แก่จะมีสีน้ำตาล ส่วนปลายเถาหรือยอดมีสีเขียว และมีขนขนาดเล็กปกคลุม และบริเวณปลายเถาแตกใบออกเป็นช่วงๆ ทำให้เถาแลดูเป็นข้อๆ พร้อมแตกมือจับออกบริเวณซอกใบ โดยแตกมือจับย่อยที่ส่วนปลายออกประมาณ 3 เส้น ส่วนระบบรากประกอบด้วยรากแก้วขนาดใหญ่ และแตกรากแขนงแทงลงดินในแนวขนานกับพื้นดิน ใบฟักแม้วแตกออกบริเวณข้อตามความยาวของเถา แต่ละข้อจะแตกใบเพียงใบเดียว มีลักษณะเป็นเหลี่ยมหรือแฉก 5 แฉก ขนาดใบกว้างประมาณ 8-12 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร แผ่นใบมีสีเขียวเข้ม และมีขนสากมือปกคลุมทั้งด้านบน และด้านล่าง ดอกฝักแม้วแทงออกเป็นดอกเดี่ยว แต่ออกหลายดอกใกล้กันตามซอกใบตามเถา แยกเพศกันอยู่คนละดอก แต่อยู่บนต้นเดียวกัน ตัวดอกมีขนาดเล็ก ดอกตูมมีลักษณะทรงกลม สีเขียวอมเหลือง มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ เมื่อดอกบานจะแผ่กลีบดอกออก 4 กลีบ สีเหลืองอ่อน แผ่รกลีบดอกมีขนขนาดเล็กปกคลุม ตรงกลางเป็นเกสรตัวผู้หรือรังไข่ที่แยกกันอยู่คนละดอก ผลฟักแม้วติดเป็นผลเดี่ยวตามเถาบริเวณซอกใบ ผลมีลักษณะคล้ายผลโกโก้ ขั้วผลสอบเล็ก ท้ายผลใหญ่ ผิวผล และก้นผลเป็นร่อง ผลอ่อนมีสีเขียวสด ผลแก่มีสีเขียวอมเหลือง ขนาดผล กว้าง 5-15 เซนติเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร มีน้ำหนักผลประมาณ 200-400 กรัม ผลอ่อนมีผิวเกลี้ยง ผลแก่มีหนามขนาดเล็กปกคลุมห่างๆ เปลือกผลหรือเนื้อผลหนา มีรสหวานมัน คล้ายมันฝรั่ง ส่วนด้านในมีเมล็ด 1 เมล็ด ซึ่งสามารถงอกเป็นต้นอ่อนได้ทั้งที่ผลยังติดบนเถา	ผลและยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1043	บ่อเกลือ	อ้อย	Sugar cane		Saccharum officinarum L.	พบปลูกในสวน และบริเวณบ้านเรือน ทั่วไป ชอบดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง น้ำไม่ท่วมและมีการระบายน้ำดี ชอบแสงมาก	เป็นไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร ลำต้นสีม่วงแดง มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 0.5-1 เมตร ช่อดอก ออกที่ปลายยอด สีขาว ผลเป็นผลแห้ง ขนาดเล็กอ้อยมีหลายพันธุ์ แตกต่างกันที่ความสูงความยาวของข้อและสีของลำต้น	ลำต้นนำมาประทาน	พืชอาหาร
1044	บ่อเกลือ	ผักหวานบ้าน	Sweet leaf, Sweet leaf bush		Sauropus androgynus (L.) Merr.	ในธรรมชาติพบขึ้นตามป่าผลัดใบทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	ผักหวานบ้านเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 0.7-2 เมตร เปลือกต้นขรุขระ สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียวเข้ม ผิวเรียบ ใบเดี่ยว รูปไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ท้องใบสีเข้มกว่าหลังใบ คล้ายใบมะยม ดอกสีแดง ออกติดตามก้านใบ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก อย่างละ 3 กลีบ มีเมล็ดกลมแป้นขอบเป็นพู 3 พูสีเขียวฝ้า จานรองสีแดงเข้ม	ยอดและใบอ่อนนำมาแกง	พืชอาหาร
1045	บ่อเกลือ	ข่า	Galangal, Greater Galangal, Chinese Ginger		Alpinia galanga (L.) Willd.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง	ข่าเป็นไม้ล้มลุกสูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อปล้องชัดเจน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก วงรี หรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ช่อดอกออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุด มีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม	เหง้านำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1046	บ่อเกลือ	พญาปล้องทอง พญายอ เสลดพังพอนตัวเมีย	Temple tree, Pagoda tree, Frangipani	ผักอียอ	Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau	พบทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย ที่มีแสงแดดรำไร	ผักพญายอเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยสูง 1-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก ขนาดใบกว้าง 1-3 ซม. ยาว 4-12 ซม. สีเขียวเข้ม ช่อดอก ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดงส้ม โคนกลีบสีเขียวติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 2 ปาก ไม่ค่อยออกดอก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	ใบใส่แกงแค แกงหน่อ	พืชอาหาร
1047	บ่อเกลือ	มะพร้าว	Coconut		Cocos nucifera L.	เจริญในดินร่วน ดินทราย ที่ระบายน้ำได้ดี	มะพร้าวเป็นพืชพวกปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20-40 เซนติเมตร สูง 10-30 เมตร ลำต้นเปลาตรงมีปล้องถี่ๆ ตลอดต้น ใบ ใบประกอบ ใบย่อยเรียวยาว ดอก ขนาดเล็กสีขาวนวลออกเป็นช่อเรียกว่า จั่น ผล ค่อนข้างกลมมีเปลือกเป็นเส้นใยหนา ผลอ่อนสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม ผลแก่สีน้ำตาลแกมเหลือง เมล็ด ลักษณะกลมป้านมีเปลือกแข็งสีน้ำตาลเรียกว่า กะลา เนื้อในขาวเป็นมัน มีน้ำอยู่ภายใน	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1048	บ่อเกลือ	มะละกอ	Papaya	มะกล้วยเตด	Carica papaya L.	นิยมปลูกทั่วไป	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 3-6 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลออกขาว ลำต้นตรง ไม่มีแก่น แตกกิ่งก้านน้อย มีรอยแผลใบชัดเจน มียางขาวข้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบต้นหนาแน่นที่ปลายยอด ใบรูปฝ่ามือ ขนาด 80-120 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึกถึงแกนก้าน ก้านใบเป็นหลอด กลมกลวงยาว 25-100 ซม. ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อยาวห้อยลง ดอกสีขาว กลีบดอกมี 5 กลีบ มีกลิ่นหอม ดอกเพศเมียสีขาว ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกมีขนาดใหญ่ กว่าดอกเพศผู้ ผล รูปกระสวย ผิวเรียบ เปลือกบาง มียางสีขาว ผลสดสีเขียวเข้ม พอสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม รับประทานได้ มีเมล็ดมาก เมล็ดกลม สีดำ มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวใส	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1049	บ่อเกลือ	ฟักทอง	Pumpkin	ฟักแป้น	Cucurbita moschata Duchesne	นิยมปลูกทั่วไป	เป็นพืชล้มลุก มีเถายาวเลื้อยปกคลุมดิน ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน ผิวเป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อน ๆ มีหนวดสำหรับยึด เกาะยึดบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับกัน โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นเหลี่ยม 5 เหลี่ยม มีขนทั้ง 2 ด้านของตัวใบดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายระฆังหรือกระดิ่งออกบริเวณง่ามใบผลมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพูเล็ก ๆ โดยรอบเปลือกนอกขรุขระและแข็ง มีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนและ สีเหลืองเข้ม และสีเหลืองตามลำดับ เนื้อภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม เมล็ดมีจำนวนมากซึ่งอยู่ตรงกลางผลระหว่างเนื้อฟู ๆ มีรูปร่างคล้ายไข่ แบน มีขอบนูนอยู่โดยรอบ	ผลและยอดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1050	บ่อเกลือ	บอน เผือก	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro		Colocasia esculenta (L.) Schott	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
 ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา และบอนดำ"	หัวนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1051	บ่อเกลือ	บอน	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro		Colocasia esculenta (L.) Schott	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
 ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา และบอนดำ"	ก้านใบนำมาแกง	พืชอาหาร
1052	บ่อเกลือ	ตูน อ้อดิบ			Colocasia gigantea (Blume) Hook.f.	พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ ชอบดินร่วนอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง พบมากบริเวณริมลำธาร	ไม้ล้มลุกหลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นสีขาว ก้านใบแทงออกจากเหง้า ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่และยาว สีเขียว มีไขเคลือบสีขาวนวล เนื้อของก้านใบฉ่ำน้ำ และมีรูอากาศแทรกอยู่ ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ กว้าง 40-43 ซม. ยาว 28-48 ซม. ปลายใบมนและแหลม โคนใบปิด ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบมัน สีเขียวอ่อน ช่อดอก ออกเป็นแท่งเดี่ยว ดอกย่อยแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีขาวนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง คล้ายดอกหน้าวัว ผลสด สีเขียว	ก้านใบนำมาแกง	พืชอาหาร
1053	บ่อเกลือ	มันแกว	Yam bean	มันจัว	Pachyrhizus erosus (L.) Urb.	เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศเม็กซิโกและประเทศในแถบอเมริกากลาง ในประเทศไทยมีการปลูกมันแกวมานานแล้ว สันนิษฐานว่าชาวญวนเป็นผู้นำเข้ามาปลูกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือมีคนไทยนำมันแกวเข้ามาจากเวียดนาม แล้วนำมาปลูกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำดี ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่	เป็นพืชในตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ลำต้นมีขน เป็นไม้เถาเลื้อยพันต้นไม้อื่น แต่ไม่มีมือเกาะ ลำต้นอาจยาวได้ถึง 5.5 เมตร ต้นไม่แตกแขนง โคนต้นเนื้อแข็ง มีหัวใต้ดินเป็นรากสะสมอาหาร หัวมีลักษณะอวบและมีขนาดใหญ่ ขนาดจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ที่ปลูก โดยทั่วไปมีขนาดเท่ากำปั้น พบได้มากจะเป็นพันธุ์หัวใหญ่ โดยจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร และหัวเป็นสีน้ำตาลอ่อน ในหนึ่งต้นจะมีหัวเพียงหัวเดียว ลักษณะของหัวอาจจะเป็นหัวเรียบ ๆ หรือเป็นพู และมีรูปร่างแตกต่างกันมาก ส่วนมากจะเป็นหัวแบบมี 4 พู เนื้อในหัวเป็นสีขาวขุ่น มีเส้นใยอาหารมาก รสชาติคล้ายแป้ง โดยส่วนที่อยู่ใต้ดินจะมีอายุข้ามปี แต่ส่วนที่อยู่บนดินจะมีอายุเพียงปีเดียว ใบเป็นประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ แตกจากก้านใบ เรียงสลับ ก้านใบยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลักษะของใบย่อยเป็นรูปจักใหญ่หรือเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายใบแหลม โคนใบป้านมนเข้าหาเส้นกลางใบ แผ่นใบเรียบแต่สากมือ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อกระจะออกเดี่ยว ๆ ที่ซอกใบ มีขนสีน้ำตาล ช่อดอกยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ลักษณะเป็นรูปดอกถั่วหรือรูปไต กลีบดอกเป็นสีม่วงแกมน้ำเงิน สีชมพู หรือสีขาว เมื่อดอกบานจะมีรูปร่างคล้ายดอกแค แต่มีขนาดเล็กกว่าและยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ออกผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปขอบขนาน แบน และมีขนปกคลุมทั่วทั้งฝัก ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ฝักเมื่อแก่จะเรียบ ทั้งฝักมีเมล็ดเรียงกันอยู่ภายในประมาณ 4-10 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปจัตุรัสแบน เมล็ดเป็นสีน้ำตาลอ่อนถึงเข็มหรือสีแดง ผิวมัน	หัวนำมารับประทานสด	พืชอาหาร
1054	บ่อเกลือ	แมงลัก	American basil, hoary basil	ก้อมก้อ	Ocimum americanum L.	พบกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ชอบที่ราบโล่งแจ้ง ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน	"ไม้ล้มลุก ลำต้นตรง โคนต้นแข็ง สูงประมาณ 40-65 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีขาวและสีม่วง ใบสีเขียวอ่อน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปไข่ ปลายใบแหลมหรือเรียวยาว โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมีขนนุ่มปกคลุม ออกดอกเป็นช่อฉัตรที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว เมล็ดรูปรีขนาดเล็กสีดำ เมื่อละลายน้ำจะพองตัว เป็นพืชที่มีขนนุ่มปกคลุมทั้งต้น และมีกลิ่นหอมฉุน 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กอมก้อส้มสีแหล้ ลำต้นสีม่วง และกอมก้อแคสีขาว ลำต้นสีขาว รสชาติเฝื่อนและมีกลิ่นฉุนกว่า มีกลิ่นเฉพาะที่แตกต่างกัน ชาวบ้านนิยมรับประทานทั้ง 2 ชนิด"	ใบนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1055	บ่อเกลือ	พริกขี้หนู	Chili, Chilli Pepper		Capsicum annuum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชที่มีอายุได้หลายฤดู ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 1-1.25 ฟุต ใบแบนเรียบเป็นมัน ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็ก กลีบดอกจะมีสีขาว หรือสีม่วง เกสรตัวผู้ 1-10 อัน เกสรตัวเมีย 1-2 อัน ผลหลายขนาด ผลขนาดเล็กยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ลูกอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อแก่เป็นสีแดง การปลูกพริกชอบดินร่วนซุย และอากาศร้อน	ผลนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1056	บ่อเกลือ	พริกชี้ฟ้า	Chili, Chilli Pepper		Capsicum annuum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชที่มีอายุได้หลายฤดู ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 1-1.25 ฟุต ใบแบนเรียบเป็นมัน ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็ก กลีบดอกจะมีสีขาว หรือสีม่วง เกสรตัวผู้ 1-10 อัน เกสรตัวเมีย 1-2 อัน ผลหลายขนาด ผลขนาดเล็กยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ลูกอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อแก่เป็นสีแดง การปลูกพริกชอบดินร่วนซุย และอากาศร้อน	ผลนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1057	บ่อเกลือ	มะเขือม่วง	Egg plant		Solanum melongena L.	มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ในเขตร้อน	มีขนาดทรงพุ่มสูง 50-250 เซนติเมตร มีการเจริญแบบไม่จำกัด ทรงพุ่มเกิดราก มีการเจริญของกิ่งแขนง ระบบรากเป็นรากแก้ว ใบเดียว ขนาดใหญ่เจริญสลับกัน ด้านล่างของใบมีขนหนาสีเทา ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศดอกสามารถเจริญได้ในทุกช่วงแสง ขนาดผลขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ลักษณะผลมีหลายแบบ เช่น กลม รูปไข่ หรือกลมยาว เมล็ดมีขนาดเล็กสีน้ำตาล	ผลนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1058	บ่อเกลือ	มะเขือขม มะเขือเอธิโอเปีย	Bitter tomato, Ethiopian eggplant, Mock Tomato	มะเขือขม	Solanum aethiopicum L.	พบในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 เมตร	ผลนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1059	บ่อเกลือ	มะเขือขื่น	Cockroach berry, Soda-appla nightshade, yellow-fruit nightshade, yellow-berried nightshade, Thai green eggplant, Thai striped eggplant	มะเขือแจ้	Solanum virginianum L.	พบปลูกทั่วไป ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี และทนแล้งได้ดี	ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 0.14-1 เมตร ต้น ใบ กิ่งก้าน มีหนามแหลมสีม่วงดำ มีขนสั้นปกคลุมทั้งต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีหนามแหลมคมตั้งฉากตามเส้นกลางใบรูปไข่ กว้าง 4-12 ซม. ยาว 4.5-18 ซม. โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเว้าเข้าเป็นพูตื้นๆ ก้านใบยาว 1-10 ซม. ดอกช่อกระจุกสั้น ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 4-6 ดอก กลีบดอกสีม่วง เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยสั้น ผลกลมโตขนาดผลหมากดิบ ภายในมีวุ้นสีเขียวข้น รสขื่น	ผลนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1060	บ่อเกลือ	กำจัดต้น พริกหอม ลูกระมาศ หมากมาศ	Indian ivy-rue	มะแขว่น	Zanthoxylum rhetsa DC.	พบในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในที่ชื้น	มะแข่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร มีหนามแหลมตามลำต้นและกิ่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเหลือง ใบดกหนาเขียวสด ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่หรือคู่ เรียงสลับ ก้านใบสีแดง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ปลายแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ขอบเรียบหรือหยักห่างๆ ช่อดอกออกแยกแขนง ออกที่ยอดหรือตามง่ามใบ สีนวลหรือขาวอมเขียว รูปรีหรือรูปไข่ ผลเป็นผลกลุ่มออกเป็นช่อ ผลค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ สีเขียว มีกลิ่นหอม ผลแก่เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดง แก่จัดสีดำ แตกอ้าเห็นเมล็ดในสีดำเล็กๆ	ผลนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1061	บ่อเกลือ	มะม่วง	Mango		Mangifera indica L.	พบได้ทั่วไป	ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-30 ม. ลำต้นตรง เรือนยอดกลม ทึบ ใบเรียงเวียนสลับ ใบเดี่ยว รูปรี กว้าง 3-10 ซม. ยาว 16-45 ซม. โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 1.5-6 ซม.ดอกช่อสีนวล ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ยาว 18-30 ซม. กลีบดอกมี 5 กลีบ ยาว 3.5-4 มม. เกสรสีแดงเรื่อ ๆ ผลเดี่ยว ผลดิบมีสีเขียวเมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือเหลืองส้ม มีเมล็ดภายใน 1 เมล็ด	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1062	บ่อเกลือ	มะไฟ	Burmese grape		Baccaurea ramiflora  Lour.	พบมากในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มะไฟเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนเทา แตกเป็นร่องตื้น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอกแกมรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นติ่งแหลม ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง ท้องใบสีอ่อนกว่าหลังใบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองหรือชมพูอมเหลือง กลิ่นหอมเล็กน้อย ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาวห้อยลง ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลอวบน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองหรือชมพูอมแดง เมล็ดค่อนข้างแบน มีเยื่อสีชมพูห่อหุ้ม หนึ่งผลมี 1–3 เมล็ด	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1063	บ่อเกลือ	ชมพู่	Java apple		Syzygium samarangense (Blume) Merr. & L.M.Perry	เป็นไม้ผลที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง มีปลูกอยู่ทั่วประเทศ ฤดูกาลที่ออกผลระหว่างเดือนมิถุนายนและเดือนกันยายน	ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลําต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร ทรงพุ่มกลมทึบ เปลือกลําต้นสีน้ำตาลอมดํา ใบเดี่ยว สีเขียวเข้มเปนมัน แผ่นใบหนาเป็นมัน ใบเรียวยาวขอบใบเรียบและปลายใบแหลม ดอกออกตามซอกใบ มีกลีบเลี้ยงรูปถ้วยแผ่เป็น 4 กลีบ กลีบดอกสีขาว 4 กลีบ ร่วงง่าย มีเกสรตัวผู้จํานวนมากยาวฝอยฟูมีสีขาว สีเขียวใบไม้ สีชมพู อ่อนๆ ผสมผสานกันอยู่ มีเกสรตัวเมีย 1 อัน ผลทรงกลมแป็น สีเขียว ผลทางขั้วขนาดเล็กและเรียวลงมาบานออกคล้ายหยดน้ำ มีเนื้อนิ่มรสหวาน และมีความกรอบ ภายในมีความเปนกรดเล็กน้อย เมล็ดในสีน้ำตาลอ่อนมีเยื่อฟูนิ่มหุ้มอยู่ภายนอกเมล็ด	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1064	บ่อเกลือ	หว้า	Malabar plum, Java plum, Black plum	บะห้า	Syzygium cumini (L.) Skeels	ถิ่นกำเนิด เอเชียเขตร้อน จากอินเดียถึงมาเลเซีย ชอบดินชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ขึ้นตามป่าดิบและป่าผลัดใบทั่วไป	ไม้ต้น สูง 10-25 เมตร ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 5-9 เซนติเมตร ยาว 9-15 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน ดอกสีขาวออกเป็นช่อตามง่ามใบ ผลรี กว้างประมาณ 0.8 เซนติเมตร ยาว 1.5-3 เซนติเมตร ออกดอก ธันวาคม- มกราคม ผลแก่ พฤษภาคม	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1065	บ่อเกลือ	กาแฟอาราบิก้า	Arabica Coffee	กาแฟ	Coffea arabica L.	ปัจจุบันเพาะปลูกกันมากในเขตร้อนชื้นและกึ่งเย็น	"ต้นกาแฟอาราบิก้า เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปแอฟริกา บริเวณประเทศเอธิโอเปีย แต่ชาวอาหรับเป็นชาติแรกที่นำกาแฟมาชงดื่ม จึงทำให้ชื่อภาษาละตินของกาแฟใช้คำว่า ""อาราบิก้า"" (arabica) ที่หมายถึงชาวอาหรับ โดยต้นกาแฟจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ที่มีความสูงของต้นประมาณ 2-4 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบแหลมเล็กน้อย ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 8-12 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร แผ่นใบเรียบเป็นมัน บางครั้งเป็นคลื่น มีหูใบอยู่ระหว่างก้านใบ ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ กลีบดอกเป็นสีขาว ติดกันเป็นหลอด ดอกมีกลิ่นหอม ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปไข่แกมรูปทรงกลม โดยผลอ่อนจะเป็นสีเขียว แต่เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดง"	ผลนำมาทำเครื่องดื่ม	พืชอาหาร
1066	บ่อเกลือ	ผักแปม		ผักแปม	Eleutherococcus trifoliatus (L.) S.Y.Hu	พบมากในภาคเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	ผักแปมเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล กิ่งก้านสีเขียว มีหนามกระจายอยู่ทุกส่วนของลำต้น ใบประกอบแบบนิ้วมือมี 5 ใบย่อย ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีและรูปไข่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ปลายและโคนใบแหลม มีกลิ่นเฉพาะ ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม สีเขียวอมเหลือง ผลรูปทรงกลม	ยอดและใบ กินกับลาบ	พืชอาหาร
1067	บ่อเกลือ	เทียนแกลบ ผักชีลาวต้น ยี่หร่าหวาน เทียนข้าวเปลือก	Sweet fennel		Foeniculum vulgare Mill.		ไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี มีความสูงของต้นประมาณ 50-150 เซนติเมตร ลำต้นมีการแตกกิ่งก้านบริเวณปลายยอด กิ่งและก้านมีสีเทาอมเขียว ผิวมีร่องตามยาว ใบมีลักษณะเป็นเส้นฝอย แตกเป็นแฉกคล้ายขนนกประมาณ 3-4 แฉก มีก้านใบยาวประมาณ 3.5-4.5 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อคล้ายร่ม โดยจะออกที่ปลายกิ่ง ในช่อหนึ่งจะมีดอกประมาณ 5-30 ดอก ก้านช่อดอกจะแตกออกเป็นก้านประมาณ 5-20 ก้าน ช่อดอกยาวประมาณ 2-5 เซนติเมตร ดอกเทียนข้าวเปลือกมีขนาดเล็ก สีเหลือง ดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปกลมรี ยาวได้ประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวน 5 ก้าน มีเกสรเพศเมีย 1 ก้าน ออกผลเป็นคู่บริเวณดอก ผลมีลักษณะกลมยาวเป็นรูปไข่หรือเป็นรูปขอบขนานคล้ายข้าวเปลือก ด้านข้างของผลค่อนข้างแบน ผิวเรียบไม่มีขน เมล็ดหรือซีกผลมีลักษณะด้านนอกนูน ส่วนด้านในที่ประกบกันของเมล็ดหรือด้านแนวเชื่อมค่อนข้างแบนหรืออาจเว้าเล็กน้อย ด้านที่นูนจะมีสันตามแนวยาวของเมล็ด 3 เส้น และด้านแนวเชื่อมอีก 2 เส้น สันมีลักษณะยื่นนูนออกจากผิวอย่างเด่นชัด เมล็ดเป็นสีน้ำตาล มีขนาดกว้างประมาณ 1.1-2.5 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 3.6-8.4 มิลลิเมตร ผลมักจะไม่ค่อยแตกเป็น 2 ซีก ทำให้ดูคล้ายข้าวเปลือก แต่บางครั้งก็แตกเป็น 2 ซีก ซึ่งภายในแต่ละซีกจะมีเมล็ด 1 เมล็ด ทำให้เหมือนแกลม เมื่อนำมาบดเป็นผงสีน้ำตาลอมเหลืองถึงสีน้ำตาลอมเขียว โดยมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสหวานและเผ็ดร้อน	ใบนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1068	บ่อเกลือ	ท้อ	Peach	มะฝูง	Prunus persica (L.) Batsch	มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน	ไม้ต้นขนาดเล็ก ใบเดี่ยว เรียงสลับ ขอบใบจัก ดอกเดี่ยว มักออกเป็นกระจุก กลีบเลี้ยง ๕ กลีบ กลีบดอก ๕ กลีบ สีขาวหรืออาจเป็นสีแดง ชมพู ดอกจะแตกออกมาก่อนใบ ผลเป็นผลสดเมล็ดเดี่ยว มีขนปกคลุมทั่วบริเวณผิว	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1069	บ่อเกลือ	ตะไคร้หอม	Citronella grass	จักไคหอม	Cymbopogon nardus (L.) Rendle	เป็นพืชเขตร้อน พบทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยนิยมปลูกในสวนครัวเพื่อใช้ทำยา	ม้ล้มลุกจำพวกหญ้า สูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นแตกจากเหง้าใต้ดินเป็นกอ ลำต้นเป็นข้อๆ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบรูปขอบขนานปลายแหลม ใบยาวกว่าตะไคร้บ้าน ลักษณะของใบกว้าง 5-20 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 50-100 เซนติเมตร แผ่นใบแคบ ยาว และนิ่มกว่าตะไคร้บ้าน มีสีเขียว ผิวเกลี้ยง และมีกลิ่นหอมเอียน ปลายใบห้อยลงปรกดิน ก้านใบเป็นกาบซ้อนกันแน่นสีเขียวปนม่วงแดง ต้นและใบมีกลิ่นฉุนจนรับประทานเป็นอาหารไม่ได้ ดอกออกเป็นช่อ ออกที่ปลายยอด ชูก้านช่อดอกยาวออกมาจากส่วนกลางต้น มีช่อดอกใหญ่ ยาวประมาณ 2 เมตร แยกออกเป็นแขนง เป็นช่อฝอย แต่ละแขนงมีช่อย่อย 4-5 ช่อ แต่ละช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยสีน้ำตาลแดง เป็นพืชที่ออกดอกยาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก	ขยี้ก้านและใบทากันยุง	พืชใช้สอยอื่นๆ
1070	บ่อเกลือ	เสี้ยวดอกขาว	Mountain ebony tree, St. Thomas tree		Bauhinia variegata L.	พบที่อินเดีย จีนตอนใต้ พม่า ในไทยพบทางภาคเหนือ และภาคตะวันตกเฉียงใต้ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ความสูง 200-1500 เมตร	ไม้ต้น ผลัดใบ สูงได้ถึง 15 ม. มีขนสั้นนุ่มตามกิ่งอ่อน หูใบขนาดเล็ก ใบรูปไข่กว้าง เส้นผ่านศูนย์กลาง 6-16 ซม. ปลายใบแฉกตื้น ๆ ปลายแฉกมนกลม โคนรูปหัวใจ แผ่นใบด้านล่างมีขนละเอียดประปราย เส้นใบ 11-13 เส้น ก้านใบยาว 3-4 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจะสั้น ๆ ออกตามกิ่ง ใบประดับรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก ก้านดอกหนา ยาวประมาณ 5 มม. ตาดอกรูปกระสวย ยาว 3-4 ซม. ฐานดอกยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบเลี้ยงรูปกาบ ดอกสีขาว กลีบกลางมีปื้นสีชมพูหรือม่วงอมเหลือง รูปไข่กลับ ยาว 4-5.5 ซม. มีก้านสั้น ๆ เกสรเพศผู้ 5 อัน ยาวไม่เท่ากัน ก้านชูอับเรณูยาว 2-4 ซม. อับเรณูยาวประมาณ 7 มม. รังไข่ยาวประมาณ 2 ซม. มีขนตามรอยเชื่อม ก้านรังไข่ยาวประมาณ 1.5 ซม. ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 1 ซม. ยอดเกสรขนาดเล็ก ฝักรูปแถบ เบี้ยว ยาว 20-30 ซม. มี 10-25 เมล็ด แบน เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.5 ซม.	ยอดอ่อนนำมาประกอบอาหาร เมล็ดนำมาคั่วแล้วตำน้ำพริกหรือกินเล่น	พืชอาหาร
1071	บ่อเกลือ	มะยม	star gooseberry		Phyllanthus acidus (L.) Skeels	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ปลูกเป็นไม้ผลหรือไม้มงคลทั่วไปในเขตร้อน	ไม้ต้น สูงได้ถึง 10 ม. ใบรูปไข่หรือแกมรูปขอบขนาน ยาว 2.5-10 ซม. ปลายมีติ่งแหลม โคนมน ช่อดอกมีดอกเพศผู้ออกเป็นกระจุก 2-6 ดอกมักออกที่โคนช่อตามซอกใบหรือตามกิ่ง ช่อดอกเพศเมียส่วนมากออกตามกิ่ง ก้านดอกยาว 0.5-3 มม. ขยายในผลยาว 2-5 มม. กลีบเลี้ยงสีแดง รูปไข่ ยาว 1-2 มม. ดอกเพศผู้มี 4 กลีบ แคบกว่าในดอกเพศเมียเล็กน้อย จานฐานดอกเป็นต่อม 4 ต่อม ดอกเพศเมียมี 4-6 กลีบ จานฐานดอกเป็นต่อม 4-6 ต่อม เกสรเพศผู้ 4 อัน แยกกัน ยาวประมาณ 5 มม. บางครั้งมี 1-2 อันในดอกเพศเมีย ลดรูป รังไข่จัก 6-8 พู ก้านเกสรเพศเมีย 3-4 อัน ยาว 1-6 มม. ผลจัก 6-8 พู เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.7 ซม. เมล็ดกลมแกมรูปสามเหลี่ยมมน ยาว 5-8 มม.	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1072	บ่อเกลือ	พลู	Betel Vine	พลู	Piper betle L.	เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย แอฟริกา พบขึ้นอยู่ในบริเวณที่มีความชื้นสูง ชอบอากาศร้อน แต่ไม่ชอบแสงแดดจัดหรืออุณหภูมิสูงเกินไป นิยมปลูกในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย	พลูเป็นไม้เลื้อย เกาะโดยใช้รากฝอยที่แตกตามข้อใบ เป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจ ปลายใบแหลม หน้าใบมัน ใบมีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกออกรวมกันเป็นช่อแน่น ขนาดเล็ก	ใบกินกับหมาก	พืชอาหาร
1073	บ่อเกลือ	ไข่ปลา		ต้นป่าน	Debregeasia longifolia (Burm.f.) Wedd.	พบกระจายในทวีปแอฟริกาและเขตร้อนของทวีปเอเชีย ในประเทศไทยพบได้เกือบทุกภาค ในพื้นที่ชุ่มชื้น ริมน้ำ หรือในสภาพป่าที่กำลังฟื้นคืนสภาพ	ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 2-6 เมตร ใบเดี่ยว รูปหอกแคบ ขนาดกว้าง 1.5-6 เซนติเมตร ยาว 4-24 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบไม่สมมาตรเล็กน้อย ขอบใบหยัก ผิวใบขรุขระ มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน เส้นใบที่ฐานมี 3 เส้น ดอกสีขาวขนาดเล็ก ออกเป็นช่อกลมแน่นตามกิ่งก้าน ช่อดอกแตกแขนงสั้นๆ ดอกแยกเพศ บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้มีกาบรองเล็กๆ หลายอัน กลีบรองดอก ปลายแยก 4 กลีบ เกสรผู้ 4 อัน เกสรเมียฝ่อ ดอกเพศเมีย กาบรองไม่เท่ากัน กลีบรองดอกเชื่อมเป็นหลอด ก้านเกสรเมียสั้น และมีปุ่มที่ปลาย ออกดอกช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ผลสีแสด ลักษณะชุ่มน้ำ มีผิวบาง ทรงกลมหรือแบนเล็กน้อย ติดกันแน่นเป็นก้อน เมล็ดมีสีดำขนาดเล็ก ติดผลช่วงเดือนมกราคม-เมษายน	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1074	บ่อเกลือ	ผักเค็ด ขี้เหล็กหวาน ผักเคล็ด ขี้เหล็กผี ผักเห็ด ขี้เหล็กน้อย ขี้เหล็กเทศ ผักหวานบ้าน		ผักแคว	Senna sophera (L.) Roxb.	เป็นไม้กลางแจ้ง พบได้ทั่วไปตามที่รกร้างต่าง ๆ	ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 3-6 ฟุต กิ่งก้านเล็กเรียวกลม ใบประกอบเหมือนใบขี้เหล็ก ใบย่อยรูปหอก ปลายแหลม ดอกกช่อ สีเหลืองคล้ายดอกขี้เหล็ก แต่ดอกไม่ดกแน่นเหมือนดอกขี้เหล็ก ฝัก กลมยาวเหมือนฝักถั่วเขียว แต่โตและยาวกว่า	ยอดอ่อนลวกจิ้มน้ำพริก (ดอกเหลืองคล้ายขี้เหล็ก)	พืชอาหาร
1075	บ่อเกลือ			ฟักป่า				ยอดอ่อนลวกจิ้มน้ำพริก	พืชอาหาร
1076	บ่อเกลือ	กล้วยนาก		กล้วยงา	Musa sp.		ลำต้นของกล้วยนากมีความสูงประมาณ 3-4 เมตร กาบด้านนอกมีสีเขียวปนแดง ด้านในสีชมพู มีปื้นแดงเป็นแถบ ใบของกล้วยนาก จะออกเป็นใบเดี่ยว ก้านใบมีสีชมพูปนแดง ร่องใบเปิดค่อนข้างกว้าง พื้นมีสีเขียวเข้ม ขณะที่ท้องใบจะมีสีชมพู ดอกหรือปลีกล้วยนาก มีลักษณะรูปไข่ ปลายแหลม มีสีแดงอมม่วง กาบปลีเปิดม้วนงอขึ้น กล้วยนากเป็นกล้วยที่มีผลอกเป็นเครือ เครือหนึ่งมี 5-7 หวี แต่ละหวีมี 14-18 ผล ผลกลมคล้ายกล้วยไข่ เมื่อดิบจะมีสีแดงสดใส เมื่อแก่จัดสีเขียวอมแดง เมื่อสุกสีแดงอมเหลือง เนื้อผลสีเหลืองส้ม รสหวาน กลิ่นหอมเย็น	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1077	บ่อเกลือ	ช้าพลู ชะพลู	Wild betal, lolot pepper	ผักแค	Piper sarmentosum Roxb.	พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง	ผักแคเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่น ใบสีเขียวเข้มเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด ต้นและใบมีกลิ่นเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดเล็กน้อย	ใบนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1078	บ่อเกลือ	ช้าพลู		ผักแคขี้นก	Piper sp.			ใบนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1079	บ่อเกลือ	เต่าร้าง	Fish tail palm, Wart fish tail palm, Burmese fish tail palm, Clustered fish tail plam, Tufted fish tail palm	เคียง	Caryota mitis Lour.	พบทุกภาคของประเทศ เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี	ไม้ยืนต้น ตระกูลปาล์มแตกกอ มีใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปสามเหลี่ยมหยักเว้า ปลายแหลมคล้ายหางปลา โคนใบรูปลิ่ม ผิวใบสีเขียวเป็นมัน กาบใบยาว โคนกาบใบมีขนสีน้ำตาลแดงปนเทาหรือสีดำ ช่อดอกเชิงลดสีขาวอมเหลือง ออกตามซอกใบห้อยลงมา ผลเป็นกลุ่มทรงกลม เมื่อสุกสีแดงคล้ำ แต่ละผลมี 1 เมล็ด	หน่ออ่อนนำมาแกง	พืชอาหาร
1080	บ่อเกลือ	กระท้อน	Sentul, Santol, Red sentol, Yellow sentol	บะต้อง	Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr.	พบในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น กระจายอยู่ทั่วไป ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-700 เมตร ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ	มะต้องเป็นไม้ต้น สูง 15-30 เมตร แตกกิ่งต่ำ ปลายกิ่งลู่ลง เปลือกต้นผิวเรียบและแตกล่อนเป็นสะเก็ดใหญ่ สีน้ำตาลอ่อนอมชมพู ใบประกอบ เรียงสลับ มี 3 ใบย่อย รูปไข่หรือกลมรี กว้าง 5-11 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ใบอ่อนมีขนสีเหลือง ใบเมื่อแก่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็นสีแดงอิฐ ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยสีเขียวอมเหลือง จำนวนมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ แยกกันเป็นอิสระ เกสรเพศผู้ 10 อัน ผลขนาดใหญ่ กลมแป้นฉ่ำน้ำ เปลือกมีขนนุ่ม เนื้อหนา มียางสีขาวเล็กน้อย ผลสุกสีเหลืองนวล	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1081	บ่อเกลือ	งาขี้ม้อน	Perilla, Chinese basil, Purple mint, Shiso, Zi-su-zi, Beefsteak plant	งามอน	Perilla frutescens (L.) Britton	พบปลูกมากในจังหวัดน่าน และแถบภาคเหนือของประเทศไทย ขึ้นได้ดีในดินร่วนอุดมสมบูรณ์ทั่วไป	งาม้อนเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ต้นสูงไม่เกิน 1.5-1.8 เมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กว้าง กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อย ผิวใบมีขนนุ่มสีขาวทั้ง 2 ด้าน ดอกออกเป็นช่อใหญ่ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอด แยกเป็นสองปาก ผลแห้งไม่แตก ให้เมล็ดคล้ายเมล็ดข้าวฟ่างเล็กๆ ที่นกกิน ขนาดเล็กกว่าเมล็ดงาดำ กรอบ และมีกลิ่นหอม	เมล็ดนำมาประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1082	บ่อเกลือ	ชมจันทร์ พระจันทร์ บานดึก	Moonflower		Ipomoea alba L.			ดอก นำมาผัด หรือลวกจิ้มน้ำพริก เป็นยาระบายอ่อนๆ	พืชอาหาร
1083	บ่อเกลือ			หญ้าร้อยหนึ่ง					พืชอาหาร
1084	บ่อเกลือ	ว่านดักแด้			Stahlianthus campanulatus Kuntze			เหง้ากินสด ช่วยขับลม	พืชสมุนไพร
1085	บ่อเกลือ	สาบเสือ	Bitter bush, Siam weed	หญ้าวาย	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	สาบเสือเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน	ใบ ขยี้พอกแผลสดช่วยห้ามเลือดได้	พืชสมุนไพร
1086	สบโขง	มะเขือเทศ	Tomato	ตะก่อชิ	Lycopersicon esculentum Mill.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชล้มลุก อายุประมาณ 1 ปี สูงประมาณ 1-2 เมตร ลักษณะเป็นพุ่มและเจริญเติบโตรวดเร็ว ลำต้นมีขนปกคลุม มีกลิ่นเฉพาะตัว ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอกหรือรูปไข่เรียงสลับกัน ใบกว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 3-10 เซนติเมตร ขอบใบหยักเป็นซี่ห่างๆ ดอกมีสีเหลืองออกเป็นช่อๆละ 5 ดอก ผลจะฉ่ำน้ำมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันตามพันธุ์ ผลสุกมีสีแดง ผิวบางเป็นมัน	ผลสุกกินสด และนิยมนำไปประกอบอาหาร เช่น น้ำพริก ส้มตำ ต้มไก่ เป็นต้น	พืชอาหาร
1087	สบโขง	ผักกาด ผักกาดขาวกวางตุ้ง	Bok choy, Chinese celery cabbage, Chinese white cabbage, Choysum, Mustard cabbage	บะบุ๊กว่า	Brassica rapa L.		ต้น เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียว ลำต้นสีเขียวอ่อนอวบน้ำ แตกแขนงเล็กน้อย ความสูง 25-40 ซม. ใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับลักษณะกลมรี ปลายใบป้าน โคนใบสอบเข้าหาโคนก้านใบ ความกว้าง 5-15 ซม. ยาว 15-30 ซม. เส้นกลางใบสีเขียวออกขาว ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีแขนงช่อดอกมาก ดอกเป็นดอกเดี่ยว กลีบดอกสีเหลืองมี 4-5 กลีบ ขนาดดอก 0.5-1.0 ซม. ผล เป็นฝักกลมยาว ปลายฝักแหลมสีเขียวอ่อนถึงเข้ม ความยาว 3-5 ซม. ภายในมีเมล็ด 2 แถว เรียงตลอดฝัก มีเมล็ดจำนวนมาก 20-40 เมล็ดต่อฝัก	ใบรับประทานเป็นผักสด ลวกหรือนึ่งจิ้มน้ำพริก หรือ นำมาแกง ผัดใส่หมู	พืชอาหาร
1088	สบโขง	ผักชี	Coriander	ผักป้อม	Coriandrum sativum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชล้มลุก มีความสูงประมาณ 30 ซม. มีลำต้นกลมๆ มีสีเขียว ลำต้นจะถูกห่อหุ้มไปด้วย ก้านใบโดยรอบๆ มีใบกลมเล็กๆ และมีก้านใบรองรับ ใบจะมีรอยหยักรอบนอก มีสีเขียวสด ดอกจะมีสีขาวออกเป็นช่อ ผลอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อผลแก่สีน้ำตาล มีกลิ่นหอม ต้นมีลักษณะกลมๆ ห่อหุ้มด้วยก้านใบโดยรอบ ต้นของผักชีจะมีสีเขียว และมีกลิ่นหอม ใบผักชีเป็นใบกลมเล็กๆ มีรอยหยักรอบนอก มีสีเขียวสด มีเส้นขนานกับก้านใบ รากผักชี ระบบรากแก้ว รากมีลักษณะยาวกลมสีน้ำตาล	ใบมีกลิ่นหอมใช้ปรุงแต่งกลิ่นในอาหารต่าง ๆ หรือรับประทานเป็นผักสด	พืชอาหาร
1089	สบโขง	มะเขือเปราะ	Cockroach berry, Yellow berried nightshade		Solanum virginianum L.	มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย พบได้ทั่วไป	"ไม้ล้มลุก สูง 20-100 เซนติเมตร ล่าต้นแตกกิ่งแขนงตั้งแต่ระดับต่่า ใบเดี่ยวสลับกันบนกิ่ง มีก้านใบ
 ทรงกลม แผ่นใบเรียบ มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ขอบใบเว้า โค้งเป็นลูกคลื่น และงุ้มเข้าหากลางใบ ดอกเดี่ยว
 หรือเป็นช่อออกบริเวณซอกใบ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก สีเขียว หุ้มห่อฐานดอกไว้กลีบดอก 5 กลีบ โคน
 กลีบ และกลางกลีบเชื่อมติดกัน ปลายกลีบแยกเป็นแฉก 5 แฉก แหลมตรงกลางกลีบ แผ่นกลีบดอกไม่เรียบ มี
 สีขาว มีขน เกสรเพศผู้5 อัน ทรงกระบอก สีเหลือง เกสรเพศเมีย มีก้านเกสร 1 อัน สีเหลืองอมส้ม แทงยื่น
 ยาวกว่าเกสรตัวผู้ ผลเดี่ยวหรือเป็นช่อ ทรงกลมหรือเป็นรูปไข่ เปลือกผลหนา เรียบ และเป็นมัน มีหลายสี
 ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ อาทิ สีขาว สีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม และมีลายปะสีขาว เป็นต้น เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสี
 เหลืองในทุกพันธุ์ เมล็ดแทรกตัวในเนื้อผล"	ผลอ่อนรับประทานสดจิ้มน้ำพริก นำมายำ หรือแกงรวมกับผักต่าง ๆ	พืชอาหาร
1090	สบโขง	พริกขี้หนู	Chili, Chilli Pepper	มึอส่าโพ มุเกระสิโซ่	Capsicum annuum L.	นิยมปลูกทั่วไป	พืชที่มีอายุได้หลายฤดู ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 1-1.25 ฟุต ใบแบนเรียบเป็นมัน ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็ก กลีบดอกจะมีสีขาว หรือสีม่วง เกสรตัวผู้ 1-10 อัน เกสรตัวเมีย 1-2 อัน ผลหลายขนาด ผลขนาดเล็กยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ลูกอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อแก่เป็นสีแดง การปลูกพริกชอบดินร่วนซุย และอากาศร้อน	ขับลม ขับเหงื่อ เจริญอาหาร	พืชสมุนไพร
1091	สบโขง	หอมปรัง หอมซู เกียวซัง เซาะโกซวย กระเทียมจีน คิว ชิงฉ้อย ลกเกี๋ย หอมแป้นหยวก หัวคิว หัวซู	Chinese chives, Chinese onion, Chinese scallion, Japanese scallion, Oriental onion	หอมระกา	Allium chinense G. Don			รากมีกลิ่นหอมฉุน รับประทานได้ทั้งสดและปรุงสุก กินกับลาบหมู หรือวัว ใบมีกลิ่นหอม นำไปปรุงเป็นน้ำซุป ต้ม แกง และยำต่าง ๆ เช่น แกงลูเคโดะ (ยอดฟักทอง) แกงคึ (เผือก) และยำโบะคา (หน่อไม้) เป็นต้น	พืชอาหาร
1092	สบโขง	ผักอีหลืน		อีหลืน, เฮาะวอ	Isodon ternifolius (D.Don) Kudô	ในธรรมชาติพบตามทุ่งหญ้าที่โล่ง ป่าโปร่ง พบมากบนดอยทางภาคเหนือ เป็นสมุนไพร (ล้านนา)	ไม้พุ่มหรือวัชพืช ความสูง 1-2 เมตร ลำต้นมักตั้งตรงขึ้น แตกกิ่งก้านใกล้โคนต้นไม่มากนัก ถ้าสูงมากต้นจะเอียงเอนลง มีขนสั้นสีขาวปกคลุมทั่วไป ใบออกตรงข้ามสลับตั้งฉาก ดูเป็นชั้นๆ รอบต้น ก้านใบสั้นมากหรือไม่มี ใบรูปแถบกึงใบรูปหอก ยาว 4-15 เซนติเมตร ใบหนาและหยาบ ดอกเป็นช่อใหญ่ แตกกิ่งเป็นช่อย่อยหลายช่อ ดอกเล็ก จำนวนมาก เรียงชิดกันแน่นบนก้านช่อ กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน ด้านนอกมีขนสีขาวปกคลุมหนาแน่น กลีบดอกสีม่วงอ่อน ปลายแยกเป็น 2 ปาก ด้านบนมีประจุดสีม่วงเข้ม ผลแห้ง รูปสามเหลี่ยม	ใบมีกลิ่นหอมเย็นคล้ายใบแมงลัก ใช้เป็นเครื่องปรุงในอาหารทั้งต้มและแกงเกือบทุกชนิด เช่น แกงกับข้าวเบือ (ข้าวต้ม) แกงกอจอแต๊ะ (มะระหวาน) และยำโบะคา (หน่อไม้) เป็นต้น	พืชอาหาร
1093	สบโขง	ถั่วเหลือง	Soybean	เถ๊าะหน่อ	Glycine max (L.) Merr.	ถั่วเหลืองมีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ที่ติดต่อกับแมนจูเรีย ชาวจีนคุ้นเคยในการเพาะปลูก และใช้ประโยชน์จากถั่วเหลืองมาเป็นเวลากว่า ๕,๐๐๐ ปี ต่อจากนั้นก็ได้ขยายออกไปสู่ประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลี และญี่ปุ่น และแพร่หลายไปถึงทวีปยุโรป และอเมริกา เมื่อประมาณร้อยกว่าปี ปัจจุบันประเทศที่ปลูกถั่วเหลืองมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา รองลงมาได้แก่ บราซิล จีน และอาร์เจนตินา ตามลำดับ ประเทศเหล่านี้อยู่ในเขตอบอุ่น มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็น เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต และให้ผลิตผลต่อไร่สูง	"พืชล้มลุก ราก ถั่วเหลืองมีระบบรากแก้ว (tap root system) ถ้าดินร่วน รากแก้ว อาจหยั่งลึกถึง 0.50-1.00 เมตร ก็ได้ แต่ถ้าผิวดินตื้นจะสังเกตเห็นรากแก้วไม่ชัดเจน และทำให้มีรากแขนง (lateral root) มากขึ้น โดยทั่ว ๆ ไประบบรากจะอยู่ในความลึกเพียง 30-45ซม. จากระดับผิวดินเท่านั้น ตามรากจะพบปม (nodule) ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียพวก Rhizobium japonicum เข้าไปอาศัยอยู่ แบคทีเรียจะได้รับคาร์โบไฮเดรตจากต้นถั่วเหลือง และถั่วเหลืองก็จะได้ไนโตรเจนในรูปไนเตรตที่แบคทีเรียตรึงได้จากอากาศไปใช้ประโยชน์ต่อไป การอยู่อาศัยของแบคทีเรียที่รากเรียกว่าเป็นแบบชีวสัมพันธ์ (symbiosis) หรือพึ่งพาอาศัยกัน ลำต้น ถั่วเหลืองที่ปลูกกันเป็นการค้า ส่วนมากมีลำต้นตรงเป็นพุ่มตรง มีการแตกแขนงค่อนข้างมาก สูงประมาณ 30-150 ซม. ความสูงขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความชื้นและฤดูปลูก ถั่วเหลืองส่วนมากมีขนสีน้ำตาลหรือสีเทา ปกคลุมอยู่ทั่วไป เช่น ตามลำต้น ก้านใบ ใบ กลีบเลี้ยง ผล ยกเว้นที่ใบเลี้ยงเท่านั้นที่ไม่มีขน ระหว่างมุมของใบเลี้ยงหรือใบจริงจะพบตา (bud) ซึ่งจะเจริญเป็นกิ่ง ดอก หรืออยู่ในระยะพักตัว (dormant) ก็ได้ ถ้าถั่วเหลืองกำลังเจริญเติบโต ตานี้มักจะเกิดเป็นกิ่ง แต่ถ้าใช้ระยะปลูกแคบ ตาจะพักตัว ถ้าใช้ระยะปลูกกว้างก็อาจมีกิ่ง 5-6 กิ่ง/ต้น ส่วนใหญ่ตาที่มุมใบเลี้ยงไม่เจริญ นอกจากลำต้นที่อยู่เหนือใบเลี้ยงได้รับอันตราย เช่น ถูกแมลงกัด ตาที่มุมใบเลี้ยงจึงจะแตกออกเป็นลำต้นใหม่ ใบ ใบเกิดแบบสลับ (alternate) บนลำต้น ยกเว้นใบเลี้ยง (cotyledon) และใบจริงคู่แรก (primary leaf) ของต้นอ่อนเท่านั้นที่เกิดตรงข้ามกัน ใบจริงคู่แรกเป็นใบเดี่ยว (simple leaf) แต่ใบที่เกิดต่อ ๆ มาเป็นใบรวม (compound leaves) ใบมีขนาดรูปร่างต่าง ๆ กัน มักเป็นแบบ pinnately trifoliate คือ มีใบย่อย 3 ใบ มีก้านใบรวม (petiole ยาว 5-10 ซม.) ก้านของใบย่อย (petiolule) ของใบกลางยาวกว่าก้านของใบย่อยอีก 2 ใบ ตรงโคนก้านใบทุกชนิดมีข้ออ่อนเรียก pulvinus ใบมีรูปร่างหลายแบบเช่นรูปไข่ (ovate) จนถึงเรียวยาว (lanceolate) ใบมีขนสีเทาหรือสีน้ำตาลปกคลุมอยู่ทั่วไป ที่โคนของใบย่อยมีหูใบย่อย (stipel) และที่โคนก้านใบจะมีหูใบ (stipule) พันธุ์ส่วนมากใบจะร่วงเมื่อผลเริ่มแก่ เมื่อผลแก่เต็มที่ใบจะร่วงหมด มีบางพันธุ์เท่านั้นที่ไม่สลัดใบเมื่อผลแก่เต็มที่
 ดอก ถั่วเหลืองมีดอกเป็นช่อ (inflorescence) มีช่อดอกแบบ raceme ดอกมีสีขาวหรือสีม่วง สีขาวเป็นลักษณะด้อย (recessive) เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 3-8 มม. ดอกเกิดตามมุมของก้านใบหรือที่ยอดของลำต้นดังได้กล่าวมาแล้ว ช่อดอกหนึ่ง ๆ มีดอกตั้งแต่ 3-15 ดอก ช่อดอกที่เกิดบนยอดของลำต้น มักจะมีจำนวนดอกในช่อมากกว่าช่อดอกที่เกิดตามมุมใบ ฝัก ฝักเกิดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-10 ฝัก มีขนสีเทาหรือสีน้ำตาล ปกคลุมอยู่ทั่วไป ฝักมีความยาว 2-7 ซม. แต่ละฝักมีเมล็ด 1-5 เมล็ด แต่ส่วนใหญ่มี 2-3 เมล็ด เมื่อสุกฝักจะมีสีน้ำตาล ฝักอาจแตกซึ่งทำให้เมล็ดร่วง
 เมล็ด เมล็ดมีขนาดและรูปร่างต่าง ๆ กัน เมล็ดขนาดเล็กจำนวน 100 เมล็ดหนักราว 2 กรัม ขนาดใหญ่ 100 เมล็ดหนักกว่า 40 กรัม โดยทั่วไปหนัก 12-20 กรัม รูปร่างมีตั้งแต่กลมรีจนถึงยาว อาจมีสีเหลือง เขียว น้ำตาล และดำก็ได้"		พืชอาหาร
1094	สบโขง	บอน เผือก	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro	คึ	Colocasia esculenta (L.) Schott	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
 ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา และบอนดำ"	นำหัวไปนึ่งจิ้มน้ำตาล ทำขนมหวาน เช่น เผือกเชื่อม เผือกทอด หรือนำไปแกงรวมกับยอดฟักทอง ส่วนใบและก้านใบสามารถนำไปนึ่งให้สุก แล้วนำไปทำแกงส้มใส่กระดูกหมู	พืชอาหาร
1095	สบโขง	มันเทศ	Sweet potato	มันแก๋ว	Ipomoea batatas (L.) Lam.	พบทั่วไปบริเวณที่รกร้างในป่าละเมาะ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	"มันเทศเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินสีม่วงแดง ส้ม นวลหรือขาว รูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดิน ตั้งตรง หรือเลื้อยพัน ยาว 1-5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก ที่ข้อมีราก ใบเดี่ยว เรียงรูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 4-11 ซม. ยาว 4-14 ซม. ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ก้านใบยาว 4-20 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกแข็งยาว 3-18 ซม. เป็นสัน เกลี้ยงหรือมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรูปกรวย สีม่วงอ่อน ผลแห้ง รูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงมีขนาดเล็ก
 ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ มันแกวขาว มันแกวแดง และมันแกวม่อนไข่"	หัวออกช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ชาวบ้านนำไปนึ่ง เผา ต้ม จิ้มกับน้ำตาล หรือนำไปทำขนมหวาน เช่น มันเชื่อม มันบวด ส่วนยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริกหรือนำไปแกงส้ม ยอดอ่อนจอ แกงใส่ปลา	พืชอาหาร
1096	สบโขง	ผักคราด ผักคราดหัวแหวน	Para cress, Toothache plant, Spot flower	ฮอดเต่อโดะ	Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen	พบทั่วไปตามดินที่ชื้นแฉะ ชอบขึ้นบริเวณกลางแจ้ง ทั่วไป	"ผักเผ็ดเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-40 ซม. ลำต้นค่อนข้างกลม อวบน้ำ อาจมีสีม่วงแดง ต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปกรวยคว่ำสีเหลืองอ่อน ผลเป็นผลแห้ง รูปไข่
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักเผ็ดใหญ่ ดอกขาว และผักเผ็ดน้อย ดอกสีเหลือง มีรสชาติเผ็ดกว่า และนิยมกินมากกว่า"	ยอดอ่อนนำมาแกงร่วมกับแกงแค แกงใส่ปลาแห้งหรือลวกกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
1097	สบโขง	ฟัก ฟักเขียว	Wax gourd, White gourd, Chinese water melon, Chinese preserving melon	ฟักหม่น, หลู่ซะ	Benincasa hispida (Thunb.) Cogn.	ขึ้นเองตามธรรมชาติในปาดิบแลง กระจายทั่วไป เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย	"มะฟักเป็นไม้เลื้อย ลำต้นแตกแขนง เลื้อยตามพื้นดิน มีมือเกาะ 2-3 แขนง ทั้งต้นมีขนหยาบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปฝ่ามือ ขอบหยัก 5-11 แฉก ปลายแฉกแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศบนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง รูปไข่กลับ เกสรตัวผู้ 3 อัน ดอกเพศเมีย เหมือนดอกเพศผู้ แต่ก้านสั้นกว่า ผลอ่อนมีขน ผลแก่ผิวด้านนอกมีนวลขาว ผิวแข็ง เนื้อผลสีขาวปนเขียวอ่อน เนื้อตรงกลางพรุน มีเมล็ดรูปไข่แบนอยู่มาก
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มะฟักเล็ก มีผลขนาดใหญ่ และมะฟักหม่น มีผลขนาดเล็ก สีขาว มีกลิ่นหอมกว่า"	เนื้อในผลนำมาต้มหรือแกง	พืชอาหาร
1098	สบโขง	แตงไร่ (แตงอ้ม)		ดี	Cucumis sativus L.	เจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่แสงแดดส่องถึง มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน จีนตอนกลาง-จีนตอนใต้	เป็นเถามีขนขึ้นมีขนขึ้นปกคลุมทั่วไป มีข้อยาว 10-20 ซม. มีหนวดเกาะบริเวณข้อโดยส่วนปลายของหนวดไม่มีการแตกแขนง แตงกวามีรากแก้ว แตกแขนงเป็นจำนวนมาก รากสามารถแผ่ทางด้านกว้างและหยั่งลึกได้มากถึง 1 ม. ก้านใบยาว 5-15 ซม.ใบหยาบมีขนใบ มีมุมใบ 3 ถึง 5 มุม ปลายใบแหลม ใบใหญ่มี เส้นใบ 5-7 เส้น ออกเป็นดอกเดี่ยว กลีบเลี้ยงสีเขียว 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง 5 กลีบ ดอกเพศเมียและดอกเพศผู้แยกกันอยู่บนต้นเดียวกัน ผลมีลักษณะเรียวยาวทรงกระบอก มีใส้ภายในผล ความยาวระหว่างผล 5- 40 ซม.		พืชอาหาร
1099	สบโขง	ขมิ้น	Turmeric	ข้าวมิ้น. เพาะเก่อเย่อ	Curcuma longa L.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ อากาศค่อนข้างร้อนและมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ขมิ้นเป็นพืชล้มลุก สูง 30-90 ซม.เหง้าใต้ดินรูปไข่ มีแขนง รูปทรงกระบอก เนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า รูปใบหอก กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ช่อดอกแทงจากเหง้า แทรกระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อน บานครั้งละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พู		พืชอาหาร
1100	สบโขง	ขิง	Ginger	ขิง, สะเอ	Zingiber officinale Roscoe	พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง	ขิงเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะ ลำต้นเทียมแทงขึ้นเป็นกอ มีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับถี่ รูปหอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 12-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ช่อดอกรูปกระบองโบราณ แทงขึ้นจากเหง้า ดอกย่อยสีขาว ทุกๆ ดอกมีกาบสีเขียวปนแดงรูปโค้งห่อรองรับ กลีบดอกและกลีบเลี้ยง มีอย่างละ 3 กลีบ หลุดร่วงเร็ว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ปลายกลีบแผ่กว้าง เกสรผู้มี 6 อัน ผลรูปทรงกลม และแข็ง	ใช้เหง้าขิงแก่ทั้งสดและแห้ง เป็นยาขับลม แก้อาเจียน แก้ไอ ขับเสมหะ และขับเหงื่อ	พืชสมุนไพร
1101	สบโขง	ข่า	Galangal, Greater Galangal, Chinese Ginger	ข่า, เอเช	Alpinia galanga (L.) Willd.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง	ข่าเป็นไม้ล้มลุกสูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อปล้องชัดเจน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก วงรี หรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ช่อดอกออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุด มีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม	เหง้า ช่วยขับลมในท้อง แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ	พืชสมุนไพร
1102	สบโขง	ตะไคร้	Lapine, Lemon grass	จั๊กไค, เพาะหว่อเซโป	Cymbopogon citratus (DC.) Stapf	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุย ชอบน้ำ ชอบแดด น้ำไม่ขัง	ตะไคร้เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็นกอ เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ข้อและปล้องสั้นมากกาบใบสีขาวนวลหรือขาวปนม่วง ยาวและหนาหุ้มข้อและปล้องไว้แน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 1-2 ซม. ยาว 70-100 ซม. แผ่นใบและขอบใบสากและคม ออกดอกยาก	แก้ขัดปัสสาวะ แก้ท้องอืด ขับลม ลดความดัน	พืชสมุนไพร
1103	สบโขง	กะหล่ำปลี	Common Cabbage, White Cabbage	บาบุ๊คุ	Brassica oleracea L.	นิยมปลูกทั่วไป	"ไม้ล้มลุกสองปี ลำต้นสั้นมาก ใบเดี่ยว รูปกลมหรือรูปไข่กว้าง เรียงสลับซ้อนกันแน่นหลายชั้นเป็นก้อนกลมแป้นหรือกลมรี แผ่นใบหนา ใบชั้นนอกสุดมีนวล กะหล่ำปลีที่ปลูกในประเทศไทยมีมากมายหลายพันธุ์ สามารถจัดกลุ่มได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
 1. กะหล่ำปลีธรรมดา ชื่อสามัญ Common Cabbage, White Cabbage ใบสีเขียว มีนวล รูปร่างและขนาดของหัวแตกต่างกันไปตามพันธุ์ เป็นกลุ่มที่นิยมปลูกและกินกันมากที่สุด
 2. กะหล่ำปลีแดง ชื่อสามัญ Red Cabbage ใบสีม่วงแดงเนื่องจากมีสาร anthocyanin มากเป็นพิเศษ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ แต่กินได้เช่นเดียวกับกะหล่ำปลีธรรมดา"		พืชอาหาร
1104	สบโขง	บวบเหลี่ยม	Angled loofah	ตะโกซะ	Luffa acutangula (L.) Roxb.	พรรณไม้ชนิดนี้มักขึ้นตามที่รกร้าง ตามริมห้วย หนอง คลอง และตามบึงทั่วไป	บวบเหลี่ยมเป็นพรรณไม้เถาล้มลุก ชอบเลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้อื่นๆ และตามร้านที่ปลูกทำไว้ ลำต้นอ่อนและยอดจะมีขนที่อ่อนนุ่ม เมื่อลำต้นนั้นแก่ขนก็จะหลุดร่วงไปทุกๆ ส่วนของลำต้นนั้น เมื่อเรานำมาขยี้ดมจะมีกลิ่นเหม็นเขียว ลักษณะลำต้นนั้นจะเป็นเถาเหลี่ยมมีความยาวประมาณ 7-10 เมตร และจะมีมือยึดเกาะเป็นเส้นยาวประมาณ 3 เส้น ใบจะออกตรงข้ามกัน ตัวใบโตค่อนข้างกลม ลักษณะใบจะมีรอยเว้าเข้าประมาณ 3-7 รอย ตรงปลายใบของมันแหลมสั้น และริมขอบใบจะมีรอยหยัก หลังใบจะเป็นสีเขียวแก่ ส่วนท้องใบนั้นจะเป็นสีเขียวอ่อน ใบอ่อนนั้นจะมีขนมากและใบแก่ขนก็จะหลุดร่วงไป ใบจะมีความกว้างประมาณ 15-25 ซม. และยาวประมาณ 8-25 ซม. จะเห็นรอยเส้นใบนูนชัดเจนประมาณ 3-7 เส้น ส่วนก้านใบนั้นก็จะมีขนอ่อนนุ่มและเป็นเหลี่ยมมีความยาวประมาณ 4-9 ซม. ดอกจะมีทั้งดอกตัวผู้ และดอกตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ดอกตัวเมียนั้นมักจะออกเป็นดอกเดี่ยว แต่บางครั้งอาจออกติดกับดอกตัวผู้ในช่อดอกเดียวกัน ส่วนกลีบเลี้ยงนั้นจะติดกัน และตรงปลายจะแยกเป็น 5 กลีบ ผิวนอกจะปกคลุมไปด้วยขนอ่อนนุ่มสั้นๆ กลีบดอกจะเป็นสีเหลืองหรือสีเหลืองอ่อน แต่ละกลีบจะมีลักษณะกลมรี ตรงขอบจะเป็นรอยย่นเป็นคลื่น กลีบดอกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวประมาณ 3-5 ซม. ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ส่วนตรงปลายนั้นจะมีรอยของกลีบเลี้ยงเหลืออยู่ ผลจะมีความยาวประมาณ 16-60 ซม. และมีความกว้างประมาณ 5-10 ซม. ผลอ่อนเป็นสีเขียวและมีลายเป็นสีเขียวแก่ ผิวข้างนอกนั้นจะเป็นนวลสีขาว ส่วนผลแก่เป็นสีเขียวออกเหลืองหรือเขียวเข้มออกเทา เนื้อข้างในจะมีเส้นในที่เหนียวมากมีลักษณะเป็นร่างแห และมีเมล็ดแบนรี ผลที่แก่นั้นเมล็ดข้างในจะเป็นสีดำ หรืออาจจะมีปีกออกสองข้างเมล็ด		พืชอาหาร
1105	สบโขง	กะเพรา	Holy basil, Sacred basil, Thai basil		Ocimum tenuiflorum L.	พบกระจายทั่วไป ชอบแดดจัด ดินร่วน ไม่ชอบน้ำขังและไม่ต้องการน้ำมาก การเด็ดดอกทิ้งช่วยรักษาต้นกะเพราให้มีอายุยาวนานขึ้น	"ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและใบมีขนและมีกลิ่นหอม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักห่าง ผิวใบเรียบ ช่อดอกตั้งขึ้นเป็นชั้นๆ รูปฉัตร ดอกย่อยสีชมพูแกมม่วง กลีบเลี้ยงรูประฆัง ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมีกลีบเดียวกลม ส่วนล่างมี 4 แฉก กลีบดอกด้านบนมี 4 กลีบ ด้านล่างมี 1 กลีบ ปลายกลีบม้วนพับลง ผลแห้ง เมล็ดสีดำอยู่ภายในหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กระเพราสีแหล้ (สีม่วงแดง) และกระเพราสีขาว (สีเขียว)"	ยอดอ่อน ผัดกับหมูหรือเนื้อวัว ช่วยดับกลิ่นคาว ใส่ในแกงหรือยำหน่อไม้ ช่วยให้เจริญอาหารยิ่งขึ้น	พืชอาหาร
1106	สบโขง	สะระแหน่	Kitchen mint, Menthe kitchen mint	พอเซมึ	Mentha × villosa Huds.	พบได้ทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินร่วงซุย	"ไม้ล้มลุก เลื้อยแผ่ไปตามดิน ลำต้นสี่เหลี่ยม สีเขียวแกมม่วงน้ำตาล แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีค่อนข้างกว้าง กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 2-3 ซม. ผิวใบย่น ขอบใบหยักฟันเลื่อย มีกลิ่นเฉพาะ ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หอมด่วนใหญ่ ก้านสีม่วง และหอมด่วนน้อย ก้านสีเขียว ใบมน"		พืชอาหาร
1107	สบโขง	มะกรูด	kaffir lime, Leech lime, Makrut lime, Mauritius papeda	บ่าขูด, มะขุ	Citrus hystrix DC.	พบทั่วไป ปลูกได้ดีในดินทุกชนิด	มะกรูดเป็นไม้ยืนต้น สูง 2-8 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ลำต้นแก่สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียว ใบเดี่ยวรูปค่อนข้างกลม กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 3-8 ซม. ใบและดอกคล้ายมะนาว ก้านใบมีครีบขนาดใหญ่เท่าตัวใบ มีลักษณะคล้ายใบไม้ 2 ใบต่อกัน ส่วนล่างที่ติดต่อกับก้านใบคือหูใบ ใบมีสีเขียวแก่ ผิวใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน มีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป มีกลิ่นฉุน ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้น ผลชาวบ้านเรียก “มะกรูด” มีรูปร่างค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ ผิวมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่ว ผลอ่อนสีเขียวเมื่อแก่สีเหลือง ภายในมีเมล็ดที่มีเยื่อเมือกหุ้ม		พืชอาหาร
1108	สบโขง	กูดกิน		เฮาะที	Asplenium obscurum Blume	พบได้แถบป่าดิบเขา ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือขึ้นบริเวณหิน ทรายที่เปียกชื้น หรือริมน้ำ ต้องการความชื้นสูง	เฟินอิงอาศัย ขึ้นอยู่ตามต้นไม้ หรือโขดหินที่มีความชื้นสูง บางทีพบได้ตามพื้นทรายที่เปีบกชื้น ในป่าดงดิบชื้น ลักษณะเหง้าสั้น ใบเป็นแบบ Pinnae มีใบได้ถึง 20 คู่ หรือมากกว่านั้น ก้านสีดำ อัปสปอร์เกิดเป็นขีดด้านหลังใบ กว้าง 1 มิลลิเมตร ยาว 2 มิลลิเมตร ปลูกเลี้ยงค่อนข้างยากเนื่องจากต้องการความชื้นสูง	ใช้เป็นเครื่องชูรส (แทนผงชูรส) ทั้งใบอ่อนและใบแก่ใส่ในอาหารประเภท ต้ม แกง และยำ	พืชอาหาร
1109	สบโขง	กล้วยป่า	Wild Banana	ยะดึ๊	Musa acuminata Colla	ชอบขึ้นเป็นกลุ่มในดินที่อุ้มน้ำ บริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง	ไม้ล้มลุก มักขึ้นเป็นกลุ่ม ทุกส่วนมียาง มีเหง้าแตกหน่อได้ ลำต้นเทียมขนาดใหญ่ ประกอบด้วยกาบใบที่อัดกันแน่น ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ดอก (หัวปลี) ออกเป็นช่อห้อยลงคล้ายงวง บานจากส่วนโคนลงมาหาปลายช่อปลี ผลกลมโค้งงอ มีเนื้อน้อย สีขาว เมล็ดจํานวนมาก สีดํา ผนังหนาและแข็ง	หยวกกล้วยนำมาแกงใส่ไก่ กระดูกหมูหรือปลาแห้ง หัวปลีนำมาชุบแป้งทอด หรือยำกับเนื้อไก่ กาบต้นแห้งนำไปขายเพื่อทำกระดาษสา	พืชอาหาร
1110	สบโขง	ใบตองหอม		โกโปละ	Zingiber sp.	ขึ้นบริเวณที่เป็นดินร่วน ใต้ร่มไม้ใหญ่ หรือที่ร่มรำไร	พืชล้มลุก สูง ลำต้นเป็นเหง้าใต้ดิน สูง 1-3 เมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน กาบใบซ้อนกันกลมยาวคล้ายลำต้น ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ใบออกเวียนสลับกันจากโคนต้น มีกลิ่นหอมเย็นคล้ายกระวาน	นิยมนำมาทำเป็นเครื่องเทศปรุงอาหารทั้งแกง ต้ม และ ยำ หรือนำมาตากแห้งเพื่อเก็บใช้ได้นาน	พืชอาหาร
1111	สบโขง	ผักเปียะ		ดิ๊บึโดะ					พืชอาหาร
1112	สบโขง	บุก	Konjac	คอมีโบ	Amorphophallus konjac K.Koch	จากอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงอินโดนีเซียในที่ชื้นบริเวณชายป่าดงดิบ งอกงามดีในฤดูฝนและยุบตัวในฤดูแล้งเหลือแต่หัวใต้ดิน	ไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ลำต้นอวบน้ำ มีหัวมต้ดินเป็นก้อนใหญ่ สีน้ำตาล ขนาด 15-30 ซม. ใบ เป็นใบเดี่ยว แผ่คล้ายร่ม ขอบใบหยักเว้าเป็นแฉก ก้านใบกลม สีเขียวด่าง ยาว 150-180 ซม. ดอก เป็นช่อแกน มีใบประดับใหญ่ขอบหยักเป็นลอนคลื่นแผ่หุ้มช่อดอก กว้าง 30-45 ซม. ยาว 30 ซม. ปลายช่อเป็นรูปกรวยคว่ำ ผิวยับเป็นร่อง ดอกเพศผู้อยู่ตอนบน ดอกเพศเมียอยู่ตอนล่าง ดอกมีกลิ่นเหม็นเอียน ผล เป็นผลสด เนื้อนุ่มสีแดง ค่อนข้างกลม ขนาดประมาณ 1.2 ซม. มีจำนวนมาก	ลำต้นอ่อนและยอดอ่อน นำมาต้มกับมะขามเปรี้ยว แล้วรินน้ำทิ้ง นำมาปรุงอาหารเช่น แกงส้ม แกงกะทิ หัวนำมาปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้น แช่ในน้ำปูนใส แล้วนำมาทำอาหารประเภทต้ม แกง หรือทำขนมหวาน หัวมีรสเบื่อเมา ช่วยในการกัดหนอง นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยลดความอ้วน ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้	พืชอาหาร
1113	สบโขง	ผักเฟือยนก		เฮอะทะโดะ, พ่อค้าตีเมีย	Selaginella argentea (Wall.ex Hook. & Grew) Spring .				พืชอาหาร
1114	สบโขง	ผักกูด	Paco	กิโกโดะ	Diplazium esculentum (Retz.) Sw.	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือตามลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่าน มีแสงแดดรำไร ปลูกได้ตามชายคลอง และห้วยหนอง	พืชไม่มีดอกจำพวกเฟิร์นที่มีต้นขนาดใหญ มีเหงาทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเปนใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยอยบาง โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ยอดใบอ่อนม้วนงอ ใต้ใบมีอับสปอร์สีน้ำตาลเรียงตามแนวเส้นใบ	ยอดอ่อนใช้ผัดกับน้ำมันหอย กินสดหรือลวกกับน้ำพริก รสจืดอมหวาน มีเมือกอ่อนๆ ตอนเคี้ยว บ้างนำมาแกงหรือต้มใส่กระดูกหมู	พืชอาหาร
1115	สบโขง	ผักฮาก ผักรด	Redstake climber	เฮอะซีนา	Erythropalum scandens Blume	พบทั่วไปในป่า ชอบเลื้อยขึ้นตามต้นไม้ ตามพื้นดิน ที่มีแสงแดดรำไร	"ผักฮากเป็นไม้เถาเลื้อย แตกยอดตามข้อปล้อง มีมือเกาะเป็นเส้นยาวออกจากซอกใบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ มีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกเดี่ยวออกตามข้อ สีขาวอมเหลือง ผลเดี่ยวรูปรี ผิวเกลี้ยงเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีส้มอมแดง ผลแก่แตกได้ เมล็ดรูปรี เปลือกหุ้มเมล็ดสีดำ เมล็ดสีขาว
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักฮากยอดแดง และผักฮากยอดเขียว"	ยอดอ่อนกินเป็นผักสดหรือลวกกินกับน้ำพริก เป็นส่วนประกอบในแกงแค แกงปลาแห้ง หรือผัดน้ำมันหอย	พืชอาหาร
1116	สบโขง	ลูกชิด ตาว	Sugar palm, Sweet palm	ตะดึ๊	Arenga pinnata (Wrumb) Merr.	ชอบขึ้นบริเวณเชิงเขา โดยเฉพาะริมลำธาร บริเวณดินร่วน ชอบอากาศชุ่มชื้น พบมากในภาคเหนือ	ไม้ยืนต้นอายุยืน เป็นพืชขนาดใหญ่ตระกูลปาล์ม ใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบมนและแหลม โคนใบรูปเงี่ยงใบหอก ขอบใบเรียบ ผิวใบหนา หลังใบสีอ่อน ช่อดอกเชิงลดขนาดใหญ่ออกตามซอกใบห้อยยาวลงได้มากกว่า 2 เมตร ผลกลุ่มรูปไข่สีเขียว ผลแก่สีเหลืองและดำ เมล็ดสีขาวขุ่น ลักษณะนิ่มและอ่อน แต่ละผลมี 2-3 เมล็ด ต้นต๋าวให้ผลช่วงอายุ 15-20 ปี ส่วนใหญ่ให้ผลครั้งเดียว มากที่สุดไม่เกิน 4 ครั้ง	ยอดอ่อนใช้ทำอาหารจำพวกแกง เนื้อในผลผลิตใช้ทำของหวาน (ลูกชิด)	พืชอาหาร
1117	สบโขง	กูดกิน		แลโพโดะ	Diplazium sp.	พบตามป่าดิบเขา ความชื้นสูง ชอบขึ้นบริเวณโขดหิน หรือริมน้ำ	ต้นมีลักษณะเป็นเหง้าสั้น ตั้งหรือเอน ข้างเหง้าปกคลุมด้วยรากเส้นใหญ่ เกล็ดที่เหง้าแคบ สีน้ำตาลเข้ม ขอบกึ่งเรียบหรือเป็นคลื่น ก้านใบสีฟาง ส่วนล่างสีน้ำตาลแดง ใบปกติก้านยาวถึง 15 เซนติเมตร ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยหยักลึก รูปขอบขนานกึ่งสามเหลี่ยม ปลายเรียวแหลม	มีรสหวาน นิยมรับประทานยอดเป็นผักสดหรือลวก จิ้มน้ำพริก	พืชอาหาร
1118	สบโขง	ดีปลี	Long pepper		Piper retrofractum Vahl	พบกระจายอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่พบในป่าดิบชื้น ในพื้นที่ลุ่มต่ำและแฉะ เจริญเติบโตได้ดีในที่ความชื้นสูง ชอบดินร่วนและอุดมสมบูรณ์	ดีปลีเป็นไม้เถา รากฝอยออกบริเวณข้อเพื่อใช้ยึดเกาะ ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 7-10 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือแหลม ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อยสีเขียวเข้มเป็นมัน ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยอัดกันแน่น แยกเพศ ผลเป็นผลสด มีสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง		พืชอาหาร
1119	สบโขง	มันสำปะหลัง สำโรง	Cassava, Manioc, Tapioca	ต้าง, กิลอซะ	Manihot esculenta Crantz	พบทั่วไป ชอบดินปนทรายร่วนซุย ระบายน้ำดี	"พืชล้มลุก มีหัวสะสมอาหารใต้ดิน ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ รูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ก้านใบยาว 8-15 ซม. มีหูใบ 2 ข้าง ลำต้นมียางใส ช่อดอกกระจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลกลุ่มทรงกลม ลักษณะมีปีกบางเป็นซีก เมล็ดสีน้ำตาล
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มันต้างขาว และมันต้างแดง"	หัวออกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ชาวบ้านนิยมนำไปนึ่ง เผา ต้ม จิ้มกับน้ำตาล หรือนำไปทำขนมหวาน เช่น มันเชื่อม มันบวด ส่วนยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริกลาบ หรือตำมะม่วง	พืชอาหาร
1120	สบโขง	มะเขือพวง	Pea eggplant, Turkey berry, prickly nightshade	มะแขว้งกุลา, ก่อคะซะ	Solanum torvum Sw.	ชอบขึ้นในพื้นที่รกร้าง บนไหล่เขาหรือกลางแจ้ง เป็นไม้ที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี	บ่าแคว้งกุลาเป็นไม้พุ่มเตี้ย ลำต้นและกิ่งก้านมีขนนุ่มปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเว้าตื้น มีหนามเล็ก ๆ กระจายทั่วไปตามลำต้นและใบ ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบและปลายกิ่ง สีขาว ผลทรงกลม ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม ภายในมีเมล็ดแบนสีน้ำตาล จำนวนมาก	ผลอ่อนรับประทานเป็นผักสด ลวกหรือคั่วน้ำมัน จิ้มกับน้ำพริก เป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่น น้ำพริกกะปิ แกงเผ็ด แกงเขียวหวานและห่อหมกไก่ เป็นต้น	พืชอาหาร
1121	สบโขง	มะแว้งต้น	Plate brush egg plant	บ่าแขว้งขม, ก่อคะโพ	Solanum indicum L.	พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้เองตามธรรมชาติในบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง	มะแคว้งขมเป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้าน สูงประมาณ 1 เมตร มีขนสีเทาปกคลุมทั้งต้น โคนต้นมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงสลับ เป็นกระจุกปลายกิ่ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3-10 ซม. ขอบใบเว้าตื้น โคนใบกว้าง ปลายใบแหลม มีหนามแหลมตามเส้นกลางใบ ผิวใบหนา ดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงโคนกลีบติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก และคงอยู่เมื่อเป็นผล กลีบดอกสีม่วง โคนติดกัน แผ่เป็นจาน แยกเป็น 5 แฉก ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผิวขาวเทามีกระสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีส้มไม่มีลาย มีเมล็ดจำนวนมาก		พืชอาหาร
1122	สบโขง	หน่อไม้		บ๊อ	Bambusa sp.			หน่ออ่อน นำมาแกง ต้มกินกับน้ำพริกหรือยำ ลำต้น นำมาสร้างที่อยู่อาศัย เป็นอุปกรณ์ทางการเกษตร	พืชอาหาร
1123	สบโขง	ปิ้งขาว เข็มป่า	East Indian glory bower	กิยาหม่อโดะ	Clerodendrum glandulosum Lindl.	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ในพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน	ปิ้งขาวเป็นเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-38 ซม. ยาว 4-40 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวอ่อน ดอกช่อกระจุกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยบานไม่พร้อมกัน รูปร่างคล้ายดอกมะลิ สีขาว กลับดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ยาว 5 อัน		พืชอาหาร
1124	สบโขง	ส้มป่อย	Soap pod, Shikakai	โพชิซะ	Acacia concinna (Willd.) DC.	ขึ้นได้ทั่วไป พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	"ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามตามลำต้น กิ่ง ก้านและใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 7-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ช่อดอก ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกลม กลีบดอกเป็นหลอด สีนวล ผลเป็นฝัก สีน้ำตาลดำ ผิวย่นขรุขระ ขอบเป็นคลื่น
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ส้มป่อยธรรมดา และส้มป่อยหลวง ชุมชนใช้ประโยชน์จากส้มป่อยธรรมดามากกว่า เนื่องจากส้มป่อยหลวงพบไม่มาก"	ยอดอ่อนมีรสเปรี้ยว นิยมนำมาแกงกับปลา หมูหรือเนื้อ ฝักแห้งใช้ในพิธีมงคล และใช้ผสมน้ำต้มสระผม	พืชอาหาร
1125	สบโขง	ตะไคร้ต้น	may chang, Aromatic Litsea	จั๊กไคต้น, กะลือซะ	Litsea cubeba (Lour.) Pers.	พบตามพื้นที่โล่งแจ้ง หรือป่ากำลังฟื้นตัวที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 700 เมตรขึ้นไป	จะไค้ต้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ทุกส่วนของต้นและใบมีกลิ่นหอมคล้ายตะไคร้ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหอกแคบ โคนใบและปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อสีเหลือง มีดอกย่อย 4-6 ดอก ออกตามปลายกิ่ง ผลกลมฉ่ำน้ำ สีเขียวอมเหลือง	เปลือกและรากรักษาอาการไข้ ผลรักษาโรคกระเพาะ รากช่วยขับลมในลำไส้ ทำให้เรอและดับกลิ่นคาว ส่วนเมล็ดอ่อนนำมาดองน้ำปลาหรือกินสดกับลาบ	พืชสมุนไพร
1126	สบโขง	มะแหลบ		มะและซะ	Heracleum barmanicum Kurz		เมล็ดแห้ง รูปไข่ คล้ายตาตั๊กแตน ด้านข้างแบน ไม่มีขน ขนาดกว้างประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ผิวเรียบ ผลแห้งแยกเป็น 2 ส่วน แต่ละส่วนเป็น 1 เมล็ด ผลแห้งส่วนมากมักไม่ค่อยแตกเป็น 2 ซีก เมล็ดหรือซีกผลมีลักษณะด้านนอกนูน ด้านในที่ประกบกันของเมล็ดหรือด้านแนวเชื่อมแบน ด้านข้างของเมล็ดมีลักษณะยื่นออกไปคล้ายปีก ด้านที่นูนมีสันตามแนวยาวของเมล็ดจำนวน 3 เส้น สันมีลักษณะยื่นนูนจากผิว สีน้ำตาลอ่อน เมล็ดมีสีน้ำตาลเข้ม บดเป็นผงมีสีน้ำตาล มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสขม เผ็ดเล็กน้อย		พืชอาหาร
1127	สบโขง	คะเนียง ลูกเนียง		กะเนซะ	Archidendron jiringa (Jack) I.C.Nielsen	ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณบริเวณหุบเขาลาดชัน	คะเนียงเป็นไม้ต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมใหญ่แน่นทึบ คลุมลำต้นไว้เป็นส่วนใหญ่ เปลือก เรียบสีเทาหรือน้ำตาลอ่อนปนเทา ใบเป็นช่อแบบขนนกสองชั้น ก้านช่อยาว 1.5-8 ซม. ที่ปลายก้านช่อมีช่อใบแขนงด้านข้าง 1 คู่ ติดตรงกันข้ามช่อใบแขนงยาว 8-29 ซม. แต่ละช่อมีใบย่อย 2-4 คู่ ขึ้นตรงกันข้าม ใบย่อยรูปมนแกมรูปขอบขนาน ขนาดแตกต่างกัน กว้าง 3-9 ซม.ยาว 3-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลมฐานใบมนและเบี้ยวเล็กน้อย แผ่นใบเกลี้ยงไม่ มีขน ดอก สีขาว ขนาดเล็กจำนวน 3-6 ดอก ออกบนช่อกลมเล็กๆ ซึ่งแตกแขนงมาจากช่อใหญ่ ยาว 7-18 ซม. ช่อดอกโปร่งออกตามง่ามใบของใบแก่ที่หลุดร่วงไปแล้วกลีบรองกลีบดอกเล็กมาก มี 5 กลีบ โคนกลีบติดกัน กลีบดอกมี 5 กลีบ ผลแบนยาว รูปบรรทัด มีส่วนคอดเว้าระหว่างเมล็ด กว้างประมาณ 3-5 ซม.ตัวฝักบิดเวียนเป็นเกลียวไปทางเดียวกัน ผิวสีน้ำตาลคล้ำหรือสีน้ำตาลอมม่วง ฝักแก่ผนังจะแตกอ้าออก ผนังหนาคล้ายแผ่นหนัง	เมล็ดเนียงสด มีรสฝาด นิยมนำเมล็ดอ่อนปอกเปลือกมาจิ้มน้ำพริก กินกับลาบหรือกินร่วมกับอาหารรสเผ็ด นอกจากนี้อาจนำมาต้มหรือเผาให้สุก หรือนำมาดองน้ำเกลือ เพื่อช่วยให้เก็บไว้ได้นานขึ้น นอกจากนี้ยอดอ่อนสามารถรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ด	พืชอาหาร
1128	สบโขง	มะขามป้อม	Emblic myrabolan, Malacca tree	กะยาซะ	Phyllanthus emblica L.	พบประปรายในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงทั่วไป มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี	ขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเดี่ยว ออกตามกิ่งและซอกใบจำนวนมาก เป็นผลสด รูปทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อหนา มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ดกลม สีเขียวเข้ม	รับประทานผลสด ช่วยบรรเทาอาการไอ ทำให้ชุ่มคอ รากนำมาต้มน้ำ ดื่มกินเป็นยาลดไข้ ฟอกเลือด เปลือกต้น เป็นยาฝาดสมาน	พืชอาหาร
1129	สบโขง	เร่วป่า	Mak kouk	จี๋กุ๊ก, เพาะซะ	Amomum dealbatum Roxb.	พบมากในป่าดิบชื้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นได้ดีในที่มีความชื้นสูง ริมลำธาร ชอบดินร่วนซุย ไม่มีน้ำท่วมขัง	จี๋กุ๊กเป็นพืชล้มลุก ลำต้นแข็ง สูง 1-2 เมตร มีเหง้าใต้ดิน อายุหลายปี หัวสีขาวอมเหลือง รสเผ็ดขื่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 8-15 ซม. ยาว 40-50 ซม. แผ่นใบเรียบเป็นมันวาว มีกาบใบห่อม้วนกันเป็นลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อที่โคนลำต้น มีกลีบเลี้ยงซ้อนกันอัดแน่น สีเขียวปนน้ำตาล กลีบดอกย่อยสีขาวเป็นหลอด พองเป็นกระเปาะ และปากเปิด ส่วนปากกลีบดอกที่เปิดมีแถบสีเหลือง 1 แถบ ตรงกลาง ผลกลมเกลี้ยง ขนาดเล็ก เมื่อแก่ผลจะแห้งและแข็ง		พืชอาหาร
1130	สบโขง	ลิงลาว เอื้องแลว นางแลว		ลิงลาว, ซิเคระ	Aspidistra sutepensis K.Larsen	ชอบขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาของภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง	ลิงลาวเป็นพืชล้มลุก แตกกอมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวออกเวียนจากลำต้นใต้ดิน รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกจากลำต้นใต้ดิน ตั้งตรงชูก้านดอกขึ้นคล้ายดอกกล้วยไม้ ดอกย่อยสีขาวอมม่วง บานจากล่างขึ้นบน ผลแบบแคปซูล สีเขียวเข้ม	ดอกออกช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน รสขมกลมกล่อม ดอกอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก เป็นส่วนประกอบของแกงแค หรือแกงใส่ปลาแห้ง ราก ตำแล้วละลายน้ำ ดื่มแก้อาการร้อนวูบวาบในท้อง	พืชอาหาร
1131	สบโขง	ไพล	Cussumuna ginger	ปูเลย แปรคุ แปลโข่	Zingiber montanum (J.Koenig) Link ex A.Dietr.	พบขึ้นกระจายทั่วไป ในที่ดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ปูเลยเป็นไม้ล้มลุก สูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก ขนาดใบกว้าง 3.5-5.5 ซม. และยาว 18-35 ซม. ช่อดอก แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้ง รูปทรงกลม	เหง้า ขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ	พืชอาหาร
1132	สบโขง	ฟักทอง	Pumpkin	ฟักแก้ว, หลู่แคะซะ	Cucurbita moschata Duchesne	นิยมปลูกทั่วไป	เป็นพืชล้มลุก มีเถายาวเลื้อยปกคลุมดิน ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน ผิวเป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อน ๆ มีหนวดสำหรับยึด เกาะยึดบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับกัน โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นเหลี่ยม 5 เหลี่ยม มีขนทั้ง 2 ด้านของตัวใบดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายระฆังหรือกระดิ่งออกบริเวณง่ามใบผลมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพูเล็ก ๆ โดยรอบเปลือกนอกขรุขระและแข็ง มีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนและ สีเหลืองเข้ม และสีเหลืองตามลำดับ เนื้อภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม เมล็ดมีจำนวนมากซึ่งอยู่ตรงกลางผลระหว่างเนื้อฟู ๆ มีรูปร่างคล้ายไข่ แบน มีขอบนูนอยู่โดยรอบ		พืชอาหาร
1133	สบโขง	หมักก้ากดอยสุเทพ มะข่วง กำจัดดอย		มะแคะ	Zanthoxylum acanthopodium DC.		ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงของต้นได้ถึง 5 เมตร ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปใบหอกหรือรูปวงรีแกมใบหอก ขอบใบหยักโค้ง ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร ก้านใบเป็นสีแดงมีขน ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกย่อยมีหลายดอก ก้านดอกสั้น กลีบดอกเป็นสีแดงเข้ม ผลเป็นผลแห้งและแตกได้ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม		พืชอาหาร
1134	สบโขง	มะนาว	Common lime, Lime	บ่านาว, ซะสุ่ยโพ่	Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle	พบปลูกทั่วไป ขึ้นได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	มะนาวเป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวสดแข็งและหนา เนื้อใบมีจุดน้ำมันกระจาย ก้านใบมีครีบเล็กๆ ดอกเดี่ยวหรือช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง มี 4 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก กลิ่นหอม ร่วงง่าย ผลเป็นผลสด กลมเกลี้ยงและผิวมัน เนื้อผลฉ่ำน้ำ มะนาวที่ชาวบ้านใช้มีผลรูปร่าง 2 แบบ คือ ผลรูปทรงกลม เรียกว่า มะนาว ส่วนผลรูปรีหรือรูปไข่ เรียก มะนาวเมือง		พืชอาหาร
1135	สบโขง	กลอย	Asiatic bitter yam	ก๋อย , คลี	Dioscorea hispida Dennst. var hispida	พบมากบริเวณป่ารกร้าง ไหล่เขา ชายป่า และที่โล่งทั่วไป ชอบดินร่วนซุย	"กล๋อยเป็นไม้เถาเลื้อยพัน ลำต้นมีหนาม หัวใต้ดินขนาดใหญ่ ใบประกอบมี 3 ใบย่อย เรียงสลับ ใบหนาผิวสาก มีเส้นใบ 3 เส้น เห็นชัดเจน ช่อดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ออกที่ซอกใบ ห้อยลง ดอกตัวผู้ยาวได้ถึง 40 ซม. ออกเป็นช่อซ้อน 2-3 ชั้น ดอกตัวเมียเป็นช่อเดี่ยว กลีบรวมสีเหลือง ผลแห้ง มีปีก 3 ปีก
 กล๋อยในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กล๋อยธรรมดา นิยมกินหัว และกล๋อยนก นิยมกินยอด และนำหัวมาย่างกินบ้าง แต่ไม่ค่อยนิยมกิน"	ใช้หัวต้มกินเป็นอาหารแป้ง หรือฝานเป็นแผ่นนึ่งกินกับข้าวเหนียวเป็นของหวาน	พืชอาหาร
1136	สบโขง	มะระขี้นก	Balsam pear, Bitter cucumber, Leprosy gourd	มะห่อย, โคะโยดะ	Momordica charantia  L.	พบในป่าบริเวณลุ่มน้ำ และป่าละเมาะ ทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ	มะระขี้นกเป็นไม้เถา มีมือเกาะ ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปฝ่ามือ กว้างและยาวประมาณ 4-7 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึก 5-7 แฉก ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกสีเหลือง รูประฆัง ผลสด รูปกระสวย ผิวขรุขระ มีรสขม เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมแดงและผลจะแตกอ้าออก เมล็ดเป็นรูปกลมแบน	ยอดอ่อนและผลอ่อน มีรสขมเย็น นำมาลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก เป็นส่วนประกอบของแกงแค ผลอ่อนนำมาผัดกับไข่ หรือใส่ในแกงอ่อม เป็นต้น	พืชอาหาร
1137	สบโขง	แคหางค่าง, แคหัวหมู		แคหางค่าง, ป่อแควะ	Markhamia stipulata (Wall.) Seem.	พบขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขาของประเทศไทย ชอบขึ้นตามริมลำธาร	ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นตรงมักแตกกิ่งต่ำ เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบและเบี้ยว ขอบใบหยักตื้นๆ ผิวใบเรียบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามปลายกิ่ง ประมาณ 3-7 ดอก ดอกย่อยขนาดใหญ่สีขาวรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ขอบกลีบจะย่นเป็นริ้ว ผลเป็นฝักชนิดเปลือกแข็ง 2 ชั้น รูปขอบขนาน บิดไปมา เมล็ดแบนมีเยื่อบางๆ ติดหัวท้ายคล้ายปีก	ดอกออกช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม นิยมนำมาลวกกินกับลาบหรือน้ำพริก หรือนำมายำ	พืชอาหาร
1138	สบโขง	ชาโยเต้ มะระหวาน	Chayote	มะเขือเครือ, กอจอแต๊ะ	Sechium edule (Jacq.) Sw.	บ่าเขือเครือเป็นพืชที่ชอบอากาศหนาวเย็น ดินร่วน ระบายน้ำดี	ไม้เลื้อยที่มีอายุหลายปี มีลำต้นเป็นเถายาวคล้ายพืชตระกูลแตง เถามีลักษณะเป็นเหลี่ยม ลำต้นเป็นเหลี่ยม และเลื้อยยาวได้มากกว่า 10 เมตร โดยแตกกิ่งแขนงออก 3-5 เถา โดยโคนเถาที่แก่จะมีสีน้ำตาล ส่วนปลายเถาหรือยอดมีสีเขียว และมีขนขนาดเล็กปกคลุม และบริเวณปลายเถาแตกใบออกเป็นช่วงๆ ทำให้เถาแลดูเป็นข้อๆ พร้อมแตกมือจับออกบริเวณซอกใบ โดยแตกมือจับย่อยที่ส่วนปลายออกประมาณ 3 เส้น ส่วนระบบรากประกอบด้วยรากแก้วขนาดใหญ่ และแตกรากแขนงแทงลงดินในแนวขนานกับพื้นดิน ใบฟักแม้วแตกออกบริเวณข้อตามความยาวของเถา แต่ละข้อจะแตกใบเพียงใบเดียว มีลักษณะเป็นเหลี่ยมหรือแฉก 5 แฉก ขนาดใบกว้างประมาณ 8-12 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร แผ่นใบมีสีเขียวเข้ม และมีขนสากมือปกคลุมทั้งด้านบน และด้านล่าง ดอกฝักแม้วแทงออกเป็นดอกเดี่ยว แต่ออกหลายดอกใกล้กันตามซอกใบตามเถา แยกเพศกันอยู่คนละดอก แต่อยู่บนต้นเดียวกัน ตัวดอกมีขนาดเล็ก ดอกตูมมีลักษณะทรงกลม สีเขียวอมเหลือง มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ เมื่อดอกบานจะแผ่กลีบดอกออก 4 กลีบ สีเหลืองอ่อน แผ่รกลีบดอกมีขนขนาดเล็กปกคลุม ตรงกลางเป็นเกสรตัวผู้หรือรังไข่ที่แยกกันอยู่คนละดอก ผลฟักแม้วติดเป็นผลเดี่ยวตามเถาบริเวณซอกใบ ผลมีลักษณะคล้ายผลโกโก้ ขั้วผลสอบเล็ก ท้ายผลใหญ่ ผิวผล และก้นผลเป็นร่อง ผลอ่อนมีสีเขียวสด ผลแก่มีสีเขียวอมเหลือง ขนาดผล กว้าง 5-15 เซนติเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร มีน้ำหนักผลประมาณ 200-400 กรัม ผลอ่อนมีผิวเกลี้ยง ผลแก่มีหนามขนาดเล็กปกคลุมห่างๆ เปลือกผลหรือเนื้อผลหนา มีรสหวานมัน คล้ายมันฝรั่ง ส่วนด้านในมีเมล็ด 1 เมล็ด ซึ่งสามารถงอกเป็นต้นอ่อนได้ทั้งที่ผลยังติดบนเถา	ยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริก ลาบ หรือผัดน้ำมันหอย ผลอ่อน ออกช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน นิยมกินสดหรือต้มกินกับน้ำพริกและลาบ หรือนำมาเป็นส่วนประกอบของแกงแค	พืชอาหาร
1139	สบโขง	มะเหลี่ยมหิน ส้มผด		ซิชิ	Rhus chinensis Mill.	พบที่อินเดีย จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น พม่า ภูมิภาคอินโดจีน และสุมาตรา ในไทยส่วนมากพบทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มักขึ้นตามป่าเต็งรังผสมสน และป่าดิบเขา ความสูง 900-1300 เมตร	ไม้พุ่มหรือไม้ต้น สูงได้ถึง 10 ม. แยกเพศต่างต้นหรือมีดอกสมบูรณ์เพศร่วมต้น กิ่งมีช่องอากาศ มีขนสั้นนุ่มตามกิ่งอ่อน แผ่นใบด้านล่าง ช่อดอก ก้านดอก และกลีบเลี้ยงด้านนอก ใบประกอบปลายคี่ เรียงเวียน ก้านใบประกอบยาว 5-15 ซม. แกนกลางช่วงปลายมีปีกแคบ ๆ โคนก้านป่อง ใบย่อย 3-6 คู่ รูปรี รูปขอบขนาน หรือแกมรูปไข่ ยาว 3.5-12 ซม. โคนเบี้ยว ขอบจักฟันเลื่อย เส้นแขนงใบข้างละ 10-18 เส้น เรียงขนานกัน เส้นใบย่อยแบบขั้นบันได ก้านใบสั้นหรือไร้ก้าน ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ช่อดอกเพศผู้ยาว 30-40 ซม. ช่อดอกเพศเมียสั้นกว่า ก้านดอกยาวประมาณ 1 มม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก ดอกสีเหลืองอ่อน มี 5 กลีบ เรียงซ้อนเหลื่อม รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 2 มม. ขอบมีขนครุย เกสรเพศผู้ 5 อัน จานฐานดอกเป็นวง รังไข่มีช่องเดียว ออวุลมีเม็ดเดียว ก้านเกสรเพศเมียสั้น มี 3 อัน ยอดเกสรเป็นตุ่ม ผลผนังชั้นในแข็ง เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-5 มม. ปลายมีโคนก้านเกสรเพศเมียติดทน ผลแก่สีแดง		พืชอาหาร
1140	สบโขง	เพกา	Broken bone, Damocles tree, Indian trumpet flower	ลิดไม้, โด่คะซะ	Oroxylum indicum (L.) Kurz	เป็นพืชที่ขึ้นได้ง่ายตามธรรมชาติ ในที่โล่งชายป่าดิบและไร่ร้างทั่วไป เจริญเติบโตในดินเกือบทุกชนิด แต่ชอบดินโปร่งร่วนซุย	เพกาเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-12 เมตร แตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝักขนาดใหญ่ รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในมีเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง	ฝักอ่อนออกช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน นำมาเผาหรือคั่วแล้วขูดผิวเนื้อที่ไหม้ออก ล้างด้วยน้ำอุ่น หั่นเป็นชิ้นบางๆแล้วนำไปยำ หรือกินกับน้ำพริกและลาบ ส่วนดอก ลวกแล้วนำมายำหรือกินกับน้ำพริก ใบอ่อนนำมาเผากินกับน้ำพริกและลาบ ส่วนเปลือกต้น ขูดเป็นผงแล้วนำมาผสมกับลาบปลา ราก ต้มดื่มแก้ปวดท้อง	พืชอาหาร
1141	สบโขง	มะไฟ	Burmese grape	บ่าไฟ, ซะมือจือ	Baccaurea ramiflora  Lour.	พบมากในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มะไฟเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนเทา แตกเป็นร่องตื้น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอกแกมรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นติ่งแหลม ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง ท้องใบสีอ่อนกว่าหลังใบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองหรือชมพูอมเหลือง กลิ่นหอมเล็กน้อย ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาวห้อยลง ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลอวบน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองหรือชมพูอมแดง เมล็ดค่อนข้างแบน มีเยื่อสีชมพูห่อหุ้ม หนึ่งผลมี 1–3 เมล็ด	ผลสุกช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน รสหวานอมเปรี้ยว	พืชอาหาร
1142	สบโขง	มะหลอดป่า		ทูซะ	Elaeagnus sp.				พืชอาหาร
1143	สบโขง	หนามไข่กุ้ง ไข่กุ้งพู		ยะโพบิ๊	Rubus ellipticus var. obcordatus (Franch.) Focke	พบที่อินเดีย ปากีสถาน ภูฏาน ศรีลังกา เนปาล จีนตอนใต้ พม่า ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นตามชายป่าดิบเขา ความสูง 1000-2000 เมตร	ไม้พุ่มหรือรอเลื้อย มีขนสั้นนุ่ม ขนแข็งสีน้ำตาลแดง และหนามโค้งหนาแน่นตามกิ่ง แกนและก้านใบประกอบ และแกนช่อดอก มีขนสั้นนุ่มตามหูใบ แผ่นใบด้านล่าง ใบประดับ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก และรังไข่ หูใบรูปเส้นด้าย ยาว 0.7-1 ซม. ใบประกอบมี 3 ใบย่อย ก้านใบประกอบยาว 2-6 ซม. ก้านใบย่อยคู่ล่างสั้นมาก ใบปลายยาว 2-3 ซม. ใบรูปไข่กลับกว้าง ยาว 3-6 ซม. ใบปลายยาวกว่าใบคู่ล่าง ปลายตัดหรือเว้าตื้น ขอบจักฟันเลื่อย ช่อดอกแบบช่อกระจะเป็นกลุ่มแน่นที่ปลายกิ่ง ยาว 1.5-4 ซม. ใบประดับรูปแถบ ยาว 5-9 มม. ใบประดับย่อยขนาดเล็ก ก้านดอกยาว 0.5-1 ซม. ดอกบานเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.2 ซม. ก้านดอกและกลีบเลี้ยงมีขนประปราย กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 4-6 มม. ดอกสีขาวหรืออมชมพู กลีบรูปใบพาย ขอบแหว่ง เกสรเพศผู้เรียงกลุ่มเดียว สั้นกว่ากลีบดอก ก้านเกสรเพศเมียยาวกว่าเกสรเพศผู้เล็กน้อย ผลกลุ่มสีเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. เมล็ดมีรอยย่น		พืชอาหาร
1144	สบโขง	ไผ่ไร่		หน่อไร่, วะบ่อ	Gigantochloa albociliata (Munro) Kurz	พบตามป่าผสมผลัดใบ และที่รกร้างในป่าดิบแล้ง ต่างประเทศพบในอินเดียถึงภูมิภาคอินโดจีน	ไผ่ อายุหลายปี เป็นกอ เหง้าสั้น ลำต้นตั้งตรง สูง 6-10 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น ยาว 12-25 เซนติเมตร มีเนื้อไม้ ปล้องกลม กาบใบ ยาว 10-20 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่ม ลิ้นใบ ยาว 1.2-2.5 เซนติเมตร แผ่นใบ รูปใบหอก ยาว 10-20 เซนติเมตร ที่ฐานแผ่นใบมีส่วนคล้ายก้านใบ ปลายใบเรียวแหลม ไม่มีเส้นใบตามขวาง ช่อดอกอยู่เป็นกลุ่มคล้ายรูปดาว มีใบประดับรองรับช่อดอก ช่อดอกย่อยไม่มีก้าน รูปใบหอก ประกอบด้วย 2-3 ดอกย่อย ดอกย่อยที่ฐาน 1 ดอกเป็นหมัน กาบช่อย่อยติดทน ขนาดสั้นกว่าช่อดอกย่อย กาบช่อย่อยล่างและกาบช่อย่อยบนคล้ายกัน กาบช่อย่อยบนรูปไข่ มีขนครุยที่ขอบ ดอกย่อยไม่มีกลีบเกล็ด อับเรณูมี 6 อัน ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉก รังไข่มีติ่งรูปกรวย มีขนสั้นนุ่ม แบบผลแห้งเมล็ดติด รูปขอบขนาน		พืชอาหาร
1145	สบโขง	ไผ่หก	Hamilton's bamboo	ไม้หก, วะกรึ๊	Dendrocalamus hamiltonii Nees & Arn. ex Munro	พบในป่าเบญจพรรณ พบในภาคเหนือและภาคตะวันตกด้านกาญจนบุรี ต่างประเทศพบที่พม่า อินเดีย และภาคตะวันออกด้านลาวและเวียดนาม	ไผ่ประเภทเหง้ากอขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร ลำตรงอัดเป็นกอแน่น มักมีกิ่งเรียวเล็กที่โคน ปลายลำโค้งลง ปล้องยาว 30-60 เซนติเมตร ลำอ่อนปล้องล่างมีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม ลำแก่สีเขียวเข้มหรือสีเขียวอมเทา ปล้องบนและใต้ข้อมีวงของแถบขน สีนวลขาว ปล้องล่างมักมีรากอากาศออกตามข้อ กิ่งเกิดจากตาข้างขนาดใหญ่เด่นชัด แตกกิ่งต่ำ ใบรูปหอกหรือรูปแถบ กาบหุ้มลำสีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว มีขนสีน้ำตาลเข้มปกคลุม ใบยอดกาบรูปใบหอกแกมรูปไข่ ตั้งตรง หรือกางออกเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดขนาดเล็กสีม่วงดำ ขนาด 8-10 x 3-5 มิลลิเมตร เรียบ ดอกย่อย 2-4 ดอก กาบช่อย่อย 1-2 อัน กาบล่าง 5-7 x 6-7 มิลลิเมตร ปลายมีติ่งแหลม กาบบนยาวเท่ากาบล่าง เกสรเพศผู้สีเหลืองหรือแดงม่วง ก้านเกสรเพศเมีย 4.5 มิลลิเมตร ยอดเกสรเพศเมีย 1-3 อัน สีม่วงแดง ผลแบบผลธัญพืช สีน้ำตาล		พืชอาหาร
1146	สบโขง	ตะไคร้หอม	Citronella grass		Cymbopogon nardus (L.) Rendle	เป็นพืชเขตร้อน พบทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยนิยมปลูกในสวนครัวเพื่อใช้ทำยา	ม้ล้มลุกจำพวกหญ้า สูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นแตกจากเหง้าใต้ดินเป็นกอ ลำต้นเป็นข้อๆ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบรูปขอบขนานปลายแหลม ใบยาวกว่าตะไคร้บ้าน ลักษณะของใบกว้าง 5-20 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 50-100 เซนติเมตร แผ่นใบแคบ ยาว และนิ่มกว่าตะไคร้บ้าน มีสีเขียว ผิวเกลี้ยง และมีกลิ่นหอมเอียน ปลายใบห้อยลงปรกดิน ก้านใบเป็นกาบซ้อนกันแน่นสีเขียวปนม่วงแดง ต้นและใบมีกลิ่นฉุนจนรับประทานเป็นอาหารไม่ได้ ดอกออกเป็นช่อ ออกที่ปลายยอด ชูก้านช่อดอกยาวออกมาจากส่วนกลางต้น มีช่อดอกใหญ่ ยาวประมาณ 2 เมตร แยกออกเป็นแขนง เป็นช่อฝอย แต่ละแขนงมีช่อย่อย 4-5 ช่อ แต่ละช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยสีน้ำตาลแดง เป็นพืชที่ออกดอกยาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก	ใบ ขยี้ทาตัวกันยุงและแมลง	พืชอาหาร
1147	สบโขง	หญ้าถอดปล้อง หญ้าถอดบ้อง	horsetail	ยะสะดอ	Hippochaete debilis (Roxb. ex Vaucher) Ching	ชอบขึ้นตามที่ชื้นใกล้ลำธาร ทางภาคเหนือของไทย ต่างประเทศพบตั้งแต่อินเดีย จีนตอนใต้ อินโดจีน ไต้หวัน มาเลเซีย และโพลีนีเซีย	เฟิน มีท่อลำเลียง ไม่มีดอก สูงได้ถึง 1 เมตร ลำต้นกลม สีเขียว ตั้งตรง ลักษณะเป็นปล้องๆ ภายในกลวง ผิวมีร่อง คล้ายลายตามยาวของลำต้น กิ่งออกตามข้อ ข้อหนึ่งมี 1-4 ใบสีเขียวเชื่อมติดกันเป็นกรวยหุ้ม รอบข้อ ปลายแยกเป็นแฉกๆ แฉกเหล่านี้เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาลหรือสีขาวหลุดร่วงได้ง่าย ส่วนสืบพันธุ์คล้ายดอกเกิดที่ยอดของต้นหรือกิ่ง รูปไข่หรือรูปขอบขนานแกมรูปรี หรือคล้ายรูปกระบอง สร้างสปอร์จำนวนมาก	ลำต้น ต้มดื่มช่วยขับปัสสาวะ ผสมกับกิ่งและใบหญ้าหนวดแมวต้มน้ำดื่มรักษานิ่ว ขับระดู บำรุงไต	พืชสมุนไพร
1148	สบโขง	สาบเสือ	Bitter bush, Siam weed	หญ้าเมืองวาย, ซิพูกุย	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	สาบเสือเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน	ใบ ขยี้ใส่แผล ช่วยห้ามเลือด	พืชสมุนไพร
1149	สบโขง	ตำแยช้าง หานช้างร้อง			Dendrocnide stimulans (L.f.) Chew	พบขึ้นบริเวณป่าเต้งรัง	ไม้พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 2 เมตร ผลัดใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับหรือเวียนกัน ทรงใบรูปหอกกลับ โคนใบสอบ ปลายสุดของใบเรียวแหลม ผิวใบด้านล่างเป็นคราบขาว ดอกเล็กสีขาวปนเหลือง หรือสีม่วงอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อยาวๆ ห้อยตามง่ามใบ ผลเล็กกลมสีเขียว เปลือกสีเทา และมีประช่องระบายอากาศทั่วใป	ใบ ต้มอาบแก้ผื่นคัน เปลือกลำต้น กิ่ง และราก เอาไปต้มอาบแก้คันจากยางรัก	พืชสมุนไพร
1150	สบโขง	อบเชย เชียกใหญ่ จวงดง เชียด เฉียด ฝนเสน่หา สมุลแว้ง มหาปราบ	Cinnamon	โกเลบิ๊	Cinnamomum bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet	พบได้ในป่าเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์หรือป่าดงดิบทั่วไปในประเทศไทย	อบเชยไทยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงของต้นประมาณ 15-20 เมตร ทรงพุ่มกลมหรือเป็นรูปเจดีย์ต่ำ ๆ ทึบ เปลือกต้นค่อนข้างเรียบเกลี้ยงเป็นสีน้ำตาลอมเทา เปลือกและใบมีกลิ่นหอม ใบอบเชยไทย ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-7.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7.5-25 เซนติเมตร แผ่นใบหนา เกลี้ยง แข็ง และกรอบ เส้นใบออกจากโคนมี 3 เส้น ยาวตลอดจนถึงปลายใบ ด้านล่างเป็นคราบขาว ก้านใบยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร ดอกอบเชยไทย ออกดอกเป็นช่อแบบกระจายที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร ดอกมีกลิ่นเหม็น ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองอ่อนหรือสีเขียวอ่อน ผลอบเชยไทย ผลมีขนาดเล็ก ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ผลแข็ง ตามผิวผลมีคราบขาว แต่ละมีเมล็ดเดียว ฐานรองรับผลมีลักษณะเป็นรูปถ้วย	เปลือกต้น ปรุงผสมเป็นยาหอมและยานัตถุ์ทำให้สดชื่นแก้อ่อนเพลีย แก้จุกเสียด แน่นท้อง	พืชสมุนไพร
1151	สบโขง			กะนะซะโดะ					พืชสมุนไพร
1152	สบโขง			กะเชบอ					พืชสมุนไพร
1153	สบโขง			กะซิเพเปร					พืชสมุนไพร
1154	สบโขง	โด่ไม่รู้ล้ม	Prickly leaved elephant's foot	กะซึดาบัวะ	Elephantopus scaber L.	ชอบขึ้นตามป่าทั่วไป โดยเฉพาะป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า หรือพื้นที่รกร้างว่างเปล่า	ไม้ล้มลุก ลำต้นสั้นอยู่ในระดับผิวดิน ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรอบลำต้นขนานกับผิวดิน ใบรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบมีขนสาก ก้านดอกแข็งแทงออกจากกลางต้น ดอกเป็นช่อแบบแขนงที่ปลายยอดสีม่วง มีใบประดับ 3 ใบ ผลรูปทรงกลม มีสัน 10 สัน ผิวมีขนนุ่มปกคลุม	ทั้งต้นพืชและดอก ตากแห้งใช้เข้ายาสำหรับประสานเอ็นและบำรุงกำลังร่วมกับเหนาะกะซอเย่าะดะกาวะ	พืชสมุนไพร
1155	สบโขง	กระเทียม	Garlic	กะแซวา	Allium sativum L.	นิยมปลูกทั่วไป	ลำต้นของกระเทียม มีลักษณะกลมๆ ยาวๆ จะถูกห่อหุ้ม ไปด้วยกาบใบโดยรอบๆ มีสีเขียว ใบกระเทียม เป็นใบเดี่ยว มีลักษณะยาวแคบ เส้นใบขนานกับก้านใบ ใบของกระเทียมมีสีเขียว ดอกกระเทียม มีลักษณะช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม ก้านดอกยาว ดอกมีสีขาวหรือขาวอมเขียว ก้านช่อดอกเป็นก้านโดด มีสีเขียวรองรับช่อดอกไว้ หัวกระเทียม มีหัวใต้ดิน มีลักษณะหัวกลมๆ แบนเล็กน้อย มีเป็นกลีบๆออกโดยรอบ มีเปลือกสีขาวรอบนอก เนื้อข้างในจะมีเหลืองมีรสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นฉุน มีกลิ่นแรง ใช้ประกอบปรุงอาหารต่างๆ	หัว แก้พิษงูกัด กลากเกลื้อน	พืชสมุนไพร
1156	สบโขง	อ้อย อ้อยดำ	Sugar cane	กะที	Saccharum officinarum L.	พบปลูกในสวน และบริเวณบ้านเรือน ทั่วไป ชอบดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง น้ำไม่ท่วมและมีการระบายน้ำดี ชอบแสงมาก	เป็นไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร ลำต้นสีม่วงแดง มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 0.5-1 เมตร ช่อดอก ออกที่ปลายยอด สีขาว ผลเป็นผลแห้ง ขนาดเล็กอ้อยมีหลายพันธุ์ แตกต่างกันที่ความสูงความยาวของข้อและสีของลำต้น	ลำต้น แก้อาการขัดเบา ขับปัสสาวะ ดับร้อน บำรุงและรักษาโรคกระเพาะอาหาร	พืชสมุนไพร
1157	สบโขง			กะโน					พืชสมุนไพร
1158	สบโขง			พอปูวะ					พืชสมุนไพร
1159	สบโขง	ก่อ		กะเพซะ	Castanea sp.				พืชสมุนไพร
1160	สบโขง	บัวบก	Asiatic pennywort, Tiger herbal, Gotu kola	กะยัวทัวดิว	Centella asiatica (L.) Urb.	ชอบขึ้นบริเวณดินที่มีความชุ่มชื้นสูงมาก และชอบร่มเงา พบขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี เลื้อยแผ่ไปตามพื้นดิน แตกรากฝอยตามข้อ ไหลที่แผ่ไปจะงอกใบจากข้อชูขึ้น 3-5 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-5 ซม. ขอบใบหยักก้านใบยาว ช่อดอกออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก 2-3 ดอก กลีบดอกสีม่วง ผลแห้ง แตกได้	ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม แก้ร้อนใน ขับปัสสาวะ แก้ปวดเนื้อตัว ปวดกล้ามเนื้อ	พืชสมุนไพร
1161	สบโขง	โคลงเคลงขน		กะละเอ	Desmoscelis villosa (Aubl.) Naudin	พบขึ้นทั่วไปบริเวณป่าชายเลนที่เป็นที่ดอนหรือในบริเวณป่าชายเลนที่ถูกทำลาย	ไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 2-4 เมตร แตกกิ่งมาก ทรงพุ่มแน่นทึบ เปลือกลำต้นบางเรียบ ยอดอ่อนและกิ่งก้านเป็นสีน้ำตาลแดง มีขนละเอียดสีน้ำตาลอ่อนยาวขึ้นหนาแน่น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่แกมรูปใบหอก หรือรูปวงรีแกมใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.2-2.3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-8 เซนติเมตร แผ่นใบมีขนนุ่มละเอียดทั้งสองด้าน เมื่อจับแผ่นใบจะรู้สึกสากมือ ผิวใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้มมีขนบาง ๆ ส่วนท้องใบสีซีด เส้นใบมี 3 หรือ 5 เส้น แตกออกจากโคนใบไปจรดปลายใบ ก้านใบยาวประมาณ 0.4-0.8 เซนติเมตร มีขนปกคลุม ออกดอกเป็นช่อกระจุกสั้น ๆ ยาวประมาณ 3-6 เซนติเมตร ที่ปลายกิ่ง ช่อดอกมีขนาดใหญ่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-6 เซนติเมตร แต่ละช่อมีดอกย่อยประมาณ 3-6 ดอก ก้านดอกย่อยยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร วงกลีบเลี้ยงยาวประมาณ 0.7-1 เซนติเมตร สีม่วงแดงและมีขนปุยขึ้นปกคลุม กลีบดอกมีขนาดใหญ่ 5 กลีบ แต่ละกลีบจะไม่ติดกัน กลีบเป็นสีชมพูหรือสีม่วงอมชมพูจนถึงสีม่วงแดงเข้ม ขนาดประมาณ 1.5-2.3 เซนติเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้ 10 อัน แบ่งเป็นขนาดใหญ่ 5 อัน มีก้านสีเหลืองและสีม่วง ส่วนบนโค้ง และขนาดเล็ก 5 อัน สีเหลืองและเหยียดตรง ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ ผิวมีขน เนื้อในผลเป็นสีแดงม่วง ผลเมื่อแก่จะแตกออกตามขวางอย่างไม่เป็นระเบียบ ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก ออกดอกและผลในช่วงประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม		พืชสมุนไพร
1162	สบโขง	กายขัดหิน							พืชสมุนไพร
1163	สบโขง	มะละกอ	Papaya	กุจิซะ	Carica papaya L.	นิยมปลูกทั่วไป	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 3-6 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลออกขาว ลำต้นตรง ไม่มีแก่น แตกกิ่งก้านน้อย มีรอยแผลใบชัดเจน มียางขาวข้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบต้นหนาแน่นที่ปลายยอด ใบรูปฝ่ามือ ขนาด 80-120 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึกถึงแกนก้าน ก้านใบเป็นหลอด กลมกลวงยาว 25-100 ซม. ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อยาวห้อยลง ดอกสีขาว กลีบดอกมี 5 กลีบ มีกลิ่นหอม ดอกเพศเมียสีขาว ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกมีขนาดใหญ่ กว่าดอกเพศผู้ ผล รูปกระสวย ผิวเรียบ เปลือกบาง มียางสีขาว ผลสดสีเขียวเข้ม พอสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม รับประทานได้ มีเมล็ดมาก เมล็ดกลม สีดำ มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวใส	ระบายท้อง บำรุงน้ำนม เจริญอาหาร	พืชสมุนไพร
1164	สบโขง			แก้ป่าดง					พืชสมุนไพร
1165	สบโขง			แกวนามู					พืชสมุนไพร
1166	สบโขง			เคล๊อะพาโดะ					พืชสมุนไพร
1167	สบโขง	ตะขาบเขียว ตองงุม		จ่อซึมื่อ	Pothos chinensis (Raf.) Merr.	พบทุกภาค เกาะตามต้นไม้ ก้อนหิน ในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ใกล้ลำธาร หรือตามเขาหินปูน ระดับความสูง 100-2000 เมตร	ไม้เถาล้มลุก ลำต้นเลื้อยเกาะสูงได้ประมาณ 10 เมตร เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย ใบเรียงชิดติดกันจำนวนมาก ออกในระนาบเดียวกัน แผ่นใบรูปรี รูปไข่ ขอบขนาน หรือรูปใบหอก ยาว 3-21 เซนติเมตร ปลายใบตัด กลม หรือเป็นติ่ง โคนใบเรียวสอบ ก้านใบแผ่กว้างคล้ายแผ่นใบ ยาว 5-14 เซนติเมตร ยอดที่มีดอกมีใบประดับย่อยเล็กๆ และเกล็ดหุ้มยอด ช่อดอกแบบช่อเชิงลดมีกาบ ออกตามซอกใบ มี 1-2 ช่อ ก้านช่อยาวได้ประมาณ 2.5 เซนติเมตร กาบรูปไข่ เว้า พับงอ ยาว 0.4-1.2 เซนติเมตร โคนเป็นรูปหัวใจหุ้มก้านช่อดอก ปลายแหลมมีติ่ง ติดทน ช่อส่วนปฏิสนธิรูปไข่รีๆ หรือกลม สีเหลืองอ่อน ยาว 0.4-1.3 เซนติเมตร ดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้ 4 อัน รังไข่แบนรีเป็นเหลี่ยม ช่อผลมีช่อผลย่อยหลายช่อ แต่ละช่อผลย่อยมี 1-5 ผล ผลแบบมีเนื้อหลายเมล็ด ทรงรีหรือรูปไข่ ยาว 1-1.8 เซนติเมตร สุกสีแดงเข้ม		พืชสมุนไพร
1168	สบโขง	รางจืด	Laurel clockvine, Blue trumpet vine	จอละดิ๊กเดอ	Thunbergia laurifolia Lindl.	เป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก ชอบดินร่วนปนทราย และพบอยู่ตามชายป่าดิบทั่วไปในประเทศ	รางจืดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ขอบใบเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา อวบน้ำเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็น รูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปดอกเข็ม โคนเชื่อมกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ใบประดับสีเขียวประสีน้ำตาลแดง ผลแห้ง แตกได้	ใบ นำมาทุบแช่น้ำให้เด็กอ่อนอาบแก้ไข้ ขยี้แล้วนำมารักษาแผลสด หรือต้มกินแทนชา	พืชสมุนไพร
1169	สบโขง	มะขามแป	Greater grasshopper tree	ชอทัวแมะ	Archidendron clypearia (Jack) I.C.Nielsen	พบทั่วไปในป่าทุกชนิดทางภาคเหนือ จนถึงระดับความสูง 1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล	เบงเหลื่อมเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบ กิ่งและช่อดอก มีขนสั้นๆ กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เวียนสลับ ใบแก่ด้านล่างมีขนสีน้ำตาล ใบย่อยรูปขอบขนาน เรียงตรงข้าม ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ออกตามปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว ฝักบิดโค้งม้วนเป็นเกลียว สีส้มอมแดง เมล็ดกลมรีสีดำเป็นมันห้อยติดอยู่	เนื้อไม้ ต้มน้ำดื่มแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ	พืชสมุนไพร
1170	สบโขง	กระแตไต่ไม้		ชิผ่อแมะแบระ	Drynaria sp.				พืชสมุนไพร
1171	สบโขง	ละหุ่ง		ชุชาโบ	Ricinus communis L.	มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ	ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 5 ม. แยกเพศร่วมต้น มีต่อมน้ำต้อยกระจายตามขอบหูใบ โคนก้านใบ โคนแผ่นใบ และโคนใบประดับ หูใบเชื่อมติดกันรูปสามเหลี่ยม ยาวได้ถึง 1.5 ซม. โอบรอบกิ่ง ร่วงเร็ว ใบเรียงเวียน รูปฝ่ามือ 6-11 แฉก เส้นผ่านศูนย์กลาง 10-20 ซม. โคนแบบก้นปิด ขอบจักฟันเลื่อยไม่เท่ากัน ปลายจักเป็นต่อม ช่อดอกแบบช่อกระจะ หรือแยกแขนงสั้น ๆ ดอกเพศผู้อยู่ช่วงล่าง ดอกเพศเมียอยู่ช่วงบน ไม่มีกลีบดอกและจานฐานดอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ แยกจรดโคน รูปสามเหลี่ยม ยาวได้ถึง 1 ซม. ในดอกเพศเมียคล้ายเกล็ด เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเป็นมัด แยกสองแฉกหลายหน รังไข่ 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุลเม็ดเดียว มีเกล็ดคล้ายหนาม ก้านเกสร 3 อัน ยาวเท่า ๆ กลีบเลี้ยง ปลายแฉกลึก ติดทน ผลแห้งแตก รูปรี ยาวประมาณ 1.5 ซม. จัก 3 พู มีขนคล้ายหนาม เมล็ดผิวมีปื้นสีน้ำตาล จุกขั้วจัก 2 พู	เปลือกลำต้น ใช้เข้ายารักษาโรคกระเพาะร่วมกับกะเพซะและซิคริโพ ต้น ต้มกินน้ำแก้ท้องเสีย ราก ต้มน้ำอาบลดไข้หรือดองเหล้าแก้ปวดเนื้อปวดตัวก็ได้ ผล กินได้มีรสหวาน	พืชสมุนไพร
1172	สบโขง	เติม ประดู่ส้ม ประดู่น้ำ	Java cedar	ซะป่าเดอร์	Bischofia javanica Blume	พบทั่วไป ในป่าดิบใกล้ลำธาร ป่าเบญจพรรณที่ชื้น ความสูงจากระดับน้ำทะเล 100-1,000 เมตร ชอบขึ้นในที่มีความชื้นสูง	"เติมเป็นไม้ยืนต้นใหญ่ สูงถึง 30 เมตร กิ่งคดงอ เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง มีเกล็ดเป็นแผ่น ร่วงง่าย มีน้ำยางแดง ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 5-10 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนและแหลม ขอบใบหยักมน ยอดอ่อนและใบแก่สีแดง ช่อดอกแยกแขนง ออกซอกใบและปลายกิ่ง สีเขียวอมเหลือง ดอกแยกเพศ ออกแยกต้น ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ไม่มีกลีบดอก เกสรเพศผู้ 5 อัน ดอกเพศเมียมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ โค้งเข้ากลางดอก ผลกลุ่ม ออกเป็นช่อใหญ่ เป็นผลสดมีเนื้อ เมื่อสุกสีเหลืองอมน้ำตาล 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ เติมส้ม มียอดอ่อนสีขาว และเติมฝาด มียอดอ่อนสีแดง ใช้ประโยชน์ทั้ง 2 ชนิด แต่นิยมเติมส้มมากกว่า"		พืชสมุนไพร
1173	สบโขง	มะคำดีควาย ประคำดีควาย	Soap nut tree	ซะเหล่เด	Sapindus rarak DC.	มักขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณชื้น หรือบริเวณป่าดงดิบแล้งในทุกภาคของประเทศไทย	ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยออกเรียงสลับ 5-9 คู่ รูปหอก โคนใบสอบเข้าหากันส่วนปลายใบเรียวแหลม ดอกเป็นช่อออกออกตามปลายกิ่ง ขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีเหลืองอ่อน ผลกลมออกรวมกันเป็นพวง สีน้ำตาลเข้มจนถึงดำและมักเหี่ยว ข้างในมี 1 เมล็ด สีดำเปลือกแข็งหุ้ม	ใบอ่อน ต้มน้ำดื่มกินแก้ท้องผูก เมล็ด กินแล้วทำให้ท้องเสีย	พืชสมุนไพร
1174	สบโขง			ซิกกิบ่อ	Combretum sp.				พืชสมุนไพร
1175	สบโขง	นางพญาเสือโคร่ง	Wild Himalayan Cherry, Sour cherry	ซิก่อเอ	Prunus cerasoides Buch.-Ham. ex D.Don	พบขึ้นในป่าที่ระดับความสูงประมาณ 500-1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ส่วนในประเทศไทยพบขึ้นตามภูเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000-2,000 เมตร	ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 10-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมโปร่ง เปลือกต้นเรียบเป็นมัน สีเหลือบน้ำตาล เยื่อผิวบาง หลุดลอกง่าย ตามกิ่งอ่อนมีขนละเอียด ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลมหรือสอบแคบ ส่วนขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยละเอียด ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-12 เซนติเมตร ปลายก้านใบมีต่อมประมาณ 2-4 ต่อม หูใบแตกแขนงเป็นรูปคล้ายเขากวางหรือคล้ายเป็นริ้วเล็ก ๆ ใบร่วงได้ง่าย ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านดอกยาวประมาณ 0.7-2 เซนติเมตร ดอกย่อยมีจำนวนมาก ดอกนางพญาเสือโคร่งจะมีหลายเฉดสี ทั้งสีชมพูอ่อน สีชมพูเข้ม สีชมพูแดง สีแดง หรือสีขาว แต่ที่หาได้ยากที่สุดคือสีขาว ขอบริ้วประดับจักไม่เป็นระเบียบ กลีบเลี้ยงติดกันเป็นรูปกรวย กลีบดอกมี 5 กลีบ เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 เซนติเมตร ออกดอกในช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และจะทิ้งใบก่อนการออกดอก มื่อดอกได้รับการผสมจะติดเป็นผล ซึ่งจะเป็นผลในช่วงประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม โดยผลจะเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนาน รูปกระสวย รูปไข่หรือกลม ยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ฉ่ำน้ำ ผิวผลเกลี้ยง ผลสุกเป็นสีแดงแบบลูกเชอร์รี่ มีรสเปรี้ยว	เปลือกลำต้น ต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย	พืชสมุนไพร
1176	สบโขง	ลำพูป่า ตุ้มเต๋น คอเหนียง สะบันงาช้าง	Achung, Duabanga, Lampati	ซิกุ	Duabanga grandiflora (DC.) Walp.	พบที่อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชายป่า ที่โล่ง ตามหุบเขา ริมลำธาร หรือที่ชุ่มชื้น ความสูงถึงประมาณ 1200 เมตร	ไม้ต้น สูงได้ถึง 35 ม. โคนต้นมีพูพอน กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ใบเรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือแกมรูปไข่กลับ ยาว 10-24 ซม. ปลายแหลมยาว โคนกลมหรือเว้าตื้น แผ่นใบด้านล่างมีนวล ก้านใบยาวได้ถึง 1 ซม. ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่น ออกสั้น ๆ ที่ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 3-4 ซม. กลีบเลี้ยงและกลีบดอกจำนวนอย่างละ 6-7 กลีบ หลอดกลีบเลี้ยงรูปถ้วย กลีบรูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่กลับ ยาว 1-3 ซม. บานออก ดอกสีขาว มีกลิ่นแรง กลีบรูปรี ยาว 4 ซม. ย่น ก้านกลีบยาว 2-4 มม. เกสรเพศผู้จำนวนมาก เรียง 2 วง อับเรณูติดไหว โค้ง รังไข่กึ่งใต้วงกลีบ ออวุลจำนวนมาก ผลแห้งแตกเป็น 6-9 ซีก รูปไข่กว้างเกือบกลม กว้าง 4-4.5 ซม. ยาว 3-4 ซม. กลีบเลี้ยงติดทน เมล็ดจำนวนมาก รูปแถบ ยาว 4-6 มม. มี 2 หาง รูปเส้นด้าย		พืชสมุนไพร
1177	สบโขง	ผักแว่น	Water clover	พอแว	Marsilea crenata C. Presl	พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ขึ้นตามหนองน้ำที่โล่ง ความสูงต่ำกว่า 1000 เมตร	เฟินน้ำล้มลุก สูงได้ถึงประมาณ 20 ซม. เหง้ายาวทอดเลื้อย มีเกล็ดรูปเส้นด้ายบาง ๆ รากออกตามโคนใบ ใบอ่อนม้วนงอ ใบประกอบมี 4 ใบย่อย ขนาดเท่า ๆ กัน ติดที่ปลายก้านคล้ายกังหัน รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 0.5-2 ซม. ก้านใบยาว 2-3 ซม. หรือยาวได้ถึง 15 ซม. ในใบที่อยู่ใต้น้ำ สปอโรคาร์ปออกที่โคนก้านใบมีหลายอัน ก้านยาวประมาณ 5 มม. สปอโรคาร์ปรูปขอบขนาน ยาว 2-5 มม. สีเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ภายในมีสปอร์จำนวนมาก	ลำต้น ใช้เข้ายาแก้ท้องเสียร่วมกับมะจั่วบิ๊ กะหละเอ และกะเชบอ	พืชสมุนไพร
1178	สบโขง			ซิคริซะ					พืชสมุนไพร
1179	สบโขง			พอเงะมี					พืชสมุนไพร
1180	สบโขง			ซิซ่าบี					พืชสมุนไพร
1181	สบโขง	ไม้นมนาง		ซินูที	Ficus sp.				พืชสมุนไพร
1182	สบโขง			ซิปริ					พืชสมุนไพร
1183	สบโขง			ซิพาโดะ	Stereospermum sp.				พืชสมุนไพร
1184	สบโขง			ซินาเอะ					พืชสมุนไพร
1185	สบโขง			ซือกือถือ					พืชสมุนไพร
1186	สบโขง			ซุกะพือ					พืชสมุนไพร
1187	สบโขง			เดเร					พืชสมุนไพร
1188	สบโขง	เจตมูลเพลิงขาว ปิดปิวขาว	Ceylon leadwort, Doctorbush, Wild leadwort	ตอชุวา	Plumbago zeylanica L.	กระจายพันธุ์กว้างในเขตร้อน ในไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ พบตามป่าดิบแล้ง	ไม้พุ่มเตี้ยหรือไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 1-3 เมตร กิ่งก้านมักทอดยาว ใบรูปไข่ ยาว 3-13 ซม. ปลายใบแหลมยาว ตอนปลายเป็นติ่ง โคนในรูปลิ่มหรือมน ใบบาง ช่อดอกแบบช่อกระจะเชิงลด ดอกจำนวนมาก แกนกลางและก้านช่อดอกมีต่อมไร้ก้าน (เจตมูลเพลิงแดงไม่มี) ช่อดอกยาวได้ประมาณ 15 ซม. ก้านช่อยาว 1.5-2 ซม. ใบประดับรูปไข่ ยาว 0.4-0.8 ซม. ใบประดับย่อยรูปแถบ ยาวประมาณ 0.2 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ยาวประมาณ 1 ซม. มีต่อมหนาแน่น กลีบดอกสีขาวหรือสีฟ้าอ่อน หลอดกลีบดอกยาวประมาณ 2 ซม. กลีบดอกรูปไข่กลับหรือรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ยาวประมาณ 0.7 ซม. ปลายแหลมหรือเป็นติ่ง อับเรณูสีน้ำเงิน ยาวประมาณ 0.2 ซม. รังไข่รูปรี เป็น 5 เหลี่ยม ก้านเกสรเพศเมียเกลี้ยง ผลแบบแคปซูล	แก้ริดสีดวง โรคผิวหนัง บำรุงธาตุ แก้ปวดท้อง	พืชสมุนไพร
1189	สบโขง	เครืองูเห่า ผักแปมป่า	Orange Climber, forest pepper, wild orange tree	ตะซ่วยคะซะ	Toddalia asiatica (L.) Lam.	ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดปานกลางถึงมาก	ไม้เถาเลื้อย ตามกิ่งก้านมีหนามโค้งงอปกคลุม เปลือกเถาสีน้ำตาล เนื้อไม้สีเหลือง ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย รูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเล็กน้อย ผิวใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง สีเหลืองแกมเขียว ผลกลมสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง	ยอดอ่อนและใบอ่อนมีกลิ่นหอม ช่วยดับกลิ่นคาวได้ดีนอกจากนี้สามารถใช้ส่วนต้นมาตากแห้ง และต้มชงน้ำดื่ม แก้ปวดหลังปวดเอว	พืชสมุนไพร
1190	สบโขง			ตะแปรซู					พืชสมุนไพร
1191	สบโขง			ตาซัวะอิ๊คะซะ					พืชสมุนไพร
1192	สบโขง	มะแฮะเลือด		เนาะจอบิ๊	Rhynchosia avensis Baker				พืชสมุนไพร
1193	สบโขง			บริโบระโดะ					พืชสมุนไพร
1194	สบโขง			แบซะ					พืชสมุนไพร
1195	สบโขง			ป่าจอ					พืชสมุนไพร
1196	สบโขง	มะหาด		ปู่คั้นแล	Artocarpus lacucha Buch.-Ham.	พบทั่วไปในป่าดิบแล้ง ดิบชื้นแทบทุกภาคของประเทศที่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-400 เมตร ต่างประเทศพบที่ศรีลังกา อินเดีย พม่า คาบ สมุทรมาเลย์ สุมาตรา บอร์เนียว และไทย	ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงถึง 25 เมตร ทรงพุ่มแผ่กว้าง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปมนแกมรูปไข่ ยอดอ่อนมีขน สีน้ำตาลออกแดง ใบแก่หลังใบเป็นมัน สีเขียวเข้ม ท้องใบสาก ดอกออกเป็นช่อเดี่ยว ดอกสีเขียวปนเหลืองอ่อน ออกที่ซอกใบ ค่อนข้างกลม ก้านสั้น แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ออกตามง่ามใบ ผลเป็นรวม กลม ผิวขรุขระ ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกมีสีเหลือง เนื้อในสีชมพู เมล็ดลูกกลม เปลือกหุ้มเมล็ดสีขาว เปลือกต้นสีน้ำตาล ต้นแก่ผิวจะหยาบและเป็นเกล็ด ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ผลแก่เดือนเมษายน–มิถุนายน	กะเหรี่ยงใช้เปลือกซึ่งมียางเคี้ยวใช้แทนหมากเช่นเดียวกับชาวบ้านพื้นล่าง หรือใช้เปลือกและแก่นต้มเอาน้ำทาแผลแก้ไฟไหม้ ใช้รากต้มซึ่งจะได้น้ำสีเหลืองสำหรับย้อมจีวรพระหรือใช้เป็นสีย้อมผ้าอื่นๆ	พืชสมุนไพร
1197	สบโขง	กะตังใบ		ปูทีโดะ	Leea indica (Burm. f.) Merr.	พบตั้งแต่อินเดีย ถึงออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยพบทุกภาค ขึ้นหลากหลายสภาพป่า ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร	ไม้พุ่ม รอเลื้อย หรือไม้ต้น สูงได้ถึง 7 ม. กิ่งมีช่องอากาศ หูใบมีปีกรูปไข่กลับ ยาวได้ถึง 6 ซม. ใบประกอบ 1-3 ชั้น ใบประกอบย่อยมีได้ถึง 4 คู่ แกนกลางยาว 9-70 ซม. ก้านยาว 7-34 ซม. ใบย่อยรูปไข่ แกมรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาวได้ถึง 30 ซม. ขอบจักซี่ฟัน ก้านใบยาว 0.2-2 ซม. ช่อดอกส่วนมากยาวได้ถึง 27 ซม. แผ่กว้าง ก้านช่อยาวได้ถึง 10 ซม. ดอกสีเขียวอ่อนหรืออมเหลือง ก้านดอกยาว 0.5-1.5 มม. กลีบเลี้ยงรูปถ้วยยาวประมาณ 2 มม. ปลายจักตื้น ๆ กลีบดอกยาว 3-4 มม. แฉกลึกประมาณกึ่งหนึ่ง หลอดเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันยาว 1.2-2.2 มม. โคนแยกกัน ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 1 มม. ก้านเกสรเพศเมียยาว 1-2 มม. ผลจักเป็นพูเล็กน้อย เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.9-1 ซม. ผลแก่สีน้ำตาลแดง	ราก แก้ไข้ ขับเหงื่อ ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย	พืชสมุนไพร
1198	สบโขง			ปูพอโดะ					พืชสมุนไพร
1199	สบโขง			ผี่จึ๊ยา					พืชสมุนไพร
1200	สบโขง	กุหลาบ		พอกะดะ	Rosa hybrida		"ไม้ดอกประเภทพุ่ม-พลัดใบ มีลำต้นตั้งตรงหรือเลื้อย แข็งแรงมีใบย่อย 3-5 ใบ ใบมีสีเขียวเข้ม เป็นมันและมีรอยย่นเล็กน้อย ดอกมี 2 เพศในดอกเดียวกันมีเกสรตัวผู้และตัวเมียเป็นจำนวนมาก มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน
 การจำแนกตามลักษณะสีของดอก
  แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ
  1.Single color มีสีของกลีบดอกสีเดียว ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลังของดอก และทุก ๆ กลีบมีสีเหมือนกัน เช่น พันธุ์Christian Dior
  2.Multi-color มีสีของกลีบดอกเปลี่ยนไปตามอายุการบานดอก ในช่วงหนึ่งจะมีหลายสีเพราะบานดอกไม่พร้อมกัน ส่วนมากจะเป็นกุหลาบพวง เช่น พันธุ์ Sambra หรือ Charleston
  3.Bi-color มีสีของกลีบดอก 2 สี คือ กลีบด้านในสีหนึ่ง ด้านนอกอีกสีหนึ่ง เช่น พันธุ์ Forty Niner
  4.Blend-color มีสีของกลีบดอกด้านในมากกว่า 2 สีขึ้นไป เช่น พันธุ์ Monte Carlo
  5.Srtiped color กลีบดอกในแต่ละกลีบมีสีมากกว่า 2 สีขึ้นไป ส่วนใหญ่มักเกิดเป็นสีสลับกันเป็นเส้นตามความยาวของกลีบดอก เช่น พันธุ์ Candy Stripe"		พืชสมุนไพร
1201	สบโขง	ลั่นทมขาวพวง		พอเจ	Plumeria obtusa L.		ลีลาวดี เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็ก สูง 6-12 เมตร เรือนยอดมีรูปไข่หรือรูปร่ม แตกกิ่งแผ่กว้าง ลำต้นมีลักษณะกลม เปลือกสีเขียวอมเทา เมื่ออายุมาก บริเวณแผลที่ก้านใบหลุดร่วงจะเกิดเป็นตุ่มนูนทั่วลำต้น ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางสีขาว มีพิษต่อเนื้อเยื่ออ่อนของร่างกาย เช่น ใบหน้า ดวงตา ริมฝีปาก ใบหู เป็นต้น ใบลั่นทมเป็นใบเดี่ยว ใบมีรูปไข่กลับหัว รูปหอกแกมรูปไข่กลับหัว ออกบริเวณกิ่ง และเรียงสลับเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง มีเส้นใบแบบขนนก เส้นใต้ใบนูนเด่นชัด ใบมีสีเขียวอ่อนจนถึงสีเขียวเข้มเป็นมัน บางพันธุ์ใบไม่เป็นมันเงา ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 8-16 ดอก จัดเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสรเพศผู้เชื่อมติดกับโคนกลีบดอก เกสรเพศเมียมีสีเหลือง และประกอบด้วยรังไข่อยู่เหนือกลีบดอก โคนกลีบดอกมีลักษณะเป็นหลอด ภายในมีขนอ่อนปกคลุม กลีบดอกมักพบทั่วไป 5 กลีบ หรืออาจมีถึง 11 กลีบ มีลักษณะเป็นรูปไข่หัวกลับเรียงซ้อนเป็นวงเหลื่อมกัน ปลายกลีบดอกมน และโค้งออก มีหลายสี เช่น สีขาว ชมพู เหลือง ส้ม แดง ม่วง หรือสีผสมในดอกเดียวกัน ส่งกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี แต่ดกมากในช่วงหน้าแล้ง หรือตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม– พฤษภาคม ผลเป็นฝักคู่ รูปรียาว ตรงกลางโป่งพองเล็กน้อย บริเวณขั้ว และปลายแหลม กว้าง 2-3 เซนติเมตร ผิวเปลือกมีสเขียว เปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มหรือสีแดง และเป็นสีน้ำตาลจนถึงดำเมื่อแก่จัด และจะแตกเป็นสองซีกเมื่อแก่จนฝักแห้ง ภายฝักมีเมล็ดประมาณ 25 – 100 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะแบน มีปีกติดที่ด้านใดด้านหนึ่งของเมล็ด	ขับลมรักษาริดสีดวงทวาร เป็นยาถ่ายพยาธิ ยาง นำมาทารักษาโรคคางทูม เปลือกลำต้น ต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง	พืชสมุนไพร
1202	สบโขง	หญ้าขวาก ผักกะฉอดหนู กูดหูควาก หัวขวาก หางชิงช้า		พัดเต๊อะป่า	Adiantum lunulatum Burm. f.	พบทั่วไปในเขตร้อนทั่วโลก ที่มีความชุ่มชื้นและแสงแดดรำไร	เฟินดิน ลำต้นเป็นเหง้าสั้น มีเกล็ดรูปแถบ ยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ใบประกอบแบบขนนก ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ก้านใบสีน้ำตาลเข้มถึงดำ เกลี้ยง มีเกล็ดที่โคนก้าน ใบย่อยรูปครึ่งวงกลม เรียงสลับ กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 2-5 เซนติเมตร แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ เกลี้ยง อัปสปอร์เกิดตามขอบใบเป็นแถวยาว ขอบใบพับม้วนมาปกคลุมกลุ่มอับสปอร์		พืชสมุนไพร
1203	สบโขง			มะจั่วบิ๊					พืชสมุนไพร
1204	สบโขง	มะค่าโมง มะค่าใหญ่ มะค่าหลวง มะค่าหัวดำ บิง เบง ปิ้น	Afzelia, Doussie, Black rosewood Pod	ยะป่าจอ	Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib	พบในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบแล้งใกล้แหล่งน้ำ ทุกภาคยกเว้นภาคใต้ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 100-600 เมตร ขึ้นได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วน	มะค่าเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 30 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3-5 คู่ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 4-5 ซม. ยาว 5-9 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีเขียว 4 กลีบ กลีบดอกสีชมพู 1 กลีบ ผลเป็นฝักแบน เปลือกแข็งและหนา สีน้ำตาล เมล็ดแข็งสีน้ำตาล มีเยื่อสีส้ม	เปลือก ทำน้ำฝาดสำหรับฟอกหนัง เมล็ดอ่อน เนื้อในรับประทานได้	พืชสมุนไพร
1205	สบโขง	ดีหมี		ยะผ่อจอ	Acalypha spiciflora Burm.f.	พบได้ในป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้ง ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของประเทศไทย ชอบอากาศค่อนข้างชื้น มีแสงแดดส่องรำไร	ดีหมีเป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ ใบดกหนา เปลือกสีเทาดำ เกลี้ยง ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปรีและขอบขนาน ขอบใบหยักตื้น ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ผิวใบหนา เรียบ และมัน สีเขียวเข้ม หลังใบสีอ่อน ก้านใบยาว 3-7 ซม. ดอกแยกเพศในต้นเดียว ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อยาวที่ซอกใบหรือใกล้ยอด ดอกเพศเมียออกเดี่ยวๆ ตามซอกใบ ผลค่อนข้างกลม เมล็ดกลม		พืชสมุนไพร
1206	สบโขง	ค่าหด เก็ดลิ้น		ยัวะโฮบิ	Engelhardtia spicata Lechen ex Blume	พบขึ้นตามป่าดิบเขา และป่าเบญจพรรณทั่วไปตามภาคต่างๆ ของประเทศไทย ยกเว้น ภาคใต้ ตั้งแต่ระดับ 500-1500 เมตร	ไม้ต้นผลัดใบ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม กิ่งอ่อนมีรอยแผลใบเห็นได้ชัด ลำต้นมักคดงอ เปลือกหนาสีเทา แตกเป็นร่องลึก ใบประกอบ ช่อใบเรียงเวียนสลับกัน ช่อหนึ่งๆ มีใบย่อย 1-6 คู่ ใบอ่อนมีขนสาก ส่วนใบแก่เกลี้ยง ขอบใบเรียบ จะทิ้งใบหมดก่อนเมื่อออกดอก ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่แยกช่อกัน ดอกเพศผู้รวมกันอยู่เป็นช่อสั้น ๆ แบบหางกระรอก ส่วนดอกเพศเมียอยู่รวมกันเป็นช่อยาวห้อยย้อยลง แต่ละดอกมีกาบบางๆ รูปสามเหลี่ยมสีเหลืองอ่อนรองรับ และกาบนี้จะเจริญเป็นกาบของผลต่อไป ผลกลมแข็ง โตไม่เกิน 1 เซนติเมตร มีขนแข็งๆ สั้นๆ คลุมแน่น มีแฉกกาบเป็นรูปสามงามบางๆ ติดอยู่ ง่ามกลางจะยาวที่สุด		พืชสมุนไพร
1207	สบโขง	ฝรั่งขี้นก ฝรั่ง	Guava	ลักกะโพ	Psidium guajava L.	พบปลูกทั่วไป เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี	ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก	ใบ ใช้เป็นสมุนไพร แก้อาการท้องเสีย	พืชสมุนไพร
1208	สบโขง			ลิทิโดะ					พืชสมุนไพร
1209	สบโขง			วอมิ					พืชสมุนไพร
1210	สบโขง	ส้มขุ่ย มะขุย เบล่เบล๊าะ		สะเบ๊ะเบ๊าะ	Embelia sessiliflora Kurz		ไม้เลื้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี หรือรูปรีแกมรูปใบหอก กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 5-9 ซม. เนื้อใบหนาคล้ายหนัง ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกขนาดเล็ก ผลกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 มม. เมื่อสุกสีม่วงเข้มถึงดำ		พืชสมุนไพร
1211	สบโขง	กระดุมผี		สิมูกี้	Glochidion rubrum Blume	พบในป่าดิบทั่วทุกภาคของไทย พบมากทางภาคใต้สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 350 เมตร	ไม้ต้นขนาดเล็กสูง 3-6 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมหรือรูปไข่ กิ่งก้านเล็กบางและห้อยย้อยลง กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขน ใบเดี่ยว เรียงสลับระนาบเดียว ใบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 2-5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ฐานใบสอบหรือมน ใบเกลี้ยง ผิวใบด้านล่างสีเขียวนวล เส้นแขนงใบข้างละ 5-8 เส้น สีขาวอมเหลืองหรือเขียวอ่อน ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก สั้นตามซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่่ร่วมต้น ไม่มีกลีบดอก ดอกเพศผู้มีกลีบเลี้ยง 6 กลีบ โคนติดกันเป็นรูปถ้วย เกสรเพศผู้ 3 อัน ดอกเพศเมียมีกลีบเลี้ยง 6 กลีบ ก้านดอกสั้นมาก ออกดอกเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม ผลแห้งแตก ทรงกลมแป้นแยกเป็น 6 พู สีส้มแดง เมล็ดเล็กสีน้ำตาลหรือดำ เป็นผลเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน เปลือกสีน้ำตาลปนดำ แตกเป็นร่องตามยาวลำต้นหรือล่อนเป็นแผ่นบางๆ		พืชสมุนไพร
1212	สบโขง	สาบหมา	Crofton weed, Sticky snakeroot	หน่อคอมมิวนิส	Ageratina adenophora (Spreng.) R.M.King & H.Rob.	พบมากในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-600 เมตรขึ้นไป	พืชล้มลุกสูง ๐.๖ - ๑ เมตร ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม ขนาด ๓ - ๕ x ๔ - ๘ เซนติเมตร ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อกลมเกิดที่ปลายยอด ดอกย่อยสีขาว อัดกันแน่นเป็นกระจุกกลม ผลแห้ง ไม่แตกมีขนสีขาวจำนวนมาก		พืชสมุนไพร
1213	สบโขง	กาฝาก		หล่อมีโชะโป่	Helixanthera spp.				พืชสมุนไพร
1214	สบโขง	กาฝากมะม่วง กาฝากต้นหว้า		หล่อมีโชะพะโด่	Dendrophthoe pentandra (L.) Miq.	พบขึ้นบริเวณป่าเต็งรัง	กาฝากพุ่ม ลำต้นเกลี้ยง มีปุ่มปม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่หรือขอบขนาน ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม หรือคล้ายรูปหัวใจ เห็นเส้นใบชัดเจนทั้งสองด้านของแผ่นใบ ดอกแบบช่อกระจุก ติดบนวงกลีบประดับ ออกตามข้อ วงกลีบประดับสีแดงอมส้ม มี 6-10 คู่ ใบประดับเป็นสันกลางกลีบ คู่บนรูปขอบขนาน กลีบดอกติดกันเป็นหลอด สีขาวแดงอมส้ม หลอดกลีบตรง มีแถบเป็นริ้วสีเหลือง ปลายกลีบแยก 6 แฉกด้านเดียว สีเหลืองด้านใน พับงอ เกสรเพศผู้ 6 อัน		พืชสมุนไพร
1215	สบโขง	หนาดคำ เขืองแพงม้า หนาดดอย		ห่อเปรื่อ	Inula cappa (Buch.-Ham. ex D.Don) DC.	พบในที่สูง 800-1,600 เมตร ตามที่เปิด ทุ่งหญ้าและป่าโปร่ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด กระจายพันธุ์ในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ออกดอกระหว่างเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์	ไม้พุ่ม ลำต้นตั้งสูงถึง 1.5 เมตร ส่วนโคนเนื้อค่อนข้างแข็ง มีขนสีน้ำตาลอมเหลืองปกคลุมตามส่วนอ่อนทั่วไป ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปร่างยาวขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ผิวใบด้านล่างมีขนยาวสีเทาเงิน ดอก เป็นช่อ เป็นกระจุกที่ปลายยอดและซอกใบ มีก้านช่อดอกมาก ดอกย่อยไม่มีก้านหรือก้านสั้น กลีบดอกสีเหลือง เมล็ดแคบยาว มีขนปกคลุมทั่วไป และมีขนสีขาวประดับที่ส่วนปลาย	ราก ต้มดื่มแก้อาการท้องร่วง ใบ รมไฟแล้วใช้พันรอบขา บรรเทาอาการปวด	พืชสมุนไพร
1216	สบโขง			เหนาะกะซอเยาะดะกาวา					พืชสมุนไพร
1217	สบโขง			เฮาะทีมีโดกา					พืชสมุนไพร
1218	สบโขง			ซะกุกุย				ผลมีรสเปรี้ยวใช้ปรุงอาหารแทนมะนาว	พืชอาหาร
1219	สบโขง	สลอดเถา มะหลอด		ทูซะ	Elaeagnus latifolia L.	พบตามชายป่าที่ชื้น ป่าเบญจพรรณ และชอบขึ้นอยู่ตามเนินเขาทั่วไปในที่โล่ง ที่ระดับ 200-1,600 เมตร	"ไม้เถาเนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งมีเกล็ดสีเทาหรือสีเงินละเอียดทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมหอก กว้าง 3.5-4.5 ซม. ยาว 6-12 ซม. โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ ท้องใบสีเขียวอมน้ำเงิน เกลี้ยง หลังใบมีเกล็ดเล็กสีเงิน ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ผลรูปรี ยาว 1-2 ซม. สีแดงหรือแดงปนส้ม
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลขนาดเล็ก มีรสหวาน และผลขนาดใหญ่ มีรสออกเปรี้ยว"		พืชอาหาร
1220	สบโขง	มะยม	star gooseberry		Phyllanthus acidus (L.) Skeels	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ปลูกเป็นไม้ผลหรือไม้มงคลทั่วไปในเขตร้อน	ไม้ต้น สูงได้ถึง 10 ม. ใบรูปไข่หรือแกมรูปขอบขนาน ยาว 2.5-10 ซม. ปลายมีติ่งแหลม โคนมน ช่อดอกมีดอกเพศผู้ออกเป็นกระจุก 2-6 ดอกมักออกที่โคนช่อตามซอกใบหรือตามกิ่ง ช่อดอกเพศเมียส่วนมากออกตามกิ่ง ก้านดอกยาว 0.5-3 มม. ขยายในผลยาว 2-5 มม. กลีบเลี้ยงสีแดง รูปไข่ ยาว 1-2 มม. ดอกเพศผู้มี 4 กลีบ แคบกว่าในดอกเพศเมียเล็กน้อย จานฐานดอกเป็นต่อม 4 ต่อม ดอกเพศเมียมี 4-6 กลีบ จานฐานดอกเป็นต่อม 4-6 ต่อม เกสรเพศผู้ 4 อัน แยกกัน ยาวประมาณ 5 มม. บางครั้งมี 1-2 อันในดอกเพศเมีย ลดรูป รังไข่จัก 6-8 พู ก้านเกสรเพศเมีย 3-4 อัน ยาว 1-6 มม. ผลจัก 6-8 พู เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.7 ซม. เมล็ดกลมแกมรูปสามเหลี่ยมมน ยาว 5-8 มม.		พืชอาหาร
1221	สบโขง	ไผ่บงป่า		วะบ่อ	Bambusa nutans Wall. ex Munro	พบขึ้นในป่าเบญจพรรณ	ไผ่ขนาดกลาง ลำต้นคดไม่สวยงาม มีหนามที่โคน ใบ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบป้านหรือเกือบกลม ท้องใบมีขน เส้นกลางใบข้างบนแบน ขอบใบมีหนามเล็ก ๆ กาบใบแคบไม่มีขนนอกจากตามขอบอาจจะมีขนอ่อน ดอก จะออกดอกเป็นกลุ่ม ไม้ไผ่ที่ออกดอกประเภทนี้ จะออกดอกพร้อมๆกัน ครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง		พืชอาหาร
1222	สบโขง	ไผ่สีสุก			Bambusa flexuosa Munro	พบได้ในทุกภาค แต่พบมากในเหนือ และอีสาน พบได้ตามหัวไร่ปลายนาหรือที่ราบลุ่มแม่น้ำลำคลอง ริมแม่น้ำ ลำคลอง เป็นไผ่ชอบได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินเหนียวปนทรายหรือดินทราย	ไผ่ขนาดใหญ่ มีขนาดลำต้นประมาณ 8-12 เซนติเมตร ลำต้นสูงประมาณ 15–20 เมตร ลำต้นตั้งตรงหรือโค้ง โคนต้นเล็ก และขยายใหญ่บริเวณกลางลำต้น แล้วเรียวเล็กลงจนถึงปลายลำต้น ผิวลำต้นแข็ง ผิวเรียบ ลำต้นอ่อนมีสีเขียวอมเทา และมีนวล ลำต้นแก่มีสีเขียวเข้ม และแก่เต็มที่จะค่อยเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม คล้ายเนื้อสุก จากนั้น ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง และแก่จนแห้งตายจะเป็นสีเหลืองซีด ลำต้นแตกหน่อชิดกันจนเป็นกอใหญ่ แตกกิ่งเฉพาะบริเวณโคนต้น และปลายยอด ส่วนกลางลำต้นไม่แตกกิ่ง บริเวณข้อกิ่งของโคนต้นมีหนามแหลมคม 3 อัน หนามอันกลางมีขนาดใหญ่สุด ส่วนกิ่งปลายยอดไม่มีหนาม ใบไผ่สีสุก แตกออกเป็นใบเดี่ยวเรียงเยื้องสลับกัน 5-8 ใบ ที่ปลายกิ่ง ใบมีขนาดกลาง มีก้านใบสั้น ขนาดใบกว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร โคนใบสอบเป็นรูปลิ่ม ปลายเรียวแหลม แผ่นใบ และขอบใบเรียบ มีสีเขียวเข้ม และมีขนสากมือปกคลุม ใบแก่หรือใบแห้งมีสีน้ำตาล และเมื่อร่วงเป็นสีเหลืองซีด ไผ่สีสุก ออกดอกเป็นช่อ บริเวณปลายยอดของกิ่งที่แตกบริเวณปลายยอด ดอกออกเป็นช่อ มีดอกย่อยแตกออกบริเวณแต่ละข้อของปลายช่อ ผลมีลักษณะรี ขั้วผลใหญ่ ปลายผลเรียวเล็ก เปลือกผลสีเหลืองอมน้ำตาล ภายในมี 1 เมล็ด		พืชอาหาร
1223	สบโขง	ไผ่หวาน			Bambusa sp.				พืชอาหาร
1224	สบโขง	ปอขี้แฮด, ตองแตบ		ปะดะ	Castanopsis spp.				พืชอาหาร
1225	สบโขง			ซิเพอะ	Macaranga denticulata (Blume) Müll.Arg.	พบขึ้นตามป่าดิบแล้ง	ไม้พุ่มขนาดเล็ก ยอดอ่อนมีขน ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ มีขนาดและรูปร่างต่างๆ กัน ใบที่อยู่ตามปลายยอดรูปใบหอกหรือรูปรี ใบที่ตามโคนต้นมักจักเป็นพู 3-5 พู รูปขอบขนานแกมรูปไข่ หรือเกือบกลม โคนสอบหรือมน มีต่อม 2 ต่อม ปลายแหลม ขอบหยักแบบฟันเลื่อยห่างๆ ไม่สม่ำเสมอ มีเส้นใบออกจากโคนใบ 3-5 เส้น และออกสองข้างของเส้นกลางใบ ข้างละ 5-8 เส้น เส้นใบด้านล่างเห็นชัดกว่าด้านบน เนื้อบาง ดอกแบบช่อออกตามง่ามใบ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน หรือบนช่อเดียวกัน ช่อดอกเล็กเรียว อยู่ทางตอนบนของช่อ ดอกมีรูปร่างกลม ก้านดอกย่อยเล็กเรียวคล้ายเส้นด้าย กลีบเลี้ยงมี 4-5 กลีบ รูปกลม ไม่มีกลีบดอก ฐานดอกเป็นรูปถ้วยสั้น ผลกลม มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ผลแก่แตกตามยาวที่กลางพู แต่ละพูมี 1 เมล็ด เมล็ด รูปขอบขนาน		พืชอาหาร
1226	สบโขง	เงาะป่า		ซะกู่เปอ	Nephelium maingayi Hiern		ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงใหญ่ เรือนยอดเป็นพุ่มทรงสูงถึงค่อนข้างกลม ลำต้นกลมตรง เปลือกสีน้ำตาลเทาเรียบ ใบผิวใบเกลี้ยงด้านบนสีเขียวเข้มด้านล่างสีอ่อนกว่า ผลกลมรีขนาดใหญ่เมื่อสุกสีแดง เปลือกหนา เนื้อผลสีขาวบาง เมล็ดใหญ่ มีรสเปรี้ยว	รับประทานผลสด มีรสเปรี้ยว เนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้าง หรือ ทำฟืน	พืชอาหาร
1227	สบโขง	มังคุดป่า		ซะมิคั๊วะ	Garcinia spp.		ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 10-15 เมตร ทรงพุ่มรูปโดม ลำต้นตรง เปลือกบาง สีดำอมเขียวใบดกหนาทึบ ต้นและใบมียางสีขาว ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปขอบขนาน กว้าง 5-10 เซนติเมตร ยาว 15-35 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมันทั้งสองด้าน ดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้สีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก ดอกเพศเมียมีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกยาวกว่าในดอกเพศผู้ ออกดอกช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม และ กรกฎาคม - กันยายน ผลรูปไข่เกือบกลม ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม เนื้อหุ้มเมล็ดในผลมีสีขาวใส รสชาดฝาดอมเปรี้ยว	ผลสุกรับประทานได้ รสชาติฝาดอมเปรี้ยว เนื้อไม้แข็ง สามารถใช้ในการก่อสร้างได้ดี ใบนำไปตากแห้ง และต้มน้ำดื่ม จะมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ	พืชอาหาร
1228	สบโขง	เม่า		เม่า	Antidesma sp.		ไม้พุ่ม ต้นขนาดกลาง สูง 6-8 เมตร เปลือกลำต้นสีน้ำตาลปนเทา ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับ แผ่นใบและขอบใบเรียบ สีเขียว ผิวใบด้านบนเกลี้ยง ดอกออกเป็นช่อตามซอกและปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็กสีขาว ผลรูปทรงกลมขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 เซนติเมตร ผลอ่อนสีขาวนวลแกมเขียว ผลแก่สีแดงเข้ม มี 1 เมล็ด ออกผลเดือนกรกฎาคม - กันยายน	ใบอ่อนและผลสด ใบมีรสเปรี้ยวนิยมนำมาแกงรวมกับเห็ด เช่น เห็ดฟาง เห็ดเผาะ ผลสดมีรสเปรี้ยว ผลสุกรสเปรี้ยวอมหวาน สามารถนำไปคั้นทำน้ำผลไม้ได้	พืชอาหาร
1229	สบโขง	มะเฟือง	Carambola, Star fruit		Averrhoa carambola L.	พบได้ทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนและดินทุกสภาพ ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง	มะเฟืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 3-5 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างขรุขระมีตุ่มเล็กๆ ทั่วไป ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน แกมใบหอก กว้าง 2-3.5 ซม. ยาว 3-9 ซม. ช่อดอกแยกแขนง ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีชมพูแกมม่วง ผลเป็นผลสด อวบน้ำ ยาว 7-14 ซม. มีสันโดยรอบ 5 สัน ผลดิบ สีเขียว ผลสุกสีเหลือง มีรสเปรี้ยวอมหวาน	"ด้านอาหาร : ผลสุกรับประทานสดเป็นผลไม้
 ด้านสมุนไพรและอื่น ๆ ราก ต้มดื่มรักษาโรคนิ่ว ใบ ใช้ทาแก้กลากเกลื้อน"	พืชอาหาร
1230	สบโขง	ว่านน้ำ	Calamus, Calamus Flargoot, Flag Root, Mytle Grass, Myrtle sedge, Sweet Flag, Sweetflag, Sweet Sedge	พอบีละ	Acorus calamus L.	พบขึ้นเองตามบริเวณริมหนองน้ำ สระ บ่อ คูคลอง ในที่ที่มีน้ำท่วมขัง หรือที่ชื้นแฉะหรือแหล่งน้ำตื้น พบในเอเชีย ยุโรป อเมริกา ซึ่งในแต่ละที่โครโมโมซมีทั้ง diploid triploid และ tetraploid แตกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด ทำให้มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาและปริมาณน้ำมันทั้งในเหง้าและใบผันแปรสูง และถูกเคยแยกเป็นหลายชนิดย่อย	ใบยาวกว่า 1 เมตร มีเส้นกลางใบชัดเจน เหง้าหนา ช่อดอกหนา เส้นผ่านศูนย์กลางโตได้ถึง 1.2 ซม. เมล็ดไม่มีขนแข็ง ผิวมีรอยบุ๋ม	เหง้า แช่น้ำ ถูตัวเด็ก ลดไข้	พืชสมุนไพร
1231	ห้วยเขย่ง	กระเจี๊ยบมอญ	Okra, Ladies' fingers	กะจิ๊บ (หมู่ที่ 3)	Abelmoschus esculentus (L.) Moench	กระเจี๊ยบเขียวต้องการอุณหภูมิสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส ในการเจริญเติบโตอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกของเมล็ด คือ 30-35 องศาเซลเซียส ถ้าเจริญเติบโตในสภาพอุณหภูมิสูงเกินไปจะมีการออกดอกช้า ในการออกดอกพบว่าเกี่ยวข้องกับความยาวของช่วงวันด้วย ส่วนใหญ่พบว่าต้องการช่วงวันสั้นที่สุดคือ 12 ชั่วโมง 30 นาที แต่บางสายพันธุ์พบว่าความยาวช่วงวันไม่มีผลต่อการออกดอก กระเจี๊ยบเขียวเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีธาตุอาหารสูงมีการระบายน้ำได้ดี	กระเจี๊ยบมอญเป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว สูงถึง ๒.๕ ม. ใบเดี่ยว เรียงเวียนรอบกิ่ง หยักเว้า ๓ – ๗ พู ดอกเดี่ยว ออกจากซอกใบ สีเหลืองอ่อน กลางดอก สีม่วงดำ ผลรูปทรงกระบอก ปลายแหลม มีขนอ่อนปกคลุม ยาว ๕ – ๑๕ ซม. ภายในมีเมล็ดสีขาวจำนวนมาก ออกดอกตลอดปี	ยอดใช้ต้มทำแกง, ลวกจิ้มน้ำพริก, ผลใช้ทำน้ำกระเจี๊ยบ	พืชอาหาร
1232	ห้วยเขย่ง	คะเนียง ชะเนียง เนียง		หะเนียง	Archidendron jiringa (Jack) I.C.Nielsen	ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณบริเวณหุบเขาลาดชัน	คะเนียงเป็นไม้ต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมใหญ่แน่นทึบ คลุมลำต้นไว้เป็นส่วนใหญ่ เปลือก เรียบสีเทาหรือน้ำตาลอ่อนปนเทา ใบเป็นช่อแบบขนนกสองชั้น ก้านช่อยาว 1.5-8 ซม. ที่ปลายก้านช่อมีช่อใบแขนงด้านข้าง 1 คู่ ติดตรงกันข้ามช่อใบแขนงยาว 8-29 ซม. แต่ละช่อมีใบย่อย 2-4 คู่ ขึ้นตรงกันข้าม ใบย่อยรูปมนแกมรูปขอบขนาน ขนาดแตกต่างกัน กว้าง 3-9 ซม.ยาว 3-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลมฐานใบมนและเบี้ยวเล็กน้อย แผ่นใบเกลี้ยงไม่ มีขน ดอก สีขาว ขนาดเล็กจำนวน 3-6 ดอก ออกบนช่อกลมเล็กๆ ซึ่งแตกแขนงมาจากช่อใหญ่ ยาว 7-18 ซม. ช่อดอกโปร่งออกตามง่ามใบของใบแก่ที่หลุดร่วงไปแล้วกลีบรองกลีบดอกเล็กมาก มี 5 กลีบ โคนกลีบติดกัน กลีบดอกมี 5 กลีบ ผลแบนยาว รูปบรรทัด มีส่วนคอดเว้าระหว่างเมล็ด กว้างประมาณ 3-5 ซม.ตัวฝักบิดเวียนเป็นเกลียวไปทางเดียวกัน ผิวสีน้ำตาลคล้ำหรือสีน้ำตาลอมม่วง ฝักแก่ผนังจะแตกอ้าออก ผนังหนาคล้ายแผ่นหนัง	ยอดกินเป็นเครื่องเคียง ผลสดกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1233	ห้วยเขย่ง	คูน	Golden shower, Indian laburnum, Pudding-pine tree	น้อมต้อ	Cassia fistula L.	พบในป่าผลัดใบทั่วไป ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนปนทราย	คูนเป็นไม้ยืนต้น สูง 5-15เมตร ใบประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 7-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนมน ขอบเรียบ ผิวใบเรียบ ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ห้อยเป็นโคมระย้า กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักกลม สีน้ำตาลเข้มหรือดำ เปลือกแข็ง ผิวเรียบ ภายในมีผนังกั้นเป็นห้อง แต่ละห้องมีเมล็ด 1 เมล็ด หุ้มด้วยเนื้อสีดำเหนียว	เป็นพืชสมุนไพร ใช้รากและแก่นต้มน้ำดื่มเป็นยาระบาย ขับพยาธิ ใช้เปลือกและเนื้อไม้บดทาแก้ผดผื่นคัน ใช้ใบและฝักต้มน้ำดื่มเป็นยาระบาย ใช้ดอกต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ใช้ฝักต้มน้ำดื่มบรรเทาอาการแน่นหน้าอก แก้ขัดข้อ ใช้ต้นเข้าตำรับยาแก้บ่อง ยาขับลมในลำไส้ ยาบำรุงธาตุ แก้ตาฟาง ตาแฉะ แก้สรรพพิษ แก้ท้องอืด	พืชสมุนไพร
1234	ห้วยเขย่ง	ชะมวง		ส้มโมง	Garcinia cowa Roxb. ex DC.	กระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้นที่ลุ่มต่ำทั่วไป พบมากในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ความสูงจากระดับทะเล 800 เมตรขึ้นไป	ชะมวงเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม เปลือกสีน้ำตาลเข้มแตกเป็นร่องตามยาว ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน เนื้อใบหนาและเหนียว ผิวเป็นมัน รูปรีหรือใบรูปหอก ปลายใบเป็นติ่งแหลมหรือเว้าตื้น โคนใบเรียวแหลมหรือรูปลิ่ม ดอกแยกเพศ อยู่คนละต้น ดอกสีเหลืองกลีบแข็ง ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ดอกเพศผู้ออกกระจุกตามกิ่ง กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก ผลสด ทรงกลม ผิวเรียบ มีร่องเป็นพูบางรอบผล ผลอ่อนสีเหลืองเมื่อสุกสีส้ม ผลสุกจะแตกออกเป็นเสี้ยว	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ยอดอ่อนกินสดกับน้ำพริกหรือลาบ ใส่แกงให้รสเปรี้ยว ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ เป็นยาระบาย กัดฟอกเสมหะ แก้ธาตุพิการ แก้ไอ ฟอกโลหิต ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ถอนพิษไข้ แก้บิด	พืชอาหาร
1235	ห้วยเขย่ง	ต้นจั่น						ยอดลวกกินเป็นเครื่องเคียง	พืชอาหาร
1236	ห้วยเขย่ง	ตะไคร้	Lapine, Lemon grass	วุนปาน	Cymbopogon citratus (DC.) Stapf	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุย ชอบน้ำ ชอบแดด น้ำไม่ขัง	ตะไคร้เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็นกอ เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ข้อและปล้องสั้นมากกาบใบสีขาวนวลหรือขาวปนม่วง ยาวและหนาหุ้มข้อและปล้องไว้แน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 1-2 ซม. ยาว 70-100 ซม. แผ่นใบและขอบใบสากและคม ออกดอกยาก	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ต้นตำผสมกับพริกแกงหรือตัดเป็นท่อนใส่ต้มและแกง ช่วยดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติ ใช้ต้มน้ำดื่มช่วยขับลม หรือใช้อาบลดไข้ ทั้งต้นและรากสับละเอียดตากแห้ง ชงน้ำร้อนดื่มแทนชา ช่วยขับปัสสาวะ แก้ปวดเอว ใช้เข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน แก้ไข้ อ่อนเพลีย แก้ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ	พืชอาหาร
1237	ห้วยเขย่ง	ทุเรียนเทศ ทุเรียนน้ำ	Soursop, Prickly custard apple	โอ๋จ้า	Annona muricata L.	ไม้ผลเขตร้อน พบปลูกมากในภาคใต้ของประเทศไทย	ทุเรียนเทศเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 5–6 เมตร ใบสีเขียวเข้ม ผลขนาดใหญ่รับประทานได้ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15–20 เซนติเมตร เปลือกผลสีเขียว มีหนาม เนื้อในสีขาว	กินผลสุก	พืชอาหาร
1238	ห้วยเขย่ง	เปล้าหลวง เปล้าใหญ่ เปาะ			Croton persimilis Müll.Arg.	ชอบขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าละเมาะ หรือที่โล่งแจ้ง	เปล้าหลวงเป็นไม้พุ่มกึ่งยืนต้น เปลือกสีเทาค่อนข้างเรียบ ใบเดี่ยวออกเวียนสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี ขอบใบจักฟันเลื่อยห่างๆ ผิวใบด้านบนมีต่อมขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเป็นช่อยาวออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง สีขาวอมเขียว ผลแห้งแตกทรงกลม มี 3 พู มี 1 เมล็ด	กิ่ง ใบ และลำต้น นำมาต้มน้ำอาบ สำหรับสตรีหลังคลอดบุตร ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น รากต้มกินแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย น้ำยางจากใบทาให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปากในฤดูหนาว	พืชสมุนไพร
1239	ห้วยเขย่ง	ผักโขม	Slender amaranth	ฆ่า	Amaranthus viridis L.	พบขึ้นได้เองตามธรรมชาติ เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิดและโตเร็ว ทนทานต่อโรคและแมลง เมล็ดมีขนาดเล็กสีดำเป็นมัน เก็บไว้ได้นานนับสิบปียังสามารถงอกได้	"ผักโขมเป็นพืชล้มลุก ต้นสูง 15-50 ซม. ลำต้นกลมสีม่วงหรือแดงปนเขียว แตกเป็นร่องยาว ใบรูปไข่ เรียงสลับ แตกยอดระหว่างก้านใบกับลำต้น ใบกว้าง 1.2-4 ซม. ยาว 2.5-7.5 ซม. ก้านใบยาว 2.5-6 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ยาว 10-20 ซม. ดอกย่อยขนาดเล็ก สีม่วงปนเขียวไม่มีก้าน ติดเป็นกระจุกรอบแกนกลาง เมล็ดเล็กสีนํ้าตาลเกือบดำ เป็นมัน ในหนึ่งดอก มีเมล็ดเดียว
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักหมป๊าว และผักหมหนาม"	ทั้งต้นต้มกินแก้ร้อนในกระหายน้ำ	พืชสมุนไพร
1240	ห้วยเขย่ง	พลับพลึง	Cape lily, Crinum lily, Giant Lily		Crinum asiaticum  L.	พบปลูกประดับทั่วไป ขึ้นได้ดีในดินทั่วไป ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้น ไม่ต้องการการบำรุงมาก เป็นพืชที่ทนทาน สามารถทนน้ำขังหรือบริเวณที่แห้งแล้งในบางช่วงได้	พลับพลึงเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 1 เมตร มีหัวใต้ดิน ส่วนเหนือดินประกอบด้วยกาบใบสีขาวหุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง กว้าง 7-15 ซม. ยาวประมาณ 1 เมตร หนาอวบน้ำ ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ แทงออกมาจากกลุ่มใบตอนปลาย มีดอกย่อยเป็นกระจุก 12-40 ดอก กลีบสีขาวและสีขาวแกมชมพู ผลเป็นผลสด	ใบลนไฟเพื่อใช้ประคบแก้ปวด ฟกช้ำ	พืชสมุนไพร
1241	ห้วยเขย่ง	ฟ้าทะลายโจร	Kariyat, The creatn, Green chiretta		Andrographis paniculata (Burm.f.) Nees	พบมีปลูกทั่วไป ชอบอากาศร้อนชื้น สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาลแต่ฤดูที่เหมาะสมคือ ช่วงต้นฤดูฝน ชอบดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี เจริญเติบโตได้ทั้งในสภาพที่ร่มและกลางแจ้ง	ฟ้าทะลายโจรเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-60 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมแตกกิ่งออกเป็นพุ่มเล็ก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 2-3 ซม. ยาว 4-8 ซม. สีเขียวเข้ม เป็นมัน ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกติดกัน ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบมีเส้นสีแดงเข้มพาดตามยาว ปากล่างมี 2 กลีบ ผลเป็นฝัก สีเขียวอมน้ำตาล ปลายแหลม เมื่อผลแก่จะแตกเป็นสองซีก ดีดเมล็ดออกมา	ใบสดต้มกินแก้ปวด ลดไข้ และเบาหวาน	พืชสมุนไพร
1242	ห้วยเขย่ง	มะขามป้อม	Emblic myrabolan, Malacca tree	อาระว้า	Phyllanthus emblica L.	พบประปรายในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงทั่วไป มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี	ขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเดี่ยว ออกตามกิ่งและซอกใบจำนวนมาก เป็นผลสด รูปทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อหนา มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ดกลม สีเขียวเข้ม	ผลกินแก้ไอ ดับกระหาย	พืชสมุนไพร
1243	ห้วยเขย่ง	มะเดื่อ(ปล้อง)		เว้ย	Ficus hispida L.f.	เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ตามป่าโปร่ง ป่าดิบเขา พื้นราบ หรือตามที่ว่างเปล่าทั่วไป ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	มะเดื่อปล้องเป็นไม้ต้น สูงประมาณ 5 เมตร ต้นและกิ่งเป็นปล้อง มีขนสากทั่วไป และมีน้ำยางสีขาวซึมเมื่อมีแผล ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม เป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปขอบขนาน กว้าง 10 ซม. ยาวประมาณ 25 ซม. โคนใบมนหรือเบี้ยว ปลายใบเป็นติ่งและเรียวแหลม ผิวใบมีขนสาก ขอบใบเป็นคลื่น ก้านใบยาว 3-5 ซม. ดอก ออกเป็นช่อยาว 50 ซม. ตามโคนต้นและกิ่ง ผลรูปทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. ผลแก่สีเหลือง	กินผลสด เถานำมาผสมกับต้นสมอพิเพกและโมกแช่น้ำกินแก้ร้อนใน	พืชอาหาร
1244	ห้วยเขย่ง	มะตูม	Beal fruit tree, Bengal quince, Bilak	ปึย	Aegle marmelos (L.) Corrêa	เกิดในป่าดงทั่วไป โดยเฉพาะป่าเบญจพรรณ เจริญงอกงามได้ในดินทั่วไป	มะตูมเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปวงรี หรือรูปไข่แกมใบหอก กว้าง 2-7 ซม. ยาว 4-13 ซม. ขอบใบหยักมน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ผิวใบเรียบ ช่อดอกออกที่ซอกใบ และที่ปลายกิ่ง กลีบดอกด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านในสีนวล ใบและดอกมีกลิ่นหอม ผลเป็นผลสดขนาดใหญ่ รูปทรงกลม เปลือกผลแข็ง เนื้อในมีสีเหลืองและนิ่ม มีน้ำเมือกสีเหลืองปนน้ำตาล	ผลสดกินเป็นผลไม้ นำมาเชื่อม ตากแห้งทำน้ำมะตูม	พืชอาหาร
1245	ห้วยเขย่ง	มะนาว	Common lime, Lime	มะหน่าว	Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle	พบปลูกทั่วไป ขึ้นได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	มะนาวเป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวสดแข็งและหนา เนื้อใบมีจุดน้ำมันกระจาย ก้านใบมีครีบเล็กๆ ดอกเดี่ยวหรือช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง มี 4 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก กลิ่นหอม ร่วงง่าย ผลเป็นผลสด กลมเกลี้ยงและผิวมัน เนื้อผลฉ่ำน้ำ มะนาวที่ชาวบ้านใช้มีผลรูปร่าง 2 แบบ คือ ผลรูปทรงกลม เรียกว่า มะนาว ส่วนผลรูปรีหรือรูปไข่ เรียก มะนาวเมือง	ผลสดใช้ในการปรุงอาหาร และน้ำมะนาวผสมกับไข่ไก่สด กินเพื่อลดความดัน	พืชอาหาร
1246	ห้วยเขย่ง	มะระขี้นก	Balsam pear, Bitter cucumber, Leprosy gourd	อาวี่	Momordica charantia  L.	พบในป่าบริเวณลุ่มน้ำ และป่าละเมาะ ทั่วไป ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ	มะระขี้นกเป็นไม้เถา มีมือเกาะ ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปฝ่ามือ กว้างและยาวประมาณ 4-7 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึก 5-7 แฉก ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกสีเหลือง รูประฆัง ผลสด รูปกระสวย ผิวขรุขระ มีรสขม เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมแดงและผลจะแตกอ้าออก เมล็ดเป็นรูปกลมแบน	ยอดและผลอ่อนใช้ลวกกินเป็นเครื่องเคียง	พืชอาหาร
1247	ห้วยเขย่ง	มะรุม	moringa, drumstick tree , horseradish tree, ben oil tree	นะหน่าย	Moringa oleifera Lam.	พบขึ้นในป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง	มะรุม ลำต้นจะเป็นพุ่มโปร่ง มีเปลือกลำต้นเป็นสีเทาอ่อน ผิวค่อนข้างเรียบ ลำต้นมีความสูงประมาณ 15-20 เมตร ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกรวมกันเป็นแผง ๆ ละ 5-9 ใบ ลักษณะใบย่อยรูปมนเกือบกลม ปลายใบมน แต่โคนใบแหลมเรียวหรือมนเล็กน้อย ขอบใบเรียบ เนื้อใบอ่อนบาง มีสีเขียว กว้าง 1-1.5 นิ้ว ใบที่อยู่ปลายสุดมีขนาดใหญ่กว่าใบอื่นๆ ออกดอกเป็นช่อ อยู่ตามข้อบริเวณส่วนยอด ดอกมีสีขาวนวล มีอยู่ 5 กลีบ เกสรกลางดอกเป็นสีเหลืองนวล บานเต็มที่โตประมาณ 1 นิ้ว ผล เป็นผักกลม ยาว ฝักอ่อนมีสีแดงเรื่อๆ ผักแก่จะมีสีเขียว เปลือกผักหนา มีคลื่นนูนของเมล็ด เมล็ด เป็นรูปสามเหลี่ยม มีปีกบางหุ้ม 3 ปีก มีขนาดประมาณ 1 ซม.	ฝักอ่อนใช้แกง ใบต้มกินแก้ช้ำใน	พืชสมุนไพร
1248	ห้วยเขย่ง	มะแว้ง	Plate brush egg plant	คะด้งอะต้าง	Solanum indicum L.	พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้เองตามธรรมชาติในบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง	มะแว้งเป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้าน สูงประมาณ 1 เมตร มีขนสีเทาปกคลุมทั้งต้น โคนต้นมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงสลับ เป็นกระจุกปลายกิ่ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3-10 ซม. ขอบใบเว้าตื้น โคนใบกว้าง ปลายใบแหลม มีหนามแหลมตามเส้นกลางใบ ผิวใบหนา ดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงโคนกลีบติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก และคงอยู่เมื่อเป็นผล กลีบดอกสีม่วง โคนติดกัน แผ่เป็นจาน แยกเป็น 5 แฉก ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผิวขาวเทามีกระสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีส้มไม่มีลาย มีเมล็ดจำนวนมาก	ผลสดกินกับน้ำพริก ผลสุกอมแก้ไอ	พืชสมุนไพร
1249	ห้วยเขย่ง	ไมยราบ	Sensitive plant, sleepy plant, touch-me-not	ชักโหล่ย	Mimosa pudica L.	พบกระจายทั่วไป ในที่โล่งเตียนทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	ไมยราบเป็นไม้ล้มลุกกึ่งเลื้อย ทอดแผ่ไปตามพื้นดิน ลำต้นมีขนละเอียดและหนามโค้งงอ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ไวต่อการสัมผัส ยาว 10-13 ซม. ประกอบด้วย 4 ใบย่อย เรียงตัวแบบนิ้วมือ ยาว 4.5-8 ซม. ใบย่อย 17-22 คู่ รูปใบหอก กว้าง 2.5-3 มม. ยาว 10-14 มม. ผิวใบด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีม่วงอ่อน ช่อดอก รูปทรงกลม ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพู ผลเป็นฝักแบน เป็นข้อๆ อยู่รวมกันเป็นช่อ เมื่อสุกสีดำ	ทั้งต้นใช้ต้มกินแก้กระสัย ไตพิการ แก้ปวดหลังปวดเอว	พืชสมุนไพร
1250	ห้วยเขย่ง	รางจืด	Laurel clockvine, Blue trumpet vine	จอยกาหลืด	Thunbergia laurifolia Lindl.	เป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก ชอบดินร่วนปนทราย และพบอยู่ตามชายป่าดิบทั่วไปในประเทศ	รางจืดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ขอบใบเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา อวบน้ำเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็น รูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปดอกเข็ม โคนเชื่อมกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ใบประดับสีเขียวประสีน้ำตาลแดง ผลแห้ง แตกได้	ใบคั้นน้ำกินเพื่อใช้ถอนพิษ และเอามาทาเพื่อลดอาการปวดจากแมลงสัตว์กัดต่อย เถาเอามาป่นผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอนกินเพื่อถอนพิษ	พืชสมุนไพร
1251	ห้วยเขย่ง	ลิ้นจี่ป่า		คอแรน	Nephelium hypoleucum Kurz	พบขึ้นเองทุกภาคของประเทศไทย ในป่าดิบแล้ง เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท	ลิ้นจี่ป่าเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร เปลือกต้นสีเทาแตกสะเก็ด ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3–5 คู่ ใบรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ดอกออกเป็นช่อ แบบแยกแขนง ตามปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาว ผลรูปไข่กลับ ออกเป็นพวงใหญ่ ผิวคล้ายลิ้นจี่ ผลสุกสีแดงเข้ม มีเนื้อผลสีขาวติดกับเมล็ด หนึ่งผล มี 1 เมล็ด ผลมีรสเปรี้ยว	กินผลสุก	พืชอาหาร
1252	ห้วยเขย่ง	เล็บครุฑ	Polyscias, Ming aralia		Polyscias fruticosa (L.) Harms	พบปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดงปานกลาง	เล็บครุฑเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นส่วนยอดสีเขียวอมน้ำตาลเกือบดำ มีกระสีน้ำตาลอ่อนตามกิ่งมีรูอากาศเห็นได้ชัด ลำต้นแตกแขนงได้ดี ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยขอบเว้าลึก ขอบใบจักฟันเลื่อยปลายแหลม ก้านใบส่วนที่ติดกับลำต้นเป็นกาบ ใบเมื่อขยี้ดมจะให้กลิ่นน้ำมันหอมระเหย ช่อดอกแยกแขนง มีแกนกลางช่อยาว 60 ซม. ขนาดเล็ก ช่อดอกย่อยออกเป็นช่อซี่ร่ม กลีบดอก 5 กลีบ เกสรตัวผู้ 5 อัน ผลรูปเกือบกลม มีเนื้อผล	ยอดสดกินเป็นเครื่องเคียง	พืชอาหาร
1253	ห้วยเขย่ง	ส้มป่อย	Soap pod, Shikakai	อาปู้ว	Acacia concinna (Willd.) DC.	ขึ้นได้ทั่วไป พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	"ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามตามลำต้น กิ่ง ก้านและใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 7-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ช่อดอก ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกลม กลีบดอกเป็นหลอด สีนวล ผลเป็นฝัก สีน้ำตาลดำ ผิวย่นขรุขระ ขอบเป็นคลื่น
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ส้มป่อยธรรมดา และส้มป่อยหลวง ชุมชนใช้ประโยชน์จากส้มป่อยธรรมดามากกว่า เนื่องจากส้มป่อยหลวงพบไม่มาก"	ยอดใช้ใส่แกง ฝักใช้ในพิธีกรรมต่างๆ	พืชอาหาร
1254	ห้วยเขย่ง	สาบเสือ	Bitter bush, Siam weed	เน่ยเงิว	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	สาบเสือเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน	ใบ ขยี้ให้แหลกใช้โป๊ะห้ามเลือดแผลสด	พืชสมุนไพร
1255	ห้วยเขย่ง	หนอนตายหยาก		โม่ยะยาว	Stemona tuberosa Lour.	พบตามป่าดิบแล้ง เมื่อถึงฤดูแล้ง ต้นเหนือดินจะโทรมหมด เหลือแต่รากใต้ดิน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนใหม่ ใบจึงจะงอกออกมาพร้อมทั้งออกดอก	หนอนตายอยากเป็นไม้ล้มลุก 0.4-0.6 ม. รากเป็นรูปกระสวย ออกเป็นกระจุกคล้ายกระชาย กิ่งที่กำลังจะออกดอกมักจะเลื้อยพัน ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. แผ่นใบเป็นคลื่น ดอก เดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกด้านนอกสีเขียว ด้านในสีแดง ผล แห้ง แตกได้	ใบคั้นน้ำใช้เป็นยาขับไล่แมลง รากทุบผสมเกลือนำมาอุดแก้ปวดฟัน	พืชสมุนไพร
1256	ห้วยเขย่ง	หนาด หนาดใหญ่	Ngai Camphor Tree	นาฮังกรูน	Blumea balsamifera (L.) DC.	เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่มักพบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนา หรือหุบเขาทั่วไป	หนาดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมคล้ายการบูร สูง 1-4 เมตร ลำต้นกลม กิ่งก้านมีขนนุ่มยาว เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีกลิ่นหอมของการบูร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน ผิวใบทั้งสองด้านมีขนละเอียดหนาแน่น คล้ายเส้นไหม และมีกลิ่นหอม กว้าง 2-20 เซนติเมตร ยาว 8-40 เซนติเมตร ปลายใบ และโคนใบแหลม ขอบใบหยักแบบซี่ฟัน หรือฟันเลื่อย ก้านใบมีรยางค์ 2-3 อัน ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ เป็นช่อกลม ช่อดอกมีขนาดโตไม่เท่ากัน กว้าง 6-30 เซนติเมตร ยาว 10-50 เซนติเมตร มีริ้วประดับหลายชั้น บางครั้งริ้วประดับอาจยาวกว่าดอก รูปขอบขนาน แคบยาว 1-9 มิลลิเมตร ปลายแหลม ด้านหลังมีขนนุ่มหนาแน่น ดอกย่อยมีเป็นจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลือง ฐานดอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มิลลิเมตร ดอกสมบูรณ์เพศมีหลอดดอกยาว 4-7 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นหลอด รูปไข่ ปลายแหลม มีขนนุ่ม ดอกตัวเมียมีหลอดดอกเล็กเรียว ยาวไม่เกิน 6 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 2-4 แฉก เกลี้ยง ผลแห้งไม่แตก รูปขอบขนาน ยาวราว 1 มิลลิเมตร สีน้ำตาล โค้งงอเล็กน้อย เป็นเส้น 5-10 เส้น มีขนสีขาว	ใบต้มอาบแก้ผดผื่น คัน, กันผี	พืชสมุนไพร
1257	ห้วยเขย่ง	หมาก หมากสง	Areca nut palm, Betel palm	สิ	Areca catechu L.	เจริญเติบโตได้ดีที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลสูงกว่า 700 เมตร	หมากเป็นปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15-20 เซนติเมตร สูงได้ถึง 15 เมตร ใบรูปขนนก ทางใบยาวสองเมตร ช่อดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ออกใต้คอ ช่อแผ่กระจายยาว 50 เซนติเมตร ผลค่อนข้างกลม ขนาด 4-5 เซนติเมตร	ผลใช้เคี้ยวเล่นกับเครื่องหมาก	พืชอาหาร
1258	ห้วยเขย่ง	หมากผู้แดง		น้ำก้าว				ใบ ใช้เป็นเครื่องบูชาพระ	พืชใช้สอยอื่นๆ
1259	ห้วยเขย่ง	ขนุน	Jack fruit tree	หนุย (หมู่ที่ 5)	Artocarpus heterophyllus Lam.	ปลูกได้ทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และแสงแดดจัด	"ขนุนไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาผิวด้านล่างสากมือ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า ""ส่า"" ออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศเมียจะออกตามกิ่งใหญ่และตามลำต้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นหนามแหลม ผลเป็นผลรวมขนาดใหญ่ ส่วนของเนื้อที่รับประทานเจริญมาจากกลีบดอก ส่วนซังคือกลีบเลี้ยง"	ผลอ่อนใช้แกง ผลแก่กินสด และเม็ดต้มกิน	พืชอาหาร
1260	ห้วยเขย่ง	คะเนียง		ซะไหน่	Archidendron jiringa (Jack) I.C.Nielsen	ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณบริเวณหุบเขาลาดชัน	คะเนียงเป็นไม้ต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมใหญ่แน่นทึบ คลุมลำต้นไว้เป็นส่วนใหญ่ เปลือก เรียบสีเทาหรือน้ำตาลอ่อนปนเทา ใบเป็นช่อแบบขนนกสองชั้น ก้านช่อยาว 1.5-8 ซม. ที่ปลายก้านช่อมีช่อใบแขนงด้านข้าง 1 คู่ ติดตรงกันข้ามช่อใบแขนงยาว 8-29 ซม. แต่ละช่อมีใบย่อย 2-4 คู่ ขึ้นตรงกันข้าม ใบย่อยรูปมนแกมรูปขอบขนาน ขนาดแตกต่างกัน กว้าง 3-9 ซม.ยาว 3-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลมฐานใบมนและเบี้ยวเล็กน้อย แผ่นใบเกลี้ยงไม่ มีขน ดอก สีขาว ขนาดเล็กจำนวน 3-6 ดอก ออกบนช่อกลมเล็กๆ ซึ่งแตกแขนงมาจากช่อใหญ่ ยาว 7-18 ซม. ช่อดอกโปร่งออกตามง่ามใบของใบแก่ที่หลุดร่วงไปแล้วกลีบรองกลีบดอกเล็กมาก มี 5 กลีบ โคนกลีบติดกัน กลีบดอกมี 5 กลีบ ผลแบนยาว รูปบรรทัด มีส่วนคอดเว้าระหว่างเมล็ด กว้างประมาณ 3-5 ซม.ตัวฝักบิดเวียนเป็นเกลียวไปทางเดียวกัน ผิวสีน้ำตาลคล้ำหรือสีน้ำตาลอมม่วง ฝักแก่ผนังจะแตกอ้าออก ผนังหนาคล้ายแผ่นหนัง	ผลกินสด และดอง ผลแก่ใช้ย่างกินเป็นเครื่องเคียง	พืชอาหาร
1261	ห้วยเขย่ง			งองคุย				ดอก ใบ ใช้เป็นเครื่องเทศในแกง	พืชอาหาร
1262	ห้วยเขย่ง	ชะมวง		กัวะ	Garcinia cowa Roxb. ex DC.	กระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้นที่ลุ่มต่ำทั่วไป พบมากในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ความสูงจากระดับทะเล 800 เมตรขึ้นไป	ชะมวงเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม เปลือกสีน้ำตาลเข้มแตกเป็นร่องตามยาว ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน เนื้อใบหนาและเหนียว ผิวเป็นมัน รูปรีหรือใบรูปหอก ปลายใบเป็นติ่งแหลมหรือเว้าตื้น โคนใบเรียวแหลมหรือรูปลิ่ม ดอกแยกเพศ อยู่คนละต้น ดอกสีเหลืองกลีบแข็ง ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ดอกเพศผู้ออกกระจุกตามกิ่ง กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก ผลสด ทรงกลม ผิวเรียบ มีร่องเป็นพูบางรอบผล ผลอ่อนสีเหลืองเมื่อสุกสีส้ม ผลสุกจะแตกออกเป็นเสี้ยว	ใบใช้แกงส้ม แกงหมู	พืชอาหาร
1263	ห้วยเขย่ง			ชะหน่ะ/พู่หน่ะ				หัวใช้ฝนผสมเกลือ กินแก้ปวดท้อง	พืชอาหาร
1264	ห้วยเขย่ง	ชะอม	Thorny tree	พูส้วยดุ	Acacia pennata subsp. insuavis (Lace) I.C.Nielsen	พบกระจายทั่วไป ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น ทนน้ำขังได้	ชะอมเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง หรือไม้เถายืนต้น ลำต้นสีขาวมีหนามแหลมคม ใบประกอบขนาดเล็กเป็นฝอย มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถินหรือใบส้มป่อย ใบมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นลูกสะตอ ใบเรียงสลับ ใบย่อยออกตรงข้ามกัน ใบย่อยรูปรีมี 13-28 คู่ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอกออกตามซอกใบ สีขาวหรือขาวนวล ขนาดเล็ก เห็นชัดเฉพาะเกสรตัวผู้ที่เป็นฝอยๆ	ยอดใช้กินสด และใสแกง	พืชอาหาร
1265	ห้วยเขย่ง	ชะอมเถา		งองชู่น่าดุ				ใบใช้กินสด ใช้แกง	พืชอาหาร
1266	ห้วยเขย่ง	ดาบฤๅษี			Tephrosia coccinea Wall.	พบในพื้นที่เปิดโล่ง หรือทุ่งหญ้า	ดาบฤาษีเป็นไม้ล้มลุก ความสูง 40-50 ซม. ดอก สีส้มแดง ขนาด 1 ซม.	แก้โรคไต, ขับปัสาวะ	พืชสมุนไพร
1267	ห้วยเขย่ง	ตูน		คูคู่ลา	Colocasia gigantea (Blume) Hook.f.	พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ ชอบดินร่วนอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง พบมากบริเวณริมลำธาร	ตูนเป็นไม้ล้มลุกหลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นสีขาว ก้านใบแทงออกจากเหง้า ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่และยาว สีเขียว มีไขเคลือบสีขาวนวล เนื้อของก้านใบฉ่ำน้ำ และมีรูอากาศแทรกอยู่ ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ กว้าง 40-43 ซม. ยาว 28-48 ซม. ปลายใบมนและแหลม โคนใบปิด ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบมัน สีเขียวอ่อน ช่อดอก ออกเป็นแท่งเดี่ยว ดอกย่อยแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีขาวนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง คล้ายดอกหน้าวัว ผลสด สีเขียว	ก้านกินเป็นเครื่องเคียง ใช้ก้านและหัวแกง	พืชอาหาร
1268	ห้วยเขย่ง	ถั่วพู	Asparagus pea, Goa bean, Manila pea, Princess bean, Winged bean	บ่องบ๊ะ	Psophocarpus tetragonolobus (L.) DC.	พบทั่วไป ขึ้นได้ดีในเขตร้อนที่ชุ่มชื้น ต้องการน้ำมาก	ถั่พูเป็นไม้ล้มลุกเลื้อยพัน อายุหลายปี มีรากสะสมอาหารลักษณะเป็นหัวใต้ดิน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3 ใบ รูปไข่แกมรูปกระสวยหรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 4-10 ซม. ยาว 8-18 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ผลเป็นฝักแบน มีครีบ 4 ครีบตามยาว เมล็ดสีขาว สีน้ำตาลแกมเหลืองหรือดำ	ผลกินเป็นเครื่องเคียง	พืชอาหาร
1269	ห้วยเขย่ง	ถั่วแระ ถั่วมะแฮะ	Pigeon pea, Angola Pea , Congo Pea	บึกกลีซา	Cajanus cajan (L.) Millsp.	เจริญเติบโตได้ทุกสภาพแวดล้อม พบทุกภาคของประเทศไทย	ถั่วมะแฮะไม้พุ่มลำต้นตั้งตรง สูง 3-5 เมตร ลำต้นแก่มีสีม่วงแดงมักแตกเป็นรองสีน้ำตาล ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ เรียงสลับเป็นใบย่อยรูปขอบขนาน แกมใบหอก ผิวใบทั้งสองด้านมีขน กว้าง 1-3.5 ซม. ยาว 1.5-10 ซม. ดอกช่อออกที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว กลีบดอกสีเหลืองมีขอบสีน้ำตาลแดง ผลเป็นฝักแบนยาว เมล็ดเหมือนถั่วเหลือง	ฝักอ่อนต้มกินเป็นเครื่องเคียง ฝักแก่ต้มกินเหมือนถั่วแระ	พืชอาหาร
1270	ห้วยเขย่ง	ทุเรียนเทศ ทุเรียนน้ำ	Soursop, Prickly custard apple	โอ๋จ้า	Annona muricata L.	ไม้ผลเขตร้อน พบปลูกมากในภาคใต้ของประเทศไทย	ทุเรียนเทศเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 5–6 เมตร ใบสีเขียวเข้ม ผลขนาดใหญ่รับประทานได้ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15–20 เซนติเมตร เปลือกผลสีเขียว มีหนาม เนื้อในสีขาว	กินผลสุก	พืชอาหาร
1271	ห้วยเขย่ง	บวบกะเหรี่ยง		เคเหล่				ผลใช้ต้ม ผัด แกง	พืชอาหาร
1272	ห้วยเขย่ง	บวบเหลี่ยม	Angled loofah	ต๊ะกู่	Luffa acutangula (L.) Roxb.	พรรณไม้ชนิดนี้มักขึ้นตามที่รกร้าง ตามริมห้วย หนอง คลอง และตามบึงทั่วไป	บวบเหลี่ยมเป็นพรรณไม้เถาล้มลุก ชอบเลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้อื่นๆ และตามร้านที่ปลูกทำไว้ ลำต้นอ่อนและยอดจะมีขนที่อ่อนนุ่ม เมื่อลำต้นนั้นแก่ขนก็จะหลุดร่วงไปทุกๆ ส่วนของลำต้นนั้น เมื่อเรานำมาขยี้ดมจะมีกลิ่นเหม็นเขียว ลักษณะลำต้นนั้นจะเป็นเถาเหลี่ยมมีความยาวประมาณ 7-10 เมตร และจะมีมือยึดเกาะเป็นเส้นยาวประมาณ 3 เส้น ใบจะออกตรงข้ามกัน ตัวใบโตค่อนข้างกลม ลักษณะใบจะมีรอยเว้าเข้าประมาณ 3-7 รอย ตรงปลายใบของมันแหลมสั้น และริมขอบใบจะมีรอยหยัก หลังใบจะเป็นสีเขียวแก่ ส่วนท้องใบนั้นจะเป็นสีเขียวอ่อน ใบอ่อนนั้นจะมีขนมากและใบแก่ขนก็จะหลุดร่วงไป ใบจะมีความกว้างประมาณ 15-25 ซม. และยาวประมาณ 8-25 ซม. จะเห็นรอยเส้นใบนูนชัดเจนประมาณ 3-7 เส้น ส่วนก้านใบนั้นก็จะมีขนอ่อนนุ่มและเป็นเหลี่ยมมีความยาวประมาณ 4-9 ซม. ดอกจะมีทั้งดอกตัวผู้ และดอกตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ดอกตัวเมียนั้นมักจะออกเป็นดอกเดี่ยว แต่บางครั้งอาจออกติดกับดอกตัวผู้ในช่อดอกเดียวกัน ส่วนกลีบเลี้ยงนั้นจะติดกัน และตรงปลายจะแยกเป็น 5 กลีบ ผิวนอกจะปกคลุมไปด้วยขนอ่อนนุ่มสั้นๆ กลีบดอกจะเป็นสีเหลืองหรือสีเหลืองอ่อน แต่ละกลีบจะมีลักษณะกลมรี ตรงขอบจะเป็นรอยย่นเป็นคลื่น กลีบดอกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวประมาณ 3-5 ซม. ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ส่วนตรงปลายนั้นจะมีรอยของกลีบเลี้ยงเหลืออยู่ ผลจะมีความยาวประมาณ 16-60 ซม. และมีความกว้างประมาณ 5-10 ซม. ผลอ่อนเป็นสีเขียวและมีลายเป็นสีเขียวแก่ ผิวข้างนอกนั้นจะเป็นนวลสีขาว ส่วนผลแก่เป็นสีเขียวออกเหลืองหรือเขียวเข้มออกเทา เนื้อข้างในจะมีเส้นในที่เหนียวมากมีลักษณะเป็นร่างแห และมีเมล็ดแบนรี ผลที่แก่นั้นเมล็ดข้างในจะเป็นสีดำ หรืออาจจะมีปีกออกสองข้างเมล็ด	ผลใช้ผัด แกง	พืชอาหาร
1273	ห้วยเขย่ง	บอระเพ็ด	Heart-leaved moonseed	เมอไร้คะโว	Tinospora crispa (L.) Hook. f. & Thomson	ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณ ที่มีดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	บอระเพ็ดเป็นไม้เถาเลื้อยเกาะไม้อื่น ลำต้นขรุขระเป็นปุ่มปม มีรากอากาศคล้ายเชือกเส้นเล็กๆ ห้อยลงมาเป็นสาย รสขมจัด ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหัวใจ โคนใบเว้า ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกเป็นช่อขนาดเล็กออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง สีเหลืองอมเขียว ผลสดทรงกลม สีเหลืองหรือแดง	กินแก้ไข้ ใช้ทาหัวนมมารดาเมื่อต้องการหย่านมบุตร	พืชสมุนไพร
1274	ห้วยเขย่ง	ปอ		ซู	Sterculia pexa Pierre			เปลือกลำต้นเอามาทำเป็นเชือก	พืชใช้สอยอื่นๆ
1275	ห้วยเขย่ง	เปล้าใหญ่(ยอดแดง)		คว้าอยู่	Croton roxburghii N.P. Balakr. (ตองแตก)			ต้มอาบขับน้ำคาวปลา	พืชสมุนไพร
1276	ห้วยเขย่ง	ผักกุ่ม กุ่มน้ำ	Three leaved caper, Varuna	งองถ่าดุ	Crateva religiosa G.Forst.	พบตามริมฝั่งแม่น้ำ ขอบบึง มีแสงแดดส่องถึงตลอดวัน	ผักกุ่มเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูง 5-20 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง เปลือกต้นเรียบสีเทาอมขาว มีช่องระบายอากาศขนาดเล็กตามผิวทั่วไป ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงสลับ มีใบย่อย 3 ใบ รูปใบหอกถึงรูปขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ดอกเป็นช่อออกที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อย 12-20 ดอก เมื่อเริ่มบานมีสีขาว ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แซมด้วยเส้นยาวของเกสรเพศผู้สีม่วง ผลรูปทรงกลมหรือรี สีเทาห้อยเป็นพวง เมล็ดเดี่ยวรูปเกือกม้า	ใบเอามาดองกินเป็นเครื่องเคียง	พืชอาหาร
1277	ห้วยเขย่ง	ผักกูด	Paco	ง่องไก่ดุ	Diplazium esculentum (Retz.) Sw.	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือตามลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่าน มีแสงแดดรำไร ปลูกได้ตามชายคลอง และห้วยหนอง	ผักกูดเป็นพืชไม่มีดอกจำพวกเฟิร์นที่มีต้นขนาดใหญ มีเหงาทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเปนใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยอยบาง โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ยอดใบอ่อนม้วนงอ ใต้ใบมีอับสปอร์สีน้ำตาลเรียงตามแนวเส้นใบ	ยอด กินสด ผัด ต้ม	พืชอาหาร
1278	ห้วยเขย่ง	ผักชีฝรั่ง	Culantro, Long coriander, Sawtooth coriander	ผักกะชี	Eryngium foetidum L.	ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก ชอบดินร่วนปนทราย ชอบอยู่ในร่ม ชอบพื้นที่ไม่แฉะเกินไป	"เหง้าใต้ดินและอาจอยู่เหนือดินเล็กน้อย เป็นกระเปราะกลมรีอยู่เหนือราก ใบแทงออกจากเหง้าที่เป็นลำต้นเรียงเวียนรอบเหง้าแน่นเป็นกระจุกรูปไข่ขอบขนวน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย และ
 มีหนามเล็กที่ปลายฟันเลื่อย ใบแข็งกระด้าง ใบอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม ดอกช่อแทงออกตรงกลางของลำต้น ใบประดับที่ก้านดอกรูปหอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขนานแกมรูปไข่ สีเขียว กลีบดอก 5-7 กลีบ สีขาว ดอกย่อยจำนวนมาก เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสีขาว เกสรเพศเมียเป็นเส้นด้าย 2 เส้น ไม่มีฐานเกสร ผลแห้งจะปริแตกออกเป็น 2 ซีก แต่ละซีก เมล็ดจำนวนมาก"	ใช้เป็นเครื่องเทศในอาหาร	พืชอาหาร
1279	ห้วยเขย่ง	ผักปลัง	Ceylon spinach , Malabar nightshade, East indian spinach	พลอบพลิดู่	Basella alba L.	พบขึ้นทั่วไปตามพื้นที่ที่มีฝนชุก ในประเทศไทย มีมากในภาคเหนือ ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักปลังเป็นไม้เลื้อยล้มลุกทุกส่วนของต้นอวบน้ำ แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นสีม่วงแดงหรือสีเขียว หากสีเขียวเรียก ผักปั๋งขาว สีม่วงแดง เรียก ผักปั๋งแหล้ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ป้อม กว้าง 3-8 ซม.ยาว 5-10 ซม. ปลายใบแหลม เนื้อใบหนานุ่ม เมื่อขยี้มีเมือกเหนียว ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ผักปั๋งขาวดอกสีขาว ผักปั๋งแหล้ดอกจะสีขาวอมชมพู ไม่มีก้านดอกย่อย ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ เมื่อแก่สีม่วงอมดำ ภายในผลมีน้ำสีม่วงหรือดำ	ใบต้มกินกับน้ำพริก, ใช้แกง	พืชอาหาร
1280	ห้วยเขย่ง	ผักไผ่	Vietnamese mint, Vietnamese cilantro, hot mint, laksa leaf	ซาซือ	Polygonum odoratum Lour.	พบในป่าทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณริมลำธาร ที่มีความชื้นสูง	ผักไผ่เป็นพืชล้มลุก สูง 30-35 ซม. ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มีรากงอกออกตามข้อที่สัมผัสดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ หูใบเชื่อมติดกันเป็นหลอดหุ้มลำต้นเหนือข้อ มีกลิ่นเฉพาะ ช่อดอกกระจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีชมพูม่วง ผลขนาดเล็ก เมล็ดจำนวนมาก	ใบกินเป็นเครื่องเคียง	พืชอาหาร
1281	ห้วยเขย่ง	ผักมันหมู		เลคองดู่	Dioscorea membranacea Pierre ex Prain & Burkill	ชายป่า ชายเขา	ผักมันหมูเป็นไม้เนื้อแข็งกลาง ทรงพุ่มขนาดใหญ่ สูงประมาณ 8-10 เมตร ลักษณะใบ ใบเลี้ยงคู่สีเขียว ใบกลมมนคล้ายใบขนุน หน้าใบและหลังใบเรียบมันขอบเรียบ ปลายแหลมหลังใบสีเขียวอ่อน ลักษณะดอกสีขาวอมเหลือง ดอกเป็นพู่คล้ายดอกชมพู่แต่ขนาดเล็กกว่า ขนาดดอกประมาณ 2 เซนติเมตร ออกระหว่างก้านใบตลอดแนวกิ่ง ผลกลมเท่ากับผลพุทธาสีเขียว ผลสุกสีเหลือง แต่เนื้อในมีสีเขียว ออกเป็นผลเดี่ยว ตลอดแนวกิ่ง	ยอดใช้กินสด, ใบต้ม แกง และกินสดกับน้ำพริก	พืชอาหาร
1282	ห้วยเขย่ง	ผักหนาม	Livid flower, Unicorn plant	ง่องคุยดุ	Lasia spinosa (L.) Thwaites	พบขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ บริเวณริมน้ำ หรือชายน้ำ ชอบดินชื้นแฉะ	ผักหนามเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยและชูยอดขึ้น มีหนาม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปลูกศร หรือขอบใบหยักเว้าลึก แผ่นใบด้านปลายใบ ขนาด กว้าง 35 และยาว 45 ซม. แผ่นใบด้านโคนใบขนาด กว้าง 10 และยาว 25 ซม. มีหนามบริเวณเส้นใบด้านล่าง ก้านใบยาวได้ถึง 1 เมตร มีหนาม ช่อดอก แทงจากกาบใบ ก้านดอกยาวได้ถึง 75 ซม. มีหนาม ใบประดับสีน้ำตาลแกมเขียวถึงสีม่วง ยาวได้ถึง 55 ซม. บิดเป็นเกลียวเล็กน้อย กลีบดอกสีชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแกมเขียว ผลสด หนาและเหนียว	ยอดอ่อนกินเป็นเครื่องเคียง แกงส้ม	พืชอาหาร
1283	ห้วยเขย่ง	ไผ่ไร่		วากรี	Gigantochloa albociliata (Munro) Kurz	พบขึ้นในป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณผสม	ไผ่ไร่เป็นไผ่ใบเขียวตลอดปีถ้าอยู่ในป่าดงดิบ และทิ้งใบเมื่ออยู่ป่าเบญจพรรณ ลำต้นแน่นเป็นกอ ลำสีเขียวแกมเทาและโค้ง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-3.0 ซม. ข้อนูนเห็นได้ชัด ปล้องยาวได้ 15-40 ซม. มีขนสั้นทั้งปล้อง ลำหนา 0.5-1.0 ซม. กิ่งเรียวยาว ใบรูปแถบ ขนาดกว้าง 2.0-2.5 ซม. ยาว 15-20 ซม. ท้องใบไม่มีขน หลังใบสากและคาย กระจังใบค่อนข้าวยาว มีขนยาว กาบหุ้มใบเรียบ มีขนแข็ง ปลายตัด กาบหุ้มลำเมื่ออ่อนมีขนสีน้ำตาลคลุมแน่น แก่จะร่วงหลุดไป ปลายกาบเรียบ ขอบล่างจะโค้งงอเข้า ครีบกลีบเล็กและโค้ง กระจังกาบยาว ขอบหยักปลายตัด ใบยอดกาบยาว รูปหอก ปลายเรียวแหลม โคนกว้างกลม และอาจมีปีกออกด้วย หน่อมีขนาดเล็ก	หน่อใช้แกง ต้มกินเป็นเครื่องเคียง	พืชอาหาร
1284	ห้วยเขย่ง	ฝ้ายกะเหรี่ยง		บี่คูลา				ใช้ทำด้าย สายสิน และไส้เทียน	พืชอาหาร
1285	ห้วยเขย่ง	พริกกะเหรี่ยง	Bird pepper, Chili pepper	ชิกี่กะเพรา	Capsicum annuum L.	เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนเหนียว ดินร่วนระบายน้ำดี ในที่ร่มรำไรหรือกลางแจ้ง ไม่ทนต่อสภาพน้ำขัง มักขึ้นร่วมกับวัชพืชชนิดอื่น	มีลำต้นตั้งตรง ส่วนความสูงของต้นหรือพุ่มก็ขึ้นอยู่กับชนิดของพริกนั้นๆ มีใบแบนและเรียบเป็นมัน ส่วนดอกเป็นดอกเดี่ยว มีขนาดเล็ก ก้านดอกตรงหรือโค้ง กลีบดอกมีสีขาวหรือม่วง ดอกเป็นแบบสมบูรณ์เพศ (มีเกสรตัวผู้และตัวเมียรวมอยู่ภายในดอกเดียวกัน) จึงสามารถผสมในดอกเดียวกันได้ สำหรับผลพริกมีหลายขนาด บางพันธุ์มีผลขนาดใหญ่ บางพันธุ์ขนาดกลางหรือเล็ก ดังนั้น ขนาดของผลขึ้นอยู่กับพันธุ์พริกนั้นๆ ผลที่ยังไม่เจริญเติบโตที่ผลอ่อนมักจะมีสีเขียวเข้ม หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีเหลืองเมื่อผลสุก และในผลพริกแต่ละผลจะมีเมล็ด จำนวนมาก เรียงตัวกันแน่นบนส่วนของรกที่มีสีขาว	ใช้ประกอบอาหาร	พืชอาหาร
1286	ห้วยเขย่ง	เพกา	Broken bone, Damocles tree, Indian trumpet flower	จองซา	Oroxylum indicum (L.) Kurz	เป็นพืชที่ขึ้นได้ง่ายตามธรรมชาติ ในที่โล่งชายป่าดิบและไร่ร้างทั่วไป เจริญเติบโตในดินเกือบทุกชนิด แต่ชอบดินโปร่งร่วนซุย	เพกาเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-12 เมตร แตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝักขนาดใหญ่ รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในมีเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง	ฝัก ต้ม นึ่ง เผา กินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
1287	ห้วยเขย่ง	ฟักข้าว	Gac	บะไค่	Momordica cochinchinensis (Lour.) Spreng.	เป็นพันธุ์ไม้เก่าแก่ของเอเชีย พบมากในเอเชียตอนใต้ โดยเฉพาะแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบตามที่รกร้าง หรือชายป่าเบญจพรรณ ตั้งแต่ใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึงที่สูงประมาณ 1,000 เมตร ชอบแสงแดด เลื้อยได้ทั้งบนพื้น บนต้นไม้	ไม้เถาเลื้อย อายุหลายปี ลำต้นหนาเกลี้ยง มีมือพันเกาะออกตามซอกใบ เถาแก่มีเหง้าใต้ดิน เถากลมมีขนนุ่ม เถาแก่ไม่มีขน ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบไม่มีแฉก หรือเป็นแฉกรูปฝ่ามือ 3-5 แฉก รูปไข่ หรือเกือบกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 10-15 ซม. ปลายแฉกแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ขอบเรียบ หรือกึ่งหยักซี่ฟัน ก้านใบยาว 2.8-5.5 ซม. มีต่อม 2-5 ต่อม ตามก้านใบและโคนใบ ดอกแยกเพศต่างต้น ดอกเดี่ยว หรือออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ยาว 6-8 ซม. กลีบดอก 5 กลีบ สีขาวอมเหลืองอ่อน สามกลีบในมีสีดำบริเวณโคนดอกด้านใน ดอกเพศผู้ ก้านดอกยาว 5-15 ซม. ใบประดับรูปไตหรือเกือบกลม กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 2.8-3.2 ซม. ผิวด้านในมีขน กลีบเลี้ยง รูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง 4-6 มม. ยาว 1-1.5 ซม. หนาคล้ายแผ่นหนังเกลี้ยง หรือมีขนสากประปราย กลีบดอกรูปรีแกมรูปขอบขนาน ยาว 4-5 ซม. มีเส้นตามยาวชัดเจน ดอกเพศเมีย ก้านดอกยาว 3-10 ซม. ใบประดับรูปรี กลีบเลี้ยงรูปแถบ แกมรูปขอบขนาน ยาว 5-10 มม. กลีบดอกเหมือนดอกเพศผู้ รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ รูปรีแกมรูปขอบขนาน ยาว 1-1.5 ซม. ผิวมีตุ่มขรุขระ ผลรูปไข่ รีหรือกลม กว้าง 5-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ผลอ่อนสีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือแดง ผิวเป็นหนามสั้นทั้งผล เมล็ดแบน รูปกลมหรือรี เปลือกหุ้มสีน้ำตาลดำ ขอบเมล็ดโดยรอบมีรอยหยัก ลักษณะเหมือนรอยถูกกัด ผิวมีลายเส้น เมล็ดมีจำนวนมาก	ยอดต้มกินเป็นเครื่องเคียง ผลอ่อนใช้แกงส้ม	พืชอาหาร
1288	ห้วยเขย่ง	มะกรูด	kaffir lime, Leech lime, Makrut lime, Mauritius papeda	มะเกล่า	Citrus hystrix DC.	พบทั่วไป ปลูกได้ดีในดินทุกชนิด	มะกรูดเป็นไม้ยืนต้น สูง 2-8 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ลำต้นแก่สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียว ใบเดี่ยวรูปค่อนข้างกลม กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 3-8 ซม. ใบและดอกคล้ายมะนาว ก้านใบมีครีบขนาดใหญ่เท่าตัวใบ มีลักษณะคล้ายใบไม้ 2 ใบต่อกัน ส่วนล่างที่ติดต่อกับก้านใบคือหูใบ ใบมีสีเขียวแก่ ผิวใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน มีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป มีกลิ่นฉุน ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้น ผลชาวบ้านเรียก “มะกรูด” มีรูปร่างค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ ผิวมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่ว ผลอ่อนสีเขียวเมื่อแก่สีเหลือง ภายในมีเมล็ดที่มีเยื่อเมือกหุ้ม	ผลใช้สระผมแก้คันหัว, ใบใช้ประกอบเครื่องแกง	พืชอาหาร
1289	ห้วยเขย่ง	มะกอก	Hog plum	แพ้ง	Spondias pinnata (L. f.) Kurz	พบในป่าทั่วไป ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ชอบแสงแดดจัด	มะกอกเป็นไม้ต้น ผลัดใบสูง 15-25 เมตร เปลือกต้นสีเทา ค่อนข้างเรียบ กิ่งก้านมีช่องอากาศ กระจัดกระจาย ใบประกอบ แบบขนนก ปลายใบคี่ เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนานหรือรูปรี กว้าง 3-4 ซม. ยาว 7-12 ซม. ช่อดอกแยกแขนงออกที่ปลายกิ่ง และซอกใบ ดอกขนาดเล็กสีขาวครีม มีจำนวนมาก ผลสดรูปไข่ มีเนื้อฉ่ำน้ำ สีเหลืองอมเขียว	ยอดอ่อนกินเป็นเครื่องเคียง ผลสุกใช้ทำน้ำพริก	พืชอาหาร
1290	ห้วยเขย่ง	มะเขือพวง	Pea eggplant, Turkey berry, prickly nightshade	ยองค้ากุลา	Solanum torvum Sw.	พบได้ทั่วไป ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,600 เมตร เติบโตได้ในที่กลางแจ้งหรือที่ร่ม ชอบความร้อนชื้นสูง แต่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ	มะเขือพวงเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นมีหนามสั้นทั่วไป แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 5-20 ซม. ยาว 7-25 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน มีขนนุ่มปกคลุมทั้ง 2 ด้าน ช่อดอก ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก ติดคงทน กลีบดอก สีขาว 5 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นรูปดาว ผลกลุ่มออกเป็นช่อ ผลย่อยรูปทรงกลม ภายในมีเมล็ดกลมแบนจำนวนมาก	ผลแก่ใช้ใส่แกง หรือกินสดเป็นเครื่องเคียง	พืชอาหาร
1291	ห้วยเขย่ง	มะเขือยาว	Eggplant	หย่องทู่ซา	Solanum melongena L.	มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มีปลูกกันในหลายประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยมีปลูกหลายสายพันธุ์ เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินร่วนปนทรายจะเจริญได้ดี	มะเขือยาวเป็นพืชล้มลุก เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก มีอายุประมาณ 1-2 ปี มีลำต้นเดี่ยว มีลักษณะกลม ลำต้นตั้งตรงแข็งและเหนียว แตกกิ่งก้านได้มาก ลำต้นมีขนอ่อนๆปกคลุม มีสีน้ำตาลอมเขียว มีกลิ่นเฉพาะตัว ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน มีลักษณะทรงเรียวรี ใบใหญ่ยาว ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นรอยหยัก ใบมีสีเขียว มีขนอ่อนๆ ปกคลุมทั่วใบ รากแก้ว มีลักษณะกลมๆ แทงลึกลงในดิน มีรากแขนงและรากย่อย รากออกตามรอบๆลำต้น มีสีน้ำตาล ออกดอกเดี่ยว ดอกมีลักษณะรูปกรวย กลีบดอกมีสีม่วง มีเกสรสีเหลือง มีกลีบเลี้ยงสีเขียว ก้านช่อดอกจะยาว ดอกออกบริเวณซอกใบ ออกบริเวณข้อของกิ่ง และออกตรงปลายยอด ผลเดี่ยว มีลักษณะทรงกลมเรียวยาว ผิวบางเรียบเป็นมัน ผลมีสีเขียวอ่อน สีม่วง หรือสีขาว ตามสายพันธุ์ เนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ มีรสชาติหวานขื่น มีเมล็ดกลมแบนเล็กๆอยู่ข้างในเนื้อ เมล็ดมีขนาดเล็กๆจำนวนมาก อยู่ภายในเนื้อ เมล็ดมีลักษณะกลมแบนเล็กๆ มีสีน้ำตาลอ่อน	กินสดกับน้ำพริก, ผัด ต้ม	พืชอาหาร
1292	ห้วยเขย่ง	มะตาด	Elephant Apple	คุงที่ทา	Dillenia indica L.	พบขึ้นตามป่าดงดิบชื้น และป่าพรุ โดยเฉพาะบริเวณใกล้ๆ ริมน้ำมีมากในภาคใต้	ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ไม่ผลัดใบลำต้นมักคดงอ เปลือกหนาสีเทาหรือน้ำตาลแดง ลอก เป็นแผ่บางๆ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมหนา มีขนตามกิ่งอ่อน ใบ รูปไข่แกมรูปหอกหรือรูปไข่กลับรีๆ กว้าง 7-12 ซม. ยาว 15-30 ซม. เนื้อใบบางแผ่นใบเป็นคลื่น ปลายใบเป็นติ่งแหลมสั้นๆ โคนใบเรียวหรือมน ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ท้องใบมีขนประปราย ส้นแขนงใบมี 30-40 คู่ ก้านใบยาว 4-5 ซม. โคนก้านใบแบนเป็นกาบหุ้มกิ่ง ดอก ใหญ่สีขาว ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามง่ามใบ ก้านดอกยาว 3-5 ซม. มีขนซาก กลีบรอง กลีบดอกเป็นแผ่นโค้งอุ้มน้ำ กลีบดอกขาว บาง รูปไข่กลับ หลุดง่าย ผล กลม ใหญ่ มีลักษณะอวบน้ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-15 ซม.	ผลใช้แกงส้ม	พืชอาหาร
1293	ห้วยเขย่ง	มะพร้าว	Coconut	พลู	Cocos nucifera L.	เจริญในดินร่วน ดินทราย ที่ระบายน้ำได้ดี	มะพร้าวเป็นพืชพวกปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20-40 เซนติเมตร สูง 10-30 เมตร ลำต้นเปลาตรงมีปล้องถี่ๆ ตลอดต้น ใบ ใบประกอบ ใบย่อยเรียวยาว ดอก ขนาดเล็กสีขาวนวลออกเป็นช่อเรียกว่า จั่น ผล ค่อนข้างกลมมีเปลือกเป็นเส้นใยหนา ผลอ่อนสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม ผลแก่สีน้ำตาลแกมเหลือง เมล็ด ลักษณะกลมป้านมีเปลือกแข็งสีน้ำตาลเรียกว่า กะลา เนื้อในขาวเป็นมัน มีน้ำอยู่ภายใน	ผลกินสด และใช้ในพิธีขับไล่สเนียดจัญไร	พืชอาหาร
1294	ห้วยเขย่ง	มะละกอกะเหรี่ยง		กล่องจี่ต๊ะ				ผลสดกินเป็นเครื่องเคียง ใช้แกง กินผลแก่เป็นผลไม้	พืชอาหาร
1295	ห้วยเขย่ง	แมงลัก	American basil, hoary basil	เหง่าไซ้ลา	Ocimum americanum L.	พบกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ชอบที่ราบโล่งแจ้ง ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน	"แมงลักเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตรง โคนต้นแข็ง สูงประมาณ 40-65 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีขาวและสีม่วง ใบสีเขียวอ่อน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปไข่ ปลายใบแหลมหรือเรียวยาว โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมีขนนุ่มปกคลุม ออกดอกเป็นช่อฉัตรที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว เมล็ดรูปรีขนาดเล็กสีดำ เมื่อละลายน้ำจะพองตัว เป็นพืชที่มีขนนุ่มปกคลุมทั้งต้น และมีกลิ่นหอมฉุน 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กอมก้อส้มสีแหล้ ลำต้นสีม่วง และกอมก้อแคสีขาว ลำต้นสีขาว รสชาติเฝื่อนและมีกลิ่นฉุนกว่า มีกลิ่นเฉพาะที่แตกต่างกัน ชาวบ้านนิยมรับประทานทั้ง 2 ชนิด"	ใบใช้ใส่แกง	พืชอาหาร
1296	ห้วยเขย่ง	ว่านกีบแรด ว่านกีบม้า กีบม้าลม	Giant fern		Angiopteris evecta (G. Forst.) Hoffm.	กระจายพันธุ์ได้ดีในประเทศไทย พบตามป่าดิบเขา ที่มีร่มเงาและความชื้นสูง	ว่านกีบแรดเป็นพรรณไม้ลงหัวขนาดเล็ก ลำต้นสูง ประมาณ 0.50-1 ม. ใบ มีสีเขียว รูปไข่เล็ก เรียว ยาวประมาณ 5-15 ซ.ม. กว้าง 1.5-3 ซ.ม. ก้านใบยาว หัว คล้ายกีบเท้าของแรดหรือกระบือ หัวนั้นจะเป็นสีน้ำตาลแก่ ภายในมีสีเหลือง เหมือนขมิ้น มีรสฝาด เย็น กลุ่มอับสปอร์เป็นกลุ่มเรียงตัวเป็นแถวอยู่ที่ริมเกือบสุดขอบใบ แต่ละกลุ่ม เป็นอับสปอร์เรียงตัวขนานกันเเป็น 2 แถวติดกันที่ปลายเส้นใยใบ	ใบแก่ใช้ดองเหล้ากินเป็นยาชูกำลัง	พืชอาหาร
1297	ห้วยเขย่ง	ว่านสาวหลง		มึ๊หน่องราพลุ	Amomum biflorum Jack	ชอบขึ้นในดินร่วนซุยระบายน้ำดี แสงแดดรำไร	ว่านสาวหลงเป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิงข่า มีเหง้าทอดเลื้อยอยู่ใต้ดิน ลำต้นเทียมเกิดจากกาบใบอัดกันแน่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบบิด เส้นกลางใบสีแดงเรื่อ ใบมีขนนุ่มปกคลุม ดอกออกตามเหง้าใต้ดิน ดอกย่อยสีเหลือง ก้านดอกยาว ปลายช่อโค้ง ผลเป็นช่อคล้ายช่อพริกไทย	รากใช้ผสมเข้าสูตรยา	พืชอาหาร
1298	ห้วยเขย่ง	ส้มป่อย	Soap pod, Shikakai	เพ่อไช่ดุ	Acacia concinna (Willd.) DC.	ขึ้นได้ทั่วไป พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	"ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามตามลำต้น กิ่ง ก้านและใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 7-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ช่อดอก ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกลม กลีบดอกเป็นหลอด สีนวล ผลเป็นฝัก สีน้ำตาลดำ ผิวย่นขรุขระ ขอบเป็นคลื่น
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ส้มป่อยธรรมดา และส้มป่อยหลวง ชุมชนใช้ประโยชน์จากส้มป่อยธรรมดามากกว่า เนื่องจากส้มป่อยหลวงพบไม่มาก"	ใบ ยอด ใช้แกงส้ม และฝักใช้ในพีธีกรรมต่างๆ	พืชอาหาร
1299	ห้วยเขย่ง	หนาด	Ngai Camphor Tree	พุมหมอล่อง	Blumea balsamifera (L.) DC.	เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่มักพบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนา หรือหุบเขาทั่วไป	หนาดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมคล้ายการบูร สูง 1-4 เมตร ลำต้นกลม กิ่งก้านมีขนนุ่มยาว เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีกลิ่นหอมของการบูร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน ผิวใบทั้งสองด้านมีขนละเอียดหนาแน่น คล้ายเส้นไหม และมีกลิ่นหอม กว้าง 2-20 เซนติเมตร ยาว 8-40 เซนติเมตร ปลายใบ และโคนใบแหลม ขอบใบหยักแบบซี่ฟัน หรือฟันเลื่อย ก้านใบมีรยางค์ 2-3 อัน ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ เป็นช่อกลม ช่อดอกมีขนาดโตไม่เท่ากัน กว้าง 6-30 เซนติเมตร ยาว 10-50 เซนติเมตร มีริ้วประดับหลายชั้น บางครั้งริ้วประดับอาจยาวกว่าดอก รูปขอบขนาน แคบยาว 1-9 มิลลิเมตร ปลายแหลม ด้านหลังมีขนนุ่มหนาแน่น ดอกย่อยมีเป็นจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลือง ฐานดอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มิลลิเมตร ดอกสมบูรณ์เพศมีหลอดดอกยาว 4-7 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นหลอด รูปไข่ ปลายแหลม มีขนนุ่ม ดอกตัวเมียมีหลอดดอกเล็กเรียว ยาวไม่เกิน 6 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 2-4 แฉก เกลี้ยง ผลแห้งไม่แตก รูปขอบขนาน ยาวราว 1 มิลลิเมตร สีน้ำตาล โค้งงอเล็กน้อย เป็นเส้น 5-10 เส้น มีขนสีขาว	ต้มอาบขับน้ำคาวปลา	พืชสมุนไพร
1300	ห้วยเขย่ง	หมาก	Areca nut palm, Betel palm	สิ	Areca catechu L.	เจริญเติบโตได้ดีที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลสูงกว่า 700 เมตร	หมากเป็นปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15-20 เซนติเมตร สูงได้ถึง 15 เมตร ใบรูปขนนก ทางใบยาวสองเมตร ช่อดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ออกใต้คอ ช่อแผ่กระจายยาว 50 เซนติเมตร ผลค่อนข้างกลม ขนาด 4-5 เซนติเมตร	ผลใช้เคี้ยวเล่นกับเครื่องหมาก	พืชอาหาร
1301	ห้วยเขย่ง	หว้า	Malabar plum, Java plum, Black plum	สะหมี่	Syzygium cumini (L.) Skeels	ถิ่นกำเนิด เอเชียเขตร้อน จากอินเดียถึงมาเลเซีย ชอบดินชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ขึ้นตามป่าดิบและป่าผลัดใบทั่วไป	ไม้ต้น สูง 10-25 เมตร ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 5-9 เซนติเมตร ยาว 9-15 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน ดอกสีขาวออกเป็นช่อตามง่ามใบ ผลรี กว้างประมาณ 0.8 เซนติเมตร ยาว 1.5-3 เซนติเมตร ออกดอก ธันวาคม- มกราคม ผลแก่ พฤษภาคม	ยอดใช้จุ่มน้ำมนต์พรมในพีธีกรรมที่ต้องพรมน้ำมนต์	พืชใช้สอยอื่นๆ
1302	ห้วยเขย่ง	หวายขม	Common rattan	งีคะ	Calamus rotang L.	พบได้ในป่าทั่วไป เช่น ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบชื้น	รากแบบระบบรากฝอย (fibrous root system) รากเป็นรากเกิดใหม่ที่โคนต้น ลำต้นเป็นลำต้นเกี่ยวพันหรือเลื้อยเกาะ เป็นลำต้นแตกกอ (multiple trunk) ลำต้นสามารถแตกหน่อด้านข้างในตำแหน่งใต้ดินหรือใกล้ผิวดินเป็นกอ เป็นกอขนาดเล็ก มีหนามบริเวณลำต้น ลำต้นมีสีเขียวปนน้ำตาล ใบเป็นรูปขนนกเป็นพวง (plumose) รูปใบเรียวแหลม ฐานใบแหลม ใบมีสีเขียวทั้งหลังใบและใต้ใบ ช่อดอกแบบแตกแขนงเป็นช่อดอกเล็กๆ ช่อดอกจะผลิดอกย่อยออกมาจากภายใต้ก้าน ช่อดอกประกอบด้วย ดอกเพศผู้สีเหลืองนวล ดอกเพศเมียสีเหลือง ผลมีลักษณะรูปร่างกลม ขนาด 1-2 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่มีสีน้ำตาล	ต้นอ่อนใช้แกง ต้มเป็นเครื่องเคียง ผลสุกกินได้ ต้นแก่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์	พืชอาหาร
1303	ห้วยเขย่ง	หอมด่วนหลวง หูเสือ	Mexican Mint, Indian Borage, Soap Mint	คี่นากู่	Plectranthus amboinicus (Lour.) Spreng.	ชอบขึ้นในดินที่ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี แสงแดดปานกลางถึงมาก	หอมด่วนหลวงเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นอวบน้ำ มีขนหนาแน่นปกคลุมทั่วไป ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปไข่ค่อนข้างกลม โคนใบและปลายใบมน ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกเป็นช่อออกที่ปลายยอด ชูตั้งขึ้น สีขาวอมม่วง เมล็ดกลม ผิวเรียบ สีน้ำตาลเข้ม ทุกส่วนของลำต้นเมื่อขยี้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว	ใบสดกินเป็นเครื่องเคียงลาบ	พืชอาหาร
1304	ห้วยเขย่ง	อ้อยดำ	Sugarcane	ชิพุเต้อ	Saccharum sinense Roxb.	เป็นพืชชอบอากาศอบอุ่นและร้อนชื้น พบปลูกเป็นไร่เพื่อตัดส่งโรงงานผลิตน้ำตาลและปลูกตามบ้านเรือนไว้ใช้เป็นยาหรือในพิธีกรรมต่างๆ นิยมปลูกตามสวนและบริเวณบ้านเรือน ชอบดินร่วนที่มีอินทรีย์วัตถุมากๆ น้ำไม่ท่วมและการระบายน้ำดี ชอบแสงมาก	เป็นพืชล้มลุก มักขึ้นเป็นกอสูงประมาณ 1 – 2 เมตร แทงหน่อออกทางด้านข้างของต้นเดิม ลำต้นแข็งแรงมีข้อปล้องชัดเจน ผิวนอก ลำต้นแข็งเป็นมัน เนื้อในสีขาวฉ่ำน้ำ ลำต้นอ้อยแดงมีสีแดงเข้มจนเกือบดำ เปลือกมีรสขม น้ำไม่ค่อยหวานแหลมเหมือนอ้อยธรรมดาตามข้อจะมีตาพร้อมที่จะเป็นต้นใหม่หนึ่งตา ตามข้อแต่ละข้อมีรากอากาศประปราย ใบเป็นชนิดใบเดี่ยว รูปหอกแคบๆ แต่ยาวมาก โคนใบจะเป็นกาบหุ้มลำต้น ติดแน่นอยู่บริเวณข้อแต่ละข้อ และออกสลับเวียนกันขึ้นไปเนื้อใบมีขนสาก ขอบใบจักถี่เป็นหนามคม กลางใบมีกระดูกก้านและห่อเป็นรูปรางน้ำ ดอกออกรวมกันเป็นช่อใหญ่สีขาว ออกสุดที่ปลายของลำต้น เมื่อออกดอกก็หมายความว่าต้นแก่เต็มที่แล้ว ช่ออาจยาวถึงหนึ่งเมตรหรือมากกว่านั้น มีเมล็ดแหลมๆ รอบๆ โคนเมล็ดจะมีปุยสีขาวเป็นมันหุ้ม และปุยนี้จะช่วยพยุงให้เมล็ดปลิวไปได้ไกลๆ ก้านช่อดอกไม่มีขนแตกแขนงเป็นช่อดอกย่อยมากมาย ออกดอกในฤดูหนาว	ต้มกินเพื่อลดความดัน	พืชอาหาร
1305	ห้วยเขย่ง	กระเจี๊ยบป่า		เจี๊ยบเจิด (หมู่ที่ 6)				ยอดใช้แกง	พืชอาหาร
1306	ห้วยเขย่ง	กระเจี๊ยบมอญ	Okra, Ladies' fingers	กะจิ๊บ	Abelmoschus esculentus (L.) Moench	กระเจี๊ยบเขียวต้องการอุณหภูมิสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส ในการเจริญเติบโตอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกของเมล็ด คือ 30-35 องศาเซลเซียส ถ้าเจริญเติบโตในสภาพอุณหภูมิสูงเกินไปจะมีการออกดอกช้า ในการออกดอกพบว่าเกี่ยวข้องกับความยาวของช่วงวันด้วย ส่วนใหญ่พบว่าต้องการช่วงวันสั้นที่สุดคือ 12 ชั่วโมง 30 นาที แต่บางสายพันธุ์พบว่าความยาวช่วงวันไม่มีผลต่อการออกดอก กระเจี๊ยบเขียวเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีธาตุอาหารสูงมีการระบายน้ำได้ดี	กระเจี๊ยบมอญเป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว สูงถึง 2.5 ม. ใบเดี่ยว เรียงเวียนรอบกิ่ง หยักเว้า 3-7 พู ดอกเดี่ยว ออกจากซอกใบ สีเหลืองอ่อน กลางดอก สีม่วงดำ ผลรูปทรงกระบอก ปลายแหลม มีขนอ่อนปกคลุม ยาว 5-15 ซม. ภายในมีเมล็ดสีขาวจำนวนมาก ออกดอกตลอดปี	ยอดใช้ต้มทำแกง, ลวกจิ้มน้ำพริก, ผลใช้ทำน้ำกระเจี๊ยบ	พืชอาหาร
1307	ห้วยเขย่ง	กระดูกไก่ดำ	Willow-leaved justicia	น้อมสอด	Justicia gendarussa Burm.f.	ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ความชื้นปานกลางถึงต่ำ แดดเต็มวันถึงรำไร	แข้งไก่ดำเป็นเป็นไม้พุ่ม ต้นสูงประมาณ 1 เมตร เรือนยอดไม่แน่นอน มักแตกเป็นกอ กิ่งก้านสาขามาก มักโค้งลงสู่พื้นดิน กิ่ง ก้าน และเส้นใบ มีสีน้ำตาลดำ ปล้องมีลักษณะคล้ายกระดูกต่อกันเป็นชั้นขึ้นไป ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปรีและรูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ สีเขียวเข้ม ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นหลอด ปลายดอกแยกออกเป็น 5 แฉก	ใช้บูชาในประเพณีเลี้ยงผี	พืชอาหาร
1308	ห้วยเขย่ง	กล้วยน้ำว้า	Banana, Cultivated banana	ปราช	Musa × paradisiaca L.	พบปลูกทั่วไปทุกภาคของประเทศ เจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศร้อนชื้น และมีสภาพอากาศคงที่ ชอบดินร่วนซุย มีน้ำและอากาศถ่ายเทได้ดี	กล้วยอ่องเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสูง 2-4.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 15 ซม. กาบต้นด้านนอกสีเขียวอ่อน มีประดำบ้าง ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ เส้นกลางใบสีเขียว ก้านช่อดอกไม่มีขน ปลีรูปไข่ค่อนข้างป้อม ปลายป้าน ด้านนอกสีแดงอมม่วงมีนวลหนา ด้านในมีสีแดงเข้ม เครือหนึ่งมีประมาณ 7-10 หวี หวีหนึ่ง มี 10-16 ผล ก้านผลยาว เปลือกหนา สุกมีสีเหลืองเนื้อสีขาว รสหวาน ไส้กลางมีสีเหลือง		พืชอาหาร
1309	ห้วยเขย่ง	กวนอิม	Lucky bamboo	เก้านะเงย	Dracaena braunii Engl.	มีถิ่นกำเนิดในประเทศแคเมอรูนและคองโก ปลูกเลี้ยงด้วยดินร่วน ต้องการน้ำปริมาณปานกลางถึงมาก แสงแดดรำไร สามารถปลูกในน้ำได้	ไม้พุ่ม สูง 1-1.3 เมตร ลำต้นตั้งตรง ทรงกระบอก ข้อปล้องเห็นได้ชัดเจน แตกยอดตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนสอบ ขอบเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวเกลี้ยง เป็นมัน แผ่นใบสีเขียวเข้ม มีด่างสีขาวนวลที่ขอบใบทั้งด้านบนและใต้ใบ ก้านใบเป็นกาบห่อหุ้มข้อ ดอกเป็นช่อแบบคล้ายช่อกระจะหรือคล้ายช่อซี่ร่ม อออกตามซอกกาบใบ ดอกสีขาว มีจำนวนมาก	ใช้ใบและลำต้นใส่แจกันบูชาพระ และประดับ	พืชอาหาร
1310	ห้วยเขย่ง	ขนุน	Jack fruit tree	มะเหน่า	Artocarpus heterophyllus Lam.	ปลูกได้ทั่วไป ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และแสงแดดจัด	"ขนุนไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาผิวด้านล่างสากมือ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า ""ส่า"" ออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศเมียจะออกตามกิ่งใหญ่และตามลำต้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นหนามแหลม ผลเป็นผลรวมขนาดใหญ่ ส่วนของเนื้อที่รับประทานเจริญมาจากกลีบดอก ส่วนซังคือกลีบเลี้ยง"	ผลดิบใช้แกง ผลสุกกินเป็นผลไม้	พืชอาหาร
1311	ห้วยเขย่ง	ขมิ้น	Turmeric		Curcuma longa L.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ อากาศค่อนข้างร้อนและมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ขมิ้นเป็นพืชล้มลุก สูง 30-90 ซม.เหง้าใต้ดินรูปไข่ มีแขนง รูปทรงกระบอก เนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า รูปใบหอก กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ช่อดอกแทงจากเหง้า แทรกระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อน บานครั้งละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พู	แก้ปวดท้อง ช่วยย่อย ใช้เป็นเครื่องแกง ใช้ผสมธานาคาประหน้า	พืชสมุนไพร
1312	ห้วยเขย่ง	ข่อย	Siamese rough bush, Tooth brush tree		Streblus asper Lour.	พบทั่วไปบริเวณพื้นราบในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ชอบดินร่วนปนทราย	ข่อยเป็นไม้ยืนต้น มีน้ำยางขาว สูง 5-15 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน รูปวงรี หรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ผิวใบสาก ช่อดอกออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่คนละต้น ช่อดอกตัวผู้เป็นช่อกลม ช่อดอกตัวเมียออกเป็นกระจุกมี 2-4 ดอกย่อย กลีบดอกสีเหลือง ผลสด รูปไข่ เมื่อสุกมีสีเหลือง	แก้ปวดฟัน	พืชสมุนไพร
1313	ห้วยเขย่ง	ขัดมอญ หญ้าขัดใบยาว	Wireweed	น้ำเมา	Sida acuta Burm.f.	พบขึ้นได้ทั่วไป ตามพื้นที่รกร้าง ข้างถนน และชายป่า ชอบพื้นที่ชุ่มชื้น ทนต่อน้ำขัง	หญ้าขัดใบยาวเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก ถึงรูปแถบ กว้าง 0.5-2.5 ซม. ยาว 1.5-7.5 ซม. โคนและปลายใบแหลม ขอบจักฟันเลื่อย หูใบรูปแถบ ดอกเดี่ยวหรืออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก ที่ซอกใบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก รูปไข่กลับเบี้ยว ปลายเว้าตื้น สีเหลืองอ่อน เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเป็นมัดเดียว ผลแห้งแตกได้ เมล็ดรูปไข่แกมสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม	กิ่ง ลำต้น ใช้ทำไม้กวาด	พืชใช้สอยอื่นๆ
1314	ห้วยเขย่ง	ข่า	Galangal, Greater Galangal, Chinese Ginger	อาโว่ย	Alpinia galanga (L.) Willd.	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง	ข่าเป็นไม้ล้มลุกสูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อปล้องชัดเจน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก วงรี หรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ช่อดอกออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุด มีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม	หัวสดใช้อมแก้ปวดฟัน และใส่เป็นเครื่องเทศในแกงต่างๆ	พืชสมุนไพร
1315	ห้วยเขย่ง	ขิง	Ginger	อะโกว	Zingiber officinale Roscoe	พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง	ขิงเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะ ลำต้นเทียมแทงขึ้นเป็นกอ มีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับถี่ รูปหอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 12-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ช่อดอกรูปกระบองโบราณ แทงขึ้นจากเหง้า ดอกย่อยสีขาว ทุกๆ ดอกมีกาบสีเขียวปนแดงรูปโค้งห่อรองรับ กลีบดอกและกลีบเลี้ยง มีอย่างละ 3 กลีบ หลุดร่วงเร็ว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ปลายกลีบแผ่กว้าง เกสรผู้มี 6 อัน ผลรูปทรงกลม และแข็ง	ใช้เป็นเครื่องเทศในอาหาร	พืชอาหาร
1316	ห้วยเขย่ง	ขี้เหล็ก	Cassod tree, Thai copper pod, Siamese cassia	น้ำผักคาด	Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & Barneby	พบในป่าเบญจพรรณชื้นทั่วทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ทนแล้ง และต้องการน้ำปานกลาง	ขี้เหล็กเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร เปลือกต้นแก่สีเทาถึงดำ ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 1.5 ซม. ยาว 4 ซม. ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแกมเขียว ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบและผิวใบเรียบ มีหูใบ 2 อัน ช่อดอก ออกปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง มี 5 กลีบ ก้านเกสรเพศผู้ 10 อัน ขนาดไม่เท่ากัน ผลเป็นฝัก แบนยาวและหนา ผิวมีขนละเอียด เมล็ดสีน้ำตาลมีจำนวนมาก	ยอด ดอก กินกับน้ำพริก, แก้ปวดเมื่อย,นอนไม่หลับ	พืชอาหาร
1317	ห้วยเขย่ง	คเนสาร						มีพิษเบื่อ เมา, ไม้ใช้สร้างบ้านมอดจะไม่เจาะ	พืชใช้สอยอื่นๆ
1318	ห้วยเขย่ง	แคบ้าน	Agasta, Sesban, Vegetable humming bird, Corl Wood Tree	เก้าพร่าย	Sesbania grandiflora (L.) Pers.	พบขึ้นเป็นกลุ่มในป่าละเมาะทั่วไป สามารถปลูกได้ทุกที่ ชอบทั้งดินเหนียวและดินปนทราย	"แคเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูง 3-5 เมตร โตเร็วมีกิ่งก้านสาขามาก เปลือกเป็นสีน้ำตาล มีรอยขรุขระหนา เปลือกในมีสีชมพูรสฝาด ใบประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับ ก้านใบสีเหลือง ใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ ช่อดอกออกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาวหรือสีแดงคล้ายดอกถั่ว กลีบเลี้ยงเป็นรูประฆังหรือถ้วย ผลเป็นฝักแบนยาว เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก มีเมล็ดเรียงตรงกลางแถวเดียว 
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ แคดอกสีขาว และแคดอกสีออน(สีแดง)"	ดอก ยอด ลวกกินกับน้ำพริก, ใช้แกง	พืชอาหาร
1319	ห้วยเขย่ง	แคป่า (แคทราย)		สดหลาด	Stereospermum neuranthum Kurz	พบมากตามป่าเบญจพรรณชื้น และป่าสนที่สูงจากระดับน้ำทะเล 200-50 ซม.	เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ถึงขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 8-20 เมตร ลำต้นค่อนข้างเปลาตรง เปลือกสีน้ำตาลปนเทาอ่อน เรือนยอดทรงรูปไข่ค่อนข้างทึบ มีขนสีเทาคลุมส่วนอ่อนทั่วไป ใบ เป็นใบประกอบออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ ทั้งช่อยาว 18-40 ซม. แต่ละช่อประกอบด้วยใบย่อย รูปมนกว้าง จำนวน 5-7 ใบ ติดตรงข้ามกันเป็นคู่ ใบยอดจะเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่กว่าใบอื่น กว้าง 5-13 ซม. ยาว 11-20 ซม. เนื้อใบหนามีขนสาก ๆ ทั้งสองด้าน ดอก โต สีขาวอมเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อ ที่เหนือรอยแผลใบและกิ่ง ยาว 5-14 ซม. โคนดอกเป็นรูปถ้วยปากกว้าง ส่วนบนแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกติดกันเป็นหลอดรูปทรงกระบอก ยาว 4-6 ซม. ปลายดอกโค้งกลับเป็นกลีบย่น และเว้าแหว่ง ผิด้านในจะมีเส้นริ้วสีม่วง เกสรผู้มี 2 คู่ สั้นหนึ่งคู่ และยาวหนึ่งคู่ ติดอยู่ที่โคนกลีบดอกด้านใน รังไข่ รูปรี ฝัก เป็นแท่งลักษณะเป็นสัน สี่เหลี่ยมตามยาว บิดเบี้ยวเล็กน้อย ยาว 35-50 ซม.	ยอดกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
1320	ห้วยเขย่ง	ชะพลู	Wild betal, lolot pepper	ขะปลู	Piper sarmentosum Roxb.	พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง	ชะพลูเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่น ใบสีเขียวเข้มเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด ต้นและใบมีกลิ่นเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดเล็กน้อย	ใบใช้แกง	พืชอาหาร
1321	ห้วยเขย่ง	ดอกรัก	Madar, Crown flower	เก้าโพด	Calotropis gigantea (L.) Dryand.	พบกระจายพันธุ์ในภูมิภาคเขตร้อนของทวีปเอเชีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ตามพื้นที่เปิดโล่ง โดยเฉพาะพื้นที่ระดับต่ำ ออกดอกตลอดปี	ไม้พุ่มสูง 1-5 ม. ทุกส่วนมีน้ำยางขาว กิ่งอ่อนและปลายยอดมีขนปุย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ โคนใบเว้า ปลายใบแหลม กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-18 ซ. ก้านใบสั้น ดอกสีม่วงหรือสีขาวออกเป็นช่อค่อนข้างแน่น ตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบดอกรูปกงล้อ มี 5 แฉก ขนาด 3-4.5 ซม. ตรงกลางอับเรณูเป็นแผ่นห้าเหลี่ยม เชื่อมติดกับหลอดเกสรผู้ 5 อัน ผลเป็นฝักโค้ง ส่วนกลางพอง ปลายงอ แตกแนวเดียว กว้าง 2.58-4 ซม. ยาว 7-10 ซม. ผิวเป็นคลื่น เมล็ด สีน้ำตาล ยาว 5-7 มม. มีขนกระจุก ยาว 2.5-4 ซม.	ดอกใช้ร้อยมาลัยบูชาพระ	พืชใช้สอยอื่นๆ
1322	ห้วยเขย่ง	ดาบฤๅษี			Tephrosia coccinea Wall.	พบในพื้นที่เปิดโล่ง หรือทุ่งหญ้า	ดาบฤาษีเป็นไม้ล้มลุก ความสูง 40-50 ซม. ดอก สีส้มแดง ขนาด 1 ซม.	แก้โรคไต, ขับปัสาวะ	พืชสมุนไพร
1323	ห้วยเขย่ง	ตำลึง	Gentleman’s toes, Ivy gourd, Little gourd, Scarlet-fruited gourd		Coccinia grandis (L.) Voigt	พบได้ตั้งแต่ป่าชายหาด ที่รกร้าง ข้างถนน และชายป่าต่างๆ ทั่วประเทศ	ตำลึงเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีมือเกาะเป็นเส้นยาวออกตรงข้ามใบ รูปค่อนข้างกลม หักเป็นห้ามุมหรือเว้าลึกเป็นแฉก 3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาว 5-8 ซม. โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่คนละต้น กลีบดอกสีขาว รูประฆัง ผลเป็นผลสด รูปทรงกระบอก ผลสุกสีแดง เนื้อเละ มีเมล็ดมาก	ใบลวกกินกับน้ำพริก ใช้แกง	พืชอาหาร
1324	ห้วยเขย่ง	เตยหอม	Pandanus Palm , Fragrant Pandan		Pandanus amaryllifolius Roxb.	เติบโตได้ดีในสภาพพื้นดินร่วน ชุ่มน้ำ แดดไม่จัดมาก.	เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวลักษณะแตกกอเป็นพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นเป็นข้อ ใบออกเป็นพุ่มบริเวณปลายยอด เมื่อโตจะมีรากค้ำจุนช่วยพยุงลำต้นไว้ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนเป็นเกลียวขึ้นไปจนถึงยอด ลักษณะใบยาวเรียวคล้ายใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมัน เส้นกลางใบเว้าลึกเป็นแอ่ง ถ้าดูด้านท้องใบจะเห็นเป็นรูปคล้ายกระดูกงูเรือ ใบมีกลิ่นหอม	ใบใช้คั้นน้ำสำหรับให้สีและความหอม ทำขนม	พืชอาหาร
1325	ห้วยเขย่ง	แตงละกา (มีรูปไม่มีข้อมูล)							พืชอาหาร
1326	ห้วยเขย่ง	ทองพันชั่ง			Rhinacanthus nasutus (L.) Kurz	เป็นไม้ที่พบทั่วไปในประเทศเขตร้อน ส่วนใหญ่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและสวนหย่อมทั่วไป ตามสวนสาธารณะหรือตามบ้านเรือน	ต้น ไม้พุ่ม 1-2 ม. กิ่งอ่อนมักเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ดอก ช่อ ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว โคนกลีบติดกันเป็ฯหลอด ปลายแยกเป็ฯ 2 ปาก ปากล่างมีจุดประสีม่วงแดง ผล แห้ง แตกได้	ต้มกินแก้ปวด/เมื่อย	พืชสมุนไพร
1327	ห้วยเขย่ง	นุ่น	White silk cotton tree, Silk cotton tree, Kapook tree, Kapok		Ceiba pentandra (L.) Gaertn.	พบได้ทั่วไป เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดดจัด	งิ้วนุ่นเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-30 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงสลับ ใบย่อย 5-9 ใบ รูปขอบขนานแกมใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบแหลม ขอบเรียบ แผ่นใบบาง ผิวใบเกลี้ยง กว้าง 1.5-4.5 ซม. ยาว 5-16 ซม. ดอกช่อกระจะ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง เกสรเพศผู้ 5 อัน ผลแห้งแตก รูปขอบขนาน เปลือกแข็ง แตกเป็น 5 พู เมล็ดจำนวนมาก มีเส้นใยสีขาวคล้ายเส้นไหมยาวหุ้ม	ใช้ใบคั้นน้ำผสมน้ำซาวข้าวกินเพื่อถอนพิษและยาสั่ง	พืชสมุนไพร
1328	ห้วยเขย่ง	บอน		กร้าว	Colocasia gigantea (Blume) Hook.f.	พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ ชอบดินร่วนอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง พบมากบริเวณริมลำธาร	บอนเป็นไม้ล้มลุกหลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นสีขาว ก้านใบแทงออกจากเหง้า ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่และยาว สีเขียว มีไขเคลือบสีขาวนวล เนื้อของก้านใบฉ่ำน้ำ และมีรูอากาศแทรกอยู่ ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ กว้าง 40-43 ซม. ยาว 28-48 ซม. ปลายใบมนและแหลม โคนใบปิด ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบมัน สีเขียวอ่อน ช่อดอก ออกเป็นแท่งเดี่ยว ดอกย่อยแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีขาวนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง คล้ายดอกหน้าวัว ผลสด สีเขียว	ลำต้นใช้แกง	พืชอาหาร
1329	ห้วยเขย่ง	บุก	Konjac	น้ำเบิก	Amorphophallus konjac K.Koch	จากอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงอินโดนีเซียในที่ชื้นบริเวณชายป่าดงดิบ งอกงามดีในฤดูฝนและยุบตัวในฤดูแล้งเหลือแต่หัวใต้ดิน	ไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ลำต้นอวบน้ำ มีหัวมต้ดินเป็นก้อนใหญ่ สีน้ำตาล ขนาด 15-30 ซม. ใบ เป็นใบเดี่ยว แผ่คล้ายร่ม ขอบใบหยักเว้าเป็นแฉก ก้านใบกลม สีเขียวด่าง ยาว 150-180 ซม. ดอก เป็นช่อแกน มีใบประดับใหญ่ขอบหยักเป็นลอนคลื่นแผ่หุ้มช่อดอก กว้าง 30-45 ซม. ยาว 30 ซม. ปลายช่อเป็นรูปกรวยคว่ำ ผิวยับเป็นร่อง ดอกเพศผู้อยู่ตอนบน ดอกเพศเมียอยู่ตอนล่าง ดอกมีกลิ่นเหม็นเอียน ผล เป็นผลสด เนื้อนุ่มสีแดง ค่อนข้างกลม ขนาดประมาณ 1.2 ซม. มีจำนวนมาก	หัวนำมาแปลรูปเป็นวุ้นใช้ยำ	พืชอาหาร
1330	ห้วยเขย่ง	ปีบ	Cork tree, Indian cork tree		Millingtonia hortensis L.f.	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีความชื้นปานกลางถึงสูง ได้รับแสงแดดเต็มวัน	ปีบเป็นไม้ยืนต้นสูง 15-25 เมตร ใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้นเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปไข่แกมใบหอกกว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 3-5 ซม. ช่อดอกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว เป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลิ่นหอม ผลเป็นฝักแบน	ดอดแห้งใช้ผสมยาเส้นสูบแก้หืด	พืชสมุนไพร
1331	ห้วยเขย่ง	ผักโขม	Slender amaranth	ฆ่า	Amaranthus viridis L.	พบขึ้นได้เองตามธรรมชาติ เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิดและโตเร็ว ทนทานต่อโรคและแมลง เมล็ดมีขนาดเล็กสีดำเป็นมัน เก็บไว้ได้นานนับสิบปียังสามารถงอกได้	"ผักโขมเป็นพืชล้มลุก ต้นสูง 15-50 ซม. ลำต้นกลมสีม่วงหรือแดงปนเขียว แตกเป็นร่องยาว ใบรูปไข่ เรียงสลับ แตกยอดระหว่างก้านใบกับลำต้น ใบกว้าง 1.2-4 ซม. ยาว 2.5-7.5 ซม. ก้านใบยาว 2.5-6 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ยาว 10-20 ซม. ดอกย่อยขนาดเล็ก สีม่วงปนเขียวไม่มีก้าน ติดเป็นกระจุกรอบแกนกลาง เมล็ดเล็กสีนํ้าตาลเกือบดำ เป็นมัน ในหนึ่งดอก มีเมล็ดเดียว
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักหมป๊าว และผักหมหนาม"	ทั้งต้นต้มกินแก้ร้อนในกระหายน้ำ	พืชอาหาร
1332	ห้วยเขย่ง	ผักชีฝรั่ง		น้ำเปินเส้น	Eryngium foetidum L.	ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก ชอบดินร่วนปนทราย ชอบอยู่ในร่ม ชอบพื้นที่ไม่แฉะเกินไป	"เหง้าใต้ดินและอาจอยู่เหนือดินเล็กน้อย เป็นกระเปราะกลมรีอยู่เหนือราก ใบแทงออกจากเหง้าที่เป็นลำต้นเรียงเวียนรอบเหง้าแน่นเป็นกระจุกรูปไข่ขอบขนวน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย และ
 มีหนามเล็กที่ปลายฟันเลื่อย ใบแข็งกระด้าง ใบอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม ดอกช่อแทงออกตรงกลางของลำต้น ใบประดับที่ก้านดอกรูปหอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขนานแกมรูปไข่ สีเขียว กลีบดอก 5-7 กลีบ สีขาว ดอกย่อยจำนวนมาก เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสีขาว เกสรเพศเมียเป็นเส้นด้าย 2 เส้น ไม่มีฐานเกสร ผลแห้งจะปริแตกออกเป็น 2 ซีก แต่ละซีก เมล็ดจำนวนมาก"	ใบใช้เป็นเครื่องเทศในแกง	พืชอาหาร
1333	ห้วยเขย่ง	ผักไผ่	Vietnamese mint, Vietnamese cilantro, hot mint, laksa leaf	โยน	Polygonum odoratum Lour.	พบในป่าทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณริมลำธาร ที่มีความชื้นสูง	ผักไผ่เป็นพืชล้มลุก สูง 30-35 ซม. ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มีรากงอกออกตามข้อที่สัมผัสดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ หูใบเชื่อมติดกันเป็นหลอดหุ้มลำต้นเหนือข้อ มีกลิ่นเฉพาะ ช่อดอกกระจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีชมพูม่วง ผลขนาดเล็ก เมล็ดจำนวนมาก	กินเป็นเครื่องเคียงลาบ	พืชอาหาร
1334	ห้วยเขย่ง	ผักเสี้ยนผี	Asian Spider flower		Cleome viscosa L.	พบทั่วไปในแอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย ขึ้นเป็นวัชพืช บางครั้งพบบนเขาหินปูนที่แห้งแล้ง เมล็ดมีน้ำมันและกรดลิโนเลอิก (Linoleic acid) สูง	"ต้น ไม้ล้มลุก มีขนละเอียดทั่วทั้งต้น ใบ ประกอบแบบนิ้วมือ เรียงสลับ ใบย่อย 3-5 ใบ รูปไข่กลับหรือรูปไข่ กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 1.5-4.5 ซม. 
 ดอก ช่อ ออกที่ปลายกิ่งกลีบดอกสีเหลือง ผล เป็นฝัก"	ดองกับน้ำซาวข้าว กินเพื่อบำรุงกำลัง	พืชสมุนไพร
1335	ห้วยเขย่ง	ผักโขม (หนาม)	Spiny amaranth, Spiny pigweed	นาวู้ซึม	Amaranthus spinosus L.	มีต้นกำเนิดมาจากเขตร้อนในทวีปอเมริกา และกระจายพันธุ์มาสู่เอเชีย ปัจจุบันพบทั่วไปในเอเชียเขตร้อน ในประเทศไทยพบได้ทั่วไป พบตามพื้นที่เปิดโล่ง มักพบอยู่ริมลำน้ำ หรือเป็นวัชพืชในสวนและริมข้างทาง ความสูงตั้งแต่ 0-1200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล	ไม้ล้มลุกตั้งตรงสูง 0.5-1 เมตร ลำต้นและกิ่งผิวเกลี้ยง มีหนามยาว 0.3-0.1 เซนติเมตร ออกคู่ตรงข้าม มีขนาดเล็กลงไปเรื่อย ๆ ตามยอดและช่อดอก ใบเดี่ยว ออกรอบข้อ รูปไข่หรือรูปหอกหรือรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ยาว 0.5-4 เซนติเมตร กว้าง 0.1-1.5 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งหนาม ฐานใบสอบเรียว ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 0.2-4 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง ช่อดอกแบบกึ่งช่อเชิงลดหรือช่อกระจุก ออกที่ซอกใบหรือซอกหนาม และปลายยอด ดอกแยกเพศอยู่บนช่อเดียวกันและอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้อยู่ทางด้านบนของช่อดอก และดอกเพศเมียอยู่ทางด้านล่างของช่อดอก ดอกเพศผู้ กลีบรวมมี 5 กลีบ ขนาดใกล้เคียงกัน รูปหอกหรือรูปสามเหลี่ยม ยาว 1-1.5 มิลลิเมตร กว้าง 0.3-0.5 มิลลิเมตร เนื้อบางใส เกสรเพศผู้มี 5 อัน อับเรณู สีเหลือง รูปรียาว0.8-1 มิลลิเมตร ติดกับก้านชูที่ด้านหลัง ก้านชูเกสรยาว 0.3-0.5 มิลลิเมตร ดอกเพศเมีย กลีบรวมมี 5 กลีบ เชื่อมกันที่ฐานเล็กน้อย ปลายแยกเป็น5 แฉก แต่ละแฉกรูปช้อนยาว 1-1.5 มิลลิเมตร ปลายเป็นติ่งแหลม เนื้อบางใส รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ รูปค่อนข้างกลมยาว 0.1-.3 มิลลิเมตร ก้านชูเหสรเป็นหลอดพองออกด้านข้างยาว 0.3-0.5 มิลลิเมตร ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 3 แฉกแต่ละแฉกรูปแท่งปลายแหลมยาว 0.1-0.3 มิลลิเมตร ผลแคปซูลแบบฝาเปิด มี 1 เมล็ด เมล็ดรูปค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ก้านชูเกสรเพศเมียและยอดเกสรเพศเมียยังคงติดอยู่	ยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
1336	ห้วยเขย่ง	เผือกอ้อย		คู่ทู่ที	Colocasia sp.			ลำต้น(หัว) นึ่งแล้วยำ, ทำขนม	พืชอาหาร
1337	ห้วยเขย่ง	ฝรั่ง	Guava	นังก้า	Psidium guajava L.	พบปลูกทั่วไป เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี	ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก	กินผล	พืชอาหาร
1338	ห้วยเขย่ง	พญาหนอน		โม่มะย่าว				ใบตากแห้งวางบนหน้าปลาร้ากันหนอน, ใบต้มกินแก้เบาหวาน	พืชอาหาร
1339	ห้วยเขย่ง	พริกพราน		ปล้อน	Tabernaemontana bufalina Lour.	พบตามป่าดงดิบแล้ง ป่าละเมาะทั่วไป	ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1 เมตร ลำต้น เกลี้ยง ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม เนื้อใบบาง แผ่นใบรูปรีแคบแกมรูปไข่ ยาว 8-15 ซม. กว้าง 2-4 ซม. โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง ก้านใบสั้น ยาวประมาณ 3-7 มิลลิเมตร ช่อดอก แบบช่อกระจุก ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ก้านช่อดอก ยาว 4-7 ซม. ดอกย่อย 3-25 ดอกสีขาวแกมเหลืองอ่อน รูปดอกเข็ม กลีบเลี้ยง สีเขียวอ่อน มี 5 กลีบ ยาวเกือบ 2 มิลลิเมตร รูปสามเหลี่ยม เรียงซ้อนกัน กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ส่วนหลอดยาว 12-17 มิลลิเมตร ส่วนปลายแยกเป็น 5 แฉก ยาว 7-9 มิลลิเมตร รูปไข่ เกสรตัวผู้มี 5 อัน ก้านเกสรสั้น อับเรณูรูปขอบขนาน ปลายเป็นติ่งแหลม ท่อเกสรตัวเมียเรียวยาว 7 มิลลิเมตร ปลายเกสรแยกเป็น 2 แฉก รังไข่ 2 ช่อง แยกจากกัน ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ผล แบบฝักคู่ โค้ง รูปรีปลายเรียวแหลม คอดเว้าเป็นพูตื้นๆ กว้างประมาณ 7 มิลลิเมตร ยาว 9-10 เซนติเมตร ผลย่อยแตกแนวเดียว ผิวมันสีเขียว ผิวเกลี้ยง มีเมล็ด 6-8 เมล็ด เมล็ดแก่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงสด	ยอดสดลวกกินกับน้ำพริก เมล็ดเอามาคั่วให้หอมใช้ตำผสมน้ำพริก	พืชอาหาร
1340	ห้วยเขย่ง	พลู	Betel pepper, Betel vine	อุนยั๊ว, ปลู	Piper betle L.	พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ในดินที่มีการระบายน้ำดี ชอบอากาศอบอุ่นและชื้น	พลูเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง รากฝอยออกบริเวณข้อใช้ยึดเกาะ ข้อโป่งนูน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 8-12 ซม.ยาว 12-16 ซม. มีกลิ่นเฉพาะและมีรสเผ็ด ช่อดอก ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็กอัดแน่นเป็นรูปทรงกระบอก แยกเพศ สีขาว ผลเป็นผลสด กลมเล็กเบียดอยู่ บนแกน พลูมีหลายพันธุ์ เช่น พลูเหลือง และพลูทองหลาง	ใบกินกับหมาก	พืชอาหาร
1341	ห้วยเขย่ง	พุทรา	Jujube	พะเตา	Ziziphus jujuba Mill.	พบในป่าเต็งรัง การกระจายพันธุ์ อินเดีย ปัจจุบันพบปลูกทั่วไปในเขตร้อนทั่วโลก	ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร เปลือกต้นมีร่องเล็กๆ ตามยาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปรี กว้าง 1.8-4 เซนติเมตร ยาว 3-6.5 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบเฉียงเบี้ยว ขอบใบหยักถี่ หลังใบสีเขียวเข้ม ท้องใบมีขนสีน้ำตาลหรือสีขาว ก้านใบยาว 0.3-1.5 เซนติเมตร มีเส้นใบ 3 ใบ ยอดอ่อนมีขนปกคลุมเล้กน้อย หูใบเปลี่ยนเป็นหนามยาว 2 อัน ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ออกตามซอกใบ สีเขียวอ่อนถึงเหลือง ดอกย่อยขนาดเล็ก มี 7-20 ดอก ผลทรงกลม หรือรูปขอบขนาน เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.2-2.5 เซนติเมตร เมล็ดเดี่ยวรูปขอบขนาน	กินผล	พืชอาหาร
1342	ห้วยเขย่ง	เพกา	Broken bone, Damocles tree, Indian trumpet flower	เกรียงเอก	Oroxylum indicum (L.) Kurz	เป็นพืชที่ขึ้นได้ง่ายตามธรรมชาติ ในที่โล่งชายป่าดิบและไร่ร้างทั่วไป เจริญเติบโตในดินเกือบทุกชนิด แต่ชอบดินโปร่งร่วนซุย	เพกาเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-12 เมตร แตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝักขนาดใหญ่ รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในมีเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง	ฝักใช้นึ่งกินกับน้ำพริก	พืชอาหาร
1343	ห้วยเขย่ง	ฟ้าทะลายโจร	Kariyat, The creatn, Green chiretta		Andrographis paniculata (Burm.f.) Nees	พบมีปลูกทั่วไป ชอบอากาศร้อนชื้น สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาลแต่ฤดูที่เหมาะสมคือ ช่วงต้นฤดูฝน ชอบดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี เจริญเติบโตได้ทั้งในสภาพที่ร่มและกลางแจ้ง	ฟ้าทะลายโจรเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-60 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมแตกกิ่งออกเป็นพุ่มเล็ก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 2-3 ซม. ยาว 4-8 ซม. สีเขียวเข้ม เป็นมัน ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกติดกัน ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบมีเส้นสีแดงเข้มพาดตามยาว ปากล่างมี 2 กลีบ ผลเป็นฝัก สีเขียวอมน้ำตาล ปลายแหลม เมื่อผลแก่จะแตกเป็นสองซีก ดีดเมล็ดออกมา	ใบสดต้มกินแก้ปวด ลดไข้ และเบาหวาน	พืชสมุนไพร
1344	ห้วยเขย่ง	มะกรูด	kaffir lime, Leech lime, Makrut lime, Mauritius papeda	นัมกรด	Citrus hystrix DC.	พบทั่วไป ปลูกได้ดีในดินทุกชนิด	มะกรูดเป็นไม้ยืนต้น สูง 2-8 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ลำต้นแก่สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียว ใบเดี่ยวรูปค่อนข้างกลม กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 3-8 ซม. ใบและดอกคล้ายมะนาว ก้านใบมีครีบขนาดใหญ่เท่าตัวใบ มีลักษณะคล้ายใบไม้ 2 ใบต่อกัน ส่วนล่างที่ติดต่อกับก้านใบคือหูใบ ใบมีสีเขียวแก่ ผิวใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน มีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป มีกลิ่นฉุน ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้น ผลชาวบ้านเรียก “มะกรูด” มีรูปร่างค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ ผิวมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่ว ผลอ่อนสีเขียวเมื่อแก่สีเหลือง ภายในมีเมล็ดที่มีเยื่อเมือกหุ้ม	ใบใช้เป็นเครื่องเทศในอาหารทั่วไป ผลใช้สระผม	พืชอาหาร
1345	ห้วยเขย่ง	มะขาม (มีรูปไม่มีข้อมูล)	Tamarind		Tamarindus indica L.	มีถิ่นกำเนิดที่เกาะมาดากัสกาแพร่กระจายแอฟริกาตะวันออกและอินเดีย พบได้ทั่วไป	ไม้ยืนต้น สูง 15-30 เมตร เปลือกสีเทาหรือสีน้ำตาลเข้ม ใบ แบบใบประกอบแบบขนนก ยาว 5-10 ซม. กว้าง 2-4 ซม. ใบย่อย รูปขอบขนาน จำนวน 10-20 คู่ ออกตรงข้าม ยาว 1.2-2 ซม. กว้าง 3-5 มม. ขอบใบเรียบ ปลายเป็นติ่งแหลม ช่อดอก แบบช่อเชิงลดห้อยลง ก้านช่อดอก ยาว 5-10 มม. กลีบเลี้ยง เป็นแผ่นรูปช้อน 2 แผ่น ยาว1-1.2 ซม. กลีบดอก มี 5 กลีบ กลีบเจริญ 3 กลีบ สีเหลืองอ่อนมีเส้นภายในสีแดง กลีบดอก 2 กลีบ ลดรูป เกสรเพศผู้ มีก้านเกสรเชื่อมติดกัน เกสรที่สมบูรณ์ 3 อัน อีก 2 อัน เป็นเส้นเรียว เกสรเพศเมีย เหนือกลีบเลี้ยง ปลายเกสร เป็นก้อนรูปรี ผล แบบฝัก โค้ง ค่อนข้างแบน ยาว 7-15 ซม. กว้าง 2-3 ซม. เปลือกเมื่อแก่สีน้ำตาลเข้ม เมล็ด สีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ		พืชอาหาร
1346	ห้วยเขย่ง	มะขามป้อม	Emblic myrabolan, Malacca tree	มะกลอน	Phyllanthus emblica L.	พบประปรายในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงทั่วไป มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี	ขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเดี่ยว ออกตามกิ่งและซอกใบจำนวนมาก เป็นผลสด รูปทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อหนา มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ดกลม สีเขียวเข้ม	ผลกินแก้กระหายน้ำ แก้ไอ และใช้ทำแกงส้ม	พืชอาหาร
1347	ห้วยเขย่ง	มะเขือเปราะ (ไม่มีข้อมูล)	Cockroach berry, Yellow berried nightshade		Solanum virginianum L.	มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย พบได้ทั่วไป	"ไม้ล้มลุก สูง 20-100 เซนติเมตร ล่าต้นแตกกิ่งแขนงตั้งแต่ระดับต่่า ใบเดี่ยวสลับกันบนกิ่ง มีก้านใบ
 ทรงกลม แผ่นใบเรียบ มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ขอบใบเว้า โค้งเป็นลูกคลื่น และงุ้มเข้าหากลางใบ ดอกเดี่ยว
 หรือเป็นช่อออกบริเวณซอกใบ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก สีเขียว หุ้มห่อฐานดอกไว้กลีบดอก 5 กลีบ โคน
 กลีบ และกลางกลีบเชื่อมติดกัน ปลายกลีบแยกเป็นแฉก 5 แฉก แหลมตรงกลางกลีบ แผ่นกลีบดอกไม่เรียบ มี
 สีขาว มีขน เกสรเพศผู้5 อัน ทรงกระบอก สีเหลือง เกสรเพศเมีย มีก้านเกสร 1 อัน สีเหลืองอมส้ม แทงยื่น
 ยาวกว่าเกสรตัวผู้ ผลเดี่ยวหรือเป็นช่อ ทรงกลมหรือเป็นรูปไข่ เปลือกผลหนา เรียบ และเป็นมัน มีหลายสี
 ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ อาทิ สีขาว สีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม และมีลายปะสีขาว เป็นต้น เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสี
 เหลืองในทุกพันธุ์ เมล็ดแทรกตัวในเนื้อผล"		พืชอาหาร
1348	ห้วยเขย่ง	มะเดื่อ(ปล้อง)		เว้ย	Ficus hispida L.f.	เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ตามป่าโปร่ง ป่าดิบเขา พื้นราบ หรือตามที่ว่างเปล่าทั่วไป ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	มะเดื่อปล้องเป็นไม้ต้น สูงประมาณ 5 เมตร ต้นและกิ่งเป็นปล้อง มีขนสากทั่วไป และมีน้ำยางสีขาวซึมเมื่อมีแผล ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม เป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปขอบขนาน กว้าง 10 ซม. ยาวประมาณ 25 ซม. โคนใบมนหรือเบี้ยว ปลายใบเป็นติ่งและเรียวแหลม ผิวใบมีขนสาก ขอบใบเป็นคลื่น ก้านใบยาว 3-5 ซม. ดอก ออกเป็นช่อยาว 50 ซม. ตามโคนต้นและกิ่ง ผลรูปทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. ผลแก่สีเหลือง	กินผล	พืชอาหาร
1349	ห้วยเขย่ง	มะตูม	Beal fruit tree, Bengal quince, Bilak	ปึย	Aegle marmelos (L.) Corrêa	เกิดในป่าดงทั่วไป โดยเฉพาะป่าเบญจพรรณ เจริญงอกงามได้ในดินทั่วไป	มะตูมเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปวงรี หรือรูปไข่แกมใบหอก กว้าง 2-7 ซม. ยาว 4-13 ซม. ขอบใบหยักมน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ผิวใบเรียบ ช่อดอกออกที่ซอกใบ และที่ปลายกิ่ง กลีบดอกด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านในสีนวล ใบและดอกมีกลิ่นหอม ผลเป็นผลสดขนาดใหญ่ รูปทรงกลม เปลือกผลแข็ง เนื้อในมีสีเหลืองและนิ่ม มีน้ำเมือกสีเหลืองปนน้ำตาล	ยอกลวกกินกับน้ำพริก, ผลกินสด และแห้งทำน้ำมะตูม	พืชอาหาร
1350	ห้วยเขย่ง	มะนาว	Common lime, Lime	มะหน่าว	Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle	พบปลูกทั่วไป ขึ้นได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	มะนาวเป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวสดแข็งและหนา เนื้อใบมีจุดน้ำมันกระจาย ก้านใบมีครีบเล็กๆ ดอกเดี่ยวหรือช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง มี 4 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก กลิ่นหอม ร่วงง่าย ผลเป็นผลสด กลมเกลี้ยงและผิวมัน เนื้อผลฉ่ำน้ำ มะนาวที่ชาวบ้านใช้มีผลรูปร่าง 2 แบบ คือ ผลรูปทรงกลม เรียกว่า มะนาว ส่วนผลรูปรีหรือรูปไข่ เรียก มะนาวเมือง	ใช้ประกอบอาหารทั่วไป	พืชอาหาร
1351	ห้วยเขย่ง	มะม่วง	Mango	เกริด	Mangifera indica L.	พบได้ทั่วไป	ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-30 ม. ลำต้นตรง เรือนยอดกลม ทึบ ใบเรียงเวียนสลับ ใบเดี่ยว รูปรี กว้าง 3-10 ซม. ยาว 16-45 ซม. โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 1.5-6 ซม.ดอกช่อสีนวล ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ยาว 18-30 ซม. กลีบดอกมี 5 กลีบ ยาว 3.5-4 มม. เกสรสีแดงเรื่อ ๆ ผลเดี่ยว ผลดิบมีสีเขียวเมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือเหลืองส้ม มีเมล็ดภายใน 1 เมล็ด	ยอดสดใช้กินกับปลาส้มหรือน้ำพริก กินผลดิบ สุก	พืชอาหาร
1352	ห้วยเขย่ง	มะม่วงหิมพานต์	Cashew	เซ่งเคอ	Anacardium occidentale L.	เป็นไม้ที่ปลูกกันมากทางภาคใต้และตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันปลูกได้ทุกภาค ในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ก็สามารถขึ้นได้ดี	"ลำต้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูง 5-10 เมตร เรือนยอดแตกกิ่งแขนงเป็นพุ่ม
 ไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร เปลือกหนาผิวเรียบสีน้ำตาลเทาใบเดี่ยว เรียงแบบสลับหนาแน่นที่ปลายยอด แผ่นใบหนา ใบรูปรีแกมรูปไข่กลับผิวใบเรียบเป็นมัน ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ ออกตามปลายยอด แต่ละช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก หลังดอกร่วงจะติดผล คล้ายเมล็ดถั่ว มีเปลือกหุ้มบางๆ ผลอ่อนสีเขียวคล้ำ ผลแก่สีน้ำตาลเข้ม ผลติดอยู่ด้านล่างของฐานรองดอกที่ขยายใหญ่ คล้ายผลชมพู่ มีสีเหลือง สีแดง มีเมล็ดขนาดใหญ่ 1 เมล็ด"	ยอดใช้กินกับปลาส้ม น้ำพริก, ผลกินสด เมล็ดใช้คั่วกิน	พืชอาหาร
1353	ห้วยเขย่ง	มะรุม	moringa, drumstick tree , horseradish tree, ben oil tree	นะหน่าย	Moringa oleifera Lam.	พบขึ้นในป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง	มะรุม ลำต้นจะเป็นพุ่มโปร่ง มีเปลือกลำต้นเป็นสีเทาอ่อน ผิวค่อนข้างเรียบ ลำต้นมีความสูงประมาณ 15-20 เมตร ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกรวมกันเป็นแผง ๆ ละ 5-9 ใบ ลักษณะใบย่อยรูปมนเกือบกลม ปลายใบมน แต่โคนใบแหลมเรียวหรือมนเล็กน้อย ขอบใบเรียบ เนื้อใบอ่อนบาง มีสีเขียว กว้าง 1-1.5 นิ้ว ใบที่อยู่ปลายสุดมีขนาดใหญ่กว่าใบอื่นๆ ออกดอกเป็นช่อ อยู่ตามข้อบริเวณส่วนยอด ดอกมีสีขาวนวล มีอยู่ 5 กลีบ เกสรกลางดอกเป็นสีเหลืองนวล บานเต็มที่โตประมาณ 1 นิ้ว ผล เป็นผักกลม ยาว ฝักอ่อนมีสีแดงเรื่อๆ ผักแก่จะมีสีเขียว เปลือกผักหนา มีคลื่นนูนของเมล็ด เมล็ด เป็นรูปสามเหลี่ยม มีปีกบางหุ้ม 3 ปีก มีขนาดประมาณ 1 ซม.	ฝักอ่อนใช้แกง ใบต้มกินแก้ช้ำใน	พืชสมุนไพร
1354	ห้วยเขย่ง	มะละกอ	Papaya, Pawpaw, Tree melon	กักจึย	Carica papaya L.	เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่ต้องการน้ำค่อนข้างมาก เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย พบทั่วไป	มะละกอเป็นไม้ยืนต้นสูง 3-6 เมตร ไม่มีแก่นต้นอวบน้ำ มียางขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รอบต้นบริเวณยอดรูปฝ่ามือเว้าเป็นแฉกลึก 7 แฉก ขนาดใหญ่ ดอกมี 3 ประเภท คือ ดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และดอกสมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้ออกเป็นช่อ ดอกตัวเมียและดอกสมบูรณ์เพศเป็น ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก สีนวล ผลเป็นผลสด รูปยาวรี ทรงกระบอก หรือกลม เมล็ดสีดำ	ผลดิบใช้แกง ส้มตำ ผลสุกกินเผ็นผลไม้	พืชอาหาร
1355	ห้วยเขย่ง	มะแว้ง	Plate brush egg plant	คะด้งอะต้าง	Solanum indicum L.	พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้เองตามธรรมชาติในบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง	มะแคว้งขมเป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้าน สูงประมาณ 1 เมตร มีขนสีเทาปกคลุมทั้งต้น โคนต้นมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงสลับ เป็นกระจุกปลายกิ่ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3-10 ซม. ขอบใบเว้าตื้น โคนใบกว้าง ปลายใบแหลม มีหนามแหลมตามเส้นกลางใบ ผิวใบหนา ดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงโคนกลีบติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก และคงอยู่เมื่อเป็นผล กลีบดอกสีม่วง โคนติดกัน แผ่เป็นจาน แยกเป็น 5 แฉก ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผิวขาวเทามีกระสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีส้มไม่มีลาย มีเมล็ดจำนวนมาก	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบอ่อนและยอดอ่อนต้มน้ำดื่มช่วยขับปัสสาวะ ใช้ทั้งต้นเข้าตำรับยาแก้นิ่ว แก้โรคเบาหวาน	พืชสมุนไพร
1356	ห้วยเขย่ง	มะอึก	Bolo maka	คะด้งปรก	Solanum stramoniifolium Jacq.	พบในป่าผลัดใบ ป่าละเมาะที่รกร้าง ตามสวนและข้างทาง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยในที่กลางแจ้ง ชอบน้ำปานกลาง ทนต่อแมลงโรค และทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี	มะปู่เป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูง 1-2 เมตร ทุกส่วนมีขนละเอียดสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กว้างหรือรูปโล่ ขอบใบหยักเว้าเป็นพู ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกว้างหรือตัด ขนาดใบกว้าง 15-25 ซม. ยาว 20-30 ซม. ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกย่อยกลีบดอกสีขาว มี 5 กลีบ บานแผ่ออกเป็นรูปจาน ผลสด รูปทรงกลม เมื่อสุกสีเหลืองแกมน้ำตาล เมล็ดจำนวนมาก	ผลใช้ทำน้ำพริกและแกงส้ม	พืชอาหาร
1357	ห้วยเขย่ง	มันเทศ	Sweet potato	วูน	Ipomoea batatas (L.) Lam.	พบทั่วไปบริเวณที่รกร้างในป่าละเมาะ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	"มันเทศเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินสีม่วงแดง ส้ม นวลหรือขาว รูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดิน ตั้งตรง หรือเลื้อยพัน ยาว 1-5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก ที่ข้อมีราก ใบเดี่ยว เรียงรูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 4-11 ซม. ยาว 4-14 ซม. ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ก้านใบยาว 4-20 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกแข็งยาว 3-18 ซม. เป็นสัน เกลี้ยงหรือมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรูปกรวย สีม่วงอ่อน ผลแห้ง รูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงมีขนาดเล็ก
 ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ มันแกวขาว มันแกวแดง และมันแกวม่อนไข่"	ยอดสดลวกกินกับน้ำพริก และแกง หัวใช้นึ่งกิน	พืชอาหาร
1358	ห้วยเขย่ง	ไมยราบ	Sensitive plant, sleepy plant, touch-me-not	ชักโหล่ย	Mimosa pudica L.	พบกระจายทั่วไป ในที่โล่งเตียนทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	ไมยราบเป็นไม้ล้มลุกกึ่งเลื้อย ทอดแผ่ไปตามพื้นดิน ลำต้นมีขนละเอียดและหนามโค้งงอ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ไวต่อการสัมผัส ยาว 10-13 ซม. ประกอบด้วย 4 ใบย่อย เรียงตัวแบบนิ้วมือ ยาว 4.5-8 ซม. ใบย่อย 17-22 คู่ รูปใบหอก กว้าง 2.5-3 มม. ยาว 10-14 มม. ผิวใบด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีม่วงอ่อน ช่อดอก รูปทรงกลม ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพู ผลเป็นฝักแบน เป็นข้อๆ อยู่รวมกันเป็นช่อ เมื่อสุกสีดำ	ทั้งต้นใช้ต้มกินแก้กระสัย ไตพิการ แก้ปวดหลังปวดเอว	พืชสมุนไพร
1359	ห้วยเขย่ง	ยอ ยอบ้าน	Indian mulberry, Great morinda, Beach mulberry, Tahitian noni	นะปราช	Morinda citrifolia L.	ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินชุ่มชื้น พบได้ทั่วไป นิยมปลูกบริเวณบ้านและสวนทั่วไป	ยอเป็นไม้ยืนต้น สูง 2-6 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน รูปวงรี โคนใบและปลายใบแหลม ผิวใบสีเขียวเป็นมันทั้งสองด้าน ขอบใบเรียบ หูใบอยู่ระหว่างโคนก้านใบ ช่อดอกออกที่ซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็นรูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดเล็ก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบดอกสีขาว มี 5 แฉก ผลเป็นผลสด เชื่อมติดกันเป็นผลรวม ทรงกระบอก เนื้อผลฉ่ำน้ำ เมื่อแก่จัดเป็นสีขาวมีกลิ่นเหม็น ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลเข้มจำนวนมาก	ใบใช้ทำห่อหมก	พืชอาหาร
1360	ห้วยเขย่ง	ระกำป่า มะขามแขก	Cathormion	อะก้อม	Cathormion umbellatum (Vahl) Kosterm.	พบที่ศรีลังกา อินเดีย และภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบแทบทุกภาค ขึ้นตามที่ลุ่ม น้ำท่วมถึงหรือมีน้ำท่วมในหน้าฝน ความสูงไม่เกิน 100 เมตร	ไม้พุ่มแตกกิ่งต่ำ สูง 4-5 ม. มีหนามทั่วไป กิ่งมีขนประปราย ใบประกอบ 2 ชั้น แกนกลางยาว 4-7 ซม. แกนกลางและระหว่างรอยต่อใบประกอบย่อยมีต่อมบุ๋มกลาง ใบประกอบย่อย 2-4 คู่ ยาว 3-6 ซม. ใบย่อย 5-13 คู่ รูปขอบขนาน ยาว 1-1.5 ซม. เบี้ยวเล็กน้อย ปลายกลมและมีติ่ง โคนตัด ไร้ก้าน ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่นเป็นกระจุกแน่นที่ปลายช่อ ดอกวงนอกยาวกว่าวงในเล็กน้อย กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 3 มม. แยกเป็น 5 แฉกรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก ดอกรูปกรวยยาวได้ถึง 7 มม. มี 5 กลีบ รูปใบหอก ยาวประมาณ 2 มม. ขอบมีขนครุย เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านชูอับเรณูเชื่อมติดกันเป็นหลอด ยาว 4-5 ซม. รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียรูปเส้นด้าย ยอดเกสรเป็นตุ่ม ฝักโค้งงอ แบน คอดเว้าตามเมล็ด ยาวได้ถึง 20 ซม. เมล็ดแบน รูปไข่กลับ ยาว 1-1.2 ซม.	ผลสดใช้ตำน้ำพริก	พืชอาหาร
1361	ห้วยเขย่ง	รางจืด	Laurel clockvine, Blue trumpet vine	จอยกาหลืด	Thunbergia laurifolia Lindl.	เป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก ชอบดินร่วนปนทราย และพบอยู่ตามชายป่าดิบทั่วไปในประเทศ	รางจืดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ขอบใบเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา อวบน้ำเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็น รูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปดอกเข็ม โคนเชื่อมกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ใบประดับสีเขียวประสีน้ำตาลแดง ผลแห้ง แตกได้	ใบคั้นน้ำกินเพื่อใช้ถอนพิษ และเอามาทาเพื่อลดอาการปวดจากแมลงสัตว์กัดต่อย เถาเอามาป่นผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอนกินเพื่อถอนพิษ	พืชสมุนไพร
1362	ห้วยเขย่ง	ลูกใต้ใบ หญ้าใต้ใบ	Chamber bitter, Gripeweed		Phyllanthus urinaria L.	พบขึ้นทั่วไป ตามที่รกร้าง ริมทาง ชอบดินทรายระบายน้ำดี และร่มรำไร	ลูกใต้ใบเป็นพืชล้มลุก ทุกส่วนมีรสขม ใบเดี่ยว เรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปขอบขนาน กว้าง 3-5 มม. ยาว 6-14 มม. ปลายใบแหลม โคนมนหรือเบี้ยว ขอบเรียบสีม่วงแกมน้ำตาล ผิวใบเรียบ ดอกออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน เพศเมียเป็นดอกเดี่ยว เพศผู้ออกเป็นกระจุก สีนวล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม ผิวขรุขระขนาดใหญ่กว่าลูกใต้ใบ มีลักษณะเป็นพูตามผลบ้าง	ต้มกินเป็นยาขับปัสสาวะ	พืชสมุนไพร
1363	ห้วยเขย่ง	สบู่เลือดดำ						แก้มะเร็ง เนื้องอก	พืชสมุนไพร
1364	ห้วยเขย่ง	ส้มป่อย	Soap pod, Shikakai	ปู่	Acacia concinna (Willd.) DC.	ขึ้นได้ทั่วไป พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	"ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามตามลำต้น กิ่ง ก้านและใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 7-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ช่อดอก ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกลม กลีบดอกเป็นหลอด สีนวล ผลเป็นฝัก สีน้ำตาลดำ ผิวย่นขรุขระ ขอบเป็นคลื่น
 ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ส้มป่อยธรรมดา และส้มป่อยหลวง ชุมชนใช้ประโยชน์จากส้มป่อยธรรมดามากกว่า เนื่องจากส้มป่อยหลวงพบไม่มาก"	ยอดใช้ใส่แกง ฝักใช้ในพิธีกรรมต่างๆ	พืชอาหาร
1365	ห้วยเขย่ง	ส้มมะฮั่ว		อะนาปร้าย				ใบเอาใบยำกับหัวบุก	พืชอาหาร
1366	ห้วยเขย่ง	สาคู	Arrow root, West indian arrow-root	บ๊บตะ	Maranta arundinacea L.	ในธรรมชาติขึ้นใต้ร่มไม้ใหญ่ในป่าเต็งรัง หรือป่ากึ่งป่าเต็งรัง ตามชายบึงหรือลำธาร ทุกภาคของประเทศไทย เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท แต่ขึ้นได้ดีในดินร่วน ดินร่วนทราย มีความอุดมสมบูรณ์สูง	สาคูเป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน มีกาบใบอ่อนซ้อนกัน เป็นลำต้นเทียมขึ้นมาเหนือดิน ความสูงทรงพุ่มประมาณ 50-80 ซม. เหง้าหน่ออ่อนใต้ดิน มีรูปยาวรีปลายยอดแหลมสีขาวมีข้อปล้อง ใบเดี่ยวรูปรี กว้าง 10-20 ซม. ยาว 20-25 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบขนานม้วนเข้าหากันเล็กน้อย แผ่นใบเรียบสีเขียว รวงช่อดอกยืดยาวเหนือทรงพุ่ม ดอกสีขาวทรงระฆัง มันสาคู มี 2 ชนิดคือมันสาคูธรรมดา และมันสาคูใบลาย	หัวใช้ต้มกิน	พืชอาหาร
1367	ห้วยเขย่ง	สุพรรณิการ์	Yellow Cotton Tree , Silk Cotton Tree	โกรยเฒ่า	Cochlospermum religiosum Alston	ถิ่นกำเนิด อเมริกากลางและอเมริกาใต้ มีทั้งชนิดดอกซ้อน และดอกไม่ซ้อน	ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 7 - 15 เมตร เรือนยอดค่อนข้างกลม เปลือก ต้นเรียบสีเทา กิ่งก้านคดงอ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับใบทรงกลม หรือรูปหัวใจ ใบจัก เป็นแฉกแหลมลึก 3 - 5 แฉก ขอบใบเรียบหรือจักเล็กน้อย ดอกสีเหลืองสดหรือเหลืองทอง ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ทยอยบาน เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 - 10 เซนติเมตร ผลทรงกลม ขนาด 8 - 10 เซนติเมตร สีเขียว เมื่อแก่ เมล็ดสีน้ำตาล แตกออกเป็น 3 - 5 พู รูปไตสีน้ำตาลเข้ม มีปุยสีขาวคล้ายสำลีหุ้ม	ดอกใช้สำหรับบูชาพระ	พืชใช้สอยอื่นๆ
1368	ห้วยเขย่ง	หญ้าคา	Blady grass	คั่ว	Imperata cylindrica (L.) Raeusch.	มีถิ่นกำเนิดชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน แพร่กระจายบริเวณเขตร้อนทั่วโลก เป็นวัชพืชพบทั่วไปในที่โล่ง และมีความชื้นสูงทั่วประเทศ	หญ้าอายุหลายปี มี ลำต้นเป็นไหลใต้ดิน เส้นค่อนข้างกลมทอดยาวได้ไกล ลำต้นเหนือดิน เป็นกอตั้งตรง สูง 40-150 ซม. ใบ แตกจากโคนกอ รูปขอบขนาน เนื้อหยาบแข็ง กว้าง 0.5-1.5 ซม. ยาว 30-75 ซม. ลิ้นใบ เป็นแผ่นเนื้อแข็ง ยาวประมาณ 3 มม. ดอก สีขาวเป็นแบบช่อแกนแยกแขนงแคบ รูปรีหรือทรงกระบอก กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 6-15 ซม. ช่อดอกย่อยรูปหอก มีขนสีขาวคล้ายไหม กาบช่อย่อยรูปเรือ เนื้อบางคล้ายเยื่อ กาบคลุมล่างเนื้อโปร่งบาง กาบคลุมบนรูปหอก เนื้อบางสีชมพูอ่อน อับเรณู 2 อัน สีเหลืองหรือสีส้ม ยอดเกสรเพศเมียสีชมพูหรือสีม่วง	ทำแผงแฝก	พืชใช้สอยอื่นๆ
1369	ห้วยเขย่ง	ย่านาง	Bamboo grass		Tiliacora triandra Diels	ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ทุกฤดูกาล พบได้ทั่วไป โดยขึ้นเองตามธรรมชาติ	ย่านางเป็นไม้เถา ใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม ออกเรียงสลับ รูปไข่แกมใบหอก กว้าง 2-4 ซม. ยาว 5-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบหนามัน ช่อดอก ออกตามเถาและที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ผลเป็นผลกลุ่ม ผลย่อย รูปวงรี	ใบใช้แกง	พืชอาหาร
1370	ห้วยเขย่ง	หญ้าหนวดแมว	Cat's whisker, Java tea		Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.	พบขึ้นได้ทั่วไป ชอบดินร่วนชื้นเกือบแฉะ ต้องการน้ำมาก ชอบแดดร่มรำไร ปลูกกลางแจ้งได้	หญ้าหนวดแมวเป็นไม้พุ่มสูง 0.5-1 เมตร กิ่งและก้านสี่เหลี่ยมสีม่วงแดง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-7 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง มี 2 พันธุ์ คือ พันธุ์ดอกสีขาวและพันธุ์ดอกสีม่วงน้ำเงิน เกสรตัวผู้ยื่นพ้นกลีบดอกออกมายาวมาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก รูปรี ขนาดเล็ก	เป็นพืชสมุนไพร ใช้ใบอ่อนและยอดอ่อนต้มน้ำดื่มช่วยขับปัสสาวะ ใช้ทั้งต้นเข้าตำรับยาแก้นิ่ว แก้โรคเบาหวาน	พืชสมุนไพร
1371	ห้วยเขย่ง	หนวดปลาหมึก (มีรูปไม่มีข้อมูล)	Umbrella Tree, Octopus tree		Schefflera actinophylla (Eudl.) Harms	หนวดปลาหมึกมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศปาปัวนิวกินี ควีนแลนด์ และอินโดนีเซีย เป็นพืชที่ไม่ชอบแสงแดดโดยตรงจะต้องการเพียงปานกลาง ระดับอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 24-27 องศาเซลเซียส ต้องการน้ำ และความชื้นปานกลาง	เป็นไม้ประดับทรงพุ่ม สูงประมาณ 2-3 เมตร มีทั้งชนิดใบเล็กและใบใหญ่ แต่ลักษณะใบจะแตกออกมาจากกิ่งเดียวเหมือนกัน มีประมาณ 7-15 ใบ จะแผ่กางออกมาจากกิ่งคล้ายฝ่ามือ ยาวประมาณ 10-15 ซม. สีเขียวสดเป็นมัน ลักษณะของดอกดูคล้ายหนวดปลาหมึก สีแดง		พืชอาหาร
1372	ห้วยเขย่ง	หนาดใหญ่	Ngai Camphor Tree	นาฮังกรูน	Blumea balsamifera (L.) DC.	เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่มักพบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนา หรือหุบเขาทั่วไป	หนาดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมคล้ายการบูร สูง 1-4 เมตร ลำต้นกลม กิ่งก้านมีขนนุ่มยาว เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีกลิ่นหอมของการบูร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน ผิวใบทั้งสองด้านมีขนละเอียดหนาแน่น คล้ายเส้นไหม และมีกลิ่นหอม กว้าง 2-20 เซนติเมตร ยาว 8-40 เซนติเมตร ปลายใบ และโคนใบแหลม ขอบใบหยักแบบซี่ฟัน หรือฟันเลื่อย ก้านใบมีรยางค์ 2-3 อัน ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ เป็นช่อกลม ช่อดอกมีขนาดโตไม่เท่ากัน กว้าง 6-30 เซนติเมตร ยาว 10-50 เซนติเมตร มีริ้วประดับหลายชั้น บางครั้งริ้วประดับอาจยาวกว่าดอก รูปขอบขนาน แคบยาว 1-9 มิลลิเมตร ปลายแหลม ด้านหลังมีขนนุ่มหนาแน่น ดอกย่อยมีเป็นจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลือง ฐานดอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มิลลิเมตร ดอกสมบูรณ์เพศมีหลอดดอกยาว 4-7 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นหลอด รูปไข่ ปลายแหลม มีขนนุ่ม ดอกตัวเมียมีหลอดดอกเล็กเรียว ยาวไม่เกิน 6 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 2-4 แฉก เกลี้ยง ผลแห้งไม่แตก รูปขอบขนาน ยาวราว 1 มิลลิเมตร สีน้ำตาล โค้งงอเล็กน้อย เป็นเส้น 5-10 เส้น มีขนสีขาว	ใบต้มอาบแก้ผดผื่น คัน, กันผี	พืชสมุนไพร
1373	ห้วยเขย่ง	หนุมานนั่งแท่น, ฝิ่นเทพ	Coral nut, Guatemala Rhubarb, Physic nut		Jatropha podagrica Hook.	เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากอเมริกากลาง พืชปลูกพบตั้งแต่ระดับน้ำทะเล ถึงระดับ 800 ม. จากระดับน้ำทะเล	ไม้พุ่มสูงถึง 2.5 ม. ผิวเกลี้ยง ลำต้นพองที่โคน หูใบแตกแขนง ยาวถึง 5 มม. ใบ รูปไข่กว้าง ถึงรูป ไข่กลับ ก้านใบยาว 10-20 ซม. ติดแผ่นใบแบบก้นปิด ขอบใบเว้า 3-5 แฉก ดอกแยกเพศ ออกเป็นช่อกึ่งช่อเชิงหลั่น ยาวถึง 26 ซม. แกนช่อดอกยาวถึง 20 ซม. มีใบประดับรูปสามเหลี่ยม ยาว 2 มม. ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงรูปไข่กว้าง ยาว 0.6 มม. กลีบดอก รูปไข่กว้าง กว้าง 2 ยาว 5-6 มม. จานรองดอกรูปโถ เกสรเพศผู้ ยาว 6-8.5 มม. ก้านชูเกสรเชื่อมกันที่โคน ดอกเพศเมีย กลีบเลี้ยงรูปรี ยาว 2 มม. กลีบดอกยาว 6-7 มม. ผล รูปรี มีลักษณะสามพู เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 ซม. ปลายมน แตกทั้งแนวตั้งและแนวนอน เมล็ด รูปรี กว้าง 6 ยาว 1.2 มม.	ยางใช้ระงับอาการปวด	พืชสมุนไพร
1374	ห้วยเขย่ง	หมากผู้แดง		น้ำก้าว	Dracaena angustifolia (Medik.) Roxb.			ใบต้มผสมน้ำผึ้งดื่มแก้ไอเป็นเลือด	พืชสมุนไพร
1375	ห้วยเขย่ง	หวายดำ หวายลำเดียว		น้าโบว	Calamus oxleyanus Teijsm. & Binn. ex Miq.	ป่าดิบชื้น ถึงระดับความสูง 600 เมตร จากระดับน้ำทะเล	หวายดำเป็นหวายขนาดเล็กถึงขนาดกลางขึ้นเป็นกอ กาบหุ้มลำเมื่อสดมีสีเขียวเข้มและมีสีเหลืองออกน้ำตาลเมื่อแห้ง มีหนามรูปสามเหลี่ยมสีดำปลายหนามโค้งไปมา หนามเกิดเดี่ยวๆ กระจายห่างๆ กัน ความยาวของหนามลดลงจากบนลงล่างในปล้องเดียวกัน และมีหนามขนาดสั้นแทรกอยู่ทั่วไป ปากกาบหุ้มลำมีหนามลักษณะเดียวกับที่กาบหุ้มลำ ปลายหนามเฉียงขึ้นหรือตรง knee เห็นชัดมีหนามรูปสามเหลี่ยมอยู่ตอนล่างและด้านข้าง ปลอกหุ้มไม่ชัดเจนมีลักษณะเป็นเส้นใยสีน้ำตาลแกมดำ ก้านใบด้านบนนูนมีหนามแบบสั้นๆ ขึ้นกระจายห่างๆ ด้านล่างเกลี้ยง ทางใบด้านบนเกลี้ยง ที่ขอบมีหนามรูปเล็บเหยี่ยวห่างกันเป็นระยะ ด้านล่างมีหนามรูปเล็บเหยี่ยวสีดำบริเวณโคนสีเขียวอ่อนเรียงห่างกันเป็นระยะ จนถึงปลายใบ มือเกาะมีหนามรูปเล็บเหยี่ยวโคนสีเหลืองปลายสีดำขึ้นเดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่ม ใบย่อยรูปยาวรี มีสีเขียวเข้มเมื่อสด เมื่อแห้งมีสีน้ำตาล โคนใบย่อยมีสีเขียวออกเหลือง ขอบมีหนามขนาดเล็ก ท้องใบเกลี้ยง หลังใบมีหนามรูปขนสีดำบนเส้นใบ ใบย่อยแต่ละข้างของทางใบเรียงตัวเป็นกลุ่มเยื้องกันไม่สม่ำเสมอ ช่อดอกเกิดที่กาบหุ้มลำเหนือก้านใบเล็กน้อย ผลรูปไข่หรือกลม มีสีเหลืองแกมเขียวเมื่อสด มีสีเหลืองเมื่อแห้ง ขอบเกล็ดหุ้มผลมีสีดำ	กินผล (รสเปรี้ยว)	พืชอาหาร
1376	ห้วยเขย่ง	อัญชัน	Asian pigeonwings, bluebellvine, blue pea, butterfly pea, cordofan pea, Darwin pea		Clitoria ternatea L.	มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ขึ้นได้ดีทั่วไปในเขตร้อน	ไม้เถา ลำต้นมีขนนุ่ม ใบ เป็นใบประกอบ ช่อใบยาว 6-12 ซม. มีใบย่อยรูปไข่ 5-7 ใบ ดอก มีหลายสี อาทิ สีน้ำเงินแก่ ฟ้า ม่วงแดง ม่วงอ่อน และดอกขาว ออกดอกเดี่ยว ๆ รูปทรงคล้ายฝาหอย ยาว 2.5-3.5 ซม. กลีบคลุมผิวย่น รูปมน กลม ปลายเว้าเป็นแอ่ง ตรงกลางมีสีเหลือง ผล เป็นฝักคล้ายฝักถั่ว	ดอกลวกจิ้มน้ำพริก, เอาสีมาผสมอาหาร ขนม	พืชอาหาร
1377	ห้วยเขย่ง	ขาไก่ดำ (มีข้อมูลไม่มีรูป)		ผู่หวี					พืชอาหาร
1378	ห้วยเขย่ง	มะแขว่น (มีข้อมูลไม่มีรูป)	Indian ivy-rue	คะด้ง	Zanthoxylum rhetsa DC.	พบในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในที่ชื้น	มะแขว่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร มีหนามแหลมตามลำต้นและกิ่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเหลือง ใบดกหนาเขียวสด ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่หรือคู่ เรียงสลับ ก้านใบสีแดง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ปลายแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ขอบเรียบหรือหยักห่างๆ ช่อดอกออกแยกแขนง ออกที่ยอดหรือตามง่ามใบ สีนวลหรือขาวอมเขียว รูปรีหรือรูปไข่ ผลเป็นผลกลุ่มออกเป็นช่อ ผลค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ สีเขียว มีกลิ่นหอม ผลแก่เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดง แก่จัดสีดำ แตกอ้าเห็นเมล็ดในสีดำเล็กๆ	ผลใช้แก้ไอ,กินกับลาบ	พืชอาหาร
